โปรดเกล้าแต่งตั้ง

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง สราวุธ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และ ณรงค์ กกต.

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “สราวุธ ทรงศิวิไล” เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และ “ณรงค์ กลั่นวารินทร์” เป็นกรรมการการเลือกตั้งแล้วตั้งบัดนี้ ประกาศ ณ 30 สิงหาคม 2568

วันที่ 2 กันยายน 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีเนื้อหาว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่า ตามที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายปัญญา อุดชาชน เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตามประกาศลงวันที่ 26 พฤศจิกายน 2558 นั้น ต่อมา นายปัญญา อุดชาชน ได้พ้นจากตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากครบวาระการดำรงตำแหน่ง เป็นเหตุให้ตำแหน่งว่างลง

บัดนี้ วุฒิสภาได้ให้ความเห็นชอบ นายสราวุธ ทรงศิวิไล ผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 200 (5) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 200 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบมาตรา 8 และมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายสราวุธ ทรงศิวิไล เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 30 สิงหาคม พุทธศักราช 2568 เป็นปีที่ 10 ในรัชกาลปัจจุบัน นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

ขณะเดียวกัน ยังมีการเผยแพร่ พระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้งกรรมการการเลือกตั้ง มีเนื้อหาว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่า ตามที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายปกรณ์ มหรรณพ เป็นกรรมการการเลือกตั้ง ตามประกาศลงวันที่ 12 สิงหาคม 2561 นั้น ต่อมา นายปกรณ์ มหรรณพ ได้พ้นจากตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง เนื่องจากมีอายุครบ 70 ปี เป็นเหตุให้ตำแหน่งว่างลง

บัดนี้ วุฒิสภาได้ให้ความเห็นชอบ นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง ตามมาตรา 222 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 222 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบมาตรา 8 และมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ เป็นกรรมการการเลือกตั้ง

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 30 สิงหาคม พุทธศักราช 2568 เป็นปีที่ 10 ในรัชกาลปัจจุบัน นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง สราวุธ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และ ณรงค์ กกต.

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2568 ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งบุคคลสำคัญสองท่านในตำแหน่งสำคัญของประเทศ ได้แก่ นายสราวุธ ทรงศิวิไล เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และ นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ เป็นกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) การแต่งตั้งทั้งสองท่านนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานตามกระบวนการทางกฎหมายและรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

รายละเอียดการแต่งตั้ง โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง สราวุธ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และ ณรงค์ กกต.

ในการแต่งตั้งนายสราวุธ ทรงศิวิไล เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั้น สืบเนื่องมาจากตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญว่างลง เนื่องจากนายปัญญา อุดชาชน ครบวาระการดำรงตำแหน่ง วุฒิสภาจึงได้ให้ความเห็นชอบนายสราวุธ ทรงศิวิไล ซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด เพื่อดำรงตำแหน่งดังกล่าว การแต่งตั้งนี้เป็นไปตามมาตรา 200 (5) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561

ในส่วนของการแต่งตั้งนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ เป็นกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นั้น สืบเนื่องมาจากตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้งว่างลง เนื่องจากนายปกรณ์ มหรรณพ มีอายุครบ 70 ปี วุฒิสภาจึงได้ให้ความเห็นชอบนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด เพื่อดำรงตำแหน่งดังกล่าว การแต่งตั้งนี้เป็นไปตามมาตรา 222 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560

การโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง สราวุธ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และ ณรงค์ กกต. มีผลตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม พุทธศักราช 2568 เป็นต้นไป โดยมีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

การแต่งตั้งบุคคลทั้งสองท่านนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินงานขององค์กรที่เกี่ยวข้อง โดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่ในการพิจารณาและตัดสินคดีที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีผลกระทบต่อการเมืองการปกครองของประเทศ ในขณะที่กรรมการการเลือกตั้งมีหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของระบอบประชาธิปไตย

ดังนั้น การโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง สราวุธ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และ ณรงค์ กกต. จึงเป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการรักษากฎหมายและส่งเสริมประชาธิปไตยในประเทศไทย

การแต่งตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และ กกต. ครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับสถาบันทางการเมือง และกระบวนการยุติธรรมของไทย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทั้งสองท่านจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และเป็นธรรม เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและประเทศชาติ

ที่มา – โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “สราวุธ” เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และ “ณรงค์” เป็น กกต.

โปรดเกล้าฯ สราวุธ ทรงศิวิไล เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายสราวุธ ทรงศิวิไล เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประกาศ ณ วันที่ 29 สิงหาคม พุทธศักราช 2568

โปรดเกล้าฯ สราวุธ ทรงศิวิไล เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำคัญ เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568 เรื่องการแต่งตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายสราวุธ ทรงศิวิไล ให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นับตั้งแต่วันที่ประกาศเป็นต้นไป การแต่งตั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจาก นายปัญญา อุดชาชน ได้พ้นจากตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเนื่องจากครบวาระ ทำให้ตำแหน่งดังกล่าวว่างลง

ตามประกาศดังกล่าว วุฒิสภาได้พิจารณาและให้ความเห็นชอบ นายสราวุธ ทรงศิวิไล ซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 200 (5) กำหนด เพื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

อาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 200 ประกอบกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 8 และมาตรา 12 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายสราวุธ ทรงศิวิไล ให้เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ

การแต่งตั้ง นายสราวุธ ทรงศิวิไล ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งและความต่อเนื่องในการดำเนินงานของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญและกฎหมายของประเทศ

ความสำคัญของการมีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่และความรับผิดชอบที่สำคัญยิ่งในการตีความรัฐธรรมนูญ พิจารณาตัดสินคดีที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ และให้ความเห็นชอบต่อกฎหมายต่างๆ ที่อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ การมีตุลาการที่ทรงคุณวุฒิและมีความเป็นกลางจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อการรักษาความเป็นธรรมและความถูกต้องตามกฎหมาย

นอกจากนี้ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญยังมีบทบาทในการแก้ไขข้อขัดแย้งทางการเมืองและสังคมที่อาจเกิดขึ้นจากการตีความกฎหมายที่แตกต่างกัน การตัดสินใจของศาลรัฐธรรมนูญจึงมีผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อการดำเนินงานของรัฐบาล รัฐสภา และประชาชนโดยรวม

การที่วุฒิสภาได้ให้ความเห็นชอบ นายสราวุธ ทรงศิวิไล แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในความสามารถและคุณสมบัติของท่านที่จะปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การประกาศราชกิจจานุเบกษาเรื่องโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง สราวุธ ทรงศิวิไล เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนและสื่อมวลชนอย่างกว้างขวาง สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของศาลรัฐธรรมนูญในระบบการเมืองการปกครองของไทย

การพิจารณาคัดเลือกและแต่งตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเป็นกระบวนการที่ต้องดำเนินการอย่างรอบคอบและโปร่งใส เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งมีความรู้ความสามารถ ความซื่อสัตย์สุจริต และความเป็นกลางทางการเมือง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งดังกล่าว

  • ตรวจสอบประวัติและความรู้ความสามารถของผู้ได้รับการเสนอชื่อ
  • พิจารณาคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด
  • เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบและให้ข้อมูล

การมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้กระบวนการคัดเลือกมีความโปร่งใสและน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

โดยสรุป การโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายสราวุธ ทรงศิวิไล เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ถือเป็นข่าวสำคัญที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมและการเมืองการปกครองของไทย และเป็นหน้าที่ของประชาชนที่จะติดตามและตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้มั่นใจได้ว่าท่านจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและเป็นธรรม

ที่มา – โปรดเกล้าฯ “สราวุธ ทรงศิวิไล” เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 9 ตุลาการศาลปกครองสูงสุด มีผล 1 ต.ค. นี้

ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นจำนวน 9 ราย ให้ดำรงตำแหน่ง ตุลาการศาลปกครองสูงสุด โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป ข่าวดังกล่าวสร้างความสนใจและความยินดีในแวดวงกฎหมายและการบริหารราชการเป็นอย่างมาก

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 9 ตุลาการศาลปกครองสูงสุด มีผล 1 ต.ค. นี้ ความว่า คณะกรรมการตุลาการศาลปกครองได้พิจารณาคัดเลือกตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นที่มีความเหมาะสมที่จะเลื่อนขึ้นดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุดจำนวน 9 ราย ในการประชุมครั้งที่ 333-3/2568 เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568

รายชื่อดังกล่าวได้ถูกนำเสนอต่อท่านนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 15 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้นำรายชื่อเสนอวุฒิสภาเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2568 และวุฒิสภาได้มีมติเห็นชอบบุคคลให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุดจำนวน 9 ราย ในคราวประชุมครั้งที่ 2 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2568

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 9 ตุลาการศาลปกครองสูงสุด มีผล 1 ต.ค. นี้

รายชื่อตุลาการที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งมีดังนี้:

  • นายนาร์วิสูตร วังนะเถียรกุล อธิบดีศาลปกครองกลาง ดำรงตำแหน่ง ตุลาการศาลปกครองสูงสุด
  • นางสาวสิรภัทร โชควิเศษชัยสิทธิ์ อธิบดีศาลปกครองชั้นต้นประจำศาลปกครองสูงสุด ดำรงตำแหน่ง ตุลาการศาลปกครองสูงสุด
  • นายเชี่ยวชาญ สุขช่วย อธิบดีศาลปกครองสุพรรณบุรี ดำรงตำแหน่ง ตุลาการศาลปกครองสูงสุด
  • นายประศักดิ์ ศิริพานิช อธิบดีศาลปกครองพิษณุโลก ดำรงตำแหน่ง ตุลาการศาลปกครองสูงสุด
  • นางสาวอมรา สัจจาสัย อธิบดีศาลปกครองเพชรบุรี ดำรงตำแหน่ง ตุลาการศาลปกครองสูงสุด
  • นายจำกัด ชุมพลวงศ์ อธิบดีศาลปกครองระยอง ดำรงตำแหน่ง ตุลาการศาลปกครองสูงสุด
  • นายสินิทธิ์ สินิทธานนท์ อธิบดีศาลปกครองนครราชสีมา ดำรงตำแหน่ง ตุลาการศาลปกครองสูงสุด
  • นายไพรัช โตสวัสดิ์ อธิบดีศาลปกครองขอนแก่น ดำรงตำแหน่ง ตุลาการศาลปกครองสูงสุด
  • นางมาเรียม วิมลธร อธิบดีศาลปกครองชั้นต้นประจำศาลปกครองสูงสุด ดำรงตำแหน่ง ตุลาการศาลปกครองสูงสุด

ความสำคัญของการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 9 ตุลาการศาลปกครองสูงสุด

การโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 9 ตุลาการศาลปกครองสูงสุดครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินงานของศาลปกครอง เนื่องจากจะช่วยให้การพิจารณาคดีปกครองเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น ตุลาการทั้ง 9 ท่านล้วนเป็นผู้ทรงคุณวุฒิและมีประสบการณ์ในการพิจารณาคดีปกครองมาอย่างยาวนาน การได้บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาเสริมทัพในศาลปกครองสูงสุด จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้กับประชาชนในการใช้สิทธิทางศาลปกครอง

สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งแล้ว และมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นทั้ง 9 รายดังกล่าว ให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุดตามที่เสนอ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2568 เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568 โดยมี ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

การแต่งตั้งตุลาการศาลปกครองสูงสุดทั้ง 9 ท่านนี้ ถือเป็นข่าวดีสำหรับวงการกฎหมายและประชาชนผู้ใช้สิทธิในการฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐ เพราะการมีตุลาการที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ จะช่วยให้การตัดสินคดีเป็นไปอย่างยุติธรรมและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น

ที่มา – โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 9 ตุลาการศาลปกครองสูงสุด มีผล 1 ต.ค. นี้

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการกระทรวงมหาดไทย 6 ราย

พระราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ระดับสูง จำนวน 6 ราย โดยนายขจรเกียรติ ได้รับแต่งตั้งเป็นอธิบดีกรมที่ดิน นายเชษฐา ขึ้นเป็นอธิบดีปภ. และนายภาสกร เข้ารับตำแหน่งผู้ว่าฯ ระยอง

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ระดับสูง 6 ราย

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 22 สิงหาคม เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ โดยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงมหาดไทย พ้นจากตำแหน่งเดิม และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 6 ราย ดังนี้

  1. นายพรพจน์ เพ็ญพาส พ้นจากตำแหน่งอธิบดีกรมที่ดิน และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง
  2. นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมที่ดิน
  3. นายเชษฐา โมสิกรัตน์ พ้นจากตำแหน่งรองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
  4. นายสันติ รังษิรุจิ พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา สำนักงานปลัดกระทรวง
  5. นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี สำนักงานปลัดกระทรวง
  6. นายภาสกร บุญญลักษม์ พ้นจากตำแหน่งอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง สำนักงานปลัดกระทรวง

ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2568 เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2568

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

ภูมิธรรม เวชยชัย

รองนายกรัฐมนตรี

รายละเอียดเกี่ยวกับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ระดับสูง 6 ราย

การโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ระดับสูง 6 ราย ในครั้งนี้ ถือเป็นการปรับเปลี่ยนตำแหน่งสำคัญในหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดินในส่วนภูมิภาคและส่วนกลาง การเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลต่อทิศทางการดำเนินงานและนโยบายของแต่ละหน่วยงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการที่ดิน การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และการพัฒนาจังหวัดต่างๆ

สำหรับนายขจรเกียรติ รักพานิชมณี อธิบดีกรมที่ดินคนใหม่ มีประสบการณ์ในการบริหารราชการในระดับจังหวัดมาอย่างยาวนาน การเข้ารับตำแหน่งอธิบดีกรมที่ดิน จึงเป็นความท้าทายในการนำความรู้และประสบการณ์มาพัฒนาระบบการบริหารจัดการที่ดินให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ในส่วนของนายเชษฐา โมสิกรัตน์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยคนใหม่ การได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินและการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

นอกจากนี้ การโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ระดับสูง 6 ราย ยังรวมถึงการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดในหลายจังหวัด ซึ่งมีความสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลในระดับพื้นที่ และการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละจังหวัด การแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาจังหวัดให้มีความเจริญก้าวหน้า

การติดตามผลการดำเนินงานของข้าราชการที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ในครั้งนี้ จะเป็นสิ่งสำคัญในการประเมินผลของการเปลี่ยนแปลง และวัดผลสำเร็จของการบริหารราชการแผ่นดินในภาพรวมต่อไป

ที่มา – โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ระดับสูง 6 ราย

Scroll to top