เขตเลือกตั้ง

นิด้าโพล ชี้ ทุจริตเลือกตั้ง ไม่เชื่อ กกต.

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน หลังจากวันเลือกตั้งใหญ่เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ผ่านพ้นไป ทุกคนยังคงให้ความสนใจกับประเด็นร้อนอย่างการทุจริตเลือกตั้งกันมากเลยนะครับ ล่าสุด นิด้าโพล ชี้ กลุ่มคนมองมีเรื่องทุจริตเลือกตั้ง ไม่เชื่อ กกต. จะลงโทษผู้กระทำผิดได้ ผลสำรวจจากศูนย์นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ที่ทำการเก็บข้อมูลจากประชาชนทั่วประเทศกว่า 1,310 คน อายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค อาชีพ ระดับการศึกษาและรายได้ ทำให้เราได้เห็นมุมมองของประชาชนจริงๆ ต่อการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต.

นิด้าโพล ชี้ กลุ่มคนมองมีเรื่องทุจริตเลือกตั้ง ไม่เชื่อ กกต. จะลงโทษผู้กระทำผิดได้

ผลสำรวจนี้ทำระหว่างวันที่ 11-12 กุมภาพันธ์ 2569 ถามถึงประเด็นสำคัญๆ หลายอย่าง โดยเริ่มจาก การทุจริตการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งของตัวเอง พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังมองในแง่บวกครับ

สถานการณ์ทุจริตเลือกตั้งในเขตของคุณเป็นอย่างไร

  • 40.08% ระบุว่า ไม่มีแน่นอน – ส่วนใหญ่เชื่อมั่นในเขตตัวเอง
  • 23.51% ไม่แน่ใจว่ามีหรือเปล่า
  • 19.54% อาจจะมี
  • 16.87% มีแน่นอน

เห็นได้ชัดว่าประชาชนกว่าสี่ในสิบมองว่าไม่มีทุจริตเลย ซึ่งเป็นสัญญาณดีต่อระบบเลือกตั้งไทย แต่สำหรับกลุ่มที่ระบุว่ามีหรืออาจมี (รวม 36.41% หรือ 477 ตัวอย่าง) เมื่อถามถึงความสามารถของ กกต. ในการลงโทษผู้กระทำผิด พวกเขาก็ไม่ค่อยเชื่อมั่นเท่าไหร่

ประชาชนไม่เชื่อมั่น กกต. ลงโทษทุจริตเลือกตั้ง

  • 58.28% บอกว่า จะไม่สามารถลงโทษใครได้เลย – สูงสุด!
  • 28.93% อาจจะลงโทษได้บ้าง บางกรณี
  • 11.32% จะสามารถลงโทษได้แน่นอน
  • 1.47% ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ตัวเลขนี้สะท้อนปัญหาความเชื่อมั่นในองค์กรอิสระอย่าง กกต. ได้ดีเลยครับ ทำไมถึงเป็นแบบนี้? อาจเพราะประสบการณ์ในอดีตที่เคยมีข่าวการทุจริตแต่ลงโทษช้า หรือบางครั้งก็ไม่ครบถ้วน ทำให้ประชาชนรู้สึกว่ากฎหมายยังไม่เข้มแข็งพอ นอกจากนี้ยังถามถึง ความพึงพอใจต่อการทำงานของ กกต. ในการจัดการเลือกตั้ง ในเขตตัวเองด้วย

  • 38.55% ค่อนข้างพอใจ
  • 22.29% พอใจมาก
  • 20.84% ไม่ค่อยพอใจ
  • 17.63% ไม่พอใจเลย
  • 0.69% ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

โดยรวมแล้ว ประชาชนกว่า 60% พอใจหรือค่อนข้างพอใจการจัดการเลือกตั้ง แสดงว่าการเลือกตั้งครั้งนี้โดยรวมราบรื่นดี แต่ประเด็นทุจริตยังเป็นจุดอ่อนที่ต้องแก้ไขด่วน

มาวิเคราะห์กันหน่อยนะครับ ทำไมกลุ่มที่เห็นทุจริตถึงไม่เชื่อ กกต.? อาจเพราะระบบรายงานการทุจริตยังไม่สะดวก หรือหลักฐานยากเก็บ กกต. เองก็มีบุคลากรจำกัดในการตรวจสอบเขตใหญ่ๆ ทั่วประเทศ นอกจากนี้ สื่อสังคมออนไลน์ยังเต็มไปด้วยข่าวลือ ทำให้ประชาชนสับสนระหว่างข้อเท็จจริงกับข่าวปลอม ในทางกลับกัน ตัวเลขที่บอกไม่มีทุจริต 40% แสดงถึงความสำเร็จของมาตรการป้องกันที่ กกต. ทำไว้ เช่น การติดกล้อง CCTV ที่คูหา หรือแอปพลิเคชันรายงานผิดปกติ

แต่เพื่อให้การเลือกตั้งไทยโปร่งใสยิ่งขึ้น ผมคิดว่าเราต้องมีกลไกใหม่ๆ เช่น AI ช่วยตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติ หรือให้ประชาชนมีส่วนร่วมตรวจสอบผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลมากกว่านี้ นอกจากนี้ การลงโทษที่รวดเร็วและเปิดเผยจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นได้เยอะเลยครับ

ส่วนตัวผมมองว่าผลสำรวจนี้เป็น wake-up call สำหรับ กกต. และนักการเมืองทุกฝ่าย ถ้าต้องการประชาธิปไตยที่แข็งแกร่ง ต้องกำจัดทุจริตให้สิ้นซาก คุณล่ะครับ สัมผัสทุจริตในเขตตัวเองไหม? พอใจ กกต. ขนาดไหน? มาคอมเมนต์แชร์ประสบการณ์กันด้านล่างเลยนะครับ จะได้ช่วยกันผลักดันให้ระบบดีขึ้น!

นอกจากนี้ อย่าลืมติดตามข่าวการเมืองอัปเดตจากเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – นิด้าโพล ชี้ กลุ่มคนมองมีเรื่องทุจริตเลือกตั้ง ไม่เชื่อ กกต. จะลงโทษผู้กระทำผิดได้

อนุทินตั้งเป้ากวาด 200 สส. มั่นใจเป็นที่หนึ่ง

ในวงการการเมืองไทยที่กำลังร้อนระอุก่อนวันเลือกตั้งใหญ่ "อนุทินตั้งเป้ากวาด 200 สส." กลายเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์อย่างมั่นใจเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2568 ว่า พรรคของเขาพร้อมลุยเต็มที่เพื่อกวาดที่นั่ง สส. ให้ได้มากกว่า 200 ที่นั่ง และตั้งเป้าจะเป็นพรรคอันดับหนึ่ง ไม่ยอมเป็นที่สองรองใครตามคำสอนของพ่อ

อนุทินตั้งเป้ากวาด 200 สส. ฝันไกลแต่ไปถึงแน่

อนุทินตั้งเป้ากวาด 200 สส. ไม่ใช่แค่พูดเล่นๆ แต่มาจากการวิเคราะห์ที่ชัดเจน พรรคภูมิใจไทยส่งผู้สมัครลงแข่งขันกว่า 300 เขตทั่วประเทศ โดยมีผู้สมัครที่เคยชนะเลือกตั้งมาแล้วถึง 160 เขต และอีกประมาณ 70 เขตที่เคยเกือบชนะ นอกจากนี้ยังคาดหวัง สส.แบบบัญชีรายชื่ออีก 10-15 ที่นั่ง เมื่อรวมกันแล้วตัวเลขเกิน 200 แน่นอน อนุทินหัวเราะเมื่อถูกถามถึงกระแสข่าวที่คาดว่าพรรคจะได้ 180 ที่นั่ง บอกว่าตัวเองประเมินสูงกว่านั้นมาก

คำสอนพ่อที่จุดประกายอนุทินตั้งเป้ากวาด 200 สส.

สิ่งที่ทำให้อนุทินมั่นใจขนาดนี้ มาจากคำสอนของพ่อตั้งแต่เด็กว่า “แข่งขันอะไรต้องเป็นที่หนึ่ง อย่าเป็นที่สอง เพราะที่สองคนจะลืม” ถ้าเป็นที่หนึ่งของทั้งประเทศไม่ได้ ก็ต้องเป็นที่หนึ่งในขั้วการเมืองนั้นๆ ให้ได้ คำสอนนี้ถูกหยิบมาใช้เต็มๆ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยจึงคัดผู้สมัครเกรด A ทั้งสิ้น เพื่อให้มั่นใจว่าจะกวาดคะแนนได้ถล่มทลาย

นอกจากนี้ พื้นที่ stronghold อย่างภาคอีสาน โดยเฉพาะบุรีรัมย์ สุรินทร์ และศรีสะเกษ ก็เป็นจุดหวังใหญ่ อนุทินวางแผนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งที่บุรีรัมย์ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ แล้วตระเวนพบปะประชาชนในพื้นที่ ก่อนกลับกรุงเทพฯ ค่ำนั้นเพื่อรอฟังผล คาดว่าประมาณ 20.00 น. จะเห็นภาพชัดเจนเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล

การจับมือพรรคอื่นหลังอนุทินตั้งเป้ากวาด 200 สส.

อนุทินตั้งเป้ากวาด 200 สส. แล้วจะจับมือกับใคร? กับพรรคประชาชน เขาบอกว่าไม่ถือเป็นฝ่ายตรงข้าม แม้หัวหน้าพรรคจะเคยบอกไม่ยกมือให้เป็นนายกฯ แต่ยังไม่เคยปฏิเสธพรรคภูมิใจไทย ขอรอดูตัวเลขและออปชันหลังเลือกตั้งก่อน สำหรับเงื่อนไขชัดเจน ไม่เอาสีเทา สีดำ ไม่ร่วมกับคนผิดกฎหมายหรือมีประวัติทุจริตที่กฎหมายยืนยัน และไม่ฝืนมติประชาชน แนวทางนี้แสดงถึงความโปร่งใสของพรรค

  • จุดแข็งผู้สมัคร: 160 เขตเคยชนะ, 70 เขตเกือบชนะ
  • สส.บัญชีรายชื่อ: คาด 10-15 ที่นั่ง
  • พื้นที่หลัก: อีสานตอนล่างอย่างบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ
  • หลักการ: สุจริต ไม่ฝืนประชาชน

การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยเตรียมพร้อมทุกด้าน ทั้งนโยบายที่ตอบโจทย์ประชาชน เช่น การพัฒนาชนบท สุขภาพ และเศรษฐกิจฐานราก ที่ผ่านมา พรรคมีผลงานเด่นในรัฐบาลกึ่งกลาง ทำให้ฐานเสียงมั่นคง ขยายตัวได้ทั่วประเทศ

จากประสบการณ์การเมืองของอนุทินที่ยาวนาน ทั้งในฐานะ สส. นายกฯ ทำให้พรรคมีเครือข่ายแข็งแกร่ง ผู้สมัครแต่ละคนถูกคัดเลือกมาอย่างดี มีทั้งนักการเมืองรุ่นเก๋าและหน้าใหม่ไฟแรง คาดว่าจะดึงคะแนนจากทุกกลุ่มได้

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ การตั้งเป้า 200 ที่นั่งของพรรคภูมิใจไทยไม่ใช่เรื่องเกินจริง หากพลิกเกมได้สำเร็จ อาจเปลี่ยนสมดุลอำนาจการเมืองไทยไปเลย ประชาชนหลายคนเริ่มหันมามองพรรคนี้มากขึ้น เพราะนโยบายที่เป็นรูปธรรม

สุดท้ายแล้ว อนุทินตั้งเป้ากวาด 200 สส. จะเป็นจริงหรือไม่ ต้องรอผลเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ คุณคิดว่าพรรคภูมิใจไทยจะทำได้ไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งของคุณนะ เพื่ออนาคตที่ bright กว่านี้!

ที่มา – “อนุทิน” ฝันไกลมั่นใจไปถึง ตั้งเป้ากวาด 200 สส. ขอเป็นที่หนึ่งไม่เป็นสองรองใคร

ปิดหีบเลือกตั้งล่วงหน้า 2569 แล้ว ใครพลาดต้องแจ้งเหตุ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามีข่าวสำคัญเกี่ยวกับการเลือกตั้งมาบอกกัน ปิดหีบเลือกตั้งล่วงหน้า 2569 เรียบร้อยแล้วนะ! วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17.00 น. เจ้าหน้าที่ กกต. ได้ปิดหีบเสียงเรียบร้อย หลังจากเปิดให้ประชาชนมาใช้สิทธิ์ตั้งแต่เช้า 8.00 น. ถ้าใครพลาดไม่ทัน อย่าพึ่งใจเสีย รีบแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิ์ให้ทัน เพื่อรักษาสิทธิ์สำคัญของคุณไว้

ปิดหีบเลือกตั้งล่วงหน้า 2569

ตลอดทั้งวัน บรรยากาศการเลือกตั้งล่วงหน้ากดดันคึกคักมาก โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ มีประชาชนแห่กันมาลงคะแนนไม่ขาดสาย แต่ก็มีดราม่านิดหน่อย เช่น QR code รายชื่อผู้สมัครบางหน่วยยังเป็นข้อมูลเก่าจากปี 2566 ทำให้สับสนกันใหญ่ นอกจากนี้ยังมีรายงานเจ้าหน้าที่เขียนรหัสเขตเลือกตั้ง 4 หลักผิด ทำให้กลัวบัตรเสียในวันจริง วันที่ 8 ก.พ. 2569

ปิดหีบเลือกตั้งล่วงหน้า 2569 แล้ว แต่ไม่ต้องกังวล ถ้าคุณไปไม่ทันทั้งล่วงหน้าและวันจริง สามารถแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิ์ได้ โดยมีกำหนดเวลา ล่วงหน้าวันเลือกตั้ง 7 วัน และหลังวันเลือกตั้ง 7 วัน เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับและรักษาสิทธิ์ในการเลือกตั้งครั้งหน้า

ปัญหาที่พบในการปิดหีบเลือกตั้งล่วงหน้า 2569

  • QR Code ข้อมูลเก่า: บางหน่วยใน กทม. ยังใช้ข้อมูลผู้สมัครปี 2566 ทำให้ผู้มาใช้สิทธิ์งงๆ
  • รหัสเขตผิด: เจ้าหน้าที่จดรหัส 4 หลักพลาด อาจนำไปสู่บัตรเสียได้
  • คนเยอะ: คิวยาว บางคนเลยไม่ทัน 17.00 น.

วิธีแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง

ถ้าคุณพลาด ปิดหีบเลือกตั้งล่วงหน้า 2569 และวันจริง ทำตามนี้เลยครับ:

  1. เตรียมบัตรประชาชนหรือบัตรเลือกตั้ง
  2. ไปยื่นที่สำนักงาน กกต. จังหวัด หรืออำเภอ ที่คุณมีชื่อในทะเบียนบ้าน
  3. กรอกแบบฟอร์ม “แจ้งเหตุผลที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง” โดยระบุเหตุผล เช่น ป่วย ไปต่างประเทศ ฯลฯ
  4. ส่งภายใน 7 วันก่อนหรือหลังวันเลือกตั้ง
  5. ทางออนไลน์ก็ได้ที่เว็บ กกต. www.ect.go.th ตรวจสอบสิทธิ์และดาวน์โหลดฟอร์ม

การแจ้งเหตุนี้สำคัญมาก เพราะถ้าไม่แจ้ง อาจโดนปรับ 100-1,000 บาท และเสียสิทธิ์เลือกตั้ง 10 ปี! ดังนั้น ใครพลาดปิดหีบเลือกตั้งล่วงหน้า 2569 รีบจัดการเลย

นอกจากนี้ การเลือกตั้งล่วงหน้าเปิดโอกาสให้คนทำงานต่างจังหวัดหรือมีธุระได้ใช้สิทธิ์สะดวกขึ้น ปีนี้มีผู้มีสิทธิ์กว่า 50 ล้านคน ทุกคะแนนมีค่า อย่าให้สิทธิ์หลุดมือ

ในมุมมองผม การเลือกตั้งคือพลังของประชาชน ถ้าพลาดครั้งนี้ ครั้งหน้าอย่าพลาดนะครับ ไปใช้สิทธิ์ให้เต็มที่ เพื่ออนาคตที่เราต้องการ! ถ้าคุณมีประสบการณ์วันนี้ แชร์กันในคอมเมนต์ได้เลย

เรียปสรุป: ปิดหีบแล้ว แต่ยังมีทางแก้ ไปแจ้งเหตุด่วน!

ที่มา – ปิดหีบเลือกตั้งล่วงหน้า 2569 แล้ว ใครพลาด ไม่ทัน อย่าลืมแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิ

ถอนชื่อ 7 ผู้สมัคร สส.เขต พรรคกล้าธรรม-เพื่อไทย-ปชน.-พปชร.

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกท่าน วันนี้มีข่าวการเมืองที่กำลังเป็นกระแสเดือดๆ มาอัพเดทให้ฟังกันครับ เรื่อง ถอนชื่อ 7 ผู้สมัคร สส.เขต พรรคกล้าธรรม-เพื่อไทย-ปชน.-พปชร. เหตุมีลักษณะต้องห้าม นี่เอง ศาลฎีกาเพิ่งมีคำสั่งออกมาแบบสดๆ ร้อนๆ ก่อนวันเลือกตั้งล่วงหน้าแค่วันเดียวเท่านั้น ทำให้ กกต. ต้องรีบแถลงเตือนประชาชนทันที ไม่งั้นคะแนนที่เราหวังจะเสียของเปล่าๆ นะครับ

ย้อนดูเหตุการณ์วันที่ 31 มกราคม 2569 เวลา 15.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ได้ออกมาแถลงชัดเจนว่า ศาลฎีกาได้สั่งถอนรายชื่อผู้สมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งใน 7 จังหวัด จากการตรวจสอบของ ผอ.การเลือกตั้งประจำเขต พบว่ามีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 52 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งเป็นกฎหมายสำคัญที่กำหนดคุณสมบัติผู้สมัคร เช่น การเป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่ยังไม่ลาออก หรือมีพฤติกรรมต้องห้ามอื่นๆ

ถอนชื่อ 7 ผู้สมัคร สส.เขต พรรคกล้าธรรม-เพื่อไทย-ปชน.-พปชร. เหตุมีลักษณะต้องห้าม

ถอนชื่อ 7 ผู้สมัคร สส.เขต พรรคกล้าธรรม-เพื่อไทย-ปชน.-พปชร. เหตุมีลักษณะต้องห้าม

ข่าว ถอนชื่อ 7 ผู้สมัคร สส.เขต พรรคกล้าธรรม-เพื่อไทย-ปชน.-พปชร. เหตุมีลักษณะต้องห้าม นี้ ส่งผลกระทบตรงๆ ต่อวันเลือกตั้งล่วงหน้า 1 กุมภาพันธ์ 2569 เพราะถ้าประชาชนในเขตเหล่านี้ไปลงคะแนนให้ผู้สมัครที่ถูกถอน บัตรเลือกตั้งจะกลายเป็นบัตรเสียทันที กกต. จึงฝากเตือนพี่น้องทุกคนให้ตรวจสอบให้ดีก่อนนะครับ เพื่อให้สิทธิของเรามีค่าที่สุด

รายชื่อผู้สมัครที่ถูกศาลฎีกาถอนชื่อ

  • 1. นายฉลอง แสงราษฎร์เมขินทร์ ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา เขต 13 หมายเลข 3 พรรคกล้าธรรม
  • 2. น.ส.ชญานันท์ จินดาเจี่ย ผู้สมัคร ส.ส.ราชบุรี เขต 3 หมายเลข 8 พรรคเพื่อไทย
  • 3. นายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ ผู้สมัคร ส.ส.ตาก เขต 2 หมายเลข 6 พรรคประชาชน
  • 4. นายพสิษฐ์ คำชัย ผู้สมัคร ส.ส.ชัยภูมิ เขต 2 หมายเลข 7 พรรคกล้าธรรม
  • 5. นายชลสิทธิ แก้วยะรัตน์ ผู้สมัคร ส.ส.ภูเก็ต เขต 2 หมายเลข 1 พรรคกล้าธรรม
  • 6. น.ส.วันใหม่ ทรงศีลสอาด ผู้สมัคร ส.ส.ระยอง เขต 4 หมายเลข 4 พรรคพลังประชารัฐ
  • 7. นายกฤษณัฐ อินทร์พรหม ผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 3 หมายเลข 4 พรรคกล้าธรรม

เห็นมั้ยครับ พรรคกล้าธรรมโดนหนักสุด มีผู้สมัครถูกถอนถึง 4 คน ส่วนพรรคเพื่อไทย ประชาชน (ปชน.) และพลังประชารัฐ (พปชร.) อย่างละ 1 คน จังหวัดที่ได้รับผลกระทบคือ นครราชสีมา, ราชบุรี, ตาก, ชัยภูมิ, ภูเก็ต, ระยอง, นครศรีธรรมราช ใครที่อยู่ในเขตเหล่านี้ ต้องเช็คให้ดีเลยนะ

ลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายคืออะไร

ตามมาตรา 52 ของ พ.ร.ป.การเลือกตั้ง ส.ส. ลักษณะต้องห้ามอาจรวมถึงการเป็นผู้สำนักงานตุลาการ, เจ้าหน้าที่รัฐที่ยังปฏิบัติหน้าที่, หรือมีคดีอาญาที่กำลังพิจารณาในชั้นศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง แม้รายละเอียดเฉพาะของแต่ละคนจะยังไม่เปิดเผย แต่หลักๆ คือเพื่อรักษาความสุจริตและโปร่งใสในการเลือกตั้ง พี่น้องประชาชนอย่างเราก็ต้องตื่นตัว อย่าให้คะแนนหลุดมือไปเปล่าๆ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นทันเวลาพอดีก่อนเลือกตั้งล่วงหน้า ทำให้พรรคต่างๆ อาจต้องปรับกลยุทธ์ด่วน เช่น ส่งผู้สมัครสำรองหรือรณรงค์ให้โหวตคนอื่นในพรรค แต่สำหรับผู้เลือกตั้ง สิ่งสำคัญคือการตรวจสอบข้อมูลจาก กกต. หรือเว็บไซต์อย่างเป็นทางการเสมอ

ในมุมมองของผม การ ถอนชื่อ 7 ผู้สมัคร สส.เขต พรรคกล้าธรรม-เพื่อไทย-ปชน.-พปชร. เหตุมีลักษณะต้องห้าม แสดงให้เห็นว่าระบบตรวจสอบของไทยยังเข้มแข็ง ช่วยกรองคนที่ไม่เหมาะสมออกไปตั้งแต่ต้น แต่ก็เป็นบทเรียนให้พรรคการเมืองต้องคัดกรองผู้สมัครให้ดีกว่านี้ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย

สุดท้ายนี้ ฝากถึงพี่น้องทุกคนที่กำลังจะไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ตรวจสอบรายชื่อผู้สมัครให้ชัวร์ อย่าให้บัตรเสียเด็ดขาดครับ! ไปโหวตกันเยอะๆ นะ เพื่ออนาคตของประเทศเรา

ที่มา – ถอนชื่อ 7 ผู้สมัคร สส.เขต พรรคกล้าธรรม-เพื่อไทย-ปชน.-พปชร. เหตุมีลักษณะต้องห้าม

ถอนชื่อ 7 ผู้สมัคร สส.เขตต้องห้าม กกต.เตือนบัตรเสีย

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้มีข่าวการเมืองร้อนๆ มาอัปเดตกันครับ ถอนชื่อ 7 ผู้สมัคร สส.เขต จากหลายพรรคใหญ่ๆ อย่างพรรคกล้าธรรม เพื่อไทย พรรคประชาชน และพลังประชารัฐ ศาลฎีกาเพิ่งมีคำสั่งออกมาเมื่อไม่นานมานี้ สาเหตุมาจากผู้สมัครเหล่านี้มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายเลือกตั้ง ใครที่กำลังเตรียมไปโหวตเลือกตั้งล่วงหน้า วันที่ 1 ก.พ. 2569 ต้องฟังให้ดีนะครับ เพราะถ้าลงคะแนนให้คนเหล่านี้ บัตรจะกลายเป็นบัตรเสียทันที!

ถอนชื่อ 7 ผู้สมัคร สส.เขต พรรคกล้าธรรม-เพื่อไทย-ปชน.-พปชร. เหตุมีลักษณะต้องห้าม

ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2569 ว่า ศาลฎีกาได้สั่งถอนชื่อผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งทั้ง 7 ราย หลังจากที่ผู้บังคับการเลือกตั้งประจำเขต (ผอ.กกต.เขต) ตรวจพบว่ามีคุณสมบัติขาดหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 52 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2561 ซึ่งเป็นเรื่องร้ายแรงมากครับ เพราะระบบเลือกตั้งไทยเข้มงวดเรื่องนี้เพื่อความโปร่งใส

รายชื่อผู้สมัคร สส.เขตที่ถูกถอนทั้ง 7 ราย

  • นายฉลอง แสงราษฎร์เมขินทร์ ผู้สมัคร สส.นครราชสีมา เขต 13 หมายเลข 3 พรรคกล้าธรรม
  • น.ส.ชญานันท์ จินดาเจี่ย ผู้สมัคร สส.ราชบุรี เขต 3 หมายเลข 8 พรรคเพื่อไทย
  • นายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ ผู้สมัคร สส.ตาก เขต 2 หมายเลข 6 พรรคประชาชน
  • นายพสิษฐ์ คำชัย ผู้สมัคร สส.ชัยภูมิ เขต 2 หมายเลข 7 พรรคกล้าธรรม
  • นายชลสิทธิ แก้วยะรัตน์ ผู้สมัคร สส.ภูเก็ต เขต 2 หมายเลข 1 พรรคกล้าธรรม
  • น.ส.วันใหม่ ทรงศีลสอาด ผู้สมัคร สส.ระยอง เขต 4 หมายเลข 4 พรรคพลังประชารัฐ
  • นายกฤษณัฐ อินทร์พรหม ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 3 หมายเลข 4 พรรคกล้าธรรม

เห็นมั้ยครับ พรรคกล้าธรรมโดนหนักสุด มีถึง 4 รายเลย ส่วนเพื่อไทย ประชาชน และพลังประชารัฐ อย่างละ 1 ราย ผู้สมัครเหล่านี้มาจาก 7 จังหวัดทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นโคราช ราชบุรี ตาก ชัยภูมิ ภูเก็ต ระยอง และนครศรีธรรมราช เพื่อนๆ ที่อยู่ในเขตเหล่านี้ต้องเช็คให้ดีก่อนไปคูหาเลือกตั้งนะครับ

ทำไมถึงต้องถอนชื่อ? เข้าใจมาตรา 52 พ.ร.ป.เลือกตั้ง สส.

หลายคนอาจสงสัยว่า ลักษณะต้องห้าม คืออะไรบ้าง ตามมาตรา 52 ระบุชัดเจนเลยครับ เช่น ผู้ที่เป็นสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภา อบจ. ส.อบจ. สมาชิกเทศบาล ส.ท. หรือผู้บริหารท้องถิ่นต่างๆ ผู้พิพากษา เจ้าพนักงานสอบสวน หรือแม้แต่ผู้ที่ถูกสั่งให้พ้นสมาชิกภาพ สส. มาก่อนหน้านี้ ถ้าตรวจพบว่ามีลักษณะเหล่านี้ กกต.เขตจะรายงานศาลฎีกา แล้วศาลสั่งถอนทันที เพื่อป้องกันการทุจริตและรักษาความสุจริตในการเลือกตั้ง

เหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ครับ ในอดีตเคยมีกรณีคล้ายๆ กันหลายครั้ง แสดงให้เห็นว่าระบบไทยมีกลไกตรวจสอบที่เข้มแข็ง เพื่อให้ประชาชนได้ตัวแทนที่เหมาะสมจริงๆ

กกต.เตือนด่วน! ลงคะแนนให้ผู้สมัครที่ถูกถอน = บัตรเสีย 100%

กกต. ย้ำชัดๆ เลยครับ ถ้าลงคะแนนให้ ถอนชื่อ 7 ผู้สมัคร สส.เขต เหล่านี้ บัตรของคุณจะไม่นับเป็นคะแนนให้พรรคแน่นอน เป็นบัตรเสียเปล่าๆ เสียดายสิทธิ์โหวตเปล่าๆ ไปวันเลือกตั้งล่วงหน้า 1 ก.พ. 2569 หรือวันจริง ต้องดูบัตรรายชื่อให้ดี อาจมีสติกเกอร์หรือประกาศแจ้งที่คูหาแล้วก็ได้

นอกจากนี้ ยังมีเคล็ดลับเพิ่มเติม เช่น เช็คเว็บ กกต. www.ect.go.th หรือแอปเลือกตั้ง เพื่อดูรายชื่อผู้สมัครล่าสุด อย่าเชื่อข่าวลือหรือป้ายเก่าๆ นะครับ

บทเรียนและความสำคัญต่อประชาธิปไตยไทย

กรณี ถอนชื่อ 7 ผู้สมัคร สส.เขต นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าการเมืองไทยกำลังก้าวหน้าเรื่องความโปร่งใสมากขึ้น แม้พรรคใหญ่จะโดน แต่ก็แสดงว่านโยบายตรวจสอบไม่เลือกปฏิบัติ ช่วยลดช่องโหว่ทุจริตได้เยอะ ในทางกลับกัน ผู้สมัครที่เหลือต้องพิสูจน์ตัวเองให้ดีเพื่อแย่งใจชาวบ้าน

สุดท้ายนี้ ผมอยากชวนทุกคนไปใช้สิทธิ์กันให้เต็มที่ครับ การโหวตคือพลังของประชาชน ช่วยแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ในเขตเสี่ยง เพื่อไม่ให้ใครพลาดบัตรเสีย แชร์เลยดีกว่า! ถ้ามีคำถามเพิ่มเติม คอมเมนต์มาคุยกันได้นะครับ

ที่มา – ถอนชื่อ 7 ผู้สมัคร สส.เขต พรรคกล้าธรรม-เพื่อไทย-ปชน.-พปชร. เหตุมีลักษณะต้องห้าม

ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 2569: ยอดทะลุ 4 แสน!

ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับการเลือกตั้ง! ใครที่มีธุระสำคัญในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 อย่าลืมใช้สิทธิลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 2569 กันนะครับ ตอนนี้ยอดผู้ลงทะเบียนพุ่งสูงถึง 4 แสนรายในเวลาเพียง 4 วันเท่านั้น! มาอัปเดตข่าวสารและวิธีการลงทะเบียนกัน

ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 2569: ยอด 4 วัน พุ่ง 4 แสนราย!

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมาสรุปตัวเลขผู้ที่ได้ทำการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 2569 ทั้งในเขต นอกเขต และนอกราชอาณาจักร ในช่วง 4 วันแรกของการเปิดลงทะเบียน (20-23 ธันวาคม 2568) พบว่ามีผู้ลงทะเบียนแล้วถึง 403,182 คน! แบ่งเป็น:

  • ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง: 565 คน
  • ลงทะเบียนเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้ง: 369,463 คน
  • ลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร: 33,154 คน

ทำไมต้องลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 2569?

สำหรับใครที่มีเหตุจำเป็น ไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้ การลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 2569 เป็นทางออกที่ดีที่สุด! ไม่ว่าคุณจะมีธุระสำคัญ เดินทาง หรือทำงานนอกพื้นที่ ก็ยังสามารถใช้สิทธิของตัวเองได้

ขั้นตอนการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 2569

การลงทะเบียนนั้นง่ายมาก เพียงแค่เข้าไปที่เว็บไซต์ของ กกต. หรือแอปพลิเคชัน Smart Vote แล้วกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน อย่าลืมตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องก่อนยืนยันด้วยนะครับ

ช่องทางการลงทะเบียน:

  • เว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
  • แอปพลิเคชัน Smart Vote

เอกสารที่ต้องเตรียม:

  • บัตรประชาชน
  • ข้อมูลที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน

อย่าลืม! หมดเขต 5 มกราคม 2569

สิ่งสำคัญที่ต้องจำให้ขึ้นใจคือ การเปิดให้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 2569 จะสิ้นสุดในวันที่ 5 มกราคม 2569 เท่านั้น! ใครที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน รีบดำเนินการด่วนเลยนะครับ อย่าปล่อยให้เสียสิทธิอันสำคัญนี้ไป

หลังจากปิดรับลงทะเบียน กกต. จะทำการสรุปรายชื่อผู้ลงทะเบียนทั้งหมด และนำไปจัดทำเป็นทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า เพื่อนำไปติดประกาศ ณ สถานที่เลือกตั้งกลางต่อไป ดังนั้น อย่าลืมไปตรวจสอบรายชื่อของตัวเองด้วยนะครับ

การเลือกตั้งเป็นสิทธิและหน้าที่ของทุกคน อย่าลืมออกมาใช้สิทธิของท่านเพื่อร่วมกันกำหนดอนาคตของประเทศนะครับ

ที่มา – ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 2569 ยอด 4 วัน พุ่ง 4 แสนราย ย้ำหมดเขต 5 ม.ค. 69

สภาเท็กซัสผ่านแผนปรับเขตเลือกตั้งใหม่ เอื้อรีพับลิกัน

สมาชิกรัฐสภารัฐเท็กซัสได้อนุมัติแผนปรับเขตเลือกตั้งใหม่ ซึ่งทำให้พรรครีพับลิกันมีข้อได้เปรียบในการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในปีหน้า นี่คือประเด็นสำคัญที่เราจะมาเจาะลึกกันในวันนี้: สภาเท็กซัสผ่านแผนปรับเขตเลือกตั้งใหม่ เอื้อประโยชน์พรรครีพับลิกัน

ฝ่ายนิติบัญญัติรัฐเท็กซัสได้อนุมัติแผนการปรับเขตเลือกตั้งใหม่ ซึ่งจะเพิ่มความได้เปรียบให้กับพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ปีหน้า โดยมติผ่านในสภาผู้แทนราษฎรรัฐเท็กซัสด้วยคะแนนเสียง 88 ต่อ 52 หลังการเผชิญหน้าทางการเมืองยืดเยื้อนานกว่า 2 สัปดาห์

ก่อนหน้านี้ สมาชิกพรรคเดโมแครตของรัฐเท็กซัสบางส่วนได้หลบหนีออกนอกเขตของรัฐ เพื่อขัดขวางการลงมติและดึงความสนใจจากสาธารณะต่อแผนดังกล่าว ส่งผลให้เกร็ก แอบบอตต์ ผู้ว่าการรัฐเท็กซัส  จากพรรครีพับลิกัน ออกคำสั่งจับกุม พร้อมมีรายงานว่ามีตำรวจติดตามตรวจบ้านพักของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเดโมแครตที่ไม่เข้าร่วมการประชุม

เมื่อเดโมแครตกลับเข้าสภาในสัปดาห์นี้ ดัสติน เบอร์โรวส์ ประธานสภารัฐเท็กซัส ได้สั่งล็อกประตูห้องประชุมเพื่อป้องกันการหลีกเลี่ยงการลงคะแนนอีกครั้ง และถึงขั้นให้ตำรวจคอยควบคุมสมาชิกพรรคเดโมแครตบางคนเพื่อให้กลับมาลงมติในวันพุธ แต่บางราย เช่น นิโคล คอลเลียร์ เลือกนอนค้างในห้องประชุมเพื่อประท้วงการบังคับดังกล่าว

แผนปรับเขตเลือกตั้งใหม่จะสร้างเขตเลือกตั้งที่เอื้อต่อพรรครีพับลิกันเพิ่มขึ้นอีก 5 เขต ซึ่งอาจช่วยให้พรรคคงเสียงข้างมากในสภาคองเกรสสหรัฐฯ ได้ ท่ามกลางความพยายามของรัฐอื่นๆ ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของพรรคการเมืองทั้งสองพรรค เช่น แคลิฟอร์เนีย นิวยอร์ก และฟลอริดา ที่กำลังร่างแผนเขตเลือกตั้งใหม่เพื่อตอบโต้ โดยแคลิฟอร์เนียกำหนดว่า แผนจะมีผลก็ต่อเมื่อรัฐเท็กซัสเดินหน้ากับแผนที่เอื้อต่อรีพับลิกันจริง

แผนดังกล่าวก่อให้เกิดข้อถกเถียงเรื่อง gerrymandering หรือการปรับเขตเลือกตั้งเพื่อเอื้อฝ่ายการเมือง ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติของพรรคการเมืองหลักทั้งสองพรรคและถือเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย เว้นแต่จะมีการตัดสินว่ามีแรงจูงใจจากเชื้อชาติ ขณะเดียวกัน การปรับเขตเลือกตั้งที่ได้รับการอนุมัติในปี 2021 หลังการทำสำมะโนประชากรล่าสุด ยังคงอยู่ในระหว่างการฟ้องร้องในข้อกล่าวหาเรื่องการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ

นักการเมืองพรรคเดโมแครตและกลุ่มสิทธิมนุษยชนกล่าวว่า เขตเลือกตั้งใหม่นี้จะทำให้เสียงของชนกลุ่มน้อยถูกลดทอนลง อันเป็นการละเมิดกฎหมายรัฐบาลกลาง พร้อมขู่ว่าจะยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อยับยั้งการบังคับใช้.

สภาเท็กซัสผ่านแผนปรับเขตเลือกตั้งใหม่ เอื้อรีพับลิกัน

การปรับเขตเลือกตั้งเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและส่งผลกระทบอย่างมากต่อการเมืองการปกครองของสหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ สภาเท็กซัสผ่านแผนปรับเขตเลือกตั้งใหม่ เอื้อประโยชน์พรรครีพับลิกัน การเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลให้พรรครีพับลิกันมีความได้เปรียบในการเลือกตั้งครั้งต่อไป และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในสภาคองเกรสได้

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการปรับเขตเลือกตั้ง

เมื่อ สภาเท็กซัสผ่านแผนปรับเขตเลือกตั้งใหม่ เอื้อประโยชน์พรรครีพับลิกัน เราอาจเห็นผลกระทบดังต่อไปนี้:

  • พรรครีพับลิกันมีโอกาสชนะการเลือกตั้งมากขึ้นในรัฐเท็กซัส
  • เสียงของชนกลุ่มน้อยอาจถูกลดทอนลง
  • เกิดการฟ้องร้องทางกฎหมายเพื่อท้าทายความชอบธรรมของแผน
  • ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันรุนแรงขึ้น

แน่นอนว่าผลกระทบที่แท้จริงจะเป็นอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง รวมถึงผลการดำเนินงานของเศรษฐกิจ ปัญหาทางสังคม และความนิยมของแต่ละพรรคการเมือง

การปรับเขตเลือกตั้งเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและมีผลกระทบอย่างมากต่อการเมืองการปกครองของสหรัฐฯ การที่สภาเท็กซัสผ่านแผนปรับเขตเลือกตั้งใหม่ที่เอื้อประโยชน์แก่พรรครีพับลิกันได้จุดประกายความขัดแย้งทางการเมืองและอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในสภาคองเกรสในอนาคต

ที่มา – สภาเท็กซัสผ่านแผนปรับเขตเลือกตั้งใหม่ เอื้อประโยชน์พรรครีพับลิกัน

Scroll to top