เตือนพายุ

อัปเดตเส้นทาง ไต้ฝุ่นดอลฟิน ส่วน พายุจันหอม ไม่มีผลกระทบ

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวโซเชียลทุกคนครับ วันนี้เรามีข่าวคราวเกี่ยวกับการติดตามสภาพอากาศมาฝากกัน หลังจากที่หลายคนกังวลใจเกี่ยวกับสถานการณ์พายุในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งล่าสุดทาง กรมอุตุนิยมวิทยา ได้มีการออกมา อัปเดตเส้นทาง ไต้ฝุ่นดอลฟิน ส่วน พายุจันหอม ไม่มีผลกระทบ ต่อประเทศไทยของเราอย่างเป็นทางการครับ

อัปเดตเส้นทาง ไต้ฝุ่นดอลฟิน ส่วน พายุจันหอม ไม่มีผลกระทบ

สำหรับความคืบหน้าของพายุไต้ฝุ่นดอลฟิน (DOLPHIN) นั้น จากการตรวจสอบล่าสุดพบว่าพายุมีศูนย์กลางอยู่บริเวณด้านตะวันออกของประเทศจีน ห่างจากชายฝั่งมณฑลเจ้อเจียงเพียง 250 กิโลเมตรเท่านั้น โดยทิศทางการเคลื่อนตัวกำลังมุ่งหน้าไปทางตะวันตกค่อนไปทางเหนือ ซึ่งแนวโน้มในขณะนี้คือพายุจะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งที่บริเวณมณฑลเจ้อเจียงในช่วงเย็นวันนี้ครับ

ทางกรมอุตุฯ ยืนยันชัดเจนแล้วว่า อัปเดตเส้นทาง ไต้ฝุ่นดอลฟิน ส่วน พายุจันหอม ไม่มีผลกระทบ ต่อประเทศไทยโดยตรงอย่างแน่นอน แต่สิ่งที่ต้องระวังสำหรับใครที่มีแพลนเดินทางไปเที่ยวประเทศจีน ไต้หวัน หรือหมู่เกาะทางตอนใต้ของญี่ปุ่นในช่วงนี้ ควรตรวจสอบสภาพอากาศและสถานะเที่ยวบินให้ดีก่อนออกเดินทางทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางครับ

รายละเอียดสถานการณ์พายุโซนร้อนจันหอม

นอกจากไต้ฝุ่นดอลฟินแล้ว ยังมีพายุอีกลูกที่น่าจับตามองคือพายุโซนร้อนจันหอม (CHAN-HOM) ซึ่งทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า พายุลูกนี้ยังอยู่ห่างไกลจากไทยมากและไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อบ้านเรา คาดว่าผลกระทบจากพายุจันหอมจะไปอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้แทนครับ

สรุปประเด็นสำคัญสำหรับผู้อ่าน:

  • พายุไต้ฝุ่นดอลฟินจะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งที่มณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน
  • ไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย แต่อาจมีผลทางอ้อมทำให้มรสุมมีกำลังแรงขึ้น
  • พายุโซนร้อนจันหอมอยู่ห่างไกลมาก ไม่มีผลกระทบต่อไทย
  • ผู้ที่จะเดินทางไปโซนเอเชียตะวันออกควรติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด

สุดท้ายนี้ แม้พายุทั้งสองลูกจะไม่พุ่งตรงมายังประเทศไทย แต่ช่วงนี้สภาพอากาศในหลายพื้นที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ดังนั้น อย่าลืมดูแลรักษาสุขภาพและเช็กสภาพอากาศในพื้นที่ของตนเองก่อนออกจากบ้านกันด้วยนะครับ การติดตามข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้เราเตรียมตัวรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้เป็นอย่างดีครับ

ที่มา – อัปเดตเส้นทาง “ไต้ฝุ่นดอลฟิน” ส่วน “พายุจันหอม” อยู่ห่างไกลมากไม่มีผลกระทบ

เตือนฉบับ 4 พายุฤดูร้อน 16-20 เม.ย. เช็กจังหวัด

เตือนฉบับ 4 พายุฤดูร้อน มาแล้ว! กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนภัยพายุฤดูร้อนที่ทุกคนต้องระวัง ช่วงวันที่ 16-20 เมษายน 2567 ประเทศไทยตอนบนจะเจอกับพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บบางแห่ง และฟ้าผ่า เริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือและตะวันออกก่อน แล้วลามมาภาคกลางรวมกรุงเทพฯ และภาคเหนือ ใครที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงรีบเช็กจังหวัดตัวเองเลยนะ

สาเหตุมาจากมวลอากาศเย็นจากจีนแผ่ลงมาปกคลุมทะเลจีนใต้ ทำให้ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดแรงขึ้น ขณะที่ตอนบนร้อนจัด อากาศร้อนอบอ้าวแบบนี้เจอพายุเข้า ยิ่งอันตรายหนัก ฝนอาจตกหนักเป็นบางจุด ลมพัดแรงถึง 60-80 กม./ชม. ทำหลังคาปลิว ต้นไม้หักได้ง่าย

กรมอุตุฯ แนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงพื้นที่โล่งแจ้ง อย่ายืนใต้ต้นไม้ใหญ่หรือป้ายโฆษณาที่ไม่แน่นหนา เกษตรกรรีบยึดมัดไม้ผล ปกป้องผลผลิตและสัตว์เลี้ยง สำหรับคนในเมืองอย่างกรุงเทพฯ ระวังน้ำท่วมขังจากฝนหนักด้วยนะ สุขภาพก็สำคัญ อากาศเปลี่ยนกะทันหันอาจป่วยได้ ใส่เสื้อกันหนาวเตรียมไว้

เตือนฉบับ 4 พายุฤดูร้อน 16-20 เม.ย. เช็กจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ

มาดูรายชื่อจังหวัดที่คาดว่าจะเจอผลกระทบหนักกันแบบวันต่อวัน ใครอยู่จังหวัดเหล่านี้เตรียมตัวด่วน

วันที่ 16 เมษายน 2567

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด, ยโสธร, อุบลราชธานี, อำนาจเจริญ, ศรีสะเกษ, สุรินทร์, บุรีรัมย์
  • ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, ฉะเชิงเทรา, ฉะเชิงเทรา, จันทบุรี, ตราด

วันที่ 17 เมษายน 2567

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง: สุรินทร์, ศรีสะเกษ, อุบลราชธานี
  • ภาคกลาง: นครนายก, สระบุรี, อ่างทอง, สิงห์บุรี, ลพบุรี, สระแก้ว
  • กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

วันที่ 18 เมษายน 2567

  • ภาคกลาง: กรุงเทพฯ, นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรปราการ, นครปฐม, สมุทรสาคร
  • ภาคเหนือตอนล่าง: ลำปาง, แพร่, อุตรดิตถ์, พิษณุโลก

วันที่ 19 เมษายน 2567

  • ภาคเหนือ: เชียงใหม่, เชียงราย, ลำพูน, ลำปาง, แม่ฮ่องสอน
  • ภาคกลางตอนบน: ชัยนาท, อุทัยธานี, นครสวรรค์

วันที่ 20 เมษายน 2567

  • ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน: เชียงใหม่, พะเยา, น่าน, เลย, หนองคาย
  • บางส่วนภาคกลาง

นี่เป็นพื้นที่หลักที่กรมอุตุคาดการณ์ สภาพอากาศอาจเปลี่ยนแปลงได้ ติดตามอัปเดตตลอด

วิธีรับมือเตือนฉบับ 4 พายุฤดูร้อน ให้ปลอดภัย: 1. เช็กพยากรณ์อากาศทุกวันผ่านแอป TMD หรือเว็บ tmd.go.th 2. เตรียมไฟฉาย วิทยุ แบตสำรอง เผื่อไฟดับ 3. จอดรถในที่ปลอดภัย อย่าขับรถตอนพายุเข้า 4. เกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตล่วงหน้า 5. เด็กและผู้สูงอายุอยู่บ้าน หลีกเลี่ยง outdoor activities

ปีนี้夏天ร้อนสุดๆ พายุฤดูร้อนเลยมาแบบนี้บ่อย ผมคิดว่ามันเป็นสัญญาณเตือนเรื่อง climate change ด้วยนะ ทุกคนช่วยกันลดใช้พลาสติก ลดโลกร้อนกันเถอะ สุดท้ายรีบแชร์ข้อมูลนี้ให้เพื่อนๆ ในจังหวัดเสี่ยง เช็กเลยว่าบ้านคุณติด list มั้ย แล้วเตรียมตัวให้พร้อม จะได้ไม่พลาด!

ที่มา – เตือนฉบับ 4 “พายุฤดูร้อน” ช่วง 16-20 เม.ย. เช็กจังหวัดไหนบ้างที่ได้รับผลกระทบ

กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 2 พายุบัวลอย ฝนตกหนักไทย

กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 2 “พายุบัวลอย” มรสุมกำลังแรง ทำไทยฝนตกหนักถึงหนักมาก เป็นข่าวที่คนไทยหลายคนกำลังให้ความสนใจ โดยเฉพาะในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ ที่อากาศแปรปรวนจากอิทธิพลพายุโซนร้อนกำลังแรงนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนถึงสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อหลายภาคของประเทศ ทำให้ประชาชนต้องเตรียมตัวรับมือกับฝนฟ้าคะนองและน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้น

กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 2 “พายุบัวลอย” มรสุมกำลังแรง ทำไทยฝนตกหนักถึงหนักมาก

เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 2 เกี่ยวกับพายุ “บัวลอย” ซึ่งเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรงที่ก่อตัวบริเวณทะเลจีนใต้ พายุนี้มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 13.1 องศาเหนือ ลองจิจูด 118.3 องศาตะวันออก โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และกำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็ว 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดการณ์ว่าพายุจะเคลื่อนตามแนวชายฝั่งเวียดนาม และในวันที่ 28-29 กันยายน จะขึ้นฝั่งเวียดนามตอนบนก่อนอ่อนกำลังลง

อิทธิพลของกรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 2 “พายุบัวลอย” มรสุมกำลังแรง ทำไทยฝนตกหนักถึงหนักมากนี้ จะทำให้ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ โดยเฉพาะฝนตกหนักมากบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก

ผลกระทบจากพายุบัวลอยต่อประเทศไทย

จากประกาศของกรมอุตุฯ ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนสะสม ซึ่งอาจนำไปสู่เหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และที่ลุ่มน้ำท่วมขัง ในช่วงวันที่ 28-30 กันยายน 2568 นี้

  • ภาคเหนือ: ฝนตกหนักมากในหลายจังหวัด เช่น เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: อุดรธานี ขอนแก่น นครราชสีมา อาจได้รับผลกระทบหนัก
  • ภาคตะวันออก: ระยอง จันทบุรี ตราด เสี่ยงน้ำท่วมจากฝนต่อเนื่อง
  • ภาคกลาง: กรุงเทพฯ และปริมณฑล อาจมีฝนตกหนักในบางพื้นที่

นอกจากนี้ คลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยยังคงแรง โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และสูงกว่า 3 เมตรในบริเวณฝนฟ้าคะนอง ทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2 เมตร และสูงกว่าในจุดฝน ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงพื้นที่ฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กในทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วง 28-30 กันยายน

สถานการณ์พายุบัวลอยนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ไทยเผชิญ แต่จากประสบการณ์ในอดีต เราพบว่าฝนตกหนักจากมรสุมสามารถก่อให้เกิดความเสียหายได้มาก หากไม่เตรียมพร้อม กรมอุตุฯ แนะนำให้ประชาชนติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิดผ่านเว็บไซต์ www.tmd.go.th หรือโทรสายด่วน 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับมือทันท่วงที

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วเช่นนี้ เกิดจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่ยังคงมีผลกระทบ ทำให้ฤดูฝนยาวนานและรุนแรงขึ้น ดังนั้น การวางแผนเดินทางหรือกิจกรรมกลางแจ้งควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศล่วงหน้าเสมอ

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านเตรียมเสบียงอาหาร ยา และเอกสารสำคัญไว้ในที่ปลอดภัย หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยง และอย่าลืมช่วยเหลือเพื่อนบ้านที่ต้องการความช่วยเหลือ เพื่อให้ทุกคนผ่านพ้นช่วงฝนฟ้าคะนองนี้ไปได้อย่างปลอดภัย

ที่มา – กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 2 “พายุบัวลอย” มรสุมกำลังแรง ทำไทยฝนตกหนักถึงหนักมาก

กรมอุตุฯ เตือน! “พายุรากาซา” ฝนตกหนักถึงหนักมาก

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 3 เตือนถึงอิทธิพลของ “พายุรากาซา” ที่จะทำให้มรสุมมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 23-26 กันยายนนี้ ใครที่กำลังวางแผนเดินทางต้องเช็คสภาพอากาศกันให้ดีเลยนะคะ

กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 3 “พายุรากาซา” มรสุมกำลังแรง ทำไทยฝนตกหนักถึงหนักมาก

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเรื่อง “พายุรากาซา” ฉบับที่ 3 ซึ่งใจความสำคัญคือการแจ้งเตือนถึงสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย

โดยสถานการณ์ปัจจุบัน (23 ก.ย. 68 เวลา 04.00 น.) พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” ได้เคลื่อนตัวเข้าสู่ทะเลจีนใต้ตอนบน มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 195 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนเข้าใกล้เกาะฮ่องกง ผ่านชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศจีน และเกาะไหหลำ ก่อนที่จะเข้าสู่อ่าวตังเกี๋ยในวันที่ 25 กันยายน 2568 จากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนก่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบน เนื่องจากมีมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมา ทำให้พายุอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วในช่วงวันที่ 25-26 กันยายน 2568

ผลกระทบจาก “พายุรากาซา” ต่อประเทศไทย

อิทธิพลของ “พายุรากาซา” ส่งผลให้ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน รวมถึงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้บริเวณ:

  • ภาคเหนือ
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
  • ภาคกลาง
  • ภาคตะวันออก
  • กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่

ทางกรมอุตุนิยมวิทยาจึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่น้ำท่วมขัง ต้องเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินกันนะคะ

นอกจากนี้ คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 24–26 กันยายน 2568 เพื่อความปลอดภัยค่ะ

สรุปก็คือ ช่วงวันที่ 23-26 กันยายนนี้ เตรียมรับมือฝนตกหนักถึงหนักมากกันด้วยนะคะ ตรวจสอบเส้นทางก่อนเดินทาง หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงภัย และติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและคนที่ท่านรักค่ะ

ที่มา – กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 3 “พายุรากาซา” มรสุมกำลังแรง ทำไทยฝนตกหนักถึงหนักมาก

อุตุฯ อัปเดต! พายุดีเปรสชัน ไม่เข้าไทย 8-9 ก.ย.

กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 2 อัปเดตเส้นทาง พายุดีเปรสชัน ที่กำลังจะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งในช่วงวันที่ 8-9 กันยายนนี้ โดยยืนยันว่า พายุดีเปรสชัน นี้จะไม่เคลื่อนเข้าประเทศไทย แต่ขอให้ประชาชนตรวจสอบสภาพอากาศก่อนการเดินทาง

วันที่ 6 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 2 เรื่อง พายุดีเปรสชัน บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน โดยระบุว่า เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันนี้ (6 ก.ย. 68) พายุดีเปรสชัน ตั้งอยู่บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 18.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 116.5 องศาตะวันออก โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และคาดการณ์ว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 8-9 กันยายน 2568 ซึ่งทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้ยืนยันว่าพายุนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยโดยตรง

พายุดีเปรสชัน: อัปเดตล่าสุดและผลกระทบ

ถึงแม้ว่า พายุดีเปรสชัน ลูกนี้จะไม่เคลื่อนเข้าประเทศไทย แต่กรมอุตุนิยมวิทยายังคงแนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวสารและประกาศเตือนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้ที่วางแผนเดินทางไปยังบริเวณที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากพายุ

สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับพายุดีเปรสชัน

  • พายุดีเปรสชัน คืออะไร: พายุหมุนเขตร้อนที่มีความรุนแรงน้อยกว่าพายุโซนร้อน
  • ผลกระทบ: อาจทำให้เกิดฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง และคลื่นสูงในทะเล
  • การเตรียมตัว: ตรวจสอบสภาพอากาศ วางแผนการเดินทาง และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน

สถานการณ์เช่นนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างสม่ำเสมอ การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศอาจเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว และการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ เป็นสิ่งสำคัญในการลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สิน

กรมอุตุนิยมวิทยายังคงมุ่งมั่นที่จะให้บริการข้อมูลที่ถูกต้องและทันเหตุการณ์แก่ประชาชน เพื่อให้ทุกคนสามารถตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง

คุณสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือติดต่อสอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ที่มา – อุตุฯ ฉบับ 2 อัปเดตเส้นทาง “พายุดีเปรสชัน” จ่อขึ้นฝั่ง 8–9 ก.ย. ไม่เคลื่อนเข้าไทย

เตือน! พายุ “หนองฟ้า” ฝนตกหนักหลายพื้นที่

สถานการณ์น่าเป็นห่วง! กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 8 เตือนพายุ “หนองฟ้า” จะทำให้ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง โดยเฉพาะวันที่ 31 สิงหาคม – 1 กันยายนนี้ หลายจังหวัดต้องเผชิญกับ “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมพร้อมรับมือ

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2568 เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศเรื่อง “พายุหนองฟ้า และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย” ฉบับที่ 8 ระบุว่า เมื่อเวลา 04.00 น. หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชัน “หนองฟ้า” ได้เคลื่อนตามแนวร่องมรสุมเข้าปกคลุมบริเวณจังหวัดเลย และคาดว่าจะเคลื่อนปกคลุมภาคเหนือในวันนี้ (31 ส.ค. 68)

จากอิทธิพลของพายุ “หนองฟ้า” จะทำให้ในช่วงวันที่ 31 สิงหาคม – 1 กันยายน 2568 ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ อุดรธานี หนองบัวลำภู เลย เพชรบูรณ์ พิจิตร พิษณุโลก อุตรดิตถ์ น่านตอนล่าง แพร่ ลำปาง สุโขทัย กำแพงเพชร ลำพูน เชียงใหม่ ตาก และแม่ฮ่องสอน

ประชาชนในบริเวณดังกล่าวควรระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากพายุ “หนองฟ้า”

วันที่ 31 สิงหาคม 2568

ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, เชียงราย, ลำพูน, ลำปาง, พะเยา, น่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, สุโขทัย, ตาก, กำแพงเพชร, พิษณุโลก, พิจิตร และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: หนองคาย, อุดรธานี, หนองบัวลำภู, เลย, ชัยภูมิ และขอนแก่น

ภาคกลาง: นครสวรรค์ และกาญจนบุรี

ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, ระยอง, จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต และกระบี่

วันที่ 1 กันยายน 2568

ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, ลำพูน, ลำปาง, อุตรดิตถ์, สุโขทัย, ตาก, กำแพงเพชร, พิจิตร, พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย, หนองคาย, บึงกาฬ, ชัยภูมิ, นครราชสีมา และอุบลราชธานี

ภาคกลาง: นครสวรรค์, อุทัยธานี, กาญจนบุรี และราชบุรี

ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: ประจวบคีรีขันธ์, ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต และกระบี่

นอกจากนี้ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่ง ประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกตอนบนควรระมัดระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ในช่วงวันที่ 31 ส.ค. – 2 ก.ย. 68

ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์“พายุหนองฟ้า” ที่กำลังจะมาถึงนี้

การเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติเป็นสิ่งสำคัญ ควรตรวจสอบเส้นทางน้ำ เตรียมสิ่งของจำเป็น และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว

ที่มา – เตือนพายุ “หนองฟ้า” ฉบับที่ 8 ไทยมีฝนตกต่อเนื่อง ตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่

เตือน! พายุ “หนองฟ้า” ฝนตกหนักถึงหนักมาก

มาแล้วจ้า! อัปเดตข่าวพยากรณ์อากาศล่าสุด กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนภัยจากพายุ “หนองฟ้า” ฉบับที่ 6 ประเทศไทยเตรียมรับมือฝนเพิ่มขึ้นในช่วงวันที่ 30 สิงหาคม – 1 กันยายนนี้ โดยหลายจังหวัดอาจเจอกับสถานการณ์ “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” เลยทีเดียว เตรียมตัวรับมือกันให้พร้อมนะคะ!

วันที่ 30 สิงหาคม 2568 เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศเรื่อง “พายุหนองฟ้า และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย” ฉบับที่ 6 โดยแจ้งว่า เมื่อเวลา 15.00 น. ของวันนี้ พายุโซนร้อน “หนองฟ้า” ได้ขึ้นฝั่งบริเวณเมืองห่าติ๋ญ ประเทศเวียดนามแล้ว และเมื่อเวลา 16.00 น. ศูนย์กลางพายุอยู่ห่างจากอำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬไปทางทิศตะวันออกประมาณ 180 กิโลเมตร พายุมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

คาดการณ์ว่าพายุจะเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันเมื่อเคลื่อนเข้าสู่ประเทศลาวตอนบน จากนั้นจะอ่อนกำลังลงอีกเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง เคลื่อนตามแนวร่องมรสุมเข้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย บริเวณจังหวัดบึงกาฬและนครพนมในคืนนี้ และจะเข้าปกคลุมภาคเหนือในวันพรุ่งนี้ (31 สิงหาคม)

ผลกระทบจากพายุ “หนองฟ้า” จะทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมี “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” หลายพื้นที่ในช่วงวันที่ 30 สิงหาคม – 1 กันยายน 2568 โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นครพนม, สกลนคร, มุกดาหาร, บึงกาฬ, หนองคาย, เลย, อุดรธานี, หนองบัวลำภู, กาฬสินธุ์, ขอนแก่น, ชัยภูมิ) ส่วนภาคเหนือและภาคกลางตอนบนจะได้รับผลกระทบในช่วงวันที่ 31 สิงหาคม 2568 (น่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, เพชรบูรณ์, พิษณุโลก, พิจิตร, สุโขทัย, ตาก, กำแพงเพชร, เชียงใหม่, ลำปาง, ลำพูน, แม่ฮ่องสอน, นครสวรรค์)

เตือน! พายุ “หนองฟ้า” ฝนตกหนักถึงหนักมาก

ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระมัดระวังอันตรายจาก “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงภัยและเตรียมพร้อมรับสถานการณ์กันด้วยนะคะ

พื้นที่เสี่ยง “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” จากพายุ “หนองฟ้า”

วันที่ 30 สิงหาคม 2568

  • ภาคเหนือ: น่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, พิษณุโลก, พิจิตร, เพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: นครพนม, สกลนคร, มุกดาหาร, บึงกาฬ, หนองคาย, ยโสธร, อำนาจเจริญ, อุบลราชธานี, อุดรธานี, หนองบัวลำภู, กาฬสินธุ์, มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด, ขอนแก่น, ชัยภูมิ, เลย, นครราชสีมา
  • ภาคกลาง: นครสวรรค์, ลพบุรี, กาญจนบุรี
  • ภาคตะวันออก: สระแก้ว, จันทบุรี, ตราด
  • ภาคใต้: ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่, ตรัง

วันที่ 31 สิงหาคม 2568

  • ภาคเหนือ: น่าน, อุตรดิตถ์, พิษณุโลก, พิจิตร, เพชรบูรณ์, เชียงราย, พะเยา, แพร่, ลำปาง, สุโขทัย, กำแพงเพชร, เชียงใหม่, ลำพูน, ตาก, แม่ฮ่องสอน
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: หนองคาย, อุดรธานี, หนองบัวลำภู, ขอนแก่น, เลย, ชัยภูมิ, นครราชสีมา
  • ภาคกลาง: ลพบุรี, นครสวรรค์, อุทัยธานี, กาญจนบุรี
  • ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด
  • ภาคใต้: ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่

วันที่ 1 กันยายน 2568

  • ภาคเหนือ: น่าน, อุตรดิตถ์, พิษณุโลก, พิจิตร, เพชรบูรณ์, เชียงราย, พะเยา, แพร่, ลำปาง, สุโขทัย, กำแพงเพชร, เชียงใหม่, ลำพูน, ตาก, แม่ฮ่องสอน
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: หนองคาย, บึงกาฬ, หนองบัวลำภู, อุดรธานี, สกลนคร, นครพนม, ชัยภูมิ, มุกดาหาร, อำนาจเจริญ, นครราชสีมา, อุบลราชธานี
  • ภาคกลาง: กาญจนบุรี, ราชบุรี
  • ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด
  • ภาคใต้: ประจวบคีรีขันธ์, ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่

นอกจากนี้ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกมี “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” บางพื้นที่ คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

สถานการณ์พายุ “หนองฟ้า” ครั้งนี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ทุกคนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ และดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงนะคะ

ที่มา – เตือนพายุ “หนองฟ้า” ฉบับที่ 6 ไทยมีฝนเพิ่ม หลายจังหวัด “ฝนตกหนักถึงหนักมาก”

Scroll to top