แอปเป๋าตัง

สคบ. คุมฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” สกัดขึ้นราคา

สถานการณ์ราคาสินค้าและบริการที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ทำให้ผู้บริโภคต้องเผชิญกับความท้าทายในการใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการส่งเสริมการขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ล่าสุด สคบ. ได้ออกมาตรการควบคุมฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” เพื่อป้องกันร้านค้าฉวยโอกาสขึ้นราคา

รมต.สำนักนายกฯ ได้เรียก ช้อปปี้ แกร็บ ไลน์แมน มาหารือเพื่อควบคุมร้านค้าที่ขายอาหารไม่ให้ขึ้นราคากับลูกค้าที่สั่งฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” พร้อมทั้งขอความร่วมมือในการจัดโปรโมชั่นส่วนลดเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์สูงสุด

นายสันติ ปิยะทัต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า สคบ. ได้ร่วมมือกับ 3 แพลตฟอร์ม ได้แก่ บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ไลน์แมน (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อกำหนดมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคที่สั่งฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” ผ่านแพลตฟอร์มในโครงการคนละครึ่งพลัส ที่จะเริ่มในวันที่ 7 พ.ย. 2568 โดยกำชับให้ช่วยคุมราคาอาหารไม่ให้ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการขายเกินราคา ด้วยการปิดระบบแก้ไขเมนูของร้านค้า เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคา และขอให้จัดโปรโมชันส่วนลดให้กับผู้บริโภค ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคได้ส่วนลด 2 เด้ง คือได้ส่วนลด 50% จากการซื้ออาหาร สูงสุดไม่เกิน 200 บาทต่อวัน จากโครงการคนละครึ่งพลัส และส่วนลดเพิ่มเติมจากแพลตฟอร์มออนไลน์ รวมทั้งขอให้ลดค่า GP หรือ ค่าธรรมเนียมที่แพลตฟอร์มเก็บจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส

นอกจากนี้ ยังมีแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่เข้าร่วมอีก 2 ราย ได้แก่ บริษัท ลาซาด้า จำกัด บริษัท ติ๊กต็อก ช็อป (ประเทศไทย) จำกัด โดยได้กำชับแพลตฟอร์มทั้ง 5 ราย เฝ้าระวังการจัดจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า หรือสินค้าที่ผิดกฎหมายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยใช้เทคโนโลยี AI มาช่วยตรวจจับ ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เพื่อป้องกันและปราบปรามในทุกแพลตฟอร์ม โดยภาครัฐหลายหน่วยงาน เช่น สคบ. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้มีการเดินหน้าป้องกันและปราบปรามอย่างจริงจัง

นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กล่าวว่า สคบ. ได้เปิดช่องทางร้องทุกข์เพิ่มเติมจากสายด่วน เพิ่มอีก 10 สาย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากโครงการฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” พร้อมเร่งรัดเรื่องร้องเรียนเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยทันที เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

สคบ. คุมเข้ม ฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” ป้องกันการขึ้นราคา

มาตรการควบคุมราคาฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” ของ สคบ. ถือเป็นความพยายามที่จะรักษาสมดุลระหว่างการส่งเสริมการขายและการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงอาหารและสินค้าในราคาที่เป็นธรรม

มาตรการสำคัญในการควบคุมฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส”

  • ปิดระบบแก้ไขเมนูของร้านค้า: เพื่อป้องกันร้านค้าฉวยโอกาสขึ้นราคา
  • จัดโปรโมชั่นส่วนลดเพิ่มเติม: เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับส่วนลด 2 เด้ง
  • ลดค่า GP: ลดภาระค่าใช้จ่ายของร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ
  • เฝ้าระวังการจำหน่ายสินค้าผิดกฎหมาย: ป้องกันการหลอกลวงผู้บริโภค
  • เพิ่มช่องทางร้องทุกข์: อำนวยความสะดวกในการร้องเรียนและแก้ไขปัญหา

การดำเนินการของ สคบ. ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคและการสร้างความเป็นธรรมในการซื้อขายสินค้าและบริการออนไลน์ ผู้บริโภคควรติดตามข่าวสารและใช้สิทธิของตนเองอย่างเต็มที่ หากพบว่ามีการเอารัดเอาเปรียบหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม

ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้บริโภค จะช่วยให้โครงการฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” เป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย

ที่มา – สคบ.คุม ฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” สั่งปิดแก้เมนู ป้องกันร้านค้าขึ้นราคา

คนละครึ่งพลัส วันแรกคึกคัก ร้านค้ายิ้มรับทรัพย์!

ประชาชนแห่ใช้สิทธิ “คนละครึ่งพลัส” วันแรกคึกคัก ร้านค้ายิ้มไม่หุบ ขายดีตั้งแต่เช้าตรู่ เชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ

วันที่ 29 ต.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันแรกของการเริ่มใช้สิทธิโครงการ “คนละครึ่งพลัส” บรรยากาศที่ตลาดศิริวัฒนา หรือ ตลาดธานินท์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ คึกคักตั้งแต่เช้า ประชาชนจำนวนมากออกมาใช้สิทธิ์กันอย่างคึกคัก หลังกระทรวงการคลังเปิดให้ใช้สิทธิเป็นวันแรก ทำให้บรรยากาศการจับจ่ายซื้อสินค้าดีขึ้นผิดหูผิดตา หลายร้านติดป้ายโครงการคนละครึ่งพลัสไว้หน้าร้าน เพื่อให้ลูกค้าสังเกตง่ายและดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้าที่ร้านของตนเอง

น.ส.ณฌกร จำนงค์วงษ์ ชาวเชียงใหม่ผู้มาใช้สิทธิคนละครึ่งพลัส เผยว่า รู้สึกดีใจมากที่มีโครงการนี้หลังรอคอยมานานแล้ว วันแรกที่เปิดให้ใช้สิทธิจึงรีบเดินทางออกมาซื้อกับข้าวก่อนไปทำงาน หลังจากนี้ก็จะไปสแกนซื้อสินค้าอุปโภคเข้าบ้าน

สำหรับโครงการนี้ ถือเป็นโครงการที่ดีช่วยแบ่งเบาภาระให้ประชาชนได้บางส่วนในภาวะเศรษฐกิจข้าวยากหมากแพง ค่าครองชีพสูงราคาสินค้าขึ้น แต่หลายคนเงินเดือนยังเท่าเดิม

ขณะที่ นางราตรี แซ่ตัน อายุ 65 ปี เจ้าของร้านราตรีผลไม้ เผยว่า ตั้งแต่เปิดให้มีการใช้คนละครึ่งบรรยากาศที่ตลาดก็คึกคัก มีประชาชนออกมาซื้อผลไม้ที่ร้านกันตั้งแต่เช้า ถือว่าโครงการนี้ดีมาก จากก่อนหน้านี้ร้านค้าขายไม่ค่อยดี พอมีโครงการคนละครึ่งพลัส ทำให้ประชาชนตื่นตัวออกมาจับจ่ายซื้อของกันตั้งแต่เช้าช่วยกระตุ้นยอดขายได้มาก

ส่วนบรรยากาศพื้นที่ตลาดใต้ (เทศบาล 1) อ.เมือง จ.พิษณุโลก คึกคักเป็นพิเศษ เนื่องจากประชาชนออกมาใช้สิทธิ์โครงการคนละครึ่งวันแรก โดยภาพรวมประชาชนพึงพอใจกับการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ถูกกลุ่มเป้าหมาย โดยช่วงเช้าสามารถสแกนจ่ายเงินได้ปกติ แอปฯ มีขัดข้องบ้าง อาจเกิดจากการใช้งานจำนวนมากพร้อมกัน

นายสุรศักดิ์ สารีสังข์ อายุ 39 ปี เจ้าของร้านป้าพรหมูปิ้งอาหารเหนือ เผยว่า ยอมรับว่าโครงการคนละครึ่งเป็นโครงการที่ดี ที่เข้าถึงทุกกลุ่มอาชีพ ซึ่งที่ร้านมีลูกค้ามาสแกนจ่ายคนละครึ่งตั้งแต่ 6 โมงเช้า สามารถใช้จ่ายได้ปกติ ผ่านไปสักครึ่งชั่วโมง เริ่มมีปัญหากับการใช้แอปฯ น่าจะมีการใช้งานเยอะขึ้นบางครั้งลูกค้าไม่สามารถชำระเงินผ่านแอปฯ ได้

ขณะที่ น.ส.รังสิตา ศิริวรรณกุล อายุ 44 ปี เจ้าของร้านจำหน่ายหมูฝอย เผยว่า ชอบโครงการคนละครึ่งมาก เพราะเข้าถึงทุกกลุ่มอาชีพ และร้านเล็กๆ อย่างตนเองก็ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ด้วย ซึ่งโครงการ 10,000 บาทที่ผ่านมา บุคคลที่ได้แทบจะไม่ได้มาจับจ่ายซื้อของในตลาดเลย จะเน้นไปซื้อของชิ้นใหญ่ๆ เช่น โทรศัพท์ ทีวี ตู้เย็น เป็นต้น และขอสนับสนุนรัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยโครงการคนละครึ่งเฟสต่อไป

ส่วนพื้นที่ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ผู้ประกอบการร้านค้าหลายแห่ง ได้มีการนำป้ายโครงการฯ มาติดตั้งที่บริเวณหน้าร้านบ้างแล้วบางส่วน สร้างความคึกคักให้กับพื้นที่ นายวรธน บุญรัตน์ เจ้าของร้านมอเตอร์ไซค์ ช.ไพโรจน์ยนต์ (สาขา2) เผยว่า ร้านตนเองเป็นร้านซ่อมรถมอเตอร์ไซค์ ได้สำรองและทุนสินค้าไว้เพื่อให้ลูกค้านั้นเข้ามาใช้สิทธิ์ โดยทางร้านนั้นไม่มีการชาร์จและเพิ่มมูลค่าของสินค้าแต่อย่างใด ยังคงขายในราคาเดิม

ส่วนตัวตนเชื่อมั่นและหวังว่า โครงการนี้จะช่วยให้ยอดขายของร้านดีขึ้น เช่นเดียวกับโครงการต่างๆ ของภาครัฐ ที่ตนเคยเข้าร่วมมาแล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งในสภาพเศรษฐกิจที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องใช้จ่ายอย่างประหยัด โครงการที่ช่วยลดค่าใช้จ่าย 200 บาทต่อวัน ถือว่ามีค่ามากสำหรับคนที่ไม่มีจริงๆ หากทางร้านไม่รับ ก็จะส่งผลกระทบต่อยอดขายโดยตรง อาจถึงขั้นได้นั่งมองร้านอื่นขาย.

คนละครึ่งพลัส วันแรกสุดปัง!

โครงการ คนละครึ่งพลัส นี้ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างตรงจุด ทำให้ร้านค้าต่างๆ มียอดขายเพิ่มขึ้น และประชาชนก็สามารถลดภาระค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย

ทำไมคนละครึ่งพลัสถึงได้รับความนิยม?

  • ช่วยลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
  • กระตุ้นเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น
  • เข้าถึงได้ง่ายผ่านแอปพลิเคชัน

สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิ์ คนละครึ่งพลัส รีบไปใช้กันนะคะ! โครงการดีๆ แบบนี้มีจำนวนจำกัด

ที่มา – “คนละครึ่งพลัส” คนแห่ใช้สิทธิวันแรกคึกคัก ร้านค้ายิ้มไม่หุบ เชื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

เริ่มแล้ว! วิธีใช้สิทธิ คนละครึ่งพลัส ผ่านแอปเป๋าตัง

เปิดขั้นตอนการใช้สิทธิโครงการ “คนละครึ่งพลัส” วันแรกผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” รัฐออกให้สูงสุดวันละ 200 บาท พร้อมวิธีเติมเงินเข้า G Wallet

หลังจากรัฐบาล เปิดให้ประชาชนกดรับสิทธิเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” แล้ว เพื่อหวังลดรายจ่ายให้ประชาชนมีกำลังจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น และสร้างรายได้แก่ร้านค้ารายย่อย นำไปสู่การกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย

โดยวันนี้ (29 ตุลาคม 2568) เป็นวันแรกที่เปิดให้ประชาชนใช้สิทธิโครงการคนละครึ่งพลัส ผ่านแอปฯ เป๋าตัง เริ่มตั้งแต่เวลา 06.00-23.00 น. ของทุกวัน

ที่สำคัญคือประชาชนที่ได้รับสิทธิแล้วจะต้องใช้สิทธิครั้งแรกภายในเวลา 23.00 น. ของวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 เพื่อไม่ให้ถูกตัดสิทธิ์ตามเงื่อนไขของโครงการ ทั้งนี้ ผู้ที่เข้าร่วม “คนละครึ่งพลัส” จะสามารถใช้สิทธิไปจนถึงวันสิ้นสุดโครงการคือวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เวลา 23.00 น.

คนละครึ่งพลัส ใช้ยังไง แนะขั้นตอนใช้สิทธิง่ายๆ ผ่านแอปฯ เป๋าตัง

สำหรับผู้ที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งมาก่อน อาจจะยังสับสนขั้นตอนการใช้สิทธิ “คนละครึ่งพลัส” วันนี้ไทยรัฐออนไลน์จึงขอนำขั้นตอนการใช้สิทธิง่ายๆ ผ่านแอปฯ เป๋าตัง มาฝากดังนี้

1. เข้าแอปฯ เป๋าตัง เลือกแบนเนอร์โครงการคนละครึ่งพลัส

2. กดปุ่มสแกน QR เพื่อใช้สิทธิ์

3. สแกน QR ร้านค้าถุงเงิน

4. กดปุ่ม “ยืนยัน” เพื่อยืนยันการชำระเงิน

5. ใส่รหัส PIN เป๋าตัง 6 หลัก

6. บันทึกสลิป ทำรายการสำเร็จ

สรุปเงื่อนไขการใช้สิทธิ คนละครึ่งพลัส 2568

1. ประชาชนสามารถใช้สิทธิโครงการคนละครึ่ง พลัส ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568 เวลา 06.00 – 23.00 น.

2. รัฐช่วยจ่าย 50% ผู้ได้รับสิทธิจ่ายเอง 50% ผ่านแอปฯ เป๋าตัง ตลอดระยะเวลาโครงการ ตั้งแต่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568 เวลา 06.00 – 23.00 น.

3. จำกัดสิทธิไม่เกิน 200 บาท/คน/วัน หรือสูงสุด ตามวงเงินสิทธิ

  • ผู้ยื่นแบบภาษี : 2,400 บาท/คน
  • ผู้ไม่ยื่นแบบภาษี : 2,000 บาท/คน

4. สิทธิจะถูกสะสม หากใช้ไม่หมดในแต่ละวันระบบจะคืนสิทธิที่ไม่ได้ใช้เข้ายอดรวมของผู้ได้รับสิทธิและจะคำนวณสิทธิใหม่ในเวลา 06.00 น. ของทุกวัน

5. ใช้สิทธิกับร้านค้าที่ร่วมโครงการเท่านั้น (ค้นหาร้านค้าได้ที่นี่)

6. ใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 06.00 – 23.00 น. ของทุกวัน ไม่สามารถใช้สิทธินอกเวลาดังกล่าวได้

7. แจ้งเตือนยอดใช้จ่ายสิทธิคงเหลือได้ที่แอปฯ เป๋าตังใช้ง่ายครบจบในแอปฯ เดียว

8. ใช้จ่ายกับร้านค้าฟู้ดเดลิเวอรี่ ได้ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568 เวลา 06:00 – 21:00 น. เฉพาะร้านอาหาร/เครื่องดื่มที่เข้าร่วมโครงการเท่านั้น (ไม่รวมค่าจัดส่ง)

ช่องทางเติมเงิน G Wallet บนแอปฯ เป๋าตัง เพื่อใช้สิทธิ คนละครึ่งพลัส

สามารถทำได้ 4 ช่องทางดังนี้

1. Mobile Banking ของธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารทหารไทยธนชาต ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน และธนาคารยูโอบี โดยระบุ G Wallet ID 15 หลัก และจำนวนเงิน

2. บัญชีธนาคารกรุงไทยที่ผูกอยู่บนแอปฯ เป๋าตัง โดยต้องมีบัญชีกรุงไทย และผูกบนแอปฯ เป๋าตัง

3. QR PromptPay โดยสแกน QR ด้วย Mobile Banking ทุกธนาคาร

4. ตู้ ATM ของธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารทหารไทยธนชาต โดยเลือกเมนูเติมเงินพร้อมเพย์ ระบุ G Wallet ID 15 หลัก และจำนวนเงิน.

วิธีเติมเงินเข้า G Wallet บนแอปฯ เป๋าตัง

1. เลือก G Wallet (หน้าแรกเป๋าตัง)

2. เลือกเติมเงินเข้า G Wallet

การเติมเงิน G Wallet บนแอปฯ เป๋าตัง สามารถทำรายการได้ 4 ช่องทาง ได้แก่

  • เติมเงินผ่าน Banner Paotang Pay
  • เติมเงินผ่าน Banner Krungthai NEXT
  • เติมเงินผ่าน โลโก้บัญชีกรุงไทย
  • เติมเงินผ่าน โลโก้กรุงไทย (หรือธนาคารอื่นๆ)

วิธีเติมเงินเข้า G Wallet : QR พร้อมเพย์

1. เลือก G Wallet (หน้าแรกเป๋าตัง)

2. เลือกเติมเงินเข้า G Wallet

3. เลือก กรุงไทย

4. เลือก QR พร้อมเพย์

5. สแกน QR เพื่อเติมเงินทันที หรือกดบันทึก เพื่อทำการเติมเงินในภายหลัง

6. เลือก สแกน

7. กดปุ่ม เปิดอัลบั้มรูป ระบุ PIN NEXT เพื่อเลือก รูป QR Code ที่เก็บไว้

8. ระบุ จำนวนเงิน

9. ตรวจสอบรายการ แล้วจึงกดยืนยัน

10. ระบุ PIN NEXT

11. ทำรายการสำเร็จ และบันทึกสลิป โดยอัตโนมัติ

วิธีเติมเงินเข้า G Wallet : Krungthai ATM

1. เลือก G Wallet (หน้าแรกเป๋าตัง)

2. เลือกเติมเงินเข้า G Wallet

3. เลือก กรุงไทย

4. เลือก ตู้ ATM

5. ระบบแสดงวิธีการเติมเงินผ่านตู้ ATM

จากนั้นให้ทำขั้นตอนที่ปรากฏในหน้าจอ ดังต่อไปนี้

(1) สอดบัตร ATM

(2) กรุณารอสักครู่

(3) ใส่รหัสบัตร

(4) เลือกเมนู “เติมเงิน”

(5) เลือกเมนู “เติมเงินพร้อมเพย์”

(6) เลือกประเภทบัญชีในบัตร ในที่นี้คือบัตร ATM ที่ผูกกับบัญชีออมทรัพย์

(7) ระบุเลข G Wallet ID 15 หลัก

(8) ระบุจำนวนเงิน

(9) ตรวจสอบ และยืนยันรายการโดยกดตกลง

(10) กรุณารอสักครู่

(11) ตรวจสอบและกดตกลงยืนยันรายการ

(12) กดปุ่ม “ไม่ต้องการ” หยิบบัตรและใบบันทึกรายการ

โครงการคนละครึ่งพลัสเป็นอีกหนึ่งมาตรการภาครัฐที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน อย่าลืมศึกษารายละเอียดและใช้สิทธิให้คุ้มค่าภายในระยะเวลาที่กำหนดนะครับ

ที่มา – เริ่มแล้ว แนะวิธีใช้สิทธิ “คนละครึ่งพลัส” ผ่านแอปฯ เป๋าตัง รัฐออกให้สูงสุดวันละ 200 บาท

“คนละครึ่งพลัส” เริ่มพรุ่งนี้! เตรียมพร้อม G-Wallet

สรุปเงื่อนไข “คนละครึ่งพลัส” พร้อมใช้สิทธิวันแรกพรุ่งนี้ 29 ต.ค. 68! อย่าลืมเติมเงินเข้า G-Wallet ล่วงหน้าเพื่อความสะดวกในการใช้งานแอปฯ เป๋าตังกันด้วยนะ

วันที่ 28 ตุลาคม 2568 นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับการลงทะเบียนและการเตรียมความพร้อมในการใช้จ่ายของประชาชน รวมถึงความคืบหน้าในการลงทะเบียนร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส

สำหรับการเตรียมพร้อมการใช้จ่ายนั้น โครงการฯ ได้เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนไปตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2568 และมีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการครบจำนวน 20 ล้านรายไปแล้วเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยผู้ที่ได้รับสิทธิจะสามารถเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 (ตั้งแต่เวลา 06.00 – 23.00 น.) ผ่านแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” โดยจะได้รับการสนับสนุนค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าและบริการที่กำหนดในอัตราร้อยละ 50 แต่ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกินวงเงินสิทธิที่ได้รับ

สำหรับประชาชนที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90, ภ.ง.ด. 91 หรือ ภ.ง.ด. 95) ในปีภาษี 2567 จะได้รับวงเงินสิทธิไม่เกิน 2,400 บาทต่อคน ส่วนประชาชนทั่วไปจะได้รับวงเงินสิทธิไม่เกิน 2,000 บาทต่อคนตลอดระยะเวลาของโครงการฯ

ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้เตรียมความพร้อมของระบบเพื่อรองรับการใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ของประชาชนที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสแล้ว

คนละครึ่งพลัส

เพื่อหลีกเลี่ยงความแออัดในการใช้งานแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ในช่วงแรก ประชาชนสามารถสมัครใช้บริการ G-Wallet (กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ของภาครัฐ) ในแอปฯ “เป๋าตัง” และเติมเงินเข้า G-Wallet ล่วงหน้าก่อนวันเริ่มใช้จ่ายจริง หรือจะทยอยเติมเงินในช่วงเวลาต่างๆ ตลอด 24 ชั่วโมงก็ได้เช่นกัน

ผู้ได้รับสิทธิต้องใช้สิทธิโครงการฯ โดยการซื้อสินค้าหรือบริการครั้งแรกผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” ภายในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 หากพ้นกำหนดนี้ จะถือว่าไม่ประสงค์เข้าร่วมโครงการฯ และจะถูกตัดสิทธิ

นอกจากนี้ ยังสามารถซื้ออาหารหรือเครื่องดื่มจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ ผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) ที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการฯ ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ได้ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป (เวลา 06.00 – 21.00 น.) โดยมีผู้ให้บริการ Food Delivery Platform เข้าร่วม 4 ราย ได้แก่ Grab, Lineman, ShopeeFood และ Robinhood

ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส

จากข้อมูล ณ วันที่ 28 ตุลาคม 2568 พบว่ามีร้านค้าที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ แล้วดังนี้

  1. ร้านค้าที่ลงทะเบียนสำเร็จ: 523,603 ราย (ร้านค้ารายเดิม 94,669 ราย, ร้านค้ารายใหม่ 428,934 ราย)
  2. ร้านค้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการ: 101,741 ราย (รอร้านค้ายอมรับเงื่อนไข 97,300 ราย, รอดำเนินการตรวจสอบ 4,441 ราย)

ผู้ประกอบการร้านค้าที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ได้อย่างต่อเนื่องจนถึงวันที่ 19 ธันวาคม 2568 และสามารถเริ่มรับชำระเงินจากประชาชนผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป

โครงการคนละครึ่งพลัสได้รับความสนใจอย่างมาก และมีการปรับเพิ่มวงเงินสิทธิที่รัฐสมทบต่อวันเป็นไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ โฆษกกระทรวงการคลังจึงขอเชิญชวนร้านค้าสมัครเข้าร่วมโครงการฯ

สำหรับร้านค้าที่สมัครเข้าร่วมโครงการฯ แล้ว อย่าลืมตรวจสอบการยินยอม รับทราบ และยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไขในแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ด้วย เพื่อให้การลงทะเบียนสำเร็จ และขอยืนยันว่าจะไม่มีการส่งข้อมูลยอดขายให้กรมสรรพากรแต่อย่างใด

โครงการคนละครึ่งพลัสนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่น่าสนใจ อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมและใช้สิทธิให้คุ้มค่า เพื่อช่วยสนับสนุนร้านค้ารายย่อยและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไปด้วยกัน

ที่มา – “คนละครึ่งพลัส” เปิดใช้สิทธิพรุ่งนี้ 29 ต.ค. 68 แนะเติมเงินเข้า G-Wallet ล่วงหน้า

คนละครึ่งพลัส: ซื้อบัตร BTS เที่ยวเดียวในเป๋าตัง

“คนละครึ่งพลัส” เปิดขั้นตอนและเงื่อนไขการซื้อบัตรโดยสาร BTS แบบเที่ยวเดียว (Single Journey Card) ผ่านแอปฯ เป๋าตัง เริ่มใช้ได้ 29 ต.ค. นี้! มาดูกันว่า คนละครึ่งพลัส จะช่วยให้การเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS ง่ายขึ้นได้อย่างไร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 29 ต.ค. 68 ซึ่งเป็นวันแรกของการเปิดให้ใช้จ่าย “โครงการคนละครึ่งพลัส” รถไฟฟ้าบีทีเอสและสายสีทอง ได้ประชาสัมพันธ์ขั้นตอนการซื้อตั๋วรถไฟฟ้า บัตรโดยสารเที่ยวเดียว (Single Journey Card) โครงการคนละครึ่งพลัส ผ่านแอปฯ เป๋าตัง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการ

คนละครึ่งพลัส: ซื้อบัตร BTS เที่ยวเดียวในแอปเป๋าตัง อย่างไร?

สำหรับผู้ที่ต้องการใช้สิทธิ คนละครึ่งพลัส ในการซื้อบัตรโดยสาร BTS เที่ยวเดียว สามารถทำตามขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

  1. เติมเงินเข้าแอปฯ เป๋าตัง ในช่อง G-Wallet ให้เพียงพอกับค่าโดยสาร
  2. เปิดแอปฯ เป๋าตัง และเลือกแถบโครงการคนละครึ่งพลัส
  3. สแกน QR Code ที่เจ้าหน้าที่สถานีเตรียมไว้ให้ เพื่อใช้สิทธิส่วนลด
  4. ตรวจสอบยอดชำระ และกดยืนยันการชำระเงิน โดยใส่รหัส PIN ของแอปฯ เป๋าตัง
  5. เมื่อทำรายการสำเร็จ ระบบจะแสดงสลิปยืนยันการชำระเงินผ่านแอปฯ เป๋าตัง

เพียงเท่านี้ คุณก็สามารถใช้สิทธิ คนละครึ่งพลัส ซื้อบัตรโดยสาร BTS เที่ยวเดียวได้อย่างง่ายดาย

ข้อควรรู้ก่อนใช้คนละครึ่งพลัส ซื้อบัตรโดยสาร BTS

ก่อนใช้สิทธิคนละครึ่งพลัสในการซื้อบัตรโดยสาร BTS เที่ยวเดียว มีข้อควรรู้ดังนี้

  • สามารถใช้ได้กับบัตรโดยสารเที่ยวเดียว (Single Journey Card) เท่านั้น
  • ใช้ได้ตั้งแต่เวลา 06.00 – 23.00 น.
  • จำกัดสิทธิการใช้ไม่เกิน 200 บาท / คน / วัน
  • บัตรโดยสารที่ซื้อแล้ว ไม่สามารถคืนเป็นเงินสดได้
  • ไม่สามารถใช้เติมเงิน หรือเติมเที่ยวเดินทางในบัตรแรบบิทได้

การใช้ คนละครึ่งพลัส ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS ได้เป็นอย่างดี ทำให้การเดินทางในชีวิตประจำวันสะดวกและประหยัดมากยิ่งขึ้น อย่าลืมตรวจสอบเงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ของโครงการ ก่อนใช้บริการทุกครั้ง

สำหรับใครที่ยังไม่เคยใช้สิทธิคนละครึ่งพลัสในการซื้อบัตรโดยสาร BTS ลองทำตามขั้นตอนที่เราแนะนำไป รับรองว่าจะช่วยให้คุณประหยัดค่าเดินทางได้เยอะเลยทีเดียว

ที่มา – คนละครึ่งพลัส ขั้นตอนซื้อบัตรโดยสาร BTS เที่ยวเดียว ผ่านแอปฯ เป๋าตัง

คนละครึ่งพลัส: สิทธิเต็มแล้ว หลังเปิดลงทะเบียน

ตรวจสอบสิทธิคนละครึ่งพลัส ผ่าน www.คนละครึ่งพลัส.com หลังจากเปิดให้ลงทะเบียนเพิ่ม 908 สิทธิ ล่าสุดสิทธิเต็มแล้ว

หลังจากรัฐบาลเปิดให้ประชาชนกดรับสิทธิเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2568 โดยโครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อลดรายจ่ายให้ประชาชนมีกำลังจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น และสร้างรายได้แก่ร้านค้ารายย่อย นำไปสู่การกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย

ล่าสุด เมื่อเวลา 05.52 น. วันที่ 22 ตุลาคม 2568 เว็บไซต์ www.คนละครึ่งพลัส.com ขึ้นข้อความสิทธิคงเหลือโครงการคนละครึ่งพลัส จำนวน 908 สิทธิ

ต่อมาเวลา 06.00 น. ซึ่งเป็นเวลาเปิดให้ลงทะเบียน พบว่าระบบขึ้นข้อความว่า “มีผู้ลงทะเบียนครบตามวงเงินสิทธิ” เนื่องจากมีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสครบแล้ว

ทั้งนี้ ประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ สามารถลงทะเบียนรับสิทธิคนละครึ่งพลัส ผ่านแอปฯ เป๋าตัง โดยการกดผ่านแบนเนอร์ของโครงการคนละครึ่งพลัสเท่านั้น ตั้งแต่เวลา 06.00 – 22.00 น. หรือจนกว่าจะครบจำนวนสิทธิ หรือครบวงเงินงบประมาณของโครงการ.

คนละครึ่งพลัส ล่าสุดสิทธิเต็มแล้ว

โครงการคนละครึ่งพลัสเป็นโครงการที่รัฐบาลออกมาเพื่อช่วยเหลือประชาชนและกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยให้ประชาชนร่วมจ่ายค่าสินค้าและบริการกับภาครัฐในอัตราส่วนที่กำหนด ทำให้ประชาชนสามารถซื้อสินค้าและบริการได้ในราคาที่ถูกลง และช่วยเพิ่มรายได้ให้กับร้านค้า

ทำไมสิทธิคนละครึ่งพลัสถึงเต็มเร็ว?

ความนิยมของโครงการคนละครึ่งพลัสเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สิทธิเต็มเร็ว เนื่องจากประชาชนจำนวนมากต้องการเข้าร่วมโครงการเพื่อลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ การประชาสัมพันธ์โครงการของภาครัฐก็มีส่วนช่วยให้ประชาชนรับทราบข้อมูลและลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการอย่างรวดเร็ว

สำหรับประชาชนที่พลาดโอกาสในการลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสในครั้งนี้ อาจจะต้องรอติดตามข่าวสารจากภาครัฐเกี่ยวกับโครงการอื่นๆ ที่อาจจะเปิดให้ลงทะเบียนในอนาคต หรือพิจารณาโครงการช่วยเหลืออื่นๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน

นอกจากนี้ การวางแผนการใช้จ่ายอย่างรอบคอบและการประหยัดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ประชาชนสามารถรับมือกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบันได้

ถึงแม้ว่าสิทธิคนละครึ่งพลัสจะเต็มแล้ว แต่ก็ยังมีโครงการอื่นๆ อีกมากมายที่รัฐบาลได้จัดทำขึ้นเพื่อช่วยเหลือประชาชน ดังนั้น อย่าเพิ่งท้อแท้และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการรับความช่วยเหลือจากภาครัฐ

ที่มา – www.คนละครึ่งพลัส.com ล่าสุดสิทธิเต็มแล้ว หลังเปิดลงทะเบียนเพิ่มเช้านี้

พาณิชย์หนุน “คนละครึ่งพลัส” ลดราคาทั่วไทย

เตรียมตัวให้พร้อม! กระทรวงพาณิชย์ จับมือกับห้างร้านท้องถิ่นทั่วประเทศ จัดมหกรรมลดราคาสินค้าครั้งใหญ่ ภายใต้ชื่อ “รวมพลังห้างท้องถิ่น ลดยิ่งใหญ่ ไทยช่วยไทย” งานนี้ขนสินค้ามาลดกระหน่ำสูงสุดถึง 60% ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1–15 พฤศจิกายนนี้ คาดว่าจะช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนได้กว่า 1,500 ล้านบาทเลยทีเดียว ใครที่กำลังมองหาสินค้าราคาประหยัด ห้ามพลาดเด็ดขาด!

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการ โดยเน้นย้ำว่าโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการลดค่าครองชีพให้กับประชาชน โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ร่วมมือกับผู้ประกอบการห้างค้าส่ง-ค้าปลีกท้องถิ่นกว่า 90 ราย จำนวน 800 สาขา ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อนำสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันมาลดราคาพิเศษสุดๆ

รมว.พาณิชย์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือครั้งนี้สอดคล้องกับนโยบายของนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการช่วยเหลือประชาชนให้เข้าถึงสินค้าราคาประหยัด ลดภาระค่าใช้จ่าย และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งทั่วประเทศ โดยมุ่งเน้นการ ‘กระตุ้นสั้น ได้ผลยาว และกระจายตัว’ ภายใต้กรอบของคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

นอกจากนี้ รมว.พาณิชย์ ยังเน้นย้ำว่า กิจกรรมนี้ตอบโจทย์ 2 ด้านสำคัญของกระทรวงฯ คือ การลดค่าครองชีพ และการพัฒนาเสริมแกร่ง SMEs โดยมหกรรมครั้งนี้เป็นการรวมห้างท้องถิ่นกว่า 90 แห่งทั่วประเทศ เพื่อจำหน่ายสินค้าหลากหลายประเภท ทั้งอุปโภค บริโภค ผลิตภัณฑ์ความงาม อาหารสัตว์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ในราคาพิเศษ ลดสูงสุดถึง 60% เลยทีเดียว

ที่สำคัญ วันนี้ยังเป็นวันแรกของการลงทะเบียนโครงการ ‘คนละครึ่งพลัส’ ซึ่งเปิดโอกาสให้ทั้งประชาชนทั่วไปและผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถเข้าร่วมโครงการได้ เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงคนทุกกลุ่มอย่างครอบคลุม คาดการณ์ว่าโครงการนี้จะช่วยกระตุ้นเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจได้มากกว่า 5,000 ล้านบาท และลดภาระค่าครองชีพของประชาชนได้กว่า 1,500 ล้านบาท

“คนละครึ่งพลัส” มหกรรมลดราคาทั่วประเทศ

ภายในงาน ยังมีการจำลองพื้นที่ขายสินค้าราคาพิเศษจากหลากหลายภาคส่วน เช่น บูธจากห้างค้าส่ง-ค้าปลีกท้องถิ่น บูธจากผู้ผลิตและผู้แทนจำหน่ายสินค้า บูธจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) ที่นำเสนอสิทธิประโยชน์จากโครงการ OTOP AI Transformation และบูธจาก SME D Bank ที่ให้สินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษสำหรับผู้ประกอบการ รวมถึงบูธสินค้าชุมชนจากจังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา

นอกจากการจัดมหกรรมลดราคา “คนละครึ่งพลัส” แล้ว กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยังเดินหน้าโครงการ “พี่เลี้ยงโชห่วย” เพื่อยกระดับร้านค้าท้องถิ่นให้เป็น “สมาร์ทโชห่วย” ที่มีความทันสมัย ใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการ และขยายช่องทางการขายออนไลน์ โดยได้รับความร่วมมือจากห้างค้าปลีกท้องถิ่น ที่จะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาและส่งต่อสินค้าราคาดีให้กับร้านโชห่วยรายย่อย นอกจากนี้ ยังมีการทำงานร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร เช่น DEPA เพื่อ Upskill/Reskill ผู้ประกอบการรายย่อย และร่วมกับ SME D Bank เพื่อสร้างการเข้าถึงแหล่งเงินทุน สิ่งเหล่านี้เป็นพลังแห่งความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และสมาคม ที่จะช่วยให้เศรษฐกิจฐานรากเติบโตได้อย่างยั่งยืน

ทำไมต้องสนใจมหกรรม “คนละครึ่งพลัส”

มหกรรม “คนละครึ่งพลัส” ไม่ได้เป็นเพียงแค่การลดราคาสินค้า แต่เป็นความพยายามของภาครัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และช่วยเหลือประชาชนให้สามารถเข้าถึงสินค้าจำเป็นในราคาที่จับต้องได้ ในช่วงเวลาที่ค่าครองชีพสูงขึ้น การลดราคาสินค้าครั้งใหญ่นี้ จะช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้กับหลายครัวเรือน และสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นได้เพิ่มยอดขายอีกด้วย

สำหรับผู้บริโภค นี่คือโอกาสทองในการซื้อสินค้าที่ต้องการ ในราคาที่ถูกกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นของใช้ในบ้าน อาหาร เสื้อผ้า หรือแม้แต่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ การวางแผนการซื้อสินค้าล่วงหน้า และการเปรียบเทียบราคาก่อนตัดสินใจ จะช่วยให้คุณได้รับประโยชน์สูงสุดจากมหกรรม “คนละครึ่งพลัส” ครั้งนี้

โดยสรุป มหกรรม “คนละครึ่งพลัส” เป็นโครงการที่ดี ที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและลดค่าครองชีพให้กับประชาชน หากคุณกำลังมองหาสินค้าราคาประหยัด อย่าลืมแวะไปชมงานได้ตั้งแต่วันที่ 1–15 พฤศจิกายนนี้นะคะ

ที่มา – พาณิชย์ หนุน “คนละครึ่งพลัส” จัดมหกรรมสินค้าลดราคาทั่วประเทศ ดีเดย์ 1–15 พ.ย. 68

อนุทินชี้ คนละครึ่งพลัส กระแสแรง คนแห่ลงทะเบียน!

“นายกฯ อนุทิน” เผยกระแส “ลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส” ดีเกินคาด ประชาชนแห่ลงทะเบียนกันอย่างล้นหลาม พร้อมแง้ม รมว.คลัง เตรียมแผน คนละครึ่งพลัส เฟส 2 ไว้รอแล้ว โฆษกรัฐบาลย้ำ ประชาชนที่ “กำลังรอผลการลงทะเบียน” ไม่ต้องกังวล รัฐบาลจองสิทธิไว้ให้แล้วในระบบ

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเปิดลงทะเบียน “โครงการคนละครึ่งพลัส” ในวันแรก ว่า ทุกอย่างน่าจะดี น่าจะโอเค เพราะยังไม่ได้รับรายงานว่ามีปัญหาอะไร แสดงให้เห็นถึงการเริ่มต้นที่ดีของโครงการ

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ประชาชนลงทะเบียนจำนวนมาก นายอนุทิน ตอบว่า เราอยากจะเห็นพี่น้องประชาชนมาลงทะเบียนจำนวนมาก เพราะเป็นโครงการที่ดี เป็นประโยชน์กับประชาชน ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งระยะเวลา 2 เดือนนี้ประชาชน สามารถซื้อของ 200 บาท โดยจ่ายเพียง 100 บาท ฉะนั้นจึงอยากเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกท่านให้มาเร่งลงทะเบียน ซึ่งมีเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ รีบเลย!

หากผลตอบรับช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจจะมีการขยายระยะเวลาโครงการหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ขอดำเนินการเฟสแรกให้เรียบร้อยก่อน เชื่อว่าน่าจะได้รับการตอบรับที่ดี เพราะอยู่ในช่วงเทศกาลสิ้นปี ขณะเดียวกัน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เตรียมเฟส 2 ไว้แล้ว เดี๋ยวค่อยว่ากัน พร้อมยืนยันว่าอะไรที่เป็นประโยชน์เราทำให้หมด เป็นข่าวดีสำหรับคนที่รอคอยคนละครึ่งพลัส เฟสต่อไป

ทางด้าน นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ประชาชนให้ความสนใจลงทะเบียนรับสิทธิคนละครึ่งพลัสอย่างล้นหลาม เพียง 2 ชั่วโมงแรก (06.00-08.00 น.) ข้อมูลจากธนาคารกรุงไทย ระบุว่า ประชาชนลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” สำเร็จแล้วกว่า 13 ล้านสิทธิ จากจำนวนสิทธิทั้งหมด 20 ล้านสิทธิ

พร้อมย้ำวิธีการลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส ผ่านแอปฯ เป๋าตัง ซึ่งเปิดให้เริ่มลงทะเบียนตั้งแต่วันนี้-26 ตุลาคม 2568 สำหรับวิธีและหน้าจอแจ้งผลการลงทะเบียน มีดังนี้

  • ขั้นตอนแรก เข้าแอปฯ เป๋าตัง
  • ขั้นตอนที่ 2 กดรูปโครงการคนละครึ่งพลัส (หน้าแรกเป๋าตัง หรือ หน้าหลัก G Wallet)ขั้นตอนที่ 3 อ่านรายละเอียดเงื่อนไขโครงการ จากนั้นกดปุ่ม “ลงทะเบียน”

สำหรับคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส 2568 จะต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย มีอายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน มีบัตรประจำตัวประชาชน ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568 และไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่

  • (1) โครงการคนละครึ่ง
  • (2) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2
  • (3) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3
  • (4) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4
  • (5) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5

นายสิริพงศ์ เน้นย้ำด้วยว่า กรณีประชาชนที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) เมื่อลงทะเบียนแล้ว ระบบขึ้นแจ้งว่า “กำลังรอผลการลงทะเบียน ระบบจะแจ้งผลผ่านการแจ้งเตือนของแอปฯ เป๋าตัง หรือ SMS ภายใน 3 วัน” ขอประชาชนอย่าเป็นกังวล โดยรัฐบาลได้มีการจองสิทธิไว้ให้ท่านแล้วในระบบ และขอให้รอผลการแจ้งในระยะเวลา 3 วัน โดยไม่ต้องลงทะเบียนซ้ำ ทั้งนี้ ในส่วนของผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) เมื่อลงทะเบียนสำเร็จระบบจะแจ้งว่า “คุณได้รับสิทธิคนละครึ่งพลัสสำหรับผู้ยื่นภาษี จำนวน 2,400 บาท” (กรณีผู้เสียภาษี) หรือ “คุณได้รับสิทธิคนละครึ่งพลัสแล้ว จำนวน 2,000 บาท” (กรณีไม่เป็นผู้เสียภาษี)

คนละครึ่งพลัส กระแสแรง คนแห่ลงทะเบียน

ทำไมคนถึงสนใจ คนละครึ่งพลัส กันมากขนาดนี้?

โครงการนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน แต่ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับฐานรากอีกด้วย ด้วยเงื่อนไขที่เอื้อประโยชน์ต่อทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ทำให้ คนละครึ่งพลัส ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ใครที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน รีบเลย!

สำหรับใครที่กำลังรอผลการลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส อยู่ ก็ไม่ต้องกังวลใจ รอรับการแจ้งเตือนภายใน 3 วันได้เลย และสำหรับใครที่พลาดการลงทะเบียนในรอบนี้ ก็รอติดตามข่าวสารเฟส 2 กันได้เลย!

ที่มา – “อนุทิน” ชี้ “คนละครึ่งพลัส” กระแสดี คนแห่ลงทะเบียน แง้ม รมว.คลัง เตรียมเฟส 2 รอแล้ว

คนละครึ่งพลัส: ลงทะเบียน 20-26 ต.ค. นี้!

รัฐบาลย้ำ! เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับโครงการ คนละครึ่งพลัส เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนระหว่างวันที่ 20-26 ตุลาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 06.00-22.00 น. อย่าพลาดโอกาสดีๆ เริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป แต่ระวัง! มิจฉาชีพอาจแฝงตัวมาในรูปแบบต่างๆ อย่าหลงเชื่อลิงก์ปลอม

เตรียมตัว! ลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส 20-26 ต.ค.

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เน้นย้ำถึงความสำคัญในการลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส ในช่วงเวลาที่กำหนด โดยโครงการนี้ได้รับความสนใจจากทั้งประชาชนและผู้ประกอบการอย่างมาก ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 17 ตุลาคม 2568 พบว่ามีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 123,960 ราย แบ่งเป็นร้านค้ารายเดิม 72,185 ราย และร้านค้ารายใหม่ 51,775 ราย

สำหรับผู้ประกอบการร้านค้าที่สนใจเข้าร่วมโครงการ ยังสามารถลงทะเบียนได้อย่างต่อเนื่อง จนถึงวันที่ 19 ธันวาคม 2568 โอกาสดีๆ ที่จะช่วยกระตุ้นยอดขายและเพิ่มลูกค้าให้กับร้านค้าของคุณ

ประชาชนเตรียมตัวลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส

สำหรับประชาชนทั่วไป การลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส จะเปิดให้ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ในช่วงวันที่ 20-26 ตุลาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 06.00-22.00 น. หลังจากลงทะเบียนสำเร็จ ก็สามารถเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568

ด้วยกระแสความนิยมของโครงการฯ ทำให้เกิดกลุ่มมิจฉาชีพที่พยายามหลอกลวงประชาชน โดยเฉพาะการส่งลิงก์ปลอมเพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัวและทรัพย์สิน รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับปัญหานี้และดำเนินการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลและทรัพย์สินของคุณ โปรดปฏิบัติตามคำแนะนำจากตำรวจไซเบอร์:

  • อย่ากดลิงก์จาก SMS/ข้อความแปลกปลอม: โครงการรัฐจะไม่ส่งลิงก์ลงทะเบียนผ่านข้อความ
  • อย่าหลงเชื่อเพจ/บัญชีโซเชียลที่ไม่เป็นทางการ: ตรวจสอบเครื่องหมายยืนยัน (✔ Verified) และจำนวนผู้ติดตามที่แท้จริง การลงทะเบียนที่ถูกต้องทำได้เฉพาะผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” และ “ถุงเงิน” เท่านั้น
  • อย่าให้ข้อมูลส่วนตัว: เช่น เลขบัตรประชาชน, วันเกิด, PIN, OTP, ข้อมูลบัญชีธนาคาร
  • อย่าเชื่อสายโทรศัพท์ที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่: หน่วยงานรัฐและธนาคารไม่มีนโยบายโทรขอ OTP หรือให้โอนเงิน
  • ตรวจสอบข้อมูลทุกครั้ง: หากมีข้อสงสัย ให้โทรศัพท์สอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง และอย่าแชร์ข้อมูลจากข่าวลือ/เพจที่ไม่น่าเชื่อถือ

หากได้รับลิงก์ปลอม ขอให้ตั้งสติและอย่ากดลิงก์ หากเผลอกดลิงก์ปลอมและได้รับความเสียหายจากการหลอกลวงออนไลน์ สามารถแจ้งความออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.go.th หรือ โทร.สายด่วน 1441 เพื่อระงับบัญชีคนร้ายภายใน 72 ชั่วโมง และเข้าพบพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน

โครงการ คนละครึ่งพลัส ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ จากรัฐบาล ที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมและลงทะเบียนในช่วงเวลาที่กำหนด เพื่อรับสิทธิประโยชน์จากโครงการนี้

ที่มา – รัฐบาลย้ำ 20-26 ต.ค. ประชาชนลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” เตือนระวังลิงก์ปลอม

Scroll to top