เป๋าตัง

อัปเดต แอปเป๋าตัง ให้พร้อมก่อนลงทะเบียน ไทยช่วยไทยพลัส

เตรียมตัวให้พร้อมกันหรือยังครับ! สำหรับใครที่กำลังรอเข้าร่วมโครงการ อัปเดต แอปเป๋าตัง ให้พร้อมก่อนลงทะเบียน ไทยช่วยไทยพลัส เพื่อรับสิทธิเงิน 4,000 บาท บอกเลยว่าห้ามพลาดเด็ดขาด เพราะโครงการนี้เป็นมาตรการช่วยเหลือประชาชนจากวิกฤตพลังงานครั้งสำคัญ ซึ่งจะเปิดให้ลงทะเบียนในวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ที่จะถึงนี้

อัปเดต แอปเป๋าตัง ให้พร้อมก่อนลงทะเบียน ไทยช่วยไทยพลัส

การเตรียมความพร้อมถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุดครับ ก่อนจะไปกดรับสิทธิ คุณต้องตรวจสอบว่าแอปฯ เป๋าตังในเครื่องเป็นเวอร์ชันล่าสุดหรือยัง เพื่อให้การทำรายการราบรื่นและไม่มีสะดุดในช่วงเวลาลงทะเบียนที่มีคนเข้าใช้งานจำนวนมาก สำหรับโครงการนี้รัฐบาลตั้งใจช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนกว่า 43 ล้านคน โดยเฉพาะกลุ่มคนทั่วไปที่ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นี่คือโอกาสดีที่คุณควรคว้าไว้ครับ

วิธีเช็กสถานะและเตรียมแอปฯ ให้พร้อมสำหรับ ไทยช่วยไทยพลัส

หากคุณยังไม่เคยใช้งานเป๋าตัง หรือไม่ได้ใช้งานนานแล้ว ขอแนะนำให้ลองเข้าไปเปิดแอปฯ แล้วเช็กระบบ G-Wallet ให้เรียบร้อย เพราะหากถึงเวลา 06.00 น. ในวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 แล้วระบบติดขัดจะเสียดายโอกาสมากครับ โดยการ อัปเดต แอปเป๋าตัง ให้พร้อมก่อนลงทะเบียน ไทยช่วยไทยพลัส จะช่วยลดความเสี่ยงในการทำรายการผิดพลาดได้เป็นอย่างดี

สำหรับคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้มีสิทธิ คือต้องมีสัญชาติไทย อายุ 18 ปีขึ้นไป มีบัตรประชาชน และไม่เป็นผู้ได้รับสิทธิซ้ำซ้อนจากโครงการคนละครึ่งหรือโครงการรัฐอื่น ๆ ตามเงื่อนไขที่กำหนด ซึ่งคุณสามารถดำเนินการอัปเดตแอปฯ ผ่านทาง App Store หรือ Google Play ได้ตั้งแต่วันนี้เลยครับ

เมื่ออัปเดตเสร็จแล้ว อย่าลืมเข้าไปตั้งค่า G-Wallet ให้สมบูรณ์ หากใครเป็นมือใหม่แนะนำให้เตรียมบัตรประชาชนตัวจริงไว้ใกล้ตัว เพื่อใช้สำหรับการสแกนใบหน้ายืนยันตัวตนให้ผ่านตั้งแต่ครั้งแรก การจัดการข้อมูลในแอปฯ ให้ครบถ้วนถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้คุณไม่พลาดเงินสนับสนุน 4,000 บาทในรอบนี้ครับ

สำหรับใครที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทะเบียน แนะนำให้ศึกษาเงื่อนไขการใช้สิทธิให้ดี เช่น การซื้อขายสินค้าแบบพบหน้าหรือ Face-to-Face และช่วงเวลาการใช้สิทธิ ตั้งแต่ 06.00 – 23.00 น. เพื่อให้คุณสามารถวางแผนการใช้จ่ายได้อย่างคุ้มค่าที่สุด ส่วนตัวผมมองว่าโครงการนี้เป็นความช่วยเหลือที่ดีมากในสถานการณ์ค่าครองชีพสูงเช่นนี้ ใครที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขก็รีบเข้าไปลงทะเบียนกันนะครับ

ที่มา – อัปเดต แอปเป๋าตัง ให้พร้อมก่อนลงทะเบียน “ไทยช่วยไทยพลัส” รับสิทธิเงิน 4,000 บาท

อัปเดตแอปเป๋าตัง รอลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสเฟส 2

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องที่หลายคนรอคอยกันอย่างใจจดใจจ่อ นั่นคือ อัปเดตแอปเป๋าตัง รอลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสเฟส 2 กันเลย โครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 นี้คาดว่าจะเปิดลงทะเบียนเร็วๆ นี้ หลังจากรัฐบาลใหม่แถลงนโยบาย รับสิทธิ์เงินช่วยเหลือสูงสุด 2,400 บาท สำหรับคนอยู่ในระบบภาษี และ 2,000 บาท สำหรับคนนอกระบบ ใช้จ่ายได้ตั้งแต่พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป อย่าพลาดนะ!

อัปเดตแอปฯ เป๋าตัง รอลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส เฟส 2” เปิดวิธีสมัคร ยืนยันตัวตน

อัปเดตความคืบหน้าโครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 หลังรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา 14 มี.ค. 2569 และ 15 มี.ค. เปิดประชุมเลือกประธานสภา ตามไทม์ไลน์หลังเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 คาดว่ารัฐบาลชุดใหม่จะแถลงนโยบายกลางเม.ย. – พ.ค. 2569 ทำให้โครงการนี้อาจเริ่มเร็วกว่าที่คาดไว้เดิม

ไทม์ไลน์คนละครึ่งพลัสเฟส 2 ปี 2569

  • 8 ก.พ. 2569: เลือกตั้ง ส.ส.
  • ภายใน 9 เม.ย.: กกต. รับรอง ส.ส. 95%
  • 10-16 เม.ย.: ส.ส. รายงานตัว
  • กลางมี.ค.: ทูลเกล้าฯ เปิดประชุมสภา เลือกประธานสภา
  • ปลายมี.ค.-ต้นเม.ย.: โหวตนายกฯ
  • เม.ย.: ตั้ง ครม. ชุดใหม่
  • กลางเม.ย.-พ.ค.: แถลงนโยบาย ครม. อนุทิน 2 เริ่มงาน

นายเอกนิติ รองนายกฯ และรมว.คลัง ยืนยันว่าระบบพร้อมแล้ว รัฐบาลใหม่สั่งการทันที แจก 2,000-2,400 บาท ภาครัฐจ่าย 50% สูงสุด 200 บาท/วัน/คน ใช้ได้ 29 ต.ค. 68 – 31 ธ.ค. 68

เงื่อนไขคุณสมบัติคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ล่าสุด

ใครมีสิทธิ์บ้าง เช็กเลย!

  1. สัญชาติไทย
  2. อายุ 16 ปีขึ้นไป
  3. มีบัตรประชาชน
  4. ไม่ใช่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1 ต.ค. 2568
  5. ไม่ถูกระงับสิทธิหรือเรียกคืนจากคนละครึ่งเฟส 1-5

กลุ่ม 1 (ยื่นภาษี): 2,400 บาท/คน
กลุ่ม 2 (ไม่ยื่น): 2,000 บาท/คน

วิธีลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ผ่านแอปเป๋าตัง

ลงทะเบียนเฉพาะแอปเป๋าตังเท่านั้น กดแบนเนอร์โครงการ 06:00-22:00 น. จนครบสิทธิ์

  1. ดาวน์โหลดแอปเป๋าตัง เปิด G-Wallet
  2. กดลงทะเบียนแบนเนอร์คนละครึ่งพลัส
  3. รอผลผ่านแอปหรือ SMS (เคยเฟส 5 เช็กแอป ไม่เคย เช็ก SMS+แอป)

ขั้นตอนอัปเดตแอปฯ เป๋าตัง รอลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสเฟส 2

หลายคนพลาดเพราะแอปเก่า! ทำตามนี้

1. เปิด App Store/Google Play (Android 9+ / iOS 15+)
– iOS: ดาวน์โหลดที่นี่
– Android: ดาวน์โหลดที่นี่

2. ค้น “เป๋าตัง” ติดตั้ง/อัปเดต

3. เปิดแอป ยินยอมข้อมูล ถ่ายบัตรประชาชน กรอกเบอร์ OTP

4. เลือกยืนยันตัวตน

ยืนยันตัวตนแอปเป๋าตัง 2 วิธีง่ายๆ

วิธี 1: Krungthai NEXT
1. เข้า Krungthai NEXT ใส่ PIN
2. ดำเนินการในเป๋าตัง
3. กรอก OTP
4. ตั้ง PIN ใหม่

วิธี 2: สแกนใบหน้า
1. สแกนหน้า (ข้ามได้ถ้ากล้องเสีย)
2. ตั้ง PIN
3. เปิดสแกนหน้า/นิ้ว
4. ยอมรับเงื่อนไข รอตรวจสอบ

ยืนยันตัวตนผ่าน ATM กรุงไทย (ไม่ต้องบัตร ATM)

ATM สีเทา มีปุ่ม:
1. ทำรายการด้วยบัตรประชาชน > บริการยืนยันตัวตน
2. รับทราบ ยินยอม เสียบบัตร รอตรวจสอบ จบรายการ

ATM สีเทา ไม่มีปุ่ม:
1. แตะแถบฟ้า > ยืนยันตัวตน
2. รับทราบ ยินยอม เสียบบัตร รอ จบ

หลังยืนยันสำเร็จ รอแบนเนอร์ลงทะเบียน อัปเดตแอปเป๋าตัง รอลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ได้เลย! ถ้าพร้อมแล้ว รีบเช็กเครื่องมือถือว่าอัปเดตหรือยัง อย่าปล่อยให้พลาดสิทธิ์ดีๆ แบบนี้ ลุ้นรับเงินใช้จ่ายช่วงเศรษฐกิจแบบนี้กันเถอะ สมัครวันนี้เพื่อวันพรุ่งนี้!

เคล็ดลับ: ถ้าเจอปัญหา ลองเคลียร์แคชแอปหรือรีสตาร์ทเครื่องดูนะครับ

ที่มา – อัปเดตแอปฯ เป๋าตัง รอลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส เฟส 2” เปิดวิธีสมัคร ยืนยันตัวตน

คนละครึ่งเฟส 2 มาวันไหน? วิธีโหลดแอปเป๋าตัง

โครงการ “คนละครึ่งพลัสเฟส 2” มาวันไหน? ใครยังไม่เคยได้รับสิทธิ อย่าลืมเช็กขั้นตอนโหลดแอปฯ “เป๋าตัง” เพื่อรอรับเงิน 4,000 บาท

หลังจากรัฐบาลได้สนับสนุนเงินช่วยเหลือค่าครองชีพสำหรับประชาชน ผ่านโครงการ “คนละครึ่งพลัส” โดยเป็นการออกให้ครึ่งหนึ่ง เริ่มใช้จ่ายวันแรกไปแล้วตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมานั้น สำหรับใครที่ลงทะเบียนรับสิทธิไม่ทันในโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เฟสแรก ยังมีลุ้นต่อในโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เฟส 2 หลังจากนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันว่าจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและแก้ไขปัญหาผู้ที่ตกหล่นจากการได้รับสิทธิ

ซึ่งหากใครที่ไม่ทันเฟสแรก ก็จะได้ 4,000 บาท คาดว่าการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เฟส 2 อาจจะไม่แตกต่างจากการลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” เฟสแรก

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิลงทะเบียน

  • เป็นผู้มีสัญชาติไทย
  • มีอายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
  • มีบัตรประจำตัวประชาชน
  • ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568
  • ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่ โครงการคนละครึ่ง, โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2, โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3, โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 และ โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5

วิธีโหลดแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”

1. เปิดแอปฯ App Store หรือ Google Play หรือ Play Store รองรับโทรศัพท์ที่ใช้ Android 9.0 ขึ้นไป หรือ iPhone ที่มี iOS 15.0 ขึ้นไป

2. พิมพ์ค้นหา “เป๋าตัง” ในช่องค้นหา

3. เลือก “GET” หรือ เลือก “ติดตั้ง”

4. เมื่อติดตั้งเสร็จ เปิดแอปฯ “เป๋าตัง”

5. ให้ความยินยอมจัดการข้อมูลยืนยันตัวตน

6. เตรียมบัตรประชาชน

7. ถ่ายรูปหน้าบัตรประชาชน เพื่อยืนยันตัวตน

8. ตรวจสอบเลขบัตรประชาชน และกรอกเบอร์โทรศัพท์เพื่อรับรหัส OTP

9. ใส่รหัส OTP 6 หลักที่ได้รับจากโทรศัพท์มือถือ

10. กรอกข้อมูล บัตรประชาชน

11. เลือกวิธียืนยันตัวตน

วิธีลงทะเบียน คนละครึ่งเฟส 2 สำหรับคนที่ได้รับสิทธิในเฟสแรกแล้ว

สำหรับการลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” เฟส 2 สำหรับคนที่ได้รับสิทธิในเฟสแรกแล้วนั้น เบื้องต้นคาดว่าจะเป็นการกดแบนเนอร์ให้ยืนยันการรับสิทธิ ผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” ซึ่งจะต้องรอความชัดเจนจากทางรัฐบาลอีกครั้ง

คนละครึ่งเฟส 2 มาวันไหน?

หลายคนคงสงสัยว่า คนละครึ่งเฟส 2 มาวันไหน? นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า “รัฐบาลเตรียมนำงบกลางรายการสำรองจ่ายปี 2569 ส่วนหนึ่งมาใช้ในโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เฟส 2 ซึ่งคาดว่าจะเริ่มได้ในเดือนมกราคม 2569 โดยอาจมีวงเงินใกล้เคียงกับเฟสแรกที่ใช้ไปกว่า 40,000 ล้านบาท โดยจะรวมกับเงินเหลือจากเฟส 1 ประมาณ 5,000 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดจะช่วยผลักดันให้เม็ดเงินหมุนเวียนลงสู่ระบบทันตามเป้าหมาย”

สรุปแล้ว คนละครึ่งเฟส 2 มาวันไหน นั้น ยังไม่มีกำหนดวันที่แน่นอน แต่คาดว่าจะเริ่มได้ในเดือนมกราคม 2569 อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมโดยการดาวน์โหลดและติดตั้งแอป “เป๋าตัง” ไว้ล่วงหน้า รวมถึงตรวจสอบคุณสมบัติของผู้มีสิทธิลงทะเบียน เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการรับเงินสนับสนุนจากโครงการนี้

อย่างไรก็ตาม หากมีความชัดเจนในเรื่องการลงทะเบียนจากรัฐบาล จะได้รายงานให้ทราบต่อไป.

ที่มา – คนละครึ่งเฟส 2 มาวันไหน เช็กขั้นตอนโหลดแอปฯ “เป๋าตัง” รอรับเงิน 4,000 บาท

คนละครึ่งพลัสเฟส 2: เฟสแรกรับสิทธิเพิ่มได้อีก!

อัปเดตข่าวดี! สำหรับผู้ที่ได้รับสิทธิ “คนละครึ่งพลัส เฟส 2” ในเฟสแรก เตรียมรับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลต่อเนื่องได้เลย! คาดว่าจะเริ่มใช้ได้ประมาณเดือนมกราคม 2569

หลังจากที่รัฐบาลได้มอบเงินช่วยเหลือค่าครองชีพให้กับพี่น้องประชาชนที่เข้าเกณฑ์ตาม “โครงการคนละครึ่งพลัส” โดยรัฐช่วยจ่ายครึ่งหนึ่ง ซึ่งเริ่มให้ใช้จ่ายกันไปตั้งแต่ 29 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา สำหรับใครที่พลาดการลงทะเบียนในคนละครึ่งพลัส เฟสแรกไป ก็ไม่ต้องเสียใจ ยังมีโอกาสใน “คนละครึ่งพลัส เฟส 2” ที่กำลังจะมาถึง แต่ต้องรอติดตามประกาศรายละเอียดที่ชัดเจนจากทางรัฐบาลอีกครั้ง

คนละครึ่งพลัสเฟส 2 ได้คนละเท่าไร เริ่มใช้วันไหน

สำหรับท่านใดยังไม่มีสิทธิในโครงการคนละครึ่งพลัส เฟสแรก ทางรัฐบาลมีแผนที่จะเปิดให้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสเฟสที่ 2 ในช่วงเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม โดยผู้ที่ลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส เฟส 2 นี้ จะได้รับเงินสนับสนุนจำนวน 4,000 บาท

นอกจากนี้ ข่าวดีสำหรับผู้ที่ได้รับสิทธิในเฟสแรก! ท่านก็ยังสามารถเข้าร่วมคนละครึ่งพลัส เฟส 2 ได้ตามปกติ โดยคาดการณ์ว่าคนละครึ่งพลัสเฟส 2 จะเริ่มให้ใช้จ่ายได้ในเดือนมกราคม 2569

เงื่อนไขลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสเฟส 2

สำหรับเงื่อนไขการลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” นั้น ในเฟสแรก ผู้ที่สามารถลงทะเบียนได้จะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้:

  • ต้องเป็นบุคคลผู้มีสัญชาติไทย
  • มีอายุครบ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่เปิดให้ลงทะเบียน
  • ต้องมีบัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ตการ์ด
  • ไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ตามฐานข้อมูล ณ วันที่ 1 ต.ค. 68)
  • ไม่มีประวัติถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการคนละครึ่งทุกระยะที่ผ่านมา

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับ คนละครึ่งพลัสเฟส 2

เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสทองในการรับสิทธิจากโครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 นี้ เรามาเตรียมตัวให้พร้อมกันก่อนดีกว่า! เช็คคุณสมบัติของตัวเองให้เรียบร้อย และเตรียมเอกสารที่จำเป็นให้พร้อม เพื่อความรวดเร็วในการลงทะเบียนเมื่อทางรัฐบาลเปิดให้ลงทะเบียน

วิธีการลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส

แม้ว่าวิธีการลงทะเบียนสำหรับ คนละครึ่งพลัสเฟส 2 อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย แต่โดยทั่วไปแล้วขั้นตอนการลงทะเบียนจะมีลักษณะคล้ายคลึงกับเฟสแรก ดังนี้:

  • ดาวน์โหลดแอปฯ เป๋าตัง และเปิดใช้บริการ G Wallet
  • กดลงทะเบียนรับสิทธิผ่านแอปฯ เป๋าตัง
  • ตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่านแอปฯ เป๋าตัง
  • ผู้ที่ไม่เคย เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส ตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่าน SMS และแอปฯ เป๋าตัง
  • กดแบนเนอร์โครงการคนละครึ่งพลัส เพื่อเริ่มใช้จ่าย

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลข้างต้นเป็นข้อมูลจากเฟสแรก อาจมีการเปลี่ยนแปลงในเฟส 2 ได้ ดังนั้นหากมีความชัดเจนในเรื่องการลงทะเบียนจากรัฐบาล เราจะรีบรายงานให้ทุกท่านทราบโดยทันที

อย่าลืมติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสดีๆ จากโครงการ คนละครึ่งพลัสเฟส 2 นี้นะคะ!

ที่มา – คนละครึ่งพลัสเฟส 2 คนได้สิทธิเฟสแรกแล้ว มีสิทธิรับเงินช่วยเหลือต่อ

คนละครึ่งพลัส เงินสะพัด 3 หมื่นล้าน! รีบใช้

กระทรวงการคลังเผยโครงการ คนละครึ่งพลัส ยอดใช้จ่ายทะลุ 3 หมื่นล้านบาทแล้ว! ย้ำเตือนอีกครั้งสำหรับ 2.9 แสนสิทธิที่ยังไม่ได้ใช้ รีบใช้จ่ายครั้งแรกก่อนถูกตัดสิทธิภายใน 5 ทุ่มวันนี้ (11 พ.ย. 68)

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ว่า จากจำนวนสิทธิทั้งหมด 20 ล้านสิทธิ มีประชาชนเริ่มใช้จ่ายแล้ว 19,701,063 คน แต่ยังมีสิทธิคงเหลือที่ยังไม่ได้เริ่มใช้จ่ายอีก 298,937 สิทธิ (ข้อมูล ณ วันที่ 11 พ.ย. 2568 เวลา 12.00 น.)

สำหรับผู้ที่ได้รับสิทธิ คนละครึ่งพลัส แล้วแต่ยังไม่ได้กดใช้สิทธิผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” หรือยังไม่ได้ทำรายการใช้จ่ายครั้งแรกกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ ขอให้รีบใช้จ่ายภายในเวลา 23.00 น. ของวันนี้ (11 พ.ย. 2568) เพื่อไม่ให้สิทธิของท่านหมดอายุไปอย่างน่าเสียดาย โครงการนี้ถือเป็นมาตรการสำคัญของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนในช่วงปลายปี

ข้อมูล ณ วันที่ 11 พ.ย. 2568 เวลา 12.00 น. พบว่า ยอดการใช้จ่ายสะสมในโครงการ คนละครึ่งพลัส รวมทั้งสิ้น 30,276.94 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 15,334.35 ล้านบาท และเงินที่ภาครัฐร่วมจ่าย 14,942.59 ล้านบาท มีผู้ใช้สิทธิสะสมแล้วกว่า 19.70 ล้านคน จากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการกว่า 825,952 ร้านค้า และมีรายการใช้จ่ายสะสมกว่า 215.81 ล้านรายการ

นอกจากนี้ ยอดการใช้จ่ายผ่านบริการฟู้ดเดลิเวอรี่ (Food Delivery) สะสมรวมอยู่ที่ 419.42 ล้านบาท โดยแบ่งตามแพลตฟอร์มดังนี้ Lineman มียอดสูงสุด 249.74 ล้านบาท, Grab 149.14 ล้านบาท, ShopeeFood 19.82 ล้านบาท และ Robinhood 711,316.97 บาท

นายลวรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า เฉพาะวันนี้ (11 พ.ย. 68) มียอดใช้จ่ายรวม 593.14 ล้านบาท แบ่งเป็นการใช้จ่ายผ่านร้านค้าทั่วไป 568.47 ล้านบาท และผ่านบริการแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ (Food Delivery) อีก 24.67 ล้านบาท

โครงการ “คนละครึ่งพลัส” เป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญที่รัฐบาลนำมาใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน และส่งเสริมให้ร้านค้ารายย่อยมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทรวงการคลังยังคงติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของโครงการอย่างใกล้ชิดเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเศรษฐกิจของประเทศ

คนละครึ่งพลัส คืออะไร และทำไมต้องรีบใช้?

คนละครึ่งพลัส เป็นโครงการที่รัฐบาลออกมาเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยเหลือค่าครองชีพ โดยรัฐจะช่วยจ่ายครึ่งหนึ่งของค่าสินค้าและบริการ (ตามเงื่อนไขที่กำหนด) ทำให้ประชาชนสามารถซื้อสินค้าได้ในราคาที่ถูกลง และร้านค้าก็มียอดขายเพิ่มขึ้น

ใครที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิ คนละครึ่งพลัส ต้องทำอย่างไร?

หากท่านเป็นหนึ่งใน 2.9 แสนสิทธิที่ยังไม่ได้เริ่มใช้จ่ายในโครงการ คนละครึ่งพลัส ขอให้รีบดำเนินการดังนี้:

  • ตรวจสอบสิทธิของท่านในแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”
  • เติมเงินเข้าแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ให้เพียงพอต่อการใช้จ่าย
  • หาร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ คนละครึ่งพลัส และใช้จ่ายก่อน 5 ทุ่มของวันนี้ (11 พ.ย. 68)

หากท่านไม่ใช้สิทธิภายในเวลาที่กำหนด สิทธิของท่านจะถูกตัด และท่านจะไม่สามารถใช้สิทธิในโครงการนี้ได้อีกต่อไป

อย่าปล่อยให้สิทธิของท่านหมดอายุไปฟรีๆ รีบใช้จ่าย คนละครึ่งพลัส ก่อน 5 ทุ่มวันนี้ เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและประหยัดค่าใช้จ่ายของท่านเอง!

ที่มา – “คลัง” เผย “คนละครึ่งพลัส” เงินสะพัด 3 หมื่นล้าน ย้ำ 2.9 แสนสิทธิ รีบใช้ก่อน 5 ทุ่มวันนี้

เศรษฐีใหม่ถูกรางวัลที่ 1

เศรษฐีใหม่ถูกรางวัลที่ 1 “สลากดิจิทัล” งวดวันที่ 1/11/68 รวมเป็นเงิน 162 ล้าน

ยินดีกับบรรดา เศรษฐีใหม่ถูกรางวัลที่ 1 “สลากดิจิทัล” หมายเลข 345898 งวดวันที่ 1/11/68 รวมทั้งหมด 27 ใบ เป็นเงิน 162 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากการออกรางวัล สลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 โดยรางวัลที่ 1 หมายเลข 345898 เลขหน้า 3 ตัว หมายเลข 449, 328 เลขท้าย 3 ตัว 111, 690 เลขท้าย 2 ตัว หมายเลข 87

ขณะที่ เฟซบุ๊ก กระทรวงการคลัง : Ministry of Finance ได้โพสต์ข้อความระบุว่า “สลากดิจิทัล บนแอปฯ เป๋าตัง ของธนาคารกรุงไทย งวดวันที่ 1 พ.ย. 2568 เลขสลากรางวัลที่ 1 หมายเลข 345898 มีคนถูกรางวัลที่ 1 รวม 27 ใบ 162 ล้านบาท

ถูก 1 ใบ จำนวน 10 คน

ถูก 2 ใบ จำนวน 2 คน

ถูก 3 ใบ จำนวน 1 คน

ถูก 5 ใบ จำนวน 2 คน

ตรวจผลการถูกรางวัลสลากดิจิทัล และสามารถขึ้นรางวัลได้ ผ่านแอปฯ เป๋าตัง รายละเอียดเพิ่ม (คลิกที่นี่) งวดหน้าเริ่มซื้อได้ตั้งแต่ 06.00 – 23.00 น. ของวันถัดไป หลังจากวันออกรางวัล*เงื่อนไขเป็นไปตามที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลกำหนด”.

ยินดีกับบรรดาเศรษฐีใหม่ ถูกรางวัลที่ 1 "สลากดิจิทัล" หมายเลข 345898 งวดวันที่ 1/11/68 รวมทั้งหมด 27 ใบ เป็นเงิน 162 ล้านบาทผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากการออกรางวัล "สลากกินแบ่งรัฐบาล" งวดประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 โดยรางวัลที่ 1 หมายเลข 345898 เลขหน้า 3 ตัว หมายเลข 449, 328 เลขท้าย 3 ตัว 111, 690 เลขท้าย 2 ตัว หมายเลข 87ขณะที่ เฟซบุ๊ก กระทรวงการคลัง : Ministry of Finance ได้โพสต์ข้อความระบุว่า "สลากดิจิทัล บนแอปฯ เป๋าตัง ของธนาคารกรุงไทย งวดวันที่ 1 พ.ย. 2568 เลขสลากรางวัลที่ 1 หมายเลข 345898 มีคนถูกรางวัลที่ 1 รวม 27 ใบ 162 ล้านบาทถูก 1 ใบ จำนวน 10 คนถูก 2 ใบ จำนวน 2 คนถูก 3 ใบ จำนวน 1 คนถูก 5 ใบ จำนวน 2 คนตรวจผลการถูกรางวัลสลากดิจิทัล และสามารถขึ้นรางวัลได้ ผ่านแอปฯ เป๋าตัง รายละเอียดเพิ่ม (คลิกที่นี่) งวดหน้าเริ่มซื้อได้ตั้งแต่ 06.00 - 23.00 น. ของวันถัดไป หลังจากวันออกรางวัล*เงื่อนไขเป็นไปตามที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลกำหนด".

สลากดิจิทัล บนแอปฯเป๋าตัง ถูกรางวัลที่ 1 จำนวน 27 ใบ 162 ล้านบาท ถูกคนเดียวมากสุด 5 ใบ รับ 30 ล้านบาท

สลากดิจิทัล บนแอปฯเป๋าตัง ของธนาคารกรุงไทย งวดวันที่ 1 พ.ย. 68 เลขสลากรางวัลที่ 1: 345898 มีคนถูกรางวัลที่ 1 รวม 27 ใบ 162 ล้านบาท

ถูก 1 ใบ จำนวน 10 คน

ถูก 2 ใบ จำนวน 2 คน

ถูก 3 ใบ จำนวน 1 คน

ถูก 5 ใบ จำนวน 2 คน

สลากตัวเลขสามหลัก

งวดประจำวันที่ 01 พ.ย. 68

เลขรางวัลสามตรง: 898 รางวัลละ 4,314 บาท

เลขรางวัลสามสลับหลัก: 889 988 รางวัลละ 1,842 บาท

เลขรางวัลสองตรง: 87 รางวัลละ 687 บาท

เลขรางวัลพิเศษ: 898000001942 รางวัลละ 296,856.00 บาท

ตรวจผลการถูกรางวัลสลากดิจิทัล และสามารถขึ้นรางวัลได้ ผ่านแอปฯ เป๋าตัง

รายละเอียดเพิ่มเติม https://krungthai.com/link/paotang-digital-lottery-facebook

งวดหน้าเริ่มซื้อได้ตั้งแต่ 06.00 – 23.00 น. ของวันถัดไป หลังจากวันออกรางวัล

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลกำหนด

#Krungthai#กรุงไทย#สลากดิจิทัล#เป๋าตัง

สศค. คาด GDP ไทยปี 68 โตจาก “คนละครึ่งพลัส”

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปี 2568 เป็นโต 2.4% โดยได้รับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐในช่วงปลายปี โดยเฉพาะโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ในขณะที่ GDP ปี 2569 คาดว่าจะชะลอตัวลงเหลือ 2% เนื่องจากการเร่งส่งออกเพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการภาษีของสหรัฐฯ สศค. ยังคงเชิญชวนให้ร้านค้าต่างๆ เข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” อย่างต่อเนื่อง

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการ สศค. ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า แนวโน้ม GDP ไทยปี 2568 คาดว่าจะเติบโต 2.4% ปรับเพิ่มขึ้นจากการคาดการณ์ครั้งก่อนที่ 2.2% โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 1.9-2.9% ปัจจัยหลักมาจากแรงหนุนของโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล เช่น โครงการ “คนละครึ่งพลัส” และการขยายตัวของการส่งออกสินค้าในรูปสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ 10% รวมถึงการเร่งส่งออกของภาคเอกชนตลอดทั้งปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ และจีนในไตรมาส 3 ปี 2568

ในส่วนของอัตราเงินเฟ้อทั่วไป คาดว่าจะอยู่ที่ -0.2% ลดลงจากประมาณการครั้งก่อน เนื่องจากราคาพลังงานที่ลดลง ทั้งค่าไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายของรัฐบาลและการปรับตัวลดลงของราคาพลังงานในตลาดโลก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อจะยังคงติดลบต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาส 2 ปี 2569 และอาจจะไม่เข้าสู่กรอบเงินเฟ้อขั้นต่ำที่ 1% อย่างไรก็ตาม ธปท. มองว่ามาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลดำเนินการจะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อในไตรมาส 4 และส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อปรับตัวดีขึ้นได้

ถึงแม้จะมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินฝืดที่อาจเกิดขึ้น แต่ สศค. ยังไม่เห็นสัญญาณที่ชัดเจนของภาวะดังกล่าว โดยภาวะเงินฝืดจะต้องประกอบด้วยอัตราเงินเฟ้อติดลบ การชะลอตัวของ GDP และกำลังซื้อที่ลดลง อย่างไรก็ตาม มาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลได้ออกมาในช่วงไตรมาส 4 จะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชน นอกจากนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2568 คาดว่าจะอยู่ที่ 33.5 ล้านคน สร้างรายได้ 1.56 ล้านล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวเฉลี่ย 46,570 บาทต่อคนต่อทริป

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ส่งสัญญาณที่ดีขึ้น ทำให้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังจะเติบโตในอัตราที่สูงขึ้น โดยมาตรการต่างๆ ที่ออกมา เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการคนละครึ่งพลัส มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว และการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังเติบโตเกิน 1% อย่างแน่นอน

ในส่วนของปี 2569 สศค. คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะชะลอตัวลงเหลือ 2.0% โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 1.5-2.5% เนื่องจากการเร่งส่งออกเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ทำให้คาดว่ามูลค่าการส่งออกสินค้าจะหดตัวลง -1.5%

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากภาคการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศไทย 35.5 ล้านคน สร้างรายได้จากภาคการท่องเที่ยว 1.68 ล้านล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวเฉลี่ย 47,280 บาทต่อคนต่อทริป นอกจากนี้ การบริโภคที่ขยายตัวดีขึ้นที่ 2.4% และการลงทุนภาครัฐที่ขยายตัว 3.0% จากการเร่งเบิกจ่ายและลงทุนภาครัฐ จะเป็นปัจจัยบวกต่อเศรษฐกิจไทยในปี 2569

สศค. คาด GDP ไทยปี 2568 โต 2.4% จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ “คนละครึ่งพลัส”

นายวินิจ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงการคลังร่วมกับธนาคารกรุงไทยมีระบบ Data Analytics เพื่อตรวจสอบธุรกรรมต้องสงสัย หากพบข้อมูลและหลักฐานเพียงพอ จะระงับการใช้สิทธิ์และระงับการจ่ายเงินร้านค้า พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยจะไม่มีการยอมความ เพื่อให้มั่นใจว่าการซื้อขายในโครงการเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เบื้องต้นได้เริ่มระงับสิทธิ์ผู้ต้องสงสัยที่เป็นร้านค้าไปแล้วประมาณ 6-7 ราย แต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีที่จับกุม 3 รายก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม จะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงถึงธุรกรรมที่ต้องสงสัยว่ามาจากสาเหตุใด หากสามารถชี้แจงได้ก็จะให้โอกาสคืนสิทธิ์ในการเข้าร่วมโครงการฯ

สำหรับโครงการคนละครึ่งพลัส มีการใช้จ่ายที่กระจายตัวทั่วประเทศ โดยพื้นที่กรุงเทพมหานครมีการใช้จ่ายมากที่สุด รองลงมาคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่ภาคตะวันตกมีการใช้จ่ายน้อยที่สุด เนื่องจากจำนวนร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ มีจำนวนน้อย ปัจจุบันมีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ประมาณ 696,000 ร้านค้า สศค. จึงขอเชิญชวนให้ร้านค้าต่างๆ ยังมีเวลาในการเข้าร่วมโครงการฯ และย้ำว่า โครงการคนละครึ่งพลัส ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ที่จะหลอกให้ใครมาติดกับดักเพื่อเสียภาษี แต่เป็นโอกาสที่จะทำให้ร้านค้ามีลูกค้าเพิ่มมากขึ้น จึงจะไม่มีการเก็บภาษีร้านค้าย้อนหลังอย่างแน่นอน นอกจากนี้ ในช่วงต่อไป จะมีการอัพสกิลให้กับร้านค้าในแอปพลิเคชันถุงเงิน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียด เพื่อให้ร้านค้ามีการปรับตัว เข้าถึงเทคโนโลยี และทำบัญชีรายรับรายจ่ายออนไลน์ ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการเข้าถึงสินเชื่อและแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งพาหนี้นอกระบบ

ในส่วนของระบบการจ่ายเงิน เช่น การจ่ายเงินกับรถไฟฟ้า ยังคงยืนยันให้เป็นไปตามเกณฑ์เดิม นายวินิจยอมรับว่าการทำโครงการคนละครึ่งพลัสในครั้งนี้ มีเวลาค่อนข้างจำกัด จึงเลือกใช้โมเดลเดิม อย่างไรก็ตาม ในอนาคต หากมีการพิจารณาโครงการคนละครึ่งในเฟสต่อไป อาจจะมีการหาวิธีการที่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยยืนยันว่าขั้นตอนที่ทำอยู่มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการทุจริต

“คนละครึ่งพลัส” ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงหรือ?

โครงการ “คนละครึ่งพลัส” เป็นเเรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ เเต่ทั้งนี้การเติบโตของ GDP ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ต้องพิจารณาควบคู่กันไปด้วย

ที่มา – สศค. คาด GDP ไทยปี 2568 โต 2.4% จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ “คนละครึ่งพลัส”

สคบ. คุมฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” สกัดขึ้นราคา

สถานการณ์ราคาสินค้าและบริการที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ทำให้ผู้บริโภคต้องเผชิญกับความท้าทายในการใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการส่งเสริมการขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ล่าสุด สคบ. ได้ออกมาตรการควบคุมฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” เพื่อป้องกันร้านค้าฉวยโอกาสขึ้นราคา

รมต.สำนักนายกฯ ได้เรียก ช้อปปี้ แกร็บ ไลน์แมน มาหารือเพื่อควบคุมร้านค้าที่ขายอาหารไม่ให้ขึ้นราคากับลูกค้าที่สั่งฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” พร้อมทั้งขอความร่วมมือในการจัดโปรโมชั่นส่วนลดเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์สูงสุด

นายสันติ ปิยะทัต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า สคบ. ได้ร่วมมือกับ 3 แพลตฟอร์ม ได้แก่ บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ไลน์แมน (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อกำหนดมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคที่สั่งฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” ผ่านแพลตฟอร์มในโครงการคนละครึ่งพลัส ที่จะเริ่มในวันที่ 7 พ.ย. 2568 โดยกำชับให้ช่วยคุมราคาอาหารไม่ให้ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการขายเกินราคา ด้วยการปิดระบบแก้ไขเมนูของร้านค้า เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคา และขอให้จัดโปรโมชันส่วนลดให้กับผู้บริโภค ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคได้ส่วนลด 2 เด้ง คือได้ส่วนลด 50% จากการซื้ออาหาร สูงสุดไม่เกิน 200 บาทต่อวัน จากโครงการคนละครึ่งพลัส และส่วนลดเพิ่มเติมจากแพลตฟอร์มออนไลน์ รวมทั้งขอให้ลดค่า GP หรือ ค่าธรรมเนียมที่แพลตฟอร์มเก็บจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส

นอกจากนี้ ยังมีแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่เข้าร่วมอีก 2 ราย ได้แก่ บริษัท ลาซาด้า จำกัด บริษัท ติ๊กต็อก ช็อป (ประเทศไทย) จำกัด โดยได้กำชับแพลตฟอร์มทั้ง 5 ราย เฝ้าระวังการจัดจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า หรือสินค้าที่ผิดกฎหมายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยใช้เทคโนโลยี AI มาช่วยตรวจจับ ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เพื่อป้องกันและปราบปรามในทุกแพลตฟอร์ม โดยภาครัฐหลายหน่วยงาน เช่น สคบ. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้มีการเดินหน้าป้องกันและปราบปรามอย่างจริงจัง

นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กล่าวว่า สคบ. ได้เปิดช่องทางร้องทุกข์เพิ่มเติมจากสายด่วน เพิ่มอีก 10 สาย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากโครงการฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” พร้อมเร่งรัดเรื่องร้องเรียนเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยทันที เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

สคบ. คุมเข้ม ฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” ป้องกันการขึ้นราคา

มาตรการควบคุมราคาฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” ของ สคบ. ถือเป็นความพยายามที่จะรักษาสมดุลระหว่างการส่งเสริมการขายและการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงอาหารและสินค้าในราคาที่เป็นธรรม

มาตรการสำคัญในการควบคุมฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส”

  • ปิดระบบแก้ไขเมนูของร้านค้า: เพื่อป้องกันร้านค้าฉวยโอกาสขึ้นราคา
  • จัดโปรโมชั่นส่วนลดเพิ่มเติม: เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับส่วนลด 2 เด้ง
  • ลดค่า GP: ลดภาระค่าใช้จ่ายของร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ
  • เฝ้าระวังการจำหน่ายสินค้าผิดกฎหมาย: ป้องกันการหลอกลวงผู้บริโภค
  • เพิ่มช่องทางร้องทุกข์: อำนวยความสะดวกในการร้องเรียนและแก้ไขปัญหา

การดำเนินการของ สคบ. ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคและการสร้างความเป็นธรรมในการซื้อขายสินค้าและบริการออนไลน์ ผู้บริโภคควรติดตามข่าวสารและใช้สิทธิของตนเองอย่างเต็มที่ หากพบว่ามีการเอารัดเอาเปรียบหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม

ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้บริโภค จะช่วยให้โครงการฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” เป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย

ที่มา – สคบ.คุม ฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” สั่งปิดแก้เมนู ป้องกันร้านค้าขึ้นราคา

คนละครึ่งพลัส: เริ่มใช้แล้ว! อย่าลืมใช้สิทธิ

โครงการ “คนละครึ่งพลัส” เปิดให้ใช้จ่ายวันแรกแล้ว! ใครที่ลงทะเบียนไว้ อย่าลืมใช้สิทธิครั้งแรกภายในวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้นะครับ ไม่งั้นจะเสียสิทธิไปเลยนะ!

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ได้ออกมาอัพเดทความคืบหน้าเกี่ยวกับการลงทะเบียนและการใช้จ่ายของประชาชน รวมถึงความคืบหน้าการลงทะเบียนร้านค้าในโครงการคนละครึ่งพลัสครับ

คนละครึ่งพลัส เริ่มต้นใช้จ่ายแล้ววันนี้!

สำหรับใครที่ลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งพลัสไว้แล้ว สามารถเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2568 ถึง 31 ธันวาคม 2568 (เวลา 06.00 – 23.00 น.) ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” โดยจะได้รับเงินสนับสนุนค่าอาหาร, เครื่องดื่ม, สินค้า และบริการที่กำหนดในอัตราร้อยละ 50 แต่ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน ทั้งนี้ ผู้ที่ยื่นภาษี ภ.ง.ด. 90, 91 หรือ 95 ในปีภาษี 2567 จะได้รับสิทธิไม่เกิน 2,400 บาทต่อคน ส่วนประชาชนทั่วไปจะได้รับสิทธิไม่เกิน 2,000 บาทต่อคน ตลอดโครงการ

ทางธนาคารกรุงไทยฯ ก็ได้เตรียมความพร้อมของระบบเพื่อรองรับการใช้งานแอปฯ เป๋าตังแล้วครับ แต่เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการใช้งานหนาแน่นในวันแรก แนะนำให้สมัครบริการ G-Wallet ในแอปฯ เป๋าตัง และเติมเงินไว้ล่วงหน้า จะได้ใช้จ่ายได้สะดวกราบรื่นยิ่งขึ้น

สำคัญ! ต้องใช้สิทธิคนละครึ่งพลัสครั้งแรกภายใน 11 พฤศจิกายนนี้

ย้ำกันอีกครั้งนะครับว่า ผู้ที่ได้รับสิทธิต้องใช้สิทธิโครงการคนละครึ่งพลัส โดยซื้อสินค้าหรือบริการครั้งแรกผ่านแอปฯ เป๋าตัง ภายในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 หากเลยกำหนดนี้ จะถือว่าสละสิทธิและถูกตัดสิทธิจากโครงการทันที

นอกจากนี้ ยังสามารถสั่งอาหารหรือเครื่องดื่มจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการผ่านแอปฯ Food Delivery ได้ด้วยนะครับ โดยเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป (เวลา 06.00 – 21.00 น.) ซึ่งมีผู้ให้บริการที่เข้าร่วมโครงการ 4 ราย ได้แก่

  • Grab
  • Lineman
  • ShopeeFood
  • Robinhood

สำหรับร้านค้าที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯ ยังสามารถลงทะเบียนได้เรื่อยๆ จนถึงวันที่ 19 ธันวาคม 2568 นะครับ และร้านค้าที่ลงทะเบียนแล้ว อย่าลืมตรวจสอบการยินยอมรับทราบข้อตกลงในแอปฯ ถุงเงินด้วยนะครับ

โครงการคนละครึ่งพลัสนี้ ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก และมีการปรับเพิ่มวงเงินสิทธิเป็น 200 บาทต่อคนต่อวัน ทำให้ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ จะได้รับประโยชน์ไปด้วย กระทรวงการคลังจึงขอเชิญชวนร้านค้าสมัครเข้าร่วมโครงการฯ ครับ

โครงการนี้เป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ ที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และช่วยเหลือค่าใช้จ่ายของประชาชนได้เป็นอย่างดี อย่าลืมใช้สิทธิที่มีอยู่ให้คุ้มค่า และสนับสนุนร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการกันนะครับ!

ที่มา – “คนละครึ่งพลัส” เปิดให้ใช้จ่ายวันแรกแล้ว ย้ำต้องใช้สิทธิครั้งแรกภายใน 11 พ.ย.นี้

Scroll to top