เศรษฐา ทวีสิน

ศุภชัยถามเพื่อไทย เรื่องรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย

“ศุภชัย” จี้ เพื่อไทยตอบ ป้ายนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ทำทันทีกี่โมง ใช้งบอุดหนุนจากไหน หวั่นเอาภาษีคน ตจว. อุ้มคนกรุงฯ หรือไม่ กังขา “สุริยะ” นั่งคมนาคม มานาน ไม่ทำตั้งแต่เป็นรัฐบาล

วันที่ 7 มกราคม 2569 นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และแกนนำพรรคภูมิใจไทย ออกมาตั้งคำถามถึงนโยบายหาเสียงของพรรคเพื่อไทยที่ปรากฏบนป้ายหาเสียงทั่วกรุงเทพฯ เกี่ยวกับนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ทำทันทีว่า เป็นเรื่องที่น่าสนใจว่าจะทำทันทีในราคา 20 บาทจริงหรือไม่ เพราะความเป็นจริงแล้ว นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ต่อเนื่องตั้งแต่รัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน จนถึงรัฐบาล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร จนถึงวันนี้ ยังไม่มีรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย เกิดขึ้นจริง จึงต้องถามว่าทำได้จริงหรือไม่

นายศุภชัย กล่าวอีกว่า การดำเนินนโยบายเรื่องราคาค่าโดยสาร มีกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 3 ฉบับคือ พระราชบัญญัติการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พระราชบัญญัติการขนส่งทางราง และพระราชบัญญัติตั๋วร่วม การปรับลดค่าโดยสารจะต้องสอดคล้องกับกรอบกฎหมายดังกล่าว

“คำถามคือ วันนี้หากผู้โดยสารในปัจจุบันต้องจ่ายค่าโดยสาร 30–40 บาท แต่จู่ๆ จะลดฮวบเหลือ 20 บาท แปลว่าที่ผ่านมามีการเก็บค่าโดยสารเกินราคา หรือหากเก็บตามระยะทางถูกต้องอยู่แล้ว พรรคเพื่อไทยที่จะมาทำทันทีเมื่อเป็นรัฐบาล จะนำเงินมาอุดหนุนหรือมาจากงบประมาณแผ่นดิน หรือเอามาจากภาษีของคนสุไหงโกลก คนกาญจนบุรี คนเชียงราย หรือคนต่างจังหวัดที่ไม่ได้ใช้รถไฟฟ้าหรือไม่ หรือเอาภาษีคนทั้งประเทศมาอุดหนุนเฉพาะคนกรุงเทพฯ ต้องตอบว่ามีวิธีการอย่างไร ให้คนกรุงเทพฯ และคนทั้งประเทศได้สบายใจ ไม่ใช่แค่ขึ้นป้ายหาเสียงแล้วไม่มีคำอธิบายในเมื่อท่านเป็น รมว.คมนาคม ตั้งแต่ตอนแรก ทำไมไม่ทำตอนนั้น ทำไมคิดจะมาทำทันทีตั้งแต่ตอนนี้อีก”

รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย

ประเด็นเรื่องนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย กลายเป็นที่จับตามองอย่างมากจากหลายฝ่าย ทั้งประชาชนทั่วไปและนักวิเคราะห์ทางการเมือง ต่างก็ต้องการทราบรายละเอียดและแนวทางการดำเนินงานของนโยบายนี้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะแหล่งเงินทุนที่จะนำมาใช้ในการอุดหนุน รวมถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับผู้เสียภาษีในต่างจังหวัด

คำถามสำคัญเกี่ยวกับนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย

  • นโยบายนี้จะเริ่มดำเนินการได้จริงเมื่อไหร่ และมีไทม์ไลน์ที่ชัดเจนหรือไม่
  • แหล่งเงินทุนที่จะนำมาใช้ในการอุดหนุนมาจากส่วนใด งบประมาณแผ่นดิน ภาษีประชาชน หรือแหล่งอื่น ๆ
  • จะมีมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อผู้เสียภาษีในต่างจังหวัดอย่างไร
  • นโยบายนี้จะส่งผลกระทบต่อระบบขนส่งมวลชนโดยรวมอย่างไร
  • มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงราคาค่าโดยสารในอนาคตหรือไม่

เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน พรรคเพื่อไทยควรออกมาให้รายละเอียดเกี่ยวกับนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย อย่างชัดเจนและโปร่งใส เพื่อสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

การที่นายศุภชัยออกมาตั้งคำถามในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของหลายฝ่ายเกี่ยวกับความยั่งยืนและความเป็นธรรมของนโยบายนี้ หากพรรคเพื่อไทยสามารถตอบคำถามและคลายข้อสงสัยได้อย่างชัดเจน ก็จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและได้รับการสนับสนุนจากประชาชนอย่างกว้างขวาง

อย่างไรก็ตาม การดำเนินนโยบายใด ๆ ก็ตาม ควรคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนทุกภาคส่วนอย่างเท่าเทียมกัน และต้องมีการวางแผนและบริหารจัดการอย่างรอบคอบ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติ

ที่มา – “ศุภชัย” จี้ เพื่อไทยตอบ นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ทำทันทีกี่โมง ถามใช้งบอุดหนุนจากไหน

เลขาฯ ครม. แจงปม ป.ป.ช. ไต่สวน “ครม.เศรษฐา”

“ปกรณ์” เลขาธิการกฤษฎีกา ย้ำหลักการ เลขาฯ ครม. แจงปม ป.ป.ช. ไต่สวน “ครม.เศรษฐา” โยกงบฯ 3.5 หมื่นล้าน ดิจิทัลวอลเล็ต

จากกรณีที่ ป.ป.ช. รับเรื่องไต่สวน นายเศรษฐา ทวีสิน และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เกี่ยวกับการโยกงบประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท ไปทำโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ล่าสุด นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นนี้

นายปกรณ์กล่าวว่า ตามหลักการแล้ว หน้าที่เลขาฯ ครม. แจงปม ป.ป.ช. ไต่สวน “ครม.เศรษฐา” ในเรื่องนี้ เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการประชุม ครม. โดยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะเป็นผู้ทำหนังสือชี้แจงรายละเอียดต่างๆ ให้กับ ป.ป.ช.

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ทุกคนที่อยู่ในห้องประชุม ครม. ในวันที่มีมติดังกล่าวจะต้องถูกไต่สวนทั้งหมดหรือไม่ นายปกรณ์ตอบว่า ยังไม่สามารถตอบได้ เพราะต้องดูรายละเอียดของสำนวนการไต่สวนก่อน

ส่วนกรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เข้าร่วมประชุม ครม. ในวันดังกล่าวด้วย นายปกรณ์กล่าวว่า จำไม่ได้จริงๆ

ทั้งนี้ นายปกรณ์ ย้ำว่า โดยปกติแล้ว สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) จะเป็นผู้ทำหนังสือชี้แจงไปยัง ป.ป.ช. ก่อน หาก ป.ป.ช. ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือต้องการเรียกผู้ใดไปชี้แจง ก็เป็นอำนาจของ ป.ป.ช. ที่จะดำเนินการตามกระบวนการ

หน้าที่เลขาฯ ครม. แจงปม ป.ป.ช. ไต่สวน “ครม.เศรษฐา”

อย่างไรก็ตาม นายปกรณ์กล่าวว่า หากในวันที่ ครม. มีมติดังกล่าว มีผู้ที่อยู่ในห้องประชุมทักท้วง ก็ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงเป็นรายบุคคลไป ไม่สามารถสรุปได้ว่าผู้นั้นจะไม่มีความผิด

ทำไมเลขาฯ ครม. ต้องแจงปม ป.ป.ช. ไต่สวน “ครม.เศรษฐา”?

การที่เลขาธิการคณะรัฐมนตรีต้องเป็นผู้ชี้แจงเรื่องนี้ ก็เนื่องจากเป็นผู้ที่รับผิดชอบในการบันทึกรายงานการประชุม ครม. และเป็นผู้ที่ทราบรายละเอียดของการพิจารณาและลงมติในเรื่องต่างๆ ดังนั้น จึงเป็นผู้ที่สามารถให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนแก่ ป.ป.ช. ได้มากที่สุด

นอกจากนี้ การที่ สลค. เป็นผู้ชี้แจงยังเป็นไปตามหลักการที่ว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องที่ถูกไต่สวน ควรเป็นผู้ให้ข้อมูลแก่หน่วยงานตรวจสอบ เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม

การที่ ป.ป.ช. เข้ามาไต่สวนเรื่องนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งต้องเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นไปตามกฎหมาย

ถึงแม้ว่าการไต่สวนของ ป.ป.ช. จะเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งของการตรวจสอบ แต่ก็เป็นขั้นตอนที่สำคัญ เพราะอาจนำไปสู่การดำเนินคดีอาญาหรือการลงโทษทางวินัยได้ หากพบว่ามีการกระทำความผิดจริง

ดังนั้น การชี้แจงของเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และการให้ข้อมูลของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการตรวจสอบข้อเท็จจริง และการตัดสินใจของ ป.ป.ช.

การดำเนินการตาม หน้าที่เลขาฯ ครม. แจงปม ป.ป.ช. ไต่สวน “ครม.เศรษฐา” ครั้งนี้จะส่งผลอย่างไรต่อโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ต้องติดตามกันต่อไป

ที่มา – หน้าที่เลขาฯ ครม. แจงปม ป.ป.ช. ไต่สวน “ครม.เศรษฐา” โยกงบฯ 3.5 หมื่นล้าน

“อนุทิน” ย้าย “องค์นรสิงห์” กลับตึกไทยคู่ฟ้า

ในแวดวงการเมืองไทยที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์และประเพณีการ “อนุทิน” ย้าย “องค์นรสิงห์” กลับตึกไทยคู่ฟ้า ถือเป็นเหตุการณ์ที่สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านอำนาจและการฟื้นฟูความเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ของทำเนียบรัฐบาล เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากนายเศรษฐา ทวีสิน เคยย้ายองค์นรสิงห์ไปยังตึกแสงอาทิตย์เมื่อครั้งรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มาดูรายละเอียดกันว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง

“อนุทิน” ย้าย “องค์นรสิงห์” กลับตึกไทยคู่ฟ้า

วันที่ 26 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวจากทำเนียบรัฐบาลรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้ใช้รถตู้เบนซ์สีดำทะเบียน 1 นช 4268 กรุงเทพมหานคร เพื่อเคลื่อนย้ายองค์นรสิงห์จำลอง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของทำเนียบรัฐบาล จากตึกแสงอาทิตย์ที่ติดกับตึกนารีสโมสร กลับมาประดิษฐานยังระเบียงชั้น 2 ของตึกไทยคู่ฟ้า จุดเดิมตั้งแต่ปี 2564 ในสมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

การย้ายครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากในสมัยรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน ที่ได้เคลื่อนย้ายองค์นรสิงห์ไปไว้ที่ตึกแสงอาทิตย์ตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2566 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นการบริหารประเทศของเขา การเคลื่อนย้ายองค์ประกอบสัญลักษณ์เหล่านี้มักถูกตีความในแง่ของการปรับเปลี่ยนบรรยากาศและสไตล์การนำของผู้นำแต่ละคน

หลังจากนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงมืออุ้มองค์นรสิงห์จำลองด้วยตัวเองเพื่อนำมาประดิษฐานยังระเบียงตึกไทยคู่ฟ้า โดยตั้งให้ชิดกับกำแพงและหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ซึ่งเป็นทิศทางของบ้านพิษณุโลก พร้อมกับคล้องพวงมาลัยดอกไม้สดเพื่อความเป็นสิริมงคล

ประวัติศาสตร์เบื้องหลังการ “อนุทิน” ย้าย “องค์นรสิงห์” กลับตึกไทยคู่ฟ้า

องค์นรสิงห์หรือที่รู้จักกันในนามของทำเนียบรัฐบาลในปัจจุบัน มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่เชื่อมโยงกับราชสำนักและตระกูลขุนนางไทย เดิมทีสถานที่แห่งนี้เป็นสมบัติของต้นตระกูลพึ่งบุญ ณ อยุธยา โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือรัชกาลที่ 6 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างบ้านพระราชทานแก่พระยาประสิทธิ์ศุภการ (หม่อมหลวงเฟื้อง พึ่งบุญ ณ อยุธยา) ซึ่งต่อมาได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์สูงสุดเป็นเจ้าพระยารามราฆพ

เจ้าพระยารามราฆพมีหน้าที่บัญชาการกรมมหรสพ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มี "นรสิงห์" เป็นตราประจำกรม สิ่งนี้ทำให้องค์นรสิงห์กลายเป็นสัญลักษณ์ที่แทนความยิ่งใหญ่ อำนาจ และการปกป้อง ในบริบทของการเมืองไทย สัญลักษณ์ดังกล่าวมักถูกใช้เพื่อแสดงถึงความต่อเนื่องของอำนาชญาและการเคารพประเพณี

การที่นายอนุทินเลือกย้ายองค์นรสิงห์กลับตำแหน่งเดิม สามารถตีความได้ว่าเป็นการแสดงเจตนารมณ์ในการฟื้นฟูความเชื่อมโยงกับสมัยก่อนหน้า โดยเฉพาะในยุคของพลเอกประยุทธ์ที่องค์ประกอบนี้ถูกประดิษฐานไว้อย่างมั่นคง นอกจากนี้ การหันหน้าระเบียงไปทางทิศตะวันออกยังสื่อถึงการเริ่มต้นใหม่และการรับพลังบวกจากธรรมชาติ ซึ่งเป็นหลักฮวงจุ้ยที่นิยมในวังหลวงไทย

ในมุมมองของนักวิเคราะห์การเมือง เหตุการณ์ “อนุทิน” ย้าย “องค์นรสิงห์” กลับตึกไทยคู่ฟ้า อาจเป็นสัญญาณของการปรับโครงสร้างภายในทำเนียบเพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของรัฐบาลใหม่ ที่เน้นความมั่นคงและความต่อเนื่องมากกว่าการเปลี่ยนแปลงแบบรุนแรงเมื่อเทียบกับสมัยนายเศรษฐา

  • องค์นรสิงห์: สัญลักษณ์ของอำนาจและการปกป้อง
  • การย้ายครั้งนี้: ใช้รถตู้เบนซ์พิเศษเพื่อความปลอดภัย
  • พิธีกรรม: คล้องพวงมาลัยและหันหน้าไปทิศตะวันออก

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าการย้ายครั้งนี้ได้รับการประสานงานอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้กระทบต่อการทำงานประจำวันของเจ้าหน้าที่ทำเนียบ การเคลื่อนย้ายเสร็จสิ้นภายในเวลาอันสั้น โดยนายอนุทินแสดงความยินดีกับทีมงานที่ช่วยเหลือ

การเมืองไทยมักเต็มไปด้วยสัญลักษณ์เล็กๆ ที่สะท้อนถึงภาพลักษณ์ใหญ่ของผู้นำ การย้ายองค์นรสิงห์ครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการปรับแต่งสถานที่ แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณถึงทิศทางของรัฐบาลในอนาคต

ในฐานะนักสังเกตการณ์ ผมคิดว่าการกระทำเช่นนี้ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับผู้สนับสนุนรัฐบาล โดยแสดงถึงการเคารพประเพณีและการไม่ลืมรากเหง้า หากคุณสนใจข่าวการเมืองไทย ลองติดตามบทวิเคราะห์เพิ่มเติมจากเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด

ที่มา – “อนุทิน” ย้าย “องค์นรสิงห์” กลับตึกไทยคู่ฟ้า หลัง “เศรษฐา”ย้ายไปตึกแสงอาทิตย์

“อนุทิน” เผยพรุ่งนี้ ทำเอกสาร ครม. ให้เรียบร้อย

“อนุทิน” เผยพรุ่งนี้ ทำเอกสาร ครม. ให้เรียบร้อย “เศรษฐา” ส่งแจกันดอกไม้ร่วมยินดี

“นายกฯ หนู” เผย พรุ่งนี้จะทำเอกสาร “ครม.อนุทิน 1” ให้เรียบร้อย ไม่ได้เข้าพรรคภูมิใจไทย ด้าน “เศรษฐา” ส่งแจกันดอกไม้แสดงความยินดี

เมื่อเวลา 16.40 น. วันที่ 7 กันยายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยสั้นๆ ว่า วันพรุ่งนี้ (8 กันยายน 2568) จะทำเอกสารเรื่องคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้เรียบร้อย และอาจจะไม่ได้เดินทางเข้ามายังที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ก่อนจะเดินต่อไปยังร้านจานิสตาร์ ร้านกาแฟของ จ๋า ธนนนท์ นิรามิษ ภริยานายกรัฐมนตรี และบอกว่า “ยังไม่ได้กินข้าว ขอไปกินข้าวก่อน”

ต่อมาเวลา 16.45 น. นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี และ พญ.พักตร์พิไล ทวีสิน ภรรยา ได้ส่งแจกันดอกไม้มาแสดงความยินดีให้กับ นายอนุทิน ในการเป็นนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ด้วย

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อให้การบริหารประเทศเป็นไปอย่างราบรื่น และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การที่นายอนุทินออกมาเปิดเผยว่าจะทำเอกสาร ครม. ให้เรียบร้อยในวันพรุ่งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจจริงในการที่จะนำพาประเทศไปข้างหน้า

นอกจากนี้ การที่นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ส่งแจกันดอกไม้มาแสดงความยินดีกับนายอนุทิน ถือเป็นภาพที่น่าประทับใจ และแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักการเมือง แม้จะต่างพรรคต่างขั้ว แต่ก็สามารถร่วมมือกันเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของชาติบ้านเมืองได้

การทำเอกสาร ครม. ให้เรียบร้อย ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการเริ่มต้นการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดใหม่ การแต่งตั้งบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาดำรงตำแหน่งต่างๆ ในคณะรัฐมนตรี จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการดำเนินนโยบายต่างๆ ของรัฐบาล

สำหรับประชาชนทั่วไป การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้เข้าใจถึงสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศ และสามารถมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทางการเมืองได้อย่างมีวิจารณญาณ การที่รัฐบาลชุดใหม่สามารถทำเอกสาร ครม. ให้เรียบร้อยได้อย่างรวดเร็ว จะเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการทำงาน และความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่

อนุทินเร่ง ทำเอกสาร ครม. ให้เรียบร้อย

การที่นายอนุทิน เร่งดำเนินการเรื่องเอกสาร ครม. แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อหน้าที่ และความเข้าใจถึงความสำคัญของการมีคณะรัฐมนตรีที่พร้อมทำงานโดยเร็วที่สุด การที่อดีตนายกฯ เศรษฐาส่งดอกไม้มาแสดงความยินดีก็เป็นภาพที่สวยงามของการเมืองไทย

ความสำคัญของการทำเอกสาร ครม. ให้เรียบร้อย

  • การเริ่มต้นการทำงานของรัฐบาลใหม่
  • การแต่งตั้งบุคคลที่เหมาะสม
  • ความเชื่อมั่นของประชาชน

การทำเอกสาร ครม. ให้เรียบร้อยไม่ใช่แค่เรื่องของขั้นตอนทางธุรการ แต่เป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นและการเตรียมพร้อมที่จะนำพาประเทศไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและมีประสิทธิภาพ

การเมืองไทยในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้เต็มไปด้วยความท้าทาย แต่ก็มีโอกาสที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ หากทุกฝ่ายร่วมมือกันเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ การที่นายอนุทินและนายเศรษฐาส่งสัญญาณที่ดีออกมาเช่นนี้ ก็เป็นสิ่งที่น่าจับตามองว่าอนาคตของการเมืองไทยจะเป็นไปในทิศทางใด

ที่มา – นายกฯ เผย พรุ่งนี้ทำเอกสาร ครม. ให้เรียบร้อย “เศรษฐา” ส่งแจกันดอกไม้ร่วมยินดี

ในหลวง โปรดเกล้าฯ พิธีสมรสพระราชทาน ลูกสาวเศรษฐา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ประกอบพิธีสมรสพระราชทานแก่บุตรสาวคนเล็กของอดีตนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน พร้อมทรงพระราชทานน้ำสังข์และทรงเจิมแก่คู่บ่าวสาว สร้างความปลื้มปีติแก่ครอบครัวอย่างหาที่สุดมิได้ ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่ง

ในหลวง โปรดเกล้าฯ พิธีสมรสพระราชทาน ลูกสาวเศรษฐา

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 นางสาวชนัญดา ทวีสิน บุตรสาวคนเล็กของนายเศรษฐา ทวีสิน ได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวถึงความปลื้มปีติที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ประกอบพิธีสมรสพระราชทานให้แก่ตนและนายกฤตธี ธนวิพุธ โดยข้อความระบุว่า “เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ประกอบพิธีสมรสพระราชทานให้แก่ข้าพระพุทธเจ้า นางสาวชนัญดา ทวีสิน และนายกฤตธี ธนวิพุธ ข้าพระพุทธเจ้าและครอบครัวขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ”

นอกจากนี้ เฟซบุ๊ก Thai Classic ยังได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ ประกอบพิธีสมรสพระราชทาน โดยระบุว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ประกอบพิธีสมรสพระราชทานแก่นางสาวชนัญดา ทวีสิน บุตรสาวของนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี กับนายกฤตธี ธนวิพุธ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2568 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พร้อมทั้งทรงพระราชทานน้ำสังข์และทรงเจิมแก่คู่บ่าวสาว ยังความปลาบปลื้มแก่ครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับพิธีสมรสพระราชทาน

พิธีสมรสพระราชทานในครั้งนี้จัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ซึ่งเป็นสถานที่อันเป็นมงคลยิ่ง โดยมีพระบรมวงศานุวงศ์และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมในพิธีดังกล่าว สร้างความประทับใจและความทรงจำอันงดงามแก่คู่บ่าวสาวและครอบครัว

สำหรับนางสาวชนัญดา ทวีสิน เป็นบุตรสาวคนเล็กของนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี และนายกฤตธี ธนวิพุธ เป็นคู่สมรสที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้ประกอบพิธีสมรสพระราชทาน นับเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตคู่เป็นอย่างยิ่ง

การได้รับพระราชทานพิธีสมรส นับเป็นเกียรติและความภาคภูมิใจสูงสุดของวงศ์ตระกูล เป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคลและการเริ่มต้นชีวิตคู่ด้วยความรักและความอบอุ่นภายใต้พระบารมี

ขอแสดงความยินดีกับนางสาวชนัญดา ทวีสิน และนายกฤตธี ธนวิพุธ อีกครั้งสำหรับการเริ่มต้นชีวิตคู่ที่สวยงาม และขอให้มีความสุขในชีวิตสมรสตลอดไป

ที่มา – ในหลวง-ราชินี โปรดเกล้าฯ ประกอบพิธีสมรสพระราชทาน ลูกสาวอดีตนายกฯ เศรษฐา

Scroll to top