เชตวัน เตือประโคน

“เอกราช-เชตวัน” จี้ “อนุทิน” สอบ แม่ทัพภาค 4 ชี้ปฏิรูป กอ.รมน.

วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนในแวดวงการเมืองที่กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวาง นั่นคือ “เอกราช-เชตวัน” จี้ “อนุทิน” สอบ แม่ทัพภาค 4 ชี้ ถึงเวลาปฏิรูป กอ.รมน. แล้ว เรื่องนี้เกิดจากวาทะปิดไมค์ของ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ในกรณีคดีลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ซึ่งสร้างความกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่ภาคใต้เป็นอย่างมาก คำพูดที่ว่า “ถ้าเป็นผมทำ ไม่ปล่อยให้รอดหรอก ถ้าผมทำนะ” กลายเป็นจุดถกเถียงใหญ่ ว่ามันสอดคล้องกับหลักนิติธรรมหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อมีการเชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. และรถของหน่วยงานที่ใช้ในการก่อเหตุ

“เอกราช-เชตวัน” จี้ “อนุทิน” สอบ แม่ทัพภาค 4 ชี้ ถึงเวลาปฏิรูป กอ.รมน. แล้ว

นายเอกราช อุดมอำนวย ส.ส.กทม. พรรคประชาชน ได้โพสต์เฟซบุ๊กเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีอนุทิน คณะรัตน์ ซึ่งดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการ รมว. (ผอ.รมน.) ตั้งคณะกรรมการสอบสวนแม่ทัพภาค 4 ทันที นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งการกรมพระธรรมนูญเข้าสอบสวน เพื่อหาความจริงและหักล้างข้อครหาว่ากองทัพอาจใช้อำนาจนอกกรอบกฎหมายภายใต้ข้ออ้างความมั่นคง เอกราชย้ำว่านายกฯ ประกาศ “พูดแล้วทำ” ดังนั้นต้องพิสูจน์ด้วยการลงมือสอบจริงจัง คำพูดของแม่ทัพฯ บั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชน และอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ความไม่สงบในภาคใต้ยืดเยื้อ ขัดกับหลัก “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ที่กองทัพมักอ้าง

วาทะปิดไมค์ที่จุดชนวนวิกฤติความเชื่อมั่น

เหตุการณ์เกิดขึ้นวันที่ 14 เมษายน 2569 ขณะแม่ทัพภาค 4 แถลงความคืบหน้าคดีลอบสังหาร ส.ส.กมลศักดิ์ คำพูดส่วนตัวที่หลุดออกมาแม้จะปิดไมค์ แต่ถูกบันทึกได้ สะท้อนทัศนคติที่ไม่เคารพกระบวนการยุติธรรม แม้แม่ทัพฯ จะยืนยันว่ากองทัพไม่เกี่ยวข้อง แต่พยานหลักฐานชี้ไปที่เจ้าหน้าที่ กอ.รมน. ทำให้ประชาชนตั้งคำถามถึงบทบาทของหน่วยงานนี้

เชตวัน เตือประโคน ชี้ถึงเวลาปฏิรูป กอ.รมน.

นายเชตวัน เตือประโคน ส.ส.ปทุมธานี พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กเช่นกัน โดยตั้งคำถามว่า “ไม่ปล่อยให้รอด นี่หรือคำพูดของคนที่ประชาชนอนุญาตให้ถือปืน?” คำพูดนี้ทำให้ประชาชนหวาดกลัวหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะ กอ.รมน. ที่มีบทบาทกว้างขวาง เชตวันชี้ว่าแม่ทัพภาค 4 ในฐานะ ผอ.รมน.ภาค 4 กำลังทำให้ภาพลักษณ์ของกองทัพแย่ลง และเรียกร้องให้ทบทวนบทบาท กอ.รมน. ที่ขยายตัวเกินกว่าภารกิจทหารหลัก คือปกป้องอธิปไตยและป้องกันประเทศ

กอ.รมน. หรือ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เป็นหน่วยงานที่กองทัพบริหาร แต่มีงบประมาณมหาศาลและบุคลากรจำนวนมาก เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องพลเรือน เช่น การพัฒนาชุมชน ความมั่นคงภายใน ซึ่งควรเป็นหน้าที่ของหน่วยงานพลเรือน

  • ปัญหาหลักของ กอ.รมน.:
  • บทบาททับซ้อนกับหน่วยงานรัฐอื่น สร้างความสับสนว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ
  • งบประมาณสูงแต่ผลลัพธ์ไม่ชัดเจน โดยเฉพาะในภาคใต้
  • การใช้อำนาจนอกระบบกฎหมาย ทำให้ประชาชนขาดความไว้วางใจ
  • ขาดการกำกับดูแลที่เข้มแข็ง ส่งผลให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้

การปฏิรูป กอ.รมน. ที่ทั้งเอกราชและเชตวันเรียกร้อง อาจรวมถึงการปรับโครงสร้าง ลดบทบาททหารในกิจการพลเรือน โอนงบไปหน่วยงานที่เหมาะสม และเพิ่มกลไกตรวจสอบจากรัฐสภา สิ่งนี้จะช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นและแก้ปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ได้ในระยะยาว

ประเด็น “เอกราช-เชตวัน” จี้ “อนุทิน” สอบ แม่ทัพภาค 4 ชี้ ถึงเวลาปฏิรูป กอ.รมน. แล้ว ไม่ใช่แค่เรื่องวาทะ แต่สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบความมั่นคงไทย หากไม่แก้ไข อาจนำไปสู่ความขัดแย้งรุนแรงขึ้น คุณคิดว่าการปฏิรูป กอ.รมน. ควรทำอย่างไร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นให้เกิดการถกเถียงกว้างขึ้น สนับสนุนประชาธิปไตยและนิติธรรมกันเถอะ!

ที่มา – “เอกราช-เชตวัน” จี้ “อนุทิน” สอบ แม่ทัพภาค 4 ชี้ ถึงเวลาปฏิรูป กอ.รมน. แล้ว

เชตวันถามกลาโหม ทำไมปล่อยระดมเงินบริจาค?

“เชตวัน” โต้ “รมช.กลาโหม” ปมเงินบริจาค “กัน จอมพลัง” ไม่ใช่เรื่อง “ทะเลาะกัน 2 คน” แต่คือการตรวจสอบงบประมาณ ถามถ้ายุทธภัณฑ์มีเพียงพอ ทำไมปล่อยให้มีการระดมเงินบริจาคจากประชาชนอยู่ได้ นี่คือคำถามสำคัญที่ ส.ส. เชตวัน เตือประโคน ยกขึ้นมาตั้งข้อสงสัยต่อกระทรวงกลาโหม

วันที่ 31 ตุลาคม 2568 จากกรณีการให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เกี่ยวกับเรื่องกรรมาธิการการทหาร เชิญ นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวช หรือกัน จอมพลัง และ พล.ท.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เข้าชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องการบริหารทรัพยากรของกองทัพในเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งตอนหนึ่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมให้สัมภาษณ์ว่า เป็นเรื่องที่คนสองคนทะเลาะกัน กองทัพไม่เกี่ยว นั้น

นายเชตวัน เตือประโคน สส.ปทุมธานี เขต 6 พรรคประชาชน และกรรมาธิการการทหาร กล่าวว่า ก่อนอื่นคงต้องถาม พล.อ.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ว่า ท่านทราบหรือไม่ว่ามีหน่วยงานทหาร ในการกำกับดูแลของท่าน ทำหนังสือขอรับการสนับสนุนจากนายกัน จอมพลัง ไม่ว่าจะเป็นข้าวของเครื่องใช้ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ตลอดจนยุทธภัณฑ์ทางทหาร ซึ่งเรื่องนี้ยืนยันจากการที่นายกัน จอมพลัง นำหลักฐานซึ่งเป็นหนังสือนั้นมาแสดงต่อกรรมาธิการการทหารแล้ว พร้อมทั้งบอกด้วยว่า ไม่ได้มีแค่หน่วยงานเดียว หากแต่มีหลายหน่วยที่ทำหนังสือมาขอรับการสนับสนุน และ “มูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้” ก็จะนำเงินที่ได้รับบริจาคมาจากประชาชนไปซื้อของ และนำไปส่งให้ตามที่หน่วยทหารเหล่านั้นต้องการ

“นี่จึงไม่ใช่เรื่องของการ ‘ทะเลาะกัน 2 คน’ และ ‘กองทัพไม่เกี่ยว‘ แต่เป็นการที่กองทัพต้องชี้แจงว่า แล้วงบประมาณมากมายมหาศาลที่กระทรวงกลาโหมได้รับในแต่ละปี ซึ่งเป็นเงินภาษีจากประชาชนนั้น ทำไมไม่ถูกใช้ไปกับภารกิจของหน่วยทหารเหล่านี้ ไม่เพียงพอหรืออย่างไร ทำไมถึงต้องขอรับการสนับสนุน ยิ่งจากการที่ พล.ท.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ออกมายืนยันว่า ทางกองทัพมียุทธภัณฑ์เพียงพอ ถึงได้รับบริจาคเข้ามาของเหล่านั้นก็ไม่ได้ใช้ แล้วทำไมท่านจึงไม่มีนโยบายไปห้ามปรามหน่วยทหารเหล่านั้น ทำไมยังคงให้หน่วยขอรับการสนับสนุนจากมูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้ และก็ยังคงให้มูลนิธินี้ประชาสัมพันธ์ระดมเงินบริจาคจากประชาชนต่อไปอยู่ได้” นายเชตวัน กล่าว

นายเชตวัน กล่าวด้วยว่า และอีกประเด็นที่สำคัญ การที่รัฐมนตรีตีกรอบให้ว่า “ทะเลาะกันสองคน” นั่นก็ยิ่งเป็นเรื่องที่ผิดอย่างมหันต์ มีอคติหรือไม่ เพราะในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม น่าจะรู้ดีว่า คณะกรรมาธิการการทหาร หรือไม่ว่าจะคณะกรรมาธิการชุดไหน ประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากทุกพรรคการเมือง ซึ่งการที่ท่านบอกว่า “ทะเลาะกันสองคน” ตีความเป็นอื่นไม่ได้เลย นอกจากการชี้นิ้วว่าฝ่ายหนึ่งคือนายกัน จอมพลัง และอีกฝ่ายหนึ่งคือพรรคประชาชน

“ผมก็อยากให้ท่านรัฐมนตรีไปทำความเข้าใจเรื่องนี้เสียใหม่ ว่านี่คือการตรวจสอบของกรรมาธิการการทหาร ตามอำนาจหน้าที่ที่มี ซึ่งกองทัพเกี่ยวข้องกับกรณีนี้ด้วยแน่ๆ ในฐานะหน่วยรับงบประมาณ แต่ทว่ากลับไม่มีงบประมาณไปจัดหายุทธภัณฑ์ หรือสิ่งของจำเป็นกับทหารชั้นผู้น้อยที่อยู่ตามชายแดน เพื่อไม่ให้ประชาชนตั้งคำถามว่า แล้วเงินมันไปไหนหมด?”

“เชตวัน” ถาม กลาโหมถ้ายุทธภัณฑ์มีเพียงพอ ทำไมปล่อยให้มีการระดมเงินบริจาค

ประเด็นหลักที่นายเชตวันหยิบยกขึ้นมาคือเรื่องความโปร่งใสในการใช้งบประมาณของกระทรวงกลาโหม และความจำเป็นในการระดมเงินบริจาคจากประชาชน หากทางกองทัพมียุทธภัณฑ์เพียงพอจริง เหตุใดจึงยังมีการขอรับการสนับสนุนจากภายนอก

ทำไมต้องตั้งคำถามเรื่อง “เชตวัน” ถาม กลาโหมถ้ายุทธภัณฑ์มีเพียงพอ ทำไมปล่อยให้มีการระดมเงินบริจาค

คำถามนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงแค่การตรวจสอบ แต่ยังเป็นการสะท้อนถึงความกังวลของประชาชนต่อการบริหารจัดการทรัพยากรของประเทศ หากงบประมาณที่จัดสรรให้กองทัพไม่เพียงพอ หรือมีการบริหารจัดการที่ไม่เหมาะสม อาจส่งผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจของทหารชั้นผู้น้อยที่ปฏิบัติหน้าที่ตามชายแดน

  • ความโปร่งใสในการใช้งบประมาณ
  • ความเพียงพอของยุทธภัณฑ์
  • ความจำเป็นในการระดมทุนบริจาค

การตั้งคำถามในครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต หากกองทัพสามารถชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้งบประมาณ และความจำเป็นในการขอรับการสนับสนุนเพิ่มเติมได้อย่างชัดเจน จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากประชาชนได้มากยิ่งขึ้น

สรุปแล้ว ประเด็น “เชตวัน” ถาม กลาโหมถ้ายุทธภัณฑ์มีเพียงพอ ทำไมปล่อยให้มีการระดมเงินบริจาค ไม่ใช่แค่เรื่องของการตรวจสอบ แต่อาจนำไปสู่การปรับปรุงการบริหารจัดการงบประมาณของกองทัพให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และตอบสนองความต้องการของทหารชั้นผู้น้อยได้อย่างเหมาะสม

เราควรติดตามความคืบหน้าของเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่ามีการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง และงบประมาณของประเทศถูกใช้อย่างคุ้มค่าและโปร่งใส

ที่มา – “เชตวัน” ถาม กลาโหมถ้ายุทธภัณฑ์มีเพียงพอ ทำไมปล่อยให้มีการระดมเงินบริจาค

“เชตวัน” ชื่นชมผบ.ทร. สั่งสอบทหารลอบนำน้ำมันไปขาย

ในวันที่ 3 ตุลาคม 2568 นายเชตวัน เตือประโคน ส.ส.ปทุมธานี พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความชื่นชม พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทน์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ที่สั่งการสอบสวนและย้ายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทันที กรณีทหารลอบนำน้ำมันไปขายนอกหน่วยงาน โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือตราด กองทัพเรือภาคที่ 1 (ฐตร.ทรภ.1) อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด รวมถึงปัญหาการใช้พลทหารนอกภารกิจและการแสวงหาผลประโยชน์จากการจัดซื้อจัดจ้าง

นายเชตวัน เน้นย้ำว่า “เชตวัน” ชื่นชมผบ.ทร. สั่งสอบทหารลอบนำน้ำมันไปขาย นี้เป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความรวดเร็วในการตอบสนองต่อเรื่องร้องเรียน ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมคาดหวังจากกองทัพทุกเหล่า เกียรติยศและศักดิ์ศรีของทหารต้องมาพร้อมกับความโปร่งใสและการตรวจสอบที่ได้มาตรฐาน การลงโทษผู้กระทำผิดอย่างเป็นธรรมโดยไม่มีการปกป้อง จะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นจากประชาชน

“เชตวัน” ชื่นชมผบ.ทร. สั่งสอบทหารลอบนำน้ำมันไปขาย

การเคลื่อนไหวของผบ.ทร. ครั้งนี้ไม่เพียงแต่แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการปฏิรูปกองทัพ นายเชตวัน กล่าวว่า หลังจากที่ตนเปิดเผยเรื่องทุจริตในกองทัพ มีเสียงสะท้อนจากประชาชนจำนวนมากว่าปัญหานี้เกิดขึ้นมานานและแพร่หลายในหลายหน่วยงาน สิ่งเหล่านี้ทำให้ภาพลักษณ์ของกองทัพในสายตาประชาชนเสื่อมลง การปฏิรูปที่พรรคประชาชนเสนอคือการสร้างกองทัพที่มีทหารอาชีพ ทันสมัย โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยทุกทรัพยากรไม่ว่าจะเป็นกำลังพล อาวุธยุทโธปกรณ์ ที่ดิน หรืองบประมาณ ต้องถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อตอบแทนความไว้วางใจจากประชาชนที่มอบหมายให้ทหารปกป้องชาติ

ปัญหาทุจริตในกองทัพ เช่น การลอบนำน้ำมันไปขาย ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่การจัดการอย่างเด็ดขาดแบบนี้จะช่วยเปลี่ยนมุมมองของสังคม นายเชตวัน เชื่อว่าทุกหน่วยราชการ โดยเฉพาะกองทัพ ควรตอบสนองต่อร้องเรียนด้วยความรวดเร็ว เพื่อรักษาเกียรติยศและสร้างความน่าเชื่อถือ

อยากเห็นกองทัพทันสมัยและโปร่งใส

นอกจากนี้ นายเชตวัน ยังยืนยันว่าพรรคประชาชนต้องการเห็นกองทัพที่พัฒนาตนเองสู่ยุคสมัยใหม่ โดยมีระบบตรวจสอบที่เข้มแข็ง ป้องกันการทุจริตตั้งแต่ต้นทาง การปฏิรูปดังกล่าวจะไม่ใช่การทำลาย แต่เป็นการยกระดับให้กองทัพมีศักดิ์ศรีที่แท้จริง ปัจจุบัน มีกรณีร้องเรียนทุจริตเข้ามาอีกหลายคดี ซึ่งนายเชตวันได้หารือกับเพื่อนกรรมาธิการการทหาร เพื่อพิจารณาตั้งอนุกรรมาธิการรับเรื่องร้องเรียนโดยเฉพาะ ใช้กลไกสภาผู้แทนราษฎรในการแก้ไขปัญหาให้โปร่งใส

การตั้งอนุกรรมาธิการนี้จะช่วยให้ประชาชนมีช่องทางในการรายงานปัญหา โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกกลบเกลื่อน สิ่งสำคัญคือการทำให้กองทัพปรับตัวให้เข้ากับหลักธรรมาภิบาล สร้างทหารอาชีพที่ทุ่มเทปกป้องประชาชนจากภัยคุกคามทั้งภายในและภายนอก

ในมุมมองของผู้เขียน การเคลื่อนไหวของ “เชตวัน” ชื่นชมผบ.ทร. สั่งสอบทหารลอบนำน้ำมันไปขาย ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการปฏิรูปกองทัพ หากทุกเหล่าทัพเลียนแบบ จะช่วยเสริมสร้างสังคมที่โปร่งใสยิ่งขึ้น ประชาชนควรติดตามและมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ เพื่อให้กองทัพของเรากลายเป็นที่พึ่งที่แท้จริง

หากคุณมีประสบการณ์หรือความเห็นเกี่ยวกับการปฏิรูปกองทัพ สามารถแสดงความคิดเห็นในช่องคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย เพื่อให้เราร่วมกันผลักดันการเปลี่ยนแปลงที่จำเป็น

ที่มา – “เชตวัน” ชื่นชมผบ.ทร. สั่งสอบทหารลอบนำน้ำมันไปขาย ยืนยันอยากเห็นกองทัพทันสมัย ตรวจสอบได้

Scroll to top