เจ๊เอ๋

กรมปกครองแจงปมเจ๊เอ๋ขอใบอนุญาตปืนไร้คำสั่งนายกฯ

近日ข่าวดังในโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับกรณี “เจ๊เอ๋” อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังที่อ้างว่าต้องโทรหานายกรัฐมนตรีเพื่อขอใบอนุญาตซื้อปืนให้ลูกชายนักกีฬายิงปืน ทำให้เกิดคำถามถึงความโปร่งใสในการออกใบอนุญาตอาวุธปืน ล่าสุด กรมปกครอง แจงปม “เจ๊เอ๋” ขอใบอนุญาตซื้อปืน ยันไร้คำสั่งนายกฯ เป็นการดำเนินการตามปกติตามกฎหมายเท่านั้น

กรมปกครอง แจงปม “เจ๊เอ๋” ขอใบอนุญาตซื้อปืน ยันไร้คำสั่งนายกฯ

กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้ออกชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2567 หลังจากที่มีข่าวลือและการนำเสนอในสื่อออนไลน์และทีวีเมื่อวันก่อนหน้าว่า “เจ๊เอ๋” ต้องโทรไปยังนายกรัฐมนตรีเพื่อให้ได้ใบอนุญาต ป.3 (ใบอนุญาตซื้อหรือรับโอนอาวุธปืน) ภายใน 2 ชั่วโมง สำหรับบุตรชายที่เป็นนักกีฬายิงปืนที่อำเภอเมืองสระบุรี

จากการตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดจากนายทะเบียนอำเภอเมืองสระบุรี พบข้อเท็จจริงที่ชัดเจน ไม่มีหลักฐานใดๆ ว่ามีการสั่งการจากนายกรัฐมนตรีหรือผู้บังคับบัญชาระดับสูง และไม่มีคำร้องจากบุตรชายของเจ๊เอ๋ด้วยซ้ำ

ไทม์ไลน์เหตุการณ์: 2 ครั้งที่ยื่นขอใบอนุญาต

  • ครั้งแรก: ตุลาคม 2566 – เจ๊เอ๋และสามีเข้าไปยื่นขอใบอนุญาต ป.3 ในนามสามี โดยแจ้งวัตถุประสงค์เพื่อการกีฬา แต่ตรวจพบว่าสามีมีปืนครอบครองอยู่แล้ว 1 กระบอก และขาดหนังสือรับรองนักกีฬาหรือสมาชิกสนามยิงปืน เจ้าหน้าที่จึงชี้แจงกฎหมายและผู้ยื่นเดินทางกลับ โดยไม่มีการอนุมัติ
  • ครั้งที่สอง: 10 กันยายน 2567 – สามีเจ๊เอ๋ยื่นขอรับโอนปืนจากอำเภอเมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น พร้อมแนบเอกสารครบถ้วน รวมถึงหนังสือรับรองนักกีฬา นายทะเบียนจึงพิจารณาออกใบอนุญาตตามขั้นตอนปกติ

สรุปคือ กรมปกครอง แจงปม “เจ๊เอ๋” ขอใบอนุญาตซื้อปืน ว่าเป็นกระบวนการมาตรฐาน ไม่มีบุตรชายยื่นขอ และใช้ดุลยพินิจของนายทะเบียนท้องที่ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน พ.ศ. 2490 อย่างเคร่งครัด

ขั้นตอนการขอใบอนุญาตซื้อปืนแบบ ป.3 ตามกฎหมาย

สำหรับประชาชนทั่วไปที่สนใจขอใบอนุญาตซื้อหรือรับโอนอาวุธปืน ต้องเตรียมเอกสารดังนี้

  • คำร้องตามแบบ ป.3
  • บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน
  • หนังสือรับรองจากสถานีตำรวจว่ามิใช่บุคคลต้องห้าม
  • สำหรับวัตถุประสงค์กีฬา: หนังสือรับรองจากสมาคมกีฬายิงปืนหรือสนามยิงปืน
  • ไม่ครอบครองปืนเกินจำนวนที่กฎหมายกำหนด (บุคคลธรรมดาไม่เกิน 2 กระบอกสำหรับกีฬา)

นายทะเบียนจะตรวจสอบประวัติ ความจำเป็น และเหตุผล หากครบถ้วนจึงอนุมัติ มิใช่เรื่องพิเศษหรือใช้เส้นสาย

คำเตือนเรื่องการกล่าวหาใส่ร้าย

กรมการปกครองย้ำว่าการกล่าวอ้างผู้อื่นในลักษณะที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง โดยเฉพาะผ่านสื่อออนไลน์ อาจเข้าข่ายหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา

  • มาตรา 326: จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • มาตรา 328: หากโฆษณาผ่านสื่อ สูงสุดจำคุก 2 ปี ปรับ 200,000 บาท

ดังนั้น ควรตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนแชร์ข่าวเพื่อหลีกเลี่ยงความผิดกฎหมาย

กรณีนี้แสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสของหน่วยงานรัฐในการจัดการใบอนุญาตอาวุธปืน ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนต่อความมั่นคงสาธารณะ หากคุณมีประสบการณ์ขอใบอนุญาตปืนหรือเห็นต่าง แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ได้เลย! ติดตามข่าวอัปเดตกฎหมายและเหตุการณ์สังคมที่นี่เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – กรมปกครอง แจงปม “เจ๊เอ๋” ขอใบอนุญาตซื้อปืน ยันไร้คำสั่งนายกฯ เป็นการอนุญาตตามปกติ

“เจ๊เอ๋ มาตามนัด” ถึงชายแดน หลังท้าชนกัมพูชา

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เมื่อกลุ่มชาวกัมพูชาพยายามรื้อรั้วลวดหนามที่ฝ่ายไทยติดตั้งไว้ เหตุการณ์นี้สร้างความไม่พอใจให้กับคนไทยจำนวนมาก รวมถึง “เจ๊เอ๋ มาตามนัด” เจ้าหนี้ชื่อดังที่ได้ประกาศว่าจะเดินทางไปยังชายแดนเพื่อแสดงจุดยืน

“เจ๊เอ๋ มาตามนัด” เดินทางถึงชายแดนบ้านหนองจาน

จากเหตุการณ์ที่ชาวกัมพูชาบางส่วนรวมตัวกันประท้วงและพยายามรื้อถอนรั้วลวดหนามบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่บ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ทำให้สถานการณ์บริเวณนั้นตึงเครียดขึ้นอย่างมาก การกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการบุกรุกพื้นที่ แต่ยังรวมถึงการขว้างปาสิ่งของใส่เจ้าหน้าที่ไทย ทำให้มีทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ควบคุมสถานการณ์เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา

ท่ามกลางความตึงเครียดนี้ “เจ๊เอ๋ มาตามนัด” บุคคลที่มีชื่อเสียงในโลกโซเชียลมีเดีย ได้ออกมาแสดงความเห็นอย่างชัดเจน โดยโพสต์ข้อความผ่านทางโซเชียลมีเดียว่า “พรุ่งนี้เจอกันบ้านหนองจาน จ.สระแก้ว มันเกินไปแล้วพวกเขมร ไม่นึกถึงตอนมาหาแดรกบนแผ่นดินไทย ใครไปยกมือขึ้น” นอกจากนี้ยังมีการระบุเพิ่มเติมว่า “อยากได้รถดูดส้วมเต็มคัน จำนวน 3 คัน จะยอมเสียสละเป็นคนจับปลายสายเองกับมือ ส่งตรงถึงเขมรแนวรั้วบ้านจาน” ข้อความเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความไม่พอใจต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และพร้อมที่จะช่วยเหลือสนับสนุนการปกป้องอธิปไตยของชาติ

“ประชาชนไม่ได้อยากปะทะเพราะไม่ใช่หน้าที่ แต่ถ้าผู้นำไม่สามารถควบคุมอะไรได้ประชาชนมันก็ต้องออกมาเองปกป้องแผ่นดินไทย ช่วงเวลาที่พี่น้องสระแก้วเสียสละพื้นที่ให้พวกขโมยเข้ามาอยู่อาศัยทำมาหากิน ไล่ก็ไม่ไป ลาดก็ไม่ลง คนไทยยังไม่ทำอย่างพวกกัมพูชา” เจ๊เอ๋กล่าว

ล่าสุดวันนี้ (26 ส.ค. 68) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่บ้านหนองจาน เพื่อติดตามสถานการณ์ภายหลังเหตุการณ์ตึงเครียดที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ พบว่าสถานการณ์เริ่มคลี่คลายลงแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้เข้าควบคุมสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

แหล่งข่าวจากหน่วยงานความมั่นคงรายงานว่า กองกำลังทหารที่ประจำการในพื้นที่ได้ดำเนินมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อยและปฏิบัติการตามขั้นตอนที่วางไว้ เพื่อยืนยันการรักษาอธิปไตยของไทยและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ชายแดน ทั้งนี้ การประสานงานกับทุกฝ่ายได้เป็นไปอย่างต่อเนื่องจนทำให้สถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติ เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือประชาชนให้งดเว้นการเดินทางเข้าไปยังพื้นที่เกิดเหตุในช่วงนี้ เพื่อป้องกันความเสี่ยงและเอื้อต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย พร้อมทั้งแสดงความขอบคุณต่อพี่น้องประชาชนที่ได้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และส่งกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องชายแดน

สถานการณ์ในปัจจุบันยังอยู่ภายใต้การดูแลของกองกำลังทหารอย่างเข้มงวด โดยมีการเฝ้าระวังต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำขึ้นอีก ด้านทางฝั่งกัมพูชายังคงมีชาวบ้านที่ยังนอนเฝ้าอยู่บริเวณรั้วตลอดทั้งคืนแต่ยังไม่มีการก่อความวุ่นวายใดๆ

ขณะที่ “เจ๊เอ๋ มาตามนัด” ก็ได้เดินทางมาถึงชายแดนบ้านหนองจาน อ.โคกสูง จ.สระแก้วแล้วเวลานี้ หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป

ทำไม “เจ๊เอ๋ มาตามนัด” ถึงเป็นที่สนใจ?

การปรากฏตัวของ “เจ๊เอ๋ มาตามนัด” ในครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากสังคมเป็นอย่างมาก เนื่องจากเธอเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและมีผู้ติดตามจำนวนมาก การออกมาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนเช่นนี้ จึงเป็นการส่งสัญญาณไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องให้ตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาอธิปไตยและปกป้องผลประโยชน์ของชาติ

  • จุดยืนที่ชัดเจน: เจ๊เอ๋แสดงออกถึงความรักชาติและการปกป้องแผ่นดินอย่างชัดเจน
  • การสนับสนุนจากประชาชน: มีผู้คนจำนวนมากที่เห็นด้วยกับการกระทำของเจ๊เอ๋และพร้อมที่จะสนับสนุน
  • การสร้างความตระหนัก: เหตุการณ์นี้ช่วยกระตุ้นให้สังคมตระหนักถึงปัญหาชายแดนและความสำคัญของการรักษาอธิปไตย

ถึงแม้ว่าสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลาย แต่สิ่งสำคัญคือการเฝ้าระวังและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย การร่วมมือกันของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการรักษาความสงบเรียบร้อยและปกป้องอธิปไตยของชาติ

สถานการณ์ชายแดนเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องจัดการด้วยความรอบคอบ การแสดงออกถึงความรักชาติเป็นสิ่งที่ดี แต่ควรอยู่ในขอบเขตของกฎหมายและไม่สร้างความขัดแย้งเพิ่มเติม

ที่มา – “เจ๊เอ๋” มาตามนัด เดินทางถึงชายแดนบ้านหนองจาน หลังท้าชนกัมพูชาป่วนรื้อลวดหนาม

Scroll to top