อุทกภัยหาดใหญ่

“ทรงศักดิ์” เผยญี่ปุ่นพร้อมแนะแผนจัดการลุ่มน้ำเจ้าพระยา-หาดใหญ่

“ทรงศักดิ์” เผยญี่ปุ่นพร้อมแนะแผนจัดการลุ่มน้ำเจ้าพระยา-หาดใหญ่

เมื่อเร็วๆ นี้ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ภายหลังการเข้าพบของ H.E. Mr. OTAKA Masato เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย โดยประเด็นสำคัญของการหารือคือความร่วมมือในการรับมือกับปัญหาน้ำท่วมและอุทกภัย ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ทั้งสองประเทศให้ความสำคัญมาโดยตลอด โดยเฉพาะความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นที่ญี่ปุ่นคอยเป็นพันธมิตรให้คำปรึกษาแก่ไทยมาตั้งแต่เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปี 2554

ความร่วมมือยกระดับการบริหารจัดการน้ำ

สืบเนื่องจากการหารือ “ทรงศักดิ์” เผยญี่ปุ่นพร้อมแนะแผนจัดการลุ่มน้ำเจ้าพระยา-หาดใหญ่ เพื่อให้ไทยสามารถรับมือกับวิกฤตการณ์น้ำได้อย่างเป็นระบบและยั่งยืน โดยทางสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ดำเนินการนำเสนอโครงการความร่วมมือทางเทคนิคกับ JICA เพื่อขับเคลื่อนแผนงานใน 4 ด้านหลัก ได้แก่

  • โครงการระบบสนับสนุนการตัดสินใจในลุ่มน้ำย่อยอู่ตะเภา
  • โครงการการพัฒนาระบบการกำหนดเขตพื้นที่การใช้น้ำและการจัดการพื้นที่รับน้ำ ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา
  • โครงการการประเมินการสะสมตัวของตะกอนบริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยาด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง
  • โครงการการพัฒนาระบบแพลตฟอร์มการมีส่วนร่วมของประชาชนด้านการจัดการน้ำ

การร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญ เพราะญี่ปุ่นไม่ใช่เพียงแค่ผู้เชี่ยวชาญ แต่ยังรับบทบาทเป็นที่ปรึกษาที่ช่วยปรับปรุงลำดับความสำคัญของแผนงานให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่มากยิ่งขึ้น สำหรับประเด็นที่ว่า “ทรงศักดิ์” เผยญี่ปุ่นพร้อมแนะแผนจัดการลุ่มน้ำเจ้าพระยา-หาดใหญ่ นั้น ถือเป็นนิมิตหมายอันดีเนื่องในโอกาสครบรอบความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น 140 ปี ในปี 2570 ซึ่งรัฐบาลไทยมุ่งหวังให้โครงการเหล่านี้เป็นของขวัญแห่งความร่วมมือเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมซ้ำซาก

การบริหารจัดการลุ่มน้ำในภาพรวมถือเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาช่วย การที่ไทยได้รับความร่วมมือจากญี่ปุ่นที่มีประสบการณ์ในการทำระบบจัดการน้ำที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ย่อมเป็นผลดีต่อการวางรากฐานการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของไทยในระยะยาว ทั้งนี้ เราควรจับตาดูว่าผลสรุปของทั้ง 4 โครงการนี้จะเปลี่ยนโฉมหน้าการป้องกันน้ำท่วมของไทยได้มากน้อยเพียงใด ถือเป็นความหวังใหม่ที่น่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง

ที่มา – “ทรงศักดิ์” หารือทูตญี่ปุ่น เผยพร้อมให้คำแนะนำไทย แผนจัดการลุ่มน้ำเจ้าพระยา-หาดใหญ่

สส.สงขลา ภูมิใจไทย หนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำฟื้นน้ำท่วมหาดใหญ่

หลังจากเหตุน้ำท่วมใหญ่ในหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อปลายปี 2568 ที่สร้างความเสียหายมหาศาลต่อประชาชนและผู้ประกอบการ สส.สงขลา ภูมิใจไทย จึงไม่นิ่งนอนใจ ร่วมกันยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อผลักดันมาตรการช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะ สส.สงขลา ภูมิใจไทย หนุนมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ฟื้นฟูหลังน้ำท่วมหาดใหญ่ ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

สส.สงขลา ภูมิใจไทย หนุนมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ฟื้นฟูหลังน้ำท่วมหาดใหญ่

วันที่ 11 มีนาคม 2569 นายสรรเพชญ บุญญามณี สส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยสส.เขต 3, 6 และ 7 ได้รวมพลังยื่นข้อเสนอสำคัญต่อหน่วยงานรัฐ หลังรับฟังปัญหาจากพี่น้องประชาชนในอำเภอหาดใหญ่ที่ประสบอุทกภัยหนัก สร้างความเสียหายต่อบ้านเรือน ทรัพย์สิน และกิจการค้าขายมากมาย ประชาชนจำนวนมากยังรอคอยมาตรการเยียวยาที่ชัดเจน โดยเฉพาะด้านการเงินสำหรับผู้ประกอบการ

สส.สงขลา ภูมิใจไทย หนุนมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ฟื้นฟูหลังน้ำท่วมหาดใหญ่ ด้วยเงื่อนไขพิเศษ

ข้อเสนอหลักคือการขยายวงเงิน Soft Loan หรือสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ จากเดิมไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย เป็นสูงสุด 40 ล้านบาทต่อราย เพื่อให้ครอบคลุมความเสียหายจริงในพื้นที่หาดใหญ่ที่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคใต้ นอกจากนี้ ยังผ่อนปรนเงื่อนไข โดยให้ภาคเอกชนหรือสมาคมรับรองผู้กู้อย่างน้อย 2 แห่ง แม้จะมีปัญหาเครดิตบูโร เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงทุน

เงื่อนไขดอกเบี้ยที่เป็นมิตรมาก: 6 เดือนแรกปลอดดอกเบี้ยทั้งหมด จากนั้นเดือนที่ 7 ถึงปีที่ 5 ใช้อัตราดอกเบี้ยคงที่เพียง 1.5% ต่อปี ซึ่งจะช่วยลดภาระหนี้และให้เวลาฟื้นฟูกิจการได้อย่างยั่งยืน มาตรการนี้ตอบโจทย์ผู้ประกอบการค้าปลีก โรงแรม และธุรกิจท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบหนักสุด

  • วงเงินกู้สูงสุด 40 ล้านบาทต่อราย
  • ปลอดดอกเบี้ย 6 เดือนแรก
  • ดอกเบี้ย 1.5% ต่อปี ปีที่ 1-5
  • รับรองโดยสมาคมเอกชน 2 แห่ง แทนเครดิตบูโร
  • ผ่านสถาบันการเงินของรัฐ

ผลกระทบน้ำท่วมหาดใหญ่และความจำเป็นของมาตรการ

น้ำท่วมครั้งนี้ทำให้หาดใหญ่ซึ่งเป็นหัวใจเศรษฐกิจใต้จมน้ำนานนับสัปดาห์ ตลาดสด ห้างสรรพสินค้า และโรงงานผลิตหยุดชะงัก สร้างมูลค่าความเสียหายหลายพันล้านบาท มาตรการช่วยเหลือเดิมมักเน้นเยียวยาบุคคล แต่ละเลยธุรกิจที่เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ดังนั้น สส.สงขลา ภูมิใจไทย หนุนมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ฟื้นฟูหลังน้ำท่วมหาดใหญ่ จึงเป็นทางออกที่ตรงจุด ช่วยให้ผู้ประกอบการรีสตาร์ทกิจการ สร้างงาน สร้างรายได้คืนสู่ชุมชน

นอกจากสินเชื่อ สส.ยังผลักดันให้เร่งจ่ายเงินเยียวยาค่าซ่อมบ้าน และขยายเวลาสำรวจความเสียหายให้ อบต. อบจ. เพื่อไม่ให้ใครตกหล่น ขณะที่ภาคเอกชนสงขลากำลังรวมตัวประชุมเพื่อยกระดับข้อเสนอ ส่งตรงถึงนายกฯ และ รมว.คลัง

ประโยชน์ระยะยาวต่อเศรษฐกิจสงขลา

หากมาตรการนี้ได้รับการอนุมัติ จะไม่เพียงช่วยฟื้นหาดใหญ่ แต่ยังกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งภาคใต้ได้อีกทาง Soft Loan ดอกเบี้ยต่ำแบบนี้เคยประสบความสำเร็จในภัยพิบัติอื่นๆ ช่วยให้ SME กลับมาหมุนเงินได้ไว ผู้ประกอบการหลายรายบอกว่าถ้ามีทุนหมุนเวียน พวกเขาพร้อมลุยต่อ แม้ฝนจะตกหนักแค่ไหน

ในมุมมองของเรา มาตรการนี้แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบของ สส.ท้องถิ่นที่เข้าใจปัญหาจริง การผลักดันแบบนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและนักลงทุน หากคุณเป็นผู้ประกอบการในพื้นที่ ลองติดตามความคืบหน้าและเตรียมเอกสารให้พร้อม สนับสนุน สส.สงขลา ภูมิใจไทย ในการต่อสู้เพื่อพี่น้องชาวหาดใหญ่กันเถอะ! แสดงความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณคาดหวังมาตรการอะไรเพิ่มเติม

ที่มา – “สส.สงขลา ภูมิใจไทย” หนุนมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ฟื้นฟูหลังน้ำท่วมหาดใหญ่

รัฐบาลเตือน! ฝนตกหนักต่อเนื่อง 2 วัน “ยกธงเหลือง”

“ยกธงเหลือง” 4 ชุมชน เทศบาลนครหาดใหญ่ โฆษกรัฐบาลขอประชาชนติดตามระดับน้ำในคลอง-อ่างเก็บน้ำ-แก้มลิงอย่างใกล้ชิด หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง 2 วัน ทุกหน่วยงานเฝ้าระวัง พร้อมรองรับสถานการณ์ทันท่วงที

สถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่ ทำให้รัฐบาลต้องออกมาเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะ 4 ชุมชนที่ถูก “ยกธงเหลือง” เพื่อแจ้งเตือนให้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้น

วันที่ 18 ธันวาคม 2568 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยเทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 6 เรื่อง สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่ ระบุว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักในช่วงกลางดึกเมื่อคืนที่ผ่านมา (17 ธันวาคม 2568) และตกอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ทำให้มีปริมาณน้ำฝนสะสม ณ สถานีแก้มลิงคลองเรียน วัดได้ 140 มิลลิเมตร ส่งผลให้ระดับน้ำในคลองแม่เรียนและคลองหอยโข่งมีระดับเพิ่มสูงขึ้น โดยคาดการณ์ว่าในช่วงบ่ายถึงค่ำของวันนี้ จะยังคงมีฝนตกอย่างต่อเนื่องในพื้นที่

ระดับน้ำในคลองต่างๆ ของวันนี้ (ข้อมูล เวลา 12.00 น.) ดังนี้

  1. คลองอู่ตะเภา บริเวณบ้านม่วงก๊อง ต่ำกว่าตลิ่ง 5.22 เมตร และบ้านบางศาลา ต่ำกว่าตลิ่ง 5.15 เมตร
  2. คลองหวะ ต่ำกว่าตลิ่ง 2.98 เมตร
  3. คลองเตย ต่ำกว่าตลิ่ง 3.00 เมตร
  4. แก้มลิงคลองเรียน ต่ำกว่าตลิ่ง 1.93 เมตร
  5. ปริมาณน้ำอ่างเก็บน้ำคลองสะเดา 53.82 ล้านลูกบาศก์เมตร (ร้อยละ 94.86 ของความจุอ่างฯ)

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อไปว่า จากสถานการณ์ดังกล่าว ศูนย์อำนวยการป้องกันและบรรเทาอุทกภัย เทศบาลนครหาดใหญ่ จึงได้ประกาศยกระดับการแจ้งเตือนประชาชนในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ เป็นระดับ “ยกธงเหลือง” ในพื้นที่ถนนสามสิบเมตร ถนนศุภสารรังสรรค์ ถนนธรรมนูญวิถี ถนนประชาธิปัตย์ รวมถึงซอยย่อยของถนนดังกล่าว ตลอดจนชุมชนจันทร์วิโรจน์ ชุมชนจันทร์ประทีป ชุมชนจันทร์นิเวศน์ และชุมชนรัตนวิบูลย์ โดยขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว เตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจากเทศบาลนครหาดใหญ่ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

“ขณะนี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นอย่างเต็มที่ โดยเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที และให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

รัฐบาลเตือนประชาชน ฝนตกหนักต่อเนื่อง 2 วัน “ยกธงเหลือง” 4 ชุมชน เทศบาลนครหาดใหญ่

สถานการณ์ล่าสุด: ฝนตกหนักต่อเนื่องและความเสี่ยงน้ำท่วม

สถานการณ์ฝนตกหนักที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ส่งผลให้หลายพื้นที่ในเทศบาลนครหาดใหญ่มีความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลัน รัฐบาลจึงได้ประกาศเตือนประชาชนให้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว โดยเฉพาะใน 4 ชุมชนที่ได้รับการ “ยกธงเหลือง”

  • ตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในบ้านให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัย
  • เตรียมยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็น
  • ติดตามข่าวสารและประกาศแจ้งเตือนจากทางราชการอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมเคลื่อนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง หากสถานการณ์มีความเสี่ยง

การเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้เป็นอย่างมาก ดังนั้น ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยให้ความร่วมมือกับทางราชการในการปฏิบัติตามคำแนะนำ เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

การ “ยกธงเหลือง” ในครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนให้ประชาชนตระหนักถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากฝนตกหนักต่อเนื่อง แม้ว่าหน่วยงานภาครัฐจะเตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แต่การเตรียมตัวของประชาชนเองก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน เพื่อลดผลกระทบจากภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้น

ที่มา – รัฐบาลเตือนประชาชน ฝนตกหนักต่อเนื่อง 2 วัน “ยกธงเหลือง” 4 ชุมชน เทศบาลนครหาดใหญ่

มท. เร่งฟื้นฟูสงขลาหลังยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

กระทรวงมหาดไทยเร่งเครื่องภารกิจ “14 วัน หาดใหญ่สะอาด” เดินหน้าฟื้นฟูสงขลาหลังยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เตรียมลดระดับภัยพิบัติ หวังเยียวยาประชาชนให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2568 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในการประชุมติดตามความคืบหน้าการฟื้นฟูพื้นที่จังหวัดสงขลา ภายหลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้ลงนามประกาศยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินฯ ซึ่งมีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ประชุมเน้นย้ำถึงการเปลี่ยนผ่านภารกิจไปสู่การบริหารจัดการในระดับจังหวัด รวมถึงการฟื้นฟูและเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เตรียมเสนอแผนการลดระดับสาธารณภัย จากระดับร้ายแรงอย่างยิ่ง (ภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ) ลงมาเป็นระดับ 3 (ภัยขนาดใหญ่) และจะลดระดับลงไปเป็นภัยระดับจังหวัดตามลำดับ โดยมอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ต่อไป

ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้กล่าวถึงสถานการณ์อุทกภัยในหาดใหญ่ครั้งนี้ ว่าเป็นเหตุการณ์ “ภัย 300 ปี” ที่ประชาชนในพื้นที่ไม่เคยเผชิญมาก่อน และในวันพรุ่งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล จะนำคณะนักวิชาการลงพื้นที่เพื่อถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ดังกล่าว เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือและป้องกันในอนาคต นอกจากนี้ ยังตั้งเป้าหมายว่าภายใน 7 วัน ผู้ที่ยังคงพักอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงจะสามารถเดินทางกลับบ้านได้ทั้งหมด โดยจะเหลือเพียงผู้ป่วยหนักจำนวน 18 ราย ที่ยังคงต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ ณ ศูนย์พักพิง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

นอกเหนือจากนี้ กระทรวงมหาดไทยยังได้ร่วมกับกองบัญชาการทหารสูงสุด ดำเนินภารกิจสำคัญภายใต้ชื่อ “14 วัน หาดใหญ่สะอาด” โดยมีการแบ่งพื้นที่ปฏิบัติการออกเป็น 4 โซน เพื่อเร่งดำเนินการจัดการขยะจำนวนมหาศาลกว่า 250,000 ตัน ที่ยังคงตกค้างอยู่ในพื้นที่ชุมชนเมืองหาดใหญ่ โดยมีกำหนดการที่จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 13 ธันวาคม 2568 สำหรับมาตรการเยียวยาประชาชนด้วยเงินช่วยเหลือจำนวน 9,000 บาท แม้ว่าจะมีการดำเนินการอย่างรวดเร็ว แต่ยังคงพบปัญหาในเรื่องของการลงทะเบียนที่ผิดพลาด หรือข้อมูลที่ยังคงค้างอยู่ในระดับจังหวัด จึงได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาเร่งติดตามและจัดส่งข้อมูลที่ถูกต้องโดยด่วน

อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาได้แจ้งเตือนถึงสถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากกรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์อากาศว่า จะมีฝนตกหนักต่อเนื่องในระหว่างวันที่ 13–18 ธันวาคม 2568 จึงได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเตรียมแผนเผชิญเหตุ และใช้เครือข่ายประธานชุมชนทั้ง 103 แห่ง ในการแจ้งเตือนการอพยพประชาชนทันที หากเกิดสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันขึ้นอีกครั้ง

มท. เร่งฟื้นฟูสงขลาหลังยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

ความคืบหน้าการฟื้นฟูสงขลาหลังยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

การฟื้นฟูสงขลาหลังยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ถือเป็นภารกิจเร่งด่วนที่กระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่ง การยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นว่าสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย และการกลับมาใช้กลไกการบริหารจัดการในระดับจังหวัดจะเป็นการเพิ่มความคล่องตัวในการช่วยเหลือประชาชน

ภารกิจสำคัญที่กำลังดำเนินการควบคู่กันไปคือ การจัดการขยะจำนวนมหาศาลในพื้นที่หาดใหญ่ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการฟื้นฟูสงขลาหลังยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ การเร่งระบายขยะออกจากพื้นที่ชุมชน จะช่วยลดความเสี่ยงด้านสุขอนามัย และสร้างสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่ให้กับประชาชน

นอกจากนี้ การเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบก็เป็นอีกหนึ่งภารกิจที่สำคัญอย่างยิ่ง การจ่ายเงินช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและถูกต้อง จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และช่วยให้พวกเขาสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม การเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกหนักที่จะเกิดขึ้นในอนาคตก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม การเตรียมความพร้อมและมีแผนเผชิญเหตุที่ชัดเจน จะช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น และปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

การฟื้นฟูสงขลาหลังยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน การทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด และการให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จะช่วยให้สงขลาสามารถกลับมาเข้มแข็งได้อีกครั้ง

ผมเชื่อมั่นว่า ด้วยความมุ่งมั่นและความตั้งใจของทุกฝ่าย สงขลาจะสามารถผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ และกลับมาเป็นเมืองที่น่าอยู่และมีชีวิตชีวาอีกครั้งในเร็ววัน

ที่มา – มท. เร่งฟื้นฟูสงขลาหลังยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จ่อลดระดับภัยพิบัติ

หญิงหน่อย จี้เยียวยาน้ำท่วมตามจริง ชดเชยความเสียหาย!

“สุดารัตน์” ลุยหาดใหญ่ ชี้ ประชาชนบอบช้ำหนัก ห่วงเรื่องสาธารณสุข ภาระหนี้สินของผู้ประสบภัย จี้รัฐบาลเยียวยาน้ำท่วมตามจริง เพราะความเสียหายเกิดจากรัฐบาลบริหารจัดการผิดพลาด

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย พร้อมด้วยทีมงานพรรคไทยสร้างไทย ลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งใหญ่ โดยคุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า “เหตุการณ์ครั้งนี้รุนแรงจนมีผู้เสียชีวิตเกินหลักร้อย ความสูญเสียครั้งนี้ใหญ่หลวงเกินกว่าจะนิ่งเฉยได้ พรรคไทยสร้างไทยขอส่งกำลังใจให้ทุกครอบครัว และจะลงพื้นที่ช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องจนกว่าทุกคนจะกลับมายืนได้อีกครั้ง” แม้หลายพื้นที่ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว แต่ยังไม่มีน้ำใช้ ไฟฟ้ามีบางจุด สำหรับความเสียหายที่เหลืออยู่นั้นถือว่าสาหัสมาก ทั้งบ้านเรือน ระบบสาธารณูปโภค เครื่องใช้ไฟฟ้า ยานพาหนะ รวมถึงสุขภาพกายใจของประชาชนที่ยังต้องการการเยียวยาอย่างเร่งด่วน

หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ระบุต่อไปว่า สิ่งที่รัฐบาลต้องทำทันทีหลังจากนี้ คือการเร่งกอบกู้และช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นระบบ อย่าให้เหมือนที่ผ่านมา เพราะประชาชนต่างบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่าต้องติดอยู่ในน้ำ หรือบนหลังคา อดข้าวอดน้ำนานถึง 3-4 วัน การบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐบาลชุดนี้จึงถือว่าสอบตก ประชาชนต้องพึ่งพาอาสาสมัครกู้ภัย จิตอาสา และกำลังทหารเป็นหลักในการช่วยชีวิต ไม่ใช่มหาดไทยที่เป็นหน่วยงานหลัก

สำหรับความผิดพลาดของรัฐบาล คงต้องรอการตรวจสอบหลังเหตุการณ์สงบ แต่ย้ำว่าสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือการทุ่มเทสรรพกำลังทั้งหมดเพื่อช่วยชีวิตประชาชนก่อน พร้อมเสนอให้รัฐบาลเร่งเตรียมแผนจัดการหลังน้ำลดดังต่อไปนี้

1. งานด้านสาธารณสุขเป็นเรื่องสำคัญมาก เนื่องจากสงขลามีโรงพยาบาลทั้งหมด 5 แห่ง ต้องดูแลประชาชนกว่า 700,000 คน มีเตียงรวมกันประมาณ 2,000 เตียง แต่ขณะนี้โรงพยาบาลถูกน้ำท่วมเสียหาย 4 แห่ง คงเหลือที่ใช้การอย่างสมบูรณ์เพียงโรงพยาบาลสงขลานครินทร์แห่งเดียว ที่ต้องรองรับผู้ป่วยปกติทั่วทั้งจังหวัดและผู้ป่วยจากน้ำท่วม รัฐบาลต้องเร่งดูแลเรื่องบุคลากรให้เพียงพอ และสำหรับโรงพยาบาลที่ถูกน้ำท่วม ต้องเร่งจัดหาเครื่องมือที่เสียหายจากการถูกน้ำท่วมให้กลับมาใช้ได้อย่างปกติโดยเร็ว จากนั้นต้องเตรียมป้องกันไม่ให้เกิดโรคระบาดที่เกิดจากขยะที่กองเต็มเมือง รวมทั้งซากสัตว์ ยิ่งในขณะนี้ยังไม่มีน้ำประปาใช้ ที่สำคัญคือการดูแลสุขภาพจิตของผู้ประสบภัยที่ขณะนี้อยู่ในสภาพที่ย่ำแย่มากเพราะสิ้นเนื้อประดาตัว

2. การดูแลด้านกายภาพ ทั้งระบบสาธารณูปโภค ไฟฟ้า ประปา การทำความสะอาดบ้านเรือน การซ่อมแซมบ้านเรือน พาหนะ และเครื่องใช้ไฟฟ้าให้กับผู้ประสบภัย

3. การดูแลเรื่องการเงินและหนี้ ให้กับผู้ประสบภัย ต้องหยุดต้นหยุดดอกเบี้ยให้กับผู้ประสบภัยอย่างน้อย 1 ปีทันที พร้อมเติมเงินใหม่ โดยให้ธนาคารปล่อยกู้ดอกเบี้ย 0% เป็นเวลา 1 ปี เพื่อซ่อมแซมร้านค้า และซื้ออุปกรณ์เพื่อเริ่มต้นอาชีพได้ใหม่ รวมทั้งเรื่องการชดเชยที่จะให้บ้านละ 9,000 บาทนั้นไม่เพียงพอต่อการซ่อมแซมโดยแน่นอน ขอให้จ่ายตามความเสียหายจริง เพราะความเสียหายเกิดจากความผิดพลาดในการบริหารจัดการของรัฐบาลเอง

ขณะเดียวกัน คุณหญิงสุดารัตน์ เผยด้วยว่า พรรคไทยสร้างไทยเตรียมเปิดอีก 2 โครงการช่วยเหลือเพิ่มเติมหลังน้ำลด คือ 1. “ไทยสร้างไทยมอบความอบอุ่นให้ผู้ประสบภัย” โดยมอบที่นอน-หมอน-ผ้าห่ม ซึ่งเป็นสิ่งของจำเป็นในขณะนี้ เพราะทุกอย่างแช่น้ำหมด และ 2. โครงการช่วยซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าและยานพาหนะ โดยร่วมมือกับวิทยาลัยเทคโนโลยีสงขลา เพื่อช่วยผู้ประสบภัย ลดภาระและค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมอุปกรณ์และยานพาหนะที่เสียหาย.

หญิงหน่อย จี้เยียวยาน้ำท่วมตามจริง

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเยียวยาน้ำท่วมตามจริง โดยเน้นย้ำว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น เกิดจากการบริหารจัดการที่ผิดพลาดของภาครัฐเอง การช่วยเหลือที่ล่าช้าและการเยียวยาที่ไม่เพียงพอต่อความเสียหายจริง ทำให้ประชาชนต้องเผชิญกับความยากลำบากแสนสาหัส

ทำไมต้องเยียวยาน้ำท่วมตามจริง?

การเยียวยาน้ำท่วมตามจริง ไม่ใช่แค่การให้เงินช่วยเหลือ แต่เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อความผิดพลาดที่เกิดขึ้น รัฐบาลควรพิจารณาถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงกับประชาชนแต่ละราย และให้ความช่วยเหลืออย่างเหมาะสมและทันท่วงที เพื่อให้พวกเขาสามารถกลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้อีกครั้ง

การช่วยเหลือควรครอบคลุมในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านที่อยู่อาศัย สุขภาพ การเงิน และสภาพจิตใจ การให้ความช่วยเหลือที่ครบวงจรเท่านั้น ที่จะช่วยให้ประชาชนสามารถฟื้นตัวจากภัยพิบัติครั้งนี้ได้อย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ รัฐบาลควรเร่งแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการน้ำที่ผิดพลาด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมซ้ำรอยอีกในอนาคต การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและการวางแผนการจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นทางออกที่ยั่งยืนกว่าการเยียวยาน้ำท่วมตามจริง เพียงอย่างเดียว

ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลจะต้องหันมาใส่ใจและแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างจริงจัง การเยียวยาน้ำท่วมตามจริง คือจุดเริ่มต้นของการสร้างความเชื่อมั่นและความศรัทธาจากประชาชนคืนมา

ที่มา – “หญิงหน่อย” จี้เยียวยาน้ำท่วมตามจริง เหตุความเสียหายเกิดจากรัฐบริหารจัดการผิดพลาด

นายกฯ สั่งช่วยน้ำท่วมภาคใต้ มอบ “ธรรมนัส” ดูแล

“อนุทิน” ถก ครม.เศรษฐกิจ สั่งช่วยน้ำท่วมภาคใต้ รับหาดใหญ่หนักสุด ยังมีน้ำเพิ่ม มอบ “ธรรมนัส” ผู้อำนวยการ ศนภ. เกาะติดพื้นที่ คาดสถานการณ์จะคลี่คลายรวดเร็ว ชี้ เข้าเกณฑ์เยียวยาทุกหลังคาเรือน

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) ครั้งที่ 5/2568 นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก่อนจะเริ่มการประชุมตนขอมอบข้อสั่งการและนโยบายเรื่องสถานการณ์อุทกภัยในภาคใต้ ซึ่งกำลังเกิดขึ้นที่จังหวัดสงขลา ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดเหตุอุทกภัยในหลายจังหวัดภาคใต้ อย่างที่มีสภาพหนักที่สุดคือจังหวัดสงขลา อำเภอหาดใหญ่ ตนและคณะลงพื้นที่ติดตามผู้ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งในที่ประชุมนี้ต้องมีผู้ประสบภัยด้วยคือ ประธานหอการค้าก็เป็นผู้ประสบภัย ต้องขออภัยที่ท่านได้นำสมาชิกหอการค้าทั่วประเทศไปทำการประชุมประจำปีที่อำเภอหาดใหญ่ มีผู้คนไปมากมายแต่เกิดอุบัติภัยน้ำท่วมเสียก่อน และมีความรุนแรง ทำให้กระแสไฟฟ้าไม่สามารถจ่ายได้ในอาคารใหญ่ ตนได้พบประธานหอการค้าที่สนามบิน ซึ่งท่านก็อยู่ที่สนามบินนาน แต่อย่างน้อยโชคดีว่าประสานไฟลต์บินกลับกรุงเทพฯ ได้ พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรีขออภัยพี่น้องประชาชนทุกคนด้วย

นายอนุทิน ระบุต่อไปว่า ตนได้มอบให้หน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ดำเนินการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและเยียวยากับผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ ซึ่งในเรื่องของการช่วยเหลือเยียวยา ดูแลลดความเดือดร้อนของประชาชนลง น่าจะควบคุมสถานการณ์ได้ในระดับหนึ่งแล้ว แต่สิ่งที่ยังควบคุมสถานการณ์ไม่ได้คือปริมาณน้ำที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากพายุ และปริมาณฝนที่ยังตกไม่หยุด ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมามีฝนตกตลอดเวลา ทำให้มีปริมาณน้ำที่ไหลเข้ามาในตัวเมืองหาดใหญ่ เปรียบเสมือนพื้นที่รับน้ำ และน้ำจากภูเขา และน้ำจากอำเภอสะเดา ก็เข้ามาเติมอีก ทำให้การระบายน้ำในพื้นที่หาดใหญ่ มีคลองระบายน้ำที่มาตรฐาน คือ คลอง ร.1 ถ้าใครที่เคยมาจะเห็นว่าคลองกว้างเปรียบเสมือนแม่น้ำเส้นหนึ่งเลย แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะระบายน้ำได้

ทางด้านกรมชลประทานกำลังเร่งบริหารจัดการสถานการณ์น้ำในพื้นที่ และเมื่อเช้านี้ได้ขอให้ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางลงไปดำเนินการเพื่อลดระดับของความเป็นภัยพิบัติให้เร็วที่สุดและมากที่สุด ในฐานะที่รัฐบาลมีคณะกรรมการอำนวยการและบริหารสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ที่มีร้อยเอกธรรมนัส เป็นผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการน้ำในสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (ศนภ.) ไปบูรณาการความร่วมมือของทุกฝ่าย

ทั้งนี้ ตนได้รับรายงานในเบื้องต้นว่า ร้อยเอกธรรมนัส ได้ขอความร่วมมือจากกองทัพภาคที่ 4 และฝ่ายชลประทานที่ท่านกำกับดูแลอยู่แล้ว ส่วนฝ่ายปกครอง ตนขอให้ทางปลัดกระทรวงมหาดไทยสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรับฟังข้อสั่งการของรองนายกรัฐมนตรี ที่เป็นประธานคณะอนุกรรมการฯ และสามารถบูรณาการความร่วมมือในทุกมิติ ตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีความคาดหมายว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลงด้วยความรวดเร็ว ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรี ยังระบุด้วยว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ เป็นพื้นที่บริเวณกว้างครอบคลุมหลายอำเภอ ซึ่งอำเภอหาดใหญ่เป็นพื้นที่หนักที่สุด และเป็นพื้นที่เศรษฐกิจด้วย เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของภาคใต้ จึงต้องเร่งฟื้นฟูให้กลับมารวดเร็ว

ส่วนเรื่องมาตรการฟื้นฟู นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ยืนยันว่าตอนนี้ตนสั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสำรวจครัวเรือนที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย ซึ่งเข้าเกณฑ์ทุกหลัง มีความชัดเจนว่าบ้านเรือนทุกหลังมีความเสียหายของทรัพย์สินด้วย ก็จะมีการช่วยเหลือเยียวยา และอยากจะให้มีการเตรียมมาตรการฟื้นฟูให้กับพี่น้องประชาชนในขั้นต้นในเรื่องของการเยียวยา.

นายกฯ สั่งช่วยน้ำท่วมภาคใต้ มอบ “ธรรมนัส” ดูแล

จากสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ที่เกิดขึ้นล่าสุด นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้เร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในพื้นที่หาดใหญ่ ซึ่งได้รับผลกระทบหนักที่สุด

มาตรการช่วยเหลือและฟื้นฟูน้ำท่วมภาคใต้

รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ โดยจะมีการสำรวจครัวเรือนที่ได้รับความเสียหายและให้การช่วยเหลือเยียวยาอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังมีการเตรียมมาตรการฟื้นฟูในระยะยาว เพื่อช่วยให้ประชาชนกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้อำนวยการ ศนภ. เพื่อบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการแก้ไขสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ และลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด การทำงานร่วมกันของหน่วยงานต่างๆ และการสนับสนุนจากกองทัพภาคที่ 4 จะเป็นปัจจัยสำคัญในการรับมือกับภัยพิบัติครั้งนี้

สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ การบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ การวางแผนผังเมืองที่ดี และการให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติตนเมื่อเกิดภัยพิบัติ จะช่วยลดความสูญเสียและผลกระทบที่เกิดขึ้นได้ในอนาคต

การฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การให้กำลังใจ และการร่วมแรงร่วมใจกัน จะช่วยให้เราผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ด้วยดี

ที่มา – นายกฯ สั่งกลางวง ครม.เศรษฐกิจ ช่วยน้ำท่วมภาคใต้ มอบ “ธรรมนัส” นั่งผู้อำนวยการ ศนภ.

Scroll to top