อิสราเอล

รูบิโอเผย เจรจากับอิหร่านคืบหน้า ปากีสถานเป็นตัวกลาง

รูบิโอเผย เจรจากับอิหร่านคืบหน้า ปากีสถานเป็นตัวกลาง สร้างความหวังท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ล่าสุด มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันว่าการเจรจาทางการทูตกับอิหร่านกำลังมีพัฒนาการเชิงบวก โดยมีปากีสถานทำหน้าที่เป็นตัวกลางสำคัญในการส่งผ่านข้อความระหว่างสองฝ่าย

รูบิโอเผย เจรจากับอิหร่านคืบหน้า ปากีสถานเป็นตัวกลาง

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 ก่อนที่รูบิโอจะเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศกลุ่ม G7 ที่ประเทศฝรั่งเศส เขาได้ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า “มีความคืบหน้าเกิดขึ้นแล้ว” ในการเจรจากับอิหร่าน แม้จะไม่เปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเจาะจง เช่น ผู้ที่เขาหารือด้วยหรือเนื้อหาหลักของการพูดคุย แต่ก็เน้นย้ำว่ามี “ความคืบหน้าที่เห็นผลชัดเจนในบางส่วน” และกระบวนการนี้เป็นสิ่งที่ “ดำเนินอยู่และมีความเคลื่อนไหวตลอดเวลา”

ก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน สตีฟ วิตคอฟ ทูตพิเศษของสหรัฐฯ ยังยืนยันในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าสหรัฐฯ กำลังดำเนินการเจรจาผ่านช่องทางการทูต โดยมีปากีสถานเป็นตัวกลาง ซึ่งบทบาทนี้ช่วยลดความตึงเครียดและเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายสื่อสารกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บทบาทสำคัญของปากีสถานในการเจรจา

ปากีสถานซึ่งมีสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอิหร่านทั้งในด้านการค้าและการทูต ได้กลายเป็นตัวกลางที่น่าเชื่อถือ โดยช่วยส่งผ่านข้อความและข้อเสนอต่างๆ ทำให้การเจรจาไม่ต้องเผชิญหน้ากันโดยตรง ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยลดความเสี่ยงของการปะทะ นอกจากนี้ รูบิโอยังกล่าวถึงประเด็นช่องแคบฮอร์มุซที่ถูกปิดกั้น ส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันทั่วโลก เมื่อถูกถามว่าจะขอความช่วยเหลือจากชาติ G7 หรือไม่ เขาตอบว่า “การให้ความช่วยเหลือนั้นเป็นผลประโยชน์ของพวกเขาเอง” เพราะประเทศเหล่านี้พึ่งพาเชื้อเพลิงจากภูมิภาคนี้มากกว่าสหรัฐฯ

ทัศนคติของรูบิโต่อการประชุม G7 ท่ามกลางสงคราม

ท่ามกลางบรรยากาศสงคราม รูบิโอยังแสดงความมั่นใจ โดยระบุว่า “ผมไม่กังวลเรื่องนั้นเลย” ในการเข้าร่วมประชุม G7 เขาเน้นว่าไม่ได้ไปเพื่อเอาใจใคร แต่เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนชาวอเมริกัน พร้อมยืนยันว่าสหรัฐฯ ทำงานร่วมกับรัฐบาลต่างๆ อย่างระมัดระวัง

  • ความคืบหน้าในการเจรจา: มีพัฒนาการชัดเจนผ่านตัวกลาง
  • บทบาทปากีสถาน: ส่งผ่านข้อความ ลดความเสี่ยง
  • ประเด็นช่องแคบฮอร์มุซ: กระทบเศรษฐกิจโลก
  • การประชุม G7: โอกาสหาความร่วมมือ

สถานการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลที่ทวีความรุนแรง สหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์จึงเร่งหาทางออกทางการทูตเพื่อหลีกเลี่ยงสงครามใหญ่ การที่รูบิโอเผย เจรจากับอิหร่านคืบหน้า ปากีสถานเป็นตัวกลาง ถือเป็นสัญญาณบวกที่อาจนำไปสู่การคลี่คลายวิกฤต

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าปากีสถานมีข้อได้เปรียบจากตำแหน่งทางภูมิศาสตร์และสัมพันธ์กับทั้งสองฝ่าย ทำให้เป็นตัวกลางที่เหมาะสม หากเจรจาสำเร็จ อาจช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ลดราคาน้ำมัน และเสริมเสถียรภาพภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม ยังมีอุปสรรค เช่น ความไม่ไว้วางใจระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน และปัจจัยจากชาติอื่นๆ ใน G7 ที่อาจมีมุมมองต่างกัน รูบิโอคาดหวังว่าการประชุมครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างความร่วมมือ

ติดตามพัฒนาการเพิ่มเติมได้ที่ข่าวต่างประเทศ เพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด คุณคิดว่าการเจรจานี้จะสำเร็จหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – รูบิโอเผย เจรจากับอิหร่านคืบหน้า ปากีสถานเป็นตัวกลาง

ทรัมป์เผยแล้ว “ของขวัญ” จากอิหร่าน ให้เรือน้ำมัน 10 ลำผ่านฮอร์มุซ

ทรัมป์เผยแล้ว “ของขวัญ” จากอิหร่าน ให้เรือน้ำมัน 10 ลำผ่านฮอร์มุซ สร้างความฮือฮาในวงการข่าวต่างประเทศ เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดปากเผยความลับที่เขาครุ่นคิดมานาน สัญญาณบวกในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่กำลังตึงเครียด

ทรัมป์เผยแล้ว “ของขวัญ” จากอิหร่าน ให้เรือน้ำมัน 10 ลำผ่านฮอร์มุซ

ในวันที่ 26 มีนาคม 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้เปิดเผยในที่สุดว่า “ของขวัญ” ลึกลับที่เขาพูดถึงกับสื่อมวลชนเมื่อต้นสัปดาห์ก่อนหน้านี้ คือการที่อิหร่านยอมให้เรือบรรทุกน้ำมันจำนวน 10 ลำแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างราบรื่น ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยขนส่งน้ำมันดิบราว 20% ของการค้าทั่วโลก

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยกล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ห้องทำงานรูปไข่ของทำเนียบขาวว่า “มันเป็นของขวัญที่ใหญ่มาก มีมูลค่ามหาศาล และผมจะไม่บอกพวกคุณหรอกว่ามันคืออะไร แต่มันเป็นรางวัลที่สำคัญยิ่ง” คำพูดนี้ทำให้ทุกคนอยากรู้อยากเห็น แต่ล่าสุดในวันพฤหัสบดี เขาได้ยืนยันว่าการเคลื่อนไหวนี้เป็นส่วนหนึ่งของการหารือที่สำคัญกับเจ้าหน้าที่อิหร่าน

รายละเอียดของขวัญจากอิหร่าน

ทรัมป์เล่าว่า อิหร่านกล่าวว่า “เพื่อพิสูจน์ให้คุณเห็นว่าเราจริงใจ มั่นคง และเราพร้อมเจรจา เราจะยอมให้เรือน้ำมัน 8 ลำเดินทางผ่าน เป็นเรือ 8 ลำ ลำใหญ่ๆ เลย” และพวกเขาก็ทำตามสัญญา เรือเหล่านี้แล่นผ่านช่องแคบภายใต้ธงชาติปากีสถาน นอกจากนี้ อิหร่านยังส่งเรือเพิ่มอีก 2 ลำ “เพื่อเป็นการขอโทษสำหรับบางสิ่งที่พวกเขาเคยพูดไว้” ทำให้ยอดรวมเป็น 10 ลำ

เหตุการณ์นี้ช่วยยืนยันว่าการเจรจากำลังไปในทิศทางที่ดี ทรัมป์ย้ำว่า “เรากำลังเจรจาอยู่กับคนที่ใช่” ซึ่งอาจนำไปสู่การยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

ความสำคัญของช่องแคบฮอร์มุซต่อเศรษฐกิจโลก

ช่องแคบฮอร์มุซมีความกว้างเพียง 33 กิโลเมตร แต่เป็นประตูสู่ความมั่งคั่ง โดยอิหร่านควบคุมฝั่งหนึ่ง และโอมันอีกฝั่ง ปกติอิหร่านมักขู่ว่าจะปิดช่องแคบหากเกิดสงคราม แต่ครั้งนี้การยอมให้เรือผ่านโดยไม่เก็บค่าธรรมเนียมหรือก่อกวน ถือเป็นสัญญาณแห่งสันติภาพ ทรัมป์ยังตอบคำถามสื่อว่า “พวกเขาไม่ควรจะเก็บค่าธรรมเนียม แต่ตอนนี้พวกเขาก็แอบทำอยู่บ้างนิดหน่อย”

  • เรือน้ำมัน 10 ลำที่ผ่าน: รวมมูลค่ามหาศาล ช่วยลดราคาน้ำมันโลก
  • สัญญาณจริงใจจากอิหร่าน: เปิดทางเจรจาสงคราม
  • บทบาทสหรัฐฯ: นำการทูตเพื่อความมั่นคงพลังงาน

นับเป็นก้าวสำคัญในความสัมพันธ์สหรัฐ-อิหร่านที่ตึงเครียดมานาน โดยเฉพาะหลังจากนโยบายกดดันสูงสุดของทรัมป์ ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่านี่อาจนำไปสู่ข้อตกลงนิวเคลียร์ใหม่

ในมุมมองของผู้เขียน การเปิดเผยนี้ไม่เพียงแสดงถึงความสำเร็จทางการทูต แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงราคาน้ำมันพุ่งสูง หากคุณสนใจข่าวต่างประเทศ ลองติดตามเพิ่มเติมเพื่ออัพเดทสถานการณ์ล่าสุด

ที่มา – ทรัมป์เผยแล้ว “ของขวัญ” จากอิหร่าน ให้เรือน้ำมัน 10 ลำผ่านฮอร์มุซ

เยอรมนีเดินหน้ามาตรการคุมราคาน้ำมัน หลังสงครามทำต้นทุนพุ่งสูง

เยอรมนีเดินหน้ามาตรการคุมราคาน้ำมัน หลังสงครามทำต้นทุนพุ่งสูง สถานการณ์ตึงเครียดจากสงครามในอิหร่านส่งผลกระทบหนักต่อราคาพลังงานทั่วโลก โดยเฉพาะในยุโรปที่พึ่งพาน้ำมันนำเข้า รัฐสภาของเยอรมนีจึงเร่งผ่านร่างกฎหมายใหม่เพื่อควบคุมราคาน้ำมันที่พุ่งปรี๊ด เพื่อปกป้องประชาชนจากภาระค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่ว

เยอรมนีเดินหน้ามาตรการคุมราคาน้ำมัน หลังสงครามทำต้นทุนพุ่งสูง

เมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2569 สภาผู้แทนราษฎรเยอรมนีได้อนุมัติร่างมาตรการเบื้องต้นในชุดนโยบายเชื้อเพลิง เพื่อสกัดกั้นราคาน้ำมันที่ทะยานขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยมาตรการหลักคือ จำกัดให้ปั๊มน้ำมันปรับราคาได้วันละ 1 ครั้ง ในช่วงเวลาเที่ยงวันเท่านั้น นโยบายนี้เสนอโดยพรรค CDU และ SPD ซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาล และคาดว่าจะมีผลบังคับใช้กับน้ำมันเบนซินและดีเซลทุกประเภท หากผ่านสภาอย่างเป็นทางการ

รายละเอียดมาตรการคุมราคาน้ำมันของเยอรมนี

มาตรการนี้กำหนดชัดเจนว่าสถานีบริการน้ำมันจะปรับราคาขึ้นได้เพียงครั้งเดียวต่อวัน เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป เพื่อป้องกันการปรับราคาแบบย่อยความถี่สูงที่ทำให้ผู้บริโภคตามไม่ทัน รัฐสภาออกแถลงการณ์ยืนยันว่ามาตรการจะช่วยลดความผันผวนของราคา และบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนนำเข้าที่พุ่งสูงเนื่องจากสงครามอิหร่าน ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

เยอรมนีซึ่งเป็นเศรษฐกิจใหญ่สุดในยุโรป กำลังเผชิญปัญหาค่าใช้จ่ายพลังงานที่บานปลาย ส่งผลต่ออุตสาหกรรมยานยนต์และการขนส่ง นโยบายนี้จึงไม่ใช่แค่คุมราคา แต่ยังช่วยรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจโดยรวม

ตามรอยออสเตรีย: แบบอย่างมาตรการคุมราคาน้ำมัน

เยอรมนีเลียนแบบออสเตรียที่ใช้มาตรการคล้ายกันมาตั้งแต่ปี 2554 โดยออสเตรียจำกัดการปรับราคาในเวลาเที่ยงวัน ล่าสุดเดือนนี้ ออสเตรียยกระดับคุมเข้มขึ้น อนุญาตปรับราคาได้เพียง 3 วันต่อสัปดาห์ คือ จันทร์ พุธ ศุกร์ เพื่อรับมือสถานการณ์สงครามอิหร่านโดยตรง ผลลัพธ์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าราคาน้ำมันในออสเตรียผันผวนน้อยลง ผู้บริโภคได้รับประโยชน์ชัดเจน

  • ปรับราคาได้วันละครั้ง เวลา 12.00 น.
  • ใช้กับน้ำมันทุกประเภท
  • เลียนแบบออสเตรียที่ประสบความสำเร็จ

มาตรการเยียวยาจากประเทศยุโรปอื่นๆ

ไม่ใช่เยอรมนีประเทศเดียวที่เดือดร้อน สเปนประกาศแพ็กเกจพลังงาน 5 พันล้านยูโร โดยนายกฯ เปโดร ซานเชซ เพื่อชดเชยต้นทุนน้ำมันที่ขาดแคลน ขณะที่กรีซภายใต้นายกฯ คิเรียกอส มิตโซทากิส ให้เงินอุดหนุนน้ำมัน ปุ๋ย และลดค่าตั๋วเฟอร์รี่ ประเทศยุโรปหลายแห่งกำลังเร่งหาทางออก เพื่อลดแรงกดดันต่อประชาชนและธุรกิจ

สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าสงครามอิหร่านไม่เพียงกระทบภูมิภาคนั้น แต่ลามถึงเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะยุโรปที่นำเข้าน้ำมันกว่า 90% ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าราคาน้ำมันจะยังสูงต่อเนื่อง จนกว่าความขัดแย้งจะคลี่คลาย

ในมุมมองของผู้เขียน เยอรมนีเดินหน้ามาตรการคุมราคาน้ำมัน หลังสงครามทำต้นทุนพุ่งสูง ถือเป็นก้าวสำคัญที่สมดุลระหว่างการควบคุมราคาและกลไกตลาดเสรี ช่วยให้ประชาชนไม่เดือดร้อนมากเกินไป แนะนำให้ติดตามพัฒนาการเพิ่มเติม เพราะอาจมีผลกระทบต่อราคาน้ำมันในไทยด้วย หากคุณมีประสบการณ์เรื่องราคาน้ำมันพุ่ง แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ได้เลย!

ที่มา – เยอรมนีเดินหน้ามาตรการคุมราคาน้ำมัน หลังสงครามทำต้นทุนพุ่งสูง

ทรัมป์ลั่น อิหร่านเป็นฝ่ายขอเจรจา ชี้ราคาน้ำมันขึ้นไม่หนัก

ทรัมป์ลั่น อิหร่านเป็นฝ่ายขอเจรจา ชี้ราคาน้ำมันขึ้นไม่หนักเท่าที่คิด เป็นประเด็นร้อนที่กำลังเป็นกระแสในวงการข่าวต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านกำลังตึงเครียด ล่าสุด โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ออกมาแสดงท่าทีชัดเจนระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบขาว เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569

ทรัมป์ลั่น อิหร่านเป็นฝ่ายขอเจรจา ชี้ราคาน้ำมันขึ้นไม่หนักเท่าที่คิด

ทรัมป์ได้แสดงความกังขาต่อโอกาสในการทำข้อตกลงกับอิหร่าน โดยย้ำว่าฝ่ายอิหร่านต่างหากที่เป็นฝ่ายอ้อนวอนขอเปิดการเจรจาใหม่ เพื่อยุติสงครามและความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ "พวกเขากำลังอ้อนวอนขอทำข้อตกลง ผมไม่รู้ว่าเราจะทำได้ไหม และไม่รู้ว่าเราจะเต็มใจหรือเปล่า" ทรัมป์กล่าวอย่างตรงไปตรงมา นอกจากนี้ เขายังเรียกร้องให้อิหร่านทิ้งความทะเยอทะยานทางนิวเคลียร์อย่างถาวร หากไม่ทำ สหรัฐฯ จะเดินหน้าแคมเปญทางทหารต่อไปแบบไม่มีหยุดยั้ง

สถานการณ์ราคาน้ำมันท่ามกลางสงคราม

หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจคือ ทรัมป์ชี้ว่าราคาน้ำมันไม่ได้พุ่งสูงอย่างที่คาดการณ์ไว้ แม้จะมีสงครามกระทบ "พูดตามตรง ผมคิดว่าราคาน้ำมันจะพุ่งสูงกว่านี้ และตลาดหุ้นจะร่วงหนักกว่านี้ แต่จริงๆ แล้วมันไม่ได้รุนแรงเกือบเท่าที่ผมคิด" เขากล่าว ข้อมูลจาก AAA ระบุว่าราคาน้ำมันเบนซินเฉลี่ยทั่วประเทศสหรัฐฯ อยู่ที่ 3.981 ดอลลาร์ต่อแกลลอน เพิ่มขึ้น 1 ดอลลาร์จากเดือนที่แล้ว และใกล้แตะ 4 ดอลลาร์ ซึ่งอาจเป็นภาระทางการเมืองก่อนเลือกตั้งกลางเทอม

ทรัมป์มองในแง่ดีว่าราคาอาจขึ้นอีกนิด แต่สุดท้ายจะกลับลงและอาจต่ำกว่าเดิมด้วยซ้ำ สิ่งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของตลาดในนโยบายของเขา

บริบทความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน

ความขัดแย้งนี้มีรากเหง้าจากโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งสหรัฐฯ มองว่าเป็นภัยคุกคาม ทรัมป์เคยถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ JCPOA ในสมัยแรก และตอนนี้กำลังกดดันให้อิหร่านยอมถอย

  • อิหร่านต้องละทิ้งอาวุธนิวเคลียร์ถาวร
  • เปิดเส้นทางใหม่เพื่อสันติภาพ
  • หากไม่ยอม สหรัฐฯ จะถล่มอย่างราบคาบ
  • ราคาน้ำมันและตลาดหุ้นยังคงมั่นคง

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังบอกเป็นนัยว่าอาจสายเกินไปสำหรับข้อตกลง เพราะอิหร่านควรทำตั้งแต่ 4 สัปดาห์ก่อน

สถานการณ์นี้ไม่เพียงกระทบภูมิภาคตะวันออกกลาง แต่ยังส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะราคาพลังงานที่ไทยและประเทศนำเข้าก็ได้รับผลกระทบ ราคาน้ำมันดีเซลและเบนซินในไทยปรับตัวตามตลาดโลก หากเจรจาสำเร็จ อาจช่วยลดแรงกดดันได้

จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การที่ ทรัมป์ลั่น อิหร่านเป็นฝ่ายขอเจรจา ชี้ราคาน้ำมันขึ้นไม่หนักเท่าที่คิด แสดงถึงกลยุทธ์กดดันที่ประสบความสำเร็จบางส่วน ตลาดตอบรับดีเพราะเชื่อมั่นในทรัมป์ แต่หากล้มเหลว ราคาน้ำมันอาจพุ่งทะยานจริงๆ คุณคิดว่าอิหร่านจะยอมเจรจาหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – ทรัมป์ลั่น อิหร่านเป็นฝ่ายขอเจรจา ชี้ราคาน้ำมันขึ้นไม่หนักเท่าที่คิด

อิสราเอลอ้าง สังหาร ผบ.ทัพเรืออิหร่าน ผู้คุมการปิดช่องแคบฮอร์มุซ

(ภาพจาก AFP PHOTO / IRAN’S REVOLUTIONARY GUARD VIA SEPAH NEWS)

อิสราเอลอ้าง สังหาร ผบ.ทัพเรืออิหร่าน ผู้คุมการปิดช่องแคบฮอร์มุซ สำเร็จแล้ว! เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความตึงเครียดในตะวันออกกลางยิ่งขึ้น เมื่อกองทัพอิสราเอลประกาศชัยชนะในการกำจัดนายอาลีเรซา ทังซีรี ผู้บัญชาการกองทัพเรือของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ซึ่งเป็นตัวการสำคัญในการวางทุ่นระเบิดและปิดล้อมเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก

อิสราเอลอ้าง สังหาร ผบ.ทัพเรืออิหร่าน ผู้คุมการปิดช่องแคบฮอร์มุซ

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 กองทัพอิสราเอล (IDF) ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ ระบุว่าปฏิบัติการลับที่แม่นยำและรุนแรงเมื่อคืนที่ผ่านมา ได้กำจัดนายทังซีรีพร้อมเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกหลายราย นายอิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอิสราเอล กล่าวว่า “กองทัพอิสราเอลได้กำจัดผู้บัญชาการกองทัพเรือ IRGC ซึ่งรับผิดชอบโดยตรงต่อการก่อการร้ายด้วยการวางทุ่นระเบิดและปิดกั้นการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ”

ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญ โดยขนส่งน้ำมันดิบราว 20-30% ของโลก การปิดล้อมโดยอิหร่านส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง ปฏิบัติการของอิสราเอลครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็นการ “ส่งสัญญาณ” ถึงพันธมิตรสหรัฐฯ ในการช่วยเปิดเส้นทางดังกล่าวอีกครั้ง

บทบาทสำคัญของ ผบ.ทัพเรืออิหร่านในการปิดช่องแคบฮอร์มุซ

นายทังซีรีเริ่มมีบทบาทเด่นชัดนับตั้งแต่สงครามระหว่างอิสราเอล-สหรัฐฯ กับอิหร่านปะทุขึ้นเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เขาเป็นหัวหอกในการวางทุ่นระเบิดและควบคุมการจราจรทางเรือในอ่าวเปอร์เซีย ล่าสุดก่อนเสียชีวิต เขาโพสต์บนแพลตฟอร์ม X เมื่อวันอังคารว่า “เรือทุกลำที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซต้องประสานงานเต็มรูปแบบกับหน่วยงานทางทะเลอิหร่าน” นอกจากนี้ เขายังอัปเดตความคืบหน้าของปฏิบัติการ IRGC อย่างต่อเนื่อง

ทางการอิหร่านยังเงียบกริบ ไม่ยืนยันหรือปฏิเสธการเสียชีวิตของนายทังซีรี แต่แหล่งข่าวจาก CNN รายงานว่าปฏิบัติการนี้เป็นส่วนหนึ่งของสงครามที่กำลังขยายวง

ช่องแคบฮอร์มุซมีความยาว 33 กิโลเมตร กว้างสุด 96 กม. แต่จุดแคบสุดเพียง 21 กม. ทำให้ง่ายต่อการปิดกั้น อิหร่านเคยขู่ว่าจะปิดช่องแคบนี้หลายครั้งในอดีต เช่น ปี 2019 ช่วงความตึงเครียดกับสหรัฐฯ การปิดครั้งนี้ทำให้เรือบรรทุกน้ำมันหลายสิบลำติดขัด ส่งผลให้ราคาน้ำมัน Brent พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

  • ผลกระทบทางเศรษฐกิจ: ประเทศนำเข้าน้ำมันอย่างจีน อินเดีย และยุโรปได้รับผลกระทบหนัก
  • ยุทธศาสตร์ทหาร: แสดงศักยภาพของอิสราเอลในการโจมตีเป้าหมายลึกเข้าไปในอิหร่าน
  • การตอบโต้ที่คาดการณ์: IRGC อาจตอบโต้ด้วยขีปนาวุธหรือโดรน
  • บทบาทสหรัฐฯ: สนับสนุนอิสราเอลในการรักษาเส้นทางเดินเรือ

นอกจากนี้ นายคัตซ์ยังย้ำว่า “เราจะเดินหน้าปฏิบัติการในอิหร่านด้วยกำลังทั้งหมด เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของสงคราม” สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของอิสราเอลในการต่อสู้กับภัยคุกคามจาก IRGC ซึ่งถูกจัดเป็นองค์กรก่อการร้ายโดยสหรัฐฯ

ประวัติศาสตร์ช่องแคบฮอร์มุซเคยเป็นจุด nóngหลายครั้ง เช่น สงครามเรือน้ำมันปี 1980s (Tanker War) ระหว่างอิหร่าน-อิรัก ที่สหรัฐฯ เข้าช่วยเหลือคุ้มครองเรือบรรทุกน้ำมัน ปัจจุบัน สงครามสมมุติปี 2569 นี้ยิ่งซับซ้อนด้วยเทคโนโลยีโดรนและขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าการสูญเสียนายทังซีรีอาจทำให้ IRGC สูญเสียขวัญกำลังใจ และอิหร่านต้องปรับโครงสร้างกองทัพเรือใหม่ ส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดใช้งานได้เร็วขึ้น

ในมุมมองของผู้เขียน การโจมตีอิสราเอลอ้าง สังหาร ผบ.ทัพเรืออิหร่าน ผู้คุมการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ครั้งนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ช่วยลดความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลก และอาจนำไปสู่การเจรจาสันติภาพ หากอิหร่านยอมถอย ติดตามพัฒนาการเพิ่มเติมเพื่อไม่พลาดข่าวสำคัญ!

ที่มา – อิสราเอลอ้าง สังหาร ผบ.ทัพเรืออิหร่าน ผู้คุมการปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ศบก. ย้ำตะวันออกกลางยังรุนแรง ช่วยไทยกลับ 1,499 คน

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามีอัพเดทสถานการณ์ร้อนๆ จากตะวันออกกลางมาฝากกันอีกแล้วนะครับ โดยเฉพาะ ศบก. ย้ำตะวันออกกลางยังรุนแรง แบบนี้ รัฐบาลไทยยังคงเร่งช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่อย่างเต็มที่ ล่าสุดช่วยให้คนไทยกลับบ้านแล้วถึง 1,499 คนเลยทีเดียว! สถานการณ์ยังตึงเครียด สหรัฐฯ เตรียมส่งทหารเพิ่ม อิหร่านก็ปฏิเสธข้อเสนอ 15 ข้อของสหรัฐฯ ไปเรียบร้อย มาดูรายละเอียดกันเลยครับ

ศบก. ย้ำตะวันออกกลางยังรุนแรง แถลงช่วยคนไทย

ศบก. ย้ำตะวันออกกลางยังรุนแรง

จากที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ ศบก. แถลงเมื่อตอน 11.05 น. วันที่ 26 มี.ค. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศฯ สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงรุนแรงหนัก มีการโจมตีตอบโต้กันไม่หยุด ทั้งคู่ขัดแย้งหลักและกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ สหรัฐฯ ยังเตรียมส่งกำลังทหารเพิ่มเข้าไปเพื่อเสริมปฏิบัติการอีกด้วย เพื่อนๆ ที่ติดตามข่าวคงเห็นภาพชัด สงครามครั้งนี้กระทบหนักมาก

ท่าทีอิหร่านปฏิเสธ 15 ข้อของสหรัฐฯ

ด้านการเจรจายุติสงคราม สหรัฐฯ ส่งแผน 15 ข้อไปให้อิหร่าน รวมถึงขอเปิดช่องแคบฮอร์มุซถาวร แต่ละอิหร่านปฏิเสธสนิท และยื่นเงื่อนไข 5 ข้อคืน โดยอยากให้โลกยอมรับอำนาจอิหร่านในช่องแคบนั้น โฆษกทำเนียบขาวบอกว่ายังเจรจากันอยู่ แต่เตือนอย่าเชื่อข่าวออนไลน์ทั้งหมด เพราะมีแค่บางส่วนที่จริง ศบก. ย้ำตะวันออกกลางยังรุนแรงแบบนี้ ความไม่แน่นอนสูงมาก รัฐบาลไทยจึงขอร้องคนไทยรีบออกจากพื้นที่เสี่ยง ดาวน์โหลดแอป TPA Connect ลงทะเบียนกับสถานทูตให้ครบถ้วน ติดตามข่าวจากช่องทางการเท่านั้นนะครับ

อัพเดทช่วยเหลือคนไทยจากตะวันออกกลาง

ความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในตะวันออกกลาง

มาดูความคืบหน้าดีๆ กันครับ:

  • อิหร่าน-โอมาน: ลูกเรือไทย 3 คนบนเรือมยุรีนารี ยังรอคอนเฟิร์มสถานะ ปฏิบัติการร่วมอิหร่าน-โอมานกำลังดำเนินการ พอมีข่าวจะรีบอัพเดท
  • อิสราเอล: ร่างนายชัยวัฒน์ แววเนิน ที่เสียชีวิตจากสะเก็ดระเบิด เดิมจะกลับเช้า 26 มี.ค. แต่เที่ยวบิน LY 085 ของ El Al ถูกยกเลิก สถานทูตเทลอาวีฟประสานใหม่ จะแจ้งวันใหม่เร็วๆ นี้
  • อิหร่าน-ตุรกี: คนไทย 8 คน (นักเรียน+ครอบครัว 7, แรงงาน 1) ข้ามแดนเข้าตุรกีแล้วเมื่อ 25 มี.ค. พักวาน ออกเดินทางเช้า 26 มี.ค. ไปอิสตันบูล ค้างคืน แล้วบินกลับไทยเช้า 28 มี.ค.

รวมทั้งหมดตั้งแต่เริ่มเหตุ นับคนไทยที่ได้ช่วยออกจากตะวันออกกลางไปไทยหรือประเทศที่สามแล้ว 1,499 คน! รัฐบาลไทยทุ่มสุดตัวจริงๆ ครับ

ในฐานะคนไทยเราควรภูมิใจที่มีรัฐบาลใส่ใจขนาดนี้ สถานการณ์ตะวันออกกลางรุนแรงแต่การช่วยเหลือคนไทยไม่เคยสะดุด หวังว่าการเจรจาจะสำเร็จเร็วๆ เพื่อความสงบสุขทุกฝ่าย หากคุณหรือคนใกล้ชิดยังอยู่ในพื้นที่ รีบลงทะเบียนกับสถานเอกอัครราชทูตหรือกงสุลใหญ่ทันที ติดตามข่าวจากแหล่ง官方 และปฏิบัติตามคำแนะนำเคร่งครัด จะได้ปลอดภัยกลับบ้านไวๆ นะครับ

ที่มา – ศบก. ย้ำตะวันออกกลางยังรุนแรง ช่วยคนไทยกลับแล้ว 1,499 คน เผยท่าทีอิหร่านปฏิเสธ 15 ข้อของสหรัฐฯ

Board of Peace ทรัมป์ส่งรายงานกาซาแรกต่อUN ชงตั้งรัฐชั่วคราว

Board of Peace ของทรัมป์ส่งรายงานแผนกาซาฉบับแรกต่อUN ชงตั้งรัฐบาลเฉพาะกาล-ส่งกองกำลังปลดอาวุธฮามาส นับเป็นก้าวสำคัญในการแก้ไขวิกฤตฉนวนกาซา ที่กำลังเผชิญความเสียหายอย่างหนักจากความขัดแย้งยืดเยื้อ สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการนำสันติภาพมาสู่ภูมิภาคตะวันออกกลางอีกครั้ง

Board of Peace ของทรัมป์ส่งรายงานแผนกาซาฉบับแรกต่อUN ชงตั้งรัฐบาลเฉพาะกาล-ส่งกองกำลังปลดอาวุธฮามาส

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 คณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) ที่ทรัมป์จัดตั้งขึ้นเพื่อกำกับดูแลการเปลี่ยนผ่านอำนาจในกาซา ได้ยื่นรายงานฉบับแรกต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UN) รายงานนี้เสนอแนวทางชัดเจนในการจัดตั้งฝ่ายบริหารพลเรือนเฉพาะกาลสำหรับกาซา โดยมีคณะกรรมการบริหารกาซาแห่งชาติ ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญชาวปาเลสไตน์ 15 คน ที่ได้รับความเห็นชอบจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง คณะนี้กำลังเตรียมบุคลากรตำรวจพลเรือนนับหลายหมื่นคน เพื่อฟื้นฟูความสงบเรียบร้อยในพื้นที่

นอกจากนี้ Board of Peace ของทรัมป์ส่งรายงานแผนกาซาฉบับแรกต่อUN ยังเรียกร้องให้ชาตินานาชาติส่งกองกำลังทหารเข้าร่วมภารกิจปลดอาวุธกลุ่มฮามาสและกลุ่มติดอาวุธอื่นๆ ปัจจุบันมีหลายประเทศแสดงความสนใจเข้าร่วมแล้ว ดังนี้

  • แอลเบเนีย
  • อินโดนีเซีย
  • คาซัคสถาน
  • โคโซโว
  • โมร็อกโก

นายนิโคเลย์ ลาเดนอฟ ผู้แทนระดับสูงด้านกาซา กล่าวว่าการดำเนินการนี้จะช่วยให้กาซาเข้าสู่ระยะของการฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว โดยขณะนี้โครงสร้างพื้นฐานถูกทำลายไปกว่า 60-70% ระบบสาธารณสุขล่มสลายเกือบทั้งหมด ทำให้ประชาชนเผชิญความเดือดร้อนอย่างหนัก

ความเสียหายรุนแรงในกาซาและแผนฟื้นฟูจาก Board of Peace ของทรัมป์

รายงานชี้แจงว่าความเสียหายในกาซานั้นรุนแรงมาก โรงพยาบาล ถนน สะพาน และที่อยู่อาศัยจำนวนมากถูกทำลาย ส่งผลกระทบต่อชีวิตประชาชนกว่า 2 ล้านคน คณะทำงานกำลังเจรจากับทางการอิสราเอลเพื่อเพิ่มจำนวนรถบรรทุกขนส่งสินค้าจำเป็น เช่น อาหาร ยา และน้ำมัน ให้เข้าสู่กาซาได้มากขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังคงตึงเครียด

นับตั้งแต่ความขัดแย้งปะทุขึ้นเมื่อปลายปี 2566 กาซาได้กลายเป็นสมรภูมิที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตนับหมื่นคน และผู้ลี้ภัยจำนวนมาก การที่ Board of Peace ของทรัมป์ส่งรายงานแผนกาซาฉบับแรกต่อUN ชงตั้งรัฐบาลเฉพาะกาล-ส่งกองกำลังปลดอาวุธฮามาส ถือเป็นข้อเสนอที่อาจเปลี่ยนเกมได้ ทรัมป์ซึ่งเคยผลักดันข้อตกลงอับราฮัม อัคคอร์ด (Abraham Accords) ระหว่างอิสราเอลกับชาติอาหรับหลายแห่ง เชื่อมั่นว่าการปลดอาวุธฮามาสและตั้งรัฐบาลชั่วคราวจะปูทางสู่สันติภาพยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม แผนนี้ยังเผชิญอุปสรรคมากมาย เช่น การต่อต้านจากกลุ่มฮามาส การเจรจาที่ยากลำบากกับอิสราเอล และความกังวลจากนานาชาติเรื่องเสี่ยงต่อการขยายความขัดแย้ง คณะกรรมการกำลังเร่งรัดกระบวนการคัดเลือกเจ้าหน้าที่ และประสานงานกับ UN เพื่อให้แผนเดินหน้าได้เร็วที่สุด

นอกจากนี้ ยังมีแผนฟื้นฟูระยะยาว เช่น การสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ การพัฒนาเศรษฐกิจผ่านโครงการพลังงานและการท่องเที่ยว รวมถึงการฝึกอบรมบุคลากรพลเรือนให้มีประสิทธิภาพ ชาติมุสลิมอย่างอินโดนีเซียและโมร็อกโกที่แสดงเจตจำนงเข้าร่วม ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับภารกิจนี้

ในมุมมองของผู้เขียน แผนจาก Board of Peace ของทรัมป์นี้อาจเป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์สำหรับชาวกาซา หากทุกฝ่ายร่วมมือกันจริงจัง สันติภาพในตะวันออกกลางจะใกล้เข้ามา คุณคิดอย่างไรกับข้อเสนอนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – Board of Peace ของทรัมป์ส่งรายงานแผนกาซาฉบับแรกต่อUN ชงตั้งรัฐบาลเฉพาะกาล-ส่งกองกำลังปลดอาวุธฮามาส

อิหร่านยอมรับ แลกเปลี่ยนข้อความกับสหรัฐฯ แต่ปฏิเสธเรื่องเจรจา

อิหร่านยอมรับ แลกเปลี่ยนข้อความกับสหรัฐฯ แต่ปฏิเสธเรื่องเจรจา เป็นประเด็นร้อนที่กำลังเป็นที่สนใจของโลกในขณะนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่าทีของรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลล่าสุด เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 นายอับบาส อารักชี ได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ผ่านเครือข่าย IRIB ของรัฐบาล โดยยืนยันว่ามีการสื่อสารผ่าน “ประเทศที่เป็นมิตร” แต่ย้ำชัดว่าไม่ใช่การเจรจาแต่อย่างใด

อิหร่านยอมรับ แลกเปลี่ยนข้อความกับสหรัฐฯ แต่ปฏิเสธเรื่องเจรจา

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างอิหร่านและสหรัฐอเมริกาที่ยืดเยื้อมานาน โดยก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ เคยเรียกร้องให้อิหร่าน “ยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไข” แต่ล่าสุดวอชิงตันเปลี่ยนท่าที มาพูดถึงการเจรจาแทน นายอารักชีตั้งคำถามตรงๆ ว่า “พวกอเมริกันไม่ได้พูดว่า ‘ยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไข’ หรอกหรือ? แล้วทำไมตอนนี้ถึงมาพูดเรื่องการเจรจาล่ะ?” เขามองว่านี่คือการยอมรับความพ่ายแพ้ของสหรัฐฯ โดยตรง

รายละเอียดการแลกเปลี่ยนข้อความระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้ส่งข้อความหลายฉบับมาที่เตหะรานผ่านช่องทางบุคคลที่สาม โดยข้อความเหล่านี้มีแนวคิดต่างๆ ที่ถูกส่งต่อไปยังผู้นำระดับสูงของอิหร่านแล้ว หากจำเป็นต้องกำหนดจุดยืนใหม่ พวกเขาจะเป็นผู้ประกาศเอง นายอารักชีชี้แจงว่า การส่งข้อความและการตอบกลับด้วยคำเตือนหรือจุดยืนของอิหร่าน นั้นเรียกว่า “การแลกเปลี่ยนข้อความ” เท่านั้น ไม่ใช่การเจรจาหรือการหารือ

  • สหรัฐฯ ส่งข้อความผ่าน “ประเทศที่เป็นมิตร”
  • อิหร่านตอบกลับด้วยการย้ำจุดยืน
  • ยังไม่มีการยอมรับแผน 15 ประเด็นจากทำเนียบขาว
  • ทำเนียบขาวยืนยันว่าการพูดคุยยังดำเนินไปอย่างรวดเร็ว

สถานการณ์นี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ของทั้งสองฝ่าย ท่ามกลางสงครามตัวแทนและประเด็นนิวเคลียร์ที่ค้างคา โดยเฉพาะ JCPOA (ข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน) ที่สหรัฐฯ ถอนตัวไปตั้งแต่สมัยประธานาธิบดีทรัมป์ ทำให้ความสัมพันธ์ย่ำแย่ลงเรื่อยๆ

บริบทความตึงเครียดอิหร่าน-สหรัฐฯ ในปัจจุบัน

อิหร่านกำลังเผชิญแรงกดดันจากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ การโจมตีจากอิสราเอล และบทบาทในตะวันออกกลาง สหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์รอบสอง พยายามกดดันให้อิหร่านยอมตามเงื่อนไข แต่การที่ต้องส่งข้อความมาแทนการเผชิญหน้าโดยตรง แสดงถึงจุดอ่อนของวอชิงตัน นอกจากนี้ ทำเนียบขาวยังระบุว่าการพูดคุยยังคงดำเนินต่อไป แม้อิหร่านจะปฏิเสธแผนยุติสงคราม 15 ประเด็นก็ตาม

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า อิหร่านยอมรับ แลกเปลี่ยนข้อความกับสหรัฐฯ แต่ปฏิเสธเรื่องเจรจา อาจเป็นกลยุทธ์เพื่อซื้อเวลาและรักษาหน้าตา โดยไม่ยอมเสียเปรียบในเวทีโลก การเคลื่อนไหวครั้งนี้ยังส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันโลกและเสถียรภาพในภูมิภาค

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ การเปลี่ยนท่าทีของสหรัฐฯ อาจมาจากแรงกดดันภายใน เช่น เศรษฐกิจที่เปราะบางและการเลือกตั้งที่ใกล้เข้ามา ขณะที่อิหร่านใช้โอกาสนี้เย้ยหยันและเสริมสร้างภาพลักษณ์แข็งกร้าวต่อประชาชน

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่ ไทยรัฐ ข่าวต่างประเทศ เพื่ออัปเดตสถานการณ์ล่าสุด

สรุปแล้ว เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ยังคงซับซ้อน ผู้สนใจควรติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงใหญ่ในตะวันออกกลาง คุณคิดอย่างไรกับท่าทีของอิหร่าน? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ที่มา – อิหร่านยอมรับ แลกเปลี่ยนข้อความกับสหรัฐฯ แต่ปฏิเสธเรื่องเจรจา

อิหร่านเตือน อาจเปิดแนวรบ “บับ เอล-มันเดบ” หากสหรัฐฯ โจมตีภาคพื้นดิน

อิหร่านเตือน อาจเปิดแนวรบ “บับ เอล-มันเดบ” หากสหรัฐฯ โจมตีภาคพื้นดิน สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังร้อนระอุ เมื่ออิหร่านออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนต่อสหรัฐฯ และอิสราเอล โดยขู่ว่าจะเปิดแนวรบใหม่ในจุดยุทธศาสตร์สำคัญ หากมีการโจมตีทางบกบนเกาะของตน

อิหร่านเตือน อาจเปิดแนวรบ “บับ เอล-มันเดบ” หากสหรัฐฯ โจมตีภาคพื้นดิน

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 แหล่งข่าวทางทหารของอิหร่านได้ออกมาเตือนอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่า เตหะรานพร้อมเปิดแนวรบเชิงยุทธศาสตร์เพิ่มเติม รวมถึงบริเวณช่องแคบ บับ เอล-มันเดบ (Bab el-Mandeb) หากสหรัฐฯ หรืออิสราเอลกล้าดำเนินปฏิบัติการภาคพื้นดินบนเกาะต่างๆ ของอิหร่าน หรือพยายามกดดันผ่านการเคลื่อนไหวทางเรือในอ่าวเปอร์เซียและทะเลโอมาน

ช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่เชื่อมต่อทะเลแดงกับอ่าวเอเดนและมหาสมุทรอินเดีย เป็นเส้นทาง “คอขวด” สำคัญสำหรับการค้าทางเรือทั่วโลก โดยเฉพาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ผ่านจุดนี้ราว 12% ของปริมาณการขนส่งทางเรือทั้งหมดในแต่ละปี หากเกิดความขัดแย้งที่นี่ จะส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก

ขีดความสามารถของอิหร่านในการตอบโต้ที่ช่องแคบบับ เอล-มันเดบ

แหล่งข่าวทางทหารอิหร่านระบุกับสำนักข่าวทาสนิม (Tasnim) ว่า “หากศัตรูพยายามใช้ปฏิบัติการภาคพื้นดินต่อเกาะต่างๆ ของอิหร่าน หรือสร้างความเสียหายผ่านการเคลื่อนไหวทางเรือ เราจะเปิดแนวรบอื่นๆ เป็นเซอร์ไพรส์ตอบโต้” โดยเจาะจงชื่อช่องแคบบับ เอล-มันเดบ และยืนยันว่าอิหร่านมีทั้งขีดความสามารถและความมุ่งมั่นที่จะสร้างภัยคุกคามจริงจังในพื้นที่นั้น

นอกจากนี้ ยังเตือนสหรัฐฯ ว่า “หากชาวอเมริกันคิดจะดำเนินการอย่างไม่ยั้งคิดเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ พวกเขาควรระวังให้ดีว่าจะไม่มีช่องแคบอื่นเพิ่มเข้ามาในรายการความท้าทาย” ซึ่งช่องแคบฮอร์มุซเป็นอีกจุดที่อิหร่านคุมไว้ และบับ เอล-มันเดบ ถูกมองเป็น “อาวุธ” ใหม่ในการตอบโต้

คำเตือนจากประธานรัฐสภาอิหร่าน

ในวันเดียวกัน นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ก็ออกมาเตือนผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า เตหะรานมีข้อมูลข่าวกรองว่าศัตรูกำลังเตรียมยึดเกาะแห่งหนึ่งของอิหร่าน โดยได้รับการสนับสนุนจากประเทศในภูมิภาค “กองกำลังของเรากำลังเฝ้าติดตามทุกการเคลื่อนไหว หากพวกเขาก้าวพลาด โครงสร้างพื้นฐานสำคัญทั้งหมดของรัฐในภูมิภาคนั้นจะตกเป็นเป้าหมายการโจมตีอย่างต่อเนื่อง”

  • ช่องแคบบับ เอล-มันเดบ: จุดเชื่อมทะเลแดง-มหาสมุทรอินเดีย
  • 12% ของน้ำมันโลกผ่านจุดนี้
  • อิหร่านขู่อาศัยพันธมิตรฮูธีในเยเมนเพื่อควบคุม
  • เชื่อมโยงกับช่องแคบฮอร์มุซในการตอบโต้สหรัฐฯ

สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ-อิสราเอล โดยเฉพาะหลังจากเหตุการณ์โจมตีในทะเลแดงที่กลุ่มฮูธี (ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน) ดำเนินการต่อเรือสินค้าที่มุ่งไปอิสราเอล อิหร่านมองว่านี่เป็นโอกาสในการขยายอิทธิพล หากข่าวต่างประเทศล่าสุดยังคงร้อนแรงต่อเนื่อง

การขู่นี้ไม่ใช่แค่คำพูดลอยๆ เพราะอิหร่านมีประวัติการตอบโต้ที่เด็ดขาด เช่น การยึดเรือบรรทุกน้ำมันหรือโจมตีโดรนสหรัฐฯ ในอดีต หากนำไปสู่การปิดช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ราคาน้ำมันโลกอาจพุ่งสูง ส่งผลต่อไทยที่นำเข้าน้ำมันจำนวนมาก

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่สงครามตัวแทนที่กว้างขึ้น ผู้สนใจควรติดตามพัฒนาการอย่างใกล้ชิด เพื่อเข้าใจผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงโลก

คุณคิดว่าอิหร่านจะกล้าเปิดแนวรบจริงหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวต่างประเทศอัปเดตเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – อิหร่านเตือน อาจเปิดแนวรบ “บับ เอล-มันเดบ” หากสหรัฐฯ โจมตีภาคพื้นดิน

Scroll to top