เบี้ยคนชรา

ภาคประชาชนบุกสภาฯ ร้อง “หมอวรงค์” ล้างบางสิทธิประโยชน์นักการเมือง

ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ภาคประชาชนบุกสภาฯ ร้อง “หมอวรงค์” ล้างบางสิทธิประโยชน์นักการเมือง ได้กลายเป็นประเด็นร้อนที่สร้างความฮือฮาในวงการการเมืองไทย กลุ่มตัวแทนจากศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) นำโดยนายอานนท์ กลิ่นแก้ว ได้บุกยื่นหนังสือถึง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคไทยภักดี เพื่อเรียกร้องการปฏิรูปสิทธิประโยชน์ของนักการเมือง โดยมุ่งเน้นการลดภาระงบประมาณแผ่นดินและคืนความเป็นธรรมให้ประชาชนผู้เสียภาษี

ภาคประชาชนบุกสภาฯ ร้อง “หมอวรงค์” ล้างบางสิทธิประโยชน์นักการเมือง

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่อาคารรัฐสภา โดยมีมวลชนเข้าร่วมกว่า 20 คน พวกเขาเดินทางมาอย่างเป็นระเบียบเพื่อยื่นข้อเสนอสำคัญ 3 ประเด็นหลัก ซึ่งสะท้อนถึงความไม่พอใจของประชาชนต่อระบบสิทธิประโยชน์ที่ฟุ่มเฟือยของ ส.ส. และ ส.ว. มานาน

ประเด็นเรียกร้องหลัก 3 ข้อ

  • ยกเลิกเงินบำนาญสมาชิกและอดีตสมาชิกรัฐสภา: นายอานนท์อธิบายว่าตำแหน่งนักการเมืองไม่ใช่ข้าราชการประจำที่ทำงานต่อเนื่องตลอดชีวิต การให้บำนาญจึงเป็นภาระที่ไม่เป็นธรรมต่อประชาชน โดยเฉพาะในยุคที่งบประมาณแผ่นดินตึงตัว
  • ยกเลิกเอกสิทธิ์คุ้มครอง: เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมทำงานได้เท่าเทียม ไม่ให้นักการเมืองใช้เป็นเกราะกำบังในคดีต่างๆ เช่น ม.112 หรือคดีฟอกเงิน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความโปร่งใสในระบบยุติธรรม
  • ลดโควตาผู้ช่วยและผู้เชี่ยวชาญ: จาก 8 คนเหลือเพียง 3 คน เพื่อประหยัดงบประมาณแล้วนำไปเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุหรือค่าอาหารกลางวันเด็กนักเรียน ซึ่งจะสร้างประโยชน์ให้สังคมได้มากกว่า

ข้อเสนอเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเสียงสะท้อนจากประชาชนที่ต้องการการเมืองที่โปร่งใสและรับผิดชอบมากขึ้น ในขณะที่งบประมาณประเทศถูกใช้ไปกับสิทธิประโยชน์นักการเมืองจำนวนมหาศาล การย้ายเงินเหล่านี้ไปสู่สวัสดิการพื้นฐานจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมได้อย่างมีนัยสำคัญ

หลังจากรับหนังสือ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ได้แสดงจุดยืนชัดเจน โดยระบุว่าเห็นด้วยกับข้อเสนอทั้งหมด โดยเฉพาะเรื่องเงินบำนาญที่ประชาชนไม่ควรต้องเลี้ยงดูนักการเมืองตลอดชีวิตหลังพ้นตำแหน่งแล้ว “นักการเมืองคือผู้ขันอาสามาดูแลทุกข์สุขประชาชน ไม่ใช่มาหาผลประโยชน์” เขากล่าว พร้อมยืนยันว่าจะนำเรื่องเข้าสภาเพื่อพิจารณาตามขั้นตอนกฎหมายและรัฐธรรมนูญ

ความสำคัญของการปฏิรูปสิทธิประโยชน์นักการเมือง

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ ภาคประชาชนบุกสภาฯ ร้อง “หมอวรงค์” ล้างบางสิทธิประโยชน์นักการเมือง ถือเป็นสัญญาณบวกที่แสดงถึงพลังของประชาชนในการกำกับดูแลการเมือง ปัจจุบัน สิทธิประโยชน์อย่างบำนาญ ส.ส.-ส.ว. สร้างภาระงบประมาณปีละหลายพันล้านบาท หากยกเลิกได้ จะช่วยประหยัดเงินมหาศาลเพื่อนำไปพัฒนาการศึกษา สุขภาพ และสวัสดิการผู้ด้อยโอกาส นอกจากนี้ การลดเอกสิทธิ์จะช่วยให้คดีนักการเมืองเดินหน้าได้เร็วขึ้น สร้างความเชื่อมั่นในระบบยุติธรรม

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การปฏิรูปดังกล่าวจะเป็นมาตรฐานใหม่ให้การเมืองไทยโปร่งใสยิ่งขึ้น ลดภาพลักษณ์นักการเมืองฟุ่มเฟือย และเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชน หากประสบความสำเร็จ จะเป็นต้นแบบให้ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อย่างไรก็ตาม ยังมีอุปสรรคจากฝ่ายที่ได้รับผลประโยชน์ ซึ่งอาจต่อต้าน แต่ด้วยกระแสประชาชนที่แรงกล้า มีโอกาสสูงที่จะผลักดันให้เกิดขึ้นได้

สุดท้ายแล้ว การเคลื่อนไหว ภาคประชาชนบุกสภาฯ ร้อง “หมอวรงค์” ล้างบางสิทธิประโยชน์นักการเมือง เป็นเครื่องเตือนใจว่านักการเมืองต้องรับใช้ประชาชน ไม่ใช่ตัวเอง คุณคิดอย่างไรกับข้อเสนอเหล่านี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง!

ที่มา – ภาคประชาชนบุกสภาฯ ร้อง “หมอวรงค์” ล้างบางสิทธิประโยชน์นักการเมือง

พีระพันธุ์ ชูนโยบายรวมไทยสร้างชาติ ลุยอุบลฯ-ศรีสะเกษ



พีระพันธุ์ ชูนโยบายรวมไทยสร้างชาติ ลุยอุบลฯ-ศรีสะเกษ

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เดินหน้าลุยพื้นที่อุบลราชธานีและศรีสะเกษ ชูนโยบายสำคัญของพรรค รวมไทยสร้างชาติ ย้ำชัดไม่มีวันทรยศต่อแผ่นดิน พร้อมเสนอนโยบายลดราคาพลังงาน เพิ่มเบี้ยคนชรา และฟื้นเศรษฐกิจชายแดน

เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมด้วยคณะ ได้แก่ นายวิทยา แก้วภราดัย, พันเอกเฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา รองหัวหน้าพรรค และนายเกรียงไกรมาศ พจนสุนทร (เคนโด้) รองโฆษกพรรคฯ ลงพื้นที่ชุมชนราชธานีอโศก จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อพบปะประชาชนและนำเสนอนโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติ ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่น

นายพีระพันธุ์ได้กล่าวถึงแรงบันดาลใจในการเข้าสู่การเมือง โดยได้รับคำสอนจากบิดาให้ใช้ความรู้ช่วยเหลือผู้อื่น และเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจลาออกจากอาชีพผู้พิพากษา มาสมัคร สส. ในปี 2539 ด้วยความเชื่อมั่นว่า “หากคนดีไม่เข้าสู่การเมือง ประเทศชาติจะพังเพราะนักการเมืองที่ไม่ดี”

พีระพันธุ์ ชูนโยบายรวมไทยสร้างชาติ ปกป้องผลประโยชน์ประชาชน

ในการปราศรัย นายพีระพันธุ์เน้นย้ำนโยบายหลักของพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น ได้แก่

  • รื้อระบบพลังงาน: มุ่งลดภาระค่าครองชีพและค่าไฟฟ้าให้กับประชาชน
  • ปราบปรามทุจริต: กวาดล้างการคอร์รัปชันอย่างจริงจังและเด็ดขาด
  • ปกป้องอธิปไตย: ยึดมั่นในผลประโยชน์ของชาติและแผ่นดินเป็นสำคัญ
  • ยกระดับเกษตรกร: สนับสนุนและส่งเสริมเกษตรกรให้มีชีวิตที่ดีขึ้น
  • สร้างสวัสดิการถ้วนหน้า: ดูแลประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียม

“ผมหวังว่าในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ พรรครวมไทยสร้างชาติจะได้รับการสนับสนุนจากพี่น้องชาวราชธานีอโศก ผมสัญญาว่าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และจะไม่มีวันทรยศต่อแผ่นดินนี้อย่างแน่นอน” นายพีระพันธุ์กล่าว

หลังจากนั้น นายพีระพันธุ์และคณะได้เดินทางไปยังตลาดสดกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อพบปะกับพี่น้องประชาชนและพ่อค้าแม่ค้า นำเสนอนโยบายของพรรคเพื่อแก้ไขปัญหาปากท้อง โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากประชาชนที่มาร่วมถ่ายรูปและให้กำลังใจ

นายพีระพันธุ์ได้ทักทายกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ พร้อมทั้งแนะนำนโยบายเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุและผู้พิการเป็น 1,500 บาท เพื่อสร้างสวัสดิการที่มั่นคงและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

รวมไทยสร้างชาติ ฟังเสียงพ่อค้าแม่ค้าชายแดน

นอกจากนี้นายพีระพันธุ์ยังได้รับฟังปัญหาของพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ โดยปัญหาหลักที่ได้รับฟังคือ ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการขนส่งสินค้าจากระยะทางไกล รวมถึงจำนวนลูกค้าที่ลดน้อยลงในปัจจุบัน พ่อค้าแม่ค้ายังสะท้อนปัญหาเรื่องการค้าขายบริเวณชายแดนที่ยังมีความไม่แน่นอน ทำให้การทำมาหากินเป็นไปอย่างลำบาก พร้อมฝากความหวังให้นายพีระพันธุ์และพรรครวมไทยสร้างชาติช่วยผลักดันการแก้ไขปัญหาความไม่สงบตามแนวชายแดนให้ยุติลง เพื่อให้การค้าขายกลับมาคึกคักเป็นปกติอีกครั้ง

พรรครวมไทยสร้างชาติมุ่งมั่นที่จะนำเสนอนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง และพร้อมที่จะทำงานอย่างหนักเพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับประเทศไทย

จากการลงพื้นที่อุบลราชธานีและศรีสะเกษแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของนายพีระพันธุ์และพรรครวมไทยสร้างชาติในการรับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง และพร้อมที่จะนำเสนอนโยบายที่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด เพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับประชาชนทุกคน

ที่มา – “พีระพันธุ์” ลุยอุบลฯ-ศรีสะเกษ ชูนโยบายรวมไทยสร้างชาติ ย้ำ ไม่มีวันทรยศต่อแผ่นดิน

Scroll to top