อเล็กซ์ เพรตติ

ทรัมป์ส่ง “ผู้ตรวจการชายแดน” คุม ICE ในมินนิโซตา

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ส่ง “ผู้ตรวจการชายแดน” ไปควบคุมปฏิบัติการของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ICE) ในรัฐมินนิโซตา หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ยิงประชาชนเสียชีวิต 2 ราย สร้างความไม่พอใจและการประท้วงอย่างรุนแรง

ทรัมป์ส่ง “ผู้ตรวจการชายแดน” คุม ICE ในมินนิโซตา

เมื่อวันจันทร์ที่ 26 มกราคม 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า เขาตัดสินใจส่ง “ผู้ตรวจการชายแดน” ทิม โฮแมน ไปยังรัฐมินนิโซตา และได้พูดคุยกับ ทิม วอลซ์ ผู้ว่าการรัฐมินนิโซตาแล้ว หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ ICE สังหารประชาชนรายที่ 2 ในเมืองมินนิอาโพลิส

เมืองมินนิอาโพลิสตกอยู่ในสภาวะตึงเครียดจากการประท้วง หลังจากเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ICE) ยิงนายอเล็กซ์ เพรตติ พยาบาลแผนกไอซียู เสียชีวิตเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งเกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากการสังหาร เรเน กูด คุณแม่ลูกสาม

“ผมกำลังส่ง ทอม โฮแมน ไปยังมินนิโซตาในคืนนี้ เขาไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่นั้นมาก่อน แต่เขารู้จักและชื่นชอบผู้คนที่นั่นหลายคน ทอมเป็นคนเด็ดขาดแต่ยุติธรรม และจะรายงานตรงต่อผม” ทรัมป์โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ของเขา

ทำเนียบขาวระบุว่า โฮแมน ซึ่งเป็นมือขวาของทรัมป์ด้านความมั่นคงชายแดน จะทำหน้าที่ “บริหารจัดการการปฏิบัติการของ ICE ในพื้นที่รัฐมินนิโซตา เพื่อเดินหน้าจับกุมอาชญากรต่างด้าวผิดกฎหมายที่เลวร้ายที่สุดต่อไป” การตัดสินใจครั้งนี้อาจเป็นสัญญาณของการปรับเปลี่ยนแนวทาง เนื่องจากทรัมป์ต้องการเน้นการปฏิบัติการที่เจาะจงเป้าหมายมากกว่าการจู่โจมตรวจคนเข้าเมืองแบบฉับพลัน ซึ่งเป็นแนวทางที่ คริสตี โนเอม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสนับสนุน

ทำไมทรัมป์ต้องส่ง “ผู้ตรวจการชายแดน” ไปคุม ICE?

นายทรัมป์กล่าวว่า เขาได้พูดคุยกับ ทิม วอลซ์ ผู้ว่าการรัฐมินนิโซตา และเป็นการพูดคุยที่ดีมาก “อันที่จริง เราดูเหมือนจะมีคลื่นความถี่ที่ตรงกัน” ทรัมป์กล่าว พร้อมเสริมว่าวอลซ์เป็นฝ่ายโทรหาเขา “ด้วยคำร้องขอที่จะทำงานร่วมกัน”

“ผมบอกผู้ว่าฯ วอลซ์ว่า ผมจะให้ ทอม โฮแมน โทรหาเขา และสิ่งที่เรากำลังมองหาอยู่คืออาชญากรทุกคนที่พวกเขาควบคุมตัวไว้” ทรัมป์ระบุเพิ่มเติมในโพสต์บนโซเชียลมีเดีย

ในขณะเดียวกัน ความโกรธแค้นต่อการสังหารเพรตติวัย 37 ปี พุ่งสูงขึ้น ทำให้ประชาชนจำนวนมากออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องความเป็นธรรม แม้แต่สมาชิกวุฒิสภาหลายคนจากพรรครีพับลิกันของทรัมป์เองก็เรียกร้องให้มีการสืบสวนเหตุสังหารนี้อย่างละเอียด หลังคำพูดของฝ่ายรัฐบาลขัดแย้งกับภาพที่ปรากฏในคลิปวิดีโอขณะเกิดเหตุ

กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) ระบุว่า เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางยิงนายเพรตติเพื่อป้องกันตัว โดยอ้างว่า ผู้ต้องสงสัยที่มีอาวุธได้ขัดขืนการปลดอาวุธของเจ้าหน้าที่อย่างรุนแรง แต่ภาพที่ปรากฏกลับแสดงให้เห็นว่า นายเพรตติไม่ได้ขัดขืน

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างรัฐบาลกลางและประชาชนในประเด็นการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมือง นอกจากนี้ยังเป็นการทดสอบความสามารถของ “ผู้ตรวจการชายแดน” ที่ทรัมป์ส่งไปควบคุมสถานการณ์ว่าจะสามารถจัดการความขัดแย้งและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้หรือไม่

การตัดสินใจของทรัมป์ในการส่ง “ผู้ตรวจการชายแดน” ไปยังมินนิโซตา สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองอย่างเข้มงวด อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอดูว่ามาตรการนี้จะนำไปสู่ความสงบเรียบร้อยหรือจะยิ่งเพิ่มความขัดแย้งและความไม่พอใจให้กับประชาชน

ที่มา – ทรัมป์เผย คุยผู้ว่าฯ มินนิโซตาแล้ว ส่ง “ผู้ตรวจการชายแดน” ไปคุม ICE

เปิดคลิป! จนท.ยิงดับรายที่ 2 ในมินนิโซตา อ้างป้องกันตัว

เกิดเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ยิงดับรายที่ 2 ในมินนิโซตา ซึ่งกำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่าเป็นการป้องกันตัว กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) และเจ้าหน้าที่ในรัฐมินนิโซตา ได้ให้ข้อมูลที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับเหตุการณ์ยิง นายอเล็กซ์ เพรตติ วัย 37 ปี จนเสียชีวิตเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เหตุการณ์เปิดคลิปเหตุการณ์ จนท.ยิงดับรายที่ 2 ในมินนิโซตา อ้างเพื่อป้องกันตัวนี้ สร้างความไม่พอใจให้กับหลายฝ่าย

เกือบจะทันทีหลังจากมีรายงานเหตุยิงกันออกมาครั้งแรก เจ้าหน้าที่ DHS รายหนึ่งระบุว่า เหยื่อ “มีอาวุธปืนพร้อมซองกระสุน 2 ซอง” หลังจากนั้นไม่นาน ทางกระทรวงฯ แถลงว่าเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางยิงนายเพรตติเพื่อป้องกันตัว อ้างว่า ผู้ต้องสงสัยที่มีอาวุธได้ขัดขืนความพยายามปลดอาวุธของเจ้าหน้าที่อย่างรุนแรง

DHS ระบุว่า เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติการจับกุมผู้อพยพที่ไม่มีเอกสารรายหนึ่งซึ่ง “เป็นที่ต้องการตัวในคดีทำร้ายร่างกายโดยใช้ความรุนแรง” ในขณะนั้นได้มี “บุคคลหนึ่งเดินเข้าหาเจ้าหน้าที่ตระเวนชายแดนสหรัฐฯ พร้อมปืนพกกึ่งอัตโนมัติขนาด 9 มม.”

แถลงการณ์ระบุต่อไปว่า “เจ้าหน้าที่พยายามปลดอาวุธผู้ต้องสงสัย แต่ผู้ต้องสงสัยที่มีอาวุธได้ขัดขืนอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่คนหนึ่งจึงตัดสินใจยิงเพื่อป้องกันตัวเนื่องจากเกรงว่าชีวิตของตนและเพื่อนร่วมงานจะไม่ปลอดภัย ทีมแพทย์ในที่เกิดเหตุเข้าปฐมพยาบาลผู้ถูกยิงทันที แต่เขาได้รับการประกาศว่าเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ”

ทางด้าน นายทิม วอลซ์ ผู้ว่าการรัฐมินนิโซตา ระบุว่า การลำดับเหตุการณ์ที่ทาง DHS บอกนั้น “ไร้สาระ” และ “โกหก” โดยระบุว่าเขาได้ดูคลิปวิดีโอเหตุการณ์ยิงกันดังกล่าวแล้ว

“สิ่งที่ผมเห็นกับตา และสิ่งที่พวกคุณกำลังจะได้เห็นกับตาตัวเอง ทำให้เรื่องที่พวกเขาอ้างนั้นเชื่อได้ยากมาก” นายวอลซ์กล่าว “ผมได้ดูวิดีโอจากหลายมุมกล้องแล้ว และมันน่าสะอิดสะเอียนมาก”

ขณะที่นาย เจคอบ เฟรย์ นายกเทศมนตรีเมืองมินนีแอโพลิส ระบุเช่นกันว่าเขาได้ดูวิดีโอเหตุการณ์แล้ว โดยบรรยายภาพที่เห็นว่า “เจ้าหน้าที่สวมหน้ากากมากกว่า 6 คน กำลังรุมซ้อมประชาชนของเราคนหนึ่งและยิงเขาจนเสียชีวิต”

ด้าน CNN ระบุว่า คลิปวิดีโอดังกล่าวดูเหมือนจะแสดงให้เห็นภาพที่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลาง หยิบปืนออกมาจากตัวนายเพรตติ เพียงครู่เดียวก่อนจะระดมยิงเขาจนเสียชีวิต นอกจากนี้ พยานในที่เกิดเหตุยังให้การว่า นายเพรตติไม่ได้ขัดขืนหรือพยายามจะหยิบปืนแต่อย่างใด

เปิดคลิปเหตุการณ์ จนท.ยิงดับรายที่ 2 ในมินนิโซตา อ้างเพื่อป้องกันตัว

รายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ เปิดคลิปเหตุการณ์ จนท.ยิงดับรายที่ 2 ในมินนิโซตา อ้างเพื่อป้องกันตัว

เหตุการณ์นี้ได้จุดประกายให้เกิดการประท้วงและเรียกร้องความเป็นธรรมในเมืองมินนีแอโพลิส ผู้คนต่างออกมาแสดงความไม่พอใจกับการกระทำของเจ้าหน้าที่ และตั้งคำถามถึงความชอบธรรมในการใช้กำลังถึงชีวิต การเปิดคลิปเหตุการณ์ จนท.ยิงดับรายที่ 2 ในมินนิโซตา อ้างเพื่อป้องกันตัว ทำให้ประชาชนสามารถเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง และนำไปสู่ข้อสงสัยในการแถลงการณ์ของ DHS

ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตามอง:

  • ความขัดแย้งในข้อมูลระหว่าง DHS และผู้เห็นเหตุการณ์
  • การตรวจสอบคลิปวิดีโอเหตุการณ์
  • การเรียกร้องความเป็นธรรมจากประชาชน
  • ผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนและเจ้าหน้าที่

การเปิดคลิปเหตุการณ์ จนท.ยิงดับรายที่ 2 ในมินนิโซตา อ้างเพื่อป้องกันตัว ทำให้สังคมตั้งคำถามถึงมาตรฐานการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และความโปร่งใสในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ความจริงเบื้องหลังเหตุการณ์นี้คืออะไร และจะมีการดำเนินการอย่างไรต่อไป คงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของความรับผิดชอบ และความโปร่งใสของเจ้าหน้าที่ การใช้กำลังต้องเป็นไปตามหลักการ และกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสูญเสียที่ไม่จำเป็น และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

ที่มา – เปิดคลิปเหตุการณ์ จนท.ยิงดับรายที่ 2 ในมินนิโซตา อ้างเพื่อป้องกันตัว

Scroll to top