อําเภอกันทรลักษ์

รัฐบาลแจงเจ้าของปั๊มที่กันทรลักษ์ จรวด BM-21 ตกใส่ จ่ายเงินช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์

รัฐบาลแจงเจ้าของปั๊มที่กันทรลักษ์ จรวด BM-21 ตกใส่ จ่ายเงินช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์

จากเหตุการณ์ความไม่สงบในอดีตที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะกรณีเหตุจรวด BM-21 ตกใส่สถานีบริการน้ำมันและร้านสะดวกซื้อที่อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างมาก ล่าสุดทางรัฐบาลได้ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อชี้แจงความคืบหน้าเรื่องการขอรับเงินเยียวยา โดยยืนยันว่าหน่วยงานภาครัฐได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามระเบียบอย่างเป็นธรรมที่สุด

ในประเด็นเรื่อง รัฐบาลแจงเจ้าของปั๊มที่กันทรลักษ์ จรวด BM-21 ตกใส่ จ่ายเงินช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ นั้น ทางโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้อธิบายรายละเอียดว่า รัฐบาลมีความเข้าใจและเห็นใจผู้ประกอบการเป็นอย่างดี แต่การจ่ายเงินจากกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยนั้น มีข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนเพื่อป้องกันการใช้งบประมาณซ้ำซ้อน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารจัดการเงินภาษีของประชาชน

รายละเอียดการตรวจสอบการเยียวยาผู้ประสบเหตุ

หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้เร่งระดมความช่วยเหลือในเบื้องต้นแก่ผู้ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะในส่วนของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บได้รับการดูแลไปเรียบร้อยแล้ว ในส่วนของทรัพย์สินนั้น ทางภาครัฐได้สรุปผลการดำเนินการไว้ดังนี้:

  • สถานีบริการน้ำมันได้รับเงินชดเชยจากบริษัทประกันภัยและบริษัทต้นสังกัด รวมแล้วกว่า 3.05 ล้านบาท ทำให้สามารถกลับมาเปิดให้บริการได้ตามปกติ
  • ร้านสะดวกซื้อได้รับเงินสนับสนุนจากบริษัทต้นสังกัดกว่า 9 ล้านบาท
  • ครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บได้รับเงินช่วยเหลือครบถ้วนจากหลายแหล่งงบประมาณรวมกว่า 62 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่เจ้าของปั๊มได้มาเรียกร้องนั้น ทางคณะกรรมการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยได้ชี้แจงว่า ไม่สามารถจ่ายเงินเยียวยาซ้ำในความเสียหายที่ได้รับการดูแลจากประกันภัยและบริษัทต้นสังกัดไปแล้วได้ เพราะ รัฐบาลแจงเจ้าของปั๊มที่กันทรลักษ์ จรวด BM-21 ตกใส่ จ่ายเงินช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ เรื่องการไม่จ่ายชดเชยซ้ำซ้อน เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล

สุดท้ายนี้ รัฐบาลขอยืนยันว่าทุกคำร้องทุกกรณีจะได้รับการตรวจสอบอย่างรอบคอบที่สุด โดยยึดถือประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง แม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะผ่านไปแล้ว แต่รัฐบาลยังคงเฝ้าติดตามและดูแลผู้ได้รับผลกระทบในด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง หวังว่าความชัดเจนในครั้งนี้จะช่วยให้ทุกฝ่ายเข้าใจถึงเหตุผลทางงบประมาณของรัฐบาลมากขึ้นครับ

ที่มา – รัฐบาลแจงเจ้าของปั๊มที่กันทรลักษ์ จรวด BM-21 ตกใส่ จ่ายเงินช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์

กองทัพภาคที่ 2 แจงเหตุเสียงระเบิดชายแดนศรีสะเกษ ไม่พบหลักฐานกำลังพลไทยใช้อาวุธ

กองทัพภาคที่ 2 แจงเหตุเสียงระเบิดชายแดนศรีสะเกษ ไม่พบหลักฐานกำลังพลไทยใช้อาวุธ

จากกรณีที่มีรายงานข่าวเกี่ยวกับเหตุเสียงระเบิดบริเวณพื้นที่ห้วยตามาเรีย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 สร้างความกังวลใจให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่และผู้ที่ติดตามข่าวสารเป็นวงกว้าง ล่าสุด กองทัพภาคที่ 2 แจงเหตุเสียงระเบิดชายแดนศรีสะเกษ ไม่พบหลักฐานกำลังพลไทยใช้อาวุธ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ กองทัพภาคที่ 2 แจงเหตุเสียงระเบิดชายแดนศรีสะเกษ ไม่พบหลักฐานกำลังพลไทยใช้อาวุธ

จากการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกร่วมกับหน่วยทหารในพื้นที่ กองทัพภาคที่ 2 ได้ชี้แจงสถานการณ์ว่า กำลังพลได้รับทราบถึงเสียงระเบิดจำนวน 3 ครั้งในช่วงเช้ามืด แต่มิใช่การกระทำของฝ่ายไทย โดยมีเหตุผลสนับสนุนดังนี้:

  • จากการวิเคราะห์ทิศทางเสียง พบว่าแหล่งกำเนิดเสียงมาจากพื้นที่ฝั่งกัมพูชา
  • ไม่พบหลักฐานการเคลื่อนไหวหรือการใช้อาวุธใดๆ จากกำลังพลไทยในพิกัดดังกล่าว
  • พื้นที่มีลักษณะเป็นแนวชายแดนที่เคยมีรายงานเสียงระเบิดเป็นระยะ ซึ่งอาจเกิดจากกิจกรรมในฝั่งเพื่อนบ้าน หรือระเบิดตกค้าง

ความพยายามในการนำเสนอข้อมูลที่คลาดเคลื่อนโดยการคาดเดาอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศได้ ดังนั้น ทางกองทัพจึงเน้นย้ำเรื่องการยึดถือข้อเท็จจริงเป็นสำคัญ เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดที่อาจบานปลาย กองทัพภาคที่ 2 แจงเหตุเสียงระเบิดชายแดนศรีสะเกษ ไม่พบหลักฐานกำลังพลไทยใช้อาวุธ เพื่อให้ทุกคนมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยับยั้งชั่งใจและเป็นไปตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด

ท้ายที่สุดนี้ ผมอยากฝากให้ทุกท่านติดตามข้อมูลจากแหล่งข่าวทางการเท่านั้น เพื่อความถูกต้องและปลอดภัยในการรับรู้ข่าวสารครับ ทางกองทัพได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและพร้อมดูแลความสงบเรียบร้อย เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขครับ

ที่มา – กองทัพภาคที่ 2 แจงเหตุเสียงระเบิดชายแดนศรีสะเกษ ไม่พบหลักฐานกำลังพลไทยใช้อาวุธ

“กองทัพภาคที่ 2” ยังไม่ยืนยัน “กัมพูชา” ยิง M79 แต่ยอมรับได้ยินเสียงดัง

ในสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่ตึงเครียดมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีกระแสข่าวร้อนแรงเกี่ยวกับเหตุการณ์ยิง M79 จากฝั่งกัมพูชาในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่ง “กองทัพภาคที่ 2” ยังไม่ยืนยัน “กัมพูชา” ยิง M79 แต่ยอมรับได้ยินเสียงดัง เบื้องต้น สร้างความกังวลให้กับประชาชนและกำลังทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดน

“กองทัพภาคที่ 2” ยังไม่ยืนยัน “กัมพูชา” ยิง M79 แต่ยอมรับได้ยินเสียงดัง

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 แหล่งข่าวจาก กองทัพภาคที่ 2 ได้เปิดเผยถึงกรณีที่มีรายงานว่าทหารกัมพูชายิง M79 จำนวน 2 นัด ในพื้นที่ห้วยตามาเรีย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยยอมรับว่าได้ยินเสียงดังจริง แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นการยิง M79 เนื่องจากเกิดขึ้นในช่วงกลางคืน ซึ่งเป็นเวลาที่กองทัพมีมาตรการเข้มงวดในการป้องกันฐาน ไม่ให้กำลังพลออกลาดตระเวนด้านนอกเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว กองทัพภาคที่ 2 ได้ตรวจสอบจากทุกฐานปฏิบัติการ และยืนยันว่ากำลังพลทุกนายปลอดภัยดี ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรืออันตรายใดๆ นอกจากนี้ ยังมีคำสั่งห้ามกำลังพลออกนอกฐานอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันสถานการณ์ที่อาจบานปลาย

รายละเอียดเหตุการณ์และมาตรการรับมือ

M79 หรือที่รู้จักกันในชื่อ “จรวดจิ๋ว” เป็นอาวุธที่ใช้กระสุนขนาด 40 มม. มีพิษภัยสูงและเคยถูกใช้ในความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชามาแล้วหลายครั้ง พื้นที่ห้วยตามาเรียเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญใกล้ชายแดน ซึ่งมักมีเหตุการณ์ยิงปะทะหรือทดสอบอาวุธเกิดขึ้นบ่อยครั้ง

  • กองทัพภาคที่ 2 ได้ยินเสียงดัง 2 ครั้ง ในช่วงกลางคืน
  • ยังไม่ยืนยันแหล่งที่มา แต่สงสัยจากฝั่งกัมพูชา
  • สั่งห้ามกำลังพลออกนอกฐานทันที
  • ทุกนายปลอดภัย 100%
  • เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังชายแดน

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาในช่วงนี้ยังคงตึงเครียด โดยเฉพาะหลังจากข้อพิพาทเรื่องเขตแดนและปราสาทพระวิหารที่ยืดเยื้อมาเนิ่นนาน กองทัพไทยจึงต้องเตรียมพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ เพื่อปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชน

จากข้อมูลเบื้องต้น แสดงให้เห็นถึงความระมัดระวังของกองทัพภาคที่ 2 ที่ไม่รีบสรุปเหตุการณ์ โดยรอการตรวจสอบอย่างละเอียด ซึ่งเป็นแนวทางที่ถูกต้องเพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าใจผิดที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งใหญ่ นอกจากนี้ ยังมีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ สถานการณ์เช่นนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าชายแดนไทยยังคงเปราะบาง จำเป็นต้องมีกลไก外交และทหารที่เข้มแข็งเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เล็กๆ บานปลาย ผู้สื่อข่าวในพื้นที่รายงานว่าประชาชนท้องถิ่นเริ่มตื่นตัวมากขึ้น และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเจรจากับกัมพูชาเพื่อลดความตึงเครียด

นอกจากเหตุการณ์นี้ กองทัพภาคที่ 2 ยังคงดำเนินภารกิจปกติ เช่น การลาดตระเวน การฝึกซ้อม และการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งแสดงถึงความมุ่งมั่นในการรักษาความสงบสุข

สำหรับผู้สนใจติดตามข่าวสารชายแดน แนะนำให้ติดตามอัปเดตล่าสุดจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ และหลีกเลี่ยงข่าวลือที่อาจสร้างความตื่นตระหนก สถานการณ์ “กองทัพภาคที่ 2” ยังไม่ยืนยัน “กัมพูชา” ยิง M79 แต่ยอมรับได้ยินเสียงดัง นี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการจัดการวิกฤตที่รอบคอบ

คุณคิดอย่างไรกับสถานการณ์ชายแดนนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมกดไลค์ แชร์ เพื่อรับข่าวสารสำคัญอื่นๆ!

ที่มา – “กองทัพภาคที่ 2” ยังไม่ยืนยัน “กัมพูชา” ยิง M79 แต่ยอมรับได้ยินเสียงดัง

Scroll to top