เตือนมิจฉาชีพ

“ตำรวจไซเบอร์” เตือนภัย! มิจฉาชีพหลอกเยียวยา”น้ำท่วม”

อย่าซ้ำเติมคนทุกข์ “ตำรวจไซเบอร์” เตือนระวัง “มิจฉาชีพ” ฉวยโอกาสหลอกลงทะเบียนรับเงินเยียวยาช่วง “น้ำท่วม”

ในสถานการณ์ที่ประชาชนกำลังเผชิญกับความยากลำบากจากปัญหาน้ำท่วม มีกลุ่มมิจฉาชีพที่ใช้โอกาสนี้ในการหลอกลวงประชาชน โดยเฉพาะการหลอกให้ลงทะเบียนรับเงินเยียวยาที่ไม่มีอยู่จริง เพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัวและทรัพย์สิน

เฟซบุ๊ก ตำรวจไซเบอร์ – บช.สอท. ได้โพสต์เตือนประชาชนให้ระมัดระวังกลโกงของมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาในรูปแบบของการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม“ตำรวจไซเบอร์” เตือนภัย มิจฉาชีพหลอกเงินเยียวยา “น้ำท่วม”

รู้ทันกลโกง SMS เยียวยาทิพย์

  1. ส่งข้อความล่อใจ : มิจฉาชีพส่ง SMS แจ้งว่า ‘ท่านได้รับสิทธิ์เงินเยียวยาน้ำท่วม’ พร้อมแนบลิงก์ปลอม
  2. หลอกให้กรอกข้อมูล : เมื่อกดลิงก์ จะเข้าไปสู่เว็บไซต์ปลอมที่ทำเลียนแบบหน่วยงานรัฐ เพื่อหลอกให้กรอกข้อมูลส่วนตัว เลขบัญชี หรือรหัสผ่าน
  3. ดูดเงินเกลี้ยง : เมื่อได้ข้อมูลไป คนร้ายจะรีบโอนเงินออกจากบัญชีจนหมดตัวทันที

มิจฉาชีพเหล่านี้มักจะใช้เทคนิคต่างๆ เพื่อหลอกล่อให้เหยื่อหลงเชื่อ โดยการส่งข้อความ SMS ที่ดูน่าเชื่อถือ หรือสร้างเว็บไซต์ปลอมที่เลียนแบบหน่วยงานราชการ ทำให้ประชาชนที่ไม่ทันระวังตัวตกเป็นเหยื่อได้ง่าย

แนวทางป้องกันจากมิจฉาชีพหลอกเงินเยียวยา “น้ำท่วม”

  • ไม่กดลิงก์ที่แนบมากับ SMS โดยเด็ดขาด
  • ไม่กรอกข้อมูลส่วนตัว หรือรหัสผ่านในเว็บที่ไม่น่าเชื่อถือ
  • จำให้ขึ้นใจ หน่วยงานราชการ ไม่มีนโยบาย ส่งลิงก์ผ่าน SMS เพื่อให้ประชาชนกรอกข้อมูลส่วนตัวเพื่อรับเงิน

ข้อแนะนำ หากต้องการตรวจสอบสิทธิ์ หรือติดตามข่าวสารการเยียวยา ให้ติดตามข้อมูลจาก เว็บไซต์หรือเพจทางการของหน่วยงานราชการ เท่านั้น หรือสอบถามสายด่วนของหน่วยงานนั้นๆ โดยตรง

การป้องกันตัวเองจากมิจฉาชีพเป็นสิ่งสำคัญที่สุด โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ การตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบก่อนที่จะให้ข้อมูลส่วนตัวใดๆ จะช่วยลดความเสี่ยงในการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพได้

“ตำรวจไซเบอร์” ได้เน้นย้ำให้ประชาชนตระหนักถึงภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ และให้ความสำคัญกับการปกป้องข้อมูลส่วนตัว เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

หากท่านพบเห็นการกระทำที่น่าสงสัย หรือได้รับ SMS ที่มีลักษณะดังกล่าวข้างต้น โปรดแจ้งเบาะแสไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการตรวจสอบและป้องกันการกระทำผิดต่อไป

สถานการณ์น้ำท่วมเป็นเรื่องที่น่าห่วงใย แต่เราต้องไม่ลืมที่จะระมัดระวังภัยจากมิจฉาชีพที่อาจฉวยโอกาสในช่วงเวลาที่เราอ่อนแอ การมีสติและการตรวจสอบข้อมูลให้ถี่ถ้วน จะช่วยให้เราปลอดภัยจากกลโกงต่างๆ ได้

การช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามยากลำบากเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่การปกป้องตัวเองจากภัยคุกคามต่างๆ ก็เป็นสิ่งที่เราไม่ควรมองข้ามเช่นกัน ขอให้ทุกท่านปลอดภัยจากสถานการณ์น้ำท่วมและมิจฉาชีพ

ขอบคุณเฟซบุ๊ก ตำรวจไซเบอร์ – บช.สอท.

ที่มา – “ตำรวจไซเบอร์” เตือนระวังมิจฉาชีพฉวยโอกาส หลอกลงทะเบียนรับเงินเยียวยา “น้ำท่วม”

เตือนภัย! สแกนจ่ายต่างประเทศ แต่คือ “มิจฉาชีพ”

“ตำรวจไซเบอร์” เตือนระวังกลลวงรูปแบบใหม่ สแกนจ่ายต่างประเทศ แต่ปลายทางคือ “มิจฉาชีพ” กลโกงที่มาในรูปแบบใหม่ที่อาจทำให้คุณตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัว

วันที่ 23 ต.ค. 2568 เฟซบุ๊ก ตำรวจไซเบอร์ – บช.สอท. ได้โพสต์ข้อความเรื่อง “กลลวงมิจฉาชีพรูปแบบใหม่ สแกนจ่ายต่างประเทศ แต่ปลายทางคือมิจฉาชีพ โดยระบุว่า ปัจจุบันพบกลโกงรูปแบบใหม่ที่มีความแนบเนียนมากขึ้น โดยมิจฉาชีพซึ่งมักอยู่ในต่างประเทศ จะใช้วิธีเปิดบัญชีหรือร้านค้าออนไลน์ปลอม เพื่อหลอกให้เหยื่อชำระเงินข้ามประเทศ

เมื่อเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น มิจฉาชีพก็ปรับตัวตามอย่างรวดเร็ว กลโกงสแกนจ่ายต่างประเทศ แต่ปลายทางคือ “มิจฉาชีพ” นี้เป็นอีกหนึ่งภัยร้ายที่ทุกคนควรระวัง เพราะเพียงแค่ความประมาทเพียงเล็กน้อย ก็อาจทำให้สูญเสียเงินจำนวนมากได้ ดังนั้นการรู้เท่าทันกลโกงและมีสติในการทำธุรกรรมออนไลน์จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งขั้นตอนกลโกง มีดังนี้

1. มิจฉาชีพชักชวนให้เหยื่อสั่งซื้อสินค้า หรือชำระค่าบริการข้ามประเทศ

2. จากนั้นส่ง QR Code สำหรับชำระเงินมาให้ โดยระบุจำนวนเงินไว้ใน QR Code

3. เมื่อเหยื่อสแกน QR Code ผ่านแอปพลิเคชันของธนาคาร ระบบจะทำการแปลงสกุลเงินให้อัตโนมัติ เช่น เห็นยอดเป็น 1,000 บาท แต่ปลายทางจะได้รับเป็น ‘สกุลเงินต่างประเทศ’

4. ระบบจะแสดงสถานะ ‘ชำระเงินสำเร็จแบบเรียลไทม์ (Real-time confirmation)’ ทั้งผู้จ่ายและร้านค้าจะเห็นข้อมูลตรงกัน ทำให้เหยื่อหลงเชื่อว่าการชำระเงินถูกต้อง

5. ในความเป็นจริง บัญชีปลายทางเป็นของมิจฉาชีพในต่างประเทศ เมื่อเงินถูกโอนไปแล้ว การติดตามหรือเรียกคืนแทบจะเป็นไปไม่ได้

ข้อควรสังเกตก่อนโอน มีดังนี้

  • ตรวจสอบว่ายอดปลายทางเป็นสกุลเงินบาท (THB) หากพบว่าเป็น USD, CNY, SGD หรือสกุลเงินอื่น ถือว่ามีความเสี่ยงสูง
  • หากระบบแจ้งว่า ‘โอนข้ามประเทศ’ หรือมีข้อความ ‘ค่าธรรมเนียมอัตราแลกเปลี่ยน’ ให้หยุดการทำรายการ และตรวจสอบกับธนาคารก่อนทุกครั้ง
  • หากผู้ขายเร่งรัดให้โอนเงินทันที อ้างว่า ‘ระบบจะหมดเวลา’ หรือ ‘ราคาจะเปลี่ยน’ ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจเป็นมิจฉาชีพ

วิธีป้องกัน มีดังนี้

  • ตรวจสอบชื่อบัญชีและสกุลเงินให้ถูกต้องก่อนยืนยันการโอน
  • หากเป็นการโอนข้ามประเทศ ควรสอบถามธนาคารโดยตรงก่อนทำรายการ
  • หลีกเลี่ยงการสแกน QR Code จากแหล่งที่ไม่รู้จัก หรือที่ได้รับผ่านแชตและโซเชียลมีเดีย
  • เก็บภาพหน้าจอ (เช่น สลิป, QR Code, แชต) ไว้เป็นหลักฐาน

ทั้งนี้ แจ้งความออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.go.th หรือหากมีข้อสงสัย สอบถามได้ที่สายด่วน 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง”.

ขอบคุณเฟซบุ๊ก ตำรวจไซเบอร์ – บช.สอท.

กลโกงสแกนจ่ายต่างประเทศ แต่ปลายทางคือ “มิจฉาชีพ”กำลังระบาด การรู้ทันกลโกงจึงเป็นสิ่งสำคัญ

สแกนจ่ายต่างประเทศ แต่ปลายทางคือ “มิจฉาชีพ”

ภัยร้ายใกล้ตัวที่ต้องระวัง

ทำไมต้องระวังกลโกงสแกนจ่ายต่างประเทศ แต่ปลายทางคือ “มิจฉาชีพ”

เพราะมิจฉาชีพเหล่านี้มักจะใช้ช่องว่างของระบบการชำระเงินข้ามประเทศ และความไม่รอบคอบของผู้บริโภคในการหลอกลวงเหยื่อ ด้วยวิธีการที่แนบเนียนและน่าเชื่อถือ หากไม่สังเกตให้ดี อาจตกเป็นเหยื่อได้อย่างง่ายดาย และการติดตามเงินคืนก็เป็นเรื่องยาก

ดังนั้น การตรวจสอบข้อมูลให้ถี่ถ้วนก่อนการชำระเงินทุกครั้ง การสังเกตความผิดปกติ และการสอบถามข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ จึงเป็นเกราะป้องกันที่สำคัญในการหลีกเลี่ยงกลโกงสแกนจ่ายต่างประเทศ แต่ปลายทางคือ “มิจฉาชีพ”

นอกจากนี้ การเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับกลโกงรูปแบบต่างๆ ให้กับคนรอบข้าง ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีในการช่วยกันเตือนภัยและลดโอกาสที่ผู้อื่นจะตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

อย่าหลงเชื่อกลโกงง่ายๆ เพียงเพราะเห็นแก่สินค้าราคาถูก หรือความสะดวกสบายในการชำระเงิน เพราะอาจต้องแลกมาด้วยความสูญเสียที่มากกว่า

จำไว้เสมอว่า การมีสติและความรอบคอบในการทำธุรกรรมออนไลน์ทุกครั้ง จะช่วยให้คุณปลอดภัยจากกลโกงต่างๆ และสามารถใช้ชีวิตในโลกดิจิทัลได้อย่างมั่นใจ

อีกครั้งที่ต้องเน้นย้ำ: ระมัดระวังการสแกนจ่ายต่างประเทศ แต่ปลายทางคือ “มิจฉาชีพ” กลโกงที่อาจทำให้คุณสูญเสียเงินโดยไม่รู้ตัว

ที่มา – เตือนระวังกลลวงรูปแบบใหม่ สแกนจ่ายต่างประเทศ แต่ปลายทางคือ “มิจฉาชีพ”

เตือนภัย! จดหมายปลอม หลอกสืบสวนเส้นทางการเงิน

ระวัง! มิจฉาชีพมาในรูปแบบใหม่ ตำรวจไซเบอร์เตือนภัย “จดหมายปลอม” มิจฉาชีพแอบอ้างหน่วยงานรัฐ หลอกสืบสวนเส้นทางการเงิน เหยื่อหลงเชื่อสูญเงินหมดบัญชี

เตือนภัย “จดหมายปลอม” มิจฉาชีพแอบอ้างหน่วยงานรัฐ หลอกสืบสวนเส้นทางการเงิน

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา เฟซบุ๊กแฟนเพจ “ตำรวจไซเบอร์ – บช.สอท.” ได้ออกมาโพสต์เตือนภัยประชาชนให้ระมัดระวังกลโกงรูปแบบใหม่ของมิจฉาชีพ โดยมีการสร้าง“จดหมายปลอม” มิจฉาชีพแอบอ้างหน่วยงานรัฐ หลอกสืบสวนเส้นทางการเงิน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และหลอกลวงเอาข้อมูลส่วนตัวและทรัพย์สินของประชาชน

มิจฉาชีพเหล่านี้มักจะทำทีเป็นหน่วยงานราชการ ส่งจดหมายที่มีตราสัญลักษณ์ของหน่วยงาน และลายเซ็นปลอม เพื่อหลอกให้เหยื่อเชื่อว่ากำลังถูกตรวจสอบเส้นทางการเงิน หรือกระทำความผิดทางกฎหมาย จากนั้นจะให้เหยื่อติดต่อกลับไปยังหมายเลขโทรศัพท์ที่ให้ไว้ในจดหมาย เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติม หรือทำการโอนเงินเพื่อ “ตรวจสอบ” หรือ “ระงับความเสียหาย”

รูปแบบการหลอกลวงของมิจฉาชีพที่ใช้จดหมายปลอม

  • อ้างว่าเป็นหน่วยงานรัฐ: มิจฉาชีพจะปลอมแปลงจดหมายให้ดูเหมือนว่าส่งมาจากหน่วยงานราชการ เช่น กรมสรรพากร ตำรวจ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการเงิน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
  • กล่าวหาว่ามีการกระทำความผิด: เนื้อหาในจดหมายมักจะกล่าวหาว่าเหยื่อมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดทางกฎหมาย เช่น ฟอกเงิน หรือหลีกเลี่ยงภาษี
  • ขอข้อมูลส่วนตัวและทางการเงิน: มิจฉาชีพจะหลอกล่อให้เหยื่อเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลทางการเงิน หรือรหัสผ่านต่างๆ
  • ข่มขู่ให้โอนเงิน: มิจฉาชีพจะข่มขู่ให้เหยื่อโอนเงินเพื่อ “ตรวจสอบ” หรือ “ระงับความเสียหาย”

ตำรวจไซเบอร์ย้ำว่า หน่วยงานราชการไม่มีนโยบายส่งเอกสารในลักษณะดังกล่าวถึงประชาชนโดยตรง หากได้รับจดหมายที่น่าสงสัย อย่าหลงเชื่อ และอย่าติดต่อกลับไปยังหมายเลขโทรศัพท์ที่ให้ไว้ในจดหมาย

หากมีข้อสงสัย สามารถตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานที่ถูกอ้างถึงโดยตรง หรือติดต่อสายด่วน AOC 1441 หรือแจ้งความออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.go.th ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

อย่าตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ! จงมีสติ และตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบก่อนให้ข้อมูลส่วนตัว หรือโอนเงินให้กับบุคคลที่ไม่น่าไว้วางใจ แชร์บทความนี้เพื่อเตือนภัยคนที่คุณรักให้ระวัง “จดหมายปลอม” มิจฉาชีพแอบอ้างหน่วยงานรัฐ หลอกสืบสวนเส้นทางการเงิน กันด้วยนะครับ

ที่มา – เตือนภัย “จดหมายปลอม” มิจฉาชีพแอบอ้างหน่วยงานรัฐ หลอกสืบสวนเส้นทางการเงิน

เงินเยียวยาเกษตรกร โอนผ่าน ธ.ก.ส. เท่านั้น! ระวังมิจฉาชีพ

โครงการช่วยเหลือชาวนา “เงินเยียวยาเกษตรกร” ไร่ละ 1,000 บาท โอนตรงผ่านบัญชี ธ.ก.ส. เท่านั้น ย้ำอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ หากใครโทรมาขอข้อมูลส่วนตัว

วันที่ 4 ก.ย. 2568 เฟซบุ๊ก ตำรวจสอบสวนกลาง ได้โพสต์ข้อความโดยระบุว่า “โครงการช่วยเหลือชาวนา (ไร่ละ 1,000 บาท) โอนตรงผ่านบัญชี ธ.ก.ส. เท่านั้น อย่าหลงเชื่อ หากใครโทรมาขอข้อมูลส่วนตัว เลขบัญชี หรือ OTP

โครงการสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรัง ปี 2568 และโครงการสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปีและส่งเสริมการเพาะปลูกให้เหมาะกับศักยภาพพื้นที่ ปีการผลิต 2568/69 ที่สนับสนุนเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ไร่ละ 1,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 10 ไร่ รวมสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท ซึ่งมีการเริ่มทยอยโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรชาวนาในวันที่ 1 ก.ย.68 ตามลำดับ

สำหรับการโอนเงินช่วยเหลือเกษตรกรชาวนานั้น ทาง ธ.ก.ส. จะโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนสำเร็จจากกรมส่งเสริมการเกษตรโดยตรง โดยเกษตรกรชาวนาผู้มีสิทธิสามารถตรวจสอบสิทธิผ่าน chongkho.inbaac.com หรือแอป BAAC Mobile เท่านั้น

ทั้งนี้ หากเกษตรกรชาวนาท่านใด ที่ยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือจากโครงการดังกล่าว ขอให้ตรวจสอบสิทธิจากช่องทางข้างต้น และหากได้รับสายโทรศัพท์จากกลุ่มบุคคลที่ติดต่อมาขอข้อมูลส่วนตัว เลขบัญชี หรือ OTP โดยอ้างว่าจะช่วยดำเนินการในการรับเงินช่วยเหลือในโครงการนี้ อย่าหลงเชื่อและอย่าให้ข้อมูลเหล่านี้โดยเด็ดขาด”.

ขอบคุณเฟซบุ๊ก ตำรวจสอบสวนกลาง

เงินเยียวยาเกษตรกร โอนตรงผ่านบัญชี ธ.ก.ส. เท่านั้น ย้ำอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ

สวัสดีพี่น้องเกษตรกรทุกท่านครับ ช่วงนี้มีข่าวดีเรื่อง เงินเยียวยาเกษตรกร เข้ามา แต่ก็มาพร้อมกับความกังวลเรื่องมิจฉาชีพ วันนี้เราจะมาพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ให้ละเอียด เพื่อให้ทุกท่านได้รับเงินช่วยเหลืออย่างปลอดภัยแน่นอนครับ

เงินเยียวยาเกษตรกร คืออะไร?

โครงการนี้เป็นโครงการที่รัฐบาลให้การสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว โดยจ่ายเงินเยียวยาไร่ละ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 10 ไร่ หรือ 10,000 บาทต่อครัวเรือน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้เพิ่มขึ้นและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและราคาผลผลิตตกต่ำ

ช่องทางการโอนเงิน

สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ต้องจำไว้คือ เงินเยียวยาเกษตรกร จะถูกโอนเข้าบัญชี ธ.ก.ส. ของเกษตรกรโดยตรงเท่านั้น! ไม่มีช่องทางอื่นใดทั้งสิ้น ดังนั้น หากมีใครติดต่อมาบอกว่าจะช่วยเหลือให้ได้รับเงินเยียวยา โดยขอข้อมูลส่วนตัว เลขบัญชี หรือรหัส OTP อย่าหลงเชื่อเด็ดขาด!

วิธีตรวจสอบสิทธิ์

เกษตรกรสามารถตรวจสอบสิทธิ์ของตนเองได้ง่ายๆ ผ่านช่องทางเหล่านี้:

  • เว็บไซต์ chongkho.inbaac.com
  • แอปพลิเคชัน BAAC Mobile

หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีสิทธิ์ได้รับเงิน แต่ยังไม่ได้รับการโอนเงิน ควรติดต่อสอบถามไปยัง ธ.ก.ส. สาขาใกล้บ้าน เพื่อตรวจสอบข้อมูลและดำเนินการแก้ไข

ข้อควรระวังเกี่ยวกับมิจฉาชีพ

มิจฉาชีพมักจะมาในรูปแบบของการโทรศัพท์ หรือส่งข้อความ SMS โดยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ และขอข้อมูลส่วนตัวเพื่อใช้ในการทำธุรกรรมทางการเงิน อย่าให้ข้อมูลใดๆ กับบุคคลที่ไม่น่าไว้วางใจโดยเด็ดขาด หากมีข้อสงสัย ควรติดต่อหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องโดยตรง

อย่าลืมนะครับ เงินเยียวยาเกษตรกร โอนตรงผ่านบัญชี ธ.ก.ส. เท่านั้น! ระมัดระวังตัวจากมิจฉาชีพ และตรวจสอบสิทธิ์ของท่านอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการรับเงินช่วยเหลือจากภาครัฐ

ที่มา – เงินเยียวยาเกษตรกร โอนตรงผ่านบัญชี ธ.ก.ส. เท่านั้น ย้ำอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ

Scroll to top