เศรษฐกิจท้องถิ่น

เตรียมงานพืชสวนโลก จ.อุดรธานี คืบหน้ากว่า 71%

อัปเดตความคืบหน้าการเตรียมงานมหกรรมพืชสวนโลก จ.อุดรธานี ที่กำลังมาแรงในขณะนี้! งานนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึง 14 มีนาคม 2570 รวมระยะเวลา 134 วัน โดยล่าสุดการพัฒนาและก่อสร้างพื้นที่จัดงานคืบหน้ากว่า 71% แล้ว คาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาลกว่า 32,000 ล้านบาท เลยทีเดียว นี่คือโอกาสทองสำหรับภาคอีสานและประเทศไทยในการยกระดับสู่เวทีโลก

เตรียมงานพืชสวนโลก จ.อุดรธานี คืบหน้ากว่า 71% คาดเงินสะพัด 32,000 ล้าน

เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (ทีเส็บ) ร่วมกับกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และจังหวัดอุดรธานี จัดงานแถลงข่าวสุดยิ่งใหญ่ เพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในอุตสาหกรรม MICE (ประชุม สัมมนา จัดแสดงสินค้า และนิทรรศการ) งานนี้ไม่ใช่แค่งานแสดงพืชสวนธรรมดา แต่เป็นเวทีระดับนานาชาติที่นำเสนอศักยภาพของอุดรธานีในทุกมิติ ทั้งการท่องเที่ยว การค้า และเศรษฐกิจชุมชน

ภายในงานแถลง มีการเปิดตัวพันธมิตรภาคเอกชนชั้นนำ เช่น สายการบิน โรงแรม บริษัททัวร์ และแพลตฟอร์มท่องเที่ยว พร้อมเสวนาจากสมาคมต่างๆ เช่น สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (TEATA) สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศ (สทน.) สมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (TICA) และสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) ทุกฝ่ายร่วมกันนำเสนอแพ็กเกจท่องเที่ยวครบวงจร เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้มาเยือน และกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น

แพ็กเกจท่องเที่ยวสุดฮิตสำหรับพืชสวนโลกอุดรธานี

ไฮไลต์สำคัญคือการเปิดตัวชุดแพ็กเกจบูรณาการภายใต้ชื่อ “พืชสวนโลกอุดรธานี ประตูสู่โลกใบใหม่” ที่ผนึกกำลังจากเครือข่ายท่องเที่ยวและ MICE ทั่วประเทศ ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ ครอบครัว กลุ่มธุรกิจ ไปจนถึงนักเดินทางต่างชาติ ลอง来看แพ็กเกจเด็ดๆ ดังนี้:

  • สัมผัสอีสานสีเขียว (Green Wonder Journey) โดย TEATA – ทริปธรรมชาติสุดเขียว ชมสวนพฤกษศาสตร์และกิจกรรมอนุรักษ์
  • อีสานรอบด้าน (Udon Plus Circle) โดย สทน. – เที่ยวรอบอุดรธานีแบบครบรส อาหารพื้นเมืองและวัฒนธรรม
  • ประชุมโลก มาที่อุดร (Meet the World at Udon) โดย TICA – แพ็กเกจสำหรับนักธุรกิจ MICE เชื่อมโยงการประชุมกับงาน expo
  • เดินทางสบาย ไปพืชสวนโลก (Easy Ride to the Expo) โดย บขส. – ขนส่งสะดวก รถบัส VIP ตรงสู่พื้นที่จัดงาน

นางศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการทีเส็บ กล่าวว่า ทีเส็บมีบทบาทสำคัญตั้งแต่ช่วยประมูลเจ้าภาพ ประสาน AIPH (สหพันธ์พืชสวนโลก) และสนับสนุนการตรวจประเมิน โดยมุ่งสร้าง ecosystem รองรับงานครบวงจร เชื่อมโยงสายการบิน โรงแรม และทัวร์ เพื่อแพ็กเกจไร้รอยต่อ ยกระดับไทยสู่ MICE Destination ระดับโลก

นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เผยว่า จังหวัดเตรียมพร้อมทุกมิติ ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน คมนาคม ที่พัก และบุคลากร เพื่อเป็นเจ้าบ้านที่ดี สร้างความประทับใจให้ผู้เข้าร่วมจากทั่วโลก

นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ระบุว่า การก่อสร้างพื้นที่จัดงานคืบหน้ากว่า 71% แล้ว รวมถึงสวนประเทศ (International Gardens) และสวนองค์กร (Corporate Gardens) ที่สะท้อนอัตลักษณ์ไทยและความหลากหลายชีวภาพ

การผนึกกำลังครั้งนี้ไม่เพียงสร้างรายได้ระยะสั้น แต่ยังทิ้งมรดกยั่งยืน เช่น โครงสร้างพื้นฐานใหม่ การพัฒนาทักษะบุคลากร และภาพลักษณ์อีสานที่เข้มแข็ง นี่คือก้าวสำคัญของเตรียมงานพืชสวนโลก จ.อุดรธานี คืบหน้ากว่า 71% คาดเงินสะพัด 32,000 ล้าน ที่จะเปลี่ยนอุดรธานีให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจอีสาน

หากคุณกำลังวางแผนท่องเที่ยวปีหน้า อย่าพลาดจองแพ็กเกจล่วงหน้าเพื่อรับโปรโมชั่นพิเศษ! มาร่วมสร้างประวัติศาสตร์ไปด้วยกัน สนับสนุนเศรษฐกิจไทยและสัมผัสความมหัศจรรย์ของพืชสวนโลกที่อุดรธานี

ที่มา – เตรียมงานพืชสวนโลก จ.อุดรธานี คืบหน้ากว่า 71% คาดเงินสะพัด 32,000 ล้าน

เปิดฉาก เทศกาลสีสันตะวันออก EEC ครั้งที่ 15

กลับมาอีกครั้งแล้วกับ เทศกาลสีสันตะวันออก EEC ครั้งที่ 15 งานใหญ่ที่รวบรวมอาหารเด็ด ของดีจากท้องถิ่นของ 3 จังหวัดชั้นนำในภาคตะวันออกอย่างชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ภายใต้แนวคิดสุดเจ๋ง “From Local Cuisine to Modern Culinary Fashion” หรือ “จากอาหารท้องถิ่น สู่อาหารแฟชั่นสุดทันสมัย” ที่ผสานรสชาติท้องถิ่นเข้ากับศิลปะ แฟชั่น และความบันเทิงแบบครบครัน

เทศกาลสีสันตะวันออก EEC ครั้งที่ 15 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-4 พฤษภาคม 2569 ณ ถนนเลียบชายหาดพัทยากลาง จังหวัดชลบุรี โดยสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชลบุรีเป็นผู้จัดงาน พิธีเปิดอย่างเป็นทางการมีนายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธาน สร้างความคึกคักให้กับนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการท้องถิ่นจำนวนมาก

เทศกาลสีสันตะวันออก EEC ครั้งที่ 15

เทศกาลสีสันตะวันออก EEC ครั้งที่ 15 ไฮไลท์เด็ดที่ห้ามพลาด

ไฮไลท์เปิดงานคือกระทะยักษ์สุดอลังการที่รวมวัตถุดิบเด่นจาก 3 จังหวัด ปรุงเป็นข้าวผัด EEC ชิมฟรี! พร้อมการแสดงศิลปวัฒนธรรมที่เล่าเรื่องราวอาหารท้องถิ่นผ่านดนตรีและการเคลื่อนไหวบนเวที

ภายในงานมีร้านอาหารและสินค้า OTOP กว่า 120 ร้าน คัดสรรคุณภาพ บรรยากาศ Night Festival ริมทะเลสุดชิลล์ มางานเดียวชิมครบ ซื้อของฝากกลับบ้านได้เลย

ชลบุรี: อาหารทะเลและตำนานรสชาติอ่าวไทย

  • ร้านสมชายไข่หมึก: ไข่หมึกทอดกรอบนุ่มหอม
  • ชุมชนตะเคียนเตี้ย: แกงไก่กะลาสูตรดั้งเดิมหายาก
  • ทะเลถังบางแสน: ทะเลถัง มาม่าไข่กุ้ง คอร์นชีส

ระยอง: รสเด็ดจากเมืองผลไม้

  • เตี๋ยวต้มยำโต้ตอมตั้น: สูตรต้นตำรับ น้ำซอสซื้อฝากได้
  • โชคหมูอบโอ่ง: หางหมู สามชั้นอบโอ่งกรอบนุ่ม
  • COCO LOVE: น้ำมะพร้าวปั่นสาคูหอมสด

ฉะเชิงเทรา: ของดีเมืองแปดริ้ว

  • บ้านสวนเมล่อน บ้านโพธิ์: Garno Sparkling Wine หอมเอกลักษณ์
  • ฟาร์มสุขสำราญ: มะม่วงสด น้ำมะม่วงปั่นหวานฉ่ำ
  • mAke On Farm: กุ้งก้ามกรามตัวโตเนื้อแน่น

พิเศษสุดกับ EEC Food Runway Contest ครั้งแรก! นำอาหารท้องถิ่นมาออกแบบเป็นชุดแฟชั่นสวมใส่ได้จริง บนรันเวย์ริมทะเลวันที่ 1 พ.ค.

สนุกต่อเนื่องกับมินิคอนเสิร์ต: YOURMOOD (1 พ.ค.), HERS (2 พ.ค.), ก้านตอง ทุ่งเงิน (3 พ.ค.), ปลานิลเต็มบ้าน (4 พ.ค.) พลัสโชว์มายากล เดอะแจ็คคอมเมดี้ ดนตรีสด กิจกรรมครอบครัว ถ่ายรูปคอนเทนต์ Food Runway

เวิร์กช็อปทำขนมควยลิง แจงลอน พวงมโหตรการบูร เพนต์ที่วางสบู่กะลา นำกลับบ้านได้ ส่งเสริมท่องเที่ยวยั่งยืน ลดพลาสติก คัดแยกขยะ โปรโมทไทยมีดี.com

เทศกาลสีสันตะวันออก EEC ครั้งที่ 15 ไม่ใช่แค่งานอาหาร แต่เป็นเวทีต่อยอดธุรกิจ สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น ลองไปสัมผัสเองแล้วคุณจะติดใจ!

รีบไปเลย! มางานนี้ชิมของดี ซื้อของฝาก สนุกสุดเหวี่ยงริมพัทยา วันที่ 1-4 พ.ค. 2569 รับรองไม่ผิดหวัง

ที่มา – เปิดฉาก “เทศกาลสีสันตะวันออก EEC” ครั้งที่ 15 แหล่งรวมอาหารเด็ด ของดีจากท้องถิ่น

Satun Halal Street 2026 ดันเมืองฮาลาลสู่สากล

สตูลกำลังจะคึกคักสุดๆ ด้วยงาน Satun Halal Street 2026 ครั้งที่ 7 ที่จัดใหญ่เพื่อดันเมืองอาหารฮาลาลของสตูลให้ก้าวสู่เวทีสากล เชื่อมโยงการท่องเที่ยวอาเซียน สร้างรายได้ให้ชุมชน และยกระดับคุณภาพชีวิตคนท้องถิ่น งานนี้ไม่ใช่แค่งานอาหาร แต่เป็นเวทีรวมพลังทุกภาคส่วนเพื่อโปรโมทท่องเที่ยวฮาลาลแบบครบวงจร ถ้าคุณกำลังมองหาปลายทางท่องเที่ยวที่ทั้งอร่อย สวยงาม และได้มาตรฐานฮาลาล ล่ะก็ สตูลคือคำตอบ!

Satun Halal Street 2026

งาน Satun Halal Street 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-3 พฤษภาคม 2569 ที่ลานศูนย์บริการนักท่องเที่ยว (สตูลจีโอปาร์คเกตเวย์) โดยมีนายคณิต คงช่วย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นประธานเปิดงาน ท่ามกลางผู้เข้าร่วมคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็นนายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายกอบจ.สตูล, Mr. Winardi H. Lucky กงสุลใหญ่สาธารณรัฐอินโดนีเซียประจำสงขลา, Mr. Shaiful Naszri Abdul Wahid ผู้แทนสถานทูตมาเลเซียประจำกรุงเทพฯ, ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต., รองประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสตูล รวมถึงส่วนราชการ เอกชน และประชาชนทั่วไป บรรยากาศคึกคักมาก!

ความร่วมมือครั้งนี้มาจากหลายหน่วยงานชั้นนำ เช่น อบจ.สตูล, ศอ.บต., ททท.สำนักงานสตูล, วิทยาลัยชุมชน, สถาบันฮาลาล ม.อ., สมาคมการค้าการท่องเที่ยวฮาลาลไทย-อาเซียน, ชมรมผู้ประกอบการอาหารฮาลาลสตูล และภาคีเครือข่าย โครงการนี้มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวฮาลาลอย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมหลายมิติ ทั้งขายอาหารฮาลาลแท้ๆ, แสดงศิลปวัฒนธรรม, อบรมความรู้ฮาลาล, และประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวสตูลให้ดังกระฉ่อน

Satun Halal Street 2026 เปิดงานคึกคัก

กิจกรรมเด็ดใน Satun Halal Street 2026

นอกจากร้านอาหารฮาลาลจากไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย แล้ว ยังมีเสวนาเรื่ององค์ความรู้ท่องเที่ยวฮาลาล, นิทรรศการ, เวิร์กช็อป, สาธิตเมนูอาหารอินโดนีเซียสุดแซ่บ, การแสดงแสงสีเสียง และศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นที่งดงาม ทุกอย่างออกแบบมาเพื่อให้ชุมชนได้โชว์ศักยภาพ สร้างความภูมิใจในอัตลักษณ์สตูล และดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งใน-ต่างประเทศ

  • เสวนาและนิทรรศการ: เรียนรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับฮาลาลท่องเที่ยว
  • เวิร์กช็อปและสาธิตอาหาร: ลองทำเมนูฮาลาลประจำชาติเพื่อนบ้าน
  • ร้านค้าฮาลาล: ชิมของอร่อยจาก 3 ประเทศ
  • การแสดง: แสงสีเสียงวัฒนธรรมอาเซียน
กิจกรรม Satun Halal Street 2026

ภาพจาก สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล

ตลาดท่องเที่ยวฮาลาลกำลังโตแบบก้าวกระโดดทั่วโลก โดยเฉพาะอาเซียน การพัฒนาสตูลให้เป็นเมืองฮาลาลมาตรฐานสากลจึงเป็นโอกาสทอง ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างรายได้ยั่งยืน และกระชับความสัมพันธ์ไทย-เพื่อนบ้าน งานนี้ไม่เพียงช่วยชุมชน แต่ยังเปิดตลาดใหม่ให้ผู้ประกอบการไทยได้บุกอาเซียน

ในมุมมองของผม Satun Halal Street 2026 คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนสตูลให้เป็นฮับอาหารฮาลาลชั้นนำ ถ้าคุณเป็นนักท่องเที่ยวฮาลาลหรืออยากลองประสบการณ์ใหม่ อย่าพลาดไปร่วมงานนี้เลย! วางแผนทริปสตูลตั้งแต่ตอนนี้ แล้วมาแชร์ประสบการณ์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างนะ

ที่มา – Satun Halal Street 2026 ดันเมืองอาหารฮาลาลสู่สากล เชื่อมโยงท่องเที่ยวอาเซียน

คึกคัก งานมะม่วงของดีอำเภอปากท่อ ดึงศิลปินดัง

บรรยากาศสุดคึกคักใน งานมะม่วงของดีอำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี ที่กำลังจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในช่วงนี้ ดึงดูดนักท่องเที่ยวและชาวบ้านนับพันคนมาร่วมสนุก โดยเฉพาะการแสดงของศิลปินชื่อดัง “บ่าววี” ที่ขึ้นเวทีสร้างสีสัน กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นให้คึกคักสุดๆ งานนี้ไม่ใช่แค่งานแสดง แต่ยังเป็นเวทีโปรโมทผลไม้คุณภาพอย่างมะม่วงปากท่อที่ขึ้นชื่อ

งานมะม่วงของดีอำเภอปากท่อ: ไฮไลต์เด็ดที่ห้ามพลาด

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2567 (แก้ไขจากเนื้อหาเดิม) งานมะม่วงของดีอำเภอปากท่อ เปิดตัวอย่างอบอุ่น โดยมีนายสามาตร เตี้ยเนตร นายอำเภอปากท่อ เป็นประธานจัดงาน มุ่งเน้นส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากและการท่องเที่ยวท้องถิ่น บรรยากาศเต็มไปด้วยแผงขายมะม่วงสดๆ หลากหลายสายพันธุ์ ของกินอร่อยๆ และสินค้าพื้นเมืองที่หาซื้อได้ที่นี่ที่เดียว

ไฮไลต์สำคัญคือคอนเสิร์ตของ “บ่าววี” ที่ทำให้เวทีเดือดพล่าน ผู้คนหลั่งไหลมาร่วมงานนับพัน เสียงเพลงดังกระหึ่ม รอยยิ้มและการเต้นรำไปด้วยกัน สร้างความสุขให้ทุกคนที่มาร่วม ทางอำเภอยังเชิญศิลปินและวงดนตรีดังผลัดเปลี่ยนขึ้นแสดงทุกคืน เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาไม่ขาดสาย

ประโยชน์จากงานมะม่วงของดีอำเภอปากท่อ ต่อเศรษฐกิจท้องถิ่น

งานนี้ช่วยกระจายรายได้สู่พ่อค้าแม่ค้าท้องถิ่นอย่างชัดเจน ยอดขายมะม่วงพุ่งสูง เงินสะพัดนับล้านบาท นอกจากนี้ยังผลักดันมะม่วงปากท่อให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง มะม่วงที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องหวาน หอม เนื้อแน่น สายพันธุ์เด่นอย่างอกรับช้าง น้ำดอกไม้ และแก้วมณี ล้วนคุณภาพส่งออกได้

  • โปรโมทผลไม้ท้องถิ่น: ชาวสวนมะม่วงได้โอกาสขายผลผลิตโดยตรง ลดช่องว่างกลาง
  • ดึงดูดนักท่องเที่ยว: ช่วงวันหยุดยาว คาดผู้เข้าร่วมทะลุล้านคน
  • สร้างความสามัคคีชุมชน: ทุกคนร่วมมือจัดงาน สร้างความภาคภูมิใจในท้องถิ่น
  • กระตุ้นเศรษฐกิจยั่งยืน: จากการท่องเที่ยวและค้าขายที่ต่อเนื่อง

ประชาชนที่มาร่วมต่างชื่นชมว่าจัดงานได้เรียบร้อย สะอาด สนุกสนาน งานจะจัดต่อเนื่องถึง 3 พฤษภาคม 2567 ใครที่กำลังหาที่เที่ยวใกล้กรุง อย่าลืม swing มาปากท่อนะ บรรยากาศชิลล์ๆ กินมะม่วงสดๆ ฟังเพลงเพราะๆ

นายอำเภอปากท่อย้ำว่า งานมะม่วงของดีอำเภอปากท่อ เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างรายได้และความสุขให้ชาวบ้านอย่างยั่งยืน หากคุณเป็นสายผลไม้หรือชอบงานเทศกาล งานนี้ตอบโจทย์ทุกอย่าง

เคล็ดลับสำหรับนักท่องเที่ยว: มาถึงแล้วลองชิมมะม่วงทุเรียนทอดกรอบ สินค้าขึ้นชื่ออีกอย่าง หรือซื้อมะม่วงกลับบ้านในราคาพิเศษ อย่าลืมเช็คโปรโมชั่นจากร้านค้า และเตรียมตัวให้พร้อมกับการจราจรที่อาจคับคั่งในวันหยุด

สรุปแล้ว งานนี้ไม่เพียงสร้างความบันเทิง แต่ยังเป็นเครื่องมือพัฒนาท้องถิ่นที่แท้จริง หากพลาดครั้งนี้ รอปีหน้าอาจไม่ทัน! มาเลย รับรองติดใจ

เรียกร้องให้คุณ: แชร์ประสบการณ์การไปงานนี้ในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือวางแผนทริปไปราชบุรีกันเถอะ!

ที่มา – คึกคัก “งานมะม่วงของดีอำเภอปากท่อ” ดึงศิลปินดังสร้างสีสัน กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

ทดสอบเส้นทางท่องเที่ยวบ้านหมี่ จ่อดัน One Day Trip

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวท่องเที่ยวสายชิลล์! วันนี้เรามีข่าวดีสำหรับคนที่กำลังมองหาเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ๆ แบบ One Day Trip ใกล้กรุงเทพฯ ไม่ไกลมาก แค่นั่งรถไฟหรือขับรถไปแป๊บเดียวก็ถึง นั่นคือ ทดสอบเส้นทางท่องเที่ยวบ้านหมี่ ในอำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี ที่กำลังจะถูกพัฒนาให้กลายเป็นจุดหมายฮอตฮิต สร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี คุณวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ได้นำทีมหัวหน้าส่วนราชการลงพื้นที่ทดสอบเส้นทางเชิงเกษตรและวัฒนธรรมไปเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2567 เรียกได้ว่าลุยเต็มที่เลยทีเดียว เพื่อดูศักยภาพและเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวให้เป็นเส้นทางเดียวกัน

ทดสอบเส้นทางท่องเที่ยวบ้านหมี่ จ่อดันเป็น One Day Trip สร้างรายได้ให้ชุมชน

การ ทดสอบเส้นทางท่องเที่ยวบ้านหมี่ ครั้งนี้เน้นการบูรณาการระหว่างเกษตร วัฒนธรรม และวิถีชีวิตชุมชน โดยมี 4 จุดเด็ดที่คณะผู้ว่าราชการได้ไปเยี่ยมชมและทดลองเดินทาง ซึ่งแต่ละจุดมีเสน่ห์เฉพาะตัว เหมาะสำหรับครอบครัว เพื่อนฝูง หรือคู่รักที่อยากได้ประสบการณ์ไม่ซ้ำใคร นักท่องเที่ยวสมัยนี้ไม่ได้อยากแค่ถ่ายรูปเฉยๆ แต่ต้องการลิ้มรสอาหารท้องถิ่น เรียนรู้วัฒนธรรม และสัมผัสชีวิตจริงของชาวบ้าน ซึ่งที่นี่ตอบโจทย์ทุกอย่างเลยครับ

4 จุดท่องเที่ยวหลักในเส้นทางทดสอบเส้นทางท่องเที่ยวบ้านหมี่

  • จุดแรก: วัดห้วยแก้ว – เริ่มต้นทริปด้วยการกราบสักการะหลวงพ่อโปร่ง อดีตเจ้าอาวาสวัด ชมเจดีย์มหาเมตตารตนะรังษีที่สวยงาม สร้างกลางน้ำทรงหกเหลี่ยม ผสมผสานศิลปะขอม ไทย และลาวได้อย่างลงตัว บรรยากาศร่มรื่นด้วยน้ำตกธรรมชาติและต้นไม้ใหญ่ เหมือนหลุดเข้าไปในสวนสวรรค์เลยทีเดียว ที่นี่เหมาะสำหรับคนชอบถ่ายรูปเก๋ๆ และพักผ่อนใจ
  • จุดที่สอง: สวนกล้วยไม้กาญจนาออคิด – สวนขนาดใหญ่กว่า 130 ไร่ เพาะปลูกกล้วยไม้ส่งออกพันธุ์สวยๆ หายากเพียบ เปิดให้เข้าชมฟรี (หรือค่าตั๋วเล็กน้อย) เดินชมสวนได้ทั้งวัน ถ่ายรูปกับกล้วยไม้หลากสีสัน สายล่าเหล่าพันธุ์ห้ามพลาด! ที่นี่ยังมีบริการซื้อต้นกล้วยไม้นำกลับบ้านได้ด้วยนะ
  • จุดที่สาม: วัดคุ้งท่าเลา – ชมซุ้มประตูรูปหนุมานและไมยราพยักษ์ใหญ่ สะท้อนเอกลักษณ์วรรณคดีรามเกียรติ์แบบไทยๆ จากนั้นล่องเรือตลาดน้ำบางขาม สัมผัสวิถีริมแม่น้ำน้อยๆ ชุมชนเรียบง่าย ซื้อของกินเล่นๆ ริมน้ำ ชิลล์สุดๆ เหมาะกับคนชอบประสบการณ์ท้องถิ่นแท้ๆ
  • จุดที่สี่: ชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรบ้านมหาสอน (บ้านสวนขวัญ) – นั่งรถอีแต๋นท่องชุมชน ชมบ้านไทยหลบโจรอายุกว่า 100 ปี เรียนรู้ชีวิตเกษตรกร เลือกซื้อสินค้า OTOP แปรรูปจากผลไม้ อาหารพื้นบ้าน และต้องลอง ‘ดอกโสนซาวน้ำ’ คู่กับน้ำชาใบขลู่ อร่อยฟินจนลืมไม่ลง! จุดนี้เน้น互动กับชุมชน สร้างรายได้โดยตรงให้ชาวบ้าน
ทดสอบเส้นทางท่องเที่ยวบ้านหมี่ จ่อดัน One Day Trip

หลังจากทดสอบเส้นทางท่องเที่ยวบ้านหมี่เสร็จ คุณวีรพงศ์ได้ให้สัมภาษณ์ว่าพื้นที่นี้มีศักยภาพสูง สามารถทำเป็น One Day Trip หรือแม้แต่พักค้างคืนได้ โดยภาครัฐจะสนับสนุนชุมชนให้เป็นเจ้าของอัตลักษณ์ตัวเอง ช่วยเรื่องมาตรฐานสินค้า การตลาด และโปรโมทการเดินทางด้วยรถไฟซึ่งเป็นจุดขายหลักของบ้านหมี่ เพราะสถานีรถไฟอยู่ใกล้มาก สะดวกสุดๆ จากกรุงเทพฯ

ทำไมเส้นทางท่องเที่ยวบ้านหมี่ถึงน่าไป และประโยชน์ต่อชุมชน

นอกจาก 4 จุดหลักแล้ว บ้านหมี่ยังมีเสน่ห์จากทุ่งนาเขียวขจี ผลไม้ตามฤดูกาล และเทศกาลท้องถิ่น เช่น งานวัดหรืองานเกษตร ทำให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ยั่งยืน การทดสอบครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์จังหวัดลพบุรี ที่ต้องการกระจายรายได้สู่ฐานราก เกษตรกร ผู้ประกอบการร้านอาหาร โฮมสเตย์ ทุกคนได้ประโยชน์ ไม่ใช่แค่เจ้าของรีสอร์ทใหญ่ๆ เท่านั้น ถ้าทุกคนช่วยกันโปรโมท SEO ท่องเที่ยวบ้านหมี่ ลพบุรีจะกลายเป็นเดสติเนชันใหม่ที่ฮิตติดชาร์ตแน่นอน

ส่วนตัวผมคิดว่าการท่องเที่ยวแบบนี้คืออนาคตของไทย เพราะมันช่วยอนุรักษ์วัฒนธรรม สร้างงานให้ชุมชน และให้นักท่องเที่ยวได้ประสบการณ์แท้จริง ไม่ใช่แค่เช็คอินเฉยๆ สุดยอดเลย!

ใครพร้อมแล้ว รีบวางแผน One Day Trip ไป ทดสอบเส้นทางท่องเที่ยวบ้านหมี่ ด้วยตัวเองซะตอนนี้ สั่งตั๋วรถไฟออนไลน์ง่ายๆ แล้วไปชิมดอกโสนซาวน้ำกันเถอะ รับรองติดใจ กลับมากี่ครั้งก็ไม่เบื่อ! แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้วยนะครับ

ที่มา – ทดสอบเส้นทางท่องเที่ยว “บ้านหมี่” จ่อดันเป็น One Day Trip สร้างรายได้ให้ชุมชน

เปิดประวัติ ‘กอล์ฟ’ อัครนันท์ รมช.ศึกษาธิการ

วันนี้เราจะมาพูดถึง เปิดประวัติรัฐมนตรีหน้าใหม่ “กอล์ฟ-อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์” กับเก้าอี้ รมช.ศึกษาธิการ กันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ จากเด็กบ้านนอกที่ต้องสู้ชีวิต จนกลายเป็นนักธุรกิจชื่อดังและตอนนี้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสำคัญในครม.เพื่อไทย น่าสนใจมาก!

เปิดประวัติรัฐมนตรีหน้าใหม่ “กอล์ฟ-อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์” กับเก้าอี้ รมช.ศึกษาธิการ

วันที่ 21 มีนาคม 2569 หรือ พ.ศ. 2567 นะครับ (เช็คปีให้ถูก) ในการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ของพรรคเพื่อไทย มีชื่อ “กอล์ฟ-อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์” ส.ส.กาญจนบุรี เขต 1 ถูกเสนอชื่อให้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หรือ รมช.ศึกษาธิการ นับเป็นดาวรุ่งของพรรคที่ภักดีสุดๆ แม้กระแสพรรคในภาคกลางจะท้าทาย แต่กอล์ฟปักธงชนะในเขตยุทธศาสตร์กาญจนบุรีได้อย่างงดงาม

ภาพ กอล์ฟ อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีใหม่

พรรคเพื่อไทยจัดสรรตำแหน่งตามสัดส่วนภูมิภาค เพื่อกระจายอำนาจพัฒนาทุกพื้นที่ รอบนี้ให้เก้าอี้ รมช.กับ ส.ส.รุ่นใหม่จากเหนือ อีสาน กลาง กอล์ฟเป็นตัวแทนภาคกลางที่มีผลงานเด่น จากพื้นฐานนักธุรกิจสตาร์ทอัพที่สำเร็จตั้งแต่อายุน้อย มีประสบการณ์ต่างประเทศ ทำให้มีวิสัยทัศน์ทันสมัย เหมาะกับนโยบายปฏิรูปการศึกษาให้ทันดิจิทัลและตลาดแรงงานยุคใหม่

เส้นทางชีวิตสุดระทึกของกอล์ฟ จากบ้านนอกสู่เวทีการเมือง

ประวัติ อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์

เกิด 29 มีนาคม 2530 ที่กาญจนบุรี ครอบครัวไม่ร่ำรวย กอล์ฟต้องดิ้นรนตั้งแต่วัยรุ่น ไปขุดทองที่อเมริกา สร้างตัวจากศูนย์ ประสบการณ์ต่างแดนหล่อหลอมให้เป็นนักสู้ตัวจริง พอกลับมา ก็แจ้งเกิดกับธุรกิจ บริษัท เอเค เก้าหนึ่งกรุ๊ป จำกัด ผู้ผลิตอาหารเสริมแบรนด์ดัง ร่วมทุนกับดาราดังหลายคน ธุรกิจโตระดับหมื่นล้าน!

ธุรกิจของกอล์ฟ อัครนันท์

แม้รวยแล้ว แต่กอล์ฟอยากตอบแทนแผ่นดิน ผู้ชวนเข้าวงการคือ “มดดำ-คชาภา ตันเจริญ” เพื่อนสนิท พิธีกรดัง เขาต้องการนำประสบการณ์บริหารธุรกิจมาช่วยชาวกาญจนบุรี โดยเฉพาะคนจนขาดโอกาส เหมือนตัวเองสมัยเด็ก กอล์ฟย้ำเสมอว่าไม่ใช่ลูกนักการเมือง แต่เป็นลูกชาวกาญจนบุรีแท้ๆ

  • เติบโตในครอบครัวธรรมดา ที่กาญจนบุรี
  • ไปสู้ชีวิตที่สหรัฐอเมริกา ตั้งแต่อายุน้อย
  • สร้างธุรกิจอาหารเสริมสำเร็จ ร่วมกับดารา
  • เข้าสู่วงการการเมืองด้วยใจเพื่อชาวบ้าน
  • ชนะเลือกตั้ง ส.ส.กาญจนบุรี เขต 1

กอล์ฟช่วยเหลือประชาชน

ช่วงโควิด-19 กอล์ฟไม่เคยทิ้งใคร ลงพื้นที่แจกข้าวสาร ของใช้จำเป็นต่อเนื่อง มีวิสัยทัศน์พัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นแบบยั่งยืน ตามหลักประชาธิปไตย คุณแม่เป็นแรงบันดาลใจในการเสียสละเพื่อผู้อื่น ตอนนี้ในตำแหน่ง รมช.ศึกษาธิการ คาดว่าจะนำความรู้ธุรกิจมาปฏิรูปการศึกษา เช่น ส่งเสริมทักษะดิจิทัล สร้างอาชีพใหม่ให้เยาวชนไทย

การเข้ามาของกอล์ฟ ทำให้ครม.เพื่อไทยสดชื่นด้วยใบหน้ารุ่นใหม่ ที่มีประสบการณ์จริงจากภาคธุรกิจและต่างประเทศ น่าจะช่วยแก้ปัญหาการศึกษาที่ค้างคา เช่น คุณภาพครู การเรียนออนไลน์ และการเชื่อมโยงกับตลาดงาน คาดว่าจะมีนโยบายเจ๋งๆ ออกมาเพียบ

สรุปแล้ว เปิดประวัติรัฐมนตรีหน้าใหม่ “กอล์ฟ-อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์” กับเก้าอี้ รมช.ศึกษาธิการ แสดงให้เห็นว่าคนสู้ชีวิตสามารถเปลี่ยนแปลงสังคมได้ ถ้าการศึกษาไทยดีขึ้นจากมือกอล์ฟ อนาคตเยาวชนเราก็สดใสแน่นอน คุณคิดยังไงกับรัฐมนตรีใหม่คนนี้? มาคอมเมนต์แชร์ความเห็นกันเลยครับ!

ที่มา – เปิดประวัติรัฐมนตรีหน้าใหม่ “กอล์ฟ-อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์” กับเก้าอี้ รมช.ศึกษาธิการ

เริ่มแล้ว! เทศกาลงานว่าว ปทุมธานี ครั้งแรกสุดอลัง

เริ่มแล้วนะทุกคน! เทศกาลงานว่าว ปทุมธานี ครั้งแรกของจังหวัดปทุมธานี ที่กำลังมาแรงมากในปี 2569 งานนี้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองศิลปวัฒนธรรมไทยผ่านว่าวสวยงามแปลกตา พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นด้วยการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ใครที่ชอบบรรยากาศสนุกสนาน ชมว่าวลอยฟ้าเพียบ ต้องไม่พลาดเลยล่ะ

เทศกาลงานว่าว ปทุมธานี ประจำปี 2569 เปิดอย่างยิ่งใหญ่

พิธีเปิดงานจัดขึ้นเมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 13 มีนาคม 2569 โดยมีนายพงศธร กาญจนจิตรา รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี และบริษัท เจเนอรัล อินเตอร์แอ็คทีฟ จำกัด ร่วมกันตัดริบบิ้นเปิดงานอย่างเป็นทางการ ณ ลานอเนกประสงค์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ตำบลบ้านฉาง อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี

บรรยากาศคึกคักมาก มีผู้คนมาร่วมงานเพียบ งานนี้จัดต่อเนื่อง 2 วัน คือ 13-14 มีนาคม 2569 ถือเป็นครั้งแรกที่ปทุมธานีจัดเทศกาลใหญ่ขนาดนี้เกี่ยวกับว่าวไทย ทำให้กลายเป็นจุดเด่นใหม่ของการท่องเที่ยวในพื้นที่

กิจกรรมเด่นในเทศกาลงานว่าว ปทุมธานี ที่ห้ามพลาด

ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลายที่ดึงดูดทั้งเด็กและผู้ใหญ่ มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง:

  • การแสดงว่าวยักษ์แฟนซี สวยงามตระการตา ลอยฟ้าสูงตระหง่าน
  • แสดงว่าวไทย 4 ภาค แสดงเอกลักษณ์แต่ละท้องถิ่น
  • นิทรรศการว่าวไทยมีชีวิต พร้อมสาธิตการประดิษฐ์ว่าวไทยแบบละเอียด
  • กิจกรรมเพนท์ว่าวและประดิษฐ์ว่าว สนุกสำหรับครอบครัว
  • การแสดงดนตรีจากศิลปินชื่อดัง เพิ่มความมันส์ให้งาน

กิจกรรมเหล่านี้ไม่เพียงสร้างความบันเทิง แต่ยังช่วยเผยแพร่วัฒนธรรมการเล่นว่าวไทยให้โลกรู้จักมากขึ้น

คำกล่าวสำคัญจากผู้ใหญ่บ้านเมือง

รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า ว่าวเป็นศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาโบราณที่นิยมทั่วโลก ปัจจุบันพัฒนาด้วยเทคโนโลยี ทำให้ว่าวมีรูปแบบหลากหลาย สวยงาม และน่าตื่นเต้น การเล่นว่าวช่วยอนุรักษ์วัฒนธรรม สร้างความสัมพันธ์ในชุมชน และเป็นท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ

ส่วนนายก อบจ.ปทุมธานี เน้นย้ำว่า งานนี้บูรณาการร่วมกับจังหวัด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และหน่วยงานอื่นๆ เพื่ออนุรักษ์ประเพณี ส่งเสริมท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป

วัตถุประสงค์หลักของเทศกาลงานว่าว ปทุมธานี

เทศกาลงานว่าว ปทุมธานี มุ่งฟื้นฟูประเพณีการเล่นว่าวไทยให้กลับมานิยม ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ผ่านการแข่งขันว่าว สาธิตทำว่าวพื้นบ้าน และนิทรรศการว่าวไทย หวังให้เกิดการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน สร้างการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนปทุมธานีมากขึ้น เผยแพร่ภาพลักษณ์จังหวัดให้เป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งท่องเที่ยววัฒนธรรมที่น่าสนใจ

ปทุมธานีที่หลายคนมองว่าเป็นแค่ย่านอุตสาหกรรมใกล้กรุงเทพฯ วันนี้มีเสน่ห์ด้านวัฒนธรรมเพิ่มขึ้นแล้วนะ ใครอยู่ใกล้ๆ ต้องแวะไปเช็คอิน ถ่ายรูปว่าวลอยฟ้ากับครอบครัว สนุกแน่นอน

ในมุมมองของผม การจัดงานแบบนี้เป็นกลยุทธ์เจ๋งมากสำหรับการท่องเที่ยวท้องถิ่น เพราะผสมผสานความสนุก วัฒนธรรม และเศรษฐกิจเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว ถ้าประเทศไทยมีงานแบบนี้เพิ่มอีกหลายที่ คงช่วยกระตุ้น GDP จากท่องเที่ยวได้เยอะเลย

อย่าลืมแวะไปร่วมสนุกที่ เทศกาลงานว่าว ปทุมธานี นะครับ! แชร์ประสบการณ์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างด้วย ไปเที่ยวกันเถอะเพื่อสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น

ที่มา – เริ่มแล้ว “เทศกาลงานว่าว” ครั้งแรกของจังหวัดปทุมธานี หวังกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยว

เทศกาลลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์ ฉลองวันเกิดลิซ่า

เฮ้! ชาวบุรีรัมย์และแฟนคลับลิซ่าทุกคน ฟังข่าวดีสิ จังหวัดบุรีรัมย์กำลัง เตรียมจัดใหญ่ เทศกาลลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์ ชิงแชมป์โลก ครั้งที่ 9 กันแล้วนะ! งานนี้ไม่ธรรมดา เพราะปักหมุดวันที่ 27 มีนาคม ทุกปี เป็น “วันลูกชิ้นยืนกิน” หรือ “2L: Lisa & Luk Chin Yuen Kin” เพื่อฉลองวันเกิดสาวน้อยบุรีรัมย์ ลิซ่า ลลิษา มโนบาล สมาชิก BLACKPINK ตัวแม่ระดับโลก พร้อมยกระดับอาหาร街ท้องถิ่นให้กลายเป็น Soft Power สุดปัง กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นให้คึกคักสุดๆ

เทศกาลลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์ ชิงแชมป์โลก

เทศกาลลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์ กำหนดการสุดมันส์ 27-29 มี.ค. 2569

รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ นายศรีธรรม ราชแก้ว เผยว่าทุกอย่างพร้อมแล้ว งานจัดที่สนามช้างอารีนา บุรีรัมย์ ระหว่าง 27-29 มีนาคม 2569 ร่วมมือภาครัฐ-เอกชน ส่งเสริมการท่องเที่ยวให้บุรีรัมย์ดังไกลระดับโลก ลูกชิ้นยืนกินที่เคยเป็นแค่อาหารเรียบง่าย ยืนกินรอรถไฟสมัยก่อน ตอนนี้กลายเป็นเอกลักษณ์สร้างรายได้กว่า 200 ล้านบาทต่อปี! เจ๋งใช่มั้ยล่ะ

ไฮไลท์กิจกรรมเด็ดของเทศกาลลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์

ปีนี้จัดเต็มมาก มาดูกันว่าวันไหนมีอะไรบ้าง:

  • 27 มี.ค. 2569: สร้างประวัติศาสตร์ Happy Birthday 2L! ประกวด Cover Look & Cover Dance ลาลิซ่า ร่วมแจกลูกชิ้นฟรีกว่า 500 กิโล แฟนคลับจากทั่วประเทศมาร่วมฉลองวันเกิดลิซ่ากันแน่น!
  • 28 มี.ค. 2569: แข่งกินลูกชิ้นยืนกินชิงแชมป์โลกคนใหม่ และแข่งทีม “เซราะกราว” ชิงรางวัลรวม 40,000 บาท ใครจะเป็นแชมป์คนใหม่ มาพิสูจน์กัน!
  • 29 มี.ค. 2569: หาแชมป์เสียบลูกชิ้นยืนกิน มอบรางวัลร้านลูกชิ้นและน้ำจิ้มยอดเยี่ยม ตัดสินมาสคอต “น้องชิ้น” น่ารักสุดๆ
กิจกรรมเทศกาลลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์

นอกจากนี้ยังมีบูธอาหาร Street Food ลูกชิ้นร้านดังจากบุรีรัมย์ สัมผัสบรรยากาศยืนกินแบบดั้งเดิม ดนตรีสด การแสดง และของที่ระลึกเพียบ งานนี้คาดดึงนักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติมาเพียบ สร้างสีสันให้เมืองกุเลิศแห่งนี้

ทำไมเทศกาลลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์ ถึงต้องเชื่อมวันเกิดลิซ่า?

ลิซ่าคือลูกหลานชาวบุรีรัมย์แท้ๆ วันเกิด 27 มี.ค. เลยกลายเป็นโอกาสทองผสมผสานวัฒนธรรมท้องถิ่นกับศิลปินระดับโลก BLINKS ทั่วโลกต้องตื่นเต้นแน่! มันไม่ใช่แค่งานกิน แต่เป็นการเฉลิมฉลองความภาคภูมิใจของชาวบุรีรัมย์ สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการร้านลูกชิ้นนับร้อย

รองผู้ว่าฯ ศรีธรรม กับเทศกาลลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์

ประวัติลูกชิ้นยืนกินเริ่มจากยุคเก่า ชาวบ้านยืนกินลูกชิ้นเสียบรอรถไฟที่สถานีบุรีรัมย์ รสชาติกลมกล่อม เนื้อแน่น น้ำจิ้มแจ่วเผ็ดร้อน หอมกรุ่น จนกลายเป็นตำนาน วันนี้มีร้านดังกระจายทั่วจังหวัด นักกินบอนต้องลอง!

สนามช้างอารีนา เทศกาลลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์
บรรยากาศลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์

ส่วนตัวผมว่าทำให้บุรีรัมย์ไม่ใช่แค่เมืองบอล แต่เป็นเมืองแห่งอาหารและดาวดังด้วย ใครที่รักลิซ่า รักลูกชิ้น ต้องมา! คาดว่างานนี้จะปังยิ่งกว่าปีที่แล้วแน่นอน

รีบจองตั๋ว จัดตารางมาเลยนะ อย่าพลาด เทศกาลลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์ กินฟรี สนุกเพียบ กระตุ้นเศรษฐกิจบุรีรัมย์ให้โตไว มาร่วมสร้างประวัติศาสตร์กันเถอะ!

ที่มา – เตรียมจัดใหญ่ “เทศกาลลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์” ปักหมุดฉลอง 27 มี.ค. ทุกปีตรงวันเกิด “ลิซ่า”

ยิงใหญ่จัดเต็ม งานแฟรนไชส์สร้างอาชีพ ครั้งที่ 3 อีสาน

สวัสดีครับชาวอีสานทุกคน! วันนี้เรามีข่าวดีสำหรับคนที่กำลังมองหาโอกาสสร้างอาชีพใหม่ ๆ ด้วยโมเดลธุรกิจที่พร้อมลุยทันที นั่นคือ งานแฟรนไชส์สร้างอาชีพ ครั้งที่ 3 ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจัดยิ่งใหญ่แบบจัดเต็มที่เซ็นทรัลอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ระหว่างวันที่ 5-8 มีนาคม 2569 งานนี้มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นภาคอีสานให้คึกคัก โดยยกขบวนแฟรนไชส์ชั้นนำมาจัด roadshow สร้างอาชีพให้พี่น้องชาวอีสานแบบทั่วถึง

งานแฟรนไชส์สร้างอาชีพ ครั้งที่ 3

งานแฟรนไชส์สร้างอาชีพ ครั้งที่ 3 เปิดโอกาสลงทุนง่าย ๆ

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้มอบหมายให้นายสถาพร ร่วมนาพะยา รองอธิบดี เป็นประธานเปิดงานเมื่อวันศุกร์ที่ 6 มีนาคม 2569 อุดรธานีที่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจอีสานตอนบน มีทั้งกำลังซื้อดี โครงสร้างพื้นฐานครบ และเป็นประตูสู่อีสานข้ามพรมแดน ทำให้เหมาะสุด ๆ กับการจัด งานแฟรนไชส์สร้างอาชีพ ครั้งที่ 3 เพื่อต่อยอดศักยภาพท้องถิ่น สร้างการหมุนเวียนเงินในพื้นที่

พิธีเปิดงานแฟรนไชส์สร้างอาชีพ

ภายในงานมีแฟรนไชส์หลากหลายที่ลงทุนง่าย คืนทุนไว จับต้องได้จริง เหมาะกับยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เครื่องดื่ม บริการ การศึกษา หรือความงามสปา มีที่ปรึกษาการลงทุน Business Matching แบบครบวงจร ลดความเสี่ยง เพิ่มโอกาสสำเร็จ คาดว่าจะสร้างรายได้ จ้างงาน เพิ่มทางเลือกอาชีพ และเสริมความรู้ธุรกิจแฟรนไชส์ที่เติบโตยั่งยืน

ไฮไลท์เด็ดในงานแฟรนไชส์สร้างอาชีพ ครั้งที่ 3

  • ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม: ร้านกาแฟ ชานมไข่มุก ของกินเล่นยอดฮิต
  • ธุรกิจบริการ: ซักรีด ซ่อมรถ ล้างรถมือโปร
  • การศึกษา: สอนภาษา คอร์สออนไลน์ สร้างทักษะเด็ก ๆ
  • ความงามและสปา: ร้านทำผม เล็บ สปาคลายเครียด
  • สิทธิพิเศษ: แหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ คำปรึกษาฟรี
บูธแฟรนไชส์หลากหลาย

อุดรธานีมี GDP ลำดับ 3 อีสาน รายได้เฉลี่ย 75,000 บาท/ปี สูงกว่าภูมิภาค เศรษฐกิจโตต่อเนื่องในค้าขาย บริการ ท่องเที่ยว อุตสาหกรรม งานนี้จะช่วยกระจายโอกาสให้ SME เติบโต ดึงผู้ชมจากจังหวัดใกล้เคียง สร้างเศรษฐกิจเข้มแข็ง

ผู้สนใจเยี่ยมชมบูธ
บรรยากาศงาน
กิจกรรมเจรจาธุรกิจ
แฟรนไชส์อาหาร
ผู้ประกอบการท้องถิ่น

ทำไมแฟรนไชส์ถึงเหมาะกับอีสาน? เพราะเป็นธุรกิจสำเร็จรูป มีแบรนด์พร้อม สูตรสำเร็จ ลดความผิดพลาด เหมาะกับมือใหม่ที่อยากมีรายได้เสริมหรือทำเต็มตัว ในยุคเศรษฐกิจผันผวน แฟรนไชส์ช่วยกระจายความเสี่ยงและเติบโตเร็ว โดยเฉพาะอุดรธานีที่กำลังบูม

อย่าพลาดโอกาสทองนี้! มาร่วมงานแฟรนไชส์สร้างอาชีพ ครั้งที่ 3 ฟรีไม่มีค่าเข้า รับคำปรึกษา สิทธิเงินทุนพิเศษ และ networking กับนักลงทุน สร้างอาชีพ สร้างอนาคตให้ตัวเองและครอบครัว ไปลุยกันเถอะ!

ที่มา – ยิงใหญ่จัดเต็ม “งานแฟรนไชส์สร้างอาชีพ ครั้งที่ 3” มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นภาคอีสาน

Scroll to top