หัวใจติดปีก

“อนุทิน” ส่งกัปตัน-เครื่องบินส่วนตัว ภารกิจหัวใจติดปีก

อนุทิน ส่งกัปตัน-เครื่องบินส่วนตัว ภารกิจหัวใจติดปีก ประสบความสำเร็จอีกครั้ง! ช่วยชีวิตผู้ป่วยที่รอหัวใจใหม่ได้ทันเวลา สุดยอดมากเลยนะครับสำหรับการทำงานแบบนี้ ที่แสดงให้เห็นถึงหัวใจของผู้นำที่ใส่ใจประชาชนจริงๆ

เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 6 พฤษภาคม 2567 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ประสานงานอย่างรวดเร็ว ส่งกัปตันและเครื่องบินส่วนตัวไปช่วยทีมแพทย์จากโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อรับหัวใจจากผู้เสียชีวิตสมองตายที่ยินยอมบริจาคอวัยวะ ภารกิจนี้เรียบร้อยสุดๆ หัวใจ 1 ดวงถูกขนส่งกลับมาปลูกรับผู้ป่วยที่กำลังรอคิวอย่างเร่งด่วนได้สำเร็จ

อนุทิน ส่งกัปตัน-เครื่องบินส่วนตัว ภารกิจหัวใจติดปีก

อนุทิน ส่งกัปตัน-เครื่องบินส่วนตัว ภารกิจหัวใจติดปีก

โครงการ “หัวใจติดปีก” เป็นหนึ่งในภารกิจที่นายอนุทินให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2557 ตอนนั้นท่านยังบินเครื่องบินด้วยตัวเองเลยนะครับ พาแพทย์ไปรับอวัยวะจากผู้บริจาคทั่วประเทศ ต่อมาเมื่อรับตำแหน่งใหญ่ ก็ปรับมาเป็นการประสานกัปตันและเครื่องบินส่วนตัวแทน เพื่อให้ภารกิจเดินหน้าต่อไม่สะดุด

รายละเอียดภารกิจล่าสุดและความสำคัญ

ในครั้งนี้ ทีมแพทย์ต้องแข่งกับเวลาเพราะอวัยวะมีอายุการใช้งานจำกัด หัวใจต้องนำไปปลูกถ่ายภายในไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น การมีเครื่องบินส่วนตัวช่วยให้ทุกอย่างรวดเร็วและปลอดภัย ผลลัพธ์คือผู้ป่วยคนหนึ่งได้หัวใจใหม่ มีโอกาสรอดชีวิตเพิ่มขึ้นมหาศาล โครงการนี้ไม่ใช่แค่ช่วยคนไข้ แต่ยังส่งเสริมวัฒนธรรมการบริจาคอวัยวะในสังคมไทยด้วย

ภาพภารกิจหัวใจติดปีกของอนุทิน

ผลงานและรางวัลที่นายอนุทินได้รับจากโครงการหัวใจติดปีก

ความทุ่มเทของนายอนุทินไม่ได้ผ่านไปโดยไม่ได้รับการยกย่อง มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง:

  • ได้รับโล่เกียรติยศจากสภากาชาดไทย สำหรับการช่วยชีวิตผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง
  • ประดับเครื่องหมาย “ปีกเหินเวหา” ชั้นกิตติมศักดิ์ จากกองทัพอากาศและกองทัพเรือ
  • พระราชทานปริญญาสาธารณสุขศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ปี 2566 จากสถาบันพระบรมราชชนก

นอกจากนี้ โครงการหัวใจติดปีกยังช่วยเพิ่มจำนวนการปลูกถ่ายอวัยวะในไทยให้มากขึ้น เพราะการขนส่งที่รวดเร็วช่วยลดการสูญเสียอวัยวะที่ใช้ไม่ได้ ในขณะที่ผู้ป่วยปลูกถ่ายไต หัวใจ ตับ ต้องรอคิวยาวนาน บางคนเสียชีวิตก่อนได้รับโอกาส การบริจาคอวัยวะจากผู้เสียชีวิตสมองตายจึงเป็นแสงสว่างแห่งความหวัง

คุณรู้ไหมครับว่าการเสียชีวิตสมองตายคืออะไร? คือสมองหยุดทำงานถาวร แต่หัวใจยังเต้นได้ด้วยเครื่องช่วย หากญาติยินยอมบริจาค อวัยวะต่างๆ ยังดีพอใช้ช่วยชีวิตคนอื่นได้ ปัจจุบันไทยมีระบบลงทะเบียนบริจาคอวัยวะผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ของสภากาชาด ใครสนใจลองไปลงทะเบียนดูนะครับ ช่วยชีวิตคนได้จริงๆ

อนุทิน ส่งกัปตัน-เครื่องบินส่วนตัว ภารกิจหัวใจติดปีก แบบนี้ ทำให้เราเห็นตัวอย่างผู้นำที่ลงมือทำจริง ไม่ใช่แค่พูด หวังว่าภารกิจดีๆ แบบนี้จะเกิดขึ้นบ่อยๆ ช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยทั่วประเทศ

ในมุมมองผม โครงการนี้ไม่เพียงช่วยชีวิต แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนหันมาสนใจการบริจาคอวัยวะมากขึ้น ถ้าทุกคนช่วยกัน ประเทศไทยเราจะมีอัตราการปลูกถ่ายอวัยวะสูงขึ้นแน่นอน คุณล่ะพร้อมบริจาคไหม? ลองแชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือไปลงทะเบียนบริจาควันนี้เลยครับ!

ที่มา – “อนุทิน” ส่งกัปตัน-เครื่องบินส่วนตัวทำภารกิจหัวใจติดปีก รับหัวใจต่อชีวิตผู้ป่วย

“หัวใจติดปีก” ครั้งแรกหลังเป็นนายกฯ “อนุทิน” บินด่วน จ.เลย รับอวัยวะผู้บริจาค

“หัวใจติดปีก” ครั้งแรกหลังเป็นนายกฯ “อนุทิน” บินด่วน จ.เลย รับอวัยวะผู้บริจาค

ในวันที่ 30 กันยายน 2568 เกิดเหตุการณ์ที่น่าประทับใจและแสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทของผู้นำประเทศ เมื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รีบเดินทางด่วนไปยังจังหวัดเลย เพื่อเข้าร่วมภารกิจ “หัวใจติดปีก” ครั้งแรกในฐานะนายกรัฐมนตรี ภารกิจนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการที่นายอนุทินทำมานานตั้งแต่ปี 2557 โดยช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วยจากการขนส่งอวัยวะบริจาคอย่างเร่งด่วน

“หัวใจติดปีก” ครั้งแรกหลังเป็นนายกฯ “อนุทิน” บินด่วน จ.เลย รับอวัยวะผู้บริจาค

หลังจากชี้แจงนโยบายรัฐบาลในที่ประชุมรัฐสภาเมื่อเวลา 10.40 น. นายอนุทินได้ออกจากอาคารรัฐสภาโดยตรง มุ่งหน้าไปยัง Private Jet Terminal เพื่อขับเครื่องบินส่วนตัวพร้อมทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นำโดย อ.นพ.พัชร อ่องจริต หัวหน้าสาขาศัลยศาสตร์หัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และ อ.นพ.ธรรศ ตั้งกิจวนิชกุล แพทย์ประจำบ้านสาขาศัลยศาสตร์ทรวงอก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภารกิจนี้ถือเป็นครั้งแรกที่นายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ “หัวใจติดปีก” หลังได้รับตำแหน่ง โดยก่อนหน้านี้ นายอนุทินได้ทำภารกิจนี้มากว่า 80 เที่ยวบิน ช่วยชีวิตผู้ป่วยกว่า 200 ชีวิต

อนุทิน บินด่วน จ.เลย

รายละเอียดภารกิจ “หัวใจติดปีก” และการรับอวัยวะจากผู้บริจาควัย 19 ปี

เมื่อถึงสนามบินจังหวัดเลย นายอนุทินเปิดเผยว่าได้รับการติดต่อจากแพทย์เมื่อเช้าแจ้งว่ามีผู้บริจาคอวัยวะหัวใจ แต่ไม่มีเที่ยวบินพาณิชย์ จึงต้องขับเครื่องบินส่วนตัวมาเอง แม้จะเจอสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย แต่คาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน และจะกลับไปประชุมรัฐสภาต่อในช่วงบ่าย ผู้บริจาคคือชายหนุ่มวัย 19 ปี ที่เสียชีวิตแต่ครอบครัวตัดสินใจบริจาคอวัยวะสำคัญ ได้แก่ ดวงตา 2 ข้าง ตับ 1 ข้าง ไต 2 ข้าง และหัวใจ 1 ดวง ซึ่งจะช่วยชีวิตผู้รับได้หลายคน

จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้พูดคุยอย่างอบอุ่นกับครอบครัวผู้บริจาค โดยกล่าวว่า “เป็นการทำบุญครั้งใหญ่ 6 ชั่วโมงหัวใจกลับไปเต้นใหม่เหมือนเดิม เดี๋ยวรอให้เขาแข็งแรง ให้คุณหมอใส่หัวใจดู” พร้อมสวมกอดพ่อและแม่ของผู้บริจาค ก่อนทักทายทีมแพทย์และพยาบาลที่โรงพยาบาล จากนั้นจึงเดินทางกลับกรุงเทพมหานครทันที

อนุทิน สวมกอดครอบครัวผู้บริจาค

โครงการ “หัวใจติดปีก” เป็นโครงการที่นายอนุทินริเริ่มขึ้นเพื่อแก้ปัญหาการขนส่งอวัยวะที่ต้องใช้เวลาเร่งด่วน โดยเฉพาะหัวใจที่ต้องขนส่งภายใน 4-6 ชั่วโมงเพื่อให้ผู้รับมีโอกาสรอดชีวิตสูงสุด โครงการนี้ไม่เพียงช่วยชีวิตผู้ป่วย แต่ยังส่งเสริมการบริจาคอวัยวะในสังคมไทยให้เพิ่มขึ้น ในปีที่ผ่านมา มีผู้บริจาคอวัยวะเพิ่มขึ้นกว่า 20% จากการรณรงค์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

  • ประโยชน์ของการบริจาคอวัยวะ: ช่วยชีวิตผู้ป่วยหลายรายจากอวัยวะชิ้นเดียว
  • ความสำคัญของเวลา: หัวใจต้องขนส่งภายใน 6 ชั่วโมงเพื่อรักษาคุณภาพ
  • บทบาทของผู้นำ: การที่นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อสังคม

นอกจากนี้ ภารกิจ “หัวใจติดปีก” ยังเป็นตัวอย่างของการใช้เทคโนโลยีและเครื่องบินส่วนตัวในการช่วยเหลือ โดยทีมแพทย์จากโรงพยาบาลชั้นนำอย่างจุฬาลงกรณ์ได้ร่วมปฏิบัติการอย่างมืออาชีพ เพื่อให้อวัยวะถึงผู้รับที่กรุงเทพฯ อย่างปลอดภัย

ทีมแพทย์ในภารกิจหัวใจติดปีก

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงสร้างความประทับใจให้กับประชาชน แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนตระหนักถึงคุณค่าของการบริจาคอวัยวะ ในฐานะที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO และบล็อก เรามองว่าภารกิจ “หัวใจติดปีก” ครั้งแรกหลังเป็นนายกฯ “อนุทิน” บินด่วน จ.เลย รับอวัยวะผู้บริจาค เป็นตัวอย่างที่ดีของผู้นำที่ไม่ละเลยหน้าที่ช่วยเหลือสังคม แม้ในช่วงเวลาที่ยุ่งเหยิงทางการเมือง หากคุณสนใจการบริจาคอวัยวะ สามารถลงทะเบียนได้ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยชีวิตผู้อื่น

ที่มา – “หัวใจติดปีก” ครั้งแรกหลังเป็นนายกฯ “อนุทิน” บินด่วน จ.เลย รับอวัยวะผู้บริจาค

อนุทิน ชาญวีรกูล กับเส้นทางสู่เก้าอี้นายกฯ

อนุทิน ชาญวีรกูล หรือชื่อที่สื่อมวลชนเรียกอย่างลำลองว่าเสี่ยหนู ถือเป็นนักการเมืองที่คร่ำหวอดในแวดวงการเมืองอย่างยาวนาน ก่อนหน้าที่อนุทินจะเข้ามาทำงานการเมือง อนุทินทำงานในธุรกิจก่อสร้างของครอบครัวนั่นคือ บริษัทซิโน-ไทย แล้วเมื่อเข้ามาทำงานการเมืองอย่างจริงจัง ชื่อของอนุทินก็อยู่บนหน้าสื่ออย่างต่อเนื่องอยู่เสมอ

บนเส้นทางการเมืองของอนุทิน ชาญวีรกูลในวัยเฉียด 59 ปี จะเห็นได้ว่า เขาเคยมีตำแหน่งทางการเมืองสำคัญๆ มาแล้วในหลายรัฐบาลในหลากหลายกลุ่มการเมือง เริ่มตั้งแต่ปี 2539 อนุทินเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของประจวบ ไชยสาส์น ในรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ต่อด้วยในช่วงปลายอันรุ่งเรืองของพรรคไทยรักไทย อนุทินได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในรัฐบาลทักษิณ

จนกระทั่งปี 2549 ได้เกิดมรสุมการเมือง จากการทำรัฐประหารโดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ได้มีการแต่งตั้งคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ จนเกิดเป็นคำวินิจฉัยคดียุบพรรคการเมือง ส่งผลให้อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย จำนวน 111 คน หรือที่เรียกกันว่าบ้านเลขที่ 111 ทำให้อนุทินถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเขาเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 

หลังพ้นโทษแบนทางการเมือง อนุทินได้สมัครเข้ามาเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ที่ในขณะนั้นมีหัวหน้าพรรคคือชวรัตน์ ชาญวีรกูล ผู้เป็นบิดาที่ย้ายมาจากพรรคพลังประชาชนร่วมกับกลุ่มเพื่อนเนวิน ก่อนที่อนุทินจะก้าวมาเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2555

อนุทินหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย
อนุทินหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

ทั้งนี้ แนวทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทยถือได้ว่านี่คือพรรคการเมืองขนาดกลางที่มีทักษะในการต่อรองสูง และพร้อมร่วมรัฐบาลได้หลายสมการการเมืองขึ้นอยู่กับบริบทและช่วงเวลา

ในการทำงานในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย อนุทิน ชาญวีรกูลได้เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ และสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อเป็นสมัยที่ 2 โดยเขาได้รับแต่งตั้งเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

อย่างไรก็ตาม การทำงานของอนุทินในฐานะรมว.สาธารณสุข เขาได้ถูกวิจารณ์ในด้านการทำงานอย่างหนักในช่วงของการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19

เมื่อปี่กลองแห่งการเลือกตั้งกลับมาอีกครั้ง โดยในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2566 อนุทินในฐานะบัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 ของพรรคภูมิใจไทย หลังการเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทยได้เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย โดยที่ตัวของอนุทินได้รับการแต่งตั้งเป็นรองนายกรัฐมนตรี และควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

การทำงานในกระทรวงมหาดไทยของอนุทิน เขาได้กล่าววาทะที่กลายเป็นที่พูดถึงในสังคมว่า “ผมเป็นคนทำงานวันนี้ สั่งงานวันนี้ ต้องเสร็จเมื่อวาน เพราะงั้นก็ขอให้ทุกคนได้มีความมั่นใจ” ซึ่งประโยคนี้เป็นสิ่งที่คนทำงานจำนวนมากเคยเจอ จากเหตุการณ์ที่ลูกค้า-เอเจนซี-หัวหน้างาน ที่สั่งงานอย่างเร่งด่วนจนคนทำงานไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้ทันท่วงที เพราะกระชั้นชิดเหลือเกิน 

อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในการประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้าน
อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในการประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้าน

เพียงแต่สถานการณ์ทางการเมืองระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทยเกิดความระหองระแหง ซึ่งทางพรรคเพื่อไทยต้องการเก้าอี้กระทรวงมหาดไทยที่ดูแลโดยอนุทินกลับมาอยู่ภายใต้การดูแลของพรรคเพื่อไทยอีกครั้งหนึ่ง นั่นจึงทำให้อนุทินตัดสินใจถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย แล้วย้ายลงมานั่งในฝั่งพรรคร่วมฝ่ายค้าน ร่วมกับพรรคประชาชน

อย่างไรก็ดี สถานการณ์ทางการเมืองยังคงร้อนระอุ ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จากกรณีต้นทางที่มาจากคลิปเสียงระหว่างแพทองธารกับสมเด็จอัครมหาเสนาบดี เดโช ฮุน เซน ส่งผลให้การเมืองไทยเข้าสู่สภาวะชิงไหวชิงพริบ ทำให้พรรคประชาชนเป็นคีย์แมนหลักในการเลือกว่าจะเลือกสนับสนุนพรรคใดเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงหลังการพ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พรรคภูมิใจไทยนำโดยอนุทิน ชาญวีรกูลได้เข้ามาเจรจากับพรรคประชาชน ขณะที่พรรคเพื่อไทยใช้เวลาอีกหลายวันหลังจากนั้นกว่าที่จะเข้าไปเจรจากับพรรคประชาชน 

อนุทินแถลงที่รัฐสภา พร้อมทำตาม TOR ทุกข้อของพรรคประชาชน
อนุทินแถลงที่รัฐสภา พร้อมทำตาม TOR ทุกข้อของพรรคประชาชน

ในท้ายที่สุดในช่วงเช้าของวันที่ 3 กันยายน พรรคประชาชนประกาศสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยและเสนอชื่ออนุทินเป็นนายกฯ พรรคประชาชนได้เสนอให้รัฐบาลชุดใหม่ที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลภายใต้เงื่อนไขยุบสภาภายใน 4 เดือนและเดินหน้าปฏิรูปรัฐธรรมนูญ 

หลังจากได้รับการสนับสนุนจากพรรคประชาชน อนุทินได้กล่าวดีใจที่พรรคประชาชนจะโหวตสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนพรรคเพื่อไทยส่งสัญญาณว่า อาจยุบสภาเลือกตั้งใหม่ 

นอกเหนือจากชีวิตการเมืองแล้ว ภาพจำอีกภาพหนึ่งของอนุทิน ชาญวีรกูลก็คือ การเป็นนักขับเครื่องบิน อนุทินเล่าว่า เรื่องการได้พบกับความชอบในการขับเครื่องบิน เกิดขึ้นในช่วง 5 ปีแห่งการถูกเว้นวรรคทางการเมือง ที่ทำให้อนุทินมีโอกาสใช้เวลาพบปะเพื่อนฝูงมากขึ้น โดยวันหนึ่งได้ไปพักผ่อนที่เขาใหญ่ ที่เดินทางด้วยรถยนต์ได้ แต่มีเพื่อนคนหนึ่งขับเครื่องบินส่วนตัวมาเอง นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ เกิดคำถามว่า รถหรูก็มีแล้ว ทำไมเสี่ยหนูจะขับเครื่องบินเองไม่ได้บ้าง จึงเริ่มเรียน ทดสอบ ฝึกบินในวัย 45 ปี และเป็นเจ้าของเครื่องบินส่วนตัวเองได้ในที่สุด

ตามที่อนุทินแจ้งเอาไว้กับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ในปี 2566 อนุทินได้แจ้งว่าเขามีเครื่องบินทั้งสิ้น 3 ลำ ได้แก่ 

  • Cirrus SR22T ราคาประมาณ 22 ล้านบาท
  • Embraer Legacy 600 ราคาประมาณ 534 ล้านบาท
  • Daher-Socata TBM 930 ราคาประมาณ 139 ล้านบาท

เส้นทางการบินของอนุทินขับมาแล้วทั้งไกลและใกล้ โดยมีหนึ่งในภารกิจที่น่าสนใจไม่น้อยนั่นคือ “หัวใจติดปีก” ซึ่งเป็นการรับส่งหัวใจให้แก่ผู้ที่รอเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ

อนุทินกับภารกิจ “หัวใจติดปีก”
อนุทินกับภารกิจ “หัวใจติดปีก”

อนุทินเล่าว่า ภารกิจหัวใจติดปีก เริ่มต้นจากการที่ชักชวนจากเพื่อนที่รู้จักผ่านการอบรมหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงสถาบันวิทยาการตลาดทุน (วตท.) รุ่นที่ 9 ในช่วงปี 2553 หลังการทดลองขับเลยเกิดความหลงใหลจึงตัดสินใจซื้อเครื่องบินส่วนตัวเพื่อใช้เดินทางในชีวิตประจำวันและธุรกิจเช่าเหมาลำ 

อนุทินเล่าต่อไปว่าวันหนึ่งได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนที่เป็นหมอทางด้านศัลยศาสตร์ทรวงอกและหัวใจโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ว่า ต้องไปรับหัวใจจากคนไข้ที่สมองตายแต่หัวใจยังไม่หยุดเต้นเพื่อนำไปช่วยเหลือต่อลมหายใจผู้ป่วยอีกคนโดยใช้เวลาไม่เกิน 6 ชั่วโมง อนุทินจึงรีบตอบรับโดยสัญชาตญาณและเกิดภารกิจ “หัวใจดวงแรก” ที่รับ-ส่งหัวใจครั้งแรกสำเร็จ

ทางด้านชีวิตส่วนตัวของอนุทิน ชาญวีรกูล บนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของพรรคภูมิใจไทย ระบุว่า อนุทินเป็นคนหนึ่งที่หลงใหลในเสียงดนตรี มีฝีไม้ลายมือในด้านการเล่นเปียโน และอิเล็กโทนเป็นพิเศษ

อนุทิน ชาญวีรกูล จากรันเวย์สู่เวทีการเมือง ชีวิตนักบินสมัครเล่นกับความฝันสู่เก้าอี้นายกฯ

ชีวิตที่น่าสนใจของ อนุทิน ชาญวีรกูล

จากนักธุรกิจสู่รัฐมนตรี และนักบินสมัครเล่น สู่ความฝันในตำแหน่งสูงสุดทางการเมือง อนุทิน ชาญวีรกูล ถือเป็นบุคคลที่น่าจับตามองในแวดวงการเมืองไทย

ที่มา – อนุทิน ชาญวีรกูล จากรันเวย์สู่เวทีการเมือง ชีวิตนักบินสมัครเล่นกับความฝันสู่เก้าอี้นายกฯ

Scroll to top