หลักทรัพย์

ให้ประกันตัว “สันธนะ” กับพวก คนละ 4 แสน

ศาลอนุญาตให้ให้ประกันตัว “สันธนะ” กับพวก คนละ 4 แสนบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศ เว้นแต่จะได้รับการอนุญาต เรื่องนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก

วันที่ 14 พ.ย. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ พร้อมกำลังควบคุม นายสันธนะ ประยูรรัตน์ อายุ 66 ปี อดีตตำรวจสันติบาล นายทรงยศ เชื่อถือ อายุ 58 ปี นายสมจินต์ รัตนโชติพานิช อายุ 59 ปี และนายพิรวัชร์ ยงทองคำทิพย์ อายุ 63 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ในคดี อั้งยี่ ซ่องโจร และร่วมกันอุ้มรีดทรัพย์นักธุรกิจจำหน่ายถุงมือยางทางการแพทย์ นายเวน ยู ชุง ชาวไต้หวัน 90 ล้านบาท เหตุเกิดเมื่อ 28 มี.ค.ปี 64 เพื่อส่งมอบให้อัยการ ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่อดำเนินการส่งฟ้องต่อศาลในวันนี้

ต่อมา นายสันธนะ ได้ยื่นหลักทรัพย์เงินสดขอประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 คนคนละ 400,000 บาท รวม 2 ล้านบาท ศาลอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะอนุญาตให้ประกันตัวหรือไม่

ล่าสุด เมื่อเวลา 15.15 น. ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่งอนุญาตให้ นายสันธนะกับพวกรวม 5 คน ได้รับการปล่อยชั่วคราว ตีหลักทรัพย์คนละ 400,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล

ให้ประกันตัว “สันธนะ” กับพวก คนละ 4 แสน

คดีของนายสันธนะและพวกเป็นที่จับตาของสังคม เนื่องจากมีมูลค่าความเสียหายสูงถึง 90 ล้านบาท และเกี่ยวข้องกับความผิดหลายข้อหา ทั้งอั้งยี่ ซ่องโจร และร่วมกันอุ้มรีดทรัพย์ การที่ศาลอนุญาตให้ประกันตัวให้ประกันตัว “สันธนะ” กับพวก คนละ 4 แสนบาท ทำให้เกิดคำถามถึงความเหมาะสมและกระบวนการยุติธรรม

รายละเอียดการให้ประกันตัว

  • ผู้ต้องหาที่ได้รับการประกันตัว: นายสันธนะ ประยูรรัตน์, นายทรงยศ เชื่อถือ, นายสมจินต์ รัตนโชติพานิช, และนายพิรวัชร์ ยงทองคำทิพย์
  • จำนวนเงินประกัน: คนละ 400,000 บาท
  • เงื่อนไข: ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล

การกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศเป็นมาตรการที่ศาลใช้เพื่อป้องกันการหลบหนีของผู้ต้องหา และเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ต้องหาจะเข้าร่วมกระบวนการพิจารณาคดีจนสิ้นสุด

ผลกระทบต่อรูปคดี

การที่ศาลอนุญาตให้ประกันตัวไม่ได้หมายความว่าผู้ต้องหาพ้นจากความผิด ศาลเพียงแต่พิจารณาแล้วเห็นว่าผู้ต้องหามีโอกาสที่จะไม่หลบหนีและสามารถเข้าร่วมกระบวนการพิจารณาคดีได้ ในระหว่างนี้ ผู้ต้องหายังคงต้องต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง

คดีนี้ยังคงต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินการของอัยการในการยื่นฟ้องต่อศาล และกระบวนการพิจารณาคดีที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ประชาชนหลายคนอาจมีความกังวลเกี่ยวกับการให้ประกันตัว “สันธนะ” กับพวก คนละ 4 แสน แต่ก็ต้องเคารพการตัดสินใจของศาล และเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของไทย อย่างไรก็ตาม การติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างใกล้ชิดก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้มั่นใจว่าความยุติธรรมจะเกิดขึ้นอย่างแท้จริง

กระบวนการยุติธรรมทางอาญาประกอบด้วยหลายขั้นตอน และการให้ประกันตัวเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งเท่านั้น การพิจารณาคดีในชั้นศาลและการตัดสินลงโทษจะเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด ซึ่งจะตัดสินว่าผู้ต้องหากระทำความผิดจริงหรือไม่

คดีนี้ยังเป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้ทุกคนระมัดระวังในการทำธุรกิจและการลงทุน เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรม และควรตรวจสอบข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ อย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจใดๆ

ที่มา – ให้ประกันตัว “สันธนะ” กับพวก คนละ 4 แสน ห้ามออกนอกประเทศ

“ทนายหมอบี” เตรียมประกันตัวด้วยหลักทรัพย์ 6 หลัก

“ทนายหมอบี” ยืนยันไม่กังวล พร้อมเตรียมข้อมูล การชี้แจง และพยานหลักฐานไว้เพื่อต่อสู้ตามกระบวนการ เตรียมหลักทรัพย์ 6 หลัก ยื่นประกันตัว เชื่ออุปสรรคจะทำให้เห็นเพชรแท้

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 26 ส.ค. 68 ที่กองบังคับการปราบปราม นายกสานติ์ ปัญญาชัยรักษา ทนายความของนายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือ “หมอบี” ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนก่อนเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเยี่ยมลูกความ โดยระบุว่า เชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างถูกต้อง และสัมผัสได้ว่ามีการให้สิทธิ์ผู้ต้องหาตามกระบวนการอย่างเต็มที่ตามที่ควรจะได้รับ

เมื่อถามถึงการเตรียมพร้อมของหมอบีต่อการถูกจับกุมในครั้งนี้ ทนายกสานติ์เผยว่า เป็นขั้นตอนที่ต้องมาถึงในสักวันหนึ่ง และได้มีการเตรียมข้อมูล คำชี้แจง และพยานหลักฐานไว้เพื่อสนับสนุนอยู่แล้ว ขณะนี้หมอบีไม่ได้มีความกังวลเป็นพิเศษ และต่อสู้คดีไปตามกระบวนการรูปคดี

ในด้านหลักฐาน ทนายยืนยันว่ามีการให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่มาโดยตลอด ตั้งแต่ขั้นตอนการสืบสวนจนถึงปัจจุบัน และในวันนี้ได้นำหลักฐานทางทรัพย์สินมามอบให้ตำรวจเพิ่มเติม เพื่อพิสูจน์ที่มาของทรัพย์สินว่ามีแหล่งที่มาอย่างไร พร้อมย้ำว่าพยานเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้ส่งมอบให้ครบถ้วนแล้ว

สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างหมอบีกับหลวงพ่ออลงกตนั้น ทนายเปิดเผยว่า ทั้งคู่เป็นศิษย์-อาจารย์ หมอบีเข้ามาร่วมงานกับหลวงพ่อด้วยความศรัทธา และหลวงพ่อก็ชักชวนให้ทำหน้าที่เป็นสะพานบุญ ซึ่งจะปรากฏในสื่อสังคมอยู่แล้ว

ส่วนหลายเหตุการณ์ที่เจออยู่ ณ ขณะนี้ เป็นเหมือนบททดสอบว่าหมอบีเป็นเพชรแท้หรือไม่ พิสูจน์ต่อความดีสิ่งที่ตัวเองทำ ความชัดเจนอย่างเดียวตอนนี้คือหมอบีถูกจับกุมแล้ว เบื้องต้นได้เตรียมหลักทรัพย์มาประมาณ 6 หลักเพื่อเตรียมประกันตัว

นอกจากนี้ นายกสานติ์ยังยอมรับว่า เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา หมอบีได้ปิดบัญชีกสิกรไทยที่มียอดเงินคงเหลือประมาณ 1.5 ล้านบาท แต่ไม่ทราบแน่ชัดว่ายอดเงินดังกล่าวถูกโอนหรือส่งมอบไปยังวัดหรือไม่ และจำเป็นต้องตรวจสอบรายละเอียดก่อน ส่วนกรณีที่หลวงพ่ออลงกตระบุว่าหมอบียังค้างเงินบริจาคจำนวน 5 ล้านบาทนั้น ตนเข้าใจว่าอาจเป็นความคลาดเคลื่อนจากเอกสารที่ทับซ้อนกัน ส่วนจะจริงหรือไม่นั้นตนไม่ขอพูด

“ทนายหมอบี” เตรียมหลักทรัพย์ 6 หลัก ขอประกันตัว เชื่ออุปสรรคทำให้เห็นเพชรแท้

จากกรณีที่นายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือ “หมอบี” ถูกจับกุม ทนายความส่วนตัวได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมในการต่อสู้คดี โดยมีการเตรียมหลักทรัพย์จำนวน 6 หลักเพื่อขอประกันตัวลูกความ สิ่งที่น่าสนใจคือความเชื่อมั่นที่ว่าอุปสรรคครั้งนี้จะเป็นบทพิสูจน์ให้เห็นถึงคุณงามความดีที่ “หมอบี” ได้ทำมา

ประเด็นสำคัญที่ทนาย “ทนายหมอบี” ได้กล่าวถึง

  • ความไม่กังวลและความพร้อมในการให้ข้อมูลและพยานหลักฐานต่อเจ้าหน้าที่
  • ความร่วมมือในการพิสูจน์ที่มาของทรัพย์สิน
  • ความสัมพันธ์ระหว่าง “หมอบี” กับหลวงพ่ออลงกตในฐานะศิษย์อาจารย์
  • การเตรียมหลักทรัพย์ 6 หลักเพื่อขอประกันตัว

ทนายกสานติ์ยังได้กล่าวถึงประเด็นเรื่องการปิดบัญชีธนาคารและการค้างเงินบริจาค โดยยอมรับว่ามีการปิดบัญชีจริง แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการโอนเงินไปยังวัด ส่วนเรื่องเงินบริจาคที่ค้างจ่ายนั้น อาจเป็นความคลาดเคลื่อนของเอกสาร ซึ่งต้องตรวจสอบให้ชัดเจนต่อไป

คดีของ “หมอบี” ได้รับความสนใจจากสังคมเป็นอย่างมาก หลายคนจับตาดูว่ากระบวนการยุติธรรมจะเป็นไปในทิศทางใด และสุดท้ายแล้วความจริงจะปรากฏออกมาอย่างไร การที่ “ทนายหมอบี” เตรียมหลักทรัพย์ 6 หลัก ขอประกันตัว เชื่ออุปสรรคทำให้เห็นเพชรแท้ นั้น แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของลูกความ

การเตรียมหลักทรัพย์ 6 หลักเพื่อขอประกันตัว “ทนายหมอบี” แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะให้ลูกความได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว เพื่อออกมาต่อสู้คดีได้อย่างเต็มที่ การต่อสู้คดีหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร และผลลัพธ์จะออกมาในรูปแบบใด คงต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด

ในขณะที่ “ทนายหมอบี” เตรียมหลักทรัพย์ 6 หลัก ขอประกันตัว เชื่ออุปสรรคทำให้เห็นเพชรแท้ สังคมก็ยังคงตั้งคำถามและรอคอยความกระจ่างในทุกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ความโปร่งใสและความยุติธรรมในการดำเนินคดีจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

การที่ทนายความออกมาให้ข้อมูลอย่างเปิดเผยเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจในพยานหลักฐานและความบริสุทธิ์ของลูกความ อย่างไรก็ตาม การต่อสู้ในชั้นศาลยังคงเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม และทุกฝ่ายต้องเคารพการตัดสินของศาล

ที่มา – “ทนายหมอบี” เตรียมหลักทรัพย์ 6 หลัก ขอประกันตัว เชื่ออุปสรรคทำให้เห็นเพชรแท้

Scroll to top