แอปเป๋าตัง

ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส 4,000 บาท เริ่ม 1 มิ.ย.

เปิดอัปเดตล่าสุดโครงการ ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส ที่กำลังจะมาแจกเงินช่วยเหลือคนละ 4,000 บาท! หากคุณกำลังมองหาข้อมูลการลงทะเบียนและเงื่อนไขต่างๆ เพื่อเตรียมตัวรับสิทธิประโยชน์ ล่าสุดหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อบรรเทาปัญหาค่าครองชีพที่ถูกราคาน้ำมัน อาหาร และสถานการณ์โลกกดดัน โครงการนี้ซึ่งพัฒนามาจาก “คนละครึ่งพลัส” จะช่วยทั้งประชาชนและผู้ประกอบการร้านค้าเล็กๆ ให้มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันว่า ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส จะใช้เงินจาก พ.ร.ก.กู้เงิน พ.ร.บ.โอนงบประมาณ และงบประมาณปกติ คาดมีสิทธิประมาณ 30 ล้านราย ซึ่งเพียงพอเพราะเคยทำได้สูงสุด 28 ล้านสิทธิมาก่อน สำหรับคุณสมบัติผู้รับสิทธิ ยังอยู่ระหว่างพิจารณา เช่น อายุเกิน 18 ปีหรือไม่ รวมถึงผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่

ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส ไทม์ไลน์สำคัญ

นี่คือกำหนดการที่ไม่ควรพลาด:

  • ปลายเดือนพฤษภาคม 2569: เปิดให้ ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส พร้อมลงทะเบียนคนละครึ่งและบัตรสวัสดิการรอบใหม่
  • 1 มิถุนายน 2569: เริ่มใช้สิทธิทันที

ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส ได้เงินกี่บาทและใช้ยังไง

ผู้ที่ผ่านการลงทะเบียนจะได้เงินช่วยเหลือ 4,000 บาท แบ่งจ่ายเดือนละ 1,000 บาท นาน 4 เดือน (มิ.ย. – ก.ย. 2569) การใช้จ่ายรายวันจำกัด 100 บาท โดยรัฐช่วย 60% (60 บาท) ประชาชนจ่าย 40% (40 บาท) หากใช้ไม่หมดวันนั้น สามารถทบไปวันถัดไปได้ แต่เงินเดือนละ 1,000 บาทที่เหลือ จะไม่ทบข้ามเดือนนะครับ เหมาะสำหรับซื้อของกินของใช้ประจำวัน สนับสนุนร้านค้าทั่วไทย

โครงการนี้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้ดีมาก เพราะเงินหมุนเวียนในชุมชนทันที ช่วยให้ผู้ประกอบการมีรายได้เพิ่ม โดยเฉพาะในช่วงที่ทุกคนกำลังลำบากกับราคาสินค้าที่แพงขึ้น หากคุณเป็นมนุษย์เงินเดือน พ่อค้าแม่ค้าหรือฟรีแลนซ์ ก็มีโอกาสได้สิทธิ ลองเช็คคุณสมบัติตัวเองดู

วิธีลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส ง่ายๆ ผ่านแอปเป๋าตัง

ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก ดังนี้:

  • ดาวน์โหลดแอป “เป๋าตัง” จาก App Store หรือ Google Play และสมัครใช้งาน G-Wallet ให้เรียบร้อย
  • รอวันที่รัฐบาลเปิดลงทะเบียน (ปลายพ.ค. 2569) แล้วเข้าเมนูโครงการ กดลงทะเบียนทันที
  • รอแจ้งผลผ่านแอปฯ หากผ่านจะได้ใช้สิทธิเลย

แนะนำให้อัปเดตแอปให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด และเตรียมบัตรประชาชนหรือข้อมูลส่วนตัวให้พร้อม เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเทคนิค หากมีปัญหา สามารถติดต่อ call center 1111 หรือตรวจสอบเว็บไซต์กระทรวงการคลัง

นอกจากนี้ โครงการไทยช่วยไทยพลัส ยังเชื่อมโยงกับมาตรการอื่นๆ เช่น คนละครึ่งเฟสต่อไป ทำให้ประชาชนเข้าถึงความช่วยเหลือได้ง่ายขึ้น ในมุมมองของผม โครงการนี้เป็นเครื่องมือสำคัญที่รัฐบาลใช้ฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังวิกฤตโควิดและปัญหาโลก ถ้าทุกคนใช้สิทธิอย่างมีสติ จะช่วยเศรษฐกิจหมุนเวียนได้ยั่งยืน

รีบเตรียมตัวเลย! ดาวน์โหลดแอปเป๋าตัง ติดตามข่าวสารอัปเดต และอย่าพลาดโอกาสรับ 4,000 บาท ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายช่วงครึ่งปีหลังนี้

ที่มา – ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส เตรียมเปิดรับสิทธิ 4,000 บาท อัปเดตล่าสุด เริ่มใช้ 1 มิ.ย.

อัปเดตล่าสุดไทยช่วยไทยพลัสลงทะเบียนเป๋าตังพ.ค.69

สวัสดีครับทุกท่าน! วันนี้เรามีอัปเดตล่าสุดของโครงการไทยช่วยไทยพลัสมาแจ้งให้ทราบกันแบบสดๆ ร้อนๆ เลยนะครับ โครงการนี้กำลังจะเปิดลงทะเบียนผ่านแอป “เป๋าตัง” ภายในเดือนพฤษภาคม 2569 นี้แล้ว ใครที่กำลังรอคอยอยู่เตรียมตัวเลย เพราะจะคล้ายกับโครงการคนละครึ่งพลัสเลย ช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชนชั้นกลางและกลุ่มเปราะบางได้ดีมาก รัฐบาลออกมาตรการนี้เพื่อเยียวยาเศรษฐกิจหลังวิกฤต โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง ได้แถลงเมื่อ 24 เม.ย. 2569 ว่าตั้งใจเปิดลงทะเบียนพ.ค. และใช้สิทธิได้มิ.ย. ตามนโยบายนายกฯ สภาพ 60:40 รัฐจ่าย 60% ประชาชน 40% คาดจ่ายเดือนละ 1,000 บาท นายอนุทินยืนยันว่าจะทยอยจ่าย 4 เดือน ไม่ใช่คนละครึ่งแล้วนะครับ

ไทยช่วยไทยพลัส

โครงการไทยช่วยไทยพลัสครั้งนี้ปรับปรุงจากคนละครึ่งพลัส โดยนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ เผยว่าจะเปลี่ยนจาก 50:50 เป็น 60:40 เพื่อให้รัฐช่วยมากขึ้น ส่วนการจ่ายจะก้อนเดียวหรือ 4 เดือนกำลังพิจารณา แต่คุณสมบัติยังใกล้เคียงเดิม ช่วยเหลือค่าครองชีพผ่านเป๋าตัง เหมือนเดิมทุกประการ ประชาชนทั่วไปใช้ได้ ไม่ต้องรวมกับกลุ่มเปราะบาง

เช็กคุณสมบัติผู้มีสิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส

มาดูคุณสมบัติกันเลยครับ สำหรับไทยช่วยไทยพลัส ผู้สมัครต้อง:

  • เป็นคนไทย
  • อายุ 16 ปีขึ้นไป ณ วันลงทะเบียน
  • มีบัตรประชาชน
  • ไม่ใช่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ณ 1 ต.ค. 2568
  • ไม่ถูกระงับสิทธิหรือเรียกคืนเงินจากโครงการคนละครึ่งทุกรอบ

ถ้าตรงเงื่อนไข รีบเตรียมตัวอัปเดตแอปเป๋าตังไว้เลยครับ เพราะจะเปิดลงทะเบียนเร็วๆ นี้

วิธีลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัสผ่านแอปเป๋าตัง

ขั้นตอนลงทะเบียนง่ายมาก คล้ายคนละครึ่งพลัสเดิม

สำหรับผู้ไม่เคยรับสิทธิคนละครึ่งเฟส 5 (2565):

  1. อัปเดตแอปเป๋าตังล่าสุด เปิด G-Wallet
  2. กดแบนเนอร์ “ไทยช่วยไทยพลัส” ในแอป
  3. ยอมรับเงื่อนไข ยืนยันลงทะเบียน
  4. รอแจ้งผลในแอปและ SMS ภายใน 3 วัน
  5. เติมเงิน G-Wallet
  6. ใช้สิทธิ 06:00-23:00 น.
  7. เช็กยอดคงเหลือในแอป

สำหรับผู้เคยรับสิทธิคนละครึ่งเฟส 5:

  1. อัปเดตแอป เปิด G-Wallet
  2. กดแบนเนอร์โครงการ
  3. ยอมรับเงื่อนไข
  4. รอแจ้งผล
  5. เติมเงิน
  6. ใช้สิทธิได้ทันที
  7. เช็กประวัติ

วิธียืนยันตัวตนเป๋าตังที่ ATM กรุงไทย

ถ้ายังไม่ได้ยืนยันตัวตน ไปที่ ATM กรุงไทย (สีเทา) ได้เลย

หน้าจอมีปุ่มล่าง:

  1. เลือก “ทำรายการด้วยบัตรประชาชน”
  2. “บริการยืนยันตัวตน”
  3. รับทราบ
  4. ยินยอม
  5. ถัดไป
  6. เสียบบัตรประชาชน
  7. รอตรวจสอบ
  8. จบรายการ

หน้าจอไม่มีปุ่ม (สัมผัส):

  1. แตะแถบฟ้า
  2. ยืนยันตัวตน / บัตรสวัสดิการ
  3. ยืนยันกรุงไทย
  4. รับทราบ
  5. ยินยอม
  6. เสียบบัตร
  7. รอ
  8. จบ

ทำตามนี้รับรองสำเร็จ 100% ครับ

สรุปแล้ว โครงการไทยช่วยไทยพลัสนี้เป็นข่าวดีมากสำหรับประชาชนที่เดือดร้อนค่าครองชีพ รัฐช่วยเยอะขึ้น 60% ใครสนใจรีบเช็กคุณสมบัติและอัปเดตแอปไว้ อย่าลืมเติมเงิน G-Wallet นะครับ จะได้ใช้สิทธิทันทีที่เปิด ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้ดีเยี่ยม แชร์ให้เพื่อนๆ ที่มีสิทธิ์ด้วย!

ที่มา – อัปเดตล่าสุด “ไทยช่วยไทยพลัส” เตรียมเปิดลงทะเบียนผ่าน “เป๋าตัง” ภายใน พ.ค. 69

เปิดเงื่อนไขลงทะเบียน “ไทยช่วยไทย” อายุ 18 ปีขึ้นไป รัฐช่วยจ่าย 60%

สวัสดีครับทุกท่าน! วันนี้เรามีข่าวดีสำหรับพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคนเลยนะครับ เปิดเงื่อนไขลงทะเบียน “ไทยช่วยไทย” อายุ 18 ปีขึ้นไป รัฐช่วยจ่าย 60% โครงการนี้กำลังจะมาแรงมาก เพราะรัฐบาลปรับสัดส่วนการช่วยเหลือให้ดีขึ้น จากเดิม 50:50 เป็น 60:40 เลยทีเดียว รัฐจ่ายส่วนใหญ่ ประชาชนจ่ายแค่นิดเดียว ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้คึกคักยิ่งขึ้น

โครงการ ไทยช่วยไทย หรือที่รู้จักกันในชื่อคนละครึ่งพลัส ล่าสุดนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้อัปเดตข้อมูลใหม่ๆ ว่าการจ่ายเงินจะเป็นรัฐบาลออก 60% ประชาชนออก 40% และยังอยู่ในขั้นตอนพิจารณาว่าจะจ่ายก้อนเดียวหรือทยอย 4 เดือน เพื่อให้เหมาะสมกับงบประมาณที่มี หากสนใจ เปิดเงื่อนไขลงทะเบียน “ไทยช่วยไทย” อายุ 18 ปีขึ้นไป รัฐช่วยจ่าย 60% ต้องรีบติดตามเลยครับ

เปิดเงื่อนไขลงทะเบียน “ไทยช่วยไทย” อายุ 18 ปีขึ้นไป รัฐช่วยจ่าย 60%

คุณสมบัติผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการนี้ยังคงอยู่ในเกณฑ์เดิมที่ทุกคนคุ้นเคย ดังนี้

  • เป็นผู้มีสัญชาติไทย
  • มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
  • มีบัตรประจำตัวประชาชน
  • ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิ์หรือถูกเรียกเงินคืนจากโครงการคนละครึ่งทุกระยะ (1-5)

ส่วนจำนวนผู้รับสิทธิ์จะขึ้นอยู่กับงบประมาณรัฐบาล หากจ่ายให้ 20-30 ล้านคน ต้องคำนวณเงินให้พอ รวมถึงผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกว่า 13.4 ล้านคนด้วย เรียกว่างบต้องพอดีเป๊ะๆ เลยครับ

วิธีลงทะเบียน “ไทยช่วยไทย” ผ่านแอปเป๋าตัง ตามเงื่อนไขใหม่

การสมัครง่ายมาก แค่มีสมาร์ทโฟนก็พอ! เริ่มจาก

  1. ดาวน์โหลดแอปเป๋าตัง จาก App Store หรือ Google Play
  2. เปิดแอปและให้ความยินยอมจัดการข้อมูล
  3. ถ่ายรูปบัตรประชาชนทั้งหน้าและหลังเพื่อยืนยันตัวตน
  4. กรอกเลขบัตรประชาชนและเบอร์โทรเพื่อรับ OTP
  5. ใส่ OTP 6 หลัก
  6. เลือกวิธียืนยันตัวตน เช่น Krungthai NEXT หรือสแกนใบหน้า

สำหรับยืนยันด้วย Krungthai NEXT:

  • เข้าสู่ระบบ Krungthai NEXT ด้วย PIN
  • กรอก OTP ที่ส่งไปยังเบอร์ที่ผูกไว้
  • ตั้งรหัส PIN ใหม่และยืนยัน

ส่วนสแกนใบหน้า:

  • สแกนใบหน้าตรงกล้อง (ข้ามได้ถ้ากล้องเสีย)
  • ตั้ง PIN และยืนยัน
  • เปิดใช้งานสแกนใบหน้า/ลายนิ้วมือ
  • ยอมรับเงื่อนไขการใช้งาน

หลังจากนั้นระบบจะตรวจสอบข้อมูล ถ้าสำเร็จจะเห็น Wallet Card พร้อมใช้งานเลยครับ

ขั้นตอนลงทะเบียนรับสิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส

เมื่อแอปพร้อมแล้ว รอวันลงทะเบียนที่รัฐบาลประกาศ (คาดเวลา 06.00-22.00 น.)

  • กดปุ่มลงทะเบียนรับสิทธิ์ในแอปเป๋าตัง
  • รอผลแจ้งในแอปทันที

โครงการนี้จะช่วยให้ประชาชนใช้จ่ายสินค้าและบริการได้คุ้มค่ามากขึ้น โดยเฉพาะช่วงเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ แนะนำให้เตรียมเอกสารให้พร้อม หลีกเลี่ยงช่วง高峰เพื่อไม่ให้ระบบล่มนะครับ

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่น่าสนใจคือ รัฐบาลกำลังพิจารณาให้ผู้ถือบัตรคนจนได้สิทธิ์เพิ่มเติม เพื่อกระจายความช่วยเหลือให้ทั่วถึง ใครที่พลาดโครงการคนละครึ่งรอบก่อน คราวนี้ห้ามพลาดเด็ดขาด!

สรุปแล้ว เปิดเงื่อนไขลงทะเบียน “ไทยช่วยไทย” อายุ 18 ปีขึ้นไป รัฐช่วยจ่าย 60% เป็นโอกาสทองสำหรับทุกคน รีบเช็คคุณสมบัติตัวเองและเตรียมสมัครผ่านเป๋าตังเลยครับ อย่าลืมติดตามอัปเดตล่าสุดจากช่องทางทางการ เพื่อไม่ให้พลาดสิทธิ์ดีๆ แบบนี้ ช่วยกันกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้โตไวขึ้น!

ที่มา – เปิดเงื่อนไขลงทะเบียน “ไทยช่วยไทย” อายุ 18 ปีขึ้นไป รัฐช่วยจ่าย 60%

ลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสเฟส 2 เช็กเงื่อนไขรับสิทธิ

โครงการ คนละครึ่งพลัสเฟส 2 กลับมาอีกครั้ง! หลังจากหยุดชะงักไปเพราะการยุบสภา ล่าสุดมีข่าวดีจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ที่ยืนยันแล้วว่าจะเดินหน้าแจกเงินช่วยเหลือคนละ 2,000 บาททันทีที่รัฐบาลใหม่จัดตั้งเสร็จ วันนี้เรามา ลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสเฟส 2 กัน พร้อมเช็กเงื่อนไขรับสิทธิและอัปเดตวิธียืนยันตัวตนแอปเป๋าตังแบบละเอียดยิบ เพื่อไม่ให้พลาดสิทธิ์เด็ดขาด

นโยบายคนละครึ่งพลัสเป็นที่รักของประชาชนมาตลอด เพราะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้ดีเยี่ยม โดยเฉพาะในช่วงผลการเลือกตั้ง 2566 ที่พรรคภูมิใจไทยคว้าอันดับ 1 ทำให้เรื่องนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอีก นายกรัฐมนตรีว่าที่ยืนยันชัดเจนว่าโครงการนี้มาแน่ วงเงินเดิมคือ 2,000 บาทสำหรับคนนอกระบบภาษี และ 2,400 บาทสำหรับคนในระบบ อาจแจกพร้อมกันหรือกลุ่มตกหล่นก่อน ยังมีแผนเสริมอย่าง TISA เพื่อส่งเสริมการออมอีกด้วย

ลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ต้องเช็กเงื่อนไขอะไรบ้าง

ก่อน ลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ต้องรู้เงื่อนไขให้ชัดเจนนะคะ โครงการนี้จำกัด 10 ล้านสิทธิ แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก:

  • กลุ่มใหม่ที่ไม่เคยร่วมโครงการมาก่อน รวมพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมและชายแดน 5 ล้านสิทธิ
  • กลุ่มเก่าที่เคยร่วมคนละครึ่งพลัส 5 ล้านสิทธิ

ใช้จ่ายได้ 06.00-23.00 น. ผ่าน G-Wallet ในแอปเป๋าตัง ไม่ต้องใช้เต็ม 200 บาท/วันก็ได้ สะดวกสุดๆ

คุณสมบัติผู้มีสิทธิลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสเฟส 2

  • สัญชาติไทย อายุ 16 ปีขึ้นไป
  • มีบัตรประชาชน
  • ไม่ใช่ผู้ถือบัตรสวัสดิการรัฐ ณ 1 ต.ค. 2566
  • ไม่ถูกระงับสิทธิหรือเรียกคืนเงินจากโครงการคนละครึ่งรอบก่อนๆ

ขั้นตอนลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสเฟส 2 แบบง่ายๆ

1. ดาวน์โหลดแอปเป๋าตัง เปิด G-Wallet
2. ลงทะเบียน 20-26 ต.ค. 2566 เวลา 06.00-22.00 น.
3. เก่าเช็กในแอป / ใหม่เช็ก SMS+แอป
4. ได้สิทธิ กดแบนเนอร์เริ่มใช้ 29 ต.ค.-31 ธ.ค. 2566

วิธีสมัครแอปเป๋าตังครั้งแรกสำหรับลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสเฟส 2

ถ้ายังไม่มีแอปเป๋าตัง ทำตามนี้เลย:

  1. โหลดแอปเป๋าตัง
  2. ปิด Wi-Fi ก่อนสมัคร
  3. ยินยอม KYC และตรวจเบอร์
  4. กรอกบัตรประชาชน+เบอร์ รอ OTP
  5. กรอกข้อมูล สแกนหน้า ตั้ง PIN
  6. ยอมรับ PDPA เสร็จสิ้น!

ยืนยันตัวตนที่ ATM กรุงไทย (แบบมีปุ่มล่าง)

  1. เลือก “ทำรายการด้วยบัตรประชาชน”
  2. บริการยืนยันตัวตน
  3. ยินยอม เสียบบัตร รอตรวจสอบ จบรายการ

ยืนยันตัวตนที่ ATM กรุงไทย (แบบไม่มีปุ่มล่าง)

  1. แตะแถบฟ้า เลือกยืนยันตัวตน
  2. ยินยอม เสียบบัตร รอ จบ

โครงการนี้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนจริงๆ โดยเฉพาะช่วงเศรษฐกิจผันผวน รีบเตรียมตัวเช็กสิทธิ์และ ลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ให้ทันนะคะ อาจมีเซอร์ไพรส์เพิ่มเติม ลองติดตามข่าวสารจากกระทรวงการคลังต่อไป อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนๆ ที่อาจพลาดสิทธิ์!

CTA: ดาวน์โหลดแอปเป๋าตังวันนี้ แล้วเตรียมลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสเฟส 2 เพื่อรับเงิน 2,000 บาท กระตุ้นเศรษฐกิจด้วยตัวคุณเอง!

ที่มา – ลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัสเฟส 2” เช็กเงื่อนไขรับสิทธิ พร้อมอัปเดตวิธียืนยันตัวตนแอปฯ เป๋าตัง

คนละครึ่งพลัสเฟส 2 อัปเดตยืนยันตัวตนเป๋าตัง รับ 2,000 บาท

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! มีข่าวดีมาอัปเดตสำหรับคนที่กำลังรอคอย คนละครึ่งพลัสเฟส 2 กันอยู่เลยนะครับ หลังจากที่มีการเลือกตั้งและพรรคภูมิใจไทยโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล เตรียมเป็นผู้นำรัฐบาลใหม่ นโยบายเรือธงอย่างคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ก็ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง ล่าสุดนายอนุทินยืนยันชัดเจนแล้วว่าโครงการนี้จะเกิดขึ้นแน่นอน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ช่วยเหลือประชาชนให้มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่เต็มที่

โครงการ คนละครึ่งพลัสเฟส 2 นี้จะมีสิทธิ์จำกัดเพียง 10 ล้านสิทธิ์เท่านั้น แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มที่ไม่เคยเข้าร่วมมาก่อนหรืออยู่ในพื้นที่ประสบภัย (5 ล้านสิทธิ์) และกลุ่มที่เคยเข้าร่วมแล้ว (5 ล้านสิทธิ์) แต่ละคนจะได้รับวงเงินช่วยเหลือสูงสุดคนละ 2,000 บาทตลอดโครงการ สามารถใช้จ่ายกับร้านค้าที่เข้าร่วมได้ทุกวัน ระหว่าง 06.00-23.00 น. ผ่าน G-Wallet ในแอป “เป๋าตัง” ไม่ต้องใช้ให้ครบวันละ 200 บาทก็ได้ ยืดหยุ่นสุดๆ ไปเลย

คนละครึ่งพลัสเฟส 2

สำหรับใครที่สนใจอยากเข้าร่วม คนละครึ่งพลัสเฟส 2 ต้องเตรียมตัวให้พร้อมก่อนนะครับ เพราะการลงทะเบียนจะเปิดเฉพาะช่วงสั้นๆ ระหว่างวันที่ 20-26 ตุลาคม 2568 เวลา 06.00-22.00 น. ส่วนผู้ที่ได้รับสิทธิ์จะเริ่มใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม ถึง 31 ธันวาคม 2568 อย่าลืมตรวจสอบสิทธิ์ผ่าน SMS หรือแอปเป๋าตังด้วยล่ะ

คุณสมบัติผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมคนละครึ่งพลัสเฟส 2

เพื่อให้แน่ใจว่าคุณมีสิทธิ์ มาดูคุณสมบัติกันครับ:

  • เป็นผู้มีสัญชาติไทย
  • มีอายุ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
  • มีบัตรประจำตัวประชาชน
  • ไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตามข้อมูลกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568
  • ไม่ถูกระงับสิทธิ์หรือต้องคืนเงินจากโครงการคนละครึ่งรอบก่อนๆ (เฟส 1-5)

คนละครึ่งพลัสเฟส 2 ขั้นตอนลงทะเบียน

1. ดาวน์โหลดแอปเป๋าตังและเปิดใช้งาน G-Wallet
2. ลงทะเบียนรับสิทธิ์ 20-26 ต.ค. 68
3. ถ้าเคยร่วมเฟส 5 ปี 2565 ตรวจสอบในแอป ถ้าไม่เคย ตรวจ SMS และแอป
4. ผู้ได้รับสิทธิ์ กดแบนเนอร์ในแอปเพื่อเริ่มใช้ 29 ต.ค. – 31 ธ.ค. 68

วิธีสมัครแอปเป๋าตังสำหรับมือใหม่

ถ้ายังไม่มีแอปเป๋าตัง มาทำตามขั้นตอนง่ายๆ กันครับ ปิด Wi-Fi ก่อนนะเพื่อความปลอดภัย:

  1. ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปเป๋าตังจากสโตร์
  2. เปิดแอป
  3. ยินยอม KYC และเงื่อนไขข้อมูลส่วนบุคคล
  4. ยินยอมตรวจสอบเบอร์โทร
  5. กรอกเลขบัตรประชาชนและเบอร์มือถือ
  6. รับ OTP และกรอก
  7. กรอกข้อมูลส่วนตัว หรือใช้ ThaiD ID
  8. สแกนใบหน้าให้ชัดเจน
  9. ตั้ง PIN 6 หลัก
  10. ยอมรับ PDPA
  11. เข้าหน้าหลัก เสร็จสิ้น!

ยืนยันตัวตนคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ผ่าน ATM กรุงไทย (แบบมีปุ่มด้านล่าง)

ไปที่ตู้ ATM สีเทากรุงไทย:

  1. เลือก “ทำรายการด้วยบัตรประชาชน” (ไม่ต้องบัตร ATM)
  2. เลือก “บริการยืนยันตัวตน”
  3. กด “รับทราบและรับรอง”
  4. ยินยอมเปิดเผยข้อมูล
  5. กด “ถัดไป”
  6. เสียบบัตรประชาชน กด “ตกลง”
  7. รอตรวจสอบ
  8. จบรายการ กลับไปแอปเป๋าตัง

ยืนยันตัวตนผ่าน ATM กรุงไทย (แบบไม่มีปุ่มด้านล่าง)

  1. แตะแถบสีฟ้าเลือกบริการ
  2. เลือก “ยืนยันตัวตน / บัตรสวัสดิการ”
  3. เลือกยืนยันตัวตนกรุงไทย
  4. กด “รับทราบและรับรอง”
  5. ยินยอมเปิดเผยข้อมูล
  6. เสียบบัตรประชาชน กด “ตกลง”
  7. รอตรวจสอบ
  8. จบรายการ

เห็นมั้ยครับว่า คนละครึ่งพลัสเฟส 2 ทำได้ง่ายมาก เพียงแค่มีสมาร์ทโฟน บัตรประชาชน และ ATM ใกล้ๆ ก็ยืนยันตัวตนได้แล้ว โครงการนี้จะช่วยให้เราซื้อของกินของใช้ถูกกว่าเดิม กระตุ้นร้านค้าท้องถิ่นให้คึกคักด้วย ถ้าคุณมีสิทธิ์อย่าพลาดนะครับ รีบเช็คและลงทะเบียนตั้งแต่วันแรกเลย สิทธิ์จำกัดแค่ 10 ล้านคน! ถ้าพร้อมแล้ว ดาวน์โหลดแอปเป๋าตัง ไปยืนยันตัวตนกันเถอะ รับรองคุ้มค่าแน่นอน

ที่มา – คนละครึ่งพลัสเฟส 2 อัปเดตวิธียืนยันตัวตน ผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” รอรับเงินสูงสุด 2,000 บาท

คนละครึ่งเฟส 2 มาวันไหน? วิธีโหลดแอปเป๋าตัง

โครงการ “คนละครึ่งพลัสเฟส 2” มาวันไหน? ใครยังไม่เคยได้รับสิทธิ อย่าลืมเช็กขั้นตอนโหลดแอปฯ “เป๋าตัง” เพื่อรอรับเงิน 4,000 บาท

หลังจากรัฐบาลได้สนับสนุนเงินช่วยเหลือค่าครองชีพสำหรับประชาชน ผ่านโครงการ “คนละครึ่งพลัส” โดยเป็นการออกให้ครึ่งหนึ่ง เริ่มใช้จ่ายวันแรกไปแล้วตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมานั้น สำหรับใครที่ลงทะเบียนรับสิทธิไม่ทันในโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เฟสแรก ยังมีลุ้นต่อในโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เฟส 2 หลังจากนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันว่าจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและแก้ไขปัญหาผู้ที่ตกหล่นจากการได้รับสิทธิ

ซึ่งหากใครที่ไม่ทันเฟสแรก ก็จะได้ 4,000 บาท คาดว่าการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เฟส 2 อาจจะไม่แตกต่างจากการลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” เฟสแรก

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิลงทะเบียน

  • เป็นผู้มีสัญชาติไทย
  • มีอายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
  • มีบัตรประจำตัวประชาชน
  • ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568
  • ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่ โครงการคนละครึ่ง, โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2, โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3, โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 และ โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5

วิธีโหลดแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”

1. เปิดแอปฯ App Store หรือ Google Play หรือ Play Store รองรับโทรศัพท์ที่ใช้ Android 9.0 ขึ้นไป หรือ iPhone ที่มี iOS 15.0 ขึ้นไป

2. พิมพ์ค้นหา “เป๋าตัง” ในช่องค้นหา

3. เลือก “GET” หรือ เลือก “ติดตั้ง”

4. เมื่อติดตั้งเสร็จ เปิดแอปฯ “เป๋าตัง”

5. ให้ความยินยอมจัดการข้อมูลยืนยันตัวตน

6. เตรียมบัตรประชาชน

7. ถ่ายรูปหน้าบัตรประชาชน เพื่อยืนยันตัวตน

8. ตรวจสอบเลขบัตรประชาชน และกรอกเบอร์โทรศัพท์เพื่อรับรหัส OTP

9. ใส่รหัส OTP 6 หลักที่ได้รับจากโทรศัพท์มือถือ

10. กรอกข้อมูล บัตรประชาชน

11. เลือกวิธียืนยันตัวตน

วิธีลงทะเบียน คนละครึ่งเฟส 2 สำหรับคนที่ได้รับสิทธิในเฟสแรกแล้ว

สำหรับการลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” เฟส 2 สำหรับคนที่ได้รับสิทธิในเฟสแรกแล้วนั้น เบื้องต้นคาดว่าจะเป็นการกดแบนเนอร์ให้ยืนยันการรับสิทธิ ผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” ซึ่งจะต้องรอความชัดเจนจากทางรัฐบาลอีกครั้ง

คนละครึ่งเฟส 2 มาวันไหน?

หลายคนคงสงสัยว่า คนละครึ่งเฟส 2 มาวันไหน? นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า “รัฐบาลเตรียมนำงบกลางรายการสำรองจ่ายปี 2569 ส่วนหนึ่งมาใช้ในโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เฟส 2 ซึ่งคาดว่าจะเริ่มได้ในเดือนมกราคม 2569 โดยอาจมีวงเงินใกล้เคียงกับเฟสแรกที่ใช้ไปกว่า 40,000 ล้านบาท โดยจะรวมกับเงินเหลือจากเฟส 1 ประมาณ 5,000 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดจะช่วยผลักดันให้เม็ดเงินหมุนเวียนลงสู่ระบบทันตามเป้าหมาย”

สรุปแล้ว คนละครึ่งเฟส 2 มาวันไหน นั้น ยังไม่มีกำหนดวันที่แน่นอน แต่คาดว่าจะเริ่มได้ในเดือนมกราคม 2569 อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมโดยการดาวน์โหลดและติดตั้งแอป “เป๋าตัง” ไว้ล่วงหน้า รวมถึงตรวจสอบคุณสมบัติของผู้มีสิทธิลงทะเบียน เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการรับเงินสนับสนุนจากโครงการนี้

อย่างไรก็ตาม หากมีความชัดเจนในเรื่องการลงทะเบียนจากรัฐบาล จะได้รายงานให้ทราบต่อไป.

ที่มา – คนละครึ่งเฟส 2 มาวันไหน เช็กขั้นตอนโหลดแอปฯ “เป๋าตัง” รอรับเงิน 4,000 บาท

คนละครึ่งเฟส 2: เปิดลงทะเบียนเมื่อไหร่ ใช้ได้ ม.ค. 69?

อัปเดตความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับโครงการ “คนละครึ่งพลัส เฟส 2” หลายคนกำลังรอคอยว่า จะมีการเปิดลงทะเบียน “คนละครึ่งเฟส 2” วันไหน? ล่าสุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเผยว่า จะมีความชัดเจนในเดือนธันวาคมนี้ และคาดว่าจะเริ่มใช้จ่ายได้ภายในเดือนมกราคม 2569 โดยจะดำเนินการควบคู่ไปกับโครงการ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” รอบใหม่ที่กำลังจะมาถึง

โครงการคนละครึ่งพลัส เป็นโครงการที่รัฐบาลให้การสนับสนุนเงินช่วยเหลือค่าครองชีพแก่ประชาชนที่มีคุณสมบัติครบถ้วน โดยรัฐบาลจะออกให้ครึ่งหนึ่งของการใช้จ่ายทั้งหมด ตั้งแต่วันที่เริ่มโครงการในวันที่ 29 ตุลาคม ถึง 17 พฤศจิกายน 2568 มีการใช้จ่ายรวมแล้ว 42,960 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนที่รัฐร่วมจ่าย 21,188 ล้านบาท และส่วนที่ประชาชนร่วมจ่าย 21,772 ล้านบาท มีร้านค้าเข้าร่วมโครงการถึง 940,700 ราย และมีประชาชนที่ได้รับสิทธิและใช้สิทธิเต็มจำนวนแล้ว 883,104 ราย ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับสิทธิจะต้องใช้สิทธิภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เท่านั้น หากไม่ใช้สิทธิ เงินที่เหลือจะไม่สามารถนำมาใช้ได้อีก เนื่องจากรัฐบาลจะยุติการสนับสนุนทันที

สำหรับผู้ที่กำลังรอคอย“คนละครึ่งพลัส เฟส 2” นั้น กระทรวงการคลังกำลังพิจารณารายละเอียดต่างๆ อย่างรอบคอบ โดยเฉพาะเรื่องจำนวนเงินที่จะเติมให้แต่ละคน ซึ่งจะต้องพิจารณาจากแหล่งเงินทุนที่มีอยู่ เนื่องจากไม่ได้มีการจัดสรรงบประมาณไว้ล่วงหน้า แต่เบื้องต้นคาดว่าจะมีการเติมเงินให้อีกไม่เกิน 4,000 บาทต่อคน โดยจะจัดสรรตามสัดส่วนเดิม คือ ผู้ที่อยู่ในระบบภาษี และผู้ที่ไม่อยู่ในระบบภาษี ทั้งนี้ รัฐบาลมีนโยบายที่จะส่งเสริมให้ประชาชนเข้าสู่ระบบภาษี เพื่อความสะดวกในการให้ความช่วยเหลือและสวัสดิการต่างๆ ในอนาคต สำหรับผู้ที่เคยได้รับสิทธิในเฟสแรกก็จะได้รับสิทธิในเฟสที่สองนี้ด้วย แต่เงื่อนไขและรายละเอียดต่างๆ จะต้องรอความชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง

“คนละครึ่งเฟส 2” เริ่มวันไหน คาดชัดเจนภายในเดือน ธ.ค. นี้

ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าของ “คนละครึ่งเฟส 2” ในงานกิจกรรมประชาสัมพันธ์โครงการพัฒนาความรู้ทักษะ (Upskill) หรือทักษะเรียนรู้ใหม่ (Reskill) สำหรับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส ว่า ท่านนายกรัฐมนตรีได้มีนโยบายที่ชัดเจนว่าจะดำเนินการโครงการนี้อย่างแน่นอน โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างการหารือเกี่ยวกับกรอบวงเงินที่จะใช้ ซึ่งเบื้องต้นจะนำ “งบกลาง” มาใช้ในการดำเนินงานเฟส 2 และอยู่ในขั้นตอนการออกแบบให้ครอบคลุมทั้งในส่วนของผู้ซื้อและผู้ขาย

คาดว่ารายละเอียดและความชัดเจนต่างๆ เกี่ยวกับโครงการ จะแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคมนี้ และจะเริ่มเปิดให้ใช้จ่ายได้ภายในเดือนมกราคม 2569 รวมถึงจะมีการดำเนินการควบคู่ไปกับโครงการ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ที่เตรียมเปิดรอบใหม่ไปพร้อมๆ กัน

“คนละครึ่งพลัส” เช็กคุณสมบัติผู้ลงทะเบียน ใครมีสิทธิบ้าง

  • เป็นผู้มีสัญชาติไทย
  • มีอายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
  • มีบัตรประจำตัวประชาชน
  • ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568
  • ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่ โครงการคนละครึ่ง, โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2, โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3, โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 และ โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5

ช่องทางลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส 2568

  • ลงทะเบียนรับสิทธิผ่าน “แอปฯ เป๋าตัง” และเปิดใช้บริการ G Wallet
  • ผู้ที่เคย เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) ตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่านแอปฯ เป๋าตัง
  • ผู้ที่ไม่เคย เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) ตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่าน SMS และแอปฯ เป๋าตัง

ขั้นตอนติดตั้งแอปฯ เป๋าตัง ลงทะเบียน “คนละครึ่ง”

1. เปิดแอปฯ App Store หรือ Google Play หรือ Play Store    

  • สำหรับผู้ใช้โทรศัพท์ ระบบปฏิบัติการ iOS – คลิกที่นี่ 
  • สำหรับผู้ใช้โทรศัพท์ ระบบปฏิบัติการ Android – คลิกที่นี่

2. พิมพ์ค้นหา “เป๋าตัง” ในช่องค้นหา 

3. เลือก “GET” หรือ เลือก “ติดตั้ง”

4. เมื่อติดตั้งเสร็จ เปิดแอปฯ เป๋าตัง

5. ให้ความยินยอมจัดการข้อมูลยืนยันตัวตน 

6. เตรียมบัตรประชาชน

7. ถ่ายรูปหน้าบัตรประชาชน เพื่อยืนยันตัวตน

8. ตรวจสอบเลขบัตรประชาชน และกรอกเบอร์โทรศัพท์เพื่อรับรหัส OTP

9. ใส่รหัส OTP 6 หลักที่ได้รับจากโทรศัพท์มือถือ

10. กรอกข้อมูล บัตรประชาชน

11. เลือกวิธียืนยันตัวตน ด้วยบัญชี Krungthai NEXT หรือ ยืนยันตัวตนด้วย การสแกนใบหน้า

วิธีลงทะเบียนใช้งาน “G Wallet” บนแอปฯ เป๋าตัง

  • ดาวน์โหลดติดตั้งแอปฯ เป๋าตังสำเร็จ
  • เลือก G Wallet เลือก “สมัครใช้บริการ”
  • กด ยินยอม การจัดการข้อมูลยืนยันตัวตน
  • ถ่ายบัตรประชาชน และกรอกข้อมูลตามขั้นตอน
  • เลือกวิธีการยืนยันตัวตน “สแกนใบหน้า”
  • สแกนใบหน้า ตรวจสอบและยืนยันข้อมูล
  • เข้าสู่หน้าหลัก เริ่มการใช้งาน

เปิดอมรม “ร้านค้าคนละครึ่งพลัส” พัฒนาความรู้มอบเงินสนับสนุน 2,000 บาท

ทั้งนี้ ครม. มีมติอนุมัติโครงการพัฒนาความรู้ทักษะ (Upskill) หรือเรียนรู้ทักษะใหม่ (Reskill) สำหรับร้านค้า โครงการ “คนละครึ่งพลัส” ให้กับร้านค้าที่ร่วมในโครงการผ่านแอปฯ “ถุงเงิน” เพื่อกระตุ้นและจูงใจให้ร้านค้าพัฒนาธุรกิจของตนเอง ผ่านการเรียนรู้ทักษะที่จำเป็น โดยจัดสรรงบประมาณจำนวนไม่เกิน 800 ล้านบาท สำหรับกลุ่มเป้าหมายจำนวนไม่เกิน 400,000 ราย

สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ

ร้านค้าที่ผ่านหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการ Upskill หรือ Reskill อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างใน 6 ช่องทาง จำนวนไม่เกิน 400,000 ร้านค้าแรก จะได้รับสิทธิเงินสนับสนุนจากภาครัฐ ร้อยละ 20 ของยอดขายที่เกิดจากโครงการคนละครึ่งพลัส เฉพาะในส่วนที่ภาครัฐร่วมจ่าย นับตั้งแต่วันที่ร้านค้าได้ดำเนินการ Upskill หรือ Reskill สำเร็จ จนถึงวันที่ 19 ธันวาคม 2568 ทั้งนี้ สูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท ต่อร้านค้า โดยกระทรวงการคลัง โดยกรมบัญชีกลาง จะโอนเงินดังกล่าวให้แก่ร้านค้าผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ที่ผูกกับแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ในวันที่ 25 ธันวาคม 2568

คุณสมบัติร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ

1. เป็นร้านค้าในโครงการคนละครึ่ง พลัส ในวันก่อนเริ่มดำเนินการ Upskill หรือ Reskill 

2. ได้ตกลงให้ความยินยอม (Consent) ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ของโครงการฯ ก่อนดำเนินการ Upskill หรือ Reskill เข้าร่วมการ Upskill หรือ Reskill โดยใช้เลขประจำตัวประชาชน (กรณีบุคคลธรรมดา) หรือเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (กรณีนิติบุคคล) ที่ตรงกับการลงทะเบียนร้านค้าในโครงการคนละครึ่งพลัส เท่านั้น

3. ร้านค้าในโครงการคนละครึ่ง พลัส ประเภทร้านอาหารและเครื่องดื่ม ที่เลือก Upskill หรือ Reskill กับ Food Delivery Platform รายใด จะต้องไม่เป็นร้านค้าที่อยู่ในฐานข้อมูล ของ Food Delivery Platform รายดังกล่าวนั้น ณ วันที่ 18 พฤศจิกายน 2568

4. ไม่เป็นผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะในโครงการคนละครึ่ง พลัส

5. ไม่เป็นผู้ที่ถูก สศค. ระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่ (1) โครงการคนละครึ่ง (2) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 (3) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 (4) โครงการ คนละครึ่ง ระยะที่ 4 (5) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 และ (6) โครงการคนละครึ่ง พลัส

ไทม์ไลน์ระยะเวลาดำเนินการ

วันที่เป็นต้นไป : เป็นร้านค้าถุงเงินที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสมาแล้วอย่างน้อย 1 วัน จึงจะเข้าร่วมโครงการพัฒนาทักษะร้านค้าได้

19 พ.ย. 68 เปิดให้เข้าร่วมพัฒนาทักษะตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขของแต่ละช่องทางเลือก

19 ธ.ค. 68 สิ้นสุดเข้าร่วมพัฒนาทักษะตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขของแต่ละช่องทางเลือก

23 ธ.ค. 68 ได้รับเงินสนับสนุนจากภาครัฐ ผ่านการแจ้งเตือนบนแอปฯ ถุงเงิน และ SME

25 ธ.ค. 68 โอนเงินสนับสนุนให้แก่ร้านค้าที่ได้รับสิทธิ

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับ “คนละครึ่งเฟส 2” ที่กำลังจะมาถึง! ติดตามข่าวสารและอัปเดตล่าสุดอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการเข้าโครงการและรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่รัฐบาลมอบให้

ที่มา – เปิดลงทะเบียน “คนละครึ่งเฟส 2” วันไหน คาดเริ่มใช้จ่ายได้ภายในเดือน ม.ค. 69

คนละครึ่งพลัส เงินสะพัด 3 หมื่นล้าน! รีบใช้

กระทรวงการคลังเผยโครงการ คนละครึ่งพลัส ยอดใช้จ่ายทะลุ 3 หมื่นล้านบาทแล้ว! ย้ำเตือนอีกครั้งสำหรับ 2.9 แสนสิทธิที่ยังไม่ได้ใช้ รีบใช้จ่ายครั้งแรกก่อนถูกตัดสิทธิภายใน 5 ทุ่มวันนี้ (11 พ.ย. 68)

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ว่า จากจำนวนสิทธิทั้งหมด 20 ล้านสิทธิ มีประชาชนเริ่มใช้จ่ายแล้ว 19,701,063 คน แต่ยังมีสิทธิคงเหลือที่ยังไม่ได้เริ่มใช้จ่ายอีก 298,937 สิทธิ (ข้อมูล ณ วันที่ 11 พ.ย. 2568 เวลา 12.00 น.)

สำหรับผู้ที่ได้รับสิทธิ คนละครึ่งพลัส แล้วแต่ยังไม่ได้กดใช้สิทธิผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” หรือยังไม่ได้ทำรายการใช้จ่ายครั้งแรกกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ ขอให้รีบใช้จ่ายภายในเวลา 23.00 น. ของวันนี้ (11 พ.ย. 2568) เพื่อไม่ให้สิทธิของท่านหมดอายุไปอย่างน่าเสียดาย โครงการนี้ถือเป็นมาตรการสำคัญของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนในช่วงปลายปี

ข้อมูล ณ วันที่ 11 พ.ย. 2568 เวลา 12.00 น. พบว่า ยอดการใช้จ่ายสะสมในโครงการ คนละครึ่งพลัส รวมทั้งสิ้น 30,276.94 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 15,334.35 ล้านบาท และเงินที่ภาครัฐร่วมจ่าย 14,942.59 ล้านบาท มีผู้ใช้สิทธิสะสมแล้วกว่า 19.70 ล้านคน จากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการกว่า 825,952 ร้านค้า และมีรายการใช้จ่ายสะสมกว่า 215.81 ล้านรายการ

นอกจากนี้ ยอดการใช้จ่ายผ่านบริการฟู้ดเดลิเวอรี่ (Food Delivery) สะสมรวมอยู่ที่ 419.42 ล้านบาท โดยแบ่งตามแพลตฟอร์มดังนี้ Lineman มียอดสูงสุด 249.74 ล้านบาท, Grab 149.14 ล้านบาท, ShopeeFood 19.82 ล้านบาท และ Robinhood 711,316.97 บาท

นายลวรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า เฉพาะวันนี้ (11 พ.ย. 68) มียอดใช้จ่ายรวม 593.14 ล้านบาท แบ่งเป็นการใช้จ่ายผ่านร้านค้าทั่วไป 568.47 ล้านบาท และผ่านบริการแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ (Food Delivery) อีก 24.67 ล้านบาท

โครงการ “คนละครึ่งพลัส” เป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญที่รัฐบาลนำมาใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน และส่งเสริมให้ร้านค้ารายย่อยมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทรวงการคลังยังคงติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของโครงการอย่างใกล้ชิดเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเศรษฐกิจของประเทศ

คนละครึ่งพลัส คืออะไร และทำไมต้องรีบใช้?

คนละครึ่งพลัส เป็นโครงการที่รัฐบาลออกมาเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยเหลือค่าครองชีพ โดยรัฐจะช่วยจ่ายครึ่งหนึ่งของค่าสินค้าและบริการ (ตามเงื่อนไขที่กำหนด) ทำให้ประชาชนสามารถซื้อสินค้าได้ในราคาที่ถูกลง และร้านค้าก็มียอดขายเพิ่มขึ้น

ใครที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิ คนละครึ่งพลัส ต้องทำอย่างไร?

หากท่านเป็นหนึ่งใน 2.9 แสนสิทธิที่ยังไม่ได้เริ่มใช้จ่ายในโครงการ คนละครึ่งพลัส ขอให้รีบดำเนินการดังนี้:

  • ตรวจสอบสิทธิของท่านในแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”
  • เติมเงินเข้าแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ให้เพียงพอต่อการใช้จ่าย
  • หาร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ คนละครึ่งพลัส และใช้จ่ายก่อน 5 ทุ่มของวันนี้ (11 พ.ย. 68)

หากท่านไม่ใช้สิทธิภายในเวลาที่กำหนด สิทธิของท่านจะถูกตัด และท่านจะไม่สามารถใช้สิทธิในโครงการนี้ได้อีกต่อไป

อย่าปล่อยให้สิทธิของท่านหมดอายุไปฟรีๆ รีบใช้จ่าย คนละครึ่งพลัส ก่อน 5 ทุ่มวันนี้ เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและประหยัดค่าใช้จ่ายของท่านเอง!

ที่มา – “คลัง” เผย “คนละครึ่งพลัส” เงินสะพัด 3 หมื่นล้าน ย้ำ 2.9 แสนสิทธิ รีบใช้ก่อน 5 ทุ่มวันนี้

สศค. คาด GDP ไทยปี 68 โตจาก “คนละครึ่งพลัส”

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปี 2568 เป็นโต 2.4% โดยได้รับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐในช่วงปลายปี โดยเฉพาะโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ในขณะที่ GDP ปี 2569 คาดว่าจะชะลอตัวลงเหลือ 2% เนื่องจากการเร่งส่งออกเพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการภาษีของสหรัฐฯ สศค. ยังคงเชิญชวนให้ร้านค้าต่างๆ เข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” อย่างต่อเนื่อง

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการ สศค. ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า แนวโน้ม GDP ไทยปี 2568 คาดว่าจะเติบโต 2.4% ปรับเพิ่มขึ้นจากการคาดการณ์ครั้งก่อนที่ 2.2% โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 1.9-2.9% ปัจจัยหลักมาจากแรงหนุนของโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล เช่น โครงการ “คนละครึ่งพลัส” และการขยายตัวของการส่งออกสินค้าในรูปสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ 10% รวมถึงการเร่งส่งออกของภาคเอกชนตลอดทั้งปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ และจีนในไตรมาส 3 ปี 2568

ในส่วนของอัตราเงินเฟ้อทั่วไป คาดว่าจะอยู่ที่ -0.2% ลดลงจากประมาณการครั้งก่อน เนื่องจากราคาพลังงานที่ลดลง ทั้งค่าไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายของรัฐบาลและการปรับตัวลดลงของราคาพลังงานในตลาดโลก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อจะยังคงติดลบต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาส 2 ปี 2569 และอาจจะไม่เข้าสู่กรอบเงินเฟ้อขั้นต่ำที่ 1% อย่างไรก็ตาม ธปท. มองว่ามาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลดำเนินการจะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อในไตรมาส 4 และส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อปรับตัวดีขึ้นได้

ถึงแม้จะมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินฝืดที่อาจเกิดขึ้น แต่ สศค. ยังไม่เห็นสัญญาณที่ชัดเจนของภาวะดังกล่าว โดยภาวะเงินฝืดจะต้องประกอบด้วยอัตราเงินเฟ้อติดลบ การชะลอตัวของ GDP และกำลังซื้อที่ลดลง อย่างไรก็ตาม มาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลได้ออกมาในช่วงไตรมาส 4 จะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชน นอกจากนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2568 คาดว่าจะอยู่ที่ 33.5 ล้านคน สร้างรายได้ 1.56 ล้านล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวเฉลี่ย 46,570 บาทต่อคนต่อทริป

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ส่งสัญญาณที่ดีขึ้น ทำให้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังจะเติบโตในอัตราที่สูงขึ้น โดยมาตรการต่างๆ ที่ออกมา เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการคนละครึ่งพลัส มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว และการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังเติบโตเกิน 1% อย่างแน่นอน

ในส่วนของปี 2569 สศค. คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะชะลอตัวลงเหลือ 2.0% โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 1.5-2.5% เนื่องจากการเร่งส่งออกเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ทำให้คาดว่ามูลค่าการส่งออกสินค้าจะหดตัวลง -1.5%

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากภาคการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศไทย 35.5 ล้านคน สร้างรายได้จากภาคการท่องเที่ยว 1.68 ล้านล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวเฉลี่ย 47,280 บาทต่อคนต่อทริป นอกจากนี้ การบริโภคที่ขยายตัวดีขึ้นที่ 2.4% และการลงทุนภาครัฐที่ขยายตัว 3.0% จากการเร่งเบิกจ่ายและลงทุนภาครัฐ จะเป็นปัจจัยบวกต่อเศรษฐกิจไทยในปี 2569

สศค. คาด GDP ไทยปี 2568 โต 2.4% จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ “คนละครึ่งพลัส”

นายวินิจ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงการคลังร่วมกับธนาคารกรุงไทยมีระบบ Data Analytics เพื่อตรวจสอบธุรกรรมต้องสงสัย หากพบข้อมูลและหลักฐานเพียงพอ จะระงับการใช้สิทธิ์และระงับการจ่ายเงินร้านค้า พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยจะไม่มีการยอมความ เพื่อให้มั่นใจว่าการซื้อขายในโครงการเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เบื้องต้นได้เริ่มระงับสิทธิ์ผู้ต้องสงสัยที่เป็นร้านค้าไปแล้วประมาณ 6-7 ราย แต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีที่จับกุม 3 รายก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม จะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงถึงธุรกรรมที่ต้องสงสัยว่ามาจากสาเหตุใด หากสามารถชี้แจงได้ก็จะให้โอกาสคืนสิทธิ์ในการเข้าร่วมโครงการฯ

สำหรับโครงการคนละครึ่งพลัส มีการใช้จ่ายที่กระจายตัวทั่วประเทศ โดยพื้นที่กรุงเทพมหานครมีการใช้จ่ายมากที่สุด รองลงมาคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่ภาคตะวันตกมีการใช้จ่ายน้อยที่สุด เนื่องจากจำนวนร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ มีจำนวนน้อย ปัจจุบันมีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ประมาณ 696,000 ร้านค้า สศค. จึงขอเชิญชวนให้ร้านค้าต่างๆ ยังมีเวลาในการเข้าร่วมโครงการฯ และย้ำว่า โครงการคนละครึ่งพลัส ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ที่จะหลอกให้ใครมาติดกับดักเพื่อเสียภาษี แต่เป็นโอกาสที่จะทำให้ร้านค้ามีลูกค้าเพิ่มมากขึ้น จึงจะไม่มีการเก็บภาษีร้านค้าย้อนหลังอย่างแน่นอน นอกจากนี้ ในช่วงต่อไป จะมีการอัพสกิลให้กับร้านค้าในแอปพลิเคชันถุงเงิน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียด เพื่อให้ร้านค้ามีการปรับตัว เข้าถึงเทคโนโลยี และทำบัญชีรายรับรายจ่ายออนไลน์ ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการเข้าถึงสินเชื่อและแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งพาหนี้นอกระบบ

ในส่วนของระบบการจ่ายเงิน เช่น การจ่ายเงินกับรถไฟฟ้า ยังคงยืนยันให้เป็นไปตามเกณฑ์เดิม นายวินิจยอมรับว่าการทำโครงการคนละครึ่งพลัสในครั้งนี้ มีเวลาค่อนข้างจำกัด จึงเลือกใช้โมเดลเดิม อย่างไรก็ตาม ในอนาคต หากมีการพิจารณาโครงการคนละครึ่งในเฟสต่อไป อาจจะมีการหาวิธีการที่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยยืนยันว่าขั้นตอนที่ทำอยู่มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการทุจริต

“คนละครึ่งพลัส” ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงหรือ?

โครงการ “คนละครึ่งพลัส” เป็นเเรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ เเต่ทั้งนี้การเติบโตของ GDP ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ต้องพิจารณาควบคู่กันไปด้วย

ที่มา – สศค. คาด GDP ไทยปี 2568 โต 2.4% จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ “คนละครึ่งพลัส”

Scroll to top