อากาศหนาว

ไทยตอนบนและใต้ตอนบนอุ่นขึ้นแต่ยังเย็น ยอดดอยหนาวจัด

กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศฉบับที่ 8 เรื่อง “อากาศหนาวเย็น” ที่ส่งผลกระทบช่วงวันที่ 30 พฤศจิกายน – 1 ธันวาคมนี้ โดย ไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบน จะมีอุณหภูมิสูงขึ้น แต่ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาว ส่วนบริเวณยอดดอยจะมีอุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 5-10 องศาเซลเซียส

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเรื่อง พายุ “โคโตะ” และอากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบนฉบับที่ 8 ซึ่งมีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายนถึง 1 ธันวาคม 2568

ประกาศระบุว่า เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 พายุโซนร้อนกำลังแรง “โคโตะ” (KOTO) อยู่บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 13.8 องศาเหนือ ลองจิจูด 112.4 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 93 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศเหนือค่อนทางทิศตะวันออกเล็กน้อยอย่างช้าๆ ในขณะที่บริเวณความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นปกคลุมประเทศเวียดนามและทะเลจีนใต้ตอนบน คาดว่าพายุจะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนาม โดยพายุนี้จะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย

สำหรับไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบน จะมีอุณหภูมิสูงขึ้นกับมีหมอกในตอนเช้า แต่ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวสำหรับบริเวณยอดดอยและยอดภู โดยยอดดอยจะมีอุณหภูมิต่ำสุด 5-10 องศาเซลเซียส และยอดภูมีอุณหภูมิต่ำสุด 7-11 องศาเซลเซียส

เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบนมีกำลังอ่อนลง ขอให้ประชาชนบริเวณไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบน ดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง รวมถึงให้ระวังอันตรายจากอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศแห้ง เกษตรกรควรระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรด้วย

ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและห่างฝั่งของทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังปานกลางพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบน อุณหภูมิสูงขึ้นแต่ยังมีอากาศเย็น ยอดดอยหนาวจัด

อากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเช่นนี้ อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ง่าย โดยเฉพาะผู้สูงอายุและเด็กเล็ก ควรดูแลสุขภาพให้แข็งแรง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยจากสภาพอากาศที่แปรปรวน

ทำไมอากาศถึงเปลี่ยนแปลงบ่อยใน ไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบน?

ปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงบ่อยใน ไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบน เกิดจากหลายปัจจัย หนึ่งในนั้นคือการเปลี่ยนแปลงของมวลอากาศเย็นที่แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ซึ่งเมื่อมวลอากาศเย็นอ่อนกำลังลง อุณหภูมิก็จะสูงขึ้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ สภาพภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูงในบริเวณไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบน ก็มีส่วนทำให้เกิดความแตกต่างของอุณหภูมิในแต่ละพื้นที่ด้วย

การเตรียมตัวรับมือกับอากาศที่เปลี่ยนแปลงใน ไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบน

  • ดูแลสุขภาพ: รักษาร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ โดยเฉพาะในช่วงเช้าและเย็น
  • เตรียมเสื้อผ้าให้พร้อม: เตรียมเสื้อผ้าที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสภาพอากาศ ทั้งเสื้อกันหนาวและเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี
  • ติดตามข่าวสาร: ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่อาจเกิดขึ้น

การเข้าใจถึงสาเหตุและการเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงใน ไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบน เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราสามารถดูแลสุขภาพและดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุข ท่ามกลางสภาพอากาศที่แปรปรวน

ที่มา – ไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบน อุณหภูมิสูงขึ้นแต่ยังมีอากาศเย็น ยอดดอยหนาวจัด 5–10 องศา

อุตุฯ เผย: 29-30 พ.ย. ไทยตอนบนยังเย็นถึงหนาว

กรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 7 ประกาศเตือนว่าในช่วงวันที่ 29–30 พฤศจิกายน 2568 ประเทศไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบนยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวเย็นต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณยอดดอยและยอดภูที่จะมีอุณหภูมิต่ำสุดถึง 5-11 องศาเซลเซียส สภาพอากาศเช่นนี้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและชีวิตประจำวันของประชาชน ดังนั้นการเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

อุตุฯ เผย: 29-30 พ.ย. ไทยตอนบนยังเย็นถึงหนาว

ประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาฉบับนี้เน้นย้ำถึงสถานการณ์อากาศหนาวเย็นที่จะยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบน ซึ่งรวมถึงภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประชาชนในพื้นที่เหล่านี้ควรให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ การสวมใส่เสื้อผ้าที่อบอุ่น การดื่มน้ำอุ่น และการพักผ่อนให้เพียงพอเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติเพื่อป้องกันการเจ็บป่วยจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น

พายุ “โคโตะ” ไม่กระทบไทย แต่เหนือ-ใต้ยังหนาว

นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยายังได้รายงานถึงพายุโซนร้อนกำลังแรง “โคโตะ” ในทะเลจีนใต้ ซึ่งคาดว่าจะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนาม และไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทยโดยตรง อย่างไรก็ตาม สภาพอากาศหนาวเย็นยังคงเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเช้าที่จะมีหมอกลงหนาจัด ประชาชนควรใช้ความระมัดระวังในการเดินทางและหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งในบริเวณที่มีหมอกหนา เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น

สำหรับเกษตรกรในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ควรเตรียมมาตรการป้องกันความเสียหายต่อพืชผลทางการเกษตรจากสภาพอากาศหนาวเย็น เช่น การคลุมดิน การให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ และการใช้สารป้องกันความเสียหายจากความเย็นจัด

ในส่วนของภาคใต้ตอนบน กรมอุตุนิยมวิทยายังคงเตือนถึงคลื่นลมแรงในบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันตอนบน โดยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร และอาจสูงมากกว่า 2 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เพื่อความปลอดภัย

สรุปได้ว่าในช่วงวันที่ 29-30 พฤศจิกายน 2568 ประเทศไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบนยังคงต้องเผชิญกับสภาพอากาศเย็นถึงหนาวเย็น ประชาชนควรติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เพื่อความปลอดภัยและสุขภาพที่ดีของตนเองและครอบครัว

การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ การเตรียมตัวรับมือและปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงจึงเป็นสิ่งสำคัญ การติดตามข่าวสารและข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด จะช่วยให้เราสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ท้าทายเหล่านี้ไปได้อย่างปลอดภัย

อุตุฯ เผย: 29-30 พ.ย. ไทยตอนบนยังเย็นถึงหนาว จึงเป็นช่วงเวลาที่ต้องใส่ใจดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ รวมถึงการเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการเกษตรและการเดินเรือด้วย

ที่มา – อุตุฯ ฉบับ 7 เผยช่วง 29–30 พ.ย. 68 ไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบนยังเย็นถึงหนาว

หนาวจริง! น้ำหนาว เพชรบูรณ์ แม่คะนิ้งโผล่หลายที่

สมศักดิ์ศรีฤดูหนาว น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ อุณหภูมิติดลบ เกิดแม่คะนิ้งหลายพื้นที่ น้ำค้างแข็งเกาะบนกองฟาง หลังคารถ อากาศหนาวเย็นจัดส่งท้ายปีมาเยือนแล้ว! เตรียมตัวสัมผัสลมหนาวและชมความงามของแม่คะนิ้งกันได้เลย

วันที่ 29 พ.ย. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Pui Surachai” โพสต์ข้อความระบุว่า “-0.8°เกิดแม่คะนิ้ง บ.ห้วยหญ้าเครือ อ.น้ำหนาว” พร้อมภาพตัวเลขวัดอุณหภูมิในช่วงเวลา 04.35 น. – 06.25 น. ของเช้าวันนี้ (29 พ.ย.) ที่อุณหภูมิติดลบ -0.19 องศาเซลเซียส ถึง -0.30 องศาเซลเซียส นอกจากนั้นยังได้โพสต์ภาพและคลิปวิดีโอเกล็ดน้ำแข็งเกาะอยู่บนหลังคารถ และภาพแม่คะนิ้งเกาะอยู่ตามในเมเปิ้ล รวมทั้งน้ำในลำคลองที่มีไอพวยพุ่งขึ้นมาคล้ายเมืองหนาว

ต่อมาผู้สื่อข่าวติดต่อไปยังเจ้าของเฟซบุ๊กรายดังกล่าวทราบชื่อคือ นายสุรชัย เทวสุคล ชาวบ้านบ้านห้วยหญ้าเครือ หมู่ 1 ต.น้ำหนาว อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า ปีนี้อากาศหนาวมาเร็ว และหนาวมากกว่าทุกปี ซึ่งปีที่แล้วแม่คะนิ้งจะเกิดในช่วงกลางเดือนมกราคมอุณหภูมิต่ำสุด -0.5 องศาเซลเซียส แต่ในปีนี้หนาวเร็วมากและอุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็ว โดยวานนี้ (28 พ.ย.) ในช่วงเช้าจะอยู่ที่ประมาณ 4 องศาเซลเซียส แต่ในเช้านี้ลดลงมาเหลือต่ำสุด -0.19 องศา และเชื่อว่าในวันต่อๆ ไปอุณหภูมิต้องลดต่ำลงกว่านี้อย่างแน่นอน

สำหรับพื้นที่ที่ตนอยู่คือบ้านห้วยหญ้าเครือจะเป็นหมู่บ้านที่อยู่ในร่องอากาศหนาว จึงทำให้มีอากาศหนาวจัด ปลูกพืชผักไม่ค่อยได้ผล ตนจึงปลูกไม้เมืองหนาวไว้ขายไม่ว่าจะเป็นต้นเมเปิ้ล ซึ่งปีนี้ใบกำลังเปลี่ยนเป็นสีแดงอย่างสวยงาม รวมทั้งสนเมืองหนาวก็แตกใบอย่างสวยงามเช่นเดียวกัน

ด้าน น.ส.ดวงพร ทันพรมมา ชาวบ้านบ้านห้วยหญ้าเครือ เปิดเผยว่า ที่บ้านของตนเองก็เกิดแม่คะนิ้ง เกาะอยู่ตามกองฟางและสนามหน้าบ้าน โดยเมื่อวานก็ได้เกิดแม่คะนิ้งตั้งแต่ช่วงเวลา 05.30 น. วันนี้ก็เช่นเดียวกัน หลังจากที่ตนได้โพสต์ลงในเฟซบุ๊กวันนี้ก็ได้มีนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งที่ทราบข่าวได้เดินทางมาดูและถ่ายรูปเป็นที่ระลึก รวมทั้งได้มีเจ้าหน้าที่ปกครองอำเภอน้ำหนาวเดินทางมาตรวจสอบ เพื่อเตรียมความพร้อมเรื่องสถานที่จอดรถ รวมถึงการจัดจราจรไว้สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจจะมาดูแม่คะนิ้ง หากท่านใดสนใจสามารถสอบถามรายละเอียดจากท่านกำนัน ต.น้ำหนาว เบอร์โทรศัพท์ 0927430415 เพื่อให้คำแนะนำเส้นทางและอำนวยความสะดวก

สำหรับใครที่อยากสัมผัสอากาศหนาวและชม สมศักดิ์ศรีฤดูหนาว น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ อุณหภูมิติดลบ เกิดแม่คะนิ้งหลายพื้นที่ ตอนนี้ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ไปพักผ่อนและดื่มด่ำกับธรรมชาติที่สวยงามของน้ำหนาว อย่าลืมเตรียมเสื้อกันหนาวให้พร้อมนะคะ

สมศักดิ์ศรีฤดูหนาว น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ อุณหภูมิติดลบ เกิดแม่คะนิ้งหลายพื้นที่

ทำไมต้องไป น้ำหนาว เพชรบูรณ์ ช่วงนี้?

  • สัมผัสอากาศหนาวเย็นสุดขั้ว
  • ชมความงามของแม่คะนิ้ง
  • ชมใบเมเปิ้ลเปลี่ยนสี
  • พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ
  • สมศักดิ์ศรีฤดูหนาว น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ อุณหภูมิติดลบ เกิดแม่คะนิ้งหลายพื้นที่ คือปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่หาชมได้ยาก

เตรียมตัวพบกับ สมศักดิ์ศรีฤดูหนาว น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ อุณหภูมิติดลบ เกิดแม่คะนิ้งหลายพื้นที่ ที่จะสร้างความประทับใจให้คุณอย่างแน่นอน! อย่าลืมแวะไปอุดหนุนสินค้าจากชาวบ้านในพื้นที่เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนด้วยนะคะ

ที่มา – สมศักดิ์ศรีฤดูหนาว น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ อุณหภูมิติดลบ เกิดแม่คะนิ้งหลายพื้นที่

อุตุฯ เตือน! ภาคใต้ฝนตกหนัก 22-23 พ.ย. 68

กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศฉบับที่ 16 เตือน! ภาคใต้เจอฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วง 22-23 พ.ย. 68 ขณะที่ประเทศไทยตอนบนอากาศเย็นลง ระวังอันตรายจากอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศแห้ง

อุตุฯ เตือน ภาคใต้ฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วง 22-23 พ.ย. 68

ประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 22-23 พฤศจิกายน 2568 ภาคใต้ตอนล่างจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณทะเลอันดามันตอนล่างและประเทศมาเลเซีย ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยตอนบน ภาคใต้ตอนบน และทะเลอันดามันตอนบนยังมีกำลังค่อนข้างแรง

ประชาชนในภาคใต้ตอนล่างควรระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม นอกจากนี้ ประชาชนในภาคใต้ฝั่งตะวันออกควรระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง

ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและห่างฝั่งของทะเลอันดามันมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยและห่างฝั่งของทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 23 พ.ย. 68

จังหวัดที่ต้องระวัง ฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วง 22-23 พ.ย. 68

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักมาก:

22 พฤศจิกายน 2568:

  • พัทลุง
  • สงขลา
  • ปัตตานี
  • ยะลา
  • นราธิวาส

23 พฤศจิกายน 2568:

  • พัทลุง
  • สงขลา
  • ปัตตานี
  • ยะลา

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก:

22 พฤศจิกายน 2568:

  • นครศรีธรรมราช
  • ภูเก็ต
  • กระบี่
  • ตรัง
  • สตูล

23 พฤศจิกายน 2568:

  • นครศรีธรรมราช
  • นราธิวาส
  • ภูเก็ต
  • กระบี่
  • ตรัง
  • สตูล

สำหรับภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาว ส่วนภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออกมีอากาศเย็นในตอนเช้า บริเวณยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น รวมถึงให้ระวังอันตรายจากอัคคีภัยที่อาจจะเกิดขึ้นจากสภาพอากาศแห้ง

เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบน หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 23 – 25 พ.ย. 68 ประเทศไทยตอนบนจะเริ่มมีอุณหภูมิสูงขึ้น กับมีหมอกในตอนเช้าแต่ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอให้ประชาชนระมัดระวังการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วย

ประชาชนควรติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

จากประกาศเตือนเรื่อง ภาคใต้ฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วง 22-23 พ.ย. 68 นี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของตนเองและทรัพย์สิน

ที่มา – อุตุฯ ฉบับ 16 เช็กจังหวัดภาคใต้เจอฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วง 22-23 พ.ย. 68

เตรียมรับลมหนาว 19-20 พ.ย.นี้! กทม.อุณหภูมิลด

เตรียมตัวให้พร้อม! กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือน ฉบับที่ 7 ประเทศไทยตอนบนยังมีอากาศแปรปรวน ก่อนที่ภาคอีสานอุณหภูมิจะลดฮวบ 5-7 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลางรวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เตรียมเตรียมรับลมหนาว อุณหภูมิจะลดลง 2-5 องศาเซลเซียสในช่วงวันที่ 19-20 พฤศจิกายนนี้

เตรียมรับลมหนาว ช่วง 19 – 20 พ.ย. ภาคกลางรวม กทม. อุณหภูมิจะลดลง 2-5 องศาฯ

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเรื่อง อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบน ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย ฉบับที่ 7 โดยระบุว่าในช่วงวันที่ 18-23 พฤศจิกายน 2568 ประเทศไทยตอนบนยังคงมีอากาศแปรปรวน มีฝนบางพื้นที่ในระยะแรก หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 19 – 20 พฤศจิกายน 2568 อุณหภูมิจะเริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัด

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิจะลดลงถึง 5-7 องศาเซลเซียส ภาคเหนืออุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 2-5 องศาเซลเซียส ดังนั้นอย่าลืมเตรียมรับลมหนาวที่จะมาถึง!

สิ่งที่คุณต้องรู้เพื่อเตรียมรับลมหนาว

  • ดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ
  • เตรียมเสื้อผ้ากันหนาวให้พร้อม
  • ระวังอันตรายจากอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศแห้งและลมแรง
  • เกษตรกรควรเตรียมการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร

เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

สำหรับทางภาคใต้ จะมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ในช่วงวันที่ 18-23 พฤศจิกายน 2568 เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังค่อนข้างแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ดังนั้นทางภาคใต้จึงควรระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม รวมทั้งประชาชนในภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยและห่างฝั่งของทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 19-23 พ.ย. 68

อย่าลืมติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อเตรียมตัวเตรียมรับลมหนาวที่กำลังจะมาถึง

สรุปแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง เตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เท่านี้เราก็จะสามารถผ่านพ้นช่วงเปลี่ยนฤดูนี้ไปได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย

เตรียมตัวให้พร้อม! ฤดูหนาวกำลังจะมาถึง อย่าลืมดูแลสุขภาพและเตรียมเสื้อผ้ากันหนาวให้พร้อมนะครับ

ที่มา – เตรียมรับลมหนาว ช่วง 19 – 20 พ.ย. ภาคกลางรวม กทม. อุณหภูมิจะลดลง 2-5 องศาฯ

เตือน! 5 จังหวัดฝนฟ้าคะนอง อากาศเย็นถึงหนาว

เตรียมรับมือ! กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนฉบับที่ 3 เรื่อง 5 จังหวัดฝนฟ้าคะนอง อากาศเย็นถึงหนาว ที่กำลังจะมาถึง พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิที่ลดลงอย่างรวดเร็ว

5 จังหวัดฝนฟ้าคะนอง อากาศเย็นถึงหนาว: เตรียมพร้อมรับมือ!

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเตือนเรื่อง “อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบน ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย” ฉบับที่ 3 โดยใจความสำคัญอยู่ที่ช่วงวันที่ 17 – 23 พฤศจิกายน 2568 ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศแปรปรวน และมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองในบางพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะแรกที่จะเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครอบคลุมจังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ และนครราชสีมา ก่อนที่ผลกระทบจะขยายไปยังภาคอื่นๆ ในเวลาต่อมา

สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ หลังจากช่วงฝนฟ้าคะนอง อุณหภูมิจะลดลงอย่างฮวบฮาบ ทำให้เกิดสภาพอากาศเย็นถึงหนาวและลมแรง โดยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิจะลดลงถึง 4-7 องศาเซลเซียส ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง (รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล) และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส

จังหวัดไหนบ้างที่ต้องระวัง 5 จังหวัดฝนฟ้าคะนอง อากาศเย็นถึงหนาว

ตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในระยะแรกคือ:

  • อุบลราชธานี
  • ศรีสะเกษ
  • สุรินทร์
  • บุรีรัมย์
  • นครราชสีมา

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ขอให้ประชาชนในทุกภาคส่วนของประเทศติดตามข่าวสารและประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพราะสถานการณ์อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

ข้อควรปฏิบัติเพื่อรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง:

  • ดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น
  • ระมัดระวังอันตรายจากอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศแห้งและลมแรง ตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าและแหล่งความร้อนต่างๆ ให้ปลอดภัย
  • เกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร

สถานการณ์ภาคใต้: ฝนตกหนักและคลื่นลมแรง

สำหรับภาคใต้ สถานการณ์ค่อนข้างน่าเป็นห่วงเนื่องจากจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับจะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันออกเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคใต้ ทำให้คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังค่อนข้างแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม รวมทั้งระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 19-23 พ.ย. 68

สรุปคือ ช่วงนี้ประเทศไทยมีสภาพอากาศแปรปรวนในหลายพื้นที่ ทั้งฝนฟ้าคะนอง อากาศเย็นถึงหนาว และคลื่นลมแรง ขอให้ทุกคนติดตามข่าวสารและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

ดังนั้นเตรียมตัวรับมือกับ 5 จังหวัดฝนฟ้าคะนอง อากาศเย็นถึงหนาว ที่กำลังจะมาถึง เตรียมเสื้อกันหนาวให้พร้อม และวางแผนการเดินทางให้ปลอดภัยนะทุกคน!

ที่มา – ประกาศฉบับ 3 เตือน 5 จังหวัดฝนฟ้าคะนอง ก่อนอุณหภูมิลดลง มีอากาศเย็นถึงหนาว

อุตุฯ เตือน! อากาศหนาวเย็น 17-23 พ.ย.นี้

ประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาฉบับที่ 1 เตือนเรื่อง อากาศหนาวเย็น บริเวณประเทศไทยตอนบนในช่วงวันที่ 17-23 พ.ย.นี้ โดยในช่วงแรกจะมีฝนเกิดขึ้น หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง ทำให้หลายพื้นที่จะมีอากาศหนาวเย็นถึงหนาว โดยเฉพาะภาคอีสานที่คาดว่าจะลดลงถึง 4-7 องศาเซลเซียส

วันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนเรื่อง อากาศหนาวเย็น บริเวณประเทศไทยตอนบน โดยระบุว่าในช่วงวันที่ 17-23 พฤศจิกายน 2568 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีอากาศเย็นถึงหนาวและมีลมแรง โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะลดลงมากที่สุดคือ 4-7 องศาเซลเซียส ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส

อากาศหนาวเย็น บริเวณประเทศไทยตอนบน ช่วง 17-23 พ.ย.

นอกจากเรื่องของอุณหภูมิที่ลดลงแล้ว สิ่งที่ต้องระวังคือเรื่องของสุขภาพ เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วอาจทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยได้ง่าย โดยเฉพาะผู้สูงอายุและเด็กเล็ก ควรดูแลสุขภาพให้แข็งแรงและสวมใส่เสื้อผ้าที่อบอุ่นเพียงพอ

นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยายังเตือนให้ระวังอันตรายจากอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้นได้ง่ายในช่วงที่อากาศแห้งและมีลมแรง เกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตร

สิ่งที่ต้องระวังในช่วงอากาศหนาวเย็น

  • ดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ
  • สวมใส่เสื้อผ้าที่อบอุ่นเพียงพอ
  • ระวังอันตรายจากอัคคีภัย
  • เกษตรกรควรป้องกันความเสียหายของผลผลิต

สำหรับสถานการณ์ในภาคใต้ จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับจะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันออกเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคใต้

คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2-3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย

รวมทั้งระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 19-23 พฤศจิกายน 2568

ดังนั้น เพื่อความปลอดภัย ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด โดยสามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สถานการณ์ อากาศหนาวเย็น ที่กำลังจะมาถึงนี้ เป็นสัญญาณเตือนให้เราเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป การดูแลสุขภาพให้แข็งแรง การระมัดระวังเรื่องอัคคีภัย และการติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้เราสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาดังกล่าวไปได้อย่างปลอดภัย

ที่มา – อุตุฯ ประกาศฉบับ 1 “อากาศหนาวเย็น” บริเวณประเทศไทยตอนบน ช่วง 17-23 พ.ย.

สภาพอากาศวันนี้: ไทยตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย

“กรมอุตุนิยมวิทยา” พยากรณ์สภาพอากาศวันนี้ ไทยตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย เตือน 5 จังหวัดภาคใต้ ฝนตกหนักบางแห่ง

วันที่ 27 ต.ค. 2568 เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า โดยระบุว่า ภาคใต้ตอนกลางถึงตอนล่างมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าว โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง และพังงา ระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม รวมทั้งเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีน้ำท่วมขัง เนื่องจากร่องมรสุมกำลังค่อนข้างแรงพาดผ่านภาคใต้ตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังปานกลางพัดปกคลุมอ่าวไทยตอนบน ภาคใต้ตอนบน และทะเลอันดามันตอนบน ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบนและห่างฝั่งของทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อ่าวไทยตอนล่างและทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

สำหรับประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย แต่ยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้าบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่งเกิดขึ้นได้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังอ่อนที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบน โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศวันนี้ที่เปลี่ยนแปลงในระยะนี้ไว้ด้วย

สภาพอากาศวันนี้ ไทยตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย

คาดการณ์สภาพอากาศวันนี้แต่ละภาค

  • ภาคเหนือ

อากาศเย็นในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อย โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง

อุณหภูมิต่ำสุด 19-23 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส

บริเวณยอดดอยอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9-15 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

อากาศเย็นในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อย โดยมีฝนร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดยโสธร อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส

บริเวณยอดภูอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 13-16 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

  • ภาคกลาง

เมฆเป็นส่วนมาก และอุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อย โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง

อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

  • ภาคตะวันออก

มีเมฆเป็นส่วนมาก และอุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อย โดยมีฝนร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสระแก้ว ระยอง จันทบุรี และตราด

อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช

อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมา : ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป : ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต

อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดพังงาขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตลงไป : ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

  • กรุงเทพและปริมณฑล

เมฆเป็นส่วนมาก และอุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อย โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง

อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

จากสภาพอากาศวันนี้ที่แปรปรวน อย่าลืมดูแลสุขภาพ สวมใส่เสื้อผ้าที่อบอุ่น และพกร่มติดตัวเผื่อฝนตกนะคะ

ที่มา – สภาพอากาศวันนี้ ไทยตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย เตือน 5 จังหวัด ฝนตกหนักบางแห่ง

เตรียมรับลมหนาว! ไทยเข้าสู่ “ฤดูหนาว” 23 ต.ค.นี้

เตรียมเสื้อกันหนาวให้พร้อม! ประเทศไทยประกาศเข้าสู่ “ฤดูหนาว” อย่างเป็นทางการในวันที่ 23 ตุลาคมนี้แล้ว โดยกรุงเทพฯ และปริมณฑลคาดว่าจะมีอุณหภูมิต่ำสุดที่ 20 องศาเซลเซียส ส่วนบนดอยและภูเขาอาจต่ำกว่า 8 องศาเซลเซียสและมีน้ำค้างแข็งในบางพื้นที่

นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ออกมาแถลงการณ์ถึงการเข้าสู่ฤดูหนาวของปี 2568 โดยอ้างอิงข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งระบุว่าประเทศไทยตอนบนมีสภาพอากาศตรงตามเกณฑ์การเปลี่ยนฤดูกาลแล้ว

เกณฑ์ดังกล่าวประกอบด้วย:

  • อุณหภูมิต่ำสุดในประเทศไทยตอนบนอยู่ในเกณฑ์อากาศหนาวเย็นเกือบทั่วไป (ต่ำกว่า 23.0 องศาเซลเซียส) อย่างต่อเนื่อง
  • ลมระดับล่างเป็นลมตะวันออกเฉียงเหนือ หรือลมตะวันออก
  • ลมระดับบนเป็นลมฝ่ายตะวันตก
  • ปริมาณและการกระจายของฝนในประเทศไทยตอนบนลดลงอย่างต่อเนื่อง

อากาศจะเริ่มเย็นลงตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม และ “ฤดูหนาว” จะหนาวเย็นขึ้นตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม 2568 ไปจนถึงประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569

“ฤดูหนาว” มาแล้ว! เตรียมรับมืออากาศเปลี่ยนแปลง

สำหรับลักษณะอากาศโดยทั่วไปของฤดูหนาวปีนี้ คาดว่าอุณหภูมิเฉลี่ยจะอยู่ที่ 21-25 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงกว่าค่าปกติประมาณ 1 องศาเซลเซียส แต่จะมีโอกาสสัมผัสอากาศหนาวเย็นใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในช่วงเดือนธันวาคม 2568 ถึง มกราคม 2569 บริเวณยอดดอย ยอดภู และเทือกเขา จะมีอุณหภูมิต่ำกว่า 8 องศาเซลเซียส และอาจเกิดน้ำค้างแข็งได้ในบริเวณต่างๆ เช่น ดอยอินทนนท์ ดอยอ่างขาง ดอยผ้าห่มปก จังหวัดเชียงใหม่ หรือ ภูเรือ จังหวัดเลย

ข้อควรระวังในช่วง “ฤดูหนาว”

เมื่อประเทศไทยเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเป็นทางการ สิ่งที่ต้องระวังคือภาคใต้ยังคงมีฝนตกชุกต่อเนื่องในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม โดยเฉพาะฝั่งตะวันออกของภาคใต้ ประชาชนในพื้นที่ควรเฝ้าระวังฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และพายุหมุนเขตร้อนที่อาจเกิดขึ้นได้

ในส่วนของกรุงเทพฯ และปริมณฑล คาดว่าจะมีอุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 20 องศาเซลเซียส ถือว่าเป็นอากาศที่เย็นสบาย เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวและทำกิจกรรมกลางแจ้ง แต่ในช่วงปลายเดือนนี้ ประเทศไทยตอนบนก็ยังคงมีโอกาสเกิดฝนตกได้ในบางพื้นที่ ดังนั้นจึงควรเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

สำหรับใครที่กำลังวางแผนเที่ยวในช่วง “ฤดูหนาว” นี้ อย่าลืมตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง และเตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับสภาพอากาศด้วยนะครับ การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยให้คุณสนุกกับการท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวได้อย่างเต็มที่

ประเทศไทยเข้าสู่ “ฤดูหนาว” แล้ว อย่าลืมดูแลสุขภาพให้ดีและเตรียมพร้อมรับมือกับอากาศที่เปลี่ยนแปลง เพื่อให้คุณได้เพลิดเพลินกับช่วงเวลาแห่งความสุขในฤดูหนาวอย่างเต็มที่

ที่มา – ไทยเข้าสู่ “ฤดูหนาว” อย่างเป็นทางการ 23 ต.ค.นี้ กรุงเทพฯ ต่ำสุด 20 องศาฯ

Scroll to top