เหตุการณ์ไฟไหม้

เกิดเหตุจุดไฟเผา ซอยปุณวิถี 12 มีผู้บาดเจ็บ 5 ราย

เกิดเหตุจุดไฟเผา ซอยปุณวิถี 12 มีผู้บาดเจ็บ 5 ราย

เหตุการณ์ความไม่สงบถือเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น โดยล่าสุดมีรายงานด่วนว่า เกิดเหตุจุดไฟเผา ซอยปุณวิถี 12 ในพื้นที่เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงเป็นอย่างมาก เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญูได้รับแจ้งเหตุและเร่งเข้าควบคุมสถานการณ์อย่างเร่งด่วน

รายละเอียดเหตุการณ์ เกิดเหตุจุดไฟเผา ซอยปุณวิถี 12

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้รวมทั้งสิ้น 5 ราย ซึ่งทางทีมกู้ภัยได้เร่งปฐมพยาบาลและนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน เพื่อให้แพทย์ทำการรักษาอย่างใกล้ชิด โดยรายละเอียดของผู้บาดเจ็บประกอบด้วย:

  • เพศชาย จำนวน 3 ราย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสิรินธร
  • เพศหญิง จำนวน 2 ราย โดยมี 1 รายถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

หลายคนอาจสงสัยว่าสาเหตุที่แท้จริงของการ เกิดเหตุจุดไฟเผา ซอยปุณวิถี 12 ในครั้งนี้คืออะไร ซึ่งในขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังอยู่ในระหว่างการสืบสวนสอบสวนเพื่อหาสาเหตุรวมถึงรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเป็นสิ่งสำคัญที่เราควรตระหนัก โดยเฉพาะการสังเกตสิ่งผิดปกติรอบตัว หากพบเห็นเหตุการณ์ที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยหรือเหตุอาชญากรรม ควรเร่งแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีผ่านสายด่วน 191 หรือ 199 เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียในวงกว้าง ทางเราขอเป็นกำลังใจให้ผู้บาดเจ็บทุกท่านหายเป็นปกติโดยเร็ว และหวังว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถสรุปคดีนี้ได้ในเร็ววันเพื่อให้เกิดความกระจ่างแก่สังคมครับ

หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ ทางเราจะรีบนำมารายงานให้ทุกท่านทราบอีกครั้งครับ

ที่มา – เกิดเหตุจุดไฟเผา ซอยปุณวิถี 12 มีผู้บาดเจ็บ 5 ราย เร่งนำตัวส่ง รพ.

ไฟไหม้โรงแรมกลางดึก อพยพวุ่น 30 ห้อง คาดน้ำยาล้างท่อทำไฟลุก

เชื่อว่าหลายคนคงเคยพบปัญหาส้วมตันหรือท่อน้ำอุดตันกันบ้างใช่ไหมครับ? ปกติเราก็มักจะหาซื้อน้ำยาเคมีภัณฑ์ตามร้านสะดวกซื้อมาเทแก้ปัญหา แต่ใครจะไปคิดล่ะครับว่าพฤติกรรมง่ายๆ แบบนี้ จะกลายเป็นสาเหตุของ ไฟไหม้โรงแรมกลางดึก อพยพวุ่น 30 ห้อง คาดน้ำยาล้างท่อทำไฟลุก จนเป็นเหตุการณ์ระทึกขวัญที่ทำเอาผู้เข้าพักต้องหนีตายกันอลหม่านในจังหวัดลำปางเมื่อวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา

ไฟไหม้โรงแรมกลางดึก อพยพวุ่น 30 ห้อง คาดน้ำยาล้างท่อทำไฟลุก

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลาประมาณ 21.00 น. ณ โรงแรมแห่งหนึ่งในตำบลปงยางคก อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง ทันทีที่เกิดเหตุกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาจากห้องพักหมายเลข 103 ทำให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยและดับเพลิงต้องรีบระดมกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์อย่างเร่งด่วน เพราะภายในโรงแรมมีแขกเข้าพักกว่า 30 ห้อง ซึ่งทุกคนต่างต้องรีบอพยพหนีตายออกมา บางรายถึงขั้นต้องปีนบันไดลงมาจากชั้น 2 เพื่อความปลอดภัย

สาเหตุที่แท้จริงของ ไฟไหม้โรงแรมกลางดึก อพยพวุ่น 30 ห้อง คาดน้ำยาล้างท่อทำไฟลุก

จากการตรวจสอบเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาสมัครกู้ภัย พบว่าต้นเพลิงมาจากปฏิกิริยาทางเคมีอย่างรุนแรง ซึ่งสันนิษฐานได้ว่าผู้ที่เข้าพักได้นำน้ำยาหรือสารเคมีสำหรับแก้ท่อตันมาเทลงในท่อระบายน้ำทิ้งไว้ แต่สารเหล่านั้นกลับทำปฏิกิริยากับสิ่งตกค้างจนเกิดเสียงระเบิดและเพลิงลุกไหม้ตามมา สร้างความเสียหายต่อประตูและเครื่องปรับอากาศภายในห้องดังกล่าว โชคดีที่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการเหตุการณ์ครั้งนี้

  • ตรวจสอบสารเคมี: ควรระมัดระวังการใช้น้ำยาล้างท่อที่มีฤทธิ์กัดกร่อนสูง
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำ: อ่านฉลากอย่างละเอียดก่อนใช้งานทุกครั้ง
  • การระบายอากาศ: อย่าทิ้งสารเคมีไว้โดยไม่มีการระบายอากาศที่เพียงพอ

เหตุการณ์ ไฟไหม้โรงแรมกลางดึก อพยพวุ่น 30 ห้อง คาดน้ำยาล้างท่อทำไฟลุก ในครั้งนี้ถือเป็นอุทาหรณ์ชั้นดีสำหรับเราทุกคนเลยครับ ว่าการใช้สารเคมีในที่พักอาศัยนั้นห้ามประมาทโดยเด็ดขาด หากท่อตันจริงๆ แนะนำให้เรียกช่างมืออาชีพหรือใช้วิธีธรรมชาติในการแก้ปัญหาจะปลอดภัยกว่า เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันต่อทั้งตัวเราและผู้อื่นครับ

ที่มา – ไฟไหม้โรงแรมกลางดึก อพยพวุ่น 30 ห้อง คาดน้ำยาล้างท่อทำไฟลุก

ไฟไหม้ตึกแถว 7 ชั้น หาดใหญ่ ระดมดับเพลิง 10 คัน

เช้าวันสงกรานต์ที่ทุกคนกำลังสนุกกับการเล่นน้ำ สงขลากลับมีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้น เมื่อเกิดไฟไหม้ตึกแถวสูง 7 ชั้น กลางเมืองหาดใหญ่ ระดมรถดับเพลิงเกือบ 10 คัน คาดไฟฟ้าลัดวงจร ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งมือควบคุมสถานการณ์ทันที

ไฟไหม้ตึกแถวหาดใหญ่

ไฟไหม้ตึกแถวสูง 7 ชั้น กลางเมืองหาดใหญ่ ระดมรถดับเพลิงเกือบ 10 คัน คาดไฟฟ้าลัดวงจร

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 07.15 น. วันที่ 13 เมษายน 2569 ที่ตึกแถว 7 ชั้น ปากซอย 1 ถนนพลพิชัย เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา ใกล้ตลาดนัดยรรยง ตึกนี้เป็นร้านขายสีชื่อ “บริษัทยงชัยวัฒน์ คัลเลอร์คาร์ จำกัด” ขายทั้งสีทาบ้านและสีรถยนต์ ชั้นล่างมีถังสีจำนวนมาก ซึ่งกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีให้ไฟลุกโหม

ไฟเริ่มลุกจากชั้นล่าง พุ่งทะลุประตูออกมา ลุกลามขึ้นชั้น 2-3 อย่างรวดเร็ว มีควันดำพวยพุ่งและเสียงปะทุดังต่อเนื่อง โชคดีที่ตอนนั้นไม่มีใครอยู่ในตึก ลูกชายเจ้าของพาครอบครัวไปเที่ยวจีน แม่เจ้าของเองก็นอนค้างบ้านหลังอื่น

รถดับเพลิงที่เกิดเหตุ

การระดมกำลังดับไฟอย่างรวดเร็ว

นายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ สั่งระดมรถดับเพลิงเกือบ 10 คันฉีดน้ำควบคุมไฟ พ.ต.อ.มาชา แก้วทอง ผกก.สภ.หาดใหญ่ ควบคุมพื้นที่และจราจร ทีมกู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพสามัคคี (ท่งเซียเซี่ยงตึ้ง) หาดใหญ่ นำรถพยาบาลมารอช่วยเหลือ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงจึงดับไฟได้ แต่ยังต้องฉีดน้ำต่อเนื่องเพราะมีไอร้อนและควันเหลือ

ความเสียหายจากไฟไหม้

ความเสียหายและสาเหตุเบื้องต้น

ชั้น 1 และ 2 เสียหายหนักที่สุด สีและของในร้านไหม้หมด สาเหตุเบื้องต้นคาดว่าไฟฟ้าลัดวงจร แต่ต้องรอศูนย์พิสูจน์หลักฐานตรวจสอบ มูลค่าความเสียหายรอเจ้าของประเมิน โชคดีไม่ลุกลามไปอาคารข้างเคียงและไม่มีผู้บาดเจ็บ

  • จุดเกิด: ตึกแถว 7 ชั้น ร้านขายสี หาดใหญ่
  • เวลา: 07.15 น. 13 เม.ย. 2569
  • กำลังพล: รถดับเพลิงเกือบ 10 คัน + ตำรวจ + กู้ภัย
  • สาเหตุ: คาดไฟฟ้าลัดวงจร

เหตุการณ์ไฟไหม้ตึกแถวสูง 7 ชั้น กลางเมืองหาดใหญ่ ระดมรถดับเพลิงเกือบ 10 คัน คาดไฟฟ้าลัดวงจรนี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกคนตรวจสอบระบบไฟฟ้าในบ้านและร้านค้า โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีสารไวไฟอย่างสีหรือน้ำมัน ควรติดตั้งระบบดับเพลิงและตรวจเช็คสายไฟสม่ำเสมอ

ควันไฟพวยพุ่ง

หากคุณอยู่ในพื้นที่หาดใหญ่หรือสงขลา ควรระวังภัยไฟไหม้ในช่วงเทศกาลที่อากาศร้อนอบอ้าว ติดตามข่าวสารและแชร์ประสบการณ์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยนะครับ เพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงความปลอดภัยมากขึ้น

ที่มา – ไฟไหม้ตึกแถวสูง 7 ชั้น กลางเมืองหาดใหญ่ ระดมรถดับเพลิงเกือบ 10 คัน คาดไฟฟ้าลัดวงจร

ไฟไหม้ร้านค้าในตลาดนัดจตุจักร เพลิงสงบ เสียหาย 28 ร้าน

เมื่อคืนที่ผ่านมา เกิดเหตุ ไฟไหม้ร้านค้าในตลาดนัดจตุจักร บริเวณประตู 1 ทำให้พ่อค้าแม่ค้าหลายรายเดือดร้อนหนัก ล่าสุดเพลิงถูกดับสนิทแล้ว แต่ความเสียหายหนักหน่วงถึง 2 ล็อก รวม 28 ร้านค้า ส่วนใหญ่เป็นร้านขายเสื้อผ้า สินค้าหมดทอนะเพื่อนๆ วันนี้เรามาอัปเดตสถานการณ์และวิเคราะห์กันแบบเป็นกันเองเลย

ไฟไหม้ร้านค้าในตลาดนัดจตุจักร

เหตุการณ์ ไฟไหม้ร้านค้าในตลาดนัดจตุจักร เกิดขึ้นเมื่อเวลา 22.42 น. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 บริเวณตลาดนัดจตุจักร ประตู 1 ถนนกำแพงเพชร 2 เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากสถานีต่าง ๆ รีบระดมรถดับเพลิงนับสิบคันเข้าฉีดน้ำสกัดเพลิงอย่างสุดกำลัง จนกระทั่งเวลา 23.15 น. เพลิงสงบสนิท

เบื้องต้นทราบว่าเพลิงเริ่มลุกไหม้จากร้านขายเสื้อผ้า ก่อนลามไปยังร้านใกล้เคียงอย่างรวดเร็ว เพราะตลาดนัดจตุจักรเป็นพื้นที่แออัด ร้านค้าติดกันชิดเชื้อแน่น สินค้าเป็นผ้าและเสื้อผ้าที่ติดไฟง่ายมาก ความเสียหายครอบคลุม 2 ล็อก รวมประมาณ 28 ร้านค้า พ่อค้าแม่ค้าที่ได้รับผลกระทบกำลังรอประเมินทรัพย์สินที่เสียหาย

ไฟไหม้ร้านค้าในตลาดนัดจตุจักร

สาเหตุไฟไหม้ร้านค้าในตลาดนัดจตุจักร ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบ

ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบสาเหตุของไฟไหม้ร้านค้าในตลาดนัดจตุจักร เบื้องต้นคาดว่าน่าจะมาจากปัญหาสายไฟชำรุดหรือไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในตลาดนัดขนาดใหญ่แบบนี้ ตลาดจตุจักรเป็นแหล่งช้อปปิ้งชื่อดังของกรุงเทพฯ มีร้านค้ามากกว่า 8,000 ร้าน คึกคักทั้งวันทั้งคืน การใช้ไฟฟ้าเยอะมาก จึงเสี่ยงต่ออัคคีภัยสูง

นอกจากนี้ ยังมีรายงานจากศูนย์วิทยุพระราม 9 ที่แจ้งเตือนสถานการณ์แบบเรียลไทม์ ช่วยให้เจ้าหน้าที่ตอบสนองได้ทันท่วงที โชคดีที่ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่สินค้าครึ่งล้านชิ้นอาจไหม้เป็นเถ้าถ่าน สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมหาศาล

สถานที่เกิดเหตุไฟไหม้ตลาดนัดจตุจักร

ผลกระทบและมาตรการป้องกันหลังไฟไหม้ร้านค้าในตลาดนัดจตุจักร

หลังจากเพลิงสงบ พ่อค้าแม่ค้าต้องหยุดขายชั่วคราว ร้านใกล้เคียง也被สั่งอพยพเพื่อความปลอดภัย ตลาดจตุจักรซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ อาจกระทบนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเดินเล่นยามค่ำคืน

เพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอย เราแนะนำดังนี้:

  • ตรวจสอบระบบไฟฟ้า สม่ำเสมอ โดยเฉพาะสายไฟเก่าและปลั๊กหลายตา
  • ติดตั้งถังดับเพลิงและสปริงเกอร์ในทุกโซน
  • ฝึกอบรมพ่อค้าแม่ค้าเรื่องการอพยพฉุกเฉิน
  • หลีกเลี่ยงการกองสินค้าที่ติดไฟง่ายใกล้แหล่งกำเนิดความร้อน
  • มีระบบแจ้งเตือนไฟไหม้แบบอัตโนมัติ
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่ตลาดนัดจตุจักร

เหตุการณ์ไฟไหม้ร้านค้าในตลาดนัดจตุจักรครั้งนี้เป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับทุกคน โดยเฉพาะในพื้นที่ค้าขายแออัด การเตรียมพร้อมคือกุญแจสำคัญในการลดความสูญเสีย

คุณคิดว่าสาเหตุหลักคืออะไร? หรือมีเคล็ดลับป้องกันไฟไหม้ยังไงบ้าง แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างนี้เลยนะ แล้วอย่าลืมติดตามอัปเดตข่าวสารจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – ไฟไหม้ร้านค้าในตลาดนัดจตุจักร เพลิงสงบแล้ว เสียหาย 2 ล็อก รวม 28 ร้านค้า

ด่วน ไฟไหม้ร้านค้าในตลาดนัดจตุจักร เจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำสกัด

เกิดเหตุด่วน ไฟไหม้ร้านค้าในตลาดนัดจตุจักร เจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำสกัดเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา สร้างความตื่นตระหนกให้กับพ่อค้าแม่ค้าและนักช้อปที่กำลังเดินตลาดยามค่ำคืน ตลาดนัดจตุจักรซึ่งเป็นแหล่งช้อปปิ้งชื่อดังของกรุงเทพฯ ต้องเผชิญกับเพลิงไหม้ที่ร้านค้าบริเวณประตู 1 เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากสถานีใกล้เคียงรีบระดมกำลังรถดับเพลิงหลายคันเข้าฉีดน้ำสกัดไฟอย่างสุดกำลัง

ด่วน ไฟไหม้ร้านค้าในตลาดนัดจตุจักร เจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำสกัด

เหตุการณ์ด่วน ไฟไหม้ร้านค้าในตลาดนัดจตุจักร เจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำสกัดเกิดขึ้นเวลา 22.42 น. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุผ่านฟ้าและสายด่วน 199 ทันทีที่เกิดเหตุ พบเพลิงลุกโหมอย่างรวดเร็วบริเวณร้านค้าภายในตลาดนัดจตุจักร ประตู 1 ซึ่งเป็นจุดที่มีร้านค้านับร้อยร้านเรียงรายขายของมากมาย ตั้งแต่เสื้อผ้า ของใช้ ของกิน

สถานการณ์ล่าสุดหลังเกิดไฟไหม้

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งปฏิบัติการดับเพลิงทันที โดยใช้รถดับเพลิงหลายคันฉีดน้ำสกัดเพลิงที่ลุกลาม ล่าสุดไฟได้รับการควบคุมแล้ว แต่ยังไม่สรุปความเสียหายทั้งหมดหรือมีผู้บาดเจ็บหรือไม่ โชคดีที่เหตุเกิดดึกและนักช้อปบางตา ทำให้การอพยพเป็นไปอย่างราบรื่น เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบสาเหตุ ซึ่งเบื้องต้นยังไม่ทราบแน่ชัด อาจมาจากไฟฟ้าลัดวงจรหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าในร้านค้า

ตลาดนัดจตุจักร: แหล่งช้อปดังที่คุ้นเคย

ตลาดนัดจตุจักร หรือที่รู้จักกันในชื่อ JJ Market เป็นตลาดนัดกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีร้านค้ากว่า 15,000 ร้าน แบ่งเป็น 28 โซน ขายสินค้าหลากหลายตั้งแต่เสื้อผ้าวินเทจ ของแต่งบ้าน งานศิลปะ ไปจนถึงอาหาร街ยอดนิยม เปิดทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติปีละหลายล้านคน เหตุไฟไหม้ครั้งนี้จึงเป็นข่าวใหญ่ที่กระทบภาพลักษณ์และรายได้พ่อค้าแม่ค้า

สาเหตุที่อาจก่อให้เกิดไฟไหม้ในตลาดนัด

จากประสบการณ์เหตุเพลิงไหม้ในตลาดนัดที่ผ่านมา สาเหตุหลักมักมาจากระบบไฟฟ้าเก่าแก่ที่รับโหลดไม่ไหว โดยเฉพาะในช่วงค่ำที่ร้านค้าเปิดไฟสว่างจ้าเพื่อดึงดูดลูกค้า นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ควรระวัง

  • ไฟฟ้าลัดวงจร: สายไฟชำรุดหรือต่อปลั๊กซ้อนเกินไป
  • อุปกรณ์ทำอาหาร: เตาแก๊สหรือกระทะไฟฟ้าที่ใช้งานต่อเนื่อง
  • บุหรี่มวน: ทิ้งก้นบุหรี่ไม่ระวังใกล้ของไวไฟ
  • สินค้าพลาสติก: กองพะเนินที่ติดไฟง่ายและลุกลามเร็ว
  • ขาดระบบดับเพลิง: ในตลาดนัดเก่าแก่ที่ไม่มีสปริงเกอร์

คำแนะนำป้องกันไฟไหม้สำหรับพ่อค้าแม่ค้า

เพื่อป้องกันเหตุการณ์ซ้ำรอย แนะนำให้พ่อค้าแม่ค้าทุกท่านปฏิบัติตามหลักความปลอดภัยดังนี้

  • ตรวจสอบระบบไฟฟ้าทุกเดือน โดยช่างผู้เชี่ยวชาญ
  • ใช้ปลั๊กพ่วงที่มีมาตรฐาน มอก. และไม่ต่อเกิน 3 ตัว
  • ติดตั้งถังดับเพลิงขนาดเล็กไว้ใกล้ร้าน
  • หลีกเลี่ยงการทิ้งขยะไวไฟใกล้ร้านค้า
  • ฝึกซ้อมอพยพและแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉิน

เหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอ แม้ตลาดจตุจักรจะฟื้นตัวเร็ว แต่การป้องกันจะช่วยลดความเสี่ยงได้ดีที่สุด ในฐานะนักช้อปอย่างเราๆ ควรระมัดระวังตัวเองด้วย หากไปเดินตลาดช่วงค่ำ ลองสังเกตทางออกฉุกเฉินใกล้ๆ ด้วยนะครับ

CTA: ติดตามข่าวอัพเดทเหตุการณ์ไฟไหม้ตลาดจตุจักรได้ที่นี่ และแชร์บทความนี้เพื่อเตือนภัยให้เพื่อนๆ รู้ หากมีข้อมูลเพิ่มเติม comment ด้านล่างเลย!

ที่มา – ด่วน ไฟไหม้ร้านค้าในตลาดนัดจตุจักร เจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำสกัด

“ธนกร” ปัดเอี่ยวถอนอายัดเหล็ก “ซิน เคอ หยวน”

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ชี้แจงประเด็นการถอนอายัดเหล็กของบริษัท “ซิน เคอ หยวน” ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นก่อนเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี พร้อมระบุ เหล็กที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ ไม่ใช่เหล็กที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ตึกถล่ม และสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาชน

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีที่นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีตประธานคณะที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ด้านยุทธศาสตร์ ได้เปิดเผยเอกสารที่ระบุว่า สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้ถอนอายัดผลิตภัณฑ์เหล็กของบริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568 ซึ่งมีประเด็นสำคัญเกี่ยวกับเหล็กขนาดใหญ่เบอร์ 32 ที่อาจใช้ในการก่อสร้างตึกสูง เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน นายธนกร ได้เน้นย้ำในประเด็นดังนี้:

“ธนกร” ปัดเอี่ยวถอนอายัดเหล็ก “ซิน เคอ หยวน”

1. ลำดับเวลาที่ชัดเจน: การถอนอายัดเกิดขึ้นก่อนการเข้ารับตำแหน่ง

นายธนกร ย้ำว่า การถอนอายัดเหล็กบางส่วนเกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลชุดก่อน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ตนเองยังไม่ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมอย่างเป็นทางการ โดยการดำเนินการคืนผลิตภัณฑ์เหล็กที่ผ่านการตรวจสอบตามมาตรฐาน (กองแรกจำนวน 16,950 เส้น) มีผลตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2568 ขณะที่ตนเองได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมในวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2568 และเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตนในวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2568

ดังนั้น การตัดสินใจหรือการดำเนินการใด ๆ ที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 19 กันยายน 2568 จึงเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีชุดเดิม และตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสั่งการในเรื่องนี้แต่อย่างใด นี่คือสิ่งสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่อง “ธนกร” ปัดเอี่ยวถอนอายัดเหล็ก “ซิน เคอ หยวน”

2. กรณีนี้คือ “เหล็กกรณีไฟไหม้” ไม่ใช่ “เหล็กกรณีตึกถล่ม”

นายธนกร ยังเน้นย้ำว่า สาเหตุของการอายัดเหล็กทั้งหมดของ บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด มาจากเหตุการณ์ระเบิดและเพลิงไหม้ภายในโรงงานเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2567 ซึ่งมีการเข้าเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจสอบในวันที่ 19 ธันวาคม 2567 ดังนั้น กรณีนี้จึงไม่ใช่ “เหล็กจากเหตุการณ์ตึกถล่ม” ตามที่มีความสับสนในสื่อ

ข้อเท็จจริงเรื่องการถอนอายัดตามข้อมูลจาก สมอ. มีดังนี้:

  • กองที่ยังอายัด/ดำเนินคดี (ผลการตรวจสอบไม่ผ่าน): สมอ. ได้อายัดผลิตภัณฑ์เหล็กเส้นจำนวน 2,690 เส้น (อายัดเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2568) เนื่องจากผลการตรวจสอบพบว่าไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ทั้งในส่วนประกอบทางเคมี (ธาตุโบรอนเกิน) และส่วนสูงของบั้ง ซึ่งยังอยู่ระหว่างการดำเนินคดีตามกฎหมาย
  • กองที่ถอนอายัด (ผลการตรวจสอบผ่าน): สมอ. ได้ดำเนินการคืนผลิตภัณฑ์เหล็กข้ออ้อยที่ผ่านการตรวจสอบ รวมทั้งสิ้น 41,635 เส้น (อายัดเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2568) ซึ่งการคืนผลิตภัณฑ์แบ่งเป็น 2 ครั้ง คือ 16,950 เส้น (อนุมัติถอนอายัดวันที่ 12 กันยายน 2568) และ 24,685 เส้น (อนุมัติถอนอายัดวันที่ 30 กันยายน 2568) เนื่องจากผลการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ตัวอย่างที่เก็บไปเป็นไปตามมาตรฐาน

ความโปร่งใสและการตรวจสอบกรณี “ธนกร” ปัดเอี่ยวถอนอายัดเหล็ก “ซิน เคอ หยวน”

3. ยืนยันความโปร่งใส หลักการให้ความเป็นธรรม และการตรวจสอบเพิ่มเติม

นายธนกร ย้ำให้ประชาชนและผู้ประกอบการมั่นใจว่า กระทรวงอุตสาหกรรม ภายใต้การกำกับดูแลของตนเอง จะดำเนินการทุกอย่างด้วยความโปร่งใสและยึดหลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด และ “ต้องไม่ละเมิดสิทธิของผู้ประกอบการ หากผลิตภัณฑ์นั้นถูกต้องตามมาตรฐาน”

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความกระจ่างและเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างสมบูรณ์ และเพื่อความมั่นใจสูงสุดของประชาชน จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อตรวจสอบเรื่องนี้ให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง ขอย้ำอีกครั้งว่า “ธนกร” ปัดเอี่ยวถอนอายัดเหล็ก “ซิน เคอ หยวน”

กรณีนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบย้อนหลังและการสื่อสารที่โปร่งใสจากภาครัฐ การที่รัฐมนตรีออกมาให้ข้อมูลอย่างชัดเจน ช่วยลดความเข้าใจผิดและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้ แม้ว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นก่อนเข้ารับตำแหน่ง แต่การแสดงความรับผิดชอบด้วยการตรวจสอบเพิ่มเติม ถือเป็นสิ่งที่ควรยกย่อง

ที่มา – “ธนกร” ปัดเอี่ยวถอนอายัดเหล็ก “ซิน เคอ หยวน” เหตุตอนนั้นยังไม่ได้นั่ง รมต.อุตฯ

พฐ. ตรวจสาเหตุไฟไหม้ทาวน์เฮ้าส์ ระยอง คลอก 7 ศพ

พฐ. ตรวจสาเหตุไฟไหม้ทาวน์เฮ้าส์ ระยอง คลอก 7 ศพ

เหตุการณ์ไฟไหม้ทาวน์เฮ้าส์ในจังหวัดระยองที่คร่าชีวิตผู้คนไปถึง 7 ศพ ยังคงเป็นประเด็นที่ทุกคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะการตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริงจากเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน หรือ พฐ. ที่กำลังเร่งเก็บหลักฐานเพื่อหาคำตอบให้สังคม ล่าสุด พฐ. ได้ลงพื้นที่เก็บหลักฐาน หาสาเหตุไฟไหม้ทาวน์เฮ้าส์ จ.ระยอง คลอก 7 ศพ คาดใช้เวลา 1 เดือนในการตรวจสอบให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน

พฐ. เก็บหลักฐาน หาสาเหตุไฟไหม้ทาวน์เฮ้าส์ จ.ระยอง คลอก 7 ศพ

จากเหตุการณ์เศร้าที่เกิดขึ้นเมื่อกลางดึกในทาวน์เฮ้าส์ย่านระยอง ไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ผู้ใหญ่ 4 รายและเด็ก 3 รายเสียชีวิตอย่างน่าเศร้า เบื้องต้นสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร แต่เพื่อความชัดเจน ร้อยตำรวจโทอุทิศ บัณฑุรัตน์ รองสารวัตรตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดระยอง พร้อมทีมงาน ได้เข้าตรวจสอบ現場ทันที พวกเขาเก็บหลักฐานสำคัญ เช่น ซากโครงสร้างที่ไหม้เกรียม และขอคลิปจากกล้องวงจรปิดบ้านฝั่งตรงข้ามที่บันทึกภาพเหตุการณ์ได้ เพื่อนำไปวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริง

การตรวจสอบดังกล่าวต้องใช้เวลาเกือบ 1 เดือน เนื่องจากต้องนำหลักฐานไปวิเคราะห์ในห้องแล็บอย่างละเอียด เพื่อให้ได้ผลที่แม่นยำ ไม่ใช่แค่สันนิษฐานเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่จากตำรวจภูธรจังหวัดระยองเข้าร่วม เพื่อให้การสืบสวนครอบคลุมทุกมิติ

ความช่วยเหลือจากชุมชนและหน่วยงาน

ในยามวิกฤติเช่นนี้ ชุมชนและหน่วยงานต่างๆ ได้เข้ามาช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างไม่ยั้ง นางศิโรรัตน์ เวหน รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดระยอง นำทีมมอบถุงยังชีพที่มีข้าวสาร อาหารแห้ง และเงินช่วยเหลือหลังละ 5,000 บาท ให้กับครอบครัวที่ได้รับผลกระทบทั้ง 3 หลังที่ไฟลามไปถึง นอกจากนี้ นางอนุชิดา ชินศิระประภา เจ้าของโรงแรมโกลเด้นซิตี้ระยอง ยังใจกว้างเปิดห้องพักให้ครอบครัวผู้สูญเสียเข้าพักฟรี จนกว่าจะสามารถกลับเข้าบ้านตัวเองได้

การช่วยเหลือเหล่านี้ไม่เพียงแต่บรรเทาความเดือดร้อนชั่วคราว แต่ยังแสดงถึงจิตวิญญาณของความเป็นไทยที่รวมพลังกันในยามยาก สิ่งนี้ช่วยให้ผู้ประสบภัยมีที่พักพิงและกำลังใจในการเริ่มต้นชีวิตใหม่

บทเรียนจากเหตุไฟไหม้ทาวน์เฮ้าส์

เหตุไฟไหม้ทาวน์เฮ้าส์ จ.ระยอง คลอก 7 ศพ นี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้เราทุกคนตระหนักถึงความปลอดภัยในที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะในบ้านแถวที่ติดกันง่าย หากไฟฟ้าลัดวงจรเกิดขึ้น ไฟอาจลุกลามได้อย่างรวดเร็ว แนะนำให้ตรวจสอบระบบไฟฟ้าในบ้านอย่างสม่ำเสมอ ติดตั้งถังดับเพลิง และมีแผนอพยพฉุกเฉิน นอกจากนี้ การมีประกันภัยบ้านก็ช่วยลดภาระทางการเงินได้มาก

  • ตรวจสอบสายไฟและปลั๊กไฟเป็นประจำ
  • หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ชำรุด
  • ติดตั้งระบบเตือนไฟไหม้
  • ฝึกซ้อมการอพยพกับครอบครัว

การป้องกันที่ดีกว่าการแก้ไข โดยเฉพาะในยุคที่ที่อยู่อาศัยหนาแน่นแบบทาวน์เฮ้าส์

สุดท้ายนี้ หวังว่าการตรวจสอบของ พฐ. จะนำไปสู่คำตอบที่ชัดเจน และช่วยป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย หากคุณมีประสบการณ์หรือเคล็ดลับป้องกันไฟไหม้ สามารถแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้นะครับ เพื่อให้ทุกคนได้เรียนรู้ร่วมกัน

ที่มา – พฐ. เก็บหลักฐาน หาสาเหตุไฟไหม้ทาวน์เฮ้าส์ จ.ระยอง คลอก 7 ศพ คาดใช้เวลา 1 เดือน

สลด ไฟไหม้ทาวน์เฮ้าส์วอดกลางดึก คลอกคนในบ้านเสียชีวิต 7 ศพ

เหตุการณ์ สลด ไฟไหม้ทาวน์เฮ้าส์วอดกลางดึก คลอกคนในบ้านเสียชีวิต 7 ศพ เกิดขึ้นในจังหวัดระยอง เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2568 ทำให้ครอบครัวหนึ่งต้องสูญเสียชีวิตไปอย่างน่าเศร้า สร้างความสะเทือนใจให้กับชาวบ้านและชุมชนในพื้นที่

สลด ไฟไหม้ทาวน์เฮ้าส์วอดกลางดึก คลอกคนในบ้านเสียชีวิต 7 ศพ

เมื่อเวลา 02.30 น. ของวันที่ 2 ตุลาคม 2568 พ.ต.ท.ชัยกฤต เตารัตน์ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองระยอง ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ทาวน์เฮ้าส์ 4 หลัง บนถนนซอยทางไผ่ 2 เขตเทศบาลนครระยอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ พ.ต.อ.อาทิตย์ ยาแก้ว ผกก.สภ.เมืองระยอง นายอนุสรณ์ แสงกล้า นายอำเภอเมืองระยอง และทีมกู้ภัยมูลนิธิสว่างพรกุศลระยอง รีบรุดไปยังจุดเกิดเหตุทันที พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากเทศบาลนครระยองเพื่อควบคุมเพลิง

ที่เกิดเหตุ พบว่าบ้านต้นเพลิงถูกไฟไหม้ลุกโหมอย่างรุนแรง ก่อนจะลามไปยังบ้านติดกันอีก 3 หลัง เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงในการฉีดน้ำสกัดเพลิง จนสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ เมื่อตรวจสอบภายในบ้านที่ถูกเผาวอดทั้งหลัง พบศพผู้เสียชีวิตถูกไฟคลอกรวม 7 ราย แบ่งเป็นผู้ใหญ่ 4 ราย และเด็ก 3 ราย โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • นางลัดดา อายุ 57 ปี
  • นายสราวุธ อายุ 32 ปี
  • น.ส.ดารารัตน์ อายุ 29 ปี
  • น.ส.แนน (ยังไม่ทราบอายุ)
  • ด.ญ.เฟส (ยังไม่ทราบอายุ)
  • ด.ช.อิกคิว อายุ 2 ขวบ
  • ด.ญ.อัน อายุ 1 ขวบ
ภาพเหตุการณ์ไฟไหม้ทาวน์เฮ้าส์

นอกจากนี้ ยังมีบ้านที่ได้รับความเสียหายอีก 3 หลัง และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการสำลักควันไฟอีก 3 ราย ซึ่งถูกนำส่งโรงพยาบาลระยองทันทีเพื่อรับการรักษา

พยานเล่าถึงเหตุการณ์สลด ไฟไหม้ทาวน์เฮ้าส์วอดกลางดึก

จากการสอบถามพยานในที่เกิดเหตุ น.ส.ปทิตตา อายุ 17 ปี ซึ่งมีบ้านพักอยู่ตรงข้ามกับบ้านที่เกิดเพลิงไหม้ เล่าว่า ในช่วงเวลา 02.07 น. เธอได้ยินเสียงกรีดร้องดังมาจากบ้านข้างๆ จึงรีบเปิดม่านหน้าต่างดู ก็พบว่ามีเพลิงลุกไหม้ขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ไฟจะลุกลามไหม้ทั้งหลังอย่างรุนแรง ชาวบ้านใกล้เคียงต่างตื่นตระหนกและช่วยกันแจ้งเจ้าหน้าที่

นายอนุสรณ์ แสงกล้า นายอำเภอเมืองระยอง กล่าวเบื้องต้นว่าสาเหตุน่าจะมาจากไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากภายในบ้านมีอุปกรณ์ไฟฟ้าหลายชิ้น และช่วงเกิดเหตุผู้เสียชีวิตทั้ง 7 รายนอนหลับอยู่ที่ชั้น 2 ของบ้าน พวกเขาพยายามหนีลงมาชั้นล่าง แต่ไม่ทันการณ์ บางรายถูกพบเสียชีวิตบริเวณประตูบ้านชั้น 2 เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานกำลังเร่งตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

เหตุการณ์ สลด ไฟไหม้ทาวน์เฮ้าส์วอดกลางดึก คลอกคนในบ้านเสียชีวิต 7 ศพ นี้ ทำให้เกิดคำถามถึงความปลอดภัยในที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะในชุมชนทาวน์เฮ้าส์ที่บ้านติดกันใกล้ชิดกัน หากเกิดเพลิงไหม้เพียงครั้งเดียวก็อาจลุกลามได้ง่าย สถิติจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระบุว่าปีละมีเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนนับพันครั้ง สาเหตุหลักมาจากไฟฟ้าลัดวงจร การใช้เตาแก๊สที่ไม่ระวัง และการทิ้งก้นบุหรี่

เพื่อป้องกันเหตุการณ์เช่นนี้ ผู้อยู่อาศัยควรตรวจสอบระบบไฟฟ้าในบ้านอย่างสม่ำเสมอ ติดตั้งถังดับเพลิงและเครื่องตรวจจับควัน รวมถึงวางแผนทางหนีไฟให้ชัดเจน โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ชุมชนควรมีระบบแจ้งเตือนภัยและฝึกซ้อมหนีไฟเป็นประจำ เพื่อลดความเสี่ยงจากการสูญเสียชีวิต

นอกจากนี้ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรส่งเสริมการรณรงค์เรื่องความปลอดภัยจากเพลิงไหม้ โดยจัดอบรมให้ความรู้แก่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงสูง เช่น เขตเมืองที่บ้านเรือนหนาแน่น เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า ความประมาทเพียงเล็กน้อยอาจนำมาซึ่งโศกนาฏกรรมใหญ่หลวง

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์สลดนี้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติในชีวิตประจำวัน หากทุกคนตระหนักและปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย เราสามารถลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากเพลิงไหม้ได้อย่างมาก ลองเริ่มจากตรวจสอบบ้านของคุณวันนี้เพื่อปกป้องคนที่คุณรัก

ที่มา – สลด ไฟไหม้ทาวน์เฮ้าส์วอดกลางดึก คลอกคนในบ้านเสียชีวิต 7 ศพ

Scroll to top