โครงการคนละครึ่ง

คนละครึ่งเฟส 2 มาวันไหน? วิธีโหลดแอปเป๋าตัง

โครงการ “คนละครึ่งพลัสเฟส 2” มาวันไหน? ใครยังไม่เคยได้รับสิทธิ อย่าลืมเช็กขั้นตอนโหลดแอปฯ “เป๋าตัง” เพื่อรอรับเงิน 4,000 บาท

หลังจากรัฐบาลได้สนับสนุนเงินช่วยเหลือค่าครองชีพสำหรับประชาชน ผ่านโครงการ “คนละครึ่งพลัส” โดยเป็นการออกให้ครึ่งหนึ่ง เริ่มใช้จ่ายวันแรกไปแล้วตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมานั้น สำหรับใครที่ลงทะเบียนรับสิทธิไม่ทันในโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เฟสแรก ยังมีลุ้นต่อในโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เฟส 2 หลังจากนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันว่าจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและแก้ไขปัญหาผู้ที่ตกหล่นจากการได้รับสิทธิ

ซึ่งหากใครที่ไม่ทันเฟสแรก ก็จะได้ 4,000 บาท คาดว่าการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เฟส 2 อาจจะไม่แตกต่างจากการลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” เฟสแรก

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิลงทะเบียน

  • เป็นผู้มีสัญชาติไทย
  • มีอายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
  • มีบัตรประจำตัวประชาชน
  • ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568
  • ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่ โครงการคนละครึ่ง, โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2, โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3, โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 และ โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5

วิธีโหลดแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”

1. เปิดแอปฯ App Store หรือ Google Play หรือ Play Store รองรับโทรศัพท์ที่ใช้ Android 9.0 ขึ้นไป หรือ iPhone ที่มี iOS 15.0 ขึ้นไป

2. พิมพ์ค้นหา “เป๋าตัง” ในช่องค้นหา

3. เลือก “GET” หรือ เลือก “ติดตั้ง”

4. เมื่อติดตั้งเสร็จ เปิดแอปฯ “เป๋าตัง”

5. ให้ความยินยอมจัดการข้อมูลยืนยันตัวตน

6. เตรียมบัตรประชาชน

7. ถ่ายรูปหน้าบัตรประชาชน เพื่อยืนยันตัวตน

8. ตรวจสอบเลขบัตรประชาชน และกรอกเบอร์โทรศัพท์เพื่อรับรหัส OTP

9. ใส่รหัส OTP 6 หลักที่ได้รับจากโทรศัพท์มือถือ

10. กรอกข้อมูล บัตรประชาชน

11. เลือกวิธียืนยันตัวตน

วิธีลงทะเบียน คนละครึ่งเฟส 2 สำหรับคนที่ได้รับสิทธิในเฟสแรกแล้ว

สำหรับการลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” เฟส 2 สำหรับคนที่ได้รับสิทธิในเฟสแรกแล้วนั้น เบื้องต้นคาดว่าจะเป็นการกดแบนเนอร์ให้ยืนยันการรับสิทธิ ผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” ซึ่งจะต้องรอความชัดเจนจากทางรัฐบาลอีกครั้ง

คนละครึ่งเฟส 2 มาวันไหน?

หลายคนคงสงสัยว่า คนละครึ่งเฟส 2 มาวันไหน? นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า “รัฐบาลเตรียมนำงบกลางรายการสำรองจ่ายปี 2569 ส่วนหนึ่งมาใช้ในโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เฟส 2 ซึ่งคาดว่าจะเริ่มได้ในเดือนมกราคม 2569 โดยอาจมีวงเงินใกล้เคียงกับเฟสแรกที่ใช้ไปกว่า 40,000 ล้านบาท โดยจะรวมกับเงินเหลือจากเฟส 1 ประมาณ 5,000 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดจะช่วยผลักดันให้เม็ดเงินหมุนเวียนลงสู่ระบบทันตามเป้าหมาย”

สรุปแล้ว คนละครึ่งเฟส 2 มาวันไหน นั้น ยังไม่มีกำหนดวันที่แน่นอน แต่คาดว่าจะเริ่มได้ในเดือนมกราคม 2569 อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมโดยการดาวน์โหลดและติดตั้งแอป “เป๋าตัง” ไว้ล่วงหน้า รวมถึงตรวจสอบคุณสมบัติของผู้มีสิทธิลงทะเบียน เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการรับเงินสนับสนุนจากโครงการนี้

อย่างไรก็ตาม หากมีความชัดเจนในเรื่องการลงทะเบียนจากรัฐบาล จะได้รายงานให้ทราบต่อไป.

ที่มา – คนละครึ่งเฟส 2 มาวันไหน เช็กขั้นตอนโหลดแอปฯ “เป๋าตัง” รอรับเงิน 4,000 บาท

คนละครึ่งพลัสเฟส 2: เฟสแรกรับสิทธิเพิ่มได้อีก!

อัปเดตข่าวดี! สำหรับผู้ที่ได้รับสิทธิ “คนละครึ่งพลัส เฟส 2” ในเฟสแรก เตรียมรับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลต่อเนื่องได้เลย! คาดว่าจะเริ่มใช้ได้ประมาณเดือนมกราคม 2569

หลังจากที่รัฐบาลได้มอบเงินช่วยเหลือค่าครองชีพให้กับพี่น้องประชาชนที่เข้าเกณฑ์ตาม “โครงการคนละครึ่งพลัส” โดยรัฐช่วยจ่ายครึ่งหนึ่ง ซึ่งเริ่มให้ใช้จ่ายกันไปตั้งแต่ 29 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา สำหรับใครที่พลาดการลงทะเบียนในคนละครึ่งพลัส เฟสแรกไป ก็ไม่ต้องเสียใจ ยังมีโอกาสใน “คนละครึ่งพลัส เฟส 2” ที่กำลังจะมาถึง แต่ต้องรอติดตามประกาศรายละเอียดที่ชัดเจนจากทางรัฐบาลอีกครั้ง

คนละครึ่งพลัสเฟส 2 ได้คนละเท่าไร เริ่มใช้วันไหน

สำหรับท่านใดยังไม่มีสิทธิในโครงการคนละครึ่งพลัส เฟสแรก ทางรัฐบาลมีแผนที่จะเปิดให้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสเฟสที่ 2 ในช่วงเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม โดยผู้ที่ลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส เฟส 2 นี้ จะได้รับเงินสนับสนุนจำนวน 4,000 บาท

นอกจากนี้ ข่าวดีสำหรับผู้ที่ได้รับสิทธิในเฟสแรก! ท่านก็ยังสามารถเข้าร่วมคนละครึ่งพลัส เฟส 2 ได้ตามปกติ โดยคาดการณ์ว่าคนละครึ่งพลัสเฟส 2 จะเริ่มให้ใช้จ่ายได้ในเดือนมกราคม 2569

เงื่อนไขลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสเฟส 2

สำหรับเงื่อนไขการลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” นั้น ในเฟสแรก ผู้ที่สามารถลงทะเบียนได้จะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้:

  • ต้องเป็นบุคคลผู้มีสัญชาติไทย
  • มีอายุครบ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่เปิดให้ลงทะเบียน
  • ต้องมีบัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ตการ์ด
  • ไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ตามฐานข้อมูล ณ วันที่ 1 ต.ค. 68)
  • ไม่มีประวัติถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการคนละครึ่งทุกระยะที่ผ่านมา

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับ คนละครึ่งพลัสเฟส 2

เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสทองในการรับสิทธิจากโครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 นี้ เรามาเตรียมตัวให้พร้อมกันก่อนดีกว่า! เช็คคุณสมบัติของตัวเองให้เรียบร้อย และเตรียมเอกสารที่จำเป็นให้พร้อม เพื่อความรวดเร็วในการลงทะเบียนเมื่อทางรัฐบาลเปิดให้ลงทะเบียน

วิธีการลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส

แม้ว่าวิธีการลงทะเบียนสำหรับ คนละครึ่งพลัสเฟส 2 อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย แต่โดยทั่วไปแล้วขั้นตอนการลงทะเบียนจะมีลักษณะคล้ายคลึงกับเฟสแรก ดังนี้:

  • ดาวน์โหลดแอปฯ เป๋าตัง และเปิดใช้บริการ G Wallet
  • กดลงทะเบียนรับสิทธิผ่านแอปฯ เป๋าตัง
  • ตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่านแอปฯ เป๋าตัง
  • ผู้ที่ไม่เคย เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส ตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่าน SMS และแอปฯ เป๋าตัง
  • กดแบนเนอร์โครงการคนละครึ่งพลัส เพื่อเริ่มใช้จ่าย

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลข้างต้นเป็นข้อมูลจากเฟสแรก อาจมีการเปลี่ยนแปลงในเฟส 2 ได้ ดังนั้นหากมีความชัดเจนในเรื่องการลงทะเบียนจากรัฐบาล เราจะรีบรายงานให้ทุกท่านทราบโดยทันที

อย่าลืมติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสดีๆ จากโครงการ คนละครึ่งพลัสเฟส 2 นี้นะคะ!

ที่มา – คนละครึ่งพลัสเฟส 2 คนได้สิทธิเฟสแรกแล้ว มีสิทธิรับเงินช่วยเหลือต่อ

คนละครึ่งเฟส 2: เปิดลงทะเบียนเมื่อไหร่ ใช้ได้ ม.ค. 69?

อัปเดตความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับโครงการ “คนละครึ่งพลัส เฟส 2” หลายคนกำลังรอคอยว่า จะมีการเปิดลงทะเบียน “คนละครึ่งเฟส 2” วันไหน? ล่าสุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเผยว่า จะมีความชัดเจนในเดือนธันวาคมนี้ และคาดว่าจะเริ่มใช้จ่ายได้ภายในเดือนมกราคม 2569 โดยจะดำเนินการควบคู่ไปกับโครงการ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” รอบใหม่ที่กำลังจะมาถึง

โครงการคนละครึ่งพลัส เป็นโครงการที่รัฐบาลให้การสนับสนุนเงินช่วยเหลือค่าครองชีพแก่ประชาชนที่มีคุณสมบัติครบถ้วน โดยรัฐบาลจะออกให้ครึ่งหนึ่งของการใช้จ่ายทั้งหมด ตั้งแต่วันที่เริ่มโครงการในวันที่ 29 ตุลาคม ถึง 17 พฤศจิกายน 2568 มีการใช้จ่ายรวมแล้ว 42,960 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนที่รัฐร่วมจ่าย 21,188 ล้านบาท และส่วนที่ประชาชนร่วมจ่าย 21,772 ล้านบาท มีร้านค้าเข้าร่วมโครงการถึง 940,700 ราย และมีประชาชนที่ได้รับสิทธิและใช้สิทธิเต็มจำนวนแล้ว 883,104 ราย ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับสิทธิจะต้องใช้สิทธิภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เท่านั้น หากไม่ใช้สิทธิ เงินที่เหลือจะไม่สามารถนำมาใช้ได้อีก เนื่องจากรัฐบาลจะยุติการสนับสนุนทันที

สำหรับผู้ที่กำลังรอคอย“คนละครึ่งพลัส เฟส 2” นั้น กระทรวงการคลังกำลังพิจารณารายละเอียดต่างๆ อย่างรอบคอบ โดยเฉพาะเรื่องจำนวนเงินที่จะเติมให้แต่ละคน ซึ่งจะต้องพิจารณาจากแหล่งเงินทุนที่มีอยู่ เนื่องจากไม่ได้มีการจัดสรรงบประมาณไว้ล่วงหน้า แต่เบื้องต้นคาดว่าจะมีการเติมเงินให้อีกไม่เกิน 4,000 บาทต่อคน โดยจะจัดสรรตามสัดส่วนเดิม คือ ผู้ที่อยู่ในระบบภาษี และผู้ที่ไม่อยู่ในระบบภาษี ทั้งนี้ รัฐบาลมีนโยบายที่จะส่งเสริมให้ประชาชนเข้าสู่ระบบภาษี เพื่อความสะดวกในการให้ความช่วยเหลือและสวัสดิการต่างๆ ในอนาคต สำหรับผู้ที่เคยได้รับสิทธิในเฟสแรกก็จะได้รับสิทธิในเฟสที่สองนี้ด้วย แต่เงื่อนไขและรายละเอียดต่างๆ จะต้องรอความชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง

“คนละครึ่งเฟส 2” เริ่มวันไหน คาดชัดเจนภายในเดือน ธ.ค. นี้

ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าของ “คนละครึ่งเฟส 2” ในงานกิจกรรมประชาสัมพันธ์โครงการพัฒนาความรู้ทักษะ (Upskill) หรือทักษะเรียนรู้ใหม่ (Reskill) สำหรับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส ว่า ท่านนายกรัฐมนตรีได้มีนโยบายที่ชัดเจนว่าจะดำเนินการโครงการนี้อย่างแน่นอน โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างการหารือเกี่ยวกับกรอบวงเงินที่จะใช้ ซึ่งเบื้องต้นจะนำ “งบกลาง” มาใช้ในการดำเนินงานเฟส 2 และอยู่ในขั้นตอนการออกแบบให้ครอบคลุมทั้งในส่วนของผู้ซื้อและผู้ขาย

คาดว่ารายละเอียดและความชัดเจนต่างๆ เกี่ยวกับโครงการ จะแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคมนี้ และจะเริ่มเปิดให้ใช้จ่ายได้ภายในเดือนมกราคม 2569 รวมถึงจะมีการดำเนินการควบคู่ไปกับโครงการ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ที่เตรียมเปิดรอบใหม่ไปพร้อมๆ กัน

“คนละครึ่งพลัส” เช็กคุณสมบัติผู้ลงทะเบียน ใครมีสิทธิบ้าง

  • เป็นผู้มีสัญชาติไทย
  • มีอายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
  • มีบัตรประจำตัวประชาชน
  • ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568
  • ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่ โครงการคนละครึ่ง, โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2, โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3, โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 และ โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5

ช่องทางลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส 2568

  • ลงทะเบียนรับสิทธิผ่าน “แอปฯ เป๋าตัง” และเปิดใช้บริการ G Wallet
  • ผู้ที่เคย เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) ตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่านแอปฯ เป๋าตัง
  • ผู้ที่ไม่เคย เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) ตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่าน SMS และแอปฯ เป๋าตัง

ขั้นตอนติดตั้งแอปฯ เป๋าตัง ลงทะเบียน “คนละครึ่ง”

1. เปิดแอปฯ App Store หรือ Google Play หรือ Play Store    

  • สำหรับผู้ใช้โทรศัพท์ ระบบปฏิบัติการ iOS – คลิกที่นี่ 
  • สำหรับผู้ใช้โทรศัพท์ ระบบปฏิบัติการ Android – คลิกที่นี่

2. พิมพ์ค้นหา “เป๋าตัง” ในช่องค้นหา 

3. เลือก “GET” หรือ เลือก “ติดตั้ง”

4. เมื่อติดตั้งเสร็จ เปิดแอปฯ เป๋าตัง

5. ให้ความยินยอมจัดการข้อมูลยืนยันตัวตน 

6. เตรียมบัตรประชาชน

7. ถ่ายรูปหน้าบัตรประชาชน เพื่อยืนยันตัวตน

8. ตรวจสอบเลขบัตรประชาชน และกรอกเบอร์โทรศัพท์เพื่อรับรหัส OTP

9. ใส่รหัส OTP 6 หลักที่ได้รับจากโทรศัพท์มือถือ

10. กรอกข้อมูล บัตรประชาชน

11. เลือกวิธียืนยันตัวตน ด้วยบัญชี Krungthai NEXT หรือ ยืนยันตัวตนด้วย การสแกนใบหน้า

วิธีลงทะเบียนใช้งาน “G Wallet” บนแอปฯ เป๋าตัง

  • ดาวน์โหลดติดตั้งแอปฯ เป๋าตังสำเร็จ
  • เลือก G Wallet เลือก “สมัครใช้บริการ”
  • กด ยินยอม การจัดการข้อมูลยืนยันตัวตน
  • ถ่ายบัตรประชาชน และกรอกข้อมูลตามขั้นตอน
  • เลือกวิธีการยืนยันตัวตน “สแกนใบหน้า”
  • สแกนใบหน้า ตรวจสอบและยืนยันข้อมูล
  • เข้าสู่หน้าหลัก เริ่มการใช้งาน

เปิดอมรม “ร้านค้าคนละครึ่งพลัส” พัฒนาความรู้มอบเงินสนับสนุน 2,000 บาท

ทั้งนี้ ครม. มีมติอนุมัติโครงการพัฒนาความรู้ทักษะ (Upskill) หรือเรียนรู้ทักษะใหม่ (Reskill) สำหรับร้านค้า โครงการ “คนละครึ่งพลัส” ให้กับร้านค้าที่ร่วมในโครงการผ่านแอปฯ “ถุงเงิน” เพื่อกระตุ้นและจูงใจให้ร้านค้าพัฒนาธุรกิจของตนเอง ผ่านการเรียนรู้ทักษะที่จำเป็น โดยจัดสรรงบประมาณจำนวนไม่เกิน 800 ล้านบาท สำหรับกลุ่มเป้าหมายจำนวนไม่เกิน 400,000 ราย

สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ

ร้านค้าที่ผ่านหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการ Upskill หรือ Reskill อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างใน 6 ช่องทาง จำนวนไม่เกิน 400,000 ร้านค้าแรก จะได้รับสิทธิเงินสนับสนุนจากภาครัฐ ร้อยละ 20 ของยอดขายที่เกิดจากโครงการคนละครึ่งพลัส เฉพาะในส่วนที่ภาครัฐร่วมจ่าย นับตั้งแต่วันที่ร้านค้าได้ดำเนินการ Upskill หรือ Reskill สำเร็จ จนถึงวันที่ 19 ธันวาคม 2568 ทั้งนี้ สูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท ต่อร้านค้า โดยกระทรวงการคลัง โดยกรมบัญชีกลาง จะโอนเงินดังกล่าวให้แก่ร้านค้าผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ที่ผูกกับแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ในวันที่ 25 ธันวาคม 2568

คุณสมบัติร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ

1. เป็นร้านค้าในโครงการคนละครึ่ง พลัส ในวันก่อนเริ่มดำเนินการ Upskill หรือ Reskill 

2. ได้ตกลงให้ความยินยอม (Consent) ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ของโครงการฯ ก่อนดำเนินการ Upskill หรือ Reskill เข้าร่วมการ Upskill หรือ Reskill โดยใช้เลขประจำตัวประชาชน (กรณีบุคคลธรรมดา) หรือเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (กรณีนิติบุคคล) ที่ตรงกับการลงทะเบียนร้านค้าในโครงการคนละครึ่งพลัส เท่านั้น

3. ร้านค้าในโครงการคนละครึ่ง พลัส ประเภทร้านอาหารและเครื่องดื่ม ที่เลือก Upskill หรือ Reskill กับ Food Delivery Platform รายใด จะต้องไม่เป็นร้านค้าที่อยู่ในฐานข้อมูล ของ Food Delivery Platform รายดังกล่าวนั้น ณ วันที่ 18 พฤศจิกายน 2568

4. ไม่เป็นผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะในโครงการคนละครึ่ง พลัส

5. ไม่เป็นผู้ที่ถูก สศค. ระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่ (1) โครงการคนละครึ่ง (2) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 (3) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 (4) โครงการ คนละครึ่ง ระยะที่ 4 (5) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 และ (6) โครงการคนละครึ่ง พลัส

ไทม์ไลน์ระยะเวลาดำเนินการ

วันที่เป็นต้นไป : เป็นร้านค้าถุงเงินที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสมาแล้วอย่างน้อย 1 วัน จึงจะเข้าร่วมโครงการพัฒนาทักษะร้านค้าได้

19 พ.ย. 68 เปิดให้เข้าร่วมพัฒนาทักษะตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขของแต่ละช่องทางเลือก

19 ธ.ค. 68 สิ้นสุดเข้าร่วมพัฒนาทักษะตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขของแต่ละช่องทางเลือก

23 ธ.ค. 68 ได้รับเงินสนับสนุนจากภาครัฐ ผ่านการแจ้งเตือนบนแอปฯ ถุงเงิน และ SME

25 ธ.ค. 68 โอนเงินสนับสนุนให้แก่ร้านค้าที่ได้รับสิทธิ

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับ “คนละครึ่งเฟส 2” ที่กำลังจะมาถึง! ติดตามข่าวสารและอัปเดตล่าสุดอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการเข้าโครงการและรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่รัฐบาลมอบให้

ที่มา – เปิดลงทะเบียน “คนละครึ่งเฟส 2” วันไหน คาดเริ่มใช้จ่ายได้ภายในเดือน ม.ค. 69

คนละครึ่งพลัส เงินสะพัด 3 หมื่นล้าน! รีบใช้

กระทรวงการคลังเผยโครงการ คนละครึ่งพลัส ยอดใช้จ่ายทะลุ 3 หมื่นล้านบาทแล้ว! ย้ำเตือนอีกครั้งสำหรับ 2.9 แสนสิทธิที่ยังไม่ได้ใช้ รีบใช้จ่ายครั้งแรกก่อนถูกตัดสิทธิภายใน 5 ทุ่มวันนี้ (11 พ.ย. 68)

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ว่า จากจำนวนสิทธิทั้งหมด 20 ล้านสิทธิ มีประชาชนเริ่มใช้จ่ายแล้ว 19,701,063 คน แต่ยังมีสิทธิคงเหลือที่ยังไม่ได้เริ่มใช้จ่ายอีก 298,937 สิทธิ (ข้อมูล ณ วันที่ 11 พ.ย. 2568 เวลา 12.00 น.)

สำหรับผู้ที่ได้รับสิทธิ คนละครึ่งพลัส แล้วแต่ยังไม่ได้กดใช้สิทธิผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” หรือยังไม่ได้ทำรายการใช้จ่ายครั้งแรกกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ ขอให้รีบใช้จ่ายภายในเวลา 23.00 น. ของวันนี้ (11 พ.ย. 2568) เพื่อไม่ให้สิทธิของท่านหมดอายุไปอย่างน่าเสียดาย โครงการนี้ถือเป็นมาตรการสำคัญของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนในช่วงปลายปี

ข้อมูล ณ วันที่ 11 พ.ย. 2568 เวลา 12.00 น. พบว่า ยอดการใช้จ่ายสะสมในโครงการ คนละครึ่งพลัส รวมทั้งสิ้น 30,276.94 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 15,334.35 ล้านบาท และเงินที่ภาครัฐร่วมจ่าย 14,942.59 ล้านบาท มีผู้ใช้สิทธิสะสมแล้วกว่า 19.70 ล้านคน จากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการกว่า 825,952 ร้านค้า และมีรายการใช้จ่ายสะสมกว่า 215.81 ล้านรายการ

นอกจากนี้ ยอดการใช้จ่ายผ่านบริการฟู้ดเดลิเวอรี่ (Food Delivery) สะสมรวมอยู่ที่ 419.42 ล้านบาท โดยแบ่งตามแพลตฟอร์มดังนี้ Lineman มียอดสูงสุด 249.74 ล้านบาท, Grab 149.14 ล้านบาท, ShopeeFood 19.82 ล้านบาท และ Robinhood 711,316.97 บาท

นายลวรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า เฉพาะวันนี้ (11 พ.ย. 68) มียอดใช้จ่ายรวม 593.14 ล้านบาท แบ่งเป็นการใช้จ่ายผ่านร้านค้าทั่วไป 568.47 ล้านบาท และผ่านบริการแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ (Food Delivery) อีก 24.67 ล้านบาท

โครงการ “คนละครึ่งพลัส” เป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญที่รัฐบาลนำมาใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน และส่งเสริมให้ร้านค้ารายย่อยมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทรวงการคลังยังคงติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของโครงการอย่างใกล้ชิดเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเศรษฐกิจของประเทศ

คนละครึ่งพลัส คืออะไร และทำไมต้องรีบใช้?

คนละครึ่งพลัส เป็นโครงการที่รัฐบาลออกมาเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยเหลือค่าครองชีพ โดยรัฐจะช่วยจ่ายครึ่งหนึ่งของค่าสินค้าและบริการ (ตามเงื่อนไขที่กำหนด) ทำให้ประชาชนสามารถซื้อสินค้าได้ในราคาที่ถูกลง และร้านค้าก็มียอดขายเพิ่มขึ้น

ใครที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิ คนละครึ่งพลัส ต้องทำอย่างไร?

หากท่านเป็นหนึ่งใน 2.9 แสนสิทธิที่ยังไม่ได้เริ่มใช้จ่ายในโครงการ คนละครึ่งพลัส ขอให้รีบดำเนินการดังนี้:

  • ตรวจสอบสิทธิของท่านในแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”
  • เติมเงินเข้าแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ให้เพียงพอต่อการใช้จ่าย
  • หาร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ คนละครึ่งพลัส และใช้จ่ายก่อน 5 ทุ่มของวันนี้ (11 พ.ย. 68)

หากท่านไม่ใช้สิทธิภายในเวลาที่กำหนด สิทธิของท่านจะถูกตัด และท่านจะไม่สามารถใช้สิทธิในโครงการนี้ได้อีกต่อไป

อย่าปล่อยให้สิทธิของท่านหมดอายุไปฟรีๆ รีบใช้จ่าย คนละครึ่งพลัส ก่อน 5 ทุ่มวันนี้ เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและประหยัดค่าใช้จ่ายของท่านเอง!

ที่มา – “คลัง” เผย “คนละครึ่งพลัส” เงินสะพัด 3 หมื่นล้าน ย้ำ 2.9 แสนสิทธิ รีบใช้ก่อน 5 ทุ่มวันนี้

คนละครึ่งพลัส: ใช้ไม่ถึง 200 ทบยอดได้!

โครงการคนละครึ่งพลัสยังคงเป็นที่นิยมและมีประโยชน์ต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดรัฐบาลได้ออกมายืนยันถึงความยืดหยุ่นในการใช้สิทธิ์ เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดจากโครงการนี้

คนละครึ่งพลัส: ใช้ไม่ถึง 200 ทบยอดได้!

น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกรัฐบาล ได้ออกมาเน้นย้ำเกี่ยวกับโครงการ คนละครึ่งพลัส ว่าหากวันไหนใช้จ่ายไม่ถึง 200 บาท ยอดเงินส่วนที่เหลือจะไม่ถูกตัดทิ้ง แต่จะถูกทบไปใช้ในวันถัดไปได้ ทำให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิ์ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยตลอดระยะเวลาของโครงการ

รายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับ คนละครึ่งพลัส

เพื่อให้ประชาชนเข้าใจถึงรายละเอียดที่สำคัญของโครงการ คนละครึ่งพลัส มากยิ่งขึ้น สรุปประเด็นหลักๆ ได้ดังนี้:

  • ไม่มีการตัดสิทธิ์หากใช้ไม่ถึง 200 บาทต่อวัน: ไม่ต้องกังวลว่าหากวันไหนไม่ได้ใช้จ่ายเต็มจำนวน 200 บาท จะถูกตัดสิทธิ์
  • ทยอยยกยอดไปใช้ได้: ยอดเงินที่เหลือในแต่ละวัน จะถูกยกไปรวมกับยอดเงินในวันถัดไป
  • ใช้ได้ถึง 31 ธันวาคม 2568: โครงการเปิดให้ใช้สิทธิ์ได้จนถึงสิ้นปี 2568

รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ให้ความสำคัญกับการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก โดยมุ่งเน้นการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน และส่งเสริมรายได้ให้กับผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งคนละครึ่งพลัสถือเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญที่ตอบโจทย์เป้าหมายเหล่านี้

ประชาชนสามารถใช้สิทธิ์ร่วมจ่าย 50% ผ่านแอปพลิเคชัน G-Wallet ในร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าทั่วไป ร้านบริการรายย่อย เช่น ร้านตัดผม ร้านนวดแผนไทย ร้านซักรีด ร้านอาหาร คาเฟ่ และบริการเดลิเวอรีต่างๆ ทำให้การใช้จ่ายสะดวกและหลากหลายมากยิ่งขึ้น

น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา ยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ประชาชนสามารถใช้สิทธิ์ได้อย่างต่อเนื่องภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกตัดสิทธิ์หากใช้จ่ายไม่ครบ 200 บาทต่อวัน และขอเชิญชวนให้ประชาชนใช้สิทธิ์อย่างทั่วถึง เพื่อเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชน สนับสนุนธุรกิจรายย่อยให้เข้มแข็ง และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน

โครงการคนละครึ่งพลัสจึงเป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ ที่รัฐบาลตั้งใจมอบให้แก่ประชาชน เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพ กระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการรายย่อย หากใครที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิ์ ก็อย่าลืมใช้สิทธิ์ให้เต็มที่ก่อนหมดเขต 31 ธันวาคม 2568 นะคะ

ที่มา – ย้ำใช้คนละครึ่งพลัสไม่ถึงวันละ 200 บาท ยอดถูกทบไปใช้วันถัดไปได้

สศค. คาด GDP ไทยปี 68 โตจาก “คนละครึ่งพลัส”

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปี 2568 เป็นโต 2.4% โดยได้รับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐในช่วงปลายปี โดยเฉพาะโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ในขณะที่ GDP ปี 2569 คาดว่าจะชะลอตัวลงเหลือ 2% เนื่องจากการเร่งส่งออกเพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการภาษีของสหรัฐฯ สศค. ยังคงเชิญชวนให้ร้านค้าต่างๆ เข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” อย่างต่อเนื่อง

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการ สศค. ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า แนวโน้ม GDP ไทยปี 2568 คาดว่าจะเติบโต 2.4% ปรับเพิ่มขึ้นจากการคาดการณ์ครั้งก่อนที่ 2.2% โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 1.9-2.9% ปัจจัยหลักมาจากแรงหนุนของโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล เช่น โครงการ “คนละครึ่งพลัส” และการขยายตัวของการส่งออกสินค้าในรูปสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ 10% รวมถึงการเร่งส่งออกของภาคเอกชนตลอดทั้งปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ และจีนในไตรมาส 3 ปี 2568

ในส่วนของอัตราเงินเฟ้อทั่วไป คาดว่าจะอยู่ที่ -0.2% ลดลงจากประมาณการครั้งก่อน เนื่องจากราคาพลังงานที่ลดลง ทั้งค่าไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายของรัฐบาลและการปรับตัวลดลงของราคาพลังงานในตลาดโลก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อจะยังคงติดลบต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาส 2 ปี 2569 และอาจจะไม่เข้าสู่กรอบเงินเฟ้อขั้นต่ำที่ 1% อย่างไรก็ตาม ธปท. มองว่ามาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลดำเนินการจะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อในไตรมาส 4 และส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อปรับตัวดีขึ้นได้

ถึงแม้จะมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินฝืดที่อาจเกิดขึ้น แต่ สศค. ยังไม่เห็นสัญญาณที่ชัดเจนของภาวะดังกล่าว โดยภาวะเงินฝืดจะต้องประกอบด้วยอัตราเงินเฟ้อติดลบ การชะลอตัวของ GDP และกำลังซื้อที่ลดลง อย่างไรก็ตาม มาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลได้ออกมาในช่วงไตรมาส 4 จะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชน นอกจากนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2568 คาดว่าจะอยู่ที่ 33.5 ล้านคน สร้างรายได้ 1.56 ล้านล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวเฉลี่ย 46,570 บาทต่อคนต่อทริป

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ส่งสัญญาณที่ดีขึ้น ทำให้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังจะเติบโตในอัตราที่สูงขึ้น โดยมาตรการต่างๆ ที่ออกมา เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการคนละครึ่งพลัส มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว และการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังเติบโตเกิน 1% อย่างแน่นอน

ในส่วนของปี 2569 สศค. คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะชะลอตัวลงเหลือ 2.0% โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 1.5-2.5% เนื่องจากการเร่งส่งออกเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ทำให้คาดว่ามูลค่าการส่งออกสินค้าจะหดตัวลง -1.5%

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากภาคการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศไทย 35.5 ล้านคน สร้างรายได้จากภาคการท่องเที่ยว 1.68 ล้านล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวเฉลี่ย 47,280 บาทต่อคนต่อทริป นอกจากนี้ การบริโภคที่ขยายตัวดีขึ้นที่ 2.4% และการลงทุนภาครัฐที่ขยายตัว 3.0% จากการเร่งเบิกจ่ายและลงทุนภาครัฐ จะเป็นปัจจัยบวกต่อเศรษฐกิจไทยในปี 2569

สศค. คาด GDP ไทยปี 2568 โต 2.4% จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ “คนละครึ่งพลัส”

นายวินิจ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงการคลังร่วมกับธนาคารกรุงไทยมีระบบ Data Analytics เพื่อตรวจสอบธุรกรรมต้องสงสัย หากพบข้อมูลและหลักฐานเพียงพอ จะระงับการใช้สิทธิ์และระงับการจ่ายเงินร้านค้า พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยจะไม่มีการยอมความ เพื่อให้มั่นใจว่าการซื้อขายในโครงการเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เบื้องต้นได้เริ่มระงับสิทธิ์ผู้ต้องสงสัยที่เป็นร้านค้าไปแล้วประมาณ 6-7 ราย แต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีที่จับกุม 3 รายก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม จะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงถึงธุรกรรมที่ต้องสงสัยว่ามาจากสาเหตุใด หากสามารถชี้แจงได้ก็จะให้โอกาสคืนสิทธิ์ในการเข้าร่วมโครงการฯ

สำหรับโครงการคนละครึ่งพลัส มีการใช้จ่ายที่กระจายตัวทั่วประเทศ โดยพื้นที่กรุงเทพมหานครมีการใช้จ่ายมากที่สุด รองลงมาคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่ภาคตะวันตกมีการใช้จ่ายน้อยที่สุด เนื่องจากจำนวนร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ มีจำนวนน้อย ปัจจุบันมีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ประมาณ 696,000 ร้านค้า สศค. จึงขอเชิญชวนให้ร้านค้าต่างๆ ยังมีเวลาในการเข้าร่วมโครงการฯ และย้ำว่า โครงการคนละครึ่งพลัส ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ที่จะหลอกให้ใครมาติดกับดักเพื่อเสียภาษี แต่เป็นโอกาสที่จะทำให้ร้านค้ามีลูกค้าเพิ่มมากขึ้น จึงจะไม่มีการเก็บภาษีร้านค้าย้อนหลังอย่างแน่นอน นอกจากนี้ ในช่วงต่อไป จะมีการอัพสกิลให้กับร้านค้าในแอปพลิเคชันถุงเงิน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียด เพื่อให้ร้านค้ามีการปรับตัว เข้าถึงเทคโนโลยี และทำบัญชีรายรับรายจ่ายออนไลน์ ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการเข้าถึงสินเชื่อและแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งพาหนี้นอกระบบ

ในส่วนของระบบการจ่ายเงิน เช่น การจ่ายเงินกับรถไฟฟ้า ยังคงยืนยันให้เป็นไปตามเกณฑ์เดิม นายวินิจยอมรับว่าการทำโครงการคนละครึ่งพลัสในครั้งนี้ มีเวลาค่อนข้างจำกัด จึงเลือกใช้โมเดลเดิม อย่างไรก็ตาม ในอนาคต หากมีการพิจารณาโครงการคนละครึ่งในเฟสต่อไป อาจจะมีการหาวิธีการที่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยยืนยันว่าขั้นตอนที่ทำอยู่มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการทุจริต

“คนละครึ่งพลัส” ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงหรือ?

โครงการ “คนละครึ่งพลัส” เป็นเเรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ เเต่ทั้งนี้การเติบโตของ GDP ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ต้องพิจารณาควบคู่กันไปด้วย

ที่มา – สศค. คาด GDP ไทยปี 2568 โต 2.4% จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ “คนละครึ่งพลัส”

สคบ. คุมฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” สกัดขึ้นราคา

สถานการณ์ราคาสินค้าและบริการที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ทำให้ผู้บริโภคต้องเผชิญกับความท้าทายในการใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการส่งเสริมการขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ล่าสุด สคบ. ได้ออกมาตรการควบคุมฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” เพื่อป้องกันร้านค้าฉวยโอกาสขึ้นราคา

รมต.สำนักนายกฯ ได้เรียก ช้อปปี้ แกร็บ ไลน์แมน มาหารือเพื่อควบคุมร้านค้าที่ขายอาหารไม่ให้ขึ้นราคากับลูกค้าที่สั่งฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” พร้อมทั้งขอความร่วมมือในการจัดโปรโมชั่นส่วนลดเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์สูงสุด

นายสันติ ปิยะทัต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า สคบ. ได้ร่วมมือกับ 3 แพลตฟอร์ม ได้แก่ บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ไลน์แมน (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อกำหนดมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคที่สั่งฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” ผ่านแพลตฟอร์มในโครงการคนละครึ่งพลัส ที่จะเริ่มในวันที่ 7 พ.ย. 2568 โดยกำชับให้ช่วยคุมราคาอาหารไม่ให้ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการขายเกินราคา ด้วยการปิดระบบแก้ไขเมนูของร้านค้า เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคา และขอให้จัดโปรโมชันส่วนลดให้กับผู้บริโภค ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคได้ส่วนลด 2 เด้ง คือได้ส่วนลด 50% จากการซื้ออาหาร สูงสุดไม่เกิน 200 บาทต่อวัน จากโครงการคนละครึ่งพลัส และส่วนลดเพิ่มเติมจากแพลตฟอร์มออนไลน์ รวมทั้งขอให้ลดค่า GP หรือ ค่าธรรมเนียมที่แพลตฟอร์มเก็บจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส

นอกจากนี้ ยังมีแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่เข้าร่วมอีก 2 ราย ได้แก่ บริษัท ลาซาด้า จำกัด บริษัท ติ๊กต็อก ช็อป (ประเทศไทย) จำกัด โดยได้กำชับแพลตฟอร์มทั้ง 5 ราย เฝ้าระวังการจัดจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า หรือสินค้าที่ผิดกฎหมายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยใช้เทคโนโลยี AI มาช่วยตรวจจับ ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เพื่อป้องกันและปราบปรามในทุกแพลตฟอร์ม โดยภาครัฐหลายหน่วยงาน เช่น สคบ. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้มีการเดินหน้าป้องกันและปราบปรามอย่างจริงจัง

นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กล่าวว่า สคบ. ได้เปิดช่องทางร้องทุกข์เพิ่มเติมจากสายด่วน เพิ่มอีก 10 สาย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากโครงการฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” พร้อมเร่งรัดเรื่องร้องเรียนเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยทันที เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

สคบ. คุมเข้ม ฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” ป้องกันการขึ้นราคา

มาตรการควบคุมราคาฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” ของ สคบ. ถือเป็นความพยายามที่จะรักษาสมดุลระหว่างการส่งเสริมการขายและการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงอาหารและสินค้าในราคาที่เป็นธรรม

มาตรการสำคัญในการควบคุมฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส”

  • ปิดระบบแก้ไขเมนูของร้านค้า: เพื่อป้องกันร้านค้าฉวยโอกาสขึ้นราคา
  • จัดโปรโมชั่นส่วนลดเพิ่มเติม: เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับส่วนลด 2 เด้ง
  • ลดค่า GP: ลดภาระค่าใช้จ่ายของร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ
  • เฝ้าระวังการจำหน่ายสินค้าผิดกฎหมาย: ป้องกันการหลอกลวงผู้บริโภค
  • เพิ่มช่องทางร้องทุกข์: อำนวยความสะดวกในการร้องเรียนและแก้ไขปัญหา

การดำเนินการของ สคบ. ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคและการสร้างความเป็นธรรมในการซื้อขายสินค้าและบริการออนไลน์ ผู้บริโภคควรติดตามข่าวสารและใช้สิทธิของตนเองอย่างเต็มที่ หากพบว่ามีการเอารัดเอาเปรียบหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม

ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้บริโภค จะช่วยให้โครงการฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” เป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย

ที่มา – สคบ.คุม ฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” สั่งปิดแก้เมนู ป้องกันร้านค้าขึ้นราคา

เอกนิติยัน คนละครึ่งพลัส เฟส 2 มาแน่!

โครงการ คนละครึ่งพลัส เฟส 2 มาแน่! นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันถึงความคืบหน้าของโครงการนี้ พร้อมเผยผลสำเร็จวันแรกที่เงินหมุนเวียนสะพัดถึง 1,500 ล้านบาท ต้องขอบคุณแรงสนับสนุนจากประชาชนทุกคน

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568 ณ ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติได้กล่าวถึงบรรยากาศโครงการคนละครึ่งพลัส หลังจากเปิดตัววันแรก (29 ตุลาคม 2568) ว่ามีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจถึง 1,500 ล้านบาท โดยมีประชาชนใช้สิทธิ์ถึง 1.6 ล้านคน และมีร้านค้าเข้าร่วมโครงการประมาณ 6 แสนราย นายเอกนิติได้แสดงความขอบคุณต่อทุกภาคส่วนที่ให้การสนับสนุนโครงการนี้อย่างดีเยี่ยม และย้ำว่าร้านค้ายังสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้จนถึงวันที่ 19 ธันวาคม

คนละครึ่งพลัส เฟส 2 มาแน่

สำหรับผู้ที่พลาดโอกาสในเฟสแรก นายเอกนิติกล่าวว่าไม่ต้องกังวล เพราะสามารถรอโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 ได้เลย เนื่องจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้เตรียมความพร้อมสำหรับเฟสต่อไปแล้ว

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ คนละครึ่งพลัส เฟส 2

แม้ว่ารายละเอียดของ คนละครึ่งพลัส เฟส 2 ยังไม่ได้รับการเปิดเผยอย่างเป็นทางการทั้งหมด แต่คาดการณ์ว่าจะมีรูปแบบและเงื่อนไขคล้ายกับเฟสแรก โดยรัฐบาลจะร่วมจ่ายค่าสินค้าและบริการกับประชาชนในอัตราส่วนที่กำหนด เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย

สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับโครงการคนละครึ่งพลัส:

  • โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก
  • รัฐบาลช่วยจ่ายค่าสินค้าและบริการให้ประชาชน
  • ร้านค้ารายย่อยได้รับประโยชน์จากการเพิ่มขึ้นของยอดขาย
  • ประชาชนสามารถใช้จ่ายได้อย่างคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น

วิธีเตรียมตัวรอ คนละครึ่งพลัส เฟส 2:

  • ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้
  • เตรียมเอกสารที่จำเป็นสำหรับการลงทะเบียน (หากมีการกำหนด)
  • ทำความเข้าใจเงื่อนไขและวิธีการใช้สิทธิ์ของโครงการ
  • วางแผนการใช้จ่ายล่วงหน้าเพื่อให้คุ้มค่าที่สุด

โครงการคนละครึ่งเป็นโครงการที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนและกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม การกลับมาของโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 จึงเป็นข่าวดีสำหรับทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการ

ดังนั้น อย่าลืมติดตามข่าวสารและเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อคว้าโอกาสจากโครงการดีๆ อย่าง คนละครึ่งพลัส เฟส 2 นะคะ!

ที่มา – “เอกนิติ” ยัน คนละครึ่งพลัส เฟส 2 มาแน่ วันแรกคนแห่ใช้ ทำเงินสะพัด 1.5 พันล้าน

คนละครึ่งพลัส วันแรกคึกคัก ร้านค้ายิ้มรับทรัพย์!

ประชาชนแห่ใช้สิทธิ “คนละครึ่งพลัส” วันแรกคึกคัก ร้านค้ายิ้มไม่หุบ ขายดีตั้งแต่เช้าตรู่ เชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ

วันที่ 29 ต.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันแรกของการเริ่มใช้สิทธิโครงการ “คนละครึ่งพลัส” บรรยากาศที่ตลาดศิริวัฒนา หรือ ตลาดธานินท์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ คึกคักตั้งแต่เช้า ประชาชนจำนวนมากออกมาใช้สิทธิ์กันอย่างคึกคัก หลังกระทรวงการคลังเปิดให้ใช้สิทธิเป็นวันแรก ทำให้บรรยากาศการจับจ่ายซื้อสินค้าดีขึ้นผิดหูผิดตา หลายร้านติดป้ายโครงการคนละครึ่งพลัสไว้หน้าร้าน เพื่อให้ลูกค้าสังเกตง่ายและดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้าที่ร้านของตนเอง

น.ส.ณฌกร จำนงค์วงษ์ ชาวเชียงใหม่ผู้มาใช้สิทธิคนละครึ่งพลัส เผยว่า รู้สึกดีใจมากที่มีโครงการนี้หลังรอคอยมานานแล้ว วันแรกที่เปิดให้ใช้สิทธิจึงรีบเดินทางออกมาซื้อกับข้าวก่อนไปทำงาน หลังจากนี้ก็จะไปสแกนซื้อสินค้าอุปโภคเข้าบ้าน

สำหรับโครงการนี้ ถือเป็นโครงการที่ดีช่วยแบ่งเบาภาระให้ประชาชนได้บางส่วนในภาวะเศรษฐกิจข้าวยากหมากแพง ค่าครองชีพสูงราคาสินค้าขึ้น แต่หลายคนเงินเดือนยังเท่าเดิม

ขณะที่ นางราตรี แซ่ตัน อายุ 65 ปี เจ้าของร้านราตรีผลไม้ เผยว่า ตั้งแต่เปิดให้มีการใช้คนละครึ่งบรรยากาศที่ตลาดก็คึกคัก มีประชาชนออกมาซื้อผลไม้ที่ร้านกันตั้งแต่เช้า ถือว่าโครงการนี้ดีมาก จากก่อนหน้านี้ร้านค้าขายไม่ค่อยดี พอมีโครงการคนละครึ่งพลัส ทำให้ประชาชนตื่นตัวออกมาจับจ่ายซื้อของกันตั้งแต่เช้าช่วยกระตุ้นยอดขายได้มาก

ส่วนบรรยากาศพื้นที่ตลาดใต้ (เทศบาล 1) อ.เมือง จ.พิษณุโลก คึกคักเป็นพิเศษ เนื่องจากประชาชนออกมาใช้สิทธิ์โครงการคนละครึ่งวันแรก โดยภาพรวมประชาชนพึงพอใจกับการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ถูกกลุ่มเป้าหมาย โดยช่วงเช้าสามารถสแกนจ่ายเงินได้ปกติ แอปฯ มีขัดข้องบ้าง อาจเกิดจากการใช้งานจำนวนมากพร้อมกัน

นายสุรศักดิ์ สารีสังข์ อายุ 39 ปี เจ้าของร้านป้าพรหมูปิ้งอาหารเหนือ เผยว่า ยอมรับว่าโครงการคนละครึ่งเป็นโครงการที่ดี ที่เข้าถึงทุกกลุ่มอาชีพ ซึ่งที่ร้านมีลูกค้ามาสแกนจ่ายคนละครึ่งตั้งแต่ 6 โมงเช้า สามารถใช้จ่ายได้ปกติ ผ่านไปสักครึ่งชั่วโมง เริ่มมีปัญหากับการใช้แอปฯ น่าจะมีการใช้งานเยอะขึ้นบางครั้งลูกค้าไม่สามารถชำระเงินผ่านแอปฯ ได้

ขณะที่ น.ส.รังสิตา ศิริวรรณกุล อายุ 44 ปี เจ้าของร้านจำหน่ายหมูฝอย เผยว่า ชอบโครงการคนละครึ่งมาก เพราะเข้าถึงทุกกลุ่มอาชีพ และร้านเล็กๆ อย่างตนเองก็ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ด้วย ซึ่งโครงการ 10,000 บาทที่ผ่านมา บุคคลที่ได้แทบจะไม่ได้มาจับจ่ายซื้อของในตลาดเลย จะเน้นไปซื้อของชิ้นใหญ่ๆ เช่น โทรศัพท์ ทีวี ตู้เย็น เป็นต้น และขอสนับสนุนรัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยโครงการคนละครึ่งเฟสต่อไป

ส่วนพื้นที่ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ผู้ประกอบการร้านค้าหลายแห่ง ได้มีการนำป้ายโครงการฯ มาติดตั้งที่บริเวณหน้าร้านบ้างแล้วบางส่วน สร้างความคึกคักให้กับพื้นที่ นายวรธน บุญรัตน์ เจ้าของร้านมอเตอร์ไซค์ ช.ไพโรจน์ยนต์ (สาขา2) เผยว่า ร้านตนเองเป็นร้านซ่อมรถมอเตอร์ไซค์ ได้สำรองและทุนสินค้าไว้เพื่อให้ลูกค้านั้นเข้ามาใช้สิทธิ์ โดยทางร้านนั้นไม่มีการชาร์จและเพิ่มมูลค่าของสินค้าแต่อย่างใด ยังคงขายในราคาเดิม

ส่วนตัวตนเชื่อมั่นและหวังว่า โครงการนี้จะช่วยให้ยอดขายของร้านดีขึ้น เช่นเดียวกับโครงการต่างๆ ของภาครัฐ ที่ตนเคยเข้าร่วมมาแล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งในสภาพเศรษฐกิจที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องใช้จ่ายอย่างประหยัด โครงการที่ช่วยลดค่าใช้จ่าย 200 บาทต่อวัน ถือว่ามีค่ามากสำหรับคนที่ไม่มีจริงๆ หากทางร้านไม่รับ ก็จะส่งผลกระทบต่อยอดขายโดยตรง อาจถึงขั้นได้นั่งมองร้านอื่นขาย.

คนละครึ่งพลัส วันแรกสุดปัง!

โครงการ คนละครึ่งพลัส นี้ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างตรงจุด ทำให้ร้านค้าต่างๆ มียอดขายเพิ่มขึ้น และประชาชนก็สามารถลดภาระค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย

ทำไมคนละครึ่งพลัสถึงได้รับความนิยม?

  • ช่วยลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
  • กระตุ้นเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น
  • เข้าถึงได้ง่ายผ่านแอปพลิเคชัน

สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิ์ คนละครึ่งพลัส รีบไปใช้กันนะคะ! โครงการดีๆ แบบนี้มีจำนวนจำกัด

ที่มา – “คนละครึ่งพลัส” คนแห่ใช้สิทธิวันแรกคึกคัก ร้านค้ายิ้มไม่หุบ เชื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

Scroll to top