เจรจา

ตลาดหุ้นพลิกกระดานเขียวทั่วโลก หลังข่าวลืออิหร่านขอเจรจา

ตลาดหุ้นพลิกกระดานเขียวทั่วโลก หลังจากมีข่าวลืออิหร่านขอเจรจา สร้างความโล่งใจให้นักลงทุนทั่วโลกท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง แม้สถานการณ์ระหว่างสหรัฐ-อิสราเอล-อิหร่านยังคงร้อนระอุ แต่ข่าวลือดังกล่าวทำให้ราคาน้ำมันโลกชะลอการพุ่งสูง ส่งผลให้ดัชนีหุ้นหลักๆ กลับมาฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว

ตลาดหุ้นพลิกกระดานเขียวทั่วโลก หลังจากมีข่าวลืออิหร่านขอเจรจา

สำนักข่าว New York Times รายงานว่าอิหร่านได้ติดต่อสหรัฐอเมริกาเพื่อขอเจรจายุติข้อขัดแย้ง สิ่งนี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ตลาดหุ้นพลิกกระดานเขียวทั่วโลก ตลาดเอเชียอย่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่นที่พึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางเป็นหลัก เคยดิ่งลงหนักใน 2 วันก่อนหน้า แต่ตอนนี้ดัชนี Nikkei 225 และ Kospi พุ่งขึ้นกว่า 2-3% ตามลำดับ

ในส่วนของตลาดสหรัฐ ดาวโจนส์ S&P 500 และ Nasdaq ปิดบวกแข็งแกร่ง โดยนักลงทุนเทขายทำกำไรจากหุ้นพลังงานและหันไปซื้อหุ้นเทคโนโลยีแทน ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่เคยพุ่งแตะ 81.40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2025 ลดลงกว่า 4.3% ตามคาดการณ์ ทำให้ต้นทุนพลังงานของบริษัทต่างๆ ผ่อนคลาย

ผลกระทบจากข่าวลืออิหร่านขอเจรจาต่อตลาดหุ้นเอเชีย

ตลาดหุ้นพลิกกระดานเขียวทั่วโลก โดยเฉพาะเอเชียที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ญี่ปุ่นนำเข้าน้ำมันกว่า 90% จากตะวันออกกลาง ทำให้เมื่อเกิดความไม่แน่นอน ดัชนีหุ้นเคยร่วงหนัก แต่หลังข่าวลืออิหร่านขอเจรจา SET Index ของไทยเองก็ดีดตัวขึ้น 1.5% นักลงทุนชาวไทยที่ถือหุ้นกลุ่มพลังงานและอุตสาหกรรมเริ่มกลับมามั่นใจ

  • ดัชนี Nikkei 225: +2.8%
  • ดัชนี Kospi: +3.1%
  • ดัชนี Hang Seng: +1.9%
  • SET Index: +1.5%

ยุโรปเองก็ฟื้นตัวเช่นกัน FTSE 100 และ DAX พุ่งขึ้นกว่า 2% หลังจากราคาน้ำมันคลายตัว

บทบาทของสหรัฐและราคาน้ำมันในการพลิกสถานการณ์

รัฐมนตรีคลังสหรัฐ สกอตต์ เบสเซนต์ ระบุว่ากองทัพเรือสหรัฐเตรียมเส้นทางปลอดภัยผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว สิ่งนี้ช่วยลดความกังวลเรื่องอุปทานน้ำมัน นอกจากนี้ ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี พุ่งสูงสุดใน 2 สัปดาห์ แสดงถึงความกังวลเงินเฟ้อ แต่ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าก็นำไปสู่การตรึงดอกเบี้ยของเฟด

ตลาดหุ้นพลิกกระดานเขียวทั่วโลก ยังส่งผลดีต่อสินทรัพย์อื่นๆ เช่น ทองคำที่ราคาย่อตัวลงเพราะนักลงทุนหันไปหาหุ้นแทน

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรระวังความผันผวนที่อาจกลับมาหากการเจรจาล้มเหลว แนะนำกระจายพอร์ตลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีและสินค้าอุปโภคบริโภคที่ทนทานต่อความไม่แน่นอน

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ ตลาดหุ้นพลิกกระดานเขียวทั่วโลก หลังจากมีข่าวลืออิหร่านขอเจรจา นี้เป็นสัญญาณบวก แต่ต้องติดตามพัฒนาการอย่างใกล้ชิดเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง

ติดตามข่าวสารการลงทุนเพิ่มเติมเพื่ออัปเดตพอร์ตของคุณให้ทันเหตุการณ์!

ที่มา – ตลาดหุ้นพลิกกระดานเขียวทั่วโลก หลังจากมีข่าวลืออิหร่านขอเจรจา

ทรัมป์เตือนอิหร่านคิดให้ดีก่อนเจรจานิวเคลียร์

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาพูดถึงข่าวร้อนในแวดวงการเมืองโลกกันหน่อยนะครับ ล่าสุด ทรัมป์เตือนอิหร่านคิดให้ดีก่อนเจรจานิวเคลียร์ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ได้ออกมาส่งสัญญาณเตือนอย่างชัดเจนระหว่างให้สัมภาษณ์บนเครื่องบิน Air Force One ก่อนการเจรจาครั้งสำคัญที่เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในวันอังคารนี้ ทรัมป์บอกว่าตัวเขาเองจะมีส่วนร่วมทางอ้อมในการพูดคุยเรื่องโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน และย้ำว่าถ้าการเจรจาล่ม ก็ต้องเตรียมรับมือกับผลที่ตามมาแบบไม่ยั้ง!

ทรัมป์เตือนอิหร่านคิดให้ดีก่อนเจรจานิวเคลียร์

บรรยากาศก่อนการเจรจานี้ตึงเครียดสุดๆ เลยครับ สหรัฐฯ เพิ่งตัดสินใจส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่สองเข้าไปในพื้นที่ตะวันออกกลาง เพื่อเพิ่มกำลังทหารให้พร้อมรบ เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยังเล็ดลอดข้อมูลให้รอยเตอร์ฟังด้วยว่ากองทัพกำลังเตรียมแผนปฏิบัติการทางทหารต่อเนื่อง หากอิหร่านไม่ยอมตามน้ำ สาเหตุหลักมาจากข้อเรียกร้องของวอชิงตันที่อยากให้เตหะรานหยุดการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมในประเทศทันที เพราะมองว่าเป็นก้าวสู่การพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ แต่ฝั่งอิหร่านก็ยืนกรานปฏิเสธมาตลอด ไม่ยอมถอยแม้แต่น้อย

เพื่อนๆ ลองนึกภาพดูสิครับ ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านไม่ได้เพิ่งเกิด มันยืดเยื้อมานาน ตั้งแต่สมัยทรัมป์ถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์ JCPOA ที่โอบามาเซ็นไว้ในปี 2015 แล้วใช้นโยบาย ‘แรงกดดันสูงสุด’ ทุบแซงก์ชันหนักใส่อิหร่าน จนเศรษฐกิจเตหะรานแย่ลงเรื่อยๆ ล่าสุดอิหร่านก็ตอบโต้ด้วยการเพิ่มระดับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเกินขีดจำกัด ยังมีเหตุการณ์เรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตีในอ่าวโอมาน สหรัฐฯ โทษอิหร่าน Drone โดนยิงตกใกล้เรือรบ USS Boxer อีก ทำให้สถานการณ์เดือดพล่าน

ทรัมป์เตือนอิหร่านคิดให้ดีก่อนเจรจานิวเคลียร์ เกิดอะไรขึ้นบ้าง

ในวันเดียวกันนั้น อิหร่านยังจัดการฝึกซ้อมป้องกันภัยทางเคมีในเขตเศรษฐกิจพิเศษพาร์ส ทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งเป็นศูนย์กลางพลังงานสำคัญ เพื่อยกระดับความพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉิน ท่ามกลางความกดดันที่เพิ่มขึ้นแบบนี้ การเจรจาที่เจนีวาครั้งนี้เป็นแบบทางอ้อม (indirect talks) โดยมีตัวกลางช่วยประสาน สหรัฐฯ หวังลดความเสี่ยงสงคราม แต่ทรัมป์เองก็ดูจะไม่ยอมอ่อนข้อง่ายๆ

  • สหรัฐฯ ส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln และกำลังเสริมอื่นๆ เข้าตะวันออกกลาง
  • อิหร่านปฏิเสธหยุดเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ถือเป็น ‘เส้นแดง’
  • ฝึกซ้อมป้องกันเคมีของอิหร่าน สัญญาณพร้อมรบ
  • ทรัมป์ยืนยันมีส่วนร่วมทางอ้อม ย้ำ ‘ผลตามมา’ ถ้าล้มเหลว
  • ประวัติ JCPOA ถอนตัวโดยทรัมป์ สร้างความไม่ไว้ใจ

มาดูกันว่าการเจรจานี้จะไปทางไหน หากสำเร็จอาจคลี่คลายวิกฤตนิวเคลียร์ได้ แต่ถ้าล่ม อาจนำไปสู่การเผชิญหน้าทางทหารจริงจัง ส่งผลกระทบราคาน้ำมันโลก พุ่งสูงแน่นอน ตะวันออกกลางเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ใครครองได้ครองพลังงานโลก

ผลกระทบจากทรัมป์เตือนอิหร่านคิดให้ดีก่อนเจรจานิวเคลียร์

ไม่ใช่แค่สองชาติหรอกครับ ผล波及ไปทั่ว ประเทศเพื่อนบ้านอย่างซาอุฯ อิสราเอล กังวลอิหร่านมีนิวเคลียร์ จีน รัสเซีย ที่หนุนอิหร่านก็อาจเข้าแทรก ชาวโลกเฝ้าดู นักวิเคราะห์บางคนบอกว่านี่เป็นกลยุทธ์ ‘ดีลหรือตาย’ ของทรัมป์ สไตล์ businessman ของเขาเลย

ในมุมมองของผมนะครับ การเจรจาครั้งนี้เป็นโอกาสทองสำหรับสันติภาพ แต่คำเตือนจากทรัมป์แสดงให้เห็นว่าสหรัฐจริงจังมาก ถ้าอิหร่านยอมลดระดับนิวเคลียร์แลกกับยกเลิกแซงก์ชัน ทุกอย่างอาจดีขึ้น คุณคิดเห็นยังไงบ้าง? การเจรจาจะสำเร็จหรือนำไปสู่สงคราม? มาคอมเมนต์แลกเปลี่ยนกันด้านล่างเลยครับ! และอย่าลืมกดไลค์ แชร์บทความนี้ เพื่อติดตามข่าวอัปเดตต่างประเทศแบบเป็นกันเองต่อไปนะ

ที่มา – ทรัมป์เตือนอิหร่านคิดให้ดีก่อนเจรจานิวเคลียร์ ลั่นดีลล่มต้องรับผลที่ตามมา

ผู้นำอิหร่านลั่น พร้อมเจรจากับสหรัฐฯ ทรัมป์เตือนอาจเกิดสิ่งเลวร้าย

ผู้นำอิหร่านลั่น พร้อมเจรจากับสหรัฐฯ ทรัมป์เตือนอาจเกิดสิ่งเลวร้าย เป็นประเด็นร้อนที่โลกกำลังจับตามอง เมื่อประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่านประกาศชัดเจนว่าพร้อมเปิดโต๊ะเจรจาเรื่องโครงการนิวเคลียร์ ขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาเตือนอย่างหนักแน่น หากไม่บรรลุข้อตกลง สิ่งเลวร้ายอาจเกิดขึ้นจริง

ผู้นำอิหร่านลั่น พร้อมเจรจากับสหรัฐฯ ทรัมป์เตือนอาจเกิดสิ่งเลวร้าย

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 นายเปเซชเคียนได้โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X ระบุว่าอิหร่านพร้อมตอบรับคำร้องขอจาก “รัฐบาลที่เป็นมิตรในภูมิภาค” เพื่อเริ่มการหารือ โดยสั่งการให้นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศ ดำเนินการทันที แต่ต้องมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ปราศจากการข่มขู่และความคาดหวังที่ไม่สมเหตุสมผล

ประธานาธิบดีอิหร่านย้ำชัดว่า การเจรจาจะต้องยุติธรรม เสมอภาค และอยู่ภายใต้กรอบผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย ก่อนหน้านี้ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ก็เคยเตือนว่าหากสหรัฐฯ โจมตี จะนำไปสู่ “สงครามระดับภูมิภาค” ซึ่งทำให้สถานการณ์ตึงเครียดยิ่งขึ้น

ทรัมป์ตอบโต้หนัก ผู้นำอิหร่านลั่น พร้อมเจรจากับสหรัฐฯ ทรัมป์เตือนอาจเกิดสิ่งเลวร้าย

ฝั่งสหรัฐฯ ประธานาธิบดีทรัมป์ ไม่ยอมน้อยหน้า ตอบโต้ผ่านสื่อว่าหากอิหร่านไม่ยอมตกลงเรื่องนิวเคลียร์และหยุดสังหารผู้ประท้วง สงครามที่ขู่อาจกลายเป็นจริง เมื่อถูกถามถึงโอกาสบรรลุข้อตกลง ทรัมป์กล่าวว่า “ถ้าทำได้ก็ดี แต่ถ้าไม่ได้ สิ่งเลวร้ายก็น่าจะเกิด” พร้อมย้ำว่ากองกำลังมหาศาลกำลังมุ่งหน้าสู่อิหร่าน รวมถึงเรือรบใหญ่ที่สุดอย่าง USS Abraham Lincoln ที่บรรทุกเครื่องบินรบกว่า 70 ลำ และเรือพิฆาตติดขีปนาวุธโทมาฮอว์กอีก 3 ลำ

รายงานจากสื่อสหรัฐฯ ระบุว่าการเจรจาอาจเริ่มต้นที่กรุงอิสตันบูลในวันศุกร์นี้ โดยนายอารักชีจะพบกับสตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษสหรัฐฯ และเชิญรัฐมนตรีต่างประเทศจากอียิปต์ โอมาน ปากีสถาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และ UAE เข้าร่วมด้วย ก่อนหน้านี้ นายอารักชีให้สัมภาษณ์ CNN ว่า “มั่นใจว่าจะบรรลุข้อตกลงได้” เพื่อยืนยันว่าไม่มีอาวุธนิวเคลียร์เกิดขึ้น แม้อิหร่านจะยืนกรานว่าโครงการนิวเคลียร์เพื่อสันติภาพเท่านั้น

  • ประเด็นหลักของการเจรจา: โครงการนิวเคลียร์และความมั่นคงภูมิภาค
  • เงื่อนไขอิหร่าน: ไม่ข่มขู่ ต้องยุติธรรม
  • ท่าทีสหรัฐฯ: เสริมกำลังทหารเต็มสูบ
  • ผู้เข้าร่วม: ประเทศเพื่อนบ้านในตะวันออกกลาง

สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความเปราะบางของความสัมพันธ์สหรัฐฯ-อิหร่าน ที่ยืดเยื้อมานานนับทศวรรษ โดยเฉพาะหลังสหรัฐฯ ถอนตัวจาก JCPOA ข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2018 สหรัฐฯ ยังคงเสริมกำลังทหารในอ่าวเปอร์เซียอย่างต่อเนื่อง เพื่อกดดันอิหร่านให้ยอมรับข้อเสนอ

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าการเจรจาครั้งนี้อาจเป็นโอกาสทองในการลดความตึงเครียด หากทั้งสองฝ่ายยอมถอยคนละก้าว แต่หากล้มเหลว ภูมิภาคตะวันออกกลางอาจเผชิญวิกฤตใหญ่ โดยเฉพาะหากอิหร่านเร่งเสริมสมรรถนะยูเรเนียมหรือสหรัฐฯ ใช้กำลังทหาร

ติดตามพัฒนาการ ผู้นำอิหร่านลั่น พร้อมเจรจากับสหรัฐฯ ทรัมป์เตือนอาจเกิดสิ่งเลวร้าย อย่างใกล้ชิด เพราะอาจเปลี่ยนโฉมหน้าความมั่นคงโลก คุณคิดว่าการเจรจาจะสำเร็จหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – ผู้นำอิหร่านลั่น พร้อมเจรจากับสหรัฐฯ ทรัมป์เตือนอาจเกิดสิ่งเลวร้าย

ทรัมป์-สี จิ้นผิง พบกันครั้งแรกที่ปูซานในรอบ 6 ปี

ทั่วโลกจับตามองวาระสำคัญที่ผู้นำจีนและสหรัฐอเมริกาเจรจากันที่เกาหลีใต้ โดยทรัมป์-สี จิ้นผิง พบกันครั้งแรกในรอบ 6 ปีที่ปูซาน ท่ามกลางความชื่นมื่นและคำยกย่องซึ่งกันและกัน ก่อนการประชุมหารือเป็นการภายใน

สื่อทั่วโลกต่างบันทึกภาพวินาทีประวัติศาสตร์ ที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา และ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีของจีน ได้พบหน้ากันอีกครั้งในรอบ 6 ปี ณ ฐานทัพอากาศกิมแฮ เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ ประธานาธิบดีทรัมป์ให้การต้อนรับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงอย่างเป็นมิตร พร้อมทั้งกล่าวยกย่องว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เป็นนักเจรจาที่แข็งแกร่ง ก่อนที่จะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดแบบปิด

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวถึงความสัมพันธ์ของประเทศมหาอำนาจทั้งสองก่อนการประชุมอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่าด้วยสภาพประเทศที่แตกต่างกัน จึงเป็นเรื่องปกติที่สองมหาเศรษฐกิจของโลกอย่างจีนและสหรัฐฯ จะมีความเห็นไม่ตรงกันหรือเกิดความขัดแย้งกันเป็นระยะ ๆ แต่ย้ำว่าทั้งสองประเทศควรเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง และช่วยกันประคับประคองให้เรือใหญ่แห่งความสัมพันธ์จีน–สหรัฐฯ แล่นต่อไปได้อย่างมั่นคง พร้อมทั้งยังชื่นชมประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ว่ามีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมสันติภาพ โดยเฉพาะการช่วยผลักดันให้เกิดข้อตกลงหยุดยิงในฉนวนกาซา รวมถึงการมีบทบาทในการเป็นสักขีพยานต่อข้อตกลงสันติภาพระหว่างไทยกับกัมพูชา

ประเด็นสำคัญที่คาดว่าจะถูกหยิบยกขึ้นมาหารือในการพบกันครั้งนี้ รวมถึงเรื่องกำแพงภาษีทางการค้า การลักลอบขนยาเฟนทานิลซึ่งเป็นยาเสพติดร้ายแรงที่คร่าชีวิตผู้คนในสหรัฐฯ ปีละหลายหมื่นคน การควบคุมการส่งออกแร่หายาก หรือ แรร์ เอิร์ท ของจีน กับการนำเข้าถั่วเหลืองสหรัฐฯ ของจีน

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องการควบคุมการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐฯ ประเด็นด้านภูมิรัฐศาสตร์และความมั่นคง โดยเฉพาะสงครามรัสเซียยูเครน และจุดยืนของสหรัฐฯ เรื่องไต้หวัน ค่าธรรมเนียมท่าเรือสำหรับเรือจีนที่จอดเทียบท่าในสหรัฐฯ และความเป็นไปได้ในการสรุปข้อตกลงเพื่อซื้อ TikTok

ทรัมป์-สี จิ้นผิง พบกันครั้งแรกในรอบ 6 ปีที่ปูซาน

การพบปะกันระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่บ่งบอกถึงความพยายามในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศมหาอำนาจ หลังจากที่ความสัมพันธ์ตึงเครียดมาอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การหารือในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และหาทางออกร่วมกันในประเด็นต่างๆ ที่มีความสำคัญต่อทั้งสองฝ่าย รวมถึงต่อเสถียรภาพและความมั่นคงของโลก

ทำไมการพบกันของ ทรัมป์-สี จิ้นผิง ถึงสำคัญ?

การที่ทรัมป์-สี จิ้นผิง พบกันครั้งแรกในรอบ 6 ปีที่ปูซาน มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสถานการณ์โลกในปัจจุบัน ท่ามกลางความท้าทายต่างๆ ที่นานาประเทศกำลังเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจ สงคราม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และภัยคุกคามจากอาชญากรรมข้ามชาติ ความร่วมมือและความเข้าใจอันดีระหว่างสหรัฐฯ และจีน จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้

ผลลัพธ์ของการหารือระหว่างผู้นำทั้งสอง จะส่งผลกระทบต่อทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การค้า การลงทุน และความร่วมมือในด้านต่างๆ การจับตามองและวิเคราะห์ผลจากการพบปะกันครั้งนี้ จึงเป็นสิ่งที่ควรให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง

  • ประเด็นที่น่าจับตามอง: การเจรจาเรื่องการค้า กำแพงภาษี และเทคโนโลยี
  • ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก: ความร่วมมือหรือความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และจีน ย่อมส่งผลต่อSupply Chain
  • อนาคตของความสัมพันธ์: การพบกันครั้งนี้จะนำไปสู่ความร่วมมือหรือความขัดแย้งที่มากขึ้น?

สิ่งที่เกิดขึ้นจากการที่ ทรัมป์-สี จิ้นผิง พบกันครั้งแรกในรอบ 6 ปีที่ปูซาน ไม่ได้เป็นเพียงแค่การพบปะทักทาย แต่เป็นจุดเริ่มต้นที่อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และส่งผลกระทบต่ออนาคตของโลก

ที่มา – ทรัมป์-สี จิ้นผิง พบกันครั้งแรกในรอบ 6 ปีที่ปูซาน

Scroll to top