โอซากา

บ.สร้างศาลาไทย Expo โอซากา ชี้แจง บ.กล่าวหาไม่เกี่ยวข้อง

ในช่วงที่ทุกสายตาจับจ้องไปยังงาน World Expo 2025 Osaka, Kansai ประเทศญี่ปุ่น ประเทศไทยกำลังเร่งสร้าง “ศาลาไทย” หรือ Thailand Pavilion เพื่อนำเสนอวัฒนธรรม เทคโนโลยี และนวัตกรรมของชาติให้โลกได้รู้จัก ล่าสุดเกิดกระแสข่าวเกี่ยวกับการตรวจค้นบริษัทก่อสร้างในญี่ปุ่น ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าอาจเชื่อมโยงกับโครงการนี้ บริษัท JV RMA 110 ผู้รับผิดชอบหลักจึงออกแถลงการณ์ บ.สร้าง “ศาลาไทย” งานเอ็กซ์โปโอซากา ชี้แจง บ.ที่ถูกกล่าวหา “ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง” กับงานระบบไฟฟ้า อย่างชัดเจน

บ.สร้าง “ศาลาไทย” งานเอ็กซ์โปโอซากา ชี้แจง บ.ที่ถูกกล่าวหา “ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง” กับงานระบบไฟฟ้า

แถลงการณ์จากบริษัท JV RMA 110 ระบุว่าบริษัท DIO ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนครโอซากาตรวจค้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการติดตั้งระบบไฟฟ้าในศาลาไทย ผู้รับเหมาก่อสร้างหลักและงานระบบต่างๆ ล้วนเป็นบริษัทญี่ปุ่นที่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายทั้งสิ้น โครงการนี้ดำเนินการอย่างโปร่งใส โดยชำระเงินตามสัญญาเรียบร้อยแล้ว

ข่าวดังกล่าวเผยแพร่ผ่านไทยรัฐออนไลน์ ทำให้เกิดความสับสนว่าบริษัท DIO อาจมีส่วนใน Thailand Pavilion แต่ทาง JV RMA 110 ยืนยันว่าไม่เป็นเช่นนั้น เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดต่อสาธารณะและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

เอกสารหลักฐานใบอนุญาตผู้รับเหมา

เพื่อยืนยันความน่าเชื่อถือ บริษัท JV RMA 110 ได้แนบเอกสารใบอนุญาตประกอบกิจการของผู้รับเหมาหลัก ดังนี้

  • บริษัท TUFF’S CORPORATION – รับผิดชอบงานก่อสร้างหลัก มีใบอนุญาตถูกต้อง
  • บริษัท อคาลา จำกัด – รับผิดชอบงานระบบไฟฟ้า ใบอนุญาตครบถ้วน
  • บริษัท Yamamoto Co., Ltd. – รับผิดชอบงาน Landscape และระบบอื่นๆ

บริษัทเหล่านี้เป็นผู้เชี่ยวชาญในญี่ปุ่น ลดความเสี่ยงและรับประกันคุณภาพตามมาตรฐานสากล

บริบทของงาน Expo 2025 Osaka และบทบาทศาลาไทย

World Expo 2025 ที่โอซากา คันไซ จะเป็นเวทีใหญ่ระดับโลก คาดดึงดูดผู้เข้าชมกว่า 28 ล้านคน ประเทศไทยเลือกธีม “Harmony in Diversity” สำหรับศาลาไทย เพื่อโปรโมท soft power อย่างอาหารไทย สถาปัตยกรรม และนวัตกรรมชีวภาพ การชี้แจงครั้งนี้จึงสำคัญมาก ช่วยรักษาภาพลักษณ์โครงการระดับชาติ ไม่ให้เกิดผลกระทบจากข่าวลือ

JV RMA 110 เป็นジョイントベンチャーระหว่างบริษัทไทยและญี่ปุ่น คอยกำกับดูแลทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบจนถึงก่อสร้างเสร็จสิ้นในปีหน้า โครงการนี้ใช้งบประมาณมหาศาลจากรัฐและเอกชน รัฐบาลไทยให้ความสำคัญสูงสุดเพื่อความสำเร็จ

นอกจากนี้ การใช้ผู้รับเหมาญี่ปุ่นช่วยให้สอดคล้องกับกฎระเบียบท้องถิ่น ลดปัญหานำเข้าแรงงานต่างชาติ และเร่ง timeline ให้ทันเปิดงานเดือนเมษายน 2025

ทำไมการชี้แจงนี้ถึงสำคัญต่อโครงการศาลาไทย

ในยุคที่ข่าวปลอมแพร่กระจายเร็ว บ.สร้าง “ศาลาไทย” งานเอ็กซ์โปโอซากา ชี้แจง บ.ที่ถูกกล่าวหา “ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง” กับงานระบบไฟฟ้า ถือเป็นการตอบสนองที่รวดเร็วและมีหลักฐานชัดเจน ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้พันธมิตร นักลงทุน และประชาชนชาวไทย นอกจากป้องกันความเสียหายแล้ว ยังแสดงถึงความโปร่งใสของหน่วยงานรัฐในการบริหารโครงการใหญ่

หากมีปัญหาจริง โครงการอาจล่าช้าหรือเสียชื่อเสียง แต่ด้วยการจัดการที่ดีแบบนี้ Expo 2025 จะเป็นเวทีที่ไทยเปล่งประกายได้อย่างเต็มที่

สรุปแล้ว การชี้แจงนี้ไม่เพียงคลายข้อสงสัย แต่ยังตอกย้ำมาตรฐานสูงของโครงการ ความเห็นส่วนตัวคือ รัฐควรสื่อสารโปรเจกต์เหล่านี้ให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น เพื่อหลีกเลี่ยงข่าวลือในอนาคต

CTA: ติดตามความคืบหน้าศาลาไทย Expo 2025 และข่าวอัปเดตได้ที่นี่! แสดงความคิดเห็นด้านล่างว่าคุณคาดหวังอะไรจากศาลาไทยบ้าง

ที่มา – บ.สร้าง “ศาลาไทย” งานเอ็กซ์โปโอซากา ชี้แจง บ.ที่ถูกกล่าวหา “ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง” กับงานระบบไฟฟ้า

เศรษฐีนิรนามบริจาคทองคำแท่งให้โอซากาซ่อมประปา

ข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสฮือฮาในญี่ปุ่นเลยทีเดียว เมื่อมี เศรษฐีนิรนามบริจาคทองคำแท่ง มูลค่า whopping 3.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 120 ล้านบาทไทย ให้กับเมืองโอซากา เพื่อนำไปซ่อมแซมระบบประปาที่เสื่อมสภาพมานาน เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การให้เงินธรรมดา แต่เป็นทองคำแท่งจริงๆ น้ำหนักรวม 21 กิโลกรัม! ทำให้ทุกคนตะลึงไปตามๆ กัน

ลองนึกภาพดูสิครับ นายกเทศมนตรีเมืองโอซากา ฮิเดยูกิ โยโกยามะ ต้องแถลงข่าวด้วยสีหน้าตกตะลึง เพราะของขวัญชิ้นนี้มาถึงตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว แต่เพิ่งเปิดเผยออกมา ผู้บริจาคนิรนามคนนี้ต้องการให้เงินทั้งหมดนำไปใช้ปรับปรุงระบบท่อประปาที่มีปัญหามากมาย ก่อนหน้านี้ เขาเคยบริจาคเงินสด 500,000 เยน (ราว 1 แสนบาท) ให้หน่วยงานประปาโอซากาแล้วด้วยนะ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงจังในการช่วยเหลือโครงสร้างพื้นฐานของเมือง

เศรษฐีนิรนามบริจาคทองคำแท่ง

เหตุการณ์ เศรษฐีนิรนามบริจาคทองคำแท่ง ครั้งนี้กลายเป็นสปอตไลต์ที่ส่องสว่างปัญหาใหญ่ของญี่ปุ่น เมืองโอซากา ซึ่งเป็นเมืองเศรษฐกิจสำคัญอันดับ 3 ของประเทศ มีประชากรเกือบ 3 ล้านคน ตั้งอยู่ในภูมิภาคคันไซ แต่ระบบประปาและท่อระบายน้ำกลับเก่าแก่และผุพังจากการใช้งานยาวนาน ในปีงบประมาณ 2024 เพียงปีเดียว ก็เกิดเหตุท่อรั่วไหลใต้ถนนมากกว่า 90 ครั้ง สร้างความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของชาวเมืองมหาศาล

ปัญหาระบบประปาเก่าในโอซากาและญี่ปุ่น

ไม่ใช่แค่โอซากาเท่านั้น แต่ทั่วญี่ปุ่นมีท่อประปากว่า 20% ที่อายุเกิน 40 ปี ซึ่งเป็นเกณฑ์กฎหมายที่กำหนด ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงท่อแตก ทรุดตัว และหลุมยุบบ่อยครั้ง อย่างปีที่แล้วในจังหวัดไซตามะ เกิดหลุมยุบขนาดใหญ่กลืนหัวรถบรรทุกทั้งคัน ทำให้คนขับเสียชีวิต สลดใจจริงๆ ปัญหานี้ทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นต้องเร่งรัดแผนเปลี่ยนท่อใหม่ทั้งประเทศ แต่ติดปัญหางบประมาณจำนวนมหาศาล นายกเทศมนตรีโยโกยามะยังบอกเลยว่าการซ่อมต้องใช้เงินเยอะมาก จนเงินบริจาคครั้งนี้ทำให้เขาพูดไม่ออกไปเลย

  • ท่อประปารั่วไหลบ่อยครั้ง สูญเสียน้ำและเสี่ยงอุบัติเหตุ
  • หลุมยุบจากท่อระบายน้ำแตกใต้ดิน
  • โครงสร้างพื้นฐานเสื่อมสภาพจากอายุใช้งานนานนับทศวรรษ
  • กระทบต่อประชากรหนาแน่นในเมืองใหญ่

สำนักงานประปาโอซากายืนยันว่าจะนำทองคำแท่งชิ้นนี้ไปขายและใช้เงินให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะโครงการเปลี่ยนท่อประปาใหม่ทั้งระบบ เป็นข่าวดีที่สร้างแรงบันดาลใจให้หลายคน

ทำไมเรื่อง เศรษฐีนิรนามบริจาคทองคำแท่ง ถึงน่าประทับใจขนาดนี้? เพราะในยุคที่ทุกคนกำลังกังวลเรื่องเศรษฐกิจ มันแสดงให้เห็นว่ายังมีคนใจบุญที่คิดถึงส่วนรวม โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน ถ้าไม่มีระบบประปาที่ดี ชาวโอซากาก็เดือดร้อนหนัก ลองคิดดู ถ้าเป็นในไทยเราล่ะ จะมีใครกล้าบริจาคทองคำแท่งขนาดนี้มั้ย?

จากมุมมองของผม การกระทำแบบนี้ไม่เพียงช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังจุดประกายให้หน่วยงานรัฐเร่งรัดโครงการโครงสร้างพื้นฐานให้มากขึ้นด้วย คุณล่ะคิดเห็นยังไงกับเรื่องนี้? ลองแชร์ความคิดในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือกดแชร์เพื่อให้คนอื่นๆ ได้รู้จักข่าวดีชิ้นนี้กันเยอะๆ นะครับ!

ที่มา – เศรษฐีนิรนามบริจาคทองคำแท่ง มูลค่า 3.6 ล้านดอลลาร์ ให้โอซากาซ่อมระบบประปาเก่า

ปิดฉาก เวิลด์เอ็กซ์โป โอซากา สุดปัง!

ญี่ปุ่นเพิ่งปิดฉากงาน เวิลด์เอ็กซ์โป โอซากา 2025 อย่างเป็นทางการ หลังจากการจัดงานที่ยาวนานถึง 6 เดือน ณ นครโอซากาและภูมิภาคคันไซ แม้ว่าจะมีอุปสรรคและความกังวลในช่วงแรกเกี่ยวกับการจัดงาน แต่สุดท้ายก็ประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย โดยสามารถดึงดูดผู้เข้าชมได้มากกว่า 27 ล้านคนเลยทีเดียว

ถึงแม้ว่าการจัดงานครั้งนี้จะต้องเผชิญกับความท้าทายต่างๆ นานา แต่ผู้จัดงานก็มั่นใจว่า เวิลด์เอ็กซ์โป โอซากา ครั้งนี้ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมจากกว่า 160 ประเทศและภูมิภาคที่นำเสนอเทคโนโลยี วัฒนธรรม และอาหาร จะสามารถทำกำไรได้ไม่น้อยกว่า 23,000 ล้านเยน (ประมาณ 4,932 ล้านบาท) ซึ่งเป็นผลมาจากการตอบรับที่ดีมากในด้านยอดขายบัตรเข้าชมงาน

ปิดฉาก เวิลด์เอ็กซ์โป โอซากา ญี่ปุ่นประสบความสำเร็จเกินคาด ต้อนรับผู้ชม 27 ล้านคน

ไฮไลท์สำคัญของงาน เวิลด์เอ็กซ์โป โอซากา 2025 ที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือ “แกรนด์ริง” (The Grand Ring) ซึ่งเป็นโครงสร้างไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โอบล้อมอาคารจัดแสดงของประเทศต่างๆ ทำให้กลายเป็นจุดสนใจและเป็นที่ชื่นชอบของผู้เข้าชมอย่างมาก ถึงขนาดที่นักเรียนมัธยมปลายคนหนึ่งได้เริ่มรณรงค์ออนไลน์เพื่อให้มีการเก็บรักษาโครงสร้างทั้งหมดนี้ไว้ให้คงอยู่ต่อไป

เดิมทีแผนการคือจะเก็บรักษาส่วนหนึ่งของโครงสร้างวงแหวนนี้ไว้ ซึ่งมีความยาว 200 เมตร และเป็นผลงานการออกแบบของสถาปนิกชื่อดังชาวญี่ปุ่น โซ ฟูจิโมโตะ ไว้บนเกาะเทียมในโอซากา แต่ก็มีผู้สนับสนุนเกือบ 7,000 รายที่ต้องการให้เก็บรักษาโครงสร้างทั้งหมดไว้

ความท้าทายในการจัดงาน เวิลด์เอ็กซ์โป โอซากา

ในช่วงเริ่มต้นของการจัดงานที่ดูเหมือนว่าอาจจะไม่ราบรื่น งาน เวิลด์เอ็กซ์โป โอซากา ต้องเผชิญกับข้อร้องเรียนต่างๆ เช่น การระบาดของแมลงขนาดเล็กภายในพื้นที่จัดงาน การตรวจพบเชื้อแบคทีเรียลิจิโอเนลลาในบริเวณลานน้ำพุ และในช่วงฤดูร้อนที่ร้อนจัดของญี่ปุ่น การระงับการเดินรถไฟสายเดียวที่ให้บริการไปยังสถานที่จัดงาน ทำให้ผู้เข้าชมกว่า 30,000 คนต้องตกค้าง และบางส่วนต้องทนความร้อนตลอดทั้งคืนใกล้สถานี โดยมีผู้ถูกนำส่งโรงพยาบาลกว่า 30 คน

ฌาคส์ แมร์ หัวหน้าพาวิลเลียนฝรั่งเศส กล่าวว่า งานเอ็กซ์โปครั้งนี้เป็น “ความท้าทายอย่างยิ่งยวด” สำหรับประเทศอื่นๆ ที่เข้าร่วม โดยให้ความเห็นว่าเป็นการจัดงานที่ “มีค่าใช้จ่ายสูงที่สุดและซับซ้อนที่สุด” เมื่อเทียบกับงานที่ผ่านมา แต่ถึงกระนั้นก็สรุปว่าการจัดงานในครั้งนี้เป็น “ความงดงาม”

สำหรับงานเวิลด์เอ็กซ์โปครั้งต่อไป จะจัดขึ้นที่กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย ในปี 2030 และ 2031

ถึงแม้จะมีอุปสรรคมากมาย แต่การที่ญี่ปุ่นสามารถจัดงาน เวิลด์เอ็กซ์โป โอซากา ให้ประสบความสำเร็จและดึงดูดผู้คนได้มากมายขนาดนี้ ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสามารถและความมุ่งมั่นของคนญี่ปุ่นได้อย่างดีเยี่ยม งานนี้ไม่เพียงแต่เป็นเวทีแสดงเทคโนโลยีและวัฒนธรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสอันดีในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอีกด้วย

ที่มา – ปิดฉากเวิลด์เอ็กซ์โป โอซากา ญี่ปุ่นประสบความสำเร็จเกินคาด ต้อนรับผู้ชม 27 ล้านคน

Scroll to top