อามินทร์ มะยูโซ๊ะ

“ธรรมนัส” ส่งทีมขนของออกจากกระทรวงเกษตร

สวัสดีครับชาวข่าวการเมืองทุกท่าน วันนี้เรามีเรื่องราวที่น่าสนใจในวงการบ้านเมืองมาอัพเดทกัน “ธรรมนัส” ส่งทีมงานขนของใช้ส่วนตัว ออกจากห้องทำงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นข่าวใหญ่ที่หลายคนจับตา เพราะเป็นสัญญาณชัดเจนของการเปลี่ยนผ่านอำนาจในรัฐบาลใหม่ รัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 ที่กำลังจะเข้ามาครับ

“ธรรมนัส” ส่งทีมงานขนของใช้ส่วนตัว ออกจากห้องทำงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

วันที่ 21 มีนาคม 2569 ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้ทีมงานของตนเริ่มดำเนินการขนย้ายของใช้ส่วนตัวออกจากห้องทำงานที่กระทรวงทันที ไม่ใช่แค่ท่านธรรมนัสคนเดียว แต่รวมถึงนายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ และนายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ สองรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วย เพื่อเปิดทางให้รัฐมนตรีคนใหม่จากพรรคภูมิใจไทยเข้ามารับตำแหน่ง

รถบรรทุกขนของที่กระทรวงเกษตร

บรรยากาศหน้าห้องทำงานกระทรวงเกษตรคึกคักตั้งแต่เช้า มีรถบรรทุกและรถกระบะจากบริษัทขนส่งจอดรอรับงานถึง 6 คัน พนักงานขนย้ายค่อยๆ ลากของลงมาเรื่อยๆ ตั้งแต่โต๊ะ เก้าอี้ ไปจนถึงของใช้ส่วนตัวต่างๆ เรียกได้ว่าเคลียร์ให้หมดจด เพื่อไม่ให้กระทบการทำงานของเจ้าของใหม่

ทีมงานกำลังขนของ

รายละเอียดการขนย้ายและการทำความสะอาด

นอกจากการขนของแล้ว ยังมีเจ้าหน้าที่กระทรวงเร่งทำความสะอาดพื้นที่ทั้งภายในและภายนอกอาคาร ห้องทำงานทุกห้องถูกเช็ดถู ไล่ฝุ่น ปรับปรุงให้พร้อมใช้งานทันที ภาพรวมคือทุกอย่างดูเรียบร้อยและเป็นมืออาชีพมาก

  • รถบรรทุกและกระบะ 6 คันจอดรอ
  • ทีมงานเริ่มขนตั้งแต่เช้า
  • ทำความสะอาดห้องทำงาน รอบกระทรวง
  • เตรียมรับรัฐมนตรีใหม่จากรัฐบาลอนุทิน
การทำความสะอาดกระทรวง
ภาพเพิ่มเติมการขนย้าย

เหตุการณ์ “ธรรมนัส” ส่งทีมงานขนของใช้ส่วนตัว ออกจากห้องทำงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นี้ สะท้อนถึงความรวดเร็วในการเปลี่ยนผ่านของระบบราชการไทย หลังจากการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ พรรคภูมิใจไทยที่ได้คะแนนนำ ได้รับกระทรวงเกษตรฯ มาดูแล ซึ่งเป็นกระทรวงสำคัญเพราะเกษตรกรไทยกว่า 30% ของประชากรอาศัยรายได้จากภาคเกษตร ดังนั้น การเปลี่ยนรัฐมนตรีจึงต้องรวดเร็วเพื่อไม่ให้งานคั่งค้าง

ในมุมมองส่วนตัวนะครับ การเคลื่อนไหวแบบนี้แสดงให้เห็นว่านักการเมืองไทยมืออาชีพแค่ไหน ไม่ยื้อเยื้อ ไม่ติดค้าง ทำให้ระบบเดินหน้าได้ต่อเนื่อง คิดดูสิครับ ถ้าขนของช้า กระทรวงก็ล่าช้า เกษตรกรเดือดร้อนแน่ๆ

ภาพบรรยากาศกระทรวง

ผลกระทบต่อนโยบายเกษตรในอนาคต

หลังจากนี้ คาดว่ารัฐมนตรีเกษตรคนใหม่จะเข้ามานำเสนอนโยบายใหม่ๆ เช่น สนับสนุนเกษตรสมัยใหม่ ลดต้นทุนปุ๋ย ช่วยเหลือชาวนาให้มากขึ้น ซึ่งเราจะติดตามให้ฟังต่อไปครับ

ติดตามข่าวการเมืองอัพเดทแบบเป็นกันเองได้ที่บล็อกนี้เลยนะครับ อย่าลืมกดไลค์ แชร์ และสมัครรับข่าวสารเพื่อไม่พลาดทุกเหตุการณ์สำคัญ!

ที่มา – “ธรรมนัส” ส่งทีมงานขนของใช้ส่วนตัว ออกจากห้องทำงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

“ธรรมนัส” ลาอีกวัน ไม่เข้า กษ. อามินทร์ย้ำทีมพร้อม

ข่าวการเมืองไทยกำลังร้อนระอุ เมื่อ “ธรรมนัส” ลาอีกวัน ไม่เข้า กษ. สร้างความฮือฮาให้กับสื่อมวลชนและนักการเมืองทุกฝ่าย ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2567 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังคงไม่มีวี่แววว่าจะเดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ที่กระทรวงเกษตรฯ (กษ.) ล่าสุดมีรายงานว่าแจ้งลางานเพิ่มอีก 1 วัน สถานการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่ ร.อ.ธรรมนัส เดินทางกลับมาจากประเทศฟินแลนด์ ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่าการเมืองไทยกำลังจะพลิกผันอย่างไร

“ธรรมนัส” ลาอีกวัน ไม่เข้า กษ.

ช่วงบ่ายของวันดังกล่าว เวลา 14.10 น. ยังคงไร้ร่องรอยของ ร.อ.ธรรมนัส ที่กระทรวงเกษตรฯ ผู้สื่อข่าวติดตามอย่างใกล้ชิด แต่จนถึง 16.50 น. ก็มีข่าวแจ้งลางานเพิ่มเติม สิ่งนี้ทำให้เกิดกระแสวิเคราะห์จากทุกทิศทาง โดยเฉพาะสถานะของพรรคกล้าธรรมที่ ร.อ.ธรรมนัส เป็นประธานที่ปรึกษา จะไปทางไหนต่อไป? จะเป็นฝ่ายค้านเต็มตัวหรือยังมีโอกาสปรับตัวเข้าร่วมรัฐบาล?

อามินทร์ ย้ำ สส.กล้าธรรม อยู่ไหนก็ได้พร้อมทำงาน

ในระหว่างนั้น นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส เขต 2 พรรคกล้าธรรม ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เดินทางเข้าที่ทำงานตามปกติ และให้สัมภาษณ์กับสื่ออย่างเป็นกันเอง โดยยืนยันว่าไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเดินทางของ ร.อ.ธรรมนัส แต่ทั้งคู่ได้คุยกันผ่านไลน์เพื่อให้กำลังใจกันมาแล้ว “ต่างคนต่างให้กำลังใจ แต่ยังไม่มีข้อมูลอะไรเพิ่มเติม วันนี้ผู้กองมอบหมายให้ผมมาทำงานตามปกติ และผมบอกไปว่าตนและเพื่อน ส.ส. อยู่ตรงไหนก็ได้ พร้อมทำงานเสมอ” อามินทร์กล่าว

เมื่อถูกถามถึงกระแสข่าวที่พรรคกล้าธรรมจะเป็นฝ่ายค้านเต็มตัว อามินทร์ตอบแบบกั๊กๆ ว่า “ยังไม่มีข้อมูลชัดเจน ปล่อยให้ผู้ใหญ่คุยกันดีกว่า” แต่ที่ชัดเจนคือความมั่นใจในทีม โดยเฉพาะทั้ง 58 เสียงของ ส.ส.พรรค “มั่นใจครับ เพราะกว่าจะมาถึงวันนี้เหนื่อยกันมาพอสมควร และเชื่อว่าผู้กองดูแล ส.ส. ดี” นอกจากนี้ ยังปฏิเสธข่าวลือเรื่องซื้อตัว ส.ส. หรือ “งูเขียว” อย่างสิ้นเชิง โดยหัวเราะและบอกว่า “ไม่มีหรอกครับ มีแต่งูบอล (งูหลามบอล)” แสดงถึงความสามัคคีที่แน่นแฟ้นในพรรค

  • คุยไลน์ให้กำลังใจกันระหว่างธรรมนัสกับอามินทร์
  • ส.ส.กล้าธรรม 58 เสียงพร้อมทำงานทุกตำแหน่ง
  • ไม่มีข่าวซื้อตัว ส.ส. หรืองูเขียวในพรรค
  • รอผู้ใหญ่ตัดสินใจสถานะฝ่ายค้านหรือรัฐบาล
  • ธรรมนัสแจ้งลางานต่อเนื่อง ไม่เข้าทำงานที่ กษ.

สถานการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีต ส.ส.พลังประชารัฐที่เคยมีบทบาทสำคัญในรัฐบาลประยุทธ์ เคยถูกปลดจาก รมช.เกษตรเนื่องจากประเด็นยาเสพติดในอดีต แต่กลับมาสตรองอีกครั้งกับพรรคกล้าธรรม พรรคใหม่ที่ตั้งขึ้นเพื่อกล้าทำกล้าถูก เน้นนโยบายเกษตร สิ่งแวดล้อม และแก้ปัญหาชายแดนใต้ ซึ่งอามินทร์เองก็มาจากพื้นที่นราธิวาส การที่ธรรมนัสไปฟินแลนด์อาจเป็นการพักผ่อนหรือประชุมส่วนตัว แต่การลาไม่เข้า กษ. ต่อเนื่อง สะท้อนถึงการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่กำลังร้อนระอุ

จากมุมมองนักวิเคราะห์ การเมืองไทยหลังเลือกตั้ง 2566 ยังคงผันผวน พรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรคกำลังเจรจาเพื่อความมั่นคง ร.อ.ธรรมนัส อาจกำลังประเมินสถานการณ์เพื่อให้พรรคกล้าธรรมได้ประโยชน์สูงสุด หากเป็นฝ่ายค้านจริง ก็พร้อมสู้ด้วยประสบการณ์และฐานเสียงที่เหนียวแน่น โดยเฉพาะในภาคอีสานและใต้

นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังมีวาระสำคัญรออยู่ เช่น นโยบายช่วยเหลือเกษตรกรจากภัยแล้ง การส่งออกผลไม้ และโครงสร้างพื้นฐานน้ำชลประทาน หากธรรมนัสไม่อยู่ อามินทร์และทีมต้องแบกรับภาระหนัก แต่จากคำพูดดูมั่นใจเต็มเปี่ยม ส.ส.กล้าธรรมพร้อมลุยต่อ

สุดท้ายแล้ว “ธรรมนัส” ลาอีกวัน ไม่เข้า กษ. อาจเป็นแค่จุดเริ่มต้นของเกมการเมืองรอบใหม่ คุณคิดว่าพรรคกล้าธรรมจะไปทางไหน? เป็นฝ่ายค้านสู้สุดใจ หรือหาทางกลับรัฐบาล? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามอัปเดตข่าวการเมืองไทยล่าสุดจากบล็อกเราเพื่อไม่พลาดทุกมุมมอง!

ที่มา – “ธรรมนัส” ลาอีกวัน ไม่เข้า กษ. “อามินทร์” ย้ำ สส.กล้าธรรม อยู่ไหนก็ได้พร้อมทำงาน

“อามินทร์” ยัน “ธรรมนัส” เข้ากระทรวงพรุ่งนี้ กล้าธรรมร่วมรัฐบาล

สถานการณ์การเมืองไทยหลังการเลือกตั้งกำลังเข้มข้น เมื่อ อามินทร์ ยัน ธรรมนัส เข้ากระทรวงพรุ่งนี้ พรรคกล้าธรรมเตรียมเคลื่อนไหวสำคัญในการร่วมรัฐบาลอนุทิน 2 นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะกรรมการบริหารพรรคกล้าธรรม และว่าที่ ส.ส. เขต 2 จังหวัดนราธิวาส ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนอย่างเป็นกันเอง สร้างความชัดเจนให้กับทิศทางของพรรคท่ามกลางกระแสข่าวลือมากมาย

อามินทร์ ยัน ธรรมนัส เข้ากระทรวงพรุ่งนี้

เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2567 (คาดว่าพิมพ์ผิดจาก 2569) เวลา 18.00 น. ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กองทัพสื่อมวลชนเดินทางไปรอสัมภาษณ์ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม เพื่อสอบถามทิศทางของพรรคในการจัดตั้งรัฐบาลอนุทิน 2 แต่ร้อยเอกธรรมนัสไม่ได้เดินทางมา เนื่องจากยังเหนื่อยจากการเดินทางกลับจากต่างประเทศ นายอามินทร์จึงได้ออกมา ยืนยันว่า พรุ่งนี้ (26 ก.พ.) ร้อยเอกธรรมนัส จะเข้ามาปฏิบัติราชการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตามปกติ คำยืนยันนี้ช่วยคลายความกังวลของสื่อและประชาชนที่จับตาการเคลื่อนไหวของบุคคลสำคัญในพรรค

นอกจากนี้ ในส่วนของความคืบหน้าที่ กกต. ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส. พรรคกล้าธรรมแล้ว ส.ส. ทุกคนได้มีการพูดคุยกันในไลน์กลุ่ม เพื่อเตรียมความพร้อมในการรายงานตัวที่รัฐสภา โดยทุกคนเตรียมเอกสารและข้อมูลครบถ้วน พร้อมลุยงานทันทีที่ได้รับมอบหมาย

กล้าธรรมร่วมรัฐบาล ไม่มีงูเขียวหรอก

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงโอกาสที่พรรคกล้าธรรมจะเข้าร่วมรัฐบาลอนุทิน 2 นายอามินทร์ตอบอย่างมั่นใจว่า อามินทร์ ยัน ธรรมนัส เข้ากระทรวงพรุ่งนี้ และเชื่อว่าพรรคจะได้ร่วมรัฐบาลอย่างแน่นอน แต่ต้องรอคำยืนยันสุดท้ายจากร้อยเอกธรรมนัส ซึ่งเป็นผู้นำทางทิศทางการเมือง ส.ส. ทุกคนพร้อมเชื่อฟังและปฏิบัติตามนโยบายของพรรคอย่างเคร่งครัด

ส่วนกระแสข่าวลือเรื่อง “งูเขียว” หรือบุคคลที่อาจทรยศต่อพรรคภายใน นายอามินทร์หัวเราะเบาๆ และย้ำชัดว่า “ไม่มีหรอกครับ มีเหรอ ไม่มีหรอก” ทุกคนในพรรคตั้งใจทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ไม่มีปัญหาภายในที่ต้องกังวล สร้างภาพลักษณ์พรรคที่สามัคคีและมุ่งมั่น

พื้นหลังพรรคกล้าธรรมและบทบาทสำคัญ

พรรคกล้าธรรมเป็นพรรคการเมืองที่เกิดขึ้นใหม่ มีฐานเสียงในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดนราธิวาส ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นนักการเมืองมือฉมัง เคยดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ และมีประสบการณ์ยาวนานในวงการ นายอามินทร์เองก็เป็นตัวแทนท้องถิ่นที่ได้รับความไว้วางใจจากชาวบ้าน การที่ทั้งคู่ร่วมงานกัน ทำให้พรรคมีศักยภาพในการต่อรองในการจัดตั้งรัฐบาล

  • จุดเด่นของพรรคกล้าธรรม: มุ่งเน้นนโยบายเกษตรกรรม สหกรณ์ และพัฒนาภาคใต้
  • ส.ส. ทุกคนพร้อมทำงาน ไม่มีปัญหาภายใน
  • เชื่อมั่นในผู้นำร้อยเอกธรรมนัส
  • เตรียมร่วมรัฐบาลเพื่อผลักดันนโยบายประชาชน

รัฐบาลอนุทิน 2 ที่นำโดยพรรคภูมิใจไทย กำลังเร่งจัดตั้งคณะรัฐมนตรี โดยพรรคเล็กอย่างกล้าธรรมมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มจำนวนเสียงข้างมาก การเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงเป็นสัญญาณบวกต่อเสถียรภาพทางการเมือง

วิเคราะห์กระแส ‘งูเขียว’ ในพรรคการเมืองไทย

คำว่า “งูเขียว” เป็นสำนวนที่ใช้เรียกบุคคลที่แปรพรรคหรือทรยศต่อเพื่อนร่วมพรรค มักเกิดขึ้นหลังเลือกตั้งเมื่อมีการเจรจาจัดตั้งรัฐบาล แต่จากคำพูดของนายอามินทร์ แสดงให้เห็นว่าพรรคกล้าธรรมมีการบริหารจัดการภายในที่ดี สมาชิกยึดมั่นในอุดมการณ์ ไม่ปล่อยให้ปัจจัยภายนอกมารบกวน

นอกจากนี้ การที่ร้อยเอกธรรมนัสเตรียมกลับมาทำงานปกติที่กระทรวงเกษตร ถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อตำแหน่งหน้าที่ แม้จะมีภารกิจต่างประเทศ คาดว่าจะช่วยเสริมทีมงานด้านนโยบายเกษตรให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

โดยรวมแล้ว อามินทร์ ยัน ธรรมนัส เข้ากระทรวงพรุ่งนี้ เป็นข่าวดีที่สะท้อนความพร้อมของพรรคกล้าธรรมในการเข้าสู่เวทีการเมืองใหญ่ สร้างความเชื่อมั่นให้ฐานเสียงและพันธมิตร

จากมุมมองของผู้เขียน คำยืนยันนี้แสดงถึงความเป็นเอกภาพในพรรค ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จทางการเมือง หากพรรคกล้าธรรมสามารถรักษาความสามัคคีนี้ไว้ได้ จะเป็นพรรคที่น่าจับตาในสมัยรัฐบาลใหม่ คุณคิดอย่างไรกับทิศทางของพรรคนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวการเมืองอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – “อามินทร์” ยัน “ธรรมนัส” เข้ากระทรวงพรุ่งนี้ กล้าธรรมร่วมรัฐบาล ไม่มีงูเขียวหรอก

“ธรรมนัส” ย้ำ! ไม่จริง ใครจะลาออก รมต.

“รมว.ธรรมนัส” ลั่น พิสูจน์ให้เห็นแล้ว ดันลูกหลานมุสลิมเป็นรัฐมนตรีสำเร็จ ไม่จริง เรื่องยื่นลาออกกับนายกฯ บอกนักรบถ้าจะตายก็ต้องตายในสนามรบ ซัด สส.ภาคกลาง ปม “แก้มลิงทุ่งหิน” ทำไม่เสร็จตั้งแต่ยุครัฐบาลลุงแล้ว

วันที่ 8 พ.ย. 2568 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และนายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ จ.ปัตตานี โดยได้เดินทางไปยังโรงเรียนดรุณศาสน์วิทยา และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เพื่อพบปะประชาชน และรับฟังปัญหาในพื้นที่ พร้อมทั้งมอบโฉนดเพื่อการเกษตร โฉนดต้นยางพารา และปัจจัยการผลิต โดยมี นายยูนัยดี วาบา สส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์, นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส พรรคกล้าธรรม และนางสาลีฮะ มะยูโซ๊ะ นายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโก-ลก ให้การต้อนรับ

โดย ร.อ.ธรรมนัส ได้นำคณะรัฐมนตรี และผู้บริหารทั้ง 3 กระทรวง ยืนสงบนิ่งถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากนั้น ได้กล่าวกับประชาชนช่วงหนึ่งว่า ผมเคยประกาศเอาไว้ว่าจะทำให้ลูกหลานชาวไทยมุสลิมเข้าไปเป็นรัฐมนตรีให้ได้ ตอนนั้นหลายคนก็ปรามาสว่า จะทำได้จริงหรือไม่ วันนี้ผมจะพิสูจน์ให้เห็นว่า ผมทำให้อามินทร์ มะยูโซ๊ะ ลูกหลาน 3 จังหวัดชายแดนใต้เข้าไปเป็นรัฐมนตรีเพื่อแก้ปัญหาให้กับพี่น้องมุสลิมได้แล้ว

หนุนเทศบาลเมืองยะลา ใช้งบขุดลอก 100 ล้านบาท

จากนั้น ร.อ.ธรรมนัส ได้พาคณะ ลงพื้นที่มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ตำบลสะเตง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา โดยระหว่างการลงพื้นที่ ร.อ.ธรรมนัส ได้รับหนังสือคัดค้านโครงการประตูกั้นแม่น้ำปัตตานีที่อำเภอกรงปินัง จากประชาชนกลุ่มเครือข่ายพิทักษ์สายน้ำปัตตานีด้วย

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ จ.ยะลา ต้องแก้ไขเป็นระบบ ฟังเสียงประชาชนและผู้ที่อยู่ในพื้นที่จริง ซึ่งวันนี้มีพี่น้องมายื่นหนังสือคัดค้านโครงการประตูกั้นแม่น้ำปัตตานีที่อำเภอกรงปินัง ตนถามว่าทำไม เขาก็บอกว่า ปลาดี ๆ จะตายหมด กระทบสิ่งแวดล้อม การจะสร้างโครงการใดต้องคิดเป็นระบบ ไม่ใช่คิดเป็นจุด ๆ ซึ่งการศึกษาการบริหารจัดการน้ำต้องอาศัยคนในพื้นที่และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้การแก้ปัญหาเป็นไปอย่างถูกต้องและรอบด้าน เช่น การสำรวจเส้นทางน้ำ การตีความลักษณะทางน้ำ และการวางระบบระบายน้ำ เปรียบเสมือนระบบจราจรที่ต้องไม่มีการตันหรือสะดุด

ในส่วนของโครงการขุดลอกและพัฒนาระบบน้ำในพื้นที่ นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีเมืองยะลา นำเสนอแนวทางการขุดลอกน้ำและใช้เงินเบื้องต้นประมาณ 100 ล้านบาท ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนเห็นด้วย และจะจัดหางบประมาณทั้งจากงบกลาง หรืองบเหลือจ่ายปี 2569 เพื่อให้โครงการเริ่มดำเนินการทันที

ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีย้ำว่า ทุกโครงการในพื้นที่ชายแดนใต้จะต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ โปร่งใส และตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลจริง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนในยะลา ปัตตานี และนราธิวาสอย่างยั่งยืน

ไม่จริง ใครมันจะไปลาออกรมต.

ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวถึงข่าวลือเรื่องการลาออกจากตำแหน่งว่า มันเป็นข่าวปลอม บอกว่า ผมเข้าพบนายกรัฐมนตรี 3 ชั่วโมงแล้วยื่นใบลาออก ไม่จริงครับ นักรบ ถ้าจะตายก็ต้องตายในสนามรบ ผมเป็นนักการเมือง ถ้าจะตายก็จะตายในสนามเวทีการเมือง ใครมันจะไปลาออกรมต. มันไม่มีเหตุมีผล ไม่ใช่ธรรมนัส ผมไม่หนีปัญหาแน่นอน ขอแสดงความเสียใจต่อผู้ประสงค์ร้ายด้วย

“ธรรมนัส” ย้ำข่าวลาออกไม่จริง

จากกรณีที่มีกระแสข่าวลือเกี่ยวกับการลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ล่าสุด ร.อ.ธรรมนัส ได้ออกมาปฏิเสธข่าวลือดังกล่าวอย่างหนักแน่น โดยยืนยันว่า “ธรรมนัส” ย้ำ ไม่จริง ใครมันจะไปลาออกรมต. พร้อมทั้งระบุว่า ข่าวที่ออกมานั้นเป็นข่าวปลอม และไม่มีมูลความจริงแต่อย่างใด

สำหรับกระแสข่าวลือดังกล่าว ได้สร้างความสับสนให้กับประชาชนและสื่อมวลชนเป็นอย่างมาก ทำให้หลายฝ่ายต่างจับจ้องและรอฟังความจริงจากปากของ ร.อ.ธรรมนัส โดยตรง ซึ่งการออกมาปฏิเสธข่าวในครั้งนี้ ถือเป็นการยืนยันอย่างชัดเจนว่า ร.อ.ธรรมนัส ยังคงปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งรัฐมนตรีต่อไป และพร้อมที่จะทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนอย่างเต็มที่

นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยังได้กล่าวถึงประเด็นทางการเมืองอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบทบาทและหน้าที่ของตนเอง พร้อมทั้งแสดงวิสัยทัศน์ในการพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการเกษตร ซึ่งเป็นกระทรวงที่ตนเองกำกับดูแลอยู่

ซัด สส.ภาคกลาง ปม “แก้มลิงทุ่งหิน” ทำไม่เสร็จตั้งแต่ยุครัฐบาลลุงแล้ว

“สส.ภาคกลาง กล่าวถึงโครงการแก้มลิงทุ่งหิน ที่จังหวัดสมุทรสงคราม หาว่า เป็นอนุสาวรีย์ที่ธรรมนัสทิ้งเอาไว้ งบประมาณ 600 ล้านบาท ผมอยากจะฝากว่า น้องเอย ไปดูให้ดี มันทำในยุคลุงผมโน่น อย่าให้บอกเลยว่าลุงไหน ลุงรัฐบาลนู่น รู้ใช่ไหม และผมไปตรวจว่า ทำไมมันถึงมีปัญหาสร้างไม่เสร็จสักที ผมต้องสั่งกรมชลประทานให้ไปแก้ไขที่ลุงเขาทำแล้วไม่สำเร็จ ท่าน สส.ต้องไปศึกษาให้ดีก่อนจะเขียนวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของใคร” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

การออกมาตอบโต้ข่าวลือและแสดงความมุ่งมั่นในการทำงานของ ร.อ.ธรรมนัส ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบและความตั้งใจจริงในการทำหน้าที่ของตนเอง แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายและอุปสรรคต่าง ๆ ก็ตาม ดังนั้น ประชาชนจึงควรติดตามข่าวสารอย่างมีวิจารณญาณ และให้กำลังใจผู้ที่ตั้งใจทำงานเพื่อส่วนรวมต่อไป

ที่มา – “ธรรมนัส” ย้ำ ไม่จริง ใครมันจะไปลาออกรมต. เสียใจกับผู้ที่ประสงค์ร้ายด้วย

ธรรมนัส คุมเข้มยางผ่านแดน กำหนดเขตควบคุมยาง นำร่อง 2 จังหวัด

“ธรรมนัส” Kick-off คุมเข้ม “ยางผ่านแดน-กำหนดเขตควบคุมยาง” นำร่อง 2 จังหวัด ระนอง – ตาก เพิ่มมาตรการตรวจสอบทั้งระบบ เบรก ลักลอบยางผิดกฎหมาย หวังสร้างเสถียรภาพราคายางไทย

วันที่ 31 ต.ค. 2568 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงาน Kick-off การนำยางพาราผ่านแดนและเขตควบคุมการขนย้ายยาง โดยมี นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (115) และผ่านระบบ Zoom Meeting ในพื้นที่ท่าเรือระนอง และเขตควบคุมการขนย้ายยาง ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรระนอง จังหวัดระนอง รวมถึงในพื้นที่ด่านศุลกากรแม่สอด จังหวัดตาก และเขตควบคุมการขนย้ายยาง จังหวัดตาก

นำร่อง ระนอง-ตาก

ร.อ.ธรรมนัส เปิดเผยว่า การ Kick-off การนำยางพาราผ่านแดนและเขตควบคุมการขนย้ายยาง เป็นก้าวสำคัญในการบริหารจัดการยางพาราอย่างเป็นระบบ ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ โดย กรมวิชาการเกษตร (กวก.) การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) และชุดเฉพาะกิจพญานาคราช บูรณาการร่วมกับกรมศุลกากรออกมาตรการควบคุมการนำยางพาราจากสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ผ่านประเทศไทยไปยังสหพันธรัฐมาเลเซีย ในพื้นที่นำร่อง 2 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดระนอง และ จังหวัดตาก โดยกำหนดให้มีการตรวจสอบใบขนสินค้าอย่างละเอียด ผู้นำผ่านสินค้าต้องบรรจุยางพาราในตู้คอนเทนเนอร์และมีเครื่องติดตาม GPS ตลอดเส้นทาง อีกทั้งมีการตรวจสอบคุณภาพและเอกซเรย์โดยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ณ จุดต้นทางและปลายทาง ซึ่งต้องดำเนินการตามขั้นตอนและขนย้ายยางพาราผ่านแดนให้แล้วเสร็จภายใน 72 ชั่วโมง ในส่วนของการขนย้ายยางพาราภายในประเทศ ผ่านเขตควบคุมการขนย้ายยาง ทั้ง 5 จังหวัดตามประกาศของกรมวิชาการเกษตร ผู้ประกอบการต้องขออนุญาตและได้รับใบอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก่อนการขนย้าย โดยมีอัตราค่าธรรมเนียมออกใบอนุญาตเพียง 25 บาทเท่านั้น

ยกระดับป้องกันสินค้าผิดกฎหมาย

“กระทรวงเกษตรฯ ได้มีการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำ และการปราบปรามการลักลอบนำเข้ายางพาราเถื่อนตามแนวชายแดนและยางสวมสิทธิมาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ซึ่งกิจกรรม Kick-off ในครั้งนี้เป็นการยกระดับความเข้มข้นนโยบายทำสงครามกับสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย เพิ่มมาตรการควบคุมโดยใช้กลไกทางกฎหมายอย่างรัดกุม เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของเกษตรกรชาวสวนยาง ป้องกันการกักตุนสินค้าเพื่อเก็งกำไร ตลอดจนเพื่อสร้างเสถียรภาพราคายางที่เป็นธรรมให้กับตลาดยางพาราไทย นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังได้มีการลงนาม MOU ร่วมกัน 4 กระทรวง ในการใช้ประโยชน์จากยางพาราในประเทศ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการรักษาเสถียรภาพราคาให้สูงขึ้น และมีแผนที่จะเจรจาความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายเพิ่มเติมในอนาคต ซึ่งส่งผลให้ราคายางพาราขยับสูงขึ้นอย่างมีเสถียรภาพ ทั้งนี้ ขอเน้นย้ำว่า หากพบการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามแนวทางการปฏิบัติที่กำหนดไว้ จะมีการดำเนินการทางกฎหมายอย่างจริงจัง” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ผู้ว่าการยางฯเด้งรับลูก

ด้าน ดร.เพิก เลิศวังพง รักษาการผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) พร้อมดำเนินการให้บริการตรวจสอบรับรองชนิดหรือประเภทของยางพาราที่นำผ่านราชอาณาจักรให้แก่ผู้ประกอบการ ในทั้ง 2 จังหวัดนำร่อง เพื่อยกระดับการจัดการขนย้ายให้สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา การยางแห่งประเทศไทยได้จัดทำประกาศ เรื่อง อัตราค่าบริการตรวจรับรองชนิดหรือประเภทของยางนำผ่านราชอาณาจักร ซึ่งระบุรายละเอียดขั้นตอน ระยะเวลาการตรวจ การยื่นคำขอรับบริการ และการออกหนังสือรับรอง ตลอดจนจัดทำคู่มือปฏิบัติงานที่ชัดเจน เพื่อให้การดำเนินงานตรวจสอบการนำสินค้ายางพาราผ่านแดนดังกล่าวเป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้อง มีมาตรฐาน และโปร่งใส

ย้ำเขตควบคุม 5 จังหวัด

ด้านนายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวเสริมว่า กรมวิชาการเกษตร ได้มีการใช้กลไกทางกฎหมายตามพระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ. 2542 ในการกำหนดเขตควบคุมการขนย้ายยางพารา เพื่อตรวจสอบที่มาของผลผลิตและป้องกันการลักลอบนำเข้ายางผิดกฎหมายจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 6 (7) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ. 2542 ประกาศกำหนด 5 จังหวัดเป็นเขตควบคุมการขนย้ายยาง และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ดังนี้

1) อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

2) อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

3) อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

4) อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง

5) อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย

ธรรมนัส คุมเข้มยางผ่านแดน กำหนดเขตควบคุมยาง นำร่อง 2 จังหวัด

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เร่งเครื่องมาตรการควบคุม ยางผ่านแดน กำหนดเขตควบคุมยาง นำร่องใน 2 จังหวัดสำคัญอย่างระนองและตาก หวังยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบและป้องกันการลักลอบนำเข้ายางผิดกฎหมาย

มาตรการ ยางผ่านแดน กำหนดเขตควบคุมยาง นี้จะช่วยสร้างเสถียรภาพราคายางพาราในประเทศได้อย่างไร? การดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นความมุ่งมั่นของภาครัฐในการแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำและปกป้องผลประโยชน์ของเกษตรกรชาวสวนยางอย่างแท้จริง

ทำไมต้อง คุมเข้มยางผ่านแดน กำหนดเขตควบคุมยาง?

การคุมเข้ม ยางผ่านแดน กำหนดเขตควบคุมยาง มีเป้าหมายหลักเพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้ายางพาราเถื่อน ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคายางในประเทศ การกำหนดมาตรการที่เข้มงวดจะช่วยให้สามารถตรวจสอบที่มาของยางพาราได้อย่างมีประสิทธิภาพ และป้องกันการกักตุนสินค้าเพื่อเก็งกำไร

  • ตรวจสอบใบขนสินค้าอย่างละเอียด
  • ติดตั้ง GPS ติดตามตู้คอนเทนเนอร์
  • ตรวจสอบคุณภาพและเอกซเรย์ ณ จุดต้นทางและปลายทาง

นอกจากนี้ การที่กระทรวงเกษตรฯ ลงนาม MOU ร่วมกับ 4 กระทรวง เพื่อใช้ประโยชน์จากยางพาราในประเทศ ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการรักษาเสถียรภาพราคาให้สูงขึ้น

การดำเนินการครั้งนี้เป็นสัญญาณที่ดีต่อเกษตรกรชาวสวนยาง และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง การควบคุม ยางผ่านแดน กำหนดเขตควบคุมยาง จะช่วยให้ราคายางพาราในประเทศมีเสถียรภาพ และเกษตรกรสามารถมีรายได้ที่มั่นคงมากยิ่งขึ้น

ที่มา – “ธรรมนัส” Kick-off คุมเข้ม “ยางผ่านแดน-กำหนดเขตควบคุมยาง” นำร่อง 2 จังหวัด ระนอง – ตาก

กล้าธรรม ปิดจ๊อบ! เก้าอี้ รมต. “ไผ่-สัมพันธ์” ชวด

ความชัดเจนเรื่องเก้าอี้รัฐมนตรีของพรรคกล้าธรรมมาแล้ว! “ธรรมนัส” นั่งรองนายกฯ ควบเกษตรฯ, “นฤมล” ดูแลศึกษาฯ, “อรรถกร” คุมท่องเที่ยวฯ, และ “อัครา” ดูแลพัฒนาสังคมฯ ส่วน “ไผ่-สัมพันธ์” อดเพราะคุณสมบัติไม่ผ่าน ทำให้ “นเรศ-อามินทร์” ได้นั่ง รมช.เกษตรฯ แทน ขณะที่ “องอาจ” เตรียมเป็น รมช.ศึกษา

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความคืบหน้าในการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ในส่วนของพรรคกล้าธรรม ตอนนี้ทุกอย่างลงตัว 100% แล้ว โดยพรรคได้รับจัดสรร 4 รัฐมนตรีว่าการ และ 3 รัฐมนตรีช่วย ซึ่งประกอบด้วย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค รับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรค นั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และนายอัครา พรหมเผ่า ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

สำหรับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วย เดิมทีมีชื่อของนายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรค ที่ถูกวางตัวให้ดำรงตำแหน่ง รมช.เกษตรฯ เช่นเดียวกับนายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส แต่เนื่องจากติดเงื่อนไขด้านคุณสมบัติ ทำให้พรรคเสนอชื่อนายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ สส.เชียงใหม่ เข้ามาแทนนายไผ่ ขณะที่นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส ซึ่งเป็นน้องชายนายสัมพันธ์ จะมาดำรงตำแหน่ง รมช.เกษตรฯ แทนพี่ชาย

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของโควต้ารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พรรคกล้าธรรมได้วางตัวนายองอาจ วงษ์ประยูร สส.สระบุรี ให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว

กล้าธรรม ปิดจ๊อบ! เก้าอี้ รมต. “ไผ่-สัมพันธ์” ชวด

จากความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้ แสดงให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยนตัวบุคคลภายในพรรคกล้าธรรม เพื่อให้การจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นไปอย่างราบรื่นและถูกต้องตามกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นเรื่องคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

ทำไมการเปลี่ยนแปลงในพรรคกล้าธรรมจึงน่าสนใจ?

  • การที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้นั่งควบตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจที่พรรคมีต่อความสามารถในการบริหารจัดการด้านการเกษตรของท่าน
  • การที่นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เข้ามาดูแลกระทรวงศึกษาธิการ ถือเป็นความท้าทายครั้งใหม่ในการปฏิรูปการศึกษาไทย
  • การเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สะท้อนให้เห็นถึงความรอบคอบในการพิจารณาคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่ง

อนาคตของพรรคกล้าธรรมกับการจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรี

การจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของพรรคกล้าธรรมในการเข้ามาบริหารประเทศ การตัดสินใจและความรับผิดชอบของรัฐมนตรีแต่ละท่าน จะเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของพรรคในการนำเสนอนโยบายและแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม

กล้าธรรม ปิดจ๊อบ! เก้าอี้ รมต. “ไผ่-สัมพันธ์” ชวด อาจจะทำให้เกิดคำถามและความสงสัยในหมู่ประชาชน แต่สิ่งสำคัญคือการติดตามและให้กำลังใจรัฐมนตรีทุกท่านในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติ

การที่พรรคกล้าธรรมสามารถเคลียร์ปัญหาเรื่อง กล้าธรรม ปิดจ๊อบ! เก้าอี้ รมต. “ไผ่-สัมพันธ์” ชวด ได้อย่างรวดเร็ว แสดงให้เห็นถึงความเป็นเอกภาพและความมุ่งมั่นของพรรคในการเดินหน้าพัฒนาประเทศต่อไป การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจส่งผลต่อทิศทางการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงศึกษาฯ อย่างไรบ้าง ต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด

อนาคตของการเมืองไทย ยังมีเรื่องราวที่น่าติดตามอีกมากมาย การเปลี่ยนแปลงในพรรคกล้าธรรมครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่บ่งบอกถึงพลวัตทางการเมืองที่ยังคงดำเนินต่อไป หวังว่าการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีในครั้งนี้ จะนำมาซึ่งการพัฒนาและความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติอย่างแท้จริง

ที่มา – กล้าธรรม ปิดจ๊อบเก้าอี้ รมต. “ไผ่-สัมพันธ์” ชวด ต้องดึง “นเรศ-อามินทร์” นั่ง รมช.เกษตรฯ แทน

Scroll to top