ไทย สมายล์ โบ้ท

เรือโดยสารไฟฟ้า ไทย สมายล์ โบ้ท เข้าร่วม ไทยช่วยไทยพลัส

ข่าวดีสำหรับคนเมืองที่ใช้ชีวิตเร่งรีบ! วันนี้เรามีเรื่องราวดีๆ มาฝากสำหรับการเดินทางด้วย เรือโดยสารไฟฟ้า ไทย สมายล์ โบ้ท ที่ล่าสุดได้ออกมาประกาศความพร้อมในการเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เพื่อมอบสิทธิประโยชน์สุดคุ้มค่าให้กับผู้โดยสารทุกคน ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสนับสนุนการเดินทางด้วยระบบขนส่งสะอาดและช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

เรือโดยสารไฟฟ้า ไทย สมายล์ โบ้ท เข้าร่วม ไทยช่วยไทยพลัส

หลายคนอาจจะยังสงสัยว่าโครงการนี้จะช่วยเราประหยัดได้อย่างไรบ้าง? เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม จนถึง 30 กันยายน 2569 นี้ ผู้โดยสารสามารถใช้สิทธิชำระค่าโดยสารผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ได้ง่ายๆ โดยจะได้รับส่วนลดค่าโดยสารเหลือเพียงเที่ยวละ 12 บาท จากปกติราคา 30 บาท ซึ่งการที่ เรือโดยสารไฟฟ้า ไทย สมายล์ โบ้ท เข้าร่วม ไทยช่วยไทยพลัส ในครั้งนี้ จะครอบคลุมบริการทั้ง 3 เส้นทางหลักในแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วยให้การเดินทางไปทำงานหรือไปเรียนสะดวกและสบายกระเป๋ามากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

รายละเอียดเส้นทางที่ร่วมรายการและวิธีใช้สิทธิ

สำหรับเพื่อนๆ ที่วางแผนจะใช้สิทธิจากโครงการนี้ สามารถใช้ได้กับเรือโดยสารไฟฟ้าของไทย สมายล์ โบ้ท ได้ครบทุกสาย ดังนี้:

  • สายสีเขียว (City Line): เส้นทางสยามเจริญนคร – พระปิ่นเกล้า
  • สายสีม่วง (Urban Line): เส้นทางสาทร – พระนั่งเกล้า
  • สายสีน้ำเงิน (Metro Line): เส้นทางท่าน้ำนนท์ – วัดวรจรรยาวาส

วิธีการใช้สิทธิก็ไม่ยาก เพียงแค่แจ้งพนักงานที่ท่าเรือหรือพนักงานบนเรือว่าต้องการใช้สิทธิ “ไทยช่วยไทยพลัส” จากนั้นสแกน QR Code ผ่านแอปเป๋าตังตามขั้นตอนที่กำหนด เพียงเท่านี้คุณก็จะได้ค่าโดยสารในราคาประหยัด พร้อมสัมผัสประสบการณ์การล่องเรือไฟฟ้าที่เงียบ ไร้ควัน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมครับ

นอกจากนี้ หากใครที่ใช้สิทธิครบตามจำนวนแล้ว หรือต้องการเดินทางต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ทางผู้ให้บริการยังมีโปรโมชั่นสุดคุ้มด้วยบัตร HOP Card ที่ให้คุณจ่ายค่าโดยสารเพียง 40 บาทต่อวันแบบไม่จำกัดเที่ยว (Daily Max Fare) ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ามากสำหรับคนที่ต้องเดินทางเปลี่ยนเส้นทางบ่อยๆ ในหนึ่งวัน

ในมุมมองของเรา การที่ เรือโดยสารไฟฟ้า ไทย สมายล์ โบ้ท เข้าร่วม ไทยช่วยไทยพลัส ถือเป็นนโยบายที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเมืองในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี เพราะนอกจากจะช่วยเรื่องประหยัดเงินในกระเป๋าแล้ว ยังช่วยส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งมวลชนที่ลดการปล่อยมลพิษ ทำให้แม่น้ำเจ้าพระยาของเราน่าอยู่ขึ้น หากใครยังไม่เคยลองเดินทางด้วยเรือไฟฟ้า นี่เป็นโอกาสดีที่คุณจะได้เริ่มต้นเปลี่ยนมาใช้บริการขนส่งสาธารณะที่ทั้งทันสมัยและสบายกระเป๋าแบบนี้ดูครับ

ที่มา – ข่าวดี เรือโดยสารไฟฟ้า “ไทย สมายล์ โบ้ท” เข้าร่วม “ไทยช่วยไทยพลัส” เริ่ม 1 ส.ค. นี้

เปิดใจ “หนุ่มฮีโร่” เล่านาทีช่วยชีวิตสาวท้อง

เปิดใจ “หนุ่มฮีโร่” เล่านาทีไม่ลังเล รีบหยิบเสื้อชูชีพ กระโดดน้ำช่วยชีวิตสาวท้อง

จากกรณีโซเชียลแห่ชื่นชม “2 หนุ่ม” คว้าห่วงยางกับเสื้อชูชีพ กระโดดน้ำช่วยชีวิตสาวท้อง 5 เดือน กลางแม่น้ำเจ้าพระยา ล่าสุดปลอดภัยแล้ว (โคตรเท่ เปิดคลิปนาที 2 ฮีโร่ โดดน้ำช่วยชีวิตสาวท้อง 5 เดือน กลางแม่น้ำเจ้าพระยา) หลายคนอยากทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด วันนี้เราจะมา เปิดใจ “หนุ่มฮีโร่” เล่านาทีไม่ลังเล รีบหยิบเสื้อชูชีพ กระโดดน้ำช่วยชีวิตสาวท้อง ให้ทุกคนได้ทราบกัน

เมื่อเวลา 16.40 น. วันที่ 14 ส.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่จุดชาร์จไฟเรือไฟฟ้าสถานีไทรม้า อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว พบ นายสุพักษ์ ภู่เสือ หนึ่งในพลเมืองดี พร้อมเผยว่า ระหว่างนั่งเล่นอยู่กับเพื่อนร่วมงานที่สถานีชาร์จไฟ ได้ยินเสียงคนตะโกนจากบนสะพานว่ามีคนกระโดดน้ำ จึงไม่ลังเลรีบหยิบเสื้อชูชีพกระโดดลงไปช่วยทันที

นายสุพักษ์เล่าว่า ในตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรมาก ได้ยินเสียงคนร้องก็รีบวิ่งไปดู เห็นคนกำลังจะจมน้ำก็ตัดสินใจกระโดดลงไปช่วยทันที เพราะคิดว่าถ้าช่วยได้หนึ่งชีวิตก็ถือว่าเป็นเรื่องดี แม้ว่าตัวเองจะไม่ใช่คนที่ว่ายน้ำเก่งมากนัก แต่ก็พอเอาตัวรอดได้ และตั้งใจว่าจะช่วยเหลือคนให้ถึงที่สุด

หลังจากช่วยหญิงสาวขึ้นมาได้ จึงทราบว่าเป็นหญิงตั้งครรภ์ราว 4–5 เดือน หญิงคนดังกล่าวเล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า หลังจากตนตั้งครรภ์นั้นได้ถูกสามีบอกเลิก และไม่รับผิดชอบ จึงเดินออกมาแล้วกลับไปหาครอบครัวก็ไม่ยอมรับตน ทำให้เกิดความเครียดอย่างหนัก จึงโบกรถแท็กซี่จากบางใหญ่มาที่สะพานพระนั่งเกล้า และตัดสินใจกระโดดลงน้ำเพื่อจบชีวิต

“ตอนที่ทราบว่าน้องผู้หญิงตั้งครรภ์ก็รู้สึกใจหายครับ รู้สึกสงสารน้องเขามาก ๆ ที่ต้องเจอเรื่องราวแบบนี้ เลยพยายามปลอบใจน้องเขา ให้กำลังใจว่าทุกปัญหามีทางออกเสมอ” นายสุพักษ์กล่าว

สิ่งที่อยากบอกหลังจากได้ เปิดใจ “หนุ่มฮีโร่” เล่านาทีไม่ลังเล รีบหยิบเสื้อชูชีพ กระโดดน้ำช่วยชีวิตสาวท้อง

นายสุพักษ์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า อยากให้เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์สอนใจให้กับทุกคน หากมีปัญหาหรือความทุกข์ใจเกิดขึ้น อย่าคิดสั้นตัดสินใจจบชีวิต เพราะยังมีคนที่รักและเป็นห่วงเราอยู่เสมอ อยากให้ทุกคนหันหน้ามาพูดคุยปรึกษาปัญหา เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดร่วมกัน

“อยากให้ทุกคนให้กำลังใจซึ่งกันและกันครับ สังคมเราต้องการความรักและความเข้าใจ ถ้าเราช่วยเหลือกันและกัน สังคมเราก็จะน่าอยู่มากขึ้น”

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากการช่วยเหลือ ได้มีการโทรประสานจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเข้ามาปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาต่อ โดยขณะนี้อยู่ในความดูแลของแพทย์และเจ้าหน้าที่อย่างปลอดภัย

เรื่องราวของนายสุพักษ์เป็นตัวอย่างของพลเมืองดีที่น่าชื่นชม การกระทำที่กล้าหาญและไม่ลังเลของเขาได้ช่วยชีวิตคน ๆ หนึ่งไว้ได้ และยังเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นทำความดีต่อไป การ เปิดใจ “หนุ่มฮีโร่” เล่านาทีไม่ลังเล รีบหยิบเสื้อชูชีพ กระโดดน้ำช่วยชีวิตสาวท้อง ครั้งนี้ ทำให้เราเห็นถึงความสำคัญของการมีน้ำใจและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ในสังคม

ที่มา – เปิดใจ “หนุ่มฮีโร่” เล่านาทีไม่ลังเล รีบหยิบเสื้อชูชีพ กระโดดน้ำช่วยชีวิตสาวท้อง

Scroll to top