โรงพยาบาลวชิรพยาบาล

รฟม. สร้างทางลาด รพ.วชิรพยาบาล เสร็จ พร้อมตรวจทรุด

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) แจ้งข่าวดี! การก่อสร้างทางลาดชั่วคราวบริเวณโรงพยาบาลวชิรพยาบาลเสร็จสมบูรณ์แล้ว เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้มารับบริการที่โรงพยาบาล โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน – ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก)

นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ รฟม. กล่าวว่า ผู้รับจ้างงานโยธาได้ดำเนินการก่อสร้างถนนชั่วคราวบริเวณอาคารทีปังกรรัศมีโชติแล้วเสร็จ ทำให้ผู้ที่ต้องการมายังอาคารทีปังกรรัศมีโชติ สามารถใช้เส้นทางฝั่งประตูถนนสุโขทัย เข้ามาทางด้านข้างของโรงพยาบาลได้สะดวกยิ่งขึ้น

รฟม.ก่อสร้างทางลาดชั่วคราว รพ.วชิรพยาบาล เสร็จสมบูรณ์ พร้อมตรวจสอบการทรุดตัว

นอกจากนี้ ในส่วนหน้าอาคารแฟลตตำรวจนครบาลสามเสน ได้มีการก่อสร้างแนววางท่อระบบระบายน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว รฟม. ยังคงดำเนินการเจาะสำรวจดิน ปรับปรุงคุณภาพดินในพื้นที่ และที่สำคัญคือ ตรวจสอบการทรุดตัว รอบบริเวณพื้นที่ รวมถึงตรวจวัดค่าระดับน้ำใต้ดินอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด

เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน รฟม. ได้หยุดดำเนินการกิจกรรมที่มีเสียงดังทั้งหมดในช่วงเวลากลางคืน และยังคงติดตาม ตรวจสอบการทรุดตัว ของอาคารแฟลตตำรวจและอาคารโดยรอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของทุกคน

สำหรับการปรับปรุงถนนและการคืนพื้นที่ถนนแบบถาวร จะดำเนินการให้เป็นไปตามรูปแบบและมาตรฐานของสำนักการโยธา กรุงเทพมหานครต่อไป ทางโครงการฯ ยังคงเร่งดำเนินการและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง

รฟม.ก่อสร้างทางลาดชั่วคราว รพ.วชิรพยาบาล เสร็จสมบูรณ์ พร้อมตรวจสอบการทรุดตัว

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมจาก รฟม. ได้ที่เว็บไซต์ www.mrta.co.th และเฟซบุ๊กแฟนเพจการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือติดต่อ Call Center รฟม. โทรศัพท์ 0 2716 4044

รฟม.ก่อสร้างทางลาดชั่วคราว รพ.วชิรพยาบาล เสร็จสมบูรณ์ พร้อมตรวจสอบการทรุดตัว

ความคืบหน้าการก่อสร้างทางลาด และการตรวจสอบการทรุดตัว

ความคืบหน้าล่าสุดของการก่อสร้างทางลาดชั่วคราวที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน การที่ รฟม. ให้ความสำคัญกับการ ตรวจสอบการทรุดตัว และความปลอดภัยโดยรอบโครงการ แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบและความใส่ใจต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับชุมชนโดยรอบ

โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน – ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) ไม่เพียงแต่จะช่วยยกระดับการเดินทางของคนกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ

โครงการนี้ยังคงเดินหน้าต่อไป และเราหวังว่าจะมีการแจ้งความคืบหน้าอื่นๆ ให้ทราบต่อไปในอนาคต เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างต่อเนื่อง

อย่าลืมติดตามข่าวสารจาก รฟม. อย่างใกล้ชิด เพื่อรับทราบข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับโครงการต่างๆ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

ที่มา – รฟม.ก่อสร้างทางลาดชั่วคราว รพ.วชิรพยาบาล เสร็จสมบูรณ์ พร้อมตรวจสอบการทรุดตัว

ถนนสามเสนยุบ: ยังไม่เปิดใช้ เหตุสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้า

อัปเดตล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์ ถนนสามเสนยุบ ที่หลายคนเฝ้ารอคอยการเปิดใช้งาน! หลังจากเกิดเหตุการณ์ถนนทรุดตัวบริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาลเมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา หลายคนคงสงสัยว่าเมื่อไหร่ถนนเส้นนี้จะกลับมาใช้งานได้ตามปกติ

จากเหตุการณ์ ถนนสามเสนยุบ ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอาคาร 4 ชั้นของ สน.สามเสน ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาล ทำให้ต้องทำการทุบรื้อถอนอาคารดังกล่าวไปแล้ว ผู้ใช้รถใช้ถนนต่างรอคอยว่าเมื่อไหร่การซ่อมแซมจะแล้วเสร็จและสามารถกลับมาใช้เส้นทางนี้ได้อีกครั้ง

ถนนสามเสนยุบ: ยังไม่มีกำหนดเปิดใช้

ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2566 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจความคืบหน้าของการซ่อมแซมถนน พบว่ายังมีคนงานและเครื่องจักรทำงานอยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุ ถนนสามเสนยุบ และบริเวณที่ได้ทำการถมดินไปแล้ว

จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ระดับหัวหน้างาน ได้รับข้อมูลที่อาจทำให้หลายคนต้องรอคอยกันต่อไป เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีกำหนดการที่แน่ชัดว่าจะสามารถเทพื้นผิวถนนและเปิดใช้งานได้เมื่อใด

สาเหตุที่ถนนสามเสนยุบยังไม่เปิดใช้

สาเหตุหลักที่ทำให้การเปิดใช้งาน ถนนสามเสนยุบ ยังไม่สามารถกำหนดวันที่แน่นอนได้ เนื่องจากคนงานยังคงต้องตรวจสอบความเรียบร้อยของการก่อสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินในบริเวณดังกล่าวให้เสร็จสมบูรณ์เสียก่อน การวางระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ต้องดำเนินการก่อนที่จะทำการเทพื้นผิวถนน หากเร่งรีบเทพื้นผิวถนนก่อน อาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างใต้ดินในภายหลังได้

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งว่า จะมีการเทพื้นผิวถนนบริเวณรอบอาคารโรงพยาบาลก่อน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่เดินทางมาใช้บริการโรงพยาบาลเท่านั้น

ผลกระทบจากการปิดถนนสามเสน

การปิด ถนนสามเสนยุบ ส่งผลกระทบต่อการจราจรในบริเวณนั้นอย่างมาก ผู้ที่ต้องเดินทางผ่านเส้นทางนี้ควรวางแผนการเดินทางล่วงหน้าและเผื่อเวลาในการเดินทาง เนื่องจากอาจต้องใช้เส้นทางอื่นแทน

ทางเลือกในการเดินทางในช่วงถนนสามเสนปิด

  • ใช้ถนนนครไชยศรี: เป็นเส้นทางเลี่ยงที่สามารถใช้ได้ แต่ต้องเผื่อเวลาเนื่องจากปริมาณรถอาจหนาแน่น
  • ใช้บริการขนส่งสาธารณะ: รถโดยสารประจำทางและรถไฟฟ้า (หากเปิดให้บริการในอนาคต) เป็นทางเลือกที่สะดวก
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงเวลาเร่งด่วน: หากไม่จำเป็น ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงเช้าและเย็น

สถานการณ์ ถนนสามเสนยุบ ยังคงต้องติดตามกันต่อไป หวังว่าการก่อสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้าจะแล้วเสร็จโดยเร็ว และถนนเส้นนี้จะกลับมาเปิดใช้งานได้ตามปกติในอนาคตอันใกล้นี้

ที่มา – เหตุถนนสามเสนยุบ ยังไม่มีกำหนดเปิดใช้ ต้องดูความเรียบร้อยการสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้า

เข้าสู่วันที่ 8 หลุมยุบถนนสามเสน เร่งถมทรายใกล้เสร็จ

เข้าสู่วันที่ 8 หลุมยุบถนนสามเสน เร่งถมทรายใกล้เสร็จ

เหตุการณ์หลุมยุบขนาดใหญ่บนถนนสามเสน หน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ยังคงเป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 เข้าสู่วันที่ 8 แล้ว เจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานยังคงเร่งดำเนินการแก้ไข โดยเฉพาะการถมทรายเพื่ออุดหลุมให้เรียบร้อย ซึ่งล่าสุดมีความคืบหน้าอย่างมาก ใกล้จะสำเร็จแล้ว นี่เป็นตัวอย่างของการทำงานร่วมกันเพื่อความปลอดภัยของประชาชนในกรุงเทพฯ

เข้าสู่วันที่ 8 เหตุหลุมยุบ ถนนสามเสนทรุด เจ้าหน้าที่เร่งถมทราย ใกล้สำเร็จ

เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 2 ตุลาคม 2568 ที่จุดเกิดเหตุหลุมยุบขนาดใหญ่บนถนนสามเสน บริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ซึ่งอยู่ใกล้กับโครงการก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วง เจ้าหน้าที่ยังคงทำงานอย่างไม่หยุดยั้ง ตั้งแต่เกิดเหตุเข้าสู่วันที่ 8 แล้ว การถมทรายดำเนินการต่อเนื่องตลอดทั้งวันและคืน โดยมีทีมจากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร (กทม.) สำนักงานเขตดุสิต การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และหน่วยงานอื่นๆ คอยเฝ้าระวังและดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนและยานพาหนะ

จาการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าหลุมยุบนี้เกิดจากปัจจัยหลายประการ เช่น การขุดเจาะสำหรับโครงการรถไฟฟ้าที่อาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นดินใต้ถนน ทำให้ดินทรุดตัวอย่างกะทันหัน สถานการณ์เช่นนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกในเมืองใหญ่ที่มีการก่อสร้างหนักหน่วง แต่ครั้งนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการจราจรและความปลอดภัยในย่านดุสิต

ความคืบหน้าการถมทรายและการบดอัด

ในส่วนของความคืบหน้า ล่าสุดระดับชั้นทรายที่ถมเข้าไปได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากการประเมินด้วยสายตา คาดว่าหลุมเหลือความลึกจากพื้นถนนเดิมประมาณ 3-4 เมตรเท่านั้น เจ้าหน้าที่นำรถบดขนาดใหญ่เข้ามาช่วยเกลี่ยและบดอัดทรายให้แน่นหนา เพื่อให้พื้นผิวมีความมั่นคงมากขึ้น นอกจากนี้ ยังพบเศษวัสดุตกค้างในหลุม เช่น เสาไฟฟ้าและสิ่งของอื่นๆ ซึ่งกำลังถูกกำจัดออกอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเพิ่มเติม

วันนี้มีผู้เชี่ยวชาญเข้าร่วมตรวจสอบด้วย โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธเนศ วีรศิริ ที่ปรึกษาด้านภัยพิบัติจากสภาวิศวกร นางวรัญญา ลีลาบูรณพงศ์ ผู้อำนวยการเขตดุสิต และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ได้มาร่วมสังเกตการณ์ บรรยากาศโดยรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีอุปสรรคใดๆ ที่จะขัดขวางการทำงาน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของทีมปฏิบัติการ

ผลกระทบและมาตรการป้องกันในอนาคต

เหตุหลุมยุบถนนสามเสนครั้งนี้ ส่งผลให้การจราจรในพื้นที่ติดขัดอย่างหนัก โดยเฉพาะเส้นทางหลักที่เชื่อมต่อย่านราชวัตรและบางลำพู รถยนต์ต้องเบี่ยงเลี่ยง ทำให้ใช้เวลานานขึ้น นอกจากนี้ ยังสร้างความกังวลให้กับ居民ใกล้เคียง โดยเฉพาะผู้ป่วยและบุคลากรโรงพยาบาลวชิรพยาบาลที่ต้องเดินทางผ่านบริเวณนี้

เพื่อป้องกันเหตุการณ์ซ้ำรอยในอนาคต ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มการตรวจสอบโครงสร้างพื้นดินก่อนเริ่มโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ รวมถึงใช้เทคโนโลยีการสำรวจ เช่น การเจาะสำรวจดินและการตรวจสอบด้วยเรดาร์พื้นดิน (GPR) เพื่อคาดการณ์ความเสี่ยง นอกจากนี้ การสื่อสารกับประชาชนอย่างโปร่งใสก็สำคัญ เพื่อให้ทุกคนทราบข้อมูลและหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง

  • การทำงานต่อเนื่อง 24 ชั่วโมงเพื่อความปลอดภัย
  • การบดอัดทรายให้แน่นเพื่อโครงสร้างที่มั่นคง
  • การกำจัดเศษวัสดุตกค้างในหลุม
  • การมีผู้เชี่ยวชาญคอยตรวจสอบ

จากมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการพัฒนาเมืองที่ยั่งยืน ในขณะที่กรุงเทพฯ กำลังขยายโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับประชากรที่เพิ่มขึ้น แต่ต้องไม่ละเลยด้านความปลอดภัย หากเจ้าหน้าที่สามารถปิดหลุมได้ภายในไม่กี่วันนี้ จะเป็นข่าวดีสำหรับทุกคน หากคุณอาศัยหรือเดินทางผ่านย่านนี้ แนะนำให้ติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือและหลีกเลี่ยงเส้นทางชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย

ที่มา – เข้าสู่วันที่ 8 เหตุหลุมยุบ ถนนสามเสนทรุด เจ้าหน้าที่เร่งถมทราย ใกล้สำเร็จ

“พิพัฒน์” สั่ง เร่งคืนผิวจราจรเหตุถนนทรุด

“รองนายกฯ พิพัฒน์” ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุถนนทรุดหน้า รพ.วชิรพยาบาล สั่งรฟม. และผู้รับจ้างเร่งคืนผิวจราจรเหตุถนนทรุดภายใน 14 วัน และดูแลประชาชนรอบพื้นที่กว่า 100 ครัวเรือน

วันที่ 25 กันยายน 2568 เมื่อเวลา 16.00 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุการณ์ถนนสามเสนทรุดตัว บริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา โดยมีนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ผู้รับจ้างก่อสร้างงานโยธาโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน–ราษฎร์บูรณะ และที่ปรึกษาควบคุมงาน เข้าร่วมให้ข้อมูลและรายงานความคืบหน้าการแก้ไขสถานการณ์

นายพิพัฒน์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ รฟม. และผู้รับจ้าง เร่งคืนผิวจราจรเหตุถนนทรุดให้แล้วเสร็จภายใน 14 วัน เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านการจราจรและความเป็นอยู่ของประชาชนโดยรอบ พร้อมกำชับให้ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างสถานีและอุโมงค์รถไฟฟ้าอย่างละเอียด รวมถึงตรวจสอบพื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าอื่น ๆ ของ รฟม. ทั่วกรุงเทพฯ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าโครงการมีความปลอดภัย

“สิ่งสำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของประชาชน โดยอพยพและดูแลครัวเรือนกว่า 100 ครัวเรือนที่อยู่ใกล้พื้นที่เกิดเหตุให้เข้าสู่สถานที่ปลอดภัยเรียบร้อย หากสภาพอากาศเอื้ออำนวย หรือสามารถเร่งงานได้เร็วกว่ากำหนด ก็ต้องทำให้เร็วขึ้น แต่จะต้องตรวจสอบความปลอดภัยจนมั่นใจก่อนเปิดใช้งานถนนอีกครั้ง” นายพิพัฒน์ กล่าว

ทั้งนี้ รฟม. และผู้รับจ้างได้เร่งปิดรอยรั่วของดินและน้ำเข้าสถานีรถไฟฟ้า ป้องกันการทรุดตัวเพิ่มเติม และจะเริ่มซ่อมแซมผิวถนนทันทีที่โครงสร้างมีความมั่นคง โดยการคืนสภาพถนนและสาธารณูปโภคจะดำเนินการภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด

นายพิพัฒน์ย้ำว่า กระทรวงคมนาคมจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และรายงานความคืบหน้าให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้จะได้รับการแก้ไขอย่างเด็ดขาดและป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำในอนาคต

“พิพัฒน์” สั่ง เร่งคืนผิวจราจรเหตุถนนทรุดกลางกรุง ภายใน 14 วัน

เมื่อวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ถนนทรุดตัวบริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นอย่างมาก ล่าสุด นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบสถานการณ์และสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยด่วน

ความคืบหน้าล่าสุดในการเร่งคืนผิวจราจรเหตุถนนทรุด

จากเหตุการณ์ถนนทรุดดังกล่าว นายพิพัฒน์ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยสั่งการให้ รฟม. และผู้รับจ้างดำเนินการเร่งคืนผิวจราจรเหตุถนนทรุดให้แล้วเสร็จภายใน 14 วัน เพื่อลดผลกระทบต่อการจราจรและชีวิตประจำวันของประชาชน

นอกจากนี้ นายพิพัฒน์ยังได้กำชับให้ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างสถานีและอุโมงค์รถไฟฟ้าอย่างละเอียด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นอีกในอนาคต รวมถึงตรวจสอบพื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าอื่น ๆ ทั่วกรุงเทพฯ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในเรื่องความปลอดภัย

มาตรการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์

จากเหตุการณ์ถนนทรุด ทำให้ประชาชนกว่า 100 ครัวเรือนที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงได้รับผลกระทบ นายพิพัฒน์จึงได้สั่งการให้ดูแลและอพยพประชาชนไปยังสถานที่ปลอดภัย พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ อย่างเต็มที่

การแก้ไขปัญหาเร่งคืนผิวจราจรเหตุถนนทรุดในครั้งนี้ ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการอย่างรอบคอบและรวดเร็ว เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด ทางภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ เพื่อให้สถานการณ์กลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็ววัน

เหตุการณ์ถนนทรุดครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้ทุกฝ่ายต้องตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจสอบและบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้นอีกในอนาคต การแก้ไขปัญหารวดเร็วและมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญ แต่การป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาตั้งแต่แรกนั้นสำคัญยิ่งกว่า

ที่มา – “พิพัฒน์” สั่ง เร่งคืนผิวจราจรเหตุถนนทรุดกลางกรุง ภายใน 14 วัน

รพ.วชิรพยาบาล เปิดบริการผู้ป่วยนอก 26 ก.ย. 68

โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล แจ้งข่าวดี! เตรียมเปิดให้บริการผู้ป่วยนอกทุกประเภทตามปกติ ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2568 เป็นต้นไป หลังจากก่อนหน้านี้เกิดเหตุการณ์ถนนทรุดตัวบริเวณด้านหน้าโรงพยาบาล ทำให้ต้องมีการปรับปรุงและตรวจสอบเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์

สำหรับท่านที่รอคอยการกลับมาเปิดให้บริการของโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ตอนนี้สามารถเข้ารับการรักษาได้ตามนัดหมายเดิม หรือหากท่านมีความประสงค์จะเลื่อนนัดหมาย สามารถติดต่อโรงพยาบาลได้ตามช่องทางที่ระบุไว้ด้านล่างนี้

รพ.วชิรพยาบาล เปิดให้บริการผู้ป่วยนอกทุกประเภท

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 ทางโรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล ได้ประกาศอย่างเป็นทางการถึงการกลับมาเปิดให้บริการผู้ป่วยนอกทุกประเภท ซึ่งรวมถึงคลินิกปฐมภูมิเขตเมืองวชิรพยาบาล และคลินิกพิเศษวชิรพยาบาล เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในพื้นที่และผู้ป่วยที่ต้องการการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง

จากเหตุการณ์หลุมยุบที่เกิดขึ้นบริเวณเขตดุสิต หน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล ทางคณะฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบความปลอดภัยของโครงสร้างอาคารอย่างละเอียดถี่ถ้วน รวมถึงระบบการดูแลรักษาผู้ป่วย เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกอย่างอยู่ในสภาพที่พร้อมสำหรับการให้บริการ

ทางโรงพยาบาลวชิรพยาบาลจึงขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า โครงสร้างอาคารมีความปลอดภัยอย่างแน่นอน และโรงพยาบาลเปิดให้บริการผู้ป่วยนอกทุกประเภทตามปกติ ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2568 เป็นต้นไป

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้ารับบริการ

  • ขอความร่วมมือผู้ป่วยที่ไม่มีอาการเร่งด่วน หรือมียาเดิมเพียงพอ ติดต่อเลื่อนนัดหมายตามหมายเลขโทรศัพท์ที่ระบุไว้ในใบนัดของท่าน เพื่อลดความแออัดและอำนวยความสะดวกให้กับผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องได้รับการรักษาเร่งด่วน
  • สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการคงที่และต้องการรับยาต่อเนื่องทางไปรษณีย์ กรุณาเพิ่มเพื่อนใน Line Official Account: @v681 เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและดำเนินการตามขั้นตอนที่เจ้าหน้าที่แนะนำ

หากท่านมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-244-3000 ทางโรงพยาบาลยินดีให้บริการและให้ข้อมูลที่ท่านต้องการ

การกลับมาเปิดให้บริการของโรงพยาบาลวชิรพยาบาลในครั้งนี้ ถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้ป่วยและประชาชนในพื้นที่ ที่ต้องการการดูแลรักษาสุขภาพอย่างต่อเนื่องและมีคุณภาพ ทางโรงพยาบาลมีความมุ่งมั่นที่จะให้บริการที่ดีที่สุดแก่ทุกท่าน

ทางโรงพยาบาลวชิรพยาบาลยังคงให้ความสำคัญกับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างเคร่งครัด ขอความร่วมมือผู้เข้ารับบริการทุกท่านสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ และเว้นระยะห่างทางสังคม เพื่อความปลอดภัยของทุกท่าน

นอกจากนี้ โรงพยาบาลยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาบริการทางการแพทย์ให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ป่วยและเป็นโรงพยาบาลชั้นนำที่ประชาชนไว้วางใจ

พวกเราหวังว่าการกลับมาเปิดให้บริการของโรงพยาบาลวชิรพยาบาลครั้งนี้ จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและอำนวยความสะดวกให้กับผู้ป่วยทุกท่านได้เป็นอย่างดี หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถติดต่อโรงพยาบาลได้ตลอดเวลา

อย่าลืมตรวจสอบรายละเอียดการเข้ารับบริการและเตรียมเอกสารที่จำเป็นให้พร้อม เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการเข้ารับการรักษา ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรง

ที่มา – รพ.วชิรพยาบาล เปิดให้บริการผู้ป่วยนอกทุกประเภท เริ่ม 26 ก.ย. 68 หลังถนนทรุดตัว

“อนุทิน” สั่งเร่งสอบ ถนนทรุดตัวเร็วที่สุด รฟม.รับผิดชอบ

“นายกฯ อนุทิน” สั่งหาสาเหตุดินทรุดตัวให้เร็วที่สุด ให้ รฟม. สำรวจความเสียหายเตรียมเยียวยา และสำรวจแนวรถไฟฟ้าทั้งหมด “ชัชชาติ” ชี้ รัศมี 100 เมตร บริเวณ สน.สามเสน ยังอันตราย ขณะที่ รฟม. น้อมรับความเสียหาย รพ.วชิระ ยัน ผู้ป่วยในยังให้บริการตามปกติ

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 24 กันยายน 2568 ที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ถึงกรณีการ“อนุทิน” สั่งเร่งสอบถนนทรุดตัวเร็วที่สุด สามเสน หน้าบริเวณโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีม่วงใต้ ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่เป็นการเสียหายจากทรัพย์สิน คาดว่าการทรุดตัวจะหยุดอยู่เพียงเท่านี้ ส่วนบริเวณตรงกลางถนนที่เป็นการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินจะเป็นโครงสร้างคอนกรีตที่รับการสไลด์ได้อยู่แล้ว แต่ที่น่าเป็นห่วงตอนนี้ก็คืออาคารของสถานีตำรวจนครบาลสามเสน ที่เสาเข็ม ทรุดลงไปประมาณ 2-3 ต้น ซึ่งขณะนี้ได้อพยพผู้คนออกจากอาคารเหล่านี้หมดแล้ว ในเรื่องของความปลอดภัยของชีวิตได้ควบคุมไว้หมดแล้ว จากนี้ไปในเรื่องของด้านเทคนิคจะมอบหมายให้นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่มีความรู้ด้านวิศวกรชี้แจงเรื่องรายละเอียดต่อไป

ส่วนโรงพยาบาลวชิรพยาบาลอยู่ในสังกัด กทม. โดยจะขอให้ปิดโรงพยาบาล 1-2 วันนี้ก่อนและประสานโรงพยาบาลในเครือข่ายเชื่อมต่อกับโรงพยาบาลในกรุงเทพฯซึ่งมั่นใจว่าสามารถรองรับและให้บริการผู้ป่วยได้โดยที่ไม่มีอุปสรรคใดๆ

เมื่อถามว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจะต้องมีเจ้าภาพในการดูแลทั้งหมดหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่าความเสียหายส่วนใหญ่เกิดขึ้นในเรื่องทรัพย์สิน ทางหน่วยงานหลักคือ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ก็จะต้องเป็นคนที่รวบรวมความเสียหายต่างๆ และไล่ทอดไปว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ เบื้องต้นต้องไปดูว่าเกิดจากอะไร เกิดจากการก่อสร้างการออกแบบหรือจากธรรมชาติ โดยจะต้องมีทีมงานต่างๆ เข้ามา คงต้องกลับไปใช้ในรูปแบบเหมือนตอนที่ตึกสตง. ถล่ม ที่จะต้องมีการระดมกำลังกัน ซึ่งจะต้องมีการเคลียร์พื้นที่ให้กลับมาสู่สภาพเดิมให้เร็วที่สุด และจะต้องเยียวยาผู้เสียหาย ที่เป็นเรื่องของรถยนต์ที่ตกลงไป รวมถึงเรื่องของการพิสูจน์ว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจากอะไร ที่ตอนนี้ยังไม่สามารถบอกได้ แต่ยืนยันได้ว่าเป็นเรื่องของการผิดพลาดแน่นอน เรื่องนี้เป็นเรื่องของวิศวกรรมศาสตร์ล้วนๆ ที่จะต้องหาสาเหตุให้ได้

เมื่อถามว่ากรณีดินไหลเข้ารถไฟฟ้าเรื่องของการผิดพลาดทางวิศวกรรมใช่หรือไม่ นายอนุทินระบุว่าตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการสันนิษฐานซึ่งต้องไปขยายผลว่ามันเริ่มมาจากอะไร ที่เมื่อช่วงเช้าจุดเริ่มคือคนเห็นว่ามีน้ำเอ่อขึ้นมาบนพื้นถนนซึ่งเป็นความผิดปกติ แล้วจากนั้นก็มีการยุบตัวและทรุดตัว จึงต้องไล่ขยายผลไปเรื่อยๆว่าเกิดจากอะไร การถมดินของอุโมงค์ทั้ง 2 ชั้นแน่นหรือไม่ และเรื่องปริมาณน้ำที่ไหลเข้ามาไหลมาได้อย่างไร เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางรฟม.จะต้องเร่งสำรวจแนวเส้นรถใต้ดินทั้งหมด ทั้งที่ก่อสร้างเสร็จไปแล้วและกำลังก่อสร้างอยู่ และต้องเร่งดำเนินการที่จะทำให้เกิดความปลอดภัยของประชาชนสูงสุด โดย 1-2 วันนี้จะต้องสามารถหาสาเหตุให้ได้ ส่วนเรื่องซ่อมแซมก็จะต้องให้เร็วที่สุดเพราะบริเวณนี้จะต้องใช้งานต่อไป

“ตอนนี้ถ้าถามทางด้านเทคนิคยังไม่มีใครฟันธงได้จึงต้องขอลงไปในรายละเอียด โดยทางกรมโยธาธิการและผังเมืองจะต้องเป็นเจ้าภาพในการรวบรวมนักวิชาการผู้มีความรู้ทางด้านเทคนิคต่างๆรวมถึงแสวงหาความร่วมมือกับหน่วยงานที่มีเทคโนโลยีเจาะอุโมงค์ ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดคือการ“อนุทิน” สั่งเร่งสอบถนนทรุดตัวเร็วที่สุดก่อน”

ด้านนายชัชชาติ กล่าวว่าเมื่อช่วงเช้าได้มีการสั่งการให้ปิดน้ำเนื่องจากท่อประปาแตกทำให้ดินสไลด์ตัวมากขึ้นรวมถึงให้การไฟฟ้านครหลวงมาตัดไฟ ไม่เช่นนั้นเสาไฟอาจจะไปดึงที่อื่นล้ม ขณะที่ทางรฟม.ต้องเร่งอุดอุโมงค์เพื่อให้หยุดการสไลด์และสามารถถมดินเพื่อให้เร่งกลับมาใช้งานได้ ส่วนกรมโยธาธิการและผังเมืองและกรุงเทพมหานครต้องประเมินอาคารโดยรอบซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินการประเมินอยู่ ยืนยันว่าทางโรงพยาบาลวชิรพยาบาลไม่ได้มีความกังวลเพราะมีกำแพงกั้นอยู่ จึงหยุดให้การบริการผู้ป่วยนอกก่อนเพื่อหยุดการเดินทางของประชาชนมาในพื้นที่ ส่วนผู้ป่วยในยังอยู่ได้ ส่วนฝ่ายตรงข้ามที่เป็นสถานีตำรวจยังเป็นจุดอันตรายต้องมีการควบคุมเพื่อไม่ให้ประชาชนเข้ามาในรัศมีประมาณ 100 เมตรจากจุดเกิดเหตุ แต่สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังต่อคือเรื่องฝน หากมีฝนเข้ามาอาจจะทำให้ดินมีการสไลด์มากขึ้นโดยให้ทางสำนักระบายน้ำเตรียมเครื่องมือรองรับเรียบร้อยแล้ว ที่คาดว่าน่าจะมีฝนตกเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 28- 29 กันยายน นี้

ขณะที่ นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ รฟม.กล่าวว่า ที่เกิดเหตุเป็นการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีม่วงใต้ บริเวณสถานีโรงพยาบาลวชิรพยาบาลซึ่งเป็นอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินที่มุ่งหน้าไปทางอาคารรัฐสภาซึ่งเป็นอุโมงค์ซ้อนกัน 2 ชั้น โดยอุโมงค์ชั้นบนลึกประมาณ 15 เมตร และชั้นล่างอยู่ประมาณ 20 เมตรเศษ โดยสาเหตุที่เกิดขณะนี้ รฟม. และภาควิชาการ อยู่ระหว่างการตรวจสอบสาเหตุที่เกิดขึ้น แต่จากข้อเท็จจริง คือ มีการเคลื่อนตัว ซึ่งคาดว่าเกิดจากน้ำใต้ดินและดินที่มีการเคลื่อนตัวในอุโมงค์ชั้นล่าง ทำให้รอยต่อระหว่างตัวอุโมงค์และผนังสถานีมีการเคลื่อนตัว ส่งผลให้ดินมีทรุดตัวลงไป และดินบางส่วนพร้อมกับน้ำที่บริเวณท่อประปาหลักหักด้วย ทำให้น้ำและดินไหลเข้าไปบริเวณสถานีบางส่วน โดยขณะนี้ทาง รฟม. กำลังเร่งหยุดการเคลื่อนตัวของดินทั้งหมด และจะรีบคืนสภาพโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ ความเสียหายที่เกิดขึ้น รฟม. รับผิดชอบทั้งหมด

ด้านผศ.นพ.จักราวุธ มณีฤทธิ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล กล่าวว่า ขณะนี้ รพ.วชิระ หยุดให้บริการเฉพาะในส่วนผู้ป่วยนอก 2 วัน คือ วันที่ 24-25 ก.ย. 68 แต่ในส่วนของผู้ป่วยฉุกเฉินและผู้ป่วยใน ยังคงให้บริการตามปกติ ส่วนในเรื่องการตัดไฟฟ้าของ กฟน. ไม่มีผลกระทบ เพราะโรงพยาบาลมีระบบไฟฟ้าสำรองเพียงพอ สำหรับในส่วนของเรื่องน้ำก็ได้รับการสนับสนุนรถน้ำจากการประปานครหลวง

“อนุทิน” สั่งเร่งสอบถนนทรุดตัวเร็วที่สุด

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับ “อนุทิน” สั่งเร่งสอบถนนทรุดตัวเร็วที่สุด

สรุปได้ว่าเหตุการณ์“อนุทิน” สั่งเร่งสอบถนนทรุดตัวเร็วที่สุดนั้น ทาง รฟม. ได้น้อมรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้น และกำลังเร่งหาสาเหตุของการทรุดตัวอย่างละเอียด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยในอนาคต การตรวจสอบนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยของประชาชนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

เราควรติดตามข่าวสารและความคืบหน้าของเหตุการณ์นี้อย่างใกล้ชิด เพื่อรับทราบข้อมูลที่เป็นประโยชน์และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

ที่มา – “อนุทิน” สั่งเร่งสอบถนนทรุดตัวเร็วที่สุด – รฟม. ขอน้อมรับความเสียหายทั้งหมด

กรวีร์ชี้ ถนนทรุดต้องรอนายกฯ อนุทิน ตรวจสอบ

จากกรณีถนนทรุดที่เกิดขึ้นใจกลางกรุงเทพฯ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส. พรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาแสดงความคิดเห็น โดยเน้นย้ำว่าเหตุการณ์ถนนทรุดดังกล่าวไม่ควรเกิดขึ้น และต้องรอให้นายกรัฐมนตรี “อนุทิน” ลงพื้นที่สำรวจก่อนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส. พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีถนนสามเสนทรุด บริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคมและกรุงเทพมหานคร ต้องเข้ามาตรวจสอบว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะในมุมของประชาชนนั้นเกิดความไม่สบายใจอย่างมาก หลังจากที่เคยเห็นเหตุการณ์ถนนพระราม 2 ทรุดมาก่อนแล้ว และไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ทำนองเดียวกันขึ้นอีกในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ขณะเดียวกัน สาเหตุของถนนทรุดในครั้งนี้ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ในมุมมองของประชาชนทั่วไป เหตุการณ์เช่นนี้ไม่ควรเกิดขึ้นอย่างแน่นอน จะต้องมีมาตรการป้องกันและรักษาความปลอดภัยในระหว่างการก่อสร้าง และควรมีมาตรฐานการก่อสร้างที่เข้มงวดอยู่แล้ว

“เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไข เพราะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการสัญจรของประชาชน และยังสร้างความกังวลใจให้กับผู้ที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง” นายกรวีร์กล่าว

ส่วนประเด็นที่ว่า จะต้องมีการทบทวนโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินในกรุงเทพฯ หรือไม่ เนื่องจากระบบชั้นดินของกรุงเทพฯ เริ่มมีปัญหา นายกรวีร์ กล่าวว่า หากเป็นถนนของกระทรวงคมนาคม พื้นที่ของกรุงเทพมหานคร หรือของกระทรวงมหาดไทย จะต้องมีการสำรวจกรณีอื่นๆ ในพื้นที่อื่นๆ ด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอย หากเป็นปัญหาโครงสร้างดิน จะต้องพิจารณาว่าในอนาคต การก่อสร้างโครงการลักษณะนี้ จะมีการกำหนดมาตรฐานต่างๆ เพิ่มเติมอย่างไร เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยอย่างสูงสุด ซึ่งหากนายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่พร้อมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก็จะได้รับทราบรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างแน่นอน

กรวีร์ชี้ ถนนทรุดต้องรอนายกฯ อนุทิน ตรวจสอบ

มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาถนนทรุด

นายกรวีร์ยังกล่าวถึงมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาถนนทรุด ว่า ผู้รับเหมาจะต้องหาวิธีการและมาตรการป้องกันที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องตรวจสอบและดูแลโครงสร้างพื้นฐานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่ามีความปลอดภัยและแข็งแรง

ความสำคัญของการตรวจสอบพื้นที่ก่อนการก่อสร้าง

“การตรวจสอบสภาพชั้นดินและโครงสร้างพื้นฐานก่อนการก่อสร้างใดๆ เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต” นายกรวีร์กล่าวเสริม

ปัญหาถนนทรุดที่เกิดขึ้นนี้ เป็นสัญญาณเตือนให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องหันมาใส่ใจและให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศอย่างจริงจัง เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนทุกคน

  • ตรวจสอบสภาพชั้นดินอย่างละเอียดก่อนการก่อสร้าง
  • กำหนดมาตรฐานการก่อสร้างที่เข้มงวด
  • ดูแลรักษาโครงสร้างพื้นฐานอย่างสม่ำเสมอ
  • มีมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อให้มั่นใจว่ากรุงเทพมหานครและประเทศไทยของเรา จะเป็นเมืองที่ปลอดภัยและน่าอยู่สำหรับทุกคน

อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาระยะยาวและการป้องกันอนาคตถือเป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่า การลงทุนในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อปรับปรุงวิธีการก่อสร้างและบำรุงรักษาถนน ควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด และการส่งเสริมความตระหนักรู้ของประชาชนเกี่ยวกับความปลอดภัยทางถนน จะช่วยลดความเสี่ยงของอุบัติเหตุและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากปัญหาถนนทรุดได้

ที่มา – “กรวีร์” ชี้ เรื่องถนนทรุด ต้องรอนายกฯ “อนุทิน” ลงพื้นที่สำรวจก่อน

Scroll to top