แม่ทัพกุ้ง

“แม่ทัพกุ้ง” บวชอุทิศแด่ทหารกล้า 1 พรรษา เป็นพระบุญสิน

เชื่อว่าหลายคนคงได้รับทราบข่าวการเคลื่อนไหวที่น่าอนุโมทนาบุญอย่างยิ่ง เมื่อ พลเอกบุญสิน พาดกลาง หรือที่เรารู้จักกันในนาม “แม่ทัพกุ้ง” ได้ตัดสินใจเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์เพื่ออุทิศตนศึกษาพระธรรมวินัย โดยมีจุดประสงค์อันยิ่งใหญ่ในการอุทิศส่วนกุศลให้กับเหล่านักรบผู้กล้าและพี่น้องประชาชนที่เสียสละชีวิตเพื่อชาติบ้านเมือง

“แม่ทัพกุ้ง” บวชอุทิศแด่ทหารกล้า 1 พรรษา ได้รับฉายาว่า “พระบุญสิน โชติปัญโญ”

การตัดสินใจอุปสมบทครั้งนี้ของ “แม่ทัพกุ้ง” บวชอุทิศแด่ทหารกล้า 1 พรรษา ได้รับฉายาว่า “พระบุญสิน โชติปัญโญ” ณ วัดป่าศรีคุณาราม ถือเป็นเรื่องราวที่สร้างความประทับใจให้กับคนไทยเป็นอย่างมาก ท่านได้เผยความตั้งใจจริงที่อยากจะตอบแทนคุณแผ่นดินด้วยการละทิ้งทางโลกชั่วคราวเพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและส่งผลบุญไปถึงดวงวิญญาณของผู้ที่พลีชีพในสมรภูมิชายแดนไทย-กัมพูชาและเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ผ่านมา

เบื้องลึกความตั้งใจของ “พระบุญสิน โชติปัญโญ”

ก่อนหน้านี้ไม่นาน พลเอกบุญสิน พาดกลาง ได้เข้ากราบลา พระเทพวัชรธรรมโสภณ (หลวงปู่ศิลา) เพื่อขออุปสมบท โดยหลวงปู่ได้เมตตามอบผ้าไตรและอัฐบริขารให้ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ท่านตั้งใจจะปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัดตลอด 1 พรรษา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและอุทิศให้แก่ทหารกล้าอย่างแท้จริง

เหตุผลที่ลึกซึ้งในการตัดสินใจครั้งนี้ประกอบด้วย:

  • เพื่อแสดงความเคารพต่อการเสียสละของทหารและประชาชนที่ปกป้องผืนแผ่นดินไทย
  • เพื่อศึกษาพระธรรมวินัยและขัดเกลาจิตใจตามแนวทางพระพุทธศาสนา
  • เพื่อขออโหสิกรรมต่อสิ่งที่เคยล่วงเกินบุคคลอื่นทั้งทางตรงและทางอ้อม

นอกจากนี้ ในเพจ “FC แม่ทัพกุ้ง พลเอกบุญสิน พาดกลาง” ยังได้เผยแพร่ภาพบรรยากาศการบวชที่เรียบง่าย แต่เปี่ยมไปด้วยความศรัทธา โดยท่านได้ฝากข้อความกราบขออโหสิกรรมกับทุกท่านที่เคยได้ล่วงเกิน ทั้งกายกรรม วจีกรรม และมโนกรรม ทำให้เห็นถึงความอ่อนน้อมและการเป็นแบบอย่างของผู้นำที่มีจิตใจงดงาม

บทเรียนที่เราได้รับจากกรณี “แม่ทัพกุ้ง” บวชอุทิศแด่ทหารกล้า 1 พรรษา ได้รับฉายาว่า “พระบุญสิน โชติปัญโญ” ในครั้งนี้ คือการตระหนักถึงคุณค่าของการเสียสละ แม้ในยามมียศถาบรรดาศักดิ์สูงสุด ก็สามารถวางลงได้เพื่อแสวงหาทางแห่งความสงบและทำประโยชน์ให้แก่ผู้ที่จากไป การอุปสมบทเป็นกุศโลบายที่ดีในการระลึกถึงผู้กล้าที่เสียสละเพื่อชาติ ให้เราในฐานะลูกหลานไทยต้องไม่ลืมพวกเขาเหล่านั้น

ที่มา – “แม่ทัพกุ้ง” บวชอุทิศแด่ทหารกล้า 1 พรรษา ได้รับฉายาว่า “พระบุญสิน โชติปัญโญ”

“แม่ทัพกุ้ง” เข้ากราบ “หลวงปู่ศิลา” เตรียมบวชทหารกล้า

ข่าวดีที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยทั้งประเทศ เมื่อ “แม่ทัพกุ้ง” เข้ากราบ “หลวงปู่ศิลา” รับเครื่องอัฐบริขาร เตรียมบวชอุทิศกุศลให้ทหารกล้า พลเอกบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพน้อยที่ 2 ได้เดินทางไปยังวัดสวนธรรมปีติ เพื่อกราบนมัสการหลวงปู่ศิลาและรับเครื่องอัฐบริขารสำหรับการบวชพระครั้งนี้ โดยมีจุดประสงค์เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับเหล่าทหารกล้าที่สละชีพปกป้องชาติ ทำให้โซเชียลมีเดียแตกตื่น ผู้คนแห่กันเข้าไปแสดงความยินดีและอนุโมทนาบุญอย่างล้นหลาม

“แม่ทัพกุ้ง” เข้ากราบ “หลวงปู่ศิลา” รับเครื่องอัฐบริขาร เตรียมบวชอุทิศกุศลให้ทหารกล้า

เหตุการณ์สุดประทับใจเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2567 เพจเฟซบุ๊ก “FC แม่ทัพกุ้ง พลเอกบุญสิน พาดกลาง” ได้โพสต์ภาพและข้อความบรรยายว่า แม่ทัพกุ้งได้เข้ากราบหลวงปู่ศิลาอย่างนอบน้อม รับเครื่องอัฐบริขารจากพระคุณหลวงปู่ เพื่อเตรียมตัวบวช 1 พรรษา ขออำนาจศรัทธาและกุศลผลบุญนำพาชีวิตสู่ความสงบร่มเย็น โดยเฉพาะเพื่อ “แม่ทัพกุ้ง” เข้ากราบ “หลวงปู่ศิลา” รับเครื่องอัฐบริขาร เตรียมบวชอุทิศกุศลให้ทหารกล้า ส่งบุญให้ผู้กล้าทุกนายที่ปกป้องแผ่นดินไทย

แม่ทัพกุ้ง เข้ากราบ หลวงปู่ศิลา รับเครื่องอัฐบริขาร
ภาพจากเฟซบุ๊ก FC แม่ทัพกุ้ง พลเอกบุญสิน พาดกลาง

รู้จัก “แม่ทัพกุ้ง” พลเอกบุญสิน พาดกลาง ผู้กล้าหาญหัวใจศรัทธา

พลเอกบุญสิน พาดกลาง หรือที่แฟนๆ รู้จักในนาม “แม่ทัพกุ้ง” เป็นแม่ทัพน้อยที่ 2 ประจำพื้นที่กาฬสินธุ์ ท่านมีชื่อเสียงในด้านความเด็ดขาดในการดูแลความมั่นคงชายแดน และความใกล้ชิดกับประชาชน ชื่อ “แม่ทัพกุ้ง” มาจากความชื่นชอบกุ้งและบุคลิกที่สดใส แต่เบื้องหลังคือผู้นำที่มุ่งมั่นปกป้องชาติ ท่านเคยประกาศความตั้งใจบวชมานาน เพื่อตอบแทนบุญคุณทหารที่เสียสละชีวิต ทำให้การกระทำครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเซอร์ไพรส์ แต่เป็นการเติมเต็มคำมั่นสัญญา

หลวงปู่ศิลา พระเกจิเมตตา วัดสวนธรรมปีติ

หลวงปู่ศิลา หรือพระศิลา ปัญญาคโม เป็นพระสงฆ์เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ที่มีชื่อเสียงด้านเมตตาและเครื่องอัฐบริขารศักดิ์สิทธิ์ วัดสวนธรรมปีติเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมที่สงบ ผู้ที่มากราบท่านมักได้รับพรและเครื่องราชบรรณาการที่เป็นสิริมงคล การที่ “แม่ทัพกุ้ง” เข้ากราบ “หลวงปู่ศิลา” รับเครื่องอัฐบริขาร เตรียมบวชอุทิศกุศลให้ทหารกล้า จึงยิ่งเพิ่มความศักดิ์สิทธิ์ให้กับการบวชครั้งนี้

เหตุผลและความหมายของการบวชอุทิศกุศล

การบวชของแม่ทัพกุ้งไม่ใช่แค่การทดแทนบุญคุณ แต่เป็นการส่งต่อกุศลให้ทหารกล้าที่พลีชีพเพื่ออธิปไตยไทย ท่านต้องการให้ทหารเหล่านั้นได้ไปสู่สุคติ และเป็นขวัญกำลังใจให้ทหารปัจจุบัน ล่าสุด พลตรีอรรถชัย รักษาศิลป์ รองแม่ทัพน้อยที่ 2 ยืนยันว่า แม่ทัพแจ้งความประสงค์มานาน หลวงปู่ศิลาก็ยินดีร่วมบุญ วันบวชและสถานที่ทางกองทัพจะแจ้งเร็วๆ นี้ คาดว่าพี่น้องประชาชนรักชาติจะมาร่วมจำนวนมาก

  • ระลึกถึงวีรชน: ส่งบุญให้ทหารที่สละชีวิตเพื่อชาติ
  • เป็นแบบอย่าง: แสดงให้เห็นผู้นำที่สมดุลทางโลกและธรรม
  • สร้างความสามัคคี: เชิญชวนทุกคนร่วมอนุโมทนา
  • เมตตาจากหลวงปู่: ผ้าไตรและเครื่องอัฐบริขารเพิ่มสิริมงคล

กระแสในโซเชียลร้อนแรงมาก ผู้คนคอมเมนต์กราบอนุโมทนา ขอพรให้แม่ทัพกุ้งบวชเป็นสุข และบางคนประกาศว่าจะไปร่วมพิธี นี่คือพลังของศรัทธาที่เชื่อมโยงใจคนไทยเข้าด้วยกัน

ในยุคที่โลกวุ่นวาย การกระทำของ “แม่ทัพกุ้ง” เป็นตัวอย่างชั้นเลิศของผู้นำที่ไม่ลืมรากเหง้าและคุณงามความดี มันเตือนใจเราว่า ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด การทำบุญอุทิศส่วนกุศลคือหนทางสู่ความสงบสุขที่ยั่งยืน หากคุณชื่นชอบข่าวสร้างแรงบันดาลใจแบบนี้ อย่าลืมแชร์และแสดงความเห็นด้านล่างว่า คุณจะอนุโมทนาบุญไปด้วยหรือไม่? ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกุศลครั้งยิ่งใหญ่กันเถอะ!

ที่มา – “แม่ทัพกุ้ง” เข้ากราบ “หลวงปู่ศิลา” รับเครื่องอัฐบริขาร เตรียมบวชอุทิศกุศลให้ทหารกล้า

กมธ.ทหารฯ สว. ถกปมชายแดนไทย-กัมพูชา

คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ได้เชิญ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง หรือ “บิ๊กกุ้ง” อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 เข้าให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะประเด็นคำสั่งหยุดยิงที่เกิดขึ้นในการปะทะเมื่อปี 2568 การหารือครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจาก กมธ. เห็นถึงความสำคัญและความละเอียดอ่อนของสถานการณ์บริเวณชายแดน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ

เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธาน กมธ. ได้ออกแถลงการณ์ถึงกรณีที่ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง ได้กล่าวในการประชุมถึงเหตุการณ์การสู้รบกับกัมพูชาเมื่อวันที่ 24-28 กรกฎาคม 2568 โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า หลังจากเริ่มการรบได้เพียง 6 ชั่วโมง กลับมีคำสั่งให้หยุดยิง ทำให้ กมธ. ตัดสินใจเปิดประชุมด่วนเพื่อพิจารณาเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน เนื่องจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นเรื่องละเอียดอ่อนและเกี่ยวข้องกับความมั่นคง อธิปไตย และบูรณภาพเเห่งดินแดน

กมธ.ทหารฯ สว. ถกปมชายแดนไทย-กัมพูชา

กมธ. เล็งเห็นว่าประเด็นดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติอย่างร้ายแรง จึงได้เชิญ พล.ท.บุญสิน เข้าร่วมประชุมเพื่อรับทราบข้อมูลและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงหารือเเละเเลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการปฏิบัติภารกิจตามบทบาทหน้าที่และอำนาจของ กมธ. ต่อไป

ทำไมต้องถกปมชายแดนไทย-กัมพูชา?

การหารือเรื่องกมธ.ทหารฯ สว. ถกปมชายแดนไทย-กัมพูชา มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะสถานการณ์บริเวณชายแดนมีความซับซ้อนเเละเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของทั้งสองประเทศ การทำความเข้าใจถึงต้นเหตุของปัญหาเเละเเนวทางการเเก้ไข จะช่วยลดความตึงเครียดเเละป้องกันความขัดเเย้งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้ นอกจากนี้ การรับฟังข้อมูลจากผู้ที่มีประสบการณ์โดยตรงอย่าง พล.ท.บุญสิน จะช่วยให้ กมธ. สามารถวิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างรอบด้านเเละนำไปสู่การตัดสินใจที่ถูกต้องเเม่นยำ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า กมธ.การทหารฯ วุฒิสภา ได้กำหนดวันประชุมในวันที่ 11 พฤศจิกายน เวลา 08.00 น. โดยได้เชิญ พล.ท.บุญสิน เข้าร่วมหารือเเละเเลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับวิกฤตการณ์แนวชายแดนไทย-กัมพูชาที่เกิดขึ้นในอดีตจนถึงปัจจุบัน รวมถึงเเนวโน้มในอนาคต เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและความมั่นคงของประเทศ

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและต้องการความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง การที่ กมธ.ทหารฯ สว. ให้ความสำคัญกับการรับฟังข้อมูลจากผู้มีประสบการณ์และนำมาวิเคราะห์อย่างรอบด้าน ถือเป็นแนวทางที่ถูกต้องในการแก้ไขปัญหาและสร้างความมั่นคงให้กับประเทศ การติดตามความคืบหน้าของการหารือในครั้งนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ประชาชนควรให้ความสนใจ

การแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน การสร้างความเข้าใจและความไว้วางใจซึ่งกันและกันเป็นสิ่งสำคัญที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน การที่ กมธ.ทหารฯ สว. เปิดเวทีให้มีการหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น จึงเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความเข้าใจและนำไปสู่การแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างสันติวิธี

ประเด็นเรื่อง กมธ.ทหารฯ สว. ถกปมชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่ได้เป็นเพียงเเค่เรื่องของความมั่นคงเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ของประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายแดนด้วย การแก้ไขปัญหาชายแดนจึงต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ และให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพวกเขา การสร้างความเจริญและความมั่นคงให้กับพื้นที่ชายแดน จะช่วยลดปัญหาความขัดแย้ง และสร้างความสงบสุขให้กับประเทศ

การที่ กมธ.ทหารฯ สว. ให้ความสำคัญกับการหารือเรื่องกมธ.ทหารฯ สว. ถกปมชายแดนไทย-กัมพูชา แสดงให้เห็นถึงความตระหนักในความสำคัญของปัญหาและความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง การติดตามความคืบหน้าของการหารือในครั้งนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ประชาชนควรให้ความสนใจ และร่วมกันสนับสนุนให้เกิดการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างยั่งยืน

ที่มา – กมธ.ทหารฯ สว. เชิญ “บิ๊กกุ้ง” ให้ข้อมูล หารือชายแดนไทย-กัมพูชา เค้นปมคำสั่งหยุดยิง

บิ๊กเล็กยัน! ไม่เคยสั่งหยุดยิง โยนถามบิ๊กกุ้ง

“บิ๊กเล็ก” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ปฏิเสธข่าวสั่งหยุดยิง 6 ชั่วโมงแรก ย้ำได้รับคำยืนยันจากผู้บัญชาการทหารบก ว่าไม่มีใครสั่งหยุดยิง ชี้ ต้องถาม “แม่ทัพกุ้ง” พร้อมเผยคำพูดอดีตแม่ทัพภาคที่ 2 บอกต้องเอาคืน แต่จนเกษียณก็ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้น

วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงกรณี พลโท บุญสิน พาดกลาง หรือ แม่ทัพกุ้ง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ให้ข้อมูลว่า มีผู้สั่งการให้หยุดยิงในช่วง 6 ชั่วโมงแรกของการปะทะเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยพลเอก ณัฐพล ยืนยันชัดเจนว่าไม่เคยเป็นผู้สั่งการหรือพูดให้หยุดยิง และในวันเกิดเหตุได้เพียงติดตามสถานการณ์ พร้อมมอบอำนาจการสั่งการให้คณะผู้บัญชาการทางทหาร ซึ่งมีผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นหัวหน้าคณะรับผิดชอบ

ผู้สื่อข่าวถามต่อ ทราบหรือไม่ว่าใครเป็นผู้พูดหรือผู้สั่งการ พลเอก ณัฐพล ตอบว่า “อันนี้ต้องไปถามคนพูด เพราะผมไม่ทราบและไม่ได้พูด ต้องกลับไปถามแม่ทัพกุ้งเอง” พร้อมย้ำว่าเรื่องดังกล่าวไม่ได้สร้างแรงกดดันหรือบั่นทอนกำลังใจในการทำงานของตน โดยตนได้สอบถามผู้บัญชาการทหารบกแล้ว และได้รับคำยืนยันว่าไม่มีใครสั่งหยุดยิง แถมยังตรงกันข้ามกับที่มีการกล่าวอ้าง เพราะในช่วงที่มีการปะทะ พลโทบุญสิน เป็นฝ่ายระบุเองว่าต้องเอาคืน และตนยังบอกพลโทบุญสิน ว่าหากมีการเตรียมการไว้แล้วให้รีบดำเนินการก่อนเกษียณ แต่จนกระทั่งเกษียณก็ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้น

เมื่อถูกถามถึงกระแสว่าอาจเป็นคำสั่งจาก นายภูมิธรรม เวชชชัย ซึ่งขณะนั้นรักษาการนายกรัฐมนตรี โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยืนยันว่า “ไม่มีคำสั่งดังกล่าวแน่นอน”

บิ๊กเล็กยัน ไม่เคยสั่งหยุดยิง โยนถามบิ๊กกุ้ง

คำถามที่ยังค้างคาใจ: ใครสั่งหยุดยิง?

ประเด็นการสั่งหยุดยิงในช่วง 6 ชั่วโมงแรกของการปะทะ กลายเป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง โดยพลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกมายืนยันว่าตนเองไม่เคยสั่งการ และโยนคำถามไปยังพลโท บุญสิน พาดกลาง หรือ แม่ทัพกุ้ง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ให้ข้อมูลเรื่องนี้

ความคลุมเครือในเรื่องนี้ ทำให้เกิดคำถามมากมายในสังคม ใครเป็นผู้ออกคำสั่งหยุดยิงจริง? เหตุผลเบื้องหลังคำสั่งนั้นคืออะไร? และการหยุดยิงส่งผลกระทบต่อสถานการณ์โดยรวมอย่างไร?

พลเอก ณัฐพล ยังกล่าวอีกว่า ตนได้สอบถามไปยังผู้บัญชาการทหารบกแล้ว และได้รับการยืนยันว่าไม่มีใครสั่งหยุดยิง ซึ่งขัดแย้งกับข้อมูลที่พลโท บุญสิน ให้ไว้ ทำให้เรื่องนี้ยิ่งซับซ้อนและต้องการการตรวจสอบที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

ประเด็นที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือ คำกล่าวอ้างของพลโท บุญสิน ที่บอกว่า “ต้องเอาคืน” ซึ่งพลเอก ณัฐพล ได้กล่าวว่า ตนได้สนับสนุนให้พลโท บุญสิน ดำเนินการก่อนเกษียณ แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เรื่องนี้ชี้ให้เห็นถึงความขัดแย้งและความไม่ลงรอยกันภายในกองทัพ ที่อาจส่งผลต่อการปฏิบัติงานและความมั่นคงของชาติ

สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการสื่อสารที่ชัดเจนและความรับผิดชอบต่อข้อมูลที่เผยแพร่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติ การออกมาให้ข้อมูลที่ไม่ตรงกัน อาจก่อให้เกิดความสับสนและลดความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกองทัพและรัฐบาล

ดังนั้น การตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดและเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้สังคมได้รับทราบความจริงและสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง

เราหวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ และให้ความกระจ่างแก่สังคมโดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

ท้ายที่สุดนี้ การทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพและการสื่อสารที่เปิดเผยจะเป็นสิ่งที่ช่วยให้ประเทศไทยรักษาความมั่นคงและก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง

ที่มา – ไม่เคยสั่งหยุดยิง “บิ๊กเล็ก” โยนถาม “บิ๊กกุ้ง” พร้อมเผยคำพูด บอกต้องเอาคืน

“แม่ทัพกุ้ง” ยัน “ปราสาทตาควาย” ของไทยแน่!

“แม่ทัพกุ้ง” ยืนยัน ปราสาทตาควายเป็นของไทย อันไหนอยู่พื้นแผ่นดินไทยต้องทวงคืน จะเสียมากเสียน้อย ขึ้นอยู่กับผู้นำและการวางแผน พร้อมเตรียมเปิดมูลนิธิช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสครอบครัวทหาร ย้ำชัดเจน โปร่งใส ตรวจสอบได้

ความคืบหน้าสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 พลโทบุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก ได้เดินทางมายัง สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน หลังได้รับเชิญมาเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “เยาวชนไทยร่วมใจรักชาติ รักแผ่นดินและปลูกจิตสำนึก ด้านคุณธรรม จริยธรรม ความโปร่งใส เพื่อความมั่นคงของชาติ”

โดยเนื้อหาในบรรยายเป็นการเล่าถึงประสบการณ์ในการทำหน้าที่เป็นแม่ทัพภาคที่ 2 ในการดูแลพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ในช่วงเกิดสภาวะสงคราม พร้อมกับเปิดโอกาสให้นักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันและนักเรียนจากโรงเรียนวัดไชยมงคล ถามตอบคำถามที่ตัวเองสงสัยและอยากรู้ พร้อมสอนคุณธรรมจริยธรรม เพื่อเป็นแนวทางพัฒนาตัวเองและเป็นแบบอย่างรั้วของชาติในอนาคต

หลังจากที่มีการบรรยายเสร็จ พลโทบุญสิน พาดกลาง ได้มีการโชว์ลีลาตำส้มตำปลาร้า ให้คณะครูอาจารย์รับประทาน โดยตอนที่กำลังเทปลาร้า พลโทบุญสิน พูดแซวเล่นว่า “เห็นโลโก้ไม่ได้ ไม่ใช่สปอนเซอร์” หลังตำส้มตำเสร็จ มีการชิมบอกว่า “อร่อย”

ภายหลังจากจบบรรยายพิเศษ พลโทบุญสิน ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนในประเด็นเรื่องของการจะเปิดมูลนิธิเพื่อช่วยเหลือครอบครัวพี่น้องทหารที่เสียสละชีพปกป้องประเทศชาติ ว่า การจัดตั้งมูลนิธิของตน มีจุดประสงค์เพื่อเป็นการช่วยเหลือลูกหลานของทหารที่ด้อยโอกาส เป็นศูนย์รวมการช่วยเหลือตามกำลังที่จะสามารถช่วยได้ ซึ่งงบประมาณจะมาจากคนใกล้ชิดของครอบครัวทหาร และผู้อื่นที่มีความประสงค์อยากร่วมด้วยช่วยกัน โดยตั้งใจว่า ตัวเองจะเป็นประธานมูลนิธิ ซึ่งตอนนี้ยังอยู่ในระหว่างดำเนินการจัดตั้งมูลนิธิ ทุกอย่างจะต้องทำให้ชัดเจน โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ตามกระบวนการกฎหมาย

ส่วนเรื่องการทวงคืนของปราสาทตาควาย จังหวัดสุรินทร์ ที่กำลังถูกสังคมตั้งคำถามว่า สรุปแล้วปราสาทได้เสียให้กับทางกัมพูชาหรือไม่ พลโทบุญสิน เผยว่า ทุกอย่างตอนนี้เป็นไปตามที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าว ส่วนตัวยังยืนยันว่ายังมองว่า ปราสาทตาควายยังเป็นของไทยอยู่ ถึงแม้หลายคนจะบอกว่า การใช้กำลังทวงปราสาทคืนนั้น จะเกิดความเสียหายเยอะ แต่การทวงคืนนั้นขึ้นอยู่กับเรา ถ้าเราต้องการทวงเอาปราสาทคืนจริงๆ การเสียสละของทหารจะมากจะน้อยขึ้นอยู่กับการวางแผนของผู้นำ ตรงไหนเป็นของพื้นแผ่นดินเรา ก็ต้องตามทวงคืน นี่คือความคิดเห็นส่วนตัว

ส่วนเรื่องช่องสายตะกู จังหวัดบุรีรัมย์ ที่มีการทำสัญญาร่วมกันกับทางกัมพูชาในการถอนอาวุธหนักร่วมกัน แต่ปรากฏว่าทางทหารกัมพูชามาขัดขวาง โดยอ้างว่า ทหารฝ่ายเหนือของเราไม่ทราบเรื่องและยอมให้มีการเข้าพื้นที่เข้าไปในภายหลัง โดยให้คณะ AOT สังเกตการณ์นั้น พลโทบุญสิน บอกว่า เป็นเรื่องของการบริหารจัดการของฝ่ายกัมพูชา ว่าประสานงาน บริหารอะไรยังไงบ้าง ถ้าสมมติมีการขัดขวางหรือไม่ยอมทำงานร่วมกัน ก็ถือเป็นการผิดสัญญาที่ตกลงกันไว้

ส่วนการถอนกำลังพลหลักของทางกัมพูชานั้น จะเป็นการสร้างภาพหรือเป็นเรื่องการตบตาฝ่ายไทยนั้น พลโทบุญสิน ระบุว่า ขึ้นอยู่กับความจริงใจของทางฝั่งกัมพูชา ตอนนี้เดี๋ยวความจริงก็ปรากฏเพราะโซเชียลสมัยนี้มันรวดเร็ว อาจจะมีภาพความจริงปรากฏออกมาให้เห็นเอง

ส่วนการถอนกำลังพลของกองทัพเรา ต้องดูกำลังพลของกัมพูชาว่ามีการถอนกำลังไปมากน้อยแค่ไหน เราถึงจะถอนกำลังพลโดยการจัดตามสัดส่วนให้เหมาะสมตามสถานการณ์ โดยมีคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (Asean Observer Team – AOT) ร่วมสังเกตการณ์ในการถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่ตามริมชายแดนไทย-กัมพูชา

ผู้สื่อข่าวยังได้ถามประเด็นการมอบของบริจาคช่วยเหลือกองทัพตามริมชายแดนของ “กัน จอมพลัง” นั้น พลโทบุญสิน เผยว่า สมัยที่ตนดำรงตำแหน่งเป็นแม่ทัพภาคที่ 2 การช่วยเหลือเป็นเรื่องที่ดี การได้รับการช่วยเหลือสนับสนุนจากภาคประชาชนนั้นช่วยได้เยอะ เพราะชายแดนไทย-กัมพูชามีพื้นที่เกือบ 1,000 กิโลเมตร ส่วนเรื่องส่วนตัวของมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ ทางเขาต้องไปชี้แจงเอง เพื่อความโปร่งใสและความถูกต้องตามกฎหมาย

“แม่ทัพกุ้ง” ยืนยัน “ปราสาทตาควาย” เป็นของไทย

ประเด็นเรื่องปราสาทตาควายยังคงเป็นที่สนใจของสังคม พลโทบุญสินได้ออกมาเน้นย้ำถึงจุดยืนของตนเองเกี่ยวกับเรื่องนี้ รวมถึงการเตรียมจัดตั้งมูลนิธิเพื่อช่วยเหลือครอบครัวทหาร ล้วนเป็นเรื่องที่น่าติดตาม

ความสำคัญของ “ปราสาทตาควาย”

ทำไม “ปราสาทตาควาย” ถึงมีความสำคัญ? เพราะมันไม่ใช่แค่โบราณสถาน แต่มันคือสัญลักษณ์ของแผ่นดินไทย การรักษาไว้ซึ่งอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติเป็นสิ่งที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ

การออกมาเคลื่อนไหวและแสดงความเห็นของ “แม่ทัพกุ้ง” ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยและความมุ่งมั่นที่จะปกป้องแผ่นดินไทย แม้ว่าสถานการณ์ชายแดนจะมีความละเอียดอ่อน แต่การแสดงจุดยืนที่ชัดเจนเป็นสิ่งสำคัญ

การเตรียมเปิดมูลนิธิช่วยเหลือครอบครัวทหารก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่น่าชื่นชม เพราะเป็นการตอบแทนผู้ที่เสียสละเพื่อชาติบ้านเมือง การช่วยเหลือลูกหลานของทหารที่ด้อยโอกาสเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างกล้าหาญ

ดังนั้น การให้ความสนใจและติดตามข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนและการช่วยเหลือทหารจึงเป็นสิ่งที่ควรทำ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศชาติ หากมีความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่อง “ปราสาทตาควาย” หรือการจัดตั้งมูลนิธิ จะนำมาอัปเดตให้ทราบต่อไป

ที่มา – “แม่ทัพกุ้ง” ยืนยัน “ปราสาทตาควาย” เป็นของไทย พร้อมเตรียมเปิดมูลนิธิช่วยครอบครัวทหาร

แม่ทัพกุ้ง ร้องเพลงคู่ มนต์แคน ในงานเลี้ยงเกษียณ


แม่ทัพกุ้ง ร้องเพลงคู่ มนต์แคน แก่นคูณ ในงานเลี้ยงเกษียณอายุราชการ HERO OF ISAN เกษียณเกริกเกียรติ แม่ทัพดินแดนแห่งอีสาน พร้อมเปิดประมูลสิ่งของและเครื่องรางนำเงินไปช่วยเหลือทหารชั้นผู้น้อย

วันที่ 10 ตุลาคม 2568 เวลา 19.00 น. ที่โรงแรมสีมาธานี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา พลโทบุญสิน พาดกลาง หรือ แม่ทัพกุ้ง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก และอดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ได้เดินทางไปร่วมงานเลี้ยงเกษียณอายุราชการ HERO OF ISAN เกษียณเกริกเกียรติ แม่ทัพดินแดนแห่งอีสาน ซึ่งจัดขึ้นโดยชมรมพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหารกองทัพภาคที่ 2 (พสบ.ทภ.2) นำโดย นายปรีดา ขจรโกวิทย์ ประธานชมรมฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการ และสมาชิกชมรมฯ ร่วมกันจัดงานดังกล่าว เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติแด่พลโทบุญสิน ที่ได้อุทิศตนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ ทุ่มเท และสร้างคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติ

บรรยากาศก่อนเข้างาน มีการจัดนิทรรศการประวัติ และรูปภาพของพลโทบุญสิน ตั้งแต่เกิดจนเกษียณอายุราชการ โดยมีแฟนคลับ FC ของพลโทบุญสินให้ความสนใจถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก ขณะที่บรรยากาศภายในงานมีการแสดงมินิคอนเสิร์ตของศิลปินดัง มนต์แคน แก่นคูณ ที่หลายคนบอกว่ามีใบหน้าคล้ายกับพลโทบุญสินเป็นอย่างมาก โดยพลโทบุญสินได้ขึ้นเวทีร้องเพลงคู่กับมนต์แคน 2 เพลง เรียกเสียงกรี๊ดเกรียวกราวจากแฟนคลับดังสนั่น

โดยหลังคอนเสิร์ตจบ ได้มีการประมูลสิ่งของ และเครื่องรางของขลังของพลโทบุญสินหลายรายการ อาทิ เสื้อ, รูปภาพ, รูปถ่าย, พญาครุฑเหล็กไหล 7 สี และพระหลวงปู่ทวดเนื้อว่าน ซึ่งรายได้จากการประมูลทั้งหมดจะนำไปสมทบทุนเข้ามูลนิธิที่กำลังจัดตั้งขึ้นโดยใช้ชื่อว่า มูลนิธิพลโทบุญสิน พาดกลาง เพื่อนำเงินไปช่วยเหลือทหารชั้นผู้น้อยที่ได้รับบาดเจ็บ และอื่นๆ

พลโทบุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก และอดีตแม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ตนรู้สึกดีมากที่พี่น้อง พสบ.ทภ.2 จัดงานเลี้ยงให้กับตน บรรยากาศงานดี ตนประทับใจมาก วันนี้ตนแต่งตัวเหมือน มนต์แคน แก่นคูณ ซึ่งหลายคนบอกว่าตนใบหน้าคล้ายกับมนต์แคน ตนเองก็ชื่นชอบมนต์แคนอยู่แล้ว ซึ่งวันนี้ตนได้เจอมนต์แคน ดีใจมากที่ได้เจอตัวจริง

ผู้สื่อข่าวถามว่าหลังเกษียณแล้วท่านทำอะไรบ้าง แม่ทัพกุ้ง ตอบว่า ตอนนี้ตนเป็นที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก เป็นผู้อำนวยการหลักสูตรสถาบันพระปกเกล้า และก็มีงานพบปะพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง ฝากความคิดถึงทุกท่าน ตนยังอยู่ไม่ได้ไปไหน ยังอยู่กับพี่น้องคนไทยเหมือนเดิม ยังทำหน้าที่ช่วยเหลือประเทศชาติบ้านเมืองในส่วนที่ตนทำได้ ฝากขอบคุณพี่น้องคนไทย และตนก็จะเดินทางไปเยี่ยมพี่น้องประชาชนทุกภาคทุกพื้นที่ ตามหน้าที่ที่ผู้บัญชาการทหารบกได้ให้แนวทางไว้

นายปรีดา ขจรโกวิทย์ ประธานชมรมพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหารกองทัพภาคที่ 2 (พสบ.ทภ.2) กล่าวว่า พวกเราทุกคนรู้สึกยินดีกับท่านแม่ทัพกุ้งที่ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ และเมื่อเกษียณแล้วท่านก็ยังคงทำประโยชน์เพื่อชาติบ้านเมืองต่อไป ซึ่งงานในวันนี้ท่านแม่ทัพกุ้งบอกว่าอยากจะพบเจอมนต์แคน แก่นคูณ ตัวจริง พวกเราชมรม พสบ.ทภ.2 จึงร่วมกันเชิญศิลปินมนต์แคน แก่นคูณ มาร่วมร้องเพลงกับท่านแม่ทัพกุ้งในครั้งนี้.

แม่ทัพกุ้ง ร้องเพลงคู่ มนต์แคน ในงานเลี้ยงเกษียณ

ไฮไลท์งานเลี้ยงเกษียณ: แม่ทัพกุ้งโชว์ลูกคอคู่ มนต์แคน

เรียกได้ว่าเป็นงานเลี้ยงเกษียณที่อบอวลไปด้วยความสุขและความประทับใจ เมื่อพลโทบุญสิน พาดกลาง หรือ แม่ทัพกุ้ง ได้สร้างเซอร์ไพรส์ให้กับผู้ร่วมงานด้วยการขึ้นเวทีจับไมค์ร้องเพลงคู่กับศิลปินชื่อดัง มนต์แคน แก่นคูณ สร้างความสนุกสนานและเป็นกันเองให้กับบรรยากาศภายในงานอย่างมาก นอกจากนี้ การประมูลสิ่งของเพื่อนำเงินเข้ามูลนิธิยังแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะช่วยเหลือสังคมต่อไปแม้เกษียณอายุราชการแล้ว

งานเลี้ยงเกษียณครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงความคารวะต่อการทำงานหนักของพลโทบุญสินเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสอันดีที่ได้เห็นความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคลสำคัญในกองทัพและประชาชน สะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันและความเคารพที่สังคมมีต่อผู้ที่ทำคุณประโยชน์เพื่อประเทศชาติอย่างแท้จริง

การที่แม่ทัพกุ้ง ร้องเพลงคู่ มนต์แคน ในงานเลี้ยงเกษียณ แสดงให้เห็นถึงความสามารถที่หลากหลาย และความเป็นกันเองของท่าน เป็นภาพที่น่าประทับใจและสร้างความสุขให้กับผู้ที่ได้พบเห็นเป็นอย่างยิ่ง

ที่มา – แม่ทัพกุ้ง ร้องเพลงคู่ มนต์แคน ในงานเลี้ยงเกษียณ ก่อนเปิดประมูลของขลังเข้ามูลนิธิ

แม่ทัพภาค 2 คนใหม่ เดินตามรอย พลโทบุญสิน ชื่นชมบริหาร

แม่ทัพภาค 2 คนใหม่ เดินตามรอย พลโทบุญสิน ชื่นชมบริหาร

ในวันที่ 2 ตุลาคม 2568 กองทัพภาคที่ 2 ได้จัดพิธีรับ-ส่งหน้าที่แม่ทัพภาคที่ 2 อย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างพลโทบุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 กับพลโทวีระยุทธ รักศิลป์ ซึ่งเป็นแม่ทัพภาค 2 คนใหม่ พิธีนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเปลี่ยนผ่านหน้าที่เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสืบทอดนโยบายและวิสัยทัศน์เพื่อปกป้องชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แม่ทัพภาค 2 คนใหม่ ได้ยืนยันว่าจะเดินตามรอย “พลโทบุญสิน พาดกลาง” และชื่นชมด้านการบริหารหน่วยงานที่ผ่านมา ทำให้ทุกคนในพิธีรู้สึกอบอุ่นใจกับความต่อเนื่องนี้

พิธีรับ-ส่งหน้าที่แม่ทัพภาค 2

แม่ทัพภาค 2 คนใหม่ ยืนยันจะเดินตามรอย “พลโทบุญสิน พาดกลาง” ชื่นชมด้านการบริหารหน่วยงาน

พิธีเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงเช้าด้วยการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ที่ค่ายสุรนารี อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา โดยมีพิธีสักการะพระศรีสัมพุทธโมลี พิธีสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) พิธีสักการะพระพุทธวิชัยเสนีย์นาถ และศาลพระนครราช พิธีสักการะอนุสาวรีย์วีรไทย พิธีถวายสักการะพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 และพิธีถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เวลา 07.09 น. การสักการะเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญที่แสดงถึงความเคารพต่อประวัติศาสตร์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของแผ่นดินไทย ซึ่งเป็นรากฐานของการปฏิบัติหน้าที่ของเหล่าทหาร

จากนั้น เวลา 09.39 น. พลโทบุญสิน พาดกลาง ได้ลงนามในเอกสารรับ-ส่งหน้าที่แม่ทัพภาคที่ 2 ให้แก่พลโทวีระยุทธ รักศิลป์ ที่ห้องประชุม 1 กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 และเวลา 10.29 น. ได้มีการกระทำพิธีรับ-ส่งหน้าที่อย่างเป็นทางการที่บริเวณลานหน้าสโมสรร่วมเริงไชย โดยพลโทบุญสินได้กล่าวส่งมอบหน้าที่และการบังคับบัญชา พร้อมส่งมอบธงประจำหน่วยให้กับพลโทวีระยุทธ และมีการสวนสนามกองเกียรติยศจากหมู่ธงประจำหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 2 จำนวน 83 หมู่ธง โดยมีข้าราชการกองทัพภาคที่ 2 และสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 2 ร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง พิธีนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจและความสามัคคีของกำลังพลทุกคน

การสวนสนามในพิธี

คำกล่าวจากอดีตแม่ทัพ พลโทบุญสิน พาดกลาง

พลโทบุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ได้กล่าวอย่างอบอุ่นว่า “ขอให้กำลังพลทุกนายยึดมั่นในการทำหน้าที่ เพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนไทยไว้ด้วยเลือดเนื้อและชีวิต มิยอมให้ผู้ใดมาล่วงล้ำแผ่นดินไทยเป็นอันขาด เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน นี่คือสิ่งที่เราต้องธำรงไว้เหนือสิ่งอื่นใด รวมถึงร่วมมือกันสร้างความรัก ความสามัคคี ความมั่นคง และชื่อเสียงอันดีงามของกองทัพภาคที่ 2 ให้ยั่งยืนสืบไป” นอกจากนี้ ท่านยังขอบคุณกำลังพลทุกนายที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจจนประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย พร้อมกล่าวแสดงความยินดีและเชื่อมั่นว่าแม่ทัพภาค 2 คนใหม่ ซึ่งเป็นนายทหารที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์สูง จะนำพากองทัพภาคที่ 2 ก้าวหน้าและบรรลุภารกิจอย่างสมบูรณ์

พลโทบุญสิน พาดกลาง กล่าวส่งมอบ

คำกล่าวนี้ไม่เพียงแต่เป็นการส่งมอบหน้าที่ แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กำลังพลทุกคนตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อชาติ โดยเฉพาะในยุคที่ความมั่นคงของประเทศต้องเผชิญกับความท้าทายต่างๆ การที่อดีตแม่ทัพเน้นย้ำถึงความสามัคคีและชื่อเสียงของหน่วย สะท้อนถึงผลงานที่ผ่านมาในการบริหารจัดการที่ทำให้กองทัพภาคที่ 2 เป็นที่เชื่อถือของประชาชน

พลโทวีระยุทธ รักศิลป์ รับตำแหน่ง

วิสัยทัศน์ของแม่ทัพภาค 2 คนใหม่ พลโทวีระยุทธ รักศิลป์

ด้านพลโทวีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาค 2 คนใหม่ ได้กล่าวแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ในโอกาสที่ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง พร้อมยืนยันว่าจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มขีดความสามารถ รักษาเอกราชและอธิปไตยซึ่งเป็นเกียรติยศสูงสุดของชาติ จะไม่ยอมให้ใครมาละเมิดไม่ว่าด้วยเหตุผลใด และจะรักษาผลประโยชน์และความสงบเรียบร้อยให้ประชาชน แม้ต้องเสียเลือดเนื้อก็ตาม ท่านยังขอให้เพื่อนทหารทุกนายภาคภูมิใจในการรักษาชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องธำรงเหนือสิ่งอื่นใด

นอกจากนี้ แม่ทัพภาค 2 คนใหม่ ยังกล่าวชื่นชมอดีตแม่ทัพที่ช่วยเหลือกองทัพบกและกองทัพภาคที่ 2 รวมถึงประเทศชาติ ขอขอบคุณที่มอบความรู้และความรักตลอดมา รวมถึงการดูแลบริหารให้กองทัพภาคที่ 2 เป็นหน่วยที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เป็นหน่วยทหารที่กล้าหาญ ได้รับความเชื่อมั่นและศรัทธาจากประชาชน จึงจะน้อมจารึกผลงานของท่านเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติราชการต่อไป คำกล่าวเหล่านี้แสดงถึงความเคารพและความมุ่งมั่นที่จะสานต่อความสำเร็จ โดยเฉพาะด้านการบริหารหน่วยงานที่ผ่านมา

การเปลี่ยนผ่านนี้นับเป็นก้าวสำคัญที่เสริมสร้างความมั่นคงให้กับภาคตะวันออกเฉียงเหนือและประเทศโดยรวม แม่ทัพภาค 2 คนใหม่ ยืนยันจะเดินตามรอย “พลโทบุญสิน พาดกลาง” ชื่นชมด้านการบริหารหน่วยงาน ทำให้คาดหวังว่ากองทัพภาคที่ 2 จะยิ่งแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ในมุมมองของผู้เขียน การสืบทอดวิสัยทัศน์เช่นนี้จะช่วยรักษาความสามัคคีและประสิทธิภาพของกองทัพไทยได้อย่างยั่งยืน หากคุณสนใจข่าวสารด้านความมั่นคงและการทหาร สามารถติดตามบทความเพิ่มเติมจากบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด

ที่มา – แม่ทัพภาค 2 คนใหม่ ยืนยันจะเดินตามรอย “พลโทบุญสิน พาดกลาง” ชื่นชมด้านการบริหารหน่วยงาน

ถ้าได้เป็นนายก แม่ทัพภาค 2 ตอบยากที่สุด

ถ้าได้เป็น “นายก” จะทำอย่างไร แม่ทัพภาค 2 ยอมรับเป็นคำถามที่ตอบยากที่สุด

ในสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่ตึงเครียด แม่ทัพภาคที่ 2 พลโทบุญสิน พาดกลาง ได้แสดงความชื่นชมต่อทหารกล้า 16 นายที่เสียสละชีวิตเพื่อปกป้องแผ่นดินไทย ในการบรรยายพิเศษเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2568 ที่หอประชุมกิติขจร กองบัญชาการกองทัพบก แม่ทัพภาคที่ 2 ได้สดุดีวีรกรรมของเหล่าทหารผู้กล้าหาญเหล่านี้ โดยย้ำว่าพวกเขาคือผู้ที่เกิดมาเพื่อปกป้องแผ่นดินอย่างแท้จริง ชีวิตที่เสียไปนั้นคุ้มค่ากับการเกิดมาในแผ่นดินไทย และเป็นสถานการณ์ที่ต้องการผู้กล้าอย่างพวกเขา

ถ้าได้เป็น “นายก” จะทำอย่างไร แม่ทัพภาค 2 ยอมรับเป็นคำถามที่ตอบยากที่สุด

พลโทบุญสิน พาดกลาง ได้เล่าถึงประสบการณ์ในฐานะผู้บัญชาการรบที่เห็นเหตุการณ์มาตลอด โดยให้กำลังใจทั้งทหารที่เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ สิ่งที่ได้กลับมาคือความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ และบรรพบุรุษที่เห็นลูกหลานทำหน้าที่อย่างกล้าหาญ ไม่ขี้ขลาด ไม่ถอยร่น ไม่ยอมแพ้ต่อศัตรู ดั่งเช่นบรรพบุรุษในอดีต ทหารเหล่านี้ยังคงปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนต่อไป โดยไม่เคยหวาดกลัว หากใจไม่ถึง พวกเขาคงไม่สามารถยืนหยัดต่อหน้าศัตรูได้ แม่ทัพยังขอบคุณครอบครัวที่สนับสนุนให้ทหารเหล่านี้ทำหน้าที่เพื่อแผ่นดิน และยืนยันว่าพวกเขาได้รับเกียรติสูงสุดจากคนไทยทั้งชาติ

เกียรติทหารไทยที่กลับคืนมา

สถานการณ์ชายแดนยังไม่ยุติ และไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต แม่ทัพภาคที่ 2 เรียกร้องให้รุ่นหลังยึดมั่นในอธิปไตย รักษาเส้นเขตแดนอย่างเข้มแข็ง ขอให้ทุกคนมีความภาคภูมิใจในทหารที่ปกป้องชาติ แม้ต้องเสียชีวิตก็ยอม สังคมไทยเข้าใจความจริงโดยไม่ต้องอธิบายมาก วีรกรรมของทหาร 16 นายนี้เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้คนไทยตื่นตัว รักชาติมากขึ้น สิ่งที่ได้ยินได้ฟังบางอย่างไม่จริง แต่การเสียสละของทหารทำให้เกิดความรักสามัคคีในชาติ

พลโทบุญสิน เน้นย้ำถึงการตระหนักในหน้าที่ คุณธรรมจริยธรรม ศักดิ์ศรีของทหารไทยได้กลับคืนมาแล้ว ศักดิ์ศรีของคนไทยที่ซื่อสัตย์สุจริตและปกป้องประเทศก็เช่นกัน เราต้องช่วยกันรักษาสิ่งเหล่านี้ ขับเคลื่อนความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ให้คงอยู่ชั่วลูกชั่วหลาน

คำถามสะเทือนใจและการปฏิเสธการเมือง

นอกจากนี้ แม่ทัพยังเผยถึงคำถามที่ตอบยากที่สุด คือ ถ้าได้เป็น “นายก” จะทำอย่างไร และคำถามสะเทือนใจที่สุดคือการพูดคุยกับญาติของทหารที่เสียชีวิตอย่างไร มีคนชวนตั้งพรรคการเมืองเพราะเห็นความเหมาะสม แต่แม่ทัพขอบคุณและปฏิเสธ โดยเลือกทำหน้าที่ทหารเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ต่อไป เพื่อให้ประเทศเข้มแข็ง

วีรกรรมของทหารกล้าเหล่านี้ไม่เพียงฟื้นฟูเกียรติทหารไทย แต่ยังกระตุ้นให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญของการปกป้องแผ่นดิน ในยุคที่สถานการณ์ชายแดนยังตึงเครียด การเสียสละของพวกเขาคือแบบอย่างที่ควรจดจำ

  • ชื่นชมทหาร 16 นายที่ปกป้องชายแดน
  • ย้ำความกล้าหาญและไม่ยอมแพ้
  • เรียกร้องให้รักษาอธิปไตย
  • ปฏิเสธการเมืองเพื่อมุ่งหน้าที่ทหาร

การบรรยายครั้งนี้ทำให้ผู้ฟังซาบซึ้งในความเสียสละของทหารไทย หากคุณชื่นชอบเรื่องราว爱国主义แบบนี้ ลองแชร์บทความนี้เพื่อกระจายความภาคภูมิใจในชาติให้เพื่อนๆ กันนะครับ

ที่มา – ถ้าได้เป็น “นายก” จะทำอย่างไร แม่ทัพภาค 2 ยอมรับเป็นคำถามที่ตอบยากที่สุด

แม่ค้าหวยชัยนาท เผยเลขเด็ดมาแรง 16/8/68

แม่ค้าหวยชัยนาท เผยโค้งสุดท้ายเลขเด็ด 16/8/68 “ยอดรัก สลักใจ-แม่ทัพกุ้ง-สุรพล สมบัติเจริญ” คอหวยถามหากันวุ่น หวังลุ้นเป็นว่าที่เศรษฐี

วันที่ 15 ส.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศก่อนวันหวยออกงวดประจำวันที่ 16 ส.ค. 2568 ที่ตลาดภาษีซุง ในตัวเมืองชัยนาท มีคอหวยออกมาหาซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล เลขที่ตนเองชื่นชอบอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นโค้งสุดท้ายก่อนออกรางวัลฯ หลายคนหวังเป็นเศรษฐีใหม่ จึงออกมาหาซื้อเลขที่ชื่นชอบกันตั้งแต่ไก่โห่ รอลุ้นโชคบ่ายพรุ่งนี้

นางวันดี ขาวสนิท หรือป้าเหมียว แม่ค้าสลากฯ เปิดเผยว่า เลขดังกระแสมาแรงที่คนมาหาซื้อกันงวดนี้เป็นเลขของ “แม่ทัพกุ้ง” พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ประธานฝ่ายฆราวาส ทอดผ้าป่าต้นไม้ ณ มูลนิธิธรรมอุทยาน หลวงปู่ศิลา สิริจันโท ต.เชียงเครือ อ.เมืองกาฬสินธุ์ ยอดเงินสมทบทุนจากหลวงปู่ศิลาฯ รวมทั้งสิ้น 216,906 บาท ยอดเงินจากพิธีทอดผ้าป่าต้นไม้จำนวน 25 ต้น เป็นเงิน 256,000 บาท เลข 79-80 เป็นเลขอายุหลวงปู่ศิลา และเลข 59-60 เป็นเลขอายุของแม่ทัพภาค 2

ส่วนอีกกระแสคือเลข 57, 16, 37, 11 เป็นเลขรำลึก 57 ปี “สุรพล สมบัติเจริญ” เลข 17, 09, 52, 51 เป็นเลขรำลึก 17 ปี “ยอดรัก สลักใจ” ทำให้เลข 3 ชุดนี้ขายดิบขายดีจนเกลี้ยงแผง ที่เหลือค้างแผงไว้ก็มีคนสั่งจองไว้หมดแล้ว

ส่วนเลขดังโซเชียลมีดังนี้ เลข 12, 93, 812, 02, 75 เป็นเลขมงคล เลข 178, 18, 17, 78 เป็นเลขพญานาคน้อยวัดดอนใหญ่ เลข 85, 58, 760, 706 เลข 85, 58, 760, 728 เลขแรงหน้าแผง เลข 24, 28, 48, 248 เลขแม่น้ำหนึ่ง เลข 10, 13, 30, 15 เลข อ.น็อตตี้ เลข 58, 85 เป็นเลขปู่ วัดสายป่า เลข 760, 28, 26, 80, 76 เป็นเลขกุมารเจ้าสัว เลข 07, 70 เป็นเลขฟุตบอลไทยถล่มกัมพูชา เลข 85, 728 เป็นเลขสลากดิจิทัล 27 ล้านใบเกลี้ยง เลข 59, 89, 13, 79, 25 เป็นเลขตามคนนิยม เลข 907, 50, 01 เป็นเลขลับอิสราเอล เลข 68, 86, 16, 61 เป็นเลขแนวทาง อาภาพร นครสวรรค์ถูกแฟนเพลงขอเลขเด็ด เลข 16, 06, 53 เป็นเลขประเพณีทิ้งทานวัดไผ่โรงวัว.

แม่ค้าหวยชัยนาท เผยเลขเด็ดมาแรง 16/8/68

เลขเด็ดมาแรง 16/8/68 จากชัยนาท

จากที่กล่าวมาทั้งหมด จะเห็นได้ว่า แม่ค้าหวยชัยนาท เผยเลขเด็ดมาแรง 16/8/68 มีหลากหลายกระแสมาก ทั้งจากคนดัง เลขมงคล และเลขที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ต่างๆ ใครที่กำลังมองหาเลขเด็ดอยู่ ลองพิจารณาจากข้อมูลที่ได้รวบรวมมานี้ดูนะคะ

อย่างไรก็ตาม การซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยง ควรพิจารณาและซื้ออย่างมีสติ อย่าให้กระทบต่อการเงินส่วนตัวนะคะ ขอให้ทุกท่านโชคดีกับการเสี่ยงโชคในงวดนี้ค่ะ

สุดท้ายนี้ อย่าลืมติดตามข่าวสารและเลขเด็ดจากสำนักต่างๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่พลาดโอกาสในการเป็นเศรษฐีหน้าใหม่นะคะ แม่ค้าหวยชัยนาท เผยเลขเด็ดมาแรง 16/8/68 จริงหรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไปค่ะ

ที่มา – แม่ค้าหวยชัยนาท เผยเลขเด็ดมาแรง 16/8/68 “ยอดรัก-แม่ทัพกุ้ง-สุรพล” เกลี้ยงแผง

Scroll to top