โหวตนายกใหม่

ถ่ายทอดสด! จับตาประชุมสภาฯ โหวตนายกฯ คนที่ 32

เกาะติดถ่ายทอดสด การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เตรียมพร้อมสำหรับการโหวตนายกฯ คนที่ 32 อย่างใกล้ชิด พรรคประชาชนเตรียมตัดสินใจครั้งสุดท้ายว่าจะสนับสนุนใครในการลงมติครั้งสำคัญนี้

วันที่ 3 กันยายน 2568 นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เปิดการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 2 ปีที่ 3 ครั้งที่ 18, 19 และ 20 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 3-5 กันยายน 2568 เวลา 9.00 น. โดยมีวาระสำคัญคือการเตรียมความพร้อมสำหรับการโหวตนายกฯ คนที่ 32

การโหวตนายกฯ คนที่ 32 ในครั้งนี้ คาดการณ์ว่าจะมีการแข่งขันกันระหว่างสองพรรคหลัก ได้แก่ พรรคเพื่อไทยที่เสนอชื่อนายชัยเกษม นิติศิริ และพรรคภูมิใจไทยที่เสนอชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล ทั้งสองพรรคจะต้องได้รับเสียงสนับสนุนอย่างน้อย 247 เสียงเพื่อคว้าชัยชนะ

พรรคเพื่อไทยประเมินว่ามีเสียงสนับสนุนในมือราว 200 เสียง หลังจากมี สส. บางส่วนแปรพักตร์ไปสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย ในขณะที่พรรคภูมิใจไทยคาดว่าจะรวบรวมเสียงได้ประมาณ 150 เสียง

ดังนั้น ทั้งสองพรรคจึงให้ความสนใจไปยังพรรคประชาชน ซึ่งมีเสียงอยู่ในมือประมาณ 140 เสียง และถือเป็นกุญแจสำคัญในการโหวตนายกฯ คนที่ 32 ครั้งนี้

พรรคประชาชนได้แจ้งต่อสื่อมวลชนว่าจะมีการประชุมกรรมการบริหารพรรคในวันนี้ เพื่อตัดสินใจว่าจะสนับสนุนพรรคใด แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีกระแสข่าวว่าพรรคอาจจะเทคะแนนให้กับพรรคภูมิใจไทย

กระบวนการโหวตนายกฯ คนที่ 32 จะยังคงใช้วิธีการขานชื่อ สส. ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนทั้งสิ้น 492 คน หากมีการเสนอชื่อผู้ท้าชิงจากสองพรรค สส. แต่ละคนจะต้องลุกขึ้นขานชื่อเพื่อแสดงเจตจำนงว่าจะสนับสนุนใคร คาดการณ์ว่าการลงมติจะมีขึ้นในวันศุกร์ที่ 5 กันยายน เนื่องจากต้องแจ้งให้ สส. ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน

ถ่ายทอดสด! จับตาประชุมสภาฯ โหวตนายกฯ คนที่ 32

ติดตามการถ่ายทอดสดการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาและโหวตนายกฯ คนที่ 32 ได้ที่นี่ เพื่อไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่สำคัญ

สถานการณ์ล่าสุดก่อนการโหวตนายกฯ คนที่ 32

สถานการณ์ก่อนการโหวตมีความเข้มข้นอย่างมาก แต่ละพรรคการเมืองต่างเร่งเจรจาเพื่อรวบรวมเสียงสนับสนุนให้ได้มากที่สุด การตัดสินใจของพรรคประชาชนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อผลการลงมติ

การเมืองไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ การโหวตนายกฯ คนที่ 32 จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ และส่งผลต่อทิศทางของประเทศในอนาคตอันใกล้ การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งที่ประชาชนควรให้ความสนใจ

ผลการโหวตนายกฯ คนที่ 32 จะเป็นอย่างไร ใครจะเป็นผู้ที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหว

การโหวตนายกฯ คนที่ 32 ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของการเมือง แต่เป็นเรื่องของอนาคตประเทศ การตัดสินใจของ สส. แต่ละท่านจึงมีความหมายอย่างยิ่ง

สถานการณ์เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา การติดตามข่าวสารและการวิเคราะห์ข้อมูลจากหลายแหล่งจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เข้าใจถึงภาพรวมและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการโหวตนายกฯ คนที่ 32

มาร่วมกันจับตาดูว่าผลของการโหวตครั้งนี้จะนำพาประเทศไทยไปในทิศทางใด และเราในฐานะประชาชนจะสามารถมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์อนาคตที่ดีได้อย่างไร

ที่มา – ถ่ายทอดสด จับตาวันแรก ที่ประชุมสภาฯ เตรียมโหวตนายกฯ คนที่ 32(คลิป)

“พรรคประชาชน” เตรียมแถลง โหวตนายกฯ คนที่ 32

พรรคประชาชน เตรียมแจ้งผลการตัดสินใจของคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) กรณีการโหวตนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ในเช้าวันพรุ่งนี้ที่รัฐสภาฯ คาดการณ์ว่าจะสนับสนุนพรรคเพื่อไทยหรือพรรคภูมิใจไทย

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ของพรรคประชาชน ปรากฏว่ายังไม่มีมติเรื่องการโหวตนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ให้กับแคนดิเดตจากพรรคเพื่อไทยหรือพรรคภูมิใจไทย และได้ปฏิเสธกระแสข่าวการจับมือกับพรรคภูมิใจไทย โดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคประชาชน และนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ และประธานคณะกรรมการพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ได้แถลงต่อสื่อมวลชนว่า ในวันนี้เป็นเพียงการให้ความเห็นเท่านั้น ยังไม่มีการลงมติใดๆ และการตัดสินใจจะขึ้นอยู่กับการประชุมของคณะกรรมการบริหารพรรคประชาชนในวันพรุ่งนี้ (3 กันยายน) ซึ่งจะมีการลงมติในเรื่องการโหวตนายกรัฐมนตรี

ล่าสุดเมื่อเวลา 19.29 น. ที่ผ่านมา พรรคประชาชนได้แจ้งว่า ในวันพุธที่ 3 กันยายน 2568 เวลา 09.30 น. ณ อาคารรัฐสภา จะมีการแถลงข่าวผลการประชุมและมติของคณะกรรมการบริหารพรรคเกี่ยวกับการโหวตนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องจับตามองคือ ทิศทางการโหวตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาชน ซึ่งมีจำนวน สส. มากถึง 143 เสียง จะมีมติสนับสนุนพรรคเพื่อไทยหรือพรรคภูมิใจไทย หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติม จะรายงานให้ทราบต่อไป

“พรรคประชาชน” เตรียมแถลง โหวตนายกรัฐมนตรีคนที่ 32

การตัดสินใจของพรรคประชาชนในการโหวตนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ถือเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งในการกำหนดทิศทางทางการเมืองของประเทศ เนื่องจากพรรคมีจำนวน สส. มากที่สุดในสภาฯ ดังนั้น มติของพรรคจึงมีผลต่อการจัดตั้งรัฐบาลอย่างมีนัยสำคัญ การที่พรรคยังไม่ตัดสินใจว่าจะสนับสนุนพรรคใด ทำให้สถานการณ์ทางการเมืองยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

การแถลงข่าวในวันพรุ่งนี้จึงเป็นที่จับตามองของทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นสื่อมวลชน นักวิเคราะห์การเมือง รวมถึงประชาชนทั่วไป ต่างก็ต้องการทราบว่าพรรคประชาชนจะมีท่าทีอย่างไร และจะตัดสินใจสนับสนุนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคใด

ปัจจัยที่อาจมีผลต่อการตัดสินใจของพรรคประชาชนในการโหวตนายกรัฐมนตรีคนที่ 32

  • ข้อตกลงทางการเมือง: อาจมีการเจรจาและตกลงเงื่อนไขระหว่างพรรคประชาชนกับพรรคเพื่อไทยหรือพรรคภูมิใจไทย เพื่อแลกกับการสนับสนุนในการโหวตนายกรัฐมนตรี
  • นโยบายของพรรค: พรรคประชาชนอาจพิจารณานโยบายของแต่ละพรรค และเลือกสนับสนุนพรรคที่มีนโยบายสอดคล้องกับอุดมการณ์และเป้าหมายของพรรค
  • ความเห็นของสมาชิกพรรค: การตัดสินใจของพรรคอาจขึ้นอยู่กับความเห็นของสมาชิกพรรค รวมถึง สส. และกรรมการบริหารพรรค

การตัดสินใจของพรรคประชาชนในการโหวตนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 จะส่งผลกระทบต่อการเมืองไทยอย่างมาก ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ก็ย่อมนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายใหม่ๆ ต่อไป

การเมืองไทยยังคงต้องจับตามองต่อไปอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไปในทิศทางที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม

ที่มา – “พรรคประชาชน” จ่อแถลงมติ กก.บห. โหวตนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 เช้าพรุ่งนี้ที่สภาฯ

“ภูมิธรรม” ยัน ยังไม่ได้เตรียมยุบสภา รอพรรคจับมือ

“ภูมิธรรม” ลั่นรอพรรคประชาชน-พรรคภูมิใจไทย จับมือเมื่อไหร่ค่อยว่ากันจะยุบสภาหรือไม่ ชี้ ปชน. ยังไม่ตัดสินใจ อย่าเพิ่งคิดไปไกล ด้าน “สรวงศ์” ย้ำ ตอนนี้ยังไม่มีการทูลเกล้าใดๆ ทั้งสิ้น

เมื่อเวลา 17.27 น. วันที่ 2 ก.ย. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังมีกระแสข่าวที่ประชุมสส.พรรคประชาชน(ปชน.)มีมติสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.)เป็นนายกฯ คนที่ 32 ว่า พรรคปชน. เขาบอกแล้ว เพิ่งแจ้งมาว่า ไม่มีการนัด ไม่มีการเจอ แล้วจะไปพูดในสิ่งที่เลื่อนลอยได้อย่างไร

เมื่อถามว่า เหมือนพรรคปชน. บอกว่าเพียงแค่รอขั้นตอนการเห็นชอบของกรรมการบริหารพรรคก็จบแล้วในวันที่ 3 ก.ย. นายภูมิธรรม กล่าวว่า มันไม่แน่ เขาก็บอกว่าไม่เกี่ยว ยังไม่ได้ตัดสินใจ

เมื่อถามถึงกรณีที่นายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะเลขาธิการพรรค พท.ให้สัมภาษณ์ว่า เริ่มกระบวนการยุบสภาแล้วนั้น นายภูมิธรรม กล่าวว่า ก็บอกแล้วว่าเป็นขั้นตอนต่อไป ต้องรอความชัดเจนก่อนว่าอะไรเป็นอะไร เมื่อถามว่า โดยส่วนตัวเตรียมยุบสภาหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า “ยังไม่ได้เตรียม ผมบอกว่ายังอยู่ในขั้นตอนการเจรจาเลย ยังไม่มีความชัดเจน ให้เขาประกาศจับมือกันเมื่อไหร่แล้วค่อยมาว่ากัน” เมื่อถามอีกว่า หากพรรคปชน.ประกาศจับมือกับพรรคภท.เมื่อไหร่จะยุบสภาเลยใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ยังไม่คิดอะไรเลย อย่าเพิ่งไปไกล

ต่อมา เวลา 17.55 น. นายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า “เห็นข่าวหลายสำนักพาดหัวว่าผมให้สัมภาษณ์ว่ากระบวนการยุบสภาเริ่มต้นขึ้นแล้ว ต้องขอเรียนว่าสิ่งที่หมายความถึงคือการคืนอำนาจให้ประชาชนเป็นสิ่งที่พรรคเพื่อไทยคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ขอเรียนว่า การยุบสภาเป็นพระราชอำนาจ ส่วนขั้นตอนขอให้ผู้ที่ทำหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ดำเนินการครับ ย้ำว่ายังไม่มีการทูลเกล้าใดๆทั้งสิ้นครับ”

“ภูมิธรรม” ยัน ยังไม่ได้เตรียมยุบสภา รอพรรคประชาชน-ภูมิใจไทย จับมือค่อยว่ากัน

จากสถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังเป็นไปในขณะนี้ ประเด็นเรื่องการยุบสภากลับมาเป็นที่จับตามองอีกครั้ง โดยเฉพาะหลังจากที่มีกระแสข่าวเกี่ยวกับพรรคประชาชน (ปชน.) และพรรคภูมิใจไทย (ภท.)

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นดังกล่าว โดยยืนยันว่ายังไม่ได้มีการเตรียมการเรื่องยุบสภาแต่อย่างใด และต้องรอความชัดเจนในการจับมือกันระหว่างพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทยเสียก่อน

จุดยืนของแต่ละพรรคต่อการยุบสภา

สถานการณ์ปัจจุบันมีความซับซ้อน เนื่องจากแต่ละพรรคการเมืองมีท่าทีที่แตกต่างกันออกไป พรรคประชาชนยังไม่ได้มีการตัดสินใจที่ชัดเจนว่าจะสนับสนุนใครเป็นนายกรัฐมนตรี ในขณะที่พรรคเพื่อไทย (พท.) โดยนายสรวงศ์ เทียนทอง ได้ออกมาให้ข้อมูลว่ากระบวนการยุบสภาอาจจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว แต่ก็ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ

ความเห็นของนักวิเคราะห์การเมือง

นักวิเคราะห์การเมืองหลายท่านมองว่า การยุบสภาเป็นไปได้ยากในขณะนี้ เนื่องจากยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ และการเจรจาต่อรองทางการเมืองยังคงดำเนินต่อไป อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป การยุบสภาก็อาจจะเป็นทางเลือกที่ถูกนำมาพิจารณาอีกครั้ง

สิ่งที่เราต้องติดตามต่อไปคือ การตัดสินใจของพรรคประชาชนว่าจะจับมือกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ หากมีการจับมือกันเกิดขึ้น สถานการณ์ทางการเมืองจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร และจะนำไปสู่การยุบสภาหรือไม่

การเมืองเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอน การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้เสมอ สิ่งสำคัญคือการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้าน เพื่อให้เข้าใจถึงสถานการณ์ที่แท้จริง

ในขณะที่การเมืองไทยยังคงมีความผันผวน การยุบสภาก็ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด การตัดสินใจของแต่ละพรรคการเมืองจะมีผลต่ออนาคตของประเทศ ดังนั้นเราในฐานะประชาชนจึงควรติดตามข่าวสารและแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์

สรุป:

สถานการณ์การเมืองยังไม่แน่นอน การยุบสภายังเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ที่มา – “ภูมิธรรม” ยัน ยังไม่ได้เตรียมยุบสภา รอพรรคประชาชน-ภูมิใจไทย จับมือค่อยว่ากัน

พรรคประชาชน ยังไม่มีมติโหวตนายกฯ รอเคาะพรุ่งนี้

สถานการณ์การเมืองยังคงร้อนระอุ! พริษฐ์-ปกรณ์วุฒิ โต้ข่าวลือ พรรคประชาชนลงมติโหวตให้ภูมิใจไทย ย้ำชัดเจนว่าวันนี้พรรคประชาชน ยังไม่มีมติโหวตนายกฯ ให้พรรคใดทั้งสิ้น มีเพียงการรับฟังความคิดเห็นเท่านั้น โดยโยนให้ที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคเคาะอีกทีในวันพรุ่งนี้ ยืนยันไม่ลืมอดีต แต่ขอดูข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านก่อนตัดสินใจ

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 เวลา 17.19 น. ณ อาคารอนาคตใหม่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคประชาชน และ นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ และประธานวิปฝ่ายค้าน ได้ร่วมกันแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ภายหลังการประชุม สส. และกรรมการบริหารพรรค เพื่อหารือแนวทางการโหวตนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ซึ่งเป็นการประชุมต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 หลังจากเมื่อวานนี้เสียงในพรรคยังแตกเป็น 3 ฝ่าย

นายพริษฐ์ กล่าวว่า ในวันนี้พรรคประชาชน ยังไม่มีมติโหวตนายกฯ โดยตลอด 2 วันที่ผ่านมา พรรคได้เปิดรับฟังความคิดเห็นของ สส. และทุกองคาพยพของพรรคทั่วประเทศอย่างกว้างขวาง รวมถึงได้ส่งข้อความไปยังสมาชิกพรรคทั่วประเทศราว 100,000 คน เพื่อขอความเห็นเกี่ยวกับการเลือกนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้

“วันนี้มีการประชุมเพิ่มเติม เนื่องจากเมื่อวานนี้มี สส. หลายท่านติดภารกิจในการประชุมกรรมาธิการที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ วันนี้ สส. เดินทางมาเกือบครบ และมีความเห็นเพิ่มเติมพอสมควร แต่อย่างไรก็ตาม วันนี้เรายังคงเปิดรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกพรรคต่อไป โดยในวันพรุ่งนี้จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารของพรรคเพื่อตัดสินใจครั้งสุดท้ายว่าจะโหวตสนับสนุนนายกรัฐมนตรีคนใด” นายพริษฐ์ กล่าว

พรรคประชาชน ยังไม่มีมติโหวตนายกฯ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า พรุ่งนี้จะทราบผลแน่ชัดใช่หรือไม่ว่าพรรคจะโหวตให้ใคร นายปกรณ์วุฒิ ยืนยันว่า “ใช่ครับ” แต่ย้ำว่าขณะนี้ยังไม่มีการตัดสินใจไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง และยังไม่ได้กำหนดเวลานัดหมายเพื่อหารือกับผู้บริหารพรรค เพียงแต่จะเร่งดำเนินการนัดหมายให้เร็วที่สุด

นายปกรณ์วุฒิ ยังได้ปฏิเสธข่าวลือที่ว่าพรรคประชาชนมีมติโหวตสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย โดยยืนยันว่า พรรคประชาชน ยังไม่มีมติโหวตนายกฯ ให้ใคร และวันนี้เป็นเพียงการรับฟังความคิดเห็นเท่านั้น ไม่มีการลงมติใดๆ ทั้งสิ้น

“สส. ทุกคนได้แสดงความคิดเห็น และเข้าใจดีว่าเรื่องนี้ไม่ใช่การตัดสินใจที่ง่าย ทุกคนเข้าใจว่านี่ไม่ใช่การเลือกนายกรัฐมนตรีที่ดีที่สุด แต่เป็นการเลือกนายกฯ เพื่อนำไปสู่การยุบสภาและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนเห็นตรงกัน แต่ก็ยังมีความคิดเห็นที่หลากหลาย” นายปกรณ์วุฒิ กล่าวเสริม

ส่วนกระแสข่าวที่ปล่อยออกมานั้น นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ปล่อยข่าว และมีเจตนาใด

ด้านนายพริษฐ์ ได้ตอบโต้นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี ที่กล่าวว่า การยุบสภาเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัว โดยยืนยันว่า พรรคประชาชนไม่ได้เอาผลประโยชน์ส่วนตัวเป็นตัวตั้ง แต่ยึดตามข้อเสนอ 3 ข้อที่มีความชัดเจนและมีรายละเอียดแล้ว พร้อมย้ำว่าหากจะยุบสภาก็ไม่ต้องรอพรรคประชาชน

ปัจจัยในการตัดสินใจของพรรคประชาชน

“ถ้าจะพูดถึงความรู้สึกมันก็มีกันหมด แต่ไม่ได้เอาความรู้สึกมาเป็นตัวตั้ง แต่อดีตเราไม่ลืม แต่ไม่ได้เอามาตัดสินใจ จะดูข้อเท็จจริงต่างๆ ว่าทางเลือกไหนมีแนวโน้มที่ทำให้เรารักษาสัญญาณให้ดีที่สุด” นายพริษฐ์กล่าว

การตัดสินใจของพรรคประชาชนในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะชี้ชะตาการจัดตั้งรัฐบาล และการเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย ทุกฝ่ายต่างจับตามองว่ากรรมการบริหารพรรคจะเคาะชื่อใครในวันพรุ่งนี้ และจะมีทิศทางการโหวตอย่างไร

การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของการเมืองไทย และความสำคัญของการประนีประนอมเพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ พรรคประชาชนจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อประชาชนและประเทศชาติ

ที่มา – พรรคประชาชน ยังไม่มีมติ โหวตนายกฯ ให้พรรคใด รอ กก.บห. เคาะอีกทีพรุ่งนี้

ไทยรัฐโพล: โหวตนายกฯ ประยุทธ์-ชัยเกษม แก้เศรษฐกิจ

ผลสำรวจความคิดเห็นจากผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ในหัวข้อ “ถ้าสภาฯ โหวตนายกฯ สัปดาห์หน้า คุณอยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีมากที่สุด” ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยมีผู้ร่วมตอบแบบสอบถามถึง 6,843 คน และผลปรากฏว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับคะแนนสนับสนุนสูงสุดเป็นอันดับหนึ่ง สะท้อนให้เห็นถึงความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งสำคัญทางการเมือง

จากผลสำรวจ ไทยรัฐโพล: ผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์โหวตประยุทธ์-ชัยเกษม นั่งนายกฯ อยากเห็นการแก้ไขเศรษฐกิจ พบว่า 42.46% ของผู้ตอบแบบสอบถามต้องการให้ พลเอก ประยุทธ์ กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ตามมาด้วย นายชัยเกษม นิติสิริ ที่ได้รับคะแนน 26.86% และนายอนุทิน ชาญวีรกูล 18.79% ส่วนนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ได้รับคะแนนสนับสนุน 8.51% และ 3.38% ตามลำดับ

นอกจากคำถามเกี่ยวกับตัวบุคคลแล้ว แบบสำรวจยังเจาะลึกถึงปัจจัยสำคัญที่ผู้ตอบแบบสอบถามใช้ในการตัดสินใจเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ โดยผู้ร่วมโหวตสามารถเลือกได้มากกว่าหนึ่งข้อ ซึ่งมีผู้ตอบคำถามในส่วนนี้จำนวน 5,451 คน

ไทยรัฐโพล: ผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์โหวตประยุทธ์-ชัยเกษม นั่งนายกฯ อยากเห็นการแก้ไขเศรษฐกิจ

ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่า การแก้ไขเศรษฐกิจและปัญหาค่าครองชีพเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการตัดสินใจเลือกนายกรัฐมนตรี โดยมีผู้เลือกปัจจัยนี้สูงถึง 25.93% สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน

ปัจจัยรองลงมาคือ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะประเด็นชายแดนกัมพูชา ที่มีผู้ให้ความสำคัญ 18.43% และความสะอาดโปร่งใส รวมถึงการต่อต้านคอร์รัปชัน ที่ได้รับความสนใจจาก 15.53% ของผู้ตอบแบบสอบถาม นี่แสดงให้เห็นว่าประชาชนให้ความสำคัญกับนโยบายต่างประเทศและธรรมาภิบาลของผู้ที่จะมาเป็นผู้นำประเทศ

ประเด็นสำคัญจากไทยรัฐโพล: ผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์โหวตประยุทธ์-ชัยเกษม นั่งนายกฯ อยากเห็นการแก้ไขเศรษฐกิจ

  • พลเอก ประยุทธ์ นำโด่งด้วยคะแนน 42.46%
  • ชัยเกษม นิติสิริ ตามมาเป็นอันดับสองด้วย 26.86%
  • การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเป็นปัจจัยชี้วัดสำคัญที่สุด

ภาพรวมของผลสำรวจนี้ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยมีผู้เข้าชมมากกว่า 586,000 ครั้ง การเปิดโหวตเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม เวลา 18.22 น. และเปิดให้ผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ร่วมโหวตได้จนถึงวันที่ 5 กันยายน เวลา 18.00 น. ที่ https://poll.thairath.co.th/campaign/newPM

ผลสำรวจ ไทยรัฐโพล: ผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์โหวตประยุทธ์-ชัยเกษม นั่งนายกฯ อยากเห็นการแก้ไขเศรษฐกิจ แสดงให้เห็นถึงความต้องการของประชาชนที่ต้องการผู้นำที่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของพวกเขาได้ นอกจากนี้ ประเด็นเรื่องความโปร่งใสและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศก็เป็นสิ่งที่ประชาชนให้ความสำคัญอย่างมากในการพิจารณาเลือกผู้นำประเทศ

สิ่งที่น่าสนใจคือ การที่ประเด็นเศรษฐกิจมาเป็นอันดับหนึ่ง สะท้อนว่าประชาชนกำลังเผชิญกับความยากลำบากในชีวิตประจำวัน และต้องการผู้นำที่เข้าใจปัญหาและมีแนวทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรม การเลือกนายกรัฐมนตรีจึงไม่ใช่แค่เรื่องของการเมือง แต่เป็นเรื่องปากท้องและความอยู่รอดของประชาชน

ที่มา – Thairath Poll: ผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์โหวตประยุทธ์-ชัยเกษม นั่งนายกฯ อยากเห็นการแก้ไขเศรษฐกิจ

“ทักษิณ” เข้าเพื่อไทย แจงมาให้กำลังใจเฉยๆ จริงหรือ?

“ทักษิณ” เข้าเพื่อไทย แจงมาให้กำลังใจเฉยๆ จริงหรือ? การปรากฏตัวของอดีตนายกฯ สร้างความฮือฮา แต่สุริยะยืนยันไม่มีอัศวินขี่ม้าขาวแน่นอน เรามาเจาะลึกถึงเบื้องหลังการมาเยือนพรรคเพื่อไทยของนายทักษิณในครั้งนี้กัน

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 เวลา 15.52 น. นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเปิดเผยสั้นๆ ขณะเดินทางออกจากที่ทำการพรรคเพื่อไทย ซึ่งในวันเดียวกันนั้นเอง พรรคเพื่อไทยได้มีการประชุม สส. โดยมี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นประธานในการประชุม พร้อมทั้งมี นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนสุดท้ายของพรรคเพื่อไทย เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ด้วย

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงการให้กำลังใจ รวมถึงสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันที่มีทางออกหรือไม่ นายทักษิณ ตอบเพียงสั้นๆ ว่า “ไม่รู้ ผมมาให้กำลังใจเฉยๆ” เมื่อถูกถามถึงกรณีที่เคยกล่าวว่าผิดที่ไว้ใจ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม มากเกินไป นายทักษิณ ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว แต่ได้กล่าวซ้ำอีกครั้งว่า “มาให้กำลังใจเฉยๆ” ก่อนที่จะขึ้นรถยนต์เมอร์เซเดส-มายบัค ทะเบียน พร 195 กรุงเทพมหานคร และเดินทางออกจากพรรคเพื่อไทยไป

ในช่วงเวลา 16.00 น. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย ได้ให้สัมภาษณ์ภายหลังจากการประชุมว่า ในวันนี้ไม่ได้มีการพูดคุยถึงเรื่องแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แม้ว่านายชัยเกษม จะเข้าร่วมการประชุมด้วยก็ตาม การประชุมในครั้งนี้เป็นเพียงการให้กำลังใจแก่ สส. ของพรรคเท่านั้น ซึ่ง สส. ทุกคนของพรรคก็ยืนยันว่าจะยังคงอยู่กับพรรคต่อไป

ส่วนการมาของนายทักษิณนั้น นายสุริยะกล่าวว่าเป็นการมาให้กำลังใจ สส. โดยนายทักษิณได้กล่าวว่า “ถ้าเป็นอะไรก็ให้อยู่ด้วยกัน” นอกจากนี้ นายสุริยะ ยังได้ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า จะไม่มีอัศวินขี่ม้าขาวเข้ามาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอย่างแน่นอน

“ทักษิณ” เข้าเพื่อไทย แจงมาให้กำลังใจเฉยๆ

“ทักษิณ” เข้าเพื่อไทย แจงมาให้กำลังใจเฉยๆ จริงหรือไม่?

การปรากฏตัวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่พรรคเพื่อไทย ได้สร้างความสนใจและเกิดคำถามต่างๆ มากมาย แม้ว่านายทักษิณจะยืนยันว่า “มาให้กำลังใจเฉยๆ” แต่หลายฝ่ายก็ยังคงจับตาถึงนัยยะทางการเมืองที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการมาเยือนในครั้งนี้

การที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ออกมายืนยันว่าไม่มีอัศวินขี่ม้าขาวเข้ามาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ยิ่งทำให้สถานการณ์ทางการเมืองมีความน่าติดตามมากยิ่งขึ้น เพราะเป็นการตอกย้ำว่าพรรคเพื่อไทยจะยังคงเดินหน้าด้วยทีมงานและบุคลากรชุดเดิม

อย่างไรก็ตาม คำถามที่ยังคงค้างคาใจหลายคนก็คือ การมาของนายทักษิณ “มาให้กำลังใจเฉยๆ” จริงหรือไม่ หรือว่ามีวาระซ่อนเร้นอื่นใดที่ยังไม่ถูกเปิดเผย ซึ่งคงต้องติดตามสถานการณ์กันต่อไปอย่างใกล้ชิด

สิ่งที่น่าสนใจจากการเดินทางมาพรรคเพื่อไทยของนายทักษิณ คือ การส่งสัญญาณบางอย่างถึงสมาชิกพรรค และอาจถึงคู่แข่งทางการเมืองด้วย การเน้นย้ำคำว่า “ให้กำลังใจ” อาจเป็นกุญแจสำคัญในการไขปริศนาครั้งนี้

ในภาพรวม การมาเยือนพรรคเพื่อไทยของนายทักษิณ แม้จะถูกอธิบายว่าเป็นการ “มาให้กำลังใจเฉยๆ” แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าได้สร้างแรงกระเพื่อมทางการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ และเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดต่อไป

ที่มา – “ทักษิณ” เข้าเพื่อไทย แจงมาให้กำลังใจเฉยๆ “สุริยะ” ยันไม่มีอัศวินขี่ม้าขาว

“ฉลาด” แจง ประชุมสภาฯ เคลียร์กฎหมายค้าง โหวตนายกฯ 5 ก.ย.

“ฉลาด” แจงประชุมสภาฯ 3 วันเคลียร์กฎหมายค้าง คาดโหวตนายกฯ เร็วสุด 5 ก.ย.

“ฉลาด” แจงนัดประชุมสภาฯ นัดพิเศษ 3 วัน เคลียร์กฎหมายค้าง ปัดเร่งรัดก่อนยุบสภา คาด โหวตเลือกนายกฯ คนที่ 32 เร็วที่สุด 5 ก.ย. หรืออาจเป็นสัปดาห์หน้า รอฝ่ายการเมืองประสานมา พร้อมบรรจุวาระ

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 2 กันยายน 2568 นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 แถลงข่าวถึงการประชุมวิป 3 ฝ่าย ว่า สัปดาห์นี้มีการประชุมสภาฯ ทั้งหมด 3 วัน คือวันที่ 3-5 กันยายน 2568 เนื่องจากกฎหมายค้างอยู่ในวาระจำนวนมาก วิปทั้ง 3 ฝ่าย จึงเห็นว่าควรกำหนดวาระพิเศษขึ้นมาในวันศุกร์ที่ 5 กันยายน 2568 เพื่อพิจารณากฎหมายของรัฐบาลที่ยังค้างอยู่ ซึ่งวาระการพิจารณานี้เป็นการตกลงกันมาก่อนแล้ว ไม่ใช่เป็นการเปิดสภาฯ เพื่อกำหนดวาระการประชุมเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 แต่หากพรรคการเมืองใดรวมเสียงข้างมากได้แล้ว และแจ้งมายังสภาฯ เพื่อจะได้บรรจุระเบียบวาระต่อไป

“การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีขึ้นอยู่กับฝ่ายการเมืองที่มีความพร้อมแล้วแจ้งมายังสภาฯ ซึ่งมีความเป็นไปได้เร็วที่สุดคือวันที่ 5 กันยายน แต่ถ้าไม่ใช่วันที่ 5 กันยายน ก็น่าจะเป็นสัปดาห์หน้า”

เมื่อถามว่าการเร่งเคลียร์กฎหมายที่ค้างในสภาฯ เพื่อรองรับการยุบสภาใช่หรือไม่ นายฉลาด กล่าวว่า เรื่องนี้เพิ่งมีเข้ามาก่อนวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา แต่เรากำหนดการพิจารณากฎหมายไว้ก่อนแล้ว ซึ่งทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันเพื่อให้สภาฯ พิจารณาผ่านกฎหมายเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ไม่ใช่การเร่งรัดเพื่อการยุบสภาแต่อย่างใด.

“ฉลาด” แจงรายละเอียดการประชุมสภาฯ กับการโหวตนายกฯ

จากกรณีที่นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ได้ออกมาแถลงถึงการประชุมสภาฯ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 3-5 กันยายน 2568 นั้น หลายคนอาจสงสัยว่าการประชุมครั้งนี้มีความเกี่ยวข้องกับการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ซึ่งนายฉลาดได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่า การประชุมดังกล่าวมีวาระหลักคือการพิจารณากฎหมายที่ค้างอยู่ในสภาฯ จำนวนมาก อย่างไรก็ตาม หากพรรคการเมืองต่างๆ สามารถรวมเสียงข้างมากได้แล้ว และแจ้งความพร้อมมายังสภาฯ ก็มีความเป็นไปได้ที่การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีจะเกิดขึ้นเร็วที่สุดในวันที่ 5 กันยายน หรืออาจเป็นสัปดาห์หน้า

สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้ว่าการประชุมสภาฯ ในครั้งนี้จะไม่ได้มีวาระหลักเกี่ยวกับการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีโดยตรง แต่ก็เป็นไปได้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และนำไปสู่การตัดสินใจที่จะมีการโหวตเกิดขึ้น ดังนั้น จึงต้องติดตามความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างใกล้ชิดต่อไป

นอกจากนี้ ประเด็นที่นายฉลาดได้กล่าวถึงเรื่องการเร่งเคลียร์กฎหมายที่ค้างในสภาฯ นั้น ก็มีความสำคัญเช่นกัน เพราะการพิจารณาและผ่านกฎหมายต่างๆ จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนโดยรวม การที่สภาฯ สามารถพิจารณาและอนุมัติกฎหมายที่สำคัญได้ จะช่วยให้การบริหารประเทศเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

สำหรับประชาชนทั่วไป การติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการเมืองและการทำงานของสภาฯ เป็นสิ่งสำคัญ เพราะการตัดสินใจของนักการเมืองและกฎหมายที่ผ่านสภาฯ ล้วนมีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของเราทั้งสิ้น ดังนั้น การเป็นพลเมืองที่ตื่นตัวและติดตามข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้เราสามารถเข้าใจสถานการณ์ต่างๆ และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศได้อย่างเต็มที่

การที่นายฉลาดออกมาให้ข้อมูลที่ชัดเจนและตรงไปตรงมาเช่นนี้ ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะช่วยให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและเข้าใจสถานการณ์ทางการเมืองได้ดียิ่งขึ้น หวังว่าการประชุมสภาฯ ในครั้งนี้จะเป็นไปอย่างราบรื่น และสามารถพิจารณาและอนุมัติกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนได้ต่อไป

ดังนั้นการติดตามข่าวสารการเมือง และการประชุมสภาฯ อย่างใกล้ชิด จึงเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับประชาชนทุกคน เพื่อที่จะสามารถรับรู้ข้อมูลที่ถูกต้อง และตัดสินใจเลือกผู้แทนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา – “ฉลาด” แจงประชุมสภาฯ 3 วันเคลียร์กฎหมายค้าง คาดโหวตนายกฯ เร็วสุด 5 ก.ย.

“มนพร” โยน “ภูมิธรรม” ตอบปมอำนาจยุบสภา

“มนพร” แนะถาม “ภูมิธรรม” ปมอำนาจยุบสภา เผย สส.หลายคนยังอยู่กับพรรคเพื่อไทย ไม่ได้ตาม “ศักดิ์ดา” ไป “สุริยะ” โยนถาม “ภูมิธรรม” เช่นกัน

วันที่ 2 กันยายน 2568 นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และ สส.นครพนม พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงความชัดเจนเรื่องอำนาจยุบสภา ว่า ต้องรอฟังนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี

ผู้สื่อข่าวถามต่อ ล่าสุดมีการส่งสัญญาณอะไรไปยังสมาชิกพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นางมนพร ตอบว่า ยัง โดยในช่วงบ่ายวันนี้จะมีการประชุมพรรค เดี๋ยวรอฟังนายภูมิธรรม ส่วนในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ทราบแต่ว่ามีวาระปกติ เมื่อถามอีกว่าตอนนี้ชัดเจนหรือยัง อำนาจยุบสภารัฐบาลรักษาการทำได้หรือไม่ นางมนพร ตอบว่า ฟังจากนักกฎหมายหลายๆ ท่าน สุดท้ายอยู่ที่นายภูมิธรรม ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ

ในคำถามว่าเป็นห่วงหรือไม่ หากมีการยุบสภาไปแล้วจะมีการไปร้องศาลตามมาอีก นางมนพร ระบุว่า บางทีฝนไม่ตกอย่าเพิ่งกางร่ม ต้องรอฟังก่อน ทางด้านคำถามว่าตอนนี้สมาชิกในพรรคเพื่อไทยเริ่มมีสัญญาณว่าจะทิ้งพรรคแล้ว จะตรึงสมาชิกเหล่านี้ให้อยู่ได้อย่างไร นางมนพร ตอบว่า เท่าที่ทราบตอนนี้ที่มีข่าวว่าจะไป พอสอบถามบางคนก็ยังอยู่กับพรรคเพื่อไทย หลายคนที่มีข่าวว่าจะตาม นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทยไป พอสอบถามก็ยังอยู่กับพรรคเพื่อไทย ยืนยันได้มีการตรวจสอบแล้ว และบางคนยังยืนยันที่จะเข้าร่วมประชุมพรรคอยู่

เมื่อถามย้ำ ยืนยันหรือไม่ว่าหากยุบสภาตอนนี้ สส. ที่จะย้ายออกไปจะกลับมาที่พรรคเพื่อไทยเหมือนเดิม นางมนพร กล่าวว่า เราต้องพยายามรักษา สส.เดิมของเราไว้ หรือในบางพื้นที่ที่เราไม่มี สส. เราก็เอาคนที่มั่นใจจะลงสมัครกับเราไปลงพื้นที่มาตลอด

ส่วนประเด็นคำถามหากยุบสภาตอนนี้คิดว่าจะเป็นผลดีหรือผลเสียกับพรรคเพื่อไทย นางมนพร เผยว่า ต้องรอดู เพราะเราเป็นนักการเมืองประชาธิปไตยที่มาจากการเลือกตั้ง ฉะนั้น อย่ากลัวว่าจะมีการเลือกตั้ง เมื่อถามอีกว่าไม่แคร์ที่อาจจะได้ สส.ต่ำกว่าร้อยอย่างที่มีการพูดกันใช่หรือไม่ นางมนพร บอกว่า นั่นเป็นเรื่องหนึ่งที่เป็นกลยุทธ์ของแต่ละพรรคการเมืองและการสื่อสารกับพี่น้องประชาชนว่า ในฐานะ 2 ปีที่เรามาทำงานเป็น สส. และเป็นรัฐบาล เราทำอะไรให้กับพี่น้องประชาชนบ้าง

สำหรับคำถาม ยังมั่นใจหรือไม่เพราะนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่หาเสียงไว้ยังไม่ค่อยออกมาเป็นรูปธรรม นางมนพร กล่าวว่า ของพรรคเพื่อไทยมีหลายนโยบายที่เราทำไว้ ซึ่งมันยังไปไม่ถึงจุดสิ้นสุดของความสำเร็จ แต่ทุกนโยบายเราได้เริ่มต้นมา และ สส.หลายคนของพรรคบอกว่าเรามาจากการเลือกตั้ง อย่าไปหวั่นไหวกับเรื่องพวกนี้ แต่อาจจะอยู่ไม่ครบเทอม 4 ปี หรือจะอยู่ครบเทอมค่อยดูกันอีกที เมื่อถามย้ำว่า ตกลงการยุบสภาเป็นไม้ตายของพรรคเพื่อไทยในการที่จะปลดล็อกการเมืองในขณะนี้ใช่หรือไม่ นางมนพร กล่าวว่า ตนตอบไม่ได้ อยู่ที่นายภูมิธรรม

ทางด้าน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยจะมีการหารือกันภายในหรือยังกับเรื่องยุบสภา นายสุริยะ กล่าวว่า ทั้งหมดนี้รอถามนายภูมิธรรม เมื่อถามอีกว่ามั่นใจหรือไม่รัฐบาลรักษาการจะสามารถยุบสภาได้ นายสุริยะ ตอบว่า ลองถามนายภูมิธรรมดู.

“มนพร” โยน “ภูมิธรรม” ตอบปมอำนาจยุบสภา

อำนาจยุบสภา: ใครเป็นคนตัดสินใจ?

จากประเด็นที่นางมนพร ได้กล่าวถึงเรื่อง อำนาจยุบสภา นั้น แสดงให้เห็นถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองในขณะนี้ การตัดสินใจอยู่ที่นายภูมิธรรม ซึ่งต้องพิจารณาจากหลายปัจจัย ทั้งข้อกฎหมายและสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน การที่ สส. หลายคนยังคงอยู่กับพรรคเพื่อไทย แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในพรรค แต่ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด

การที่พรรคเพื่อไทยเน้นย้ำถึงผลงานในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และการเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต หากมีการยุบสภาเกิดขึ้นจริง พรรคเพื่อไทยจะต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ และรักษาฐานเสียงเดิมไว้ให้ได้

การเมืองไทยยังคงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การตัดสินใจเรื่องอำนาจยุบสภาจะส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน และประชาชนทุกคนควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อที่จะสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

ที่มา – “มนพร” โยน “ภูมิธรรม” ตอบปมอำนาจยุบสภา ยัน สส.หลายคนยังอยู่เพื่อไทย

“ทวี” ยัน ประชาชาติอยู่กับเพื่อไทย ชี้ทางออกการเมืองยุบสภา

“ทวี สอดส่อง” ยืนยันพรรคประชาชาติอยู่กับเพื่อไทย ชี้ทางออกการเมือง “ยุบสภา” คืนอำนาจให้ประชาชน ไม่เห็นด้วยเสียงข้างน้อยรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล ผิดหลักประชาธิปไตย โผล่พบ “ชัยเกษม” ที่บ้านพัก

วันที่ 2 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงการจัดตั้งรัฐบาล ว่า เนื่องจากพรรคเราเป็นพรรคเล็ก จึงยืนยันว่าจะอยู่กับพรรคใหญ่พรรคเดิม คือพรรคเพื่อไทย เป็นหลักในการรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวถามต่อ มั่นใจหรือไม่ว่าพรรคเพื่อไทยจะรวบรวมเสียงในการจัดตั้งรัฐบาลได้ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ภาพที่ออกมาก็ดูเหมือนว่าเสถียรภาพไม่ค่อยดีนักในทุกพรรค ดังนั้นทางที่ดีที่สุดของประชาชนคือการยุบสภา ถ้าจะมีรัฐบาลใหม่จะต้องเป็นรัฐบาลที่มีนโยบายเดียว คือการยุบสภาคืนอำนาจให้กับประชาชน ขณะเดียวกัน เราเป็นห่วงการเลือกตั้งแม้จะมีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพราะการเลือกตั้งต้องมีความบริสุทธิ์ยุติธรรมด้วย

ส่วนคำถามว่ามีโอกาสเป็นไปได้มากแค่ไหนระหว่างการยุบสภากับการเป็นฝ่ายค้าน พ.ต.อ.ทวี ตอบว่า วันนี้พรรคเพื่อไทยยืนยันว่าสามารถที่จะรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่ก็ต้องดูเพราะวันนี้มีกติกาที่บอกว่าพรรคการเมืองเสียงข้างน้อยก็สามารถรวบรวมเสียงตั้งรัฐบาลได้ ซึ่งถือว่าผิดหลักประชาธิปไตย เราต้องหาทางออกให้ได้ อย่าให้ใครมาครอบงำหรือมีอิทธิพล เพราะประชาชนไม่ควรถูกข่มขู่ ดังนั้น สิ่งที่เป็นไปได้คือการคืนอำนาจให้กับประชาชน

ในประเด็นคำถามตอนนี้อยู่ที่พรรคประชาชน ถ้ารวมเสียงไม่ได้ทางเลือกคือการยุบสภาใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า ต้องดูพรรคเพื่อไทย ส่วนเราพร้อมสนับสนุนพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งในความเห็นส่วนตัวเราสนับสนุนพรรคใหญ่ เพราะระบอบประชาธิปไตยใช้ระบอบเสียงข้างมาก ถ้าพรรคนั้นขอเป็นรัฐบาลเราก็พร้อมสนับสนุน แต่ถ้าพรรคเสียงข้างน้อยไปรวบรวมเสียงมาเพื่อเป็นรัฐบาลถือว่าไม่เป็นไปตามหลักประชาธิปไตย นี่คือความเห็นส่วนตัว

ทางด้านคำถามว่าได้ทำใจในการเป็นพรรคฝ่ายค้านหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลก็มีเกียรติ พรรคประชาชาติไม่สามารถเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ ก็ต้องดูว่าพรรคไหนมีอุดมการณ์ตรงกับพรรคเรา

สำหรับที่ตอนนี้ยังมีข้อถกเถียงกันอยู่ว่า รักษาการนายกรัฐมนตรีสามารถยุบสภาได้หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี เผยว่า เรื่องนี้มีข้อยุติอยู่แล้ว เนื่องจากกฎหมายเขียนว่ารัฐสภา รัฐบาล ศาล องค์กรอิสระ ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ กฎหมายและหลักนิติธรรม อะไรที่เป็นความเห็นเกินกว่ารัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสูงสุด ซึ่งรัฐธรรมนูญเขียนว่าไม่ได้มีข้อห้าม

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าภายหลังการกระชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ พ.ต.อ.ทวี เดินทางไปพบกับ นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย โดยนำกระเช้าผลไม้ไปมอบให้ที่บ้านพัก.

พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง ย้ำถึงความสำคัญของการยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชน และแสดงความเห็นถึงหลักการประชาธิปไตยที่ควรจะเป็น โดยการตัดสินใจทางการเมืองครั้งนี้ ส่งผลต่ออนาคตของประเทศชาติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“ทวี” ยัน ประชาชาติอยู่กับเพื่อไทย ชี้ทางออกการเมืองยุบสภา

สถานการณ์ทางการเมืองปัจจุบันมีความซับซ้อน การยุบสภาจึงเป็นทางออกหนึ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณา

ทางออกการเมือง: ยุบสภา

พรรคประชาชาติให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตัดสินใจทางการเมือง และการยุบสภาถือเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงเจตจำนงผ่านการเลือกตั้งใหม่

การตัดสินใจทางการเมืองครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศไทย เราในฐานะประชาชน ควรติดตามข่าวสารและสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อที่จะสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

ที่มา – “ทวี” ยัน ประชาชาติอยู่กับเพื่อไทย ชี้ทางออกการเมืองยุบสภา ก่อนไปพบ “ชัยเกษม”

Scroll to top