แก๊งค้ายา

อินฟลูฯ เม็กซิโก ถูกยิงดับกลางไลฟ์สด ตำรวจเร่งล่ามือปืน

กลายเป็นข่าวช็อกไปทั่วโลกโซเชียล เมื่อมีรายงานว่าอินฟลูฯ เม็กซิโก ถูกยิงดับกลางไลฟ์สด ตำรวจเร่งล่ามือปืนที่ก่อเหตุอุกอาจในครั้งนี้ เหตุการณ์สะเทือนขวัญนี้เกิดขึ้นในรัฐซินาโลอา ประเทศเม็กซิโก ขณะที่ผู้ตายกำลังไลฟ์สดผ่าน TikTok ร่วมกับเพื่อนๆ อย่างสนุกสนาน กลับต้องมาจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของคนร้ายที่บุกเข้ามาก่อเหตุอย่างเหี้ยมโหด

สถานการณ์ที่น่าตกใจ: อินฟลูฯ เม็กซิโก ถูกยิงดับกลางไลฟ์สด ตำรวจเร่งล่ามือปืน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเย็นของวันอังคารที่ผ่านมา นายเซซาร์ กัสเตลุม อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังที่มีผู้ติดตามกว่า 5 แสนคน กำลังนั่งไลฟ์สดอยู่หน้าฟาสต์ฟู้ดแห่งหนึ่งย่านเตรสริโอส ในเมืองกูเลียกัน ทันใดนั้นมีชายสองคนขับขี่จักรยานยนต์เข้ามาใกล้และเปิดฉากยิงใส่เขาในระยะเผาขน ท่ามกลางสายตาของผู้ชมในไลฟ์สดที่ต่างพากันตื่นตกใจกับสิ่งที่เห็น

รายละเอียดและปมสังหาร อินฟลูฯ เม็กซิโก ถูกยิงดับกลางไลฟ์สด ตำรวจเร่งล่ามือปืน

จากการตรวจสอบเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้:

  • คนร้ายมีการวางแผนมาเป็นอย่างดีและหลบหนีไปได้อย่างรวดเร็ว
  • ผู้ตายและเพื่อนแต่งกายคล้ายไรเดอร์ส่งอาหาร ซึ่งอาจเป็นความบังเอิญหรือแผนอำพราง
  • เจ้าหน้าที่กำลังไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อหาเบาะแสของคนร้ายทั้งสองราย

หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า เหตุการณ์อินฟลูฯ เม็กซิโก ถูกยิงดับกลางไลฟ์สด ตำรวจเร่งล่ามือปืนครั้งนี้ อาจมีความเชื่อมโยงกับปัญหาอิทธิพลในพื้นที่ โดยเฉพาะในรัฐซินาโลอาที่ขึ้นชื่อเรื่องความขัดแย้งของกลุ่มแก๊งค้ายาเสพติด ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นกับอินฟลูเอนเซอร์คนอื่นๆ มาแล้วหลายราย ไม่ว่าจะเป็นกรณีของ ‘El Gordo Peruci’ หรือ วาเลเรีย มาร์เกซ ที่ถูกสังหารในลักษณะคล้ายกัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสถานการณ์ความปลอดภัยในพื้นที่ยังคงเป็นสิ่งที่น่ากังวลอย่างยิ่ง

เราหวังว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาลงโทษได้โดยเร็วที่สุด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ที่ต้องทำงานผ่านสื่อออนไลน์ ในสถานการณ์เช่นนี้ ความปลอดภัยของผู้คนควรเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด และเราขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตมา ณ ที่นี้ด้วย

ที่มา – อินฟลูฯ เม็กซิโก ถูกยิงดับกลางไลฟ์สด ตำรวจเร่งล่ามือปืน

ดับ 1 สาหัส 1 แก๊งค้ายาบ้า ซิ่งหนี ตร. ชนเสาไฟ ค้นรถเจอ 2 ล้านเม็ด

เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนที่ติดตามข่าวสารอาชญากรรมคงต้องตกใจกับเหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย เมื่อมีการรายงานข่าว ดับ 1 สาหัส 1 แก๊งค้ายาบ้า ซิ่งหนี ตร. ชนเสาไฟ ค้นรถเจอ 2 ล้านเม็ด ซึ่งเป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามของเจ้าหน้าที่ในการสกัดกั้นขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติอย่างเข้มข้น

ดับ 1 สาหัส 1 แก๊งค้ายาบ้า ซิ่งหนี ตร. ชนเสาไฟ ค้นรถเจอ 2 ล้านเม็ด

เหตุสลดครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2569 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทุ่งเสลี่ยม ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์เก๋งพุ่งชนเสาไฟฟ้าบริเวณจุดตรวจกลางดง ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นกลุ่มขบวนการลักลอบขนยาเสพติดที่หนีการสกัดจับของเจ้าหน้าที่ บก.ปส. มาด้วยความเร็วสูงก่อนจะเสียหลักเกิดอุบัติเหตุจนเป็นเหตุให้ ดับ 1 สาหัส 1 แก๊งค้ายาบ้า ซิ่งหนี ตร. ชนเสาไฟ ค้นรถเจอ 2 ล้านเม็ด ในที่สุด

สรุปเหตุการณ์ระทึกขวัญที่สุโขทัย

จากการตรวจสอบซากรถยนต์คันดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบของกลางจำนวนมหาศาล โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • พบยาบ้าจำนวนประมาณ 2 ล้านเม็ดภายในรถ
  • ผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อคือนายพิณณุ อายุ 44 ปี
  • ผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย ชื่อนายณัฐนนท์ อายุ 19 ปี
  • สภาพรถพังยับเยินจากการพุ่งอัดเสาไฟฟ้าข้างทาง

ความรุนแรงของเหตุการณ์ ดับ 1 สาหัส 1 แก๊งค้ายาบ้า ซิ่งหนี ตร. ชนเสาไฟ ค้นรถเจอ 2 ล้านเม็ด ครั้งนี้ ถือเป็นอุทาหรณ์ครั้งใหญ่ให้กับผู้ที่คิดจะก้าวเข้าสู่เส้นทางสายมืด เพราะนอกจากจะต้องสูญเสียอิสรภาพแล้ว ยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงถึงชีวิตจากพฤติกรรมขับรถประมาทหวังหนีเจ้าหน้าที่แบบไม่คิดชีวิต

ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังจากนี้คงต้องมีการขยายผลต่อไปว่า ขบวนการขนยาเสพติดลอตใหญ่ขนาดนี้มีใครเป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลัง เพราะการขนยาบ้าถึง 2 ล้านเม็ดไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แน่นอน เราขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อสังคมไทยที่ปลอดภัยขึ้นครับ

ที่มา – ดับ 1 สาหัส 1 แก๊งค้ายาบ้า ซิ่งหนี ตร. ชนเสาไฟ ค้นรถเจอ 2 ล้านเม็ด

ทลายโกดังเชียงราย ซุกยาบ้า 10 ล้านเม็ด!

ปฏิบัติการทลายโกดังเชียงราย! เจ้าหน้าที่บุกจับแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ กลางเมืองเชียงราย ยึดยาบ้ากว่า 10 ล้านเม็ด ซุกซ่อนในโซฟาจำนวนมาก เตรียมส่งเข้าพื้นที่ตอนในของประเทศ

ทลายโกดังเชียงราย ซุกยาบ้ากว่า 10 ล้านเม็ดในโซฟา เตรียมส่งเข้าพื้นที่ชั้นใน

การจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากการขยายผลการจับกุมยาบ้าล็อตใหญ่ก่อนหน้านี้ โดย พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 สั่งการให้ขยายผลจนนำไปสู่การจับกุมครั้งนี้ ซึ่งมีการบูรณาการกำลังจากหลายหน่วยงาน ทั้ง ภ.5, บก.สส.ภ.5, สำนักงาน ป.ป.ส. และ ภ.จว.เชียงราย สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 5 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 66 กระสอบ รวมประมาณ 10 ล้านเม็ด รถยนต์ 1 คัน และรถจักรยานยนต์ 1 คัน ที่โกดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย

จุดเริ่มต้นของการทลายแก๊งค้ายาครั้งนี้ มาจากการจับกุมผู้ต้องหาพร้อมยาบ้าประมาณ 10 ล้านเม็ด ซุกซ่อนในตู้ลำโพง ที่ด่านตรวจห้วยไร่ จ.แพร่ เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 68 จากนั้นได้มีการขยายผลจนออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติม และพบว่ามีนายกฤชร์ณชัย ชาว อ.เทิง จ.เชียงราย เป็นผู้ควบคุมสั่งการนำยาเสพติดเข้าประเทศ นอกจากนี้ยังพบว่า นายวิเทน แซ่ย่าง ผู้ต้องหาตามหมายจับคดียาบ้า 10 ล้านเม็ดของ สภ.ห้วยไร่ เป็นผู้ดำเนินการเช่าโกดังในพื้นที่ จ.เชียงราย เพื่อซุกซ่อนยาเสพติด

การสืบสวนนำไปสู่การทลายโกดังเชียงราย

ชุดขยายผลยาเสพติด ภ.5 ร่วมกับ บก.สส.ภ.5 และ ภ.จว.เชียงราย ได้บูรณาการร่วมกับ สำนักงาน ป.ป.ส. ในการสืบสวนขยายผล จนกระทั่งทราบว่า กลุ่มเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าว ได้เช่าโกดังบริเวณถนนระหว่างสี่แยกห้วยปลากั้ง-บ้านน้ำลัด เพื่อซุกซ่อนยาเสพติด โดยลำเลียงเข้าไปกับโซฟา ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความพยายามในการสืบสวนอย่างต่อเนื่อง

จากการเฝ้าสังเกตการณ์ พบว่ามีรถยนต์บรรทุกเข้าออกโกดัง และมีบุคคลเข้าออกบริเวณดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งวันที่ 10 พ.ย. 68 เจ้าหน้าที่เชื่อว่ามีการซุกซ่อนยาเสพติดไว้ในโซฟา เพื่อเตรียมการลักลอบลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ตอนใน จึงทำการปิดล้อมจับกุม สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 5 ราย คือ นายชุมพร แซ่ว่าง, นายพินิจ แซ่เฮ่อ, นายวรพล แซ่เฮ่อ, นายพัฒนากร แซ่ย่าง และนายวิเทน แซ่ย่าง

เมื่อเข้าทำการตรวจค้นภายในโกดัง พบยาบ้าจำนวน 66 กระสอบ ซุกซ่อนอยู่ในโซฟา 34 ตัว โดยแต่ละตัวมี 1-3 กระสอบ เจ้าหน้าที่จึงทำการจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป การทลายโกดังเชียงรายครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือ

ที่น่าสนใจคือ นายวิเทน แซ่ย่าง ผู้ต้องหาที่ 5 เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับคดียาบ้า 10 ล้านเม็ด ของ สภ.ห้วยไร่ ซึ่งขณะนี้ได้อายัดตัวไว้เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว

การขยายผลและ ทลายโกดังเชียงราย ที่ซุกซ่อนยาบ้ากว่า 10 ล้านเม็ดในโซฟาครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความพยายามของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง และยังเป็นการตัดวงจรเครือข่ายค้ายาเสพติดที่เชื่อมโยงกับพื้นที่ตอนในของประเทศอีกด้วย

ทลายโกดังเชียงราย ครั้งนี้ อาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหา แต่ก็เป็นก้าวสำคัญในการต่อสู้กับยาเสพติดอย่างไม่ย่อท้อ หวังว่าการจับกุมครั้งนี้ จะเป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้ที่คิดจะเข้าสู่วงจรยาเสพติด และเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกคน

สำหรับผู้ที่ต้องการแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติด สามารถติดต่อได้ที่สายด่วน 191 หรือ 1386 ตลอด 24 ชั่วโมง

ที่มา – ทลายโกดังเชียงราย ซุกยาบ้ากว่า 10 ล้านเม็ดในโซฟา เตรียมส่งเข้าพื้นที่ชั้นใน

แก๊งค้ายาเรียกรถผ่านแอปฯ ขนยาลงใต้!

เรื่องราวเหลือเชื่อ! หนุ่มนักขับรถขนส่งสังเกตความผิดปกติของกล่องพัสดุ แจ้งตำรวจ ตรวจสอบเจอยาไอซ์และกัญชามูลค่ากว่า 81 ล้านบาท! พบเป็นขบวนการแก๊งค้ายาเรียกรถผ่านแอปฯ ขนไอซ์-กัญชา มูลค่ากว่า 81 ล้านบาท ลงใต้ โดยว่าจ้างในราคา 10,000 บาท

แก๊งค้ายาเรียกรถผ่านแอปฯ ขนไอซ์-กัญชา มูลค่ากว่า 81 ล้านบาท ลงใต้

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ณ สภ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ได้มีการแถลงข่าวการจับกุม นายทรงพล อนุรักษ์พนาวัน อายุ 31 ปี และ น.ส.พนิดา นกดี อายุ 23 ปี พร้อมของกลางยาไอซ์ 210 กิโลกรัม และกัญชาอัดแท่ง 390 กิโลกรัม รวมมูลค่ากว่า 81 ล้านบาท พร้อมรถกระบะอีก 1 คัน โดยมี พล.ต.ท.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผบช.ภ.7 และผู้เกี่ยวข้องร่วมแถลง

พล.ต.ท.นัยวัฒน์ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นจากการสืบสวนและได้รับเบาะแสจากพนักงานขนส่งว่าพบยาเสพติดจำนวนมาก ซุกซ่อนในพูลวิลล่าแห่งหนึ่งใน อ.อัมพวา จากการตรวจสอบพบยาไอซ์จำนวนมากในกล่องพัสดุที่บรรจุเงาะ แต่ผู้เช่าได้หลบหนีไปก่อน

ต่อมา ศาลจังหวัดสมุทรสงครามได้ออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งสอง และสามารถจับกุมได้ที่ห้องเช่าแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่กำลังขยายผลเพื่อจับกุมผู้ร่วมขบวนการและยึดทรัพย์สินตามกฎหมาย

ยาเสพติด

นายไกรเลิศ ดาวเรือง ผอ.ปปส. ภ.7 คาดว่ายาเสพติดเหล่านี้มาจากฝั่งลาว ผ่านภาคเหนือ พักยาในสมุทรสงคราม แล้วว่าจ้างขนส่งเอกชนไปยังภาคใต้ เพื่อส่งต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

ผู้ต้องหารับสารภาพว่าจ้างขนส่งจริง เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “ร่วมจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย และกระทำเพื่อการค้า และร่วมจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 (กัญชา) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย และกระทำเพื่อการค้า” และจะขยายผลต่อไป

นายเอ (นามสมมติ) พนักงานส่งของเล่าว่า ได้รับงานผ่านแอปฯ โดยผู้ว่าจ้างอ้างว่าเป็นมังคุดอบแห้ง แต่เมื่อไปรับสินค้ากลับพบว่าเป็นเงาะ 21 ลัง และสังเกตเห็นความผิดปกติ จึงเปิดกล่องดูและพบว่าเป็นยาไอซ์ จึงแจ้งตำรวจ

พนักงานขับรถรายนี้ยังกล่าวว่า การกระทำดังกล่าวไม่เหมาะสม และฝากเตือนเพื่อนร่วมอาชีพให้ระมัดระวัง หากพบสิ่งผิดสังเกตให้แจ้งตำรวจ

พนักงานขนส่งกับการจับกุมแก๊งค้ายาเรียกรถผ่านแอปฯ

เรื่องราวของพนักงานขนส่งที่ไหวพริบดีในการสังเกตความผิดปกติ กลายเป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่การจับกุมแก๊งค้ายาเรียกรถผ่านแอปฯ ขนไอซ์-กัญชา มูลค่ากว่า 81 ล้านบาท ลงใต้ ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการตื่นตัวและความร่วมมือของประชาชนในการต่อต้านยาเสพติด

  • การสังเกตสิ่งผิดปกติเป็นสิ่งสำคัญ
  • ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นสิ่งที่ดี
  • การตระหนักถึงผลกระทบของยาเสพติดต่อสังคม

แก๊งค้ายาเรียกรถผ่านแอปฯ ขนไอซ์-กัญชา มูลค่ากว่า 81 ล้านบาท ลงใต้ เป็นภัยร้ายที่สังคมต้องร่วมมือกันกำจัด พนักงานขนส่งท่านนี้เป็นตัวอย่างที่ดีในการทำหน้าที่พลเมืองที่ดี การแจ้งเบาะแสเมื่อพบสิ่งผิดปกติ ช่วยลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากยาเสพติดได้

การใช้แอปพลิเคชันเรียกรถขนส่งเพื่อกระทำผิด เป็นรูปแบบใหม่ที่อาชญากรนำมาใช้ เจ้าหน้าที่จึงต้องปรับตัวและเพิ่มมาตรการป้องกันให้ทันต่อสถานการณ์

เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ให้ผู้ประกอบอาชีพขนส่งต้องเพิ่มความระมัดระวังในการรับงาน และตรวจสอบสินค้าให้ถี่ถ้วน เพื่อป้องกันตัวเองจากการตกเป็นเครื่องมือของอาชญากร นอกจากนี้ ผู้บริโภคควรเลือกใช้บริการขนส่งที่มีความน่าเชื่อถือ และมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี

ที่มา – แก๊งค้ายาเรียกรถผ่านแอปฯ ขนไอซ์-กัญชา มูลค่ากว่า 81 ล้านบาท ลงใต้

Scroll to top