โผนายพล 2568

ผบ.ตร.เดินหน้าต่อ! ไม่หวั่นข่าวลือโดนปลด

แหล่งข่าวใกล้ชิดเผย ผบ.ตร.เดินหน้าทำงานต่อ ไม่หวั่นกระแสข่าวลือโดนปลดปมโผตำรวจไม่ลงตัว ท่ามกลางกระแสข่าวลือเรื่องการถูกปลดจากตำแหน่ง

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า ท่ามกลางกระแสการเมืองภายในองค์กรตำรวจที่โยงไปถึงข่าวลือการถูกสั่งให้ไปช่วยราชการ อันเนื่องมาจากปัญหาโผแต่งตั้งข้าราชการตำรวจที่ไม่ลงตัว ล่าสุด แหล่งข่าวใกล้ชิด พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ยืนยันว่า ผบ.ตร.เดินหน้าทำงานต่อ ไม่หวั่นกระแสข่าวลือโดนปลดปมโผตำรวจไม่ลงตัว และยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ

แหล่งข่าวเน้นย้ำว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ตั้งใจทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนอย่างเต็มที่ โดยไม่สนใจข่าวลือต่างๆ ที่ออกมา

ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง ผบ.ตร.เดินหน้าทำงานต่อ ไม่หวั่นกระแสข่าวลือโดนปลดปมโผตำรวจไม่ลงตัว โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ได้เดินหน้าสนองนโยบายรัฐบาลอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการปราบปรามยาเสพติด ซึ่งสามารถสกัดกั้นและทลายเครือข่ายรายใหญ่ได้อย่างต่อเนื่องหลายคดี ล่าสุดได้มีการขับเคลื่อนปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด No Drugs No Dealers ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด เพื่อกวาดล้างผู้ค้ารายย่อย ซึ่งถือเป็นการตัดวงจรภัยร้ายแรงที่กัดกร่อนสังคมไทยมายาวนาน นอกจากนี้ยังมีการเร่งรัดคดีสำคัญต่างๆ ที่ประชาชนให้ความสนใจ

อีกด้านหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการจัดการภัยคุกคามทางไซเบอร์ ซึ่งถูกหยิบยกขึ้นเป็นวาระแห่งชาติ ตำรวจภายใต้การนำของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ สามารถปิดกั้นเส้นทางอาชญากรรมออนไลน์ได้เป็นจำนวนมาก ลดความเสียหายทางเศรษฐกิจ และสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนที่ต้องเผชิญกับกลโกงและการหลอกลวงบนโลกดิจิทัล

นอกจากงานด้านความมั่นคงแล้ว สิ่งที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ให้ความสำคัญไม่แพ้กันคือการดูแลสวัสดิการของตำรวจทั่วประเทศกว่า 2 แสนนาย ทั้งการผลักดันการเพิ่มเงินตอบแทน การปรับปรุงบ้านพัก และการจัดสรรทุนการศึกษาให้แก่บุตรหลานของตำรวจ เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจและความมั่นคงให้กับครอบครัวตำรวจในระยะยาว

แหล่งข่าวภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวว่า ผลงานที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ถูกมองว่าเป็น “หลักประกันทางการเมือง” ที่ทำให้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ยังคงสามารถยืนหยัดอยู่ในตำแหน่งได้ท่ามกลางแรงกดดันต่างๆ เพราะสิ่งที่สามารถตอบโจทย์สังคมได้ดีที่สุดนั้นไม่ใช่ข่าวลือ แต่เป็นความจริงที่ปรากฏให้ประชาชนได้เห็นและรับรู้นั่นเอง

ผบ.ตร.เดินหน้าทำงานต่อ ไม่หวั่นกระแสข่าวลือโดนปลดปมโผตำรวจไม่ลงตัว

การที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ยังคงมุ่งมั่นทำงานอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีข่าวลือต่างๆ ออกมา แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำที่เข้มแข็งและมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาองค์กรตำรวจให้มีความเข้มแข็งและเป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง

ความสำคัญของการทำงานอย่างต่อเนื่อง

การทำงานอย่างต่อเนื่องของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อองค์กรตำรวจ การที่ผู้นำองค์กรยังคงมุ่งมั่นทำงานอย่างเต็มที่ แม้จะมีอุปสรรคต่างๆ แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบและความตั้งใจจริงที่จะแก้ไขปัญหาและพัฒนาองค์กรให้ดียิ่งขึ้น

การเปลี่ยนแปลงในองค์กรขนาดใหญ่อย่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ย่อมต้องมีแรงเสียดทานและความท้าทายต่างๆ เป็นเรื่องธรรมดา แต่สิ่งสำคัญคือการที่ผู้นำสามารถนำพาองค์กรให้ก้าวผ่านอุปสรรคเหล่านั้นไปได้ด้วยความมุ่งมั่นและความตั้งใจจริง

ดังนั้น การที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ยังคงมุ่งมั่นทำงานอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นว่าองค์กรตำรวจกำลังเดินหน้าไปในทิศทางที่ถูกต้อง และพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายต่างๆ ที่รออยู่ข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม ข่าวลือและการปล่อยข่าวโจมตีต่างๆ ก็เป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวัง เพราะอาจส่งผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอาจบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อองค์กรได้ การสื่อสารที่ชัดเจนและโปร่งใสจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและความเชื่อมั่นที่มีต่อองค์กรตำรวจ

ที่มา – ผบ.ตร. เดินหน้าทำงานต่อ ไม่หวั่นกระแสข่าวลือโดนปลดปมโผตำรวจไม่ลงตัว

“ภูมิธรรม” สยบข่าว**เด้ง ผบ.ตร.** ยันไม่มีอำนาจ

จากกรณีที่มีกระแสข่าวลือเกี่ยวกับการย้ายผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ล่าสุด นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาสยบข่าวลือดังกล่าว โดยยืนยันว่าตนเองไม่มีอำนาจในการ**เด้ง ผบ.ตร.**

นายภูมิธรรมยังกล่าวถึงการเลื่อนประชุม ก.ตร. ที่มีวาระพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ 68 ตำแหน่ง โดยเลื่อนไปเป็นวันที่ 31 สิงหาคมนี้ สาเหตุของการเลื่อนเนื่องจากมีตำรวจ 4 นายยื่นหนังสือร้องเรียน ซึ่งนายภูมิธรรมได้นำเรื่องนี้มาหารือกับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เป็นเวลานานถึง 2 ชั่วโมง

“ภูมิธรรม” สยบข่าวเด้ง ผบ.ตร. ยัน! ไม่มีอำนาจ

“สื่อรู้ได้อย่างไรว่าโผแต่งตั้งมีปัญหา ในเมื่อยังไม่มีการประกาศออกมา” นายภูมิธรรมกล่าว พร้อมยอมรับว่าการเลื่อนประชุม ก.ตร. เกิดจากเรื่องร้องเรียนของตำรวจ 4 นายที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งได้ทำหนังสือร้องเรียนถึงตนเอง โดยได้ปรึกษาคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้วเห็นว่าสามารถนำเรื่องร้องเรียนมาพิจารณาได้ เนื่องจากผู้ร้องยังไม่มีความผิดใดๆ ตามกฎ ก.ตร. จึงมีสิทธิ์ได้รับการเสนอชื่อ ส่วนจะรับหรือไม่เป็นสิทธิ์ของคณะกรรมการ ก.ตร. นอกจากนี้ ยังมีกรณีของ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ที่ร้องขอให้ทบทวนการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งนายภูมิธรรมได้รับเรื่องไว้แล้ว

นายภูมิธรรมกล่าวว่า ก่อนการประชุม ก.ตร. ได้หารือนอกรอบกับ ผบ.ตร. เป็นเวลานาน 2 ชั่วโมงจริง โดยได้หยิบยกเรื่องร้องเรียนทั้งหมดมาพูดคุยโดยตรง ซึ่ง ผบ.ตร. ยืนยันว่าได้ดำเนินการทุกอย่างตามกรอบและหน้าที่ แต่สิ่งที่สำคัญในการพิจารณาแต่งตั้งคือระบบ หากปล่อยผ่านไปจะส่งผลกระทบต่อการทำงานของผู้อื่น จึงเสนอให้เลื่อนการพิจารณาออกไปก่อน เพื่อให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อนนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ทำให้ต้องแจ้งที่ประชุมใหญ่ว่าจะเลื่อนการประชุม ก.ตร. ไปพิจารณาในวันที่ 31 สิงหาคม 2568 เวลา 15.00 น.

นายภูมิธรรมเล่าว่า ก่อนออกจากห้องประชุม มีตำรวจตะโกนว่าตนเองใช้อำนาจหน้าที่มิชอบและกำลังทำสิ่งที่ผิด ซึ่งตนเองได้ยืนยันกลับไปว่ากำลังทำหน้าที่อย่างถูกต้องตามกรอบและอำนาจในฐานะประธาน โดยต้องการให้ทุกอย่างมีความชอบธรรมก่อน จึงมีสิทธิ์ที่จะเลื่อนการประชุมออกไป

ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าจะ**เด้ง ผบ.ตร.** นั้น นายภูมิธรรม กล่าวว่าเป็นเรื่องที่เกินเลยความเป็นจริง และยืนยันว่ามีความสัมพันธ์ที่ดีกับ ผบ.ตร. ไม่เคยพูดถึงเรื่องการย้าย พร้อมทั้งรู้สึกเห็นใจที่ ผบ.ตร. ทำงานมาอย่างหนัก และเห็นใจตัวเองที่มีหนังสือร้องเรียนเข้ามา นอกจากนี้ นายภูมิธรรมยังย้ำว่าตนเองไม่มีอำนาจที่จะ**เด้ง**ใครได้ การ**เด้ง**ทุกอย่างต้องมีเหตุผลรองรับ

นอกจากนี้ นายภูมิธรรมยังเปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาได้ส่งข้อความไปขอโทษ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ที่ต้องตัดสินใจเช่นนั้น เพราะต้องการให้ทุกอย่างโปร่งใส พร้อมขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนไม่ให้ถามเรื่องนี้ เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง

ทำไมนายภูมิธรรมถึงออกมาสยบข่าวการเด้ง ผบ.ตร.?

การที่นายภูมิธรรมออกมาสยบข่าวการ**เด้ง ผบ.ตร.** สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการรักษาเสถียรภาพภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเป็นการยืนยันถึงความโปร่งใสในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ การที่นายภูมิธรรมยอมรับว่ามีการเลื่อนการประชุม ก.ตร. เนื่องจากมีเรื่องร้องเรียน และพร้อมที่จะนำเรื่องร้องเรียนมาพิจารณาอย่างรอบคอบ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และป้องกันไม่ให้เกิดข้อครหาเกี่ยวกับการใช้อำนาจโดยมิชอบ

การออกมาขอโทษ ผบ.ตร. เป็นการส่วนตัวยังแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้บังคับบัญชาระดับสูง และความปรารถนาที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยความเข้าใจและเคารพซึ่งกันและกัน

โดยรวมแล้ว การตอบสนองของนายภูมิธรรมต่อข่าวลือเกี่ยวกับการ**เด้ง ผบ.ตร.** เป็นไปในลักษณะของการควบคุมความเสียหาย และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าจะมีการบริหารงานภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

ที่มา – “ภูมิธรรม” สยบข่าวเด้ง ผบ.ตร. ยัน! ไม่มีอำนาจ เผยเมื่อคืนส่งข้อความไปขอโทษบิ๊กต่าย

สะพัด! เก้าอี้ ผบ.ตร. สะเทือน ปม “โผนายพล”

สถานการณ์ร้อนแรงในแวดวงตำรวจ! เก้าอี้ ผบ.ตร. สั่นคลอน สะพัดข่าวปลด ผบ.ตร. เซ่นปม “โผนายพล” ไม่ลงตัว หลังการประชุม ก.ตร. เลื่อนแบบฟ้าผ่า ท่ามกลางกระแสข่าวการวิ่งเต้นและการร้องเรียนภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สะพัด! เก้าอี้ ผบ.ตร. สะเทือน ปม “โผนายพล”

เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ก.ตร. เป็นประธานในการประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 7/2568 โดยมีวาระสำคัญคือการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อนายภูมิธรรมประกาศเลื่อนการประชุมอย่างกะทันหันท่ามกลางความงุนงงของที่ประชุม

ก่อนหน้าการประชุม มีรายงานว่านายภูมิธรรมได้หารือเป็นการส่วนตัวกับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เป็นเวลานานถึง 2 ชั่วโมง โดยแหล่งข่าวระบุว่าประเด็นสำคัญในการหารือคือเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรม ทำให้เกิดความไม่พอใจในหมู่ข้าราชการตำรวจบางส่วน โดยเฉพาะกรณีของอดีตแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ที่พลาดตำแหน่ง รอง ผบ.ตร.

ปมปัญหา “โผนายพล”

ปัญหา “โผนายพล” กลายเป็นชนวนสำคัญที่ทำให้สถานการณ์ภายใน ตร. ระอุขึ้น มีกระแสข่าวว่ามีการวิ่งเต้นเพื่อให้ได้ตำแหน่งที่ต้องการ รวมถึงการร้องเรียนถึงความไม่โปร่งใสในการพิจารณา ทำให้การแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้เต็มไปด้วยความขัดแย้งและแรงกดดัน

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. เดินทางมายังที่ประชุม ก.ตร. เพื่อพูดคุยกับ ก.ตร. คาดว่าจะมาให้ข้อมูลและชี้แจงกรณี พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ร้องเรียนถึงความไม่เป็นธรรมในการแต่งตั้ง

หลังการประชุม นายภูมิธรรมให้สัมภาษณ์สั้นๆ ยอมรับว่ามีการเลื่อนการพิจารณาแต่งตั้งเป็นวันที่ 31 สิงหาคม โดยให้เหตุผลว่ามีเรื่องร้องเรียนหลายเรื่องที่ต้องพิจารณา

อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวแพร่สะพัดว่า เหตุผลที่แท้จริงของการเลื่อนประชุมและการสั่งปลด ผบ.ตร. คือ ปมความขัดแย้งเรื่อง “โผนายพล” โดยเฉพาะการที่ไม่สามารถผลักดันอดีตแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ขึ้นเป็น รอง ผบ.ตร. ได้สำเร็จ

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความสั่นคลอนให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นอย่างมาก และส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อองค์กรตำรวจ

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะนำไปสู่การปฏิรูปตำรวจอย่างแท้จริงหรือไม่? หรือจะเป็นเพียงการเปลี่ยนตัวผู้เล่น แต่กติกาและระบบยังคงเดิม? เป็นสิ่งที่สังคมไทยต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด

ที่มา – สะพัด! เก้าอี้ ผบ.ตร. สะเทือน ปม “โผนายพล” ไม่ขยับอดีตแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ขึ้น รอง ผบ.ตร.

Scroll to top