เลือกตั้งใหม่

เพื่อไทยจี้ กกต. เร่งแจงปัญหาก่อนนับคะแนนใหม่ 22 ก.พ.

สวัสดีครับทุกท่านที่ติดตามข่าวการเมืองบ้านเรา วันนี้เรามาคุยกันเรื่องร้อนๆ อย่าง เพื่อไทยจี้ กกต. เร่งแจงปัญหาก่อนนับคะแนน-ออกเสียงใหม่ 22 ก.พ. ซึ่งเป็นประเด็นที่พรรคเพื่อไทยออกมาเรียกร้องอย่างหนักแน่น เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้โปร่งใสและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนทุกคน หลังจากที่มีปัญหาต่างๆ เกิดขึ้นในกระบวนการเลือกตั้งที่ผ่านมา

เพื่อไทยจี้ กกต. เร่งแจงปัญหาก่อนนับคะแนน-ออกเสียงใหม่ 22 ก.พ. สร้างความมั่นใจประชาชน

จากแถลงการณ์ของนายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคเพื่อไทยได้จี้ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ออกมาแจงข้อเท็จจริงให้ชัดเจนก่อนที่จะมีการนับคะแนนใหม่และออกเสียงใหม่ในวันอาทิตย์ที่ 22 ก.พ. นี้ สังคมกำลังตั้งคำถามหนักๆ เกี่ยวกับกระบวนการเลือกตั้ง เช่น ตัวเลขคะแนนที่คลาดเคลื่อนในบางหน่วย การใช้ QR Code และบาร์โค้ดที่อาจทำให้การลงคะแนนไม่เป็นความลับตามหลักการ

“ก่อนนับคะแนนใหม่หรือออกเสียงใหม่ กกต. ต้องอธิบายให้ชัด ทั้งความถูกต้องของตัวเลข วิธีตรวจสอบ และมาตรการคุ้มครองข้อมูล เพื่อให้ประชาชนมั่นใจในความโปร่งใส” โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวอย่างหนักแน่น

เพื่อไทยจี้ กกต. เร่งแจงปัญหาก่อนนับคะแนนใหม่: สาเหตุที่ต้องทำ

ทำไมพรรคเพื่อไทยถึงต้องออกมาเรียกร้องแบบนี้? เพราะหากปล่อยให้ข้อสงสัยค้างคา มันจะกระทบความเชื่อมั่นในระบบประชาธิปไตยทั้งหมด ปัญหาหลักๆ ที่เกิดขึ้นมีดังนี้

  • ตัวเลขคะแนนคลาดเคลื่อนในหลายหน่วยเลือกตั้ง ทำให้ผลไม่น่าเชื่อถือ
  • การใช้ QR Code และบาร์โค้ด ถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจติดตามผู้ลงคะแนนได้ ไม่ตรงหลักลงคะแนนลับ
  • ข้อมูลที่ กกต. ประกาศยังไม่สมบูรณ์ ผู้สมัครและประชาชนต้องตรวจสอบเอง

นอกจากนี้ เลขาธิการพรรคเพื่อไทยยังสั่งผู้สมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขตทุกคน ให้เร่งตรวจสอบผลคะแนนรายหน่วย โดยเปรียบเทียบกับภาพถ่ายที่บันทึกในวันเลือกตั้งจริง เพื่อยืนยันว่าข้อมูลในระบบถูกต้อง และจะรวบรวมเสนอพรรคเพื่อดำเนินการต่อไป

พรรคเพื่อไทยยืนยันว่าจะติดตาม กกต. อย่างใกล้ชิด และสื่อสารข้อมูลให้ประชาชนทราบตลอด เพื่อให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม ปราศจากข้อครหา ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามาช่วย แต่ก็ต้องระวังปัญหาที่อาจเกิดใหม่ๆ ด้วย

ขยายความกันหน่อยนะครับ ปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เพราะการเลือกตั้งคือหัวใจของประชาธิปไตย หากประชาชนไม่เชื่อมั่น อนาคตของประเทศจะสะดุดได้ การที่เพื่อไทยออกมาเคลื่อนไหวแบบนี้ ถือเป็นการปกป้องสิทธิผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคน ไม่ใช่แค่พรรคตัวเองเท่านั้น

จากประสบการณ์เลือกตั้งครั้งก่อนๆ เราก็เห็นปัญหาคล้ายๆ กันมาแล้ว เช่น การนับคะแนนช้า หรือเครื่องนับผิดพลาด ดังนั้น กกต. ควรมีมาตรการชัดเจน เช่น เปิดเผยข้อมูลแบบเรียลไทม์ อนุญาตให้ผู้สังเกตการณ์ตรวจสอบได้เต็มที่ และใช้เทคโนโลยีที่ปลอดภัยจริงๆ

ส่วนตัวผมคิดว่า ถ้ากกต. แจงชัดเจนตามที่เพื่อไทยเรียกร้อง มันจะช่วยลดข้อขัดแย้งได้เยอะ และทำให้การนับคะแนนใหม่ 22 ก.พ. ผ่านไปด้วยดี สร้างความมั่นใจให้ประชาชน

คุณล่ะครับ คิดว่าปัญหาเหล่านี้แก้ยังไงได้บ้าง? มาคอมเมนต์แชร์ความเห็นกันด้านล่างเลยนะ แล้วอย่าลืมติดตามข่าวอัปเดตการเลือกตั้งจากเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – เพื่อไทยจี้ กกต. เร่งแจงปัญหาก่อนนับคะแนน-ออกเสียงใหม่ 22 ก.พ. สร้างความมั่นใจประชาชน

ปชน. ยันหลักฐานเด็ดบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง รอ 22 ก.พ.

ปชน. ยันมีหลักฐานเด็ดปม “บาร์โค้ด” บนบัตรเลือกตั้ง รอดูเลือกตั้งใหม่ 22 ก.พ. พิสูจน์ชัด เป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจในวงการการเมืองไทยช่วงนี้ พรรคประชาชน (ปชน.) ไม่ยอมแพ้ต่อข้อพิพาทเรื่องบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ด ซึ่งอาจทำให้การลงคะแนนไม่เป็นการออกเสียงโดยลับตามกฎหมาย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรค ได้ออกมาเผยข้อมูลสำคัญในการให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ทำการพรรค

ปชน. ยันมีหลักฐานเด็ดปม “บาร์โค้ด” บนบัตรเลือกตั้ง รอดูเลือกตั้งใหม่ 22 ก.พ. พิสูจน์ชัด

พรรคประชาชนกำลังเตรียมร่างคำฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 โดยนพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ฝ่ายกฎหมายของพรรค เป็นผู้รับผิดชอบ คาดว่าจะยื่นฟ้องได้ในสัปดาห์หน้า เพราะมีข้อมูลใหม่ๆ เข้ามาเพิ่มเติมทุกวัน พรรคยืนยันว่ามีหลักฐานเด็ดที่จะพิสูจน์ว่าบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งทำให้กระบวนการไม่โปร่งใสและอาจไม่ลับตามที่กฎหมายกำหนด

ทำไมบาร์โค้ดถึงเป็นปัญหาใหญ่? ในหลักการของการเลือกตั้ง การออกเสียงต้องเป็น “ลับ” 100% หมายถึงไม่มีทางตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าใครเลือกใคร ไม่ว่าจะเชิงทฤษฎีหรือปฏิบัติ แต่บาร์โค้ดที่ระบุเลขที่บัตร สามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้ หากมีช่องโหว่ในระบบ กกต. ยืนยันว่าไม่ใช่ปัญหา แต่ปชน. มองว่าการมีบาร์โค้ดอยู่แล้วแปลว่าไม่ลับทันที โดยเฉพาะเมื่อ กกต. แถลงเองว่ารหัสนี้ระบุเลขที่บัตรได้

ปชน. ยันมีหลักฐานเด็ดปม “บาร์โค้ด” บนบัตรเลือกตั้ง รอดูเลือกตั้งใหม่ 22 ก.พ. พิสูจน์ชัด

เพื่อพิสูจน์ให้ชัดเจน พรรคเชิญชวนประชาชนไปสังเกตการณ์การเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ หาก กกต. ยังใช้บัตรแบบเดิมที่มีบาร์โค้ด แสดงว่าพวกเขามั่นใจ แต่ถ้าเปลี่ยนแปลง แสดงว่ามีปัญหาจริง! นี่คือจุดเปลี่ยนที่จะพิสูจน์ทุกอย่างต่อสาธารณะ นอกจากนี้ ความเห็นจากนายวิษณุ เครื่องาม และนายจรัญ ภักดีธนากุล ก็สนับสนุนว่าถ้าไม่ลับ การเลือกตั้งอาจโมฆะ

  • หลักฐานหลัก: บาร์โค้ดระบุเลขที่บัตร สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
  • เจตนาของปชน.: ไม่ใช่ไม่ยอมแพ้ แต่ปกป้องสิทธิประชาชนและบังคับให้เจ้าหน้าที่รับผิดชอบ
  • ช่องทางอื่น: ประชาชนสามารถยื่นประเด็นนี้ผ่านทางอื่นๆ ได้
  • ปัญหาใหญ่: สะท้อนความเชื่อมั่นต่ำใน กกต. และรัฐธรรมนูญ 2560 ที่จำกัดสิทธิถอดถอนองค์กรอิสระ

โฆษกปชน. ยังวิจารณ์การทำงานของ กกต. ที่ขาดการสื่อสาร เช่น ไม่แถลงข่าว ไม่ตอบคำถามประชาชน ทำให้เกิดความสงสัยเพิ่ม พรรคเสนอให้แก้รัฐธรรมนูญ คืนสิทธิประชาชนในการถอดถอนองค์กรอิสระ เหมือนในรัฐธรรมนูญ 2540 และ 2550 ที่ถูกตัดออกไป

ประเด็นนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่เป็นหัวใจของประชาธิปไตย การเลือกตั้งต้องโปร่งใส ลับ และยุติธรรม ถ้าปล่อยผ่าน ช่องโหว่แบบนี้อาจเกิดซ้ำในอนาคต พรรคประชาชนกำลังใช้กลไกทางกฎหมายเพื่อให้เกิดความรับผิดชอบ

ในมุมมองของเรา การตรวจสอบเรื่อง บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อสร้างความเชื่อมั่น คุณคิดอย่างไรกับประเด็นนี้? ชวนเพื่อนๆ มาสังเกตการณ์เลือกตั้ง 22 ก.พ. และติดตามพัฒนาการการฟ้องร้องต่อไป เพื่อให้เสียงของประชาชนดังที่สุด!

ที่มา – ปชน. ยันมีหลักฐานเด็ดปม “บาร์โค้ด” บนบัตรเลือกตั้ง รอดูเลือกตั้งใหม่ 22 ก.พ. พิสูจน์ชัด

กกต. เผยพิกัด 4 สถานที่ออกเสียงเลือกตั้งใหม่ กทม. น่าน อุดรธานี

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคนที่สนใจเรื่องการเมืองและสิทธิพลเมือง วันนี้มีข่าวอัปเดตสำคัญที่ กกต. เผยพิกัด 4 สถานที่ออกเสียงเลือกตั้งใหม่ กทม. น่าน อุดรธานี ในวันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 นี้เอง ไม่ว่าจะเป็นการนับคะแนนใหม่ การลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขต แบบบัญชีรายชื่อ หรือแม้กระทั่งการออกเสียงประชามติ ก็มีให้ใช้สิทธิ์กันแบบจัดเต็ม กกต. ได้ออกประกาศเชิญชวนผู้มีสิทธิ์ให้มาร่วมแสดงพลังประชาชน อย่าพลาดเชียวล่ะ เพราะนี่คือโอกาสสำคัญในการกำหนดอนาคตของประเทศ

ทำไมถึงต้องมีการเลือกตั้งใหม่และนับคะแนนใหม่? เนื่องจากมีปัญหาในบางหน่วยที่อาจเกิดความคลาดเคลื่อนหรือข้อพิพาท ทำให้ต้องจัดการใหม่เพื่อความโปร่งใสและยุติธรรมสูงสุด ตามหลักประชาธิปไตยที่เรายึดถือ หากคุณเป็นผู้มีสิทธิ์ในพื้นที่เหล่านี้ อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อม นำบัตรประชาชนหรือบัตรเลือกตั้งตัวจริงไปด้วย สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ และไปถึงก่อนเวลาเพื่อหลีกเลี่ยงฝูงชนนะครับ

กกต. เผยพิกัด 4 สถานที่ ออกเสียงเลือกตั้ง-ประชามติ-นับคะแนนใหม่ กทม. น่าน อุดรธานี

กกต. ได้ระบุสถานที่ชัดเจน 4 แห่ง ดังนี้ครับ เรามาดูรายละเอียดกันทีละที่เลย

1. การนับคะแนนใหม่ ส.ส. และประชามติ ในกรุงเทพมหานคร

สถานที่: อาคารอมรพันธ์แชทเทลไลท์คอนโดทาวน์ (R4) แขวงคันนายาว เขตคันนายาว เขตเลือกตั้งที่ 15 กรุงเทพมหานคร
สำหรับหน่วยเลือกตั้งและหน่วยออกเสียงประชามติที่ 10
เวลา: วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป
ผู้สนใจสามารถไปดูการนับคะแนนได้ เพื่อความมั่นใจในกระบวนการ

2. การออกเสียงลงคะแนนใหม่ ส.ส. และประชามติ ในกรุงเทพมหานคร

สถานที่: เดียวกัน อาคารอมรพันธ์แชทเทลไลท์คอนโดทาวน์ (R4) แขวงคันนายาว เขตคันนายาว เขตเลือกตั้งที่ 15 กรุงเทพมหานคร
สำหรับหน่วยเลือกตั้งและหน่วยออกเสียงประชามติที่ 9
เวลา: 08.00-17.00 น.
ที่นี่คือจุดหลักใน กทม. ที่ผู้มีสิทธิ์ในเขตนี้ต้องไปลงคะแนนใหม่ทั้ง ส.ส. แบ่งเขต บัญชีรายชื่อ และประชามติ

3. การเลือกตั้งใหม่ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดอุดรธานี

สถานที่: ศาลาอเนกประสงค์ หมู่ที่ 4 ตำบลโพนสูง อำเภอไชยวาน เขตเลือกตั้งที่ 6 จังหวัดอุดรธานี
สำหรับหน่วยเลือกตั้งที่ 4
เวลา: 08.00-17.00 น.
ชาวอุดรธานีในพื้นที่นี้เตรียมตัวให้พร้อม ไปโหวต ส.ส. บัญชีรายชื่อกันครับ

4. การเลือกตั้งใหม่ ส.ส. แบบแบ่งเขต จังหวัดน่าน

สถานที่: หอประชุมบ้านศรีเกิด ตำบลไชยสถาน อำเภอเมืองน่าน เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดน่าน
สำหรับหน่วยเลือกตั้งที่ 3
เวลา: 08.00-17.00 น.
พี่น้องน่านอย่าลืมไปใช้สิทธิ์ ส.ส. เขตกันนะครับ

  • เคล็ดลับการเตรียมตัว: ตรวจสอบชื่อตัวเองในรายชื่อผู้มีสิทธิ์ทางเว็บ กกต. หรือโทรสอบถาม
  • แต่งกายสุภาพ หลีกเลี่ยงเครื่องประดับพรรคการเมือง
  • หากมีปัญหา รายงานเจ้าหน้าที่ทันที
  • หลังโหวต ตรวจสอบบัตรว่าถูกต้อง

นอกจากนี้ กกต. ยังเน้นย้ำให้ผู้มีสิทธิ์ออกมาใช้สิทธิ์ให้มากที่สุด เพื่อสะท้อนเสียงที่แท้จริงของประชาชน การเลือกตั้งใหม่ครั้งนี้จะช่วยยืนยันผลที่ถูกต้อง และป้องกันการทุจริตได้อีกทางด้วยครับ

ในฐานะคนไทยทุกคน เรามีหน้าที่รักษาประชาธิปไตยไว้ การไปโหวตแค่นี้เอง แต่สำคัญยิ่งนัก อย่าปล่อยให้โอกาสหลุดมือ เชิญชวนเพื่อนๆ ครอบครัวไปด้วยกัน สนับสนุนให้ทุกเสียงมีค่า! ถ้าพร้อมแล้ว ไปกันเลยครับ

ที่มา – กกต. เผยพิกัด 4 สถานที่ ออกเสียงเลือกตั้ง-ประชามติ-นับคะแนนใหม่ กทม. น่าน อุดรธานี

นรเศรษฐ์ ฟ้องศาลปกครอง คำสั่งบัตรเลือกตั้ง กกต ไม่ชอบกฎหมาย

กรณีนรเศรษฐ์ ฟ้องศาลปกครอง คำสั่งบัตรเลือกตั้ง กกต ไม่ชอบกฎหมายกำลังเป็นประเด็นร้อนในแวดวงการเมืองไทย โดยนายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความประจำศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2567 เพื่อท้าทายคำสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่เกี่ยวกับการออกแบบ พิมพ์ และใช้บัตรเลือกตั้งในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 ทนายยืนยันว่าคำสั่งนี้เป็นคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดหรือ QR Code สามารถสืบย้อนกลับไปยังต้นขั้วบัตรและตัวผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ ซึ่งจะทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ตรงข้ามกับหลักรัฐธรรมนูญ

นรเศรษฐ์ ที่ศาลปกครองกลาง ยื่นฟ้องคำสั่งบัตรเลือกตั้ง กกต

นรเศรษฐ์ ฟ้องศาลปกครอง คำสั่งบัตรเลือกตั้ง กกต ไม่ชอบกฎหมาย

เหตุผลหลักที่นำไปสู่การยื่นฟ้องครั้งนี้มาจากระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 ซึ่งให้อำนาจ กกต. ออกคำสั่งในการออกแบบและใช้บัตรเลือกตั้ง แต่คำสั่งดังกล่าวกลับมีบาร์โค้ดหรือ QR Code ที่เชื่อมโยงข้อมูลได้ ทำให้ละเมิดหลักการเลือกตั้งที่ต้องเป็นความลับตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 และกฎหมายการเลือกตั้ง นายนรเศรษฐ์ชี้แจงว่าหากศาลวินิจฉัยว่าคำสั่งไม่ชอบกฎหมาย การใช้บัตรเลือกตั้งดังกล่าวในการเลือกตั้งทั้งหมดก็จะตกเป็นโมฆะ ส่งผลให้ต้องเลือกตั้งใหม่ และห้ามใช้บัตรแบบเดิมที่สืบค้นได้

เหตุผลที่คำสั่ง กกต. ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

  • ละเมิดความลับการเลือกตั้ง: QR Code หรือบาร์โค้ดช่วยสืบย้อนไปยังต้นขั้วบัตรและชื่อผู้มีสิทธิ ทำให้ทราบว่าผู้ใดเลือกใคร ซึ่งขัดเจนต่อรัฐธรรมนูญ
  • เป็นคำสั่งทางปกครอง: อยู่ในอำนาจศาลปกครองกลางพิจารณา ไม่ใช่เรื่องรัฐธรรมนูญโดยตรง
  • ขอคุ้มครองชั่วคราว: ระงับการประกาศผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ เพื่อรอคำวินิจฉัย

ศาลปกครองกลางมีอำนาจไต่สวนข้อเท็จจริง โดยนายนรเศรษฐ์เตรียมพยานผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีเพื่อพิสูจน์ว่าบัตรเลือกตั้งทั้งสองแบบ (ที่มีและไม่มี QR Code) แบบใดที่เสี่ยงต่อการสืบข้อมูล หากศาลเห็นว่าหลักฐานเพียงพอ คำสั่งอาจออกมาเร็ว

อ้างอิงคำพิพากษาศาลปี 2549 สนับสนุนกรณีนี้

กรณีนรเศรษฐ์ ฟ้องศาลปกครอง คำสั่งบัตรเลือกตั้ง กกต ไม่ชอบกฎหมายยึดหลักคำพิพากษาศาลปกครองกลาง คดีหมายเลขแดง 607-608/2549 ที่วินิจฉัยว่า หากการลงคะแนนสามารถคาดเดาได้ง่ายว่าผู้ลงคะแนนเลือกใคร การเลือกตั้งนั้นไม่เป็นความลับ เช่นเดียวกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 9/2549 ที่ระบุชัด เพียงแค่อยู่ในวิสัยที่ล่วงรู้ได้ ก็ขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ ทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานว่ามีคนล่วงรู้จริง เพียงความเป็นไปได้ก็พอ

ประเด็นนี้เคยเกิดขึ้นในอดีต ทำให้ กกต. ต้องปรับปรุงบัตรเลือกตั้งเพื่อรักษาความลับ ปัจจุบันการเพิ่มเทคโนโลยีอย่าง QR Code เพื่อป้องกันการปลอมแปลง กลับถูกท้าทายว่าอาจสร้างช่องโหว่ใหม่ นำไปสู่ข้อสงสัยในความโปร่งใสของระบบเลือกตั้งไทย ซึ่งเป็นหัวใจของประชาธิปไตย การฟ้องร้องครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่เป็นการปกป้องสิทธิพื้นฐานของประชาชนในการเลือกตั้งอย่างอิสระและลับ

นอกจากนี้ ยังมีผลกระทบกว้างขวาง หากศาลรับคำร้อง อาจต้องเลื่อนประกาศผลเลือกตั้ง สร้างความล่าช้าในการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ สะท้อนปัญหาการเตรียมความพร้อมของ กกต. ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีช่วยได้แต่ต้องไม่ละเมิดสิทธิ

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหากศาลวินิจฉัย

  • สั่งยกเลิกคำสั่ง กกต. และห้ามใช้บัตรเลือกตั้งเดิม
  • ต้องเลือกตั้งใหม่ในเขตที่เกี่ยวข้อง
  • เสริมสร้างมาตรฐานความลับการเลือกตั้งในอนาคต

กรณีนี้เป็นบทเรียนสำคัญให้หน่วยงานรัฐต้องถ่วงดุลระหว่างเทคโนโลยีกับสิทธิพลเมือง คุณผู้อ่านล่ะคิดเห็นอย่างไร หากบัตรเลือกตั้งมี QR Code จริงๆ จะยอมรับได้หรือไม่ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในระบบเลือกตั้งไทยแค่ไหน

สรุปแล้ว นรเศรษฐ์ ฟ้องศาลปกครอง คำสั่งบัตรเลือกตั้ง กกต ไม่ชอบกฎหมาย เป็นการต่อสู้เพื่อรักษาหลักประชาธิปไตยที่แท้จริง ติดตามพัฒนาการคดีนี้กับเรา และแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองกันครับ!

ที่มา – “นรเศรษฐ์” ฟ้องศาลปกครองกลาง คำสั่งให้ออกแบบ-ใช้บัตรเลือกตั้งของ กกต. ไม่ชอบด้วย กม.

สว.สำรอง ร้องศาลปกครองสูงสุด เอาผิด กกต. ปมบาร์โค้ด

สวัสดีครับทุกคน วันนี้เรามีเรื่องราวร้อนๆ ในแวดวงการเมืองมาอัปเดตกันนะครับ โดยเฉพาะประเด็นที่กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างมาก นั่นคือ สว.สำรอง ร้องศาลปกครองสูงสุด เอาผิด กกต. ปมบาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ซึ่งอาจนำไปสู่การสั่งให้ผลการเลือกตั้งเป็นโมฆะและต้องจัดใหม่ทั้งหมด! เรื่องนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความโปร่งใสในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด มาดูรายละเอียดกันเลยครับ

สว.สำรอง ร้องศาลปกครองสูงสุด เอาผิด กกต. ปมบาร์โค้ด

ผู้ที่ยื่นฟ้องคือ นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สมาชิกวุฒิสภา (สว.) บัญชีสำรอง เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 โดยยื่นผ่านระบบงานคดีปกครองอิเล็กทรอนิกส์ต่อศาลปกครองสูงสุด ฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สำนักงาน กกต. และเลขาธิการ กกต. ในข้อหากระทำผิดต่อหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้ง กรณีพิมพ์รหัสบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดลงบนบัตรเลือกตั้งส.ส. ทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ในวันที่ 1 และ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งขัดแย้งกับหลักการลงคะแนนลับและรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

นายอัครวัฒน์ยืนยันว่าการกระทำนี้สร้างความเสียหายร้ายแรงต่อประชาธิปไตย และขอให้ศาลมีคำสั่งดังนี้

  • ประกาศให้บัตรเลือกตั้งทั้งหมดในรอบดังกล่าวเป็นบัตรเสีย ไม่นับคะแนน
  • สั่งให้ กกต. เผาหรือทำลายบัตรเลือกตั้งโดยเปิดเผยต่อสาธารณะ
  • ลงโทษ กกต. และผู้เกี่ยวข้องตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. 2561 ด้วยโทษจำคุกและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
  • สั่งให้ผู้ถูกฟ้องชดใช้ค่าเสียหายจากการจัดการเลือกตั้งใหม่ทั้งหมด
  • สั่งหยุดรับรองผลเลือกตั้งชั่วคราว จนกว่าจะมีคำพิพากษา
  • เร่งพิจารณาคดีให้เสร็จก่อนประกาศรับรองผลอย่างเป็นทางการ

ทำไมบาร์โค้ดและ QR Code บนบัตรเลือกตั้งถึงเป็นปัญหาใหญ่?

หลายคนอาจสงสัยว่าบาร์โค้ดนี่มันแค่รหัสอะไร ทำไมถึงวุ่นวายขนาดนี้? คำตอบคือ มันละเมิดหลักการสำคัญของการเลือกตั้ง คือ “การลงคะแนนลับ” ครับ ถ้ามีบาร์โค้ดหรือ QR Code อยู่บนบัตร กรรมการรับรองผลหรือหัวคะแนนสามารถสแกนเพื่อติดตามได้ว่าบัตรใบนั้นลงคะแนนให้ใคร สร้างความหวาดกลัวให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการซื้อสิทธิ์-ขายเสียง หากถ่ายรูปบัตรตอนนับคะแนน ก็ตรวจย้อนหลังได้ง่ายๆ นำไปสู่การคุกคามชีวิตหรือเอื้อประโยชน์พวกทุจริต!

ยิ่งไปกว่านั้น กกต. เคยชี้แจงเมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ว่าทำเพื่อป้องกันบัตรปลอมและรักษาความปลอดภัย แต่คำถามคือ ทำไมตอนทำประชามติกลับไม่มีบาร์โค้ดเลยล่ะครับ? มันดูเจาะจงเฉพาะเลือกตั้งส.ส. สะท้อนเจตนาที่น่าสงสัยมากๆ นายอัครวัฒน์มองว่านี่คือข้ออ้างฟังไม่ขึ้น และเป็นการทุจริตชัดๆ

ผลกระทบหากศาลรับคำร้อง

ถ้าศาลสั่งให้ผลเลือกตั้งโมฆะจริง ประเทศไทยอาจต้องจัดเลือกตั้งส.ส.ใหม่ทั้งประเทศ สร้างความล่าช้าให้กระบวนการทางการเมือง แต่ในทางกลับกัน มันจะเป็นการยืนยันความสำคัญของความโปร่งใสและความยุติธรรมครับ การเลือกตั้งคือหัวใจของประชาธิปไตย ถ้าบัตรไม่ลับ ประชาชนจะกล้าลงคะแนนตามใจตัวเองจริงๆ เหรอ? เรื่องนี้ยังมีแง่มุมอื่นๆ เช่น ระบบเทคโนโลยีในการเลือกตั้งที่ควรพัฒนาอย่างไรให้ปลอดภัยโดยไม่ละเมิดสิทธิ หรือบทบาทของศาลปกครองในการตรวจสอบหน่วยงานรัฐ

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา การเลือกตั้งไทยมักมีปัญหาเรื่องทุจริตเสมอ ไม่ว่าจะบัตรอุ้มน้ำหรือการซื้อเสียง ครั้งนี้เรื่องบาร์โค้ดอาจเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ กกต. ต้องปรับปรุงระบบให้ดีขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย

ส่วนตัวผมคิดว่าประชาชนควรติดตามคดีนี้ใกล้ชิด เพราะมันกระทบสิทธิของเราทุกคน ถ้าคุณเห็นด้วยหรือมีมุมมองอื่นๆ ลองคอมเมนต์มาบอกกันหน่อยนะครับ ว่าควรทำยังไงให้การเลือกตั้งไทยโปร่งใสยิ่งขึ้น? หรือคุณกลัวเรื่องนี้จริงๆ มั้ย?

ที่มา – สว.สำรอง ร้องศาลปกครองสูงสุด เอาผิด กกต. ปมบาร์โค้ด ขอมีคำสั่งให้ผลเลือกตั้งโมฆะ

“เท้ง” หวั่นข้อมูลลงคะแนนรั่วไหล จี้กกต.ทำลายบัตร

“เท้ง” หวั่นข้อมูลลงคะแนนประชาชนรั่วไหล จี้ กกต. เร่งทำลายบัตร จัดเลือกตั้งใหม่เร็วที่สุด เป็นประเด็นร้อนที่กำลังถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในแวดวงการเมืองไทย หลังจากนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เท้ง” หัวหน้าพรรคประชาชน ออกมาแสดงความกังวลต่อช่องโหว่ในระบบเลือกตั้งปี 2569 ที่อาจทำให้ข้อมูลการลงคะแนนของประชาชนถูกเปิดเผยได้ง่ายดาย

“เท้ง” หวั่นข้อมูลลงคะแนนประชาชนรั่วไหล จี้ กกต. เร่งทำลายบัตร จัดเลือกตั้งใหม่เร็วที่สุด

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 โดยเท้งได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ White Hacker หรือแฮกเกอร์สายขาว ได้ออกมาเปิดเผยช่องโหว่ในระบบของหน่วยงานรัฐ ซึ่งแม้จะมีการแก้ไขแล้ว แต่ข้อมูลสำคัญอย่างรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ลำดับบัญชี และบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ได้รั่วไหลออกสู่สาธารณะไปก่อนหน้านั้น ข้อมูลเหล่านี้เมื่อนำมารวมกัน สามารถระบุได้ว่าประชาชนแต่ละคนลงคะแนนให้พรรคหรือผู้สมัครคนใด ทำให้กระบวนการเลือกตั้งที่ควรจะ “โดยตรงและลับ” ถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง

เท้งชี้ให้เห็นว่าภาพถ่ายบัตรเลือกตั้งที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ชูขึ้นมาให้ดู รวมกับภาพต้นขั้วและบาร์โค้ดที่เผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย ทำให้เกิดข้อมูลครบ 3 ส่วนที่สามารถเชื่อมโยงกันได้ เพียงเคสเดียวก็พอพิสูจน์แล้วว่าระบบนี้ไม่ปลอดภัย 100% มีบุคคลหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เช่น กปน. สื่อมวลชน และผู้สังเกตการณ์ ทำให้ความเสี่ยงสูงมาก

ความเสี่ยงจากการรั่วไหลของข้อมูลลงคะแนน

หากข้อมูลลงคะแนนประชาชนรั่วไหลจริง จะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสิทธิเสรีภาพในการเลือกตั้งของประชาชน ผู้ลงคะแนนอาจถูกข่มขู่หรือกดดันจากกลุ่มอิทธิพลต่างๆ นอกจากนี้ ยังอาจนำไปสู่การทุจริตเลือกตั้งในอนาคต เพราะระบบไม่สามารถรับประกันความลับได้อีกต่อไป เท้งย้ำว่าความผิดพลาดนี้อาจเกิดจากประมาทหรือตั้งใจออกแบบระบบให้ย้อนกลับได้ ซึ่งไม่ว่าจะกรณีใดก็เป็นเรื่องน่าอับอายสำหรับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

  • ข้อมูลผู้ใช้สิทธิและลำดับรายชื่อรั่วไหลจากแฮกเกอร์
  • บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งปรากฏในภาพถ่ายสาธารณะ
  • ภาพต้นขั้วจากหน่วยเลือกตั้งที่ถูกถ่ายและเผยแพร่
  • เมื่อรวมกัน สามารถระบุการลงคะแนนของบุคคลได้ทันที

พรรคประชาชนได้ดำเนินการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดแล้ว โดยยื่นคำร้องคดีอาญาตามมาตรา 157 (การใช้อำนาจในทางมิชอบ) และมาตรา 172 (การละเลยต่อหน้าที่) เพื่อให้เกิดความยุติธรรม

ข้อเรียกร้องจากเท้งต่อกกต.

เท้งจี้ให้กกต. ยอมรับข้อผิดพลาดทันที โดยไม่ต้องรอคำสั่งศาลที่อาจนานนับเดือน เพราะยิ่งช้า ความเสี่ยงยิ่งสูง เช่น เจ้าหน้าที่อาจเข้าถึงหีบเลือกตั้งเพื่อดึงข้อมูลเพิ่ม แนวทางแก้ไขที่เสนอคือ เร่งสั่งทำลายบัตรเลือกตั้งทั้งหมด และจัดเลือกตั้งใหม่โดยเร็วที่สุด เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นในระบบประชาธิปไตย

ประเด็นนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่สะท้อนถึงความอ่อนแอของระบบการเมืองไทยที่ควรได้รับการปฏิรูประดับโครงสร้าง นักการเมืองและประชาชนต้องร่วมมือกันกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง มิเช่นนั้น ความไว้วางใจในกกต. และการเลือกตั้งจะยิ่งเสื่อมถอย

ในมุมมองของผู้เขียน การรักษาความลับในการลงคะแนนคือหัวใจของประชาธิปไตย หากระบบล้มเหลว ประชาชนจะกล้าออกเสียงตามใจจริงหรือไม่? นี่คือโอกาสให้กกต. แสดงความรับผิดชอบและสร้างมาตรฐานใหม่

คุณคิดอย่างไรกับประเด็น “เท้ง” หวั่นข้อมูลลงคะแนนประชาชนรั่วไหล จี้ กกต. เร่งทำลายบัตร จัดเลือกตั้งใหม่เร็วที่สุด? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลแพร่กระจายสู่สาธารณะ ติดตามบล็อกของเราเพื่ออัพเดทข่าวการเมืองล่าสุด!

ที่มา – “เท้ง” หวั่นข้อมูลลงคะแนนประชาชนรั่วไหล จี้ กกต. เร่งทำลายบัตร จัดเลือกตั้งใหม่เร็วที่สุด

กกต. สั่งเลือกตั้งใหม่ 3 หน่วย กทม.-น่าน-อุดรฯ 22 ก.พ.

หลังจากการเลือกตั้ง สส. และประชามติที่ผ่านมา มีประเด็น争议หลายพื้นที่ ล่าสุด กกต. สั่งเลือกตั้งใหม่ 3 หน่วยใน กทม.-น่าน-อุดรฯ 22 ก.พ. ส่วนปทุมฯ ให้นับคะแนนใหม่ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรมตามกฎหมาย วันนี้เราจะมาสรุปเหตุการณ์และรายละเอียดทั้งหมดให้ฟังแบบชัดเจน

กกต. สั่งเลือกตั้งใหม่ 3 หน่วยใน กทม.-น่าน-อุดรฯ 22 ก.พ. ส่วนปทุมฯ ให้นับคะแนนใหม่

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. พร้อมทีมงานแถลงข่าวที่สำนักงาน กกต. โดยยืนยันว่าจะเปิดเผยทุกประเด็น ไม่ปิดบัง และตอบคำถามทุกข้อ เพราะ กกต. ทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายอย่างเคร่งครัด

กรณีกรุงเทพมหานคร: หน่วยที่ 9 เขต 15 คันนายาว

เกิดจากฝนตกหนักและพายุ ทำให้บัตรเลือกตั้งชำรุด กกต. ตรวจสอบแล้วสั่งเลือกตั้งใหม่ทั้ง สส. แบ่งเขต บัญชีรายชื่อ และประชามติ วันที่ 22 ก.พ. 2569 ตามมาตรา 121 พ.ร.ป.เลือกตั้ง สส.

กรณีจังหวัดน่าน: หน่วยที่ 3 เขต 1 อ.เมืองน่าน

กปน. ฉีกบัตรคร่อมหมายเลขผู้สมัคร ทำให้ไม่สามารถนับคะแนนได้ กกต. สั่งเลือกตั้งใหม่เฉพาะ สส. แบ่งเขต วันที่ 22 ก.พ. และเปลี่ยนกรรมการชุดใหม่ตามมาตรา 21 พ.ร.ป.

ส่วนอุดรธานี หน่วยที่ 4 เขต 6 อ.ไชยวาน พบบัตรฉีกคร่อมหมายเลขพรรค สั่งเลือกตั้งใหม่เฉพาะ สส. บัญชีรายชื่อ วันที่เดียวกัน และเปลี่ยนกรรมการเช่นกัน

  • กทม. (คันนายาว): เลือกตั้งใหม่ทั้งหมด เนื่องจากภัยธรรมชาติ
  • น่าน (เมืองน่าน): เฉพาะ สส. เขต จากบัตรชำรุด
  • อุดรธานี (ไชยวาน): เฉพาะ สส. บัญชีรายชื่อ จากบัตรฉีกคร่อม

สำหรับปทุมธานี เขต 7 ที่ มทร.ธัญบุรี มีการประท้วงนับคะแนนไม่ชัดเจน กกต. สั่งนับคะแนนใหม่ตามมาตรา 124 แต่ผลไม่เปลี่ยนแปลง

กรณีมหาสารคาม เขต 1 ป้ายรวมคะแนนคลาดเคลื่อน แต่ตรวจสอบแล้วแก้ไขได้ ไม่ต้องนับใหม่ เพราะไม่กระทบสุจริตภาพ

ชลบุรี เขต 1 มีคำร้อง 10 ราย แต่สอบสวนแล้วไม่พบผิดปกติ เช่น ไฟดับไม่กระทบการนับคะแนน ผู้มาแสดงตนตรงบัตร และนับถูกต้องทั้ง 160 หน่วย ไม่สั่งนับใหม่

ประธาน กกต. ย้ำว่า ทุกกรณีตรวจสอบละเอียด ใช้เวลา 4-5 ชั่วโมงต่อเคส ชั่งน้ำหนักพยานทั้งสองฝ่าย เหมือนเขียนคำพิพากษา เพื่อรักษาความเชื่อมั่น

กกต. สั่งเลือกตั้งใหม่ 3 หน่วยใน กทม.-น่าน-อุดรฯ 22 ก.พ. ส่วนปทุมฯ ให้นับคะแนนใหม่ แสดงถึงความรวดเร็วและโปร่งใสในการแก้ปัญหา แม้บางพื้นที่ไม่ต้องเปลี่ยน แต่ยืนยันตรวจทุกมิติ ไม่นิ่งนอนใจ

การดำเนินการนี้ช่วยเสริมความศรัทธาในระบบเลือกตั้งไทย หากคุณมีประเด็นสงสัยหรืออยากติดตามผลเลือกตั้งใหม่ สามารถเช็คเว็บ กกต. หรือแสดงความเห็นในคอมเมนต์ได้เลย!

นอกจากนี้ การเปลี่ยนกรรมการในน่านและอุดรฯ เป็นมาตรการป้องกันปัญหาซ้ำ ช่วยให้การเลือกตั้งรอบใหม่ราบรื่นยิ่งขึ้น ผู้มีสิทธิ์ในพื้นที่เหล่านี้เตรียมตัวให้พร้อมนะครับ วันที่ 22 ก.พ. นี้สำคัญมาก

สรุปแล้ว มติ กกต. ครอบคลุมทุกประเด็นร้องเรียน ไม่ปล่อยให้ข้อสงสัยค้างคา สะท้อนความรับผิดชอบสูง

ที่มา – กกต. สั่งเลือกตั้งใหม่ 3 หน่วยใน กทม.-น่าน-อุดรฯ 22 ก.พ. ส่วนปทุมฯ ให้นับคะแนนใหม่

ปชน. จี้ กกต. นับคะแนนใหม่ในเขตที่มีพิรุธ 18 เขต

สวัสดีครับทุกท่านที่ติดตามข่าวการเมืองร้อนๆ ล่าสุดนี้ ปชน. จี้ กกต. นับคะแนนใหม่ในเขตที่มีพิรุธ รวม 18 เขต ขู่เอาผิด ม.157 กันเลยทีเดียว พรรคประชาชนไม่ยอมแพ้ต่อความไม่โปร่งใสในการเลือกตั้งครั้งนี้ แถลงข่าวเรียกร้องให้ กกต. เปิดเผยผลคะแนนรายหน่วยทั่วประเทศ และนับคะแนนใหม่ในพื้นที่ต้องสงสัย เพื่อให้การเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรมอย่างแท้จริง

ปชน. จี้ กกต. นับคะแนนใหม่ในเขตที่มีพิรุธ รวม 18 เขต ขู่เอาผิด ม.157

เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2567 ที่ทำการพรรคประชาชน อาคารอนาคตใหม่ นายธีระ สุธีวรางกูร และนายกิตติชัย เตชะกุลวณิชย์ ว่าที่ ส.ส. บัญชีรายชื่อ ร่วมแถลงข่าวเรื่องนี้ โดยพรรคยื่นข้อเรียกร้อง 3 ประการหลักๆ เลยครับ

ข้อเรียกร้องสำคัญ 3 ข้อจากพรรคประชาชน

  • เปิดเผยผลคะแนนรายหน่วย: ขอให้ กกต. สั่งกกต.จังหวัด เปิดข้อมูลผลนับคะแนนหน้าหน่วยเลือกตั้งทางเว็บไซต์ทันที ผู้สมัคร ส.ส. 400 เขต และประชาชนกำลังจับตาอย่างใกล้ชิด
  • นับคะแนนใหม่ใน 18 เขตที่มีพิรุธ: ยื่นหนังสือแล้วในเขต เช่น ขอนแก่น เขต 3, ลำปาง เขต 2, สุราษฎร์ธานี เขต 1, ชลบุรี เขต 1, มหาสารคาม เขต 1, นครราชสีมา เขต 13, ชัยนาท เขต 1, สมุทรปราการ เขต 6, ตาก เขต 1, สระบุรี เขต 1 และเพิ่มอีก 8 เขต เช่น เชียงใหม่ เขต 6, เชียงราย เขต 6, นครราชสีมา เขต 2, สุพรรณบุรีทั้ง 5 เขต พรรคยังเตรียมยื่นเพิ่มในเขตอื่นๆ ที่พบความผิดปกติ
  • เปิดระบบรับเรื่องร้องเรียน: เปิดเว็บไซต์ Vote69 ให้ประชาชนแจ้งเบาะแสการซื้อสิทธิขายเสียง หรือเจ้าหน้าที่ปฏิบัติผิด สามารถติดตามสถานะได้ด้วย

นายกิตติชัย เน้นย้ำว่าทุกคนกำลังรอผลที่โปร่งใส ส่วนนายธีระ ชี้หลักฐานชัดเจนว่ามีการเลือกตั้งไม่สุจริต เช่น ในชลบุรี เขต 1 ไฟดับแต่พัดลมยังทำงาน หีบบัตรไม่มีสายรัด ใบผลคะแนนทิ้งขยะ กกต.ชลบุรีกำลังรวบรวมข้อเท็จจริง 2 วัน พรรคยืนยันจะจับตาไม่ให้หีบถูกเคลื่อนย้าย

นอกจากนี้ ยังเปิดคลิปวิดีโอในอยุธยา เขต 2 แสดงการซื้อเสียงชัดๆ จะส่งให้ กกต. พิจารณาเลือกตั้งใหม่และระงับสิทธิผู้กระทำผิด พรรคย้ำว่าไม่ใช่ยอมแพ้ไม่ได้ แต่เพื่อให้ได้ ส.ส. ที่มาจากคะแนนสะอาด ไม่ใช่รัฐบาลที่มาจากวิธีสกปรก

พรรคขู่หาก กกต. ละเลยหน้าที่ จะดำเนินคดีมาตรา 157 ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เรียกร้องให้ กกต. ทำหน้าที่ตรงไปตรงมา

การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนว่าประชาชนและพรรคการเมืองกำลังทวงคืนประชาธิปไตยที่แท้จริง ในยุคที่เทคโนโลยีช่วยตรวจสอบได้ง่ายขึ้น ทุกเสียงมีค่า อย่าปล่อยให้การเลือกตั้งบิดเบี้ยว

คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้? หากพบพิรุธในเขตเลือกตั้งของคุณ รีบแจ้งที่ Vote69 กันเถอะ เพื่ออนาคตที่โปร่งใสยิ่งขึ้น!

ที่มา – ปชน. จี้ กกต. นับคะแนนใหม่ในเขตที่มีพิรุธ รวม 18 เขต ขู่เอาผิด ม.157

กกต. พร้อม! จัดออกเสียงประชามติ-เลือกตั้งใหญ่

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยืนยันความพร้อมในการจัดออกเสียงประชามติ-เลือกตั้งใหญ่ก็พร้อม หลังพรรคการเมืองส่งสัญญาณเตรียมจัดประชามติครั้งแรกในช่วงปลายเดือนมกราคม 2569

นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เปิดเผยเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2568 ว่า จากการประชุมของ 3 พรรคการเมืองหลักที่มีมติเร่งส่งร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อจัดทำประชามติภายในเดือนมกราคมนั้น ทางสำนักงาน กกต. ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ที่เข้าร่วมประชุมแล้ว และขอยืนยันว่าสำนักงานมีความพร้อมในการดำเนินการ ไม่ได้มีข้อติดขัดใดๆ ทั้งสิ้น

กกต. พร้อม! จัดออกเสียงประชามติ-เลือกตั้งใหญ่

เมื่อถูกถามถึงความพร้อมในการจัดการเลือกตั้ง ส.ส. หากมีการยุบสภาในช่วงเวลาใกล้เคียง นายแสวงกล่าวว่า ต้องพิจารณาแผนประชามติของฝ่ายการเมืองก่อน ซึ่งขณะนี้ยังไม่เห็นแผนดังกล่าว จึงยังไม่สามารถให้ความเห็นได้ แต่โดยหลักการแล้ว รัฐบาลจะต้องปรึกษาหารือกับ กกต. ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะประกาศวันยุบสภา

“ตอนนี้เรายังไม่เห็นอะไรเลย แล้วจะให้พูดไปก่อนคงไม่ได้ แต่ถ้าในเรื่องของความพร้อม เราก็บอกว่าเราพร้อม” นายแสวงกล่าว

เมื่อถามว่าต้องกำหนดวันยุบสภาไว้ก่อนหรือไม่ นายแสวงตอบว่า ไม่สามารถตอบแทนผู้อื่นได้ แต่ในส่วนของ กกต. นั้นมีความพร้อมสำหรับการออกเสียงประชามติ-เลือกตั้งใหญ่ก็พร้อม

ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการจัดการเลือกตั้ง

แม้ว่า กกต. จะยืนยันความพร้อมในการจัดการเลือกตั้ง แต่ก็มีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องพิจารณาเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างราบรื่นและโปร่งใส ปัจจัยเหล่านี้รวมถึง:

  • ความชัดเจนของกฎหมายและระเบียบการเลือกตั้ง
  • การมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบการเลือกตั้ง
  • การรณรงค์หาเสียงที่เป็นไปอย่างเสรีและเป็นธรรม
  • การรักษาความสงบเรียบร้อยในช่วงการเลือกตั้ง

นอกจากนี้ การใช้เทคโนโลยีในการจัดการเลือกตั้งก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสในการเลือกตั้งได้ เช่น การใช้ระบบลงทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้งออนไลน์ การใช้เครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ และการเผยแพร่ผลการเลือกตั้งอย่างรวดเร็วและถูกต้อง

อย่างไรก็ตาม การใช้เทคโนโลยีในการเลือกตั้งก็ต้องมาพร้อมกับการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและการป้องกันการทุจริต เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผลการเลือกตั้งที่ออกมานั้นสะท้อนเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง

ดังนั้น การเตรียมความพร้อมสำหรับการออกเสียงประชามติ-เลือกตั้งใหญ่ก็พร้อมจึงไม่ใช่แค่เรื่องของ กกต. เท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนในสังคมต้องร่วมมือกันเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างราบรื่น โปร่งใส และเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย

การเลือกตั้งที่โปร่งใสและเป็นธรรมเป็นรากฐานสำคัญของระบอบประชาธิปไตย การที่ กกต. ยืนยันความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งจึงเป็นสัญญาณที่ดี แต่การที่จะทำให้การเลือกตั้งประสบความสำเร็จได้นั้น ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ตั้งแต่พรรคการเมือง ผู้สมัคร ประชาชน และสื่อมวลชน

ที่มา – กกต. ไม่ติดขัด พร้อมจัดออกเสียงประชามติ-เลือกตั้งใหญ่ก็พร้อม

Scroll to top