ไทยสร้างไทย

ไทยสร้างไทย ย้ำจุดยืนปราบโกง แก้ รธน. รายมาตรา

พรรคไทยสร้างไทยกำลังเคลื่อนไหวอย่างจริงจังเพื่อย้ำจุดยืนสำคัญในการเมืองไทย โดยเฉพาะ ไทยสร้างไทย ย้ำจุดยืนจะผลักดัน “วาระปราบโกง” แก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา ซึ่งเป็นนโยบายหลักที่มุ่งคืนอำนาจให้ประชาชนและกำจัดปัญหาคอร์รัปชันที่ฝังรากลึกมานาน นี่คือข่าวดีสำหรับคนไทยที่เบื่อหน่ายกับการทุจริตในแวดวงการเมือง

ไทยสร้างไทย ย้ำจุดยืนจะผลักดัน “วาระปราบโกง” แก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 นายอุดมเดช รัตนเสถียร ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยสร้างไทย ได้เปิดเผยทิศทางการขับเคลื่อนงานของพรรคอย่างชัดเจน พรรคยืนยันว่าจะผลักดัน “วาระปราบโกง” ให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบรายมาตรา เพื่อให้รัฐธรรมนูญไทยกลายเป็นเครื่องมือปราบโกงที่แท้จริง ไม่ใช่แค่ชื่อเรียกเท่านั้น

ในสภาชุดที่แล้ว พรรคไทยสร้างไทยเคยพยายามเสนอประเด็นเหล่านี้ แต่ยังไม่ได้รับการตอบสนองจากพรรคร่วมเท่าที่ควร อย่างไรก็ตาม พรรคไม่ยอมแพ้และยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าต่อไป โดยจะไม่แตะต้องหมวด 1 และหมวด 2 ของรัฐธรรมนูญ แต่เน้นแก้ไขเฉพาะส่วนที่ทำให้เกิดการทุจริต

คืนอำนาจประชาชนด้วยสิทธิถอดถอน 50,000 ชื่อ

หัวใจสำคัญของนโยบายนี้คือการให้อำนาจประชาชน 50,000 คน มีสิทธิยื่นถอดถอนนักการเมืองทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. หรือแม้แต่องค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ หากพบพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชัน สิ่งนี้จะยืนยันว่าอำนาจประชาชนไม่ได้สิ้นสุดแค่วันเลือกตั้ง แต่สามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา

นอกจากนี้ พรรคยังเสนอให้จัดตั้ง “ป.ป.ช. ภาคประชาชน” ตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน โดยดึงภาคเอกชนอย่างคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน (กกร.) มาร่วมตรวจสอบ เพื่อสร้างระบบคานอำนาจที่โปร่งใสและเข้มแข็ง

ปลดล็อกกฎหมายล้าสมัย ช่วย SMEs และคนตัวเล็ก

อีกประเด็นสำคัญคือการแก้ปัญหาให้ประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อย โดยเสนอให้ออก พ.ร.ก. ฉบับเดียวเพื่อพักการบังคับใช้ใบอนุญาตกว่า 1,400 ฉบับที่ล้าสมัยและยุ่งยาก เป็นเวลา 3-5 ปี ช่วยให้คนตัวเล็กเริ่มทำมาหากินได้ทันที โดยไม่ต้องรอขออนุญาตนานๆ ซึ่งมักเป็นช่องโหว่ให้เจ้าหน้าที่รีดไถ

  • ลดขั้นตอนอนุมัติที่ล่าช้า
  • เปลี่ยนรัฐจากผู้ควบคุมเป็นผู้สนับสนุน
  • สร้างโอกาสรายได้ให้คนไทยในภาวะเศรษฐกิจถดถอย
  • ลดช่องทางทุจริตจากกฎระเบียบเก่า

นโยบายเหล่านี้ไม่ใช่แค่สัญญา แต่เป็นแผนปฏิบัติที่ชัดเจน เพื่อให้ประเทศไทยก้าวข้ามปัญหาโกงและสร้างความมั่นคงให้ประชาชน พรรคไทยสร้างไทยเชื่อว่ารัฐธรรมนูญปราบโกงจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

ในยุคที่ประชาชนต้องการความโปร่งใสมากขึ้น การผลักดัน ไทยสร้างไทย ย้ำจุดยืนจะผลักดัน “วาระปราบโกง” แก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา ถือเป็นก้าวสำคัญ หากคุณเห็นด้วย ควรติดตามและสนับสนุนพรรคที่กล้าทำเพื่อประชาชนจริงๆ นี่อาจเป็นโอกาสทองในการกำจัดโกงให้สิ้นซาก

ที่มา – ไทยสร้างไทย ย้ำจุดยืนจะผลักดัน “วาระปราบโกง” แก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา

ไทยสร้างไทย-ทางเลือกใหม่หนุนอนุทินนายกฯ 281 เสียง

วันนี้เรามีข่าวการเมืองร้อนๆ มาอัปเดตกันครับ พรรคภูมิใจไทยกำลังเร่งรวบรวมพันธมิตรเพื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยล่าสุดมีการ เปิดตัว ไทยสร้างไทย-ทางเลือกใหม่ ประกาศหนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ รวมเสียงทะลุ 281 เสียง ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้สถานการณ์ชัดเจนขึ้นมาก หลังจากผลเลือกตั้งออกมา พรรคใหญ่ๆ เริ่มจับมือกันเพื่อแก้ปัญหาประเทศ

เปิดตัว ไทยสร้างไทย-ทางเลือกใหม่ ประกาศหนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ รวมเสียงทะลุ 281 เสียง

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.30 น. ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย คึกคักไปด้วยแกนนำพรรคเล็กๆ ที่เดินทางมาร่วมหารือ นำโดยนายราเชน ตระกูลเวียง หัวหน้าพรรคทางเลือกใหม่ นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย และนายอุดมเดช รัตนเสถียร ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยสร้างไทย พวกเขามาพบปะกับนายทรงศักดิ์ ทองศรี แกนนำพรรคภูมิใจไทย และนายสิรภพ ดวงสอดศรี ผู้อำนวยการพรรค เพื่อคุยเรื่องร่วมรัฐบาลและสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี

หลังจากนั้น นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย พร้อมนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรค ได้แถลงข่าวความคืบหน้า บอกว่านายทรงศักดิ์ได้ประสานงานกับพรรคไทยสร้างไทยและทางเลือกใหม่แล้ว ให้มาร่วมเดินหน้าเลือกนายกฯ ไปด้วยกัน นี่คือการยืนยันชัดเจนของ เปิดตัว ไทยสร้างไทย-ทางเลือกใหม่ ประกาศหนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ รวมเสียงทะลุ 281 เสียง

เหตุผลที่พรรคเล็กๆ เลือกหนุนอนุทิน

นายอุดมเดช จากไทยสร้างไทย กล่าวว่าตนคุ้นเคยกับนายทรงศักดิ์จากกลุ่ม 16 พรรค และเห็นด้วยว่าประเทศไทยต้องการรัฐบาลเข้มแข็งเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจและความมั่นคงชายแดน ปัญหาเหล่านี้รุมเร้าเราอยู่ หากไม่มีรัฐบาลที่มั่นคงจะยิ่งแย่ ดังนั้นหลังนับคะแนนเสร็จ พวกเขาพร้อมสนับสนุนพรรคเสียงข้างมาก ซึ่งตอนนี้คือพรรคภูมิใจไทย

ส่วนนายราเชน หัวหน้าพรรคทางเลือกใหม่ ย้ำว่าเคารพกติกาเสียงข้างมาก แม้พรรคตัวเองมีแค่ 1 เสียง แต่ยินดีโหวตให้นายอนุทินเป็นนายกฯ ตามหลักสากล นี่แสดงให้เห็นถึงความเป็นเอกภาพในวงการเมืองไทยยุคนี้

รายชื่อพรรคและจำนวนเสียงสนับสนุน

ตอนนี้รวมเสียงได้ 281 เสียงแล้ว ซึ่งเกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร นี่คือรายละเอียด:

  • พรรคภูมิใจไทย 193 เสียง
  • พรรคเพื่อไทย 74 เสียง
  • พรรคเศรษฐกิจ 3 เสียง
  • พรรคใหม่ 1 เสียง
  • พรรครวมใจไทย 1 เสียง
  • พรรคไทยทรัพย์ทวี 1 เสียง
  • พรรครวมพลังประชาชน 1 เสียง
  • พรรคมิติใหม่ 1 เสียง
  • พรรคประชาธิปไตยใหม่ 1 เสียง
  • พรรคเพื่อชาติไทย 2 เสียง
  • พรรคทางเลือกใหม่ 1 เสียง
  • พรรคไทยสร้างไทย 2 เสียง

ส่วนพรรคกล้าธรรมที่มี 58 เสียง ยังไม่ชัดเจน นายไชยชนกบอกว่ามีการคุยกับนายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคแล้ว และนายอนุทินคุยกับนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคเบื้องต้น แต่รอสรุปอย่างเป็นทางการ พรรคกล้าธรรมจะประชุมบ่ายวันนี้ด้วย ทุกอย่างยังมีโอกาส และไม่มีเงื่อนไขอะไรชัดเจนจากพรรคเล็กๆ

โฆษกพรรคภูมิใจไทยยังบอกว่าจะมีแถลงข่าวต่อเนื่อง วันพรุ่งนี้ก็มีอีก การ เปิดตัว ไทยสร้างไทย-ทางเลือกใหม่ ประกาศหนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ รวมเสียงทะลุ 281 เสียง ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้รัฐบาลใหม่ใกล้เกิดขึ้น

ในมุมมองของผม การรวมตัวแบบนี้แสดงให้เห็นว่าพรรคการเมืองไทยเริ่มจริงจังกับการแก้ปัญหาประเทศมากขึ้น ไม่ใช่แค่แย่งชิงอำนาจ รัฐบาลที่เข้มแข็งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและความมั่นคงได้จริง หากคุณสนใจข่าวการเมือง ลองติดตามต่อและแชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณคิดว่ารัฐบาลชุดนี้จะทำอะไรได้บ้างนะครับ!

ที่มา – เปิดตัว ไทยสร้างไทย-ทางเลือกใหม่ ประกาศหนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ รวมเสียงทะลุ 281 เสียง

“สุดารัตน์” ประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย

วันนี้มีข่าวการเมืองร้อนแรงที่ทุกคนกำลังพูดถึง นั่นคือ “สุดารัตน์” ประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย หลีกไปทำหน้าที่ภาคประชาชน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 (พิมพ์ผิดในต้นฉบับเป็น 2569 แต่ควรเป็น 2567) เพื่อแจ้งการตัดสินใจครั้งสำคัญนี้ โดยเธออยากทุ่มเทให้กับการรณรงค์ภาคประชาชนมากกว่า หลังจากที่พรรคได้ที่นั่งในสภาฯ เพียง 2 เสียง ทำให้ผลักดันนโยบายได้ยาก

“สุดารัตน์” ประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย หลีกไปทำหน้าที่ภาคประชาชน

ในข้อความที่ยาวเหยียดและเต็มไปด้วยอุดมการณ์ คุณหญิงสุดารัตน์เล่าย้อนประวัติชีวิตการเมืองกว่า 33 ปีของตัวเอง ตั้งแต่เริ่มต้นในพรรคพลังธรรม ได้รับการหล่อหลอมจากพลตรีจำลอง ศรีเมือง และบิดา คือคุณพ่อสมพล ให้ยึดมั่นในคุณธรรม ความสุจริต และการเป็นผู้รับใช้ประชาชน เธอย้ำว่าตัวเองไม่เคยทรยศประชาชน และยืนหยัดปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

ผ่านวิกฤตการเมืองหลายครั้ง โดยเฉพาะการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เธอเคยรับตำแหน่งรัฐมนตรีถึง 4 กระทรวงใหญ่ และทำงานตรวจสอบรัฐบาลในสภาเสมอมา “การเมืองคืองานอาสา ไม่ใช่แสวงหาผลประโยชน์” คำพูดนี้สะท้อนหัวใจของนักการเมืองรุ่นเก๋าคนนี้ที่รักประเทศและห่วงใยคนตัวเล็ก

เหตุผลหลักที่นำไปสู่การตัดสินใจ “สุดารัตน์” ประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย

แม้จะทุ่มเทสุดตัวในฐานะหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย แต่การเมืองปัจจุบันทำให้คนมีอุดมการณ์อย่างเธอหาที่ยืนยาก โดยเฉพาะปัญหาคอร์รัปชั่นที่เป็นรากเหง้าของความยากจนและความด้อยพัฒนาของไทย สะท้อนชัดจาก #เลือกตั้ง66 ที่ใช้เงินมหาศาล และการทำงานขององค์กรอิสระอย่าง กกต. ที่ถูกตั้งคำถามจากประชาชน

คุณหญิงสุดารัตน์และพรรคยืนยันว่า อำนาจประชาชนไม่ควรมียแค่วันเลือกตั้ง แต่ต้องตรวจสอบและถอดถอนนักการเมืองโกงได้ โดยเสนอให้ประชาชน 50,000 คน ถอดถอนนักการเมือง องค์กรอิสระ กกต. ศาลรัฐธรรมนูญที่มิสุจริต และตั้ง ป.ป.ช. ภาคประชาชน ถ้ามีกลไกนี้ การเลือกตั้งคงสุจริตกว่านี้ แต่ด้วยพรรคมีแค่ 2 เสียง ผลักดันยาก จึงลาออกเพื่อไปรณรงค์ภาคประชาชน ให้ลงชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา

เส้นทางชีวิตการเมืองสุดารัตน์ที่เป็นแรงบันดาลใจ

  • เริ่มต้นจากพรรคพลังธรรม รับอิทธิพลจากพลตรีจำลองและบิดา
  • รัฐมนตรี 4 กระทรวงใหญ่ ทำงานหนักเต็มที่
  • ฝ่ายค้านตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้น
  • ยืนหยัดอุดมการณ์ประชาธิปไตย 33 ปีไม่เคยเปลี่ยน
  • ก่อตั้งพรรคไทยสร้างไทย สู้เพื่อคนตัวเล็ก

การตัดสินใจครั้งนี้ พรรคไทยสร้างไทยจะยังเดินหน้าต่อ โดยเปิดรับคนรุ่นใหม่ทำการเมืองสุจริต ส่วนคุณหญิงจะขอบคุณทุกกำลังใจ และสัญญาจะต่อสู้เพื่อบ้านเมืองที่ทุกคนมีความสุข

ข่าว “สุดารัตน์” ประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย หลีกไปทำหน้าที่ภาคประชาชน สะท้อนปัญหาการเมืองไทยที่พรรคเล็กผลักดันอะไรยาก แต่ก็เป็นโอกาสให้ภาคประชาชนมีบทบาทมากขึ้น การแก้รัฐธรรมนูญเพื่อปราบโกงนี้น่าจะเป็นทางออกที่น่าสนใจ หากประชาชนรวมพลังกัน

ในมุมมองของผม การเคลื่อนไหวนี้แสดงให้เห็นว่ายังมีนักการเมืองที่จริงจังกับอุดมการณ์ ไม่ยึดติดตำแหน่ง คุณคิดยังไงกับการตัดสินใจของสุดารัตน์? อยากเห็นกลไกถอดถอนจากประชาชนไหม? คอมเมนต์มาบอกกันหน่อย และกดติดตามบล็อกเพื่ออัปเดตข่าวการเมืองล่าสุดนะครับ!

ที่มา – “สุดารัตน์” ประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย หลีกไปทำหน้าที่ภาคประชาชน

เลือกตั้ง 2569 พรรคไทยสร้างไทย ได้ 2 ที่นั่ง

เลือกตั้ง 2569 พรรคไทยสร้างไทย ได้ 2 ที่นั่ง ถือเป็นข่าวที่น่าจับตามองสำหรับแฟนการเมืองไทยเลยทีเดียว หลังจากนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ พรรคไทยสร้างไทยสามารถคว้าเก้าอี้ สส. มาได้ทั้งสิ้น 2 ที่นั่ง แบ่งเป็น สส.รายเขต 1 ที่นั่ง และ สส.แบบบัญชีรายชื่อ หรือที่เรียกกันว่า สส.ปาร์ตี้ลิสต์ 1 ที่นั่ง นี่คือก้าวแรกที่สำคัญของพรรคที่นำโดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย

เลือกตั้ง 2569 พรรคไทยสร้างไทย ได้ 2 ที่นั่ง

เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 คุณหญิงสุดารัตน์ ได้นำทีมผู้บริหารพรรคแถลงข่าวอย่างเป็นกันเอง ขอบคุณพี่น้องประชาชนทั่วประเทศที่มอบคะแนนเสียงไว้วางใจให้กับพรรคทั้งในระบบเลือกตั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ "ทุกคะแนนคือพลังสำคัญที่จะขับเคลื่อนพรรคไทยสร้างไทยให้เดินหน้าทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนตามอุดมการณ์การเมืองสุจริต" คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น

พรรคไทยสร้างไทยย้ำชัดเจนถึงวิสัยทัศน์ในการสร้างประเทศไทยให้ดีขึ้น โดยมุ่งเน้นการสร้างโอกาสให้กับคนตัวเล็ก คนรุ่นใหม่ และกลุ่มคนที่ต้องการที่ยืนมั่นคงในสังคม แม้ว่าจำนวนที่นั่งจะยังไม่มากพอที่จะเป็นแกนนำรัฐบาล แต่พรรคพร้อมส่งต่อนโยบายดีๆ เหล่านี้ให้กับรัฐบาลใหม่ เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมจริงๆ ในชีวิตประจำวันของประชาชน

ผลการนับคะแนนเลือกตั้ง 2569 อย่างไม่เป็นทางการ ณ เวลา 22.00 น. ชี้ให้เห็นว่า เลือกตั้ง 2569 พรรคไทยสร้างไทย ได้ 2 ที่นั่ง ซึ่งถือเป็นผลงานที่น่าพอใจสำหรับพรรคใหม่ที่เพิ่งลงสนาม แม้จะเผชิญการแข่งขันที่ดุเดือดจากพรรคใหญ่ๆ แต่คะแนนที่ได้สะท้อนถึงความไว้วางใจจากฐานเสียงที่ต้องการการเมืองใหม่ สุจริต และใกล้ชิดประชาชน

รายชื่อ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคไทยสร้างไทย จากเลือกตั้ง 2569 พรรคไทยสร้างไทย ได้ 2 ที่นั่ง

สำหรับบัญชีรายชื่อผู้สมัคร สส.แบบปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคไทยสร้างไทย ลำดับที่ 1 ซึ่งได้ที่นั่งคือ นายอุดมเดช รัตนเสถียร ท่านนี้เป็นบุคคลที่มีประสบการณ์ในการทำงานเพื่อสังคมและการเมืองมาอย่างยาวนาน คาดว่าจะมีบทบาทสำคัญในการผลักดันนโยบายของพรรคในสภา

  • ลำดับ 1: นายอุดมเดช รัตนเสถียร (ได้ที่นั่งปาร์ตี้ลิสต์)
  • ผู้สมัครอื่นๆ ในบัญชีรายชื่อ จะรอผลยืนยันอย่างเป็นทางการ

สส.รายเขตของพรรคไทยสร้างไทย

ส่วน สส.แบบรายเขต พรรคไทยสร้างไทยได้ที่นั่งจาก นายชัชวาล แพทยาไทย ในเขตเลือกตั้งที่ 7 จังหวัดร้อยเอ็ด ท่านนี้เป็นตัวแทนจากภาคอีสานที่ได้รับความนิยมจากนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรและคนในท้องถิ่น โดยเฉพาะเรื่องการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและการพัฒนาชุมชน

พรรคไทยสร้างไทยก่อตั้งขึ้นโดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ซึ่งมีประสบการณ์ทางการเมืองอันยาวนานจากพรรคเพื่อไทยในอดีต แต่เลือกทางเดินใหม่เพื่อมุ่งเน้นนโยบายที่ตอบโจทย์คนไทยในยุคปัจจุบัน นโยบายหลักของพรรครวมถึง:

  • การเมืองสุจริต ปราบปรามคอร์รัปชันอย่างเด็ดขาด
  • สร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่และคนตัวเล็ก เช่น สนับสนุนสตาร์ทอัพ SME และการศึกษา
  • พัฒนาเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะภาคเกษตรและท่องเที่ยว
  • ปฏิรูประบบสาธารณสุขให้เข้าถึงทุกคน
  • สิ่งแวดล้อมและพลังงานสะอาดเพื่ออนาคตยั่งยืน

แม้ เลือกตั้ง 2569 พรรคไทยสร้างไทย ได้ 2 ที่นั่ง จะดูน้อย แต่ในทางปฏิบัติ สส.ทั้ง 2 ท่านจะมีบทบาทในการตรวจสอบรัฐบาล เสนอนโยบาย และเป็นกระบอกเสียงของประชาชน โดยเฉพาะประเด็นที่พรรคถนัด นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตในอนาคต หากพรรคสามารถพิสูจน์ผลงานได้

สถานการณ์การเลือกตั้ง 2569 โดยรวมเต็มไปด้วยความเข้มข้น พรรคใหญ่ๆ อย่างเพื่อไทย พปชร. และก้าวไกล ยังครองความนิยม แต่พรรคขนาดกลางอย่างไทยสร้างไทยแสดงให้เห็นว่าฐานเสียงกระจายตัว และประชาชนต้องการทางเลือกใหม่ๆ การได้ 2 ที่นั่งนี้ยังช่วยให้พรรคมีสิทธิ์ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐ สามารถขยายงานได้อีกด้วย

ในมุมมองของเรา ผลเลือกตั้ง 2569 พรรคไทยสร้างไทย ได้ 2 ที่นั่ง เป็นสัญญาณบวกที่แสดงถึงความหวังในระบบการเมืองไทย ลองติดตามการทำงานของ สส.ทั้งสองท่านในสภา แล้วคุณจะเห็นว่านโยบายเพื่อประชาชนทำงานจริงได้อย่างไร สนใจข่าวการเมืองเพิ่มเติม? แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ และคอมเมนต์ความเห็นของคุณด้านล่างเลย เราอยากฟัง!

ที่มา – เลือกตั้ง 2569 “พรรคไทยสร้างไทย” ได้ 2 ที่นั่ง เปิดรายชื่อ สส.ปาร์ตี้ลิสต์

ไทยสร้างไทย ชูนโยบาย ปฏิวัติการศึกษา เรียนฟรี!

ไทยสร้างไทย มอบของขวัญวันเด็ก ชูนโยบาย “ปฏิวัติการศึกษา” ลดเวลาเรียน 3-4 ปี เรียนฟรีถึงปริญญาตรี ไม่ต้องเป็นหนี้ กยศ.

วันที่ 9 มกราคม 2569 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่พบปะคณะครู อาจารย์ และนักเรียนโรงเรียนสตรีวิทยา 2 เขตลาดพร้าว เพื่อรับฟังความคิดเห็นและนำเสนอนโยบายด้านการศึกษาของพรรคในการพลิกโฉมอนาคตเด็กไทย โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่น

คุณหญิงสุดารัตน์ได้เน้นย้ำถึงความตั้งใจที่จะเข้ามาช่วยให้คนไทยหายเหนื่อยจากภาระค่าเทอมที่หนักอึ้งและวงจรหนี้สินที่ผูกมัดผู้ปกครองมาอย่างยาวนาน หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนครั้งนี้คือการผลักดันนโยบายเรียนฟรีอย่างมีคุณภาพจนจบปริญญาตรี ซึ่งถือเป็นการยกระดับจากเดิมที่รัฐสนับสนุนเพียงแค่ 12 ปีตามกฎหมาย ให้กลายเป็นการดูแลจนจบปริญญาตรี

พรรคไทยสร้างไทยยืนยันว่ารัฐต้องสนับสนุนงบประมาณเพื่อการเรียนฟรีอย่างแท้จริง เพื่อให้เด็กไทยทุกคนเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาขั้นสูงสุดได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าเล่าเรียนอีกต่อไป ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการลดความเหลื่อมล้ำในสังคมและเป็นการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับประเทศ

โดยจะลดระยะเวลาการศึกษาในระดับประถม มัธยม และมหาวิทยาลัยลงรวมประมาณ 3-4 ปี เพื่อให้เยาวชนไทยสามารถจบการศึกษาในระดับปริญญาตรีได้ตั้งแต่อายุเพียง 18 ปีเท่านั้น การปรับลดเวลาเรียนนี้ไม่ได้เป็นการตัดทอนเนื้อหาสำคัญ แต่เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ให้กระชับและตรงจุด เพื่อให้เด็กไทยสามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานและเริ่มทำมาหากินได้เร็วขึ้น ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของพ่อแม่ผู้ปกครอง และที่สำคัญคือการเพิ่มกำลังแรงงานที่มีทักษะสูงเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้รวดเร็วขึ้น

คุณหญิงสุดารัตน์ ยังประกาศถึงเป้าหมายการทำให้เด็กไทยไม่เป็นหนี้ กยศ. อีกต่อไป เมื่อรัฐเข้ามาดูแลค่าใช้จ่ายจนจบปริญญาตรีและปรับลดเวลาเรียนลง ความจำเป็นในการกู้หนี้ยืมสินเพื่อการศึกษาจะลดลงไปด้วย ซึ่งเป็นการตัดวงจรหนี้ตั้งแต่วัยเริ่มทำงาน ช่วยให้คนรุ่นใหม่มีอิสระทางการเงินในการตั้งตัวและสร้างอนาคตได้ไวกว่าคนรุ่นก่อนๆ

สำหรับการเรียนการสอนจะเป็นกลไกผ่านระบบคูปองการศึกษาที่ให้อำนาจงบประมาณไปอยู่ที่ตัวเด็ก เพื่อให้เด็กสามารถเลือกสถาบันหรือสาขาที่ต้องการได้อย่างอิสระ พร้อมปรับปรุงหลักสูตรให้เน้นทักษะที่ใช้ได้จริงในโลกยุคใหม่มากกว่าการยึดติดกับใบปริญญาเพียงอย่างเดียว โดยจะนำเทคโนโลยีแพลตฟอร์มออนไลน์และครูผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยเสริมศักยภาพให้เด็กทุกพื้นที่เข้าถึงคุณภาพมาตรฐานเดียวกัน

ไทยสร้างไทย ชูนโยบาย “ปฏิวัติการศึกษา” ลดเวลาเรียน เรียนฟรีถึงปริญญาตรี ไม่ต้องเป็นหนี้ กยศ.

นโยบาย “ปฏิวัติการศึกษา” ลดเวลาเรียน เรียนฟรีถึงปริญญาตรี ไม่ต้องเป็นหนี้ กยศ. ของพรรคไทยสร้างไทย กำลังได้รับความสนใจอย่างมากจากประชาชน โดยเฉพาะผู้ปกครองและนักเรียนนักศึกษาที่กำลังเผชิญกับภาระค่าใช้จ่ายทางการศึกษาที่สูงลิ่ว

ทำไมนโยบาย “ปฏิวัติการศึกษา” เรียนฟรีถึงปริญญาตรี ถึงสำคัญ?

การศึกษานับเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ การที่ประชาชนได้รับการศึกษาที่ดี มีคุณภาพ จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างโอกาส และลดความเหลื่อมล้ำในสังคม นโยบาย “ปฏิวัติการศึกษา” ลดเวลาเรียน เรียนฟรีถึงปริญญาตรี ไม่ต้องเป็นหนี้ กยศ. จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างอนาคตที่สดใสให้กับประเทศไทย

หากนโยบายนี้ประสบความสำเร็จ จะทำให้เด็กไทยทุกคน ไม่ว่าจะมีฐานะทางครอบครัวอย่างไร ก็สามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ซึ่งจะช่วยปลดล็อกศักยภาพของเยาวชนไทย และสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพให้กับประเทศ

นอกจากนี้ การลดเวลาเรียนและการปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน จะช่วยให้เยาวชนไทยสามารถเข้าสู่โลกของการทำงานได้เร็วขึ้น และมีทักษะที่ตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม การผลักดันนโยบาย “ปฏิวัติการศึกษา” ลดเวลาเรียน เรียนฟรีถึงปริญญาตรี ไม่ต้องเป็นหนี้ กยศ. ให้ประสบความสำเร็จนั้น จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน รวมถึงต้องมีการวางแผนและบริหารจัดการงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้เรียน

นโยบาย “ปฏิวัติการศึกษา” ลดเวลาเรียน เรียนฟรีถึงปริญญาตรี ไม่ต้องเป็นหนี้ กยศ. ถือเป็นความหวังของคนไทยหลายๆ คนที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระบบการศึกษา การที่จะทำให้นโยบายนี้เป็นจริงได้นั้น ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการผลักดันและสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับเยาวชนไทยและประเทศไทยของเรา

ที่มา – ไทยสร้างไทย ชูนโยบาย “ปฏิวัติการศึกษา” ลดเวลาเรียน เรียนฟรีถึงปริญญาตรี ไม่ต้องเป็นหนี้ กยศ.

“จินนี่” ชูนโยบายบำนาญประชาชน 3,000 บ. ลุยอโศก


“จินนี่ ยศสุดา” ชูนโยบายบำนาญประชาชน 3,000 บาท ควงแคนดิเดตนายกฯ ไทยสร้างไทย บุกย่านอโศก หาเสียงชาวออฟฟิศ ชูนโยบายพักใช้กฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากิน

เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 29 ธันวาคม 2568 นางสาวยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ หรือน้องจินนี่ ลูกสาวคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย พร้อมด้วยนายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคไทยสร้างไทย และนายปริเยศ อังกูรกิตติ โฆษกพรรคไทยสร้างไทย ร่วมลงพื้นที่ย่านอโศกและตลาดรวมทรัพย์เพื่อพบปะและขอคะแนนเสียงจากกลุ่มพนักงานออฟฟิศ โดยมีการจัดกิจกรรม “กาหัวใจให้นโยบาย 3 ข้อ โดยให้ประชาชนร่วมทดลองเลือกนโยบายที่ชื่นชอบผ่านบอร์ดประชาสัมพันธ์ ซึ่งได้รับความสนใจและมีการตอบรับอย่างคึกคักจากผู้สัญจรในพื้นที่ดังกล่าว พรรคไทยสร้างไทยนำเสนอนโยบายบำนาญประชาชน เดือนละ 3,000 บาท เพื่อสร้างหลักประกันรายได้หลังเกษียณให้ผู้สูงอายุสามารถดูแลตัวเองได้โดยไม่เป็นภาระของลูกหลาน ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยอย่างยั่งยืน

นางสาวยศสุดา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีนโยบายพักใช้กฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากินเพื่อปลดล็อกข้อจำกัดทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการรายย่อยทำงานได้คล่องตัวขึ้น พร้อมจัดตั้งกองทุนสร้างไทยที่เปิดโอกาสให้ประชาชนกู้ยืมเงินทุนตั้งแต่ 10,000 ถึง 100,000 บาท เพื่อนำไปตั้งตัวหรือขยายกิจการโดยไม่ต้องพึ่งพาหนี้นอกระบบ โดยพรรคไทยสร้างไทย ยังชูประเด็นการปฏิรูปโครงสร้างอำนาจด้วยการเสนอแก้กฎหมายเปิดช่องให้ประชาชนรวมตัวกันลงชื่อ 50,000 รายชื่อเพื่อถอดถอนองค์กรอิสระได้โดยตรง เพื่อสร้างกลไกตรวจสอบที่ยึดโยงกับประชาชนและส่งเสริมความโปร่งใสในระบอบประชาธิปไตยให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น ทั้งนี้ได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชนชาวอโศกอย่างดี โดยเฉพาะนโยบายบำนาญประชาชน 3,000 บาทที่ช่วยสร้างความมั่นคงในระยะยาว รวมถึงนโยบายการพักใช้กฎหมายที่ไม่จำเป็นซึ่งตอบโจทย์คนทำงานที่ต้องการความสะดวกและความรวดเร็วในการประกอบอาชีพยุคใหม่

“จินนี่” ชูนโยบายบำนาญประชาชน 3,000 บ. ลุยอโศก

การลงพื้นที่อโศกของ “จินนี่” และทีมงานไทยสร้างไทยครั้งนี้ ถือว่าเป็นการเจาะกลุ่มเป้าหมายคนเมืองวัยทำงานโดยตรง ซึ่งนโยบายบำนาญประชาชน 3,000 บาท ถือเป็นหนึ่งในนโยบายหลักที่พรรคฯ ต้องการผลักดันให้เกิดขึ้นจริง เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับผู้สูงอายุและลดภาระของลูกหลาน

ทำไมนโยบายบำนาญประชาชน 3,000 บาท ถึงสำคัญ?

  • สร้างหลักประกันรายได้: ช่วยให้ผู้สูงอายุมีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีวิต
  • ลดภาระลูกหลาน: ช่วยลดภาระทางการเงินของลูกหลานในการดูแลพ่อแม่
  • กระตุ้นเศรษฐกิจ: เงินบำนาญจะหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย
  • ลดความเหลื่อมล้ำ: ช่วยลดช่องว่างทางรายได้ระหว่างคนรวยและคนจน

นอกจากนโยบายบำนาญประชาชนแล้ว การพักใช้กฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากินก็เป็นอีกหนึ่งนโยบายที่น่าสนใจ เพราะจะช่วยปลดล็อกศักยภาพของผู้ประกอบการรายย่อย ให้สามารถทำธุรกิจได้อย่างคล่องตัวมากยิ่งขึ้น

โดยรวมแล้ว การลงพื้นที่หาเสียงของ “จินนี่” และทีมงานไทยสร้างไทยในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคฯ ในการผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง และสะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจในปัญหาและความต้องการของคนเมือง

นโยบายบำนาญประชาชน 3,000 บาท จึงเป็นมากกว่าแค่ตัวเลข แต่คือความหวังที่จะสร้างสังคมที่เอื้ออาทรและเป็นธรรมสำหรับทุกคน

ที่มา – “จินนี่” ควงแคนดิเดตนายกฯ ไทยสร้างไทย ลุยย่านอโศก ชูนโยบายบำนาญประชาชน เดือนละ 3,000 บาท

ทสท. เปิดแคมเปญ **สร้างการเมืองสุจริต**

“ไทยสร้างไทย” ประกาศ “สร้างการเมืองสุจริต” ล้างบางคนโกง! ชู 3 มาตรการคนโกงต้องไม่มีที่ยืนในสังคมไทยอีกต่อไป

วันที่ 5 ธันวาคม 2568 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ประกาศเปิดตัวแคมเปญใหญ่ “Big Cleaning ประเทศไทย ได้เวลาล้างบางคนโกง” โดยระบุว่าการ “สร้างการเมืองสุจริต” คือภารกิจหลักในการเปลี่ยนประเทศ พร้อมน้อมนำพระราชดำรัสรัชกาลที่ 9 เรื่องการส่งเสริมคนดีมาปกครองบ้านเมือง และประกาศเจตนารมณ์ว่า “คนโกงต้องไม่มีที่ยืนในสังคมไทย” อีกต่อไป

คุณหญิงสุดารัตน์ชี้ว่า การทุจริตที่ฝังรากลึกทำลายเศรษฐกิจอย่างรุนแรง ทำให้การเติบโตของประเทศต่ำกว่า 2% และดันหนี้ครัวเรือนพุ่งสูงถึง 16 ล้านล้านบาทเกือบเท่า GDP ของประเทศ ขณะเดียวกันปัญหาคอร์รัปชันยังเชื่อมโยงกับอาชญากรรมสมัยใหม่ เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ และระบบส่วย ซึ่งเป็นสัญญาณว่าประเทศกำลังเสี่ยงสู่ภาวะ “รัฐล้มเหลว” หากไม่เร่งรื้อโครงสร้างอำนาจที่เปิดช่องให้ทุนดำครอบงำ

ภายใต้แคมเปญนี้ คุณหญิงสุดารัตน์บอกว่า พรรคเตรียมผลักดัน 3 มาตรการปราบคอร์รัปชันอย่างเด็ดขาด ดังนี้:

  • เพิ่มโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต สำหรับเจ้าหน้าที่รัฐและนักการเมืองที่โกงชาติ
  • ให้อำนาจประชาชนเข้าชื่อ 50,000 ชื่อถอดถอนองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ หากพบว่ามีการเอื้อประโยชน์ให้คนโกง
  • จัดตั้ง ป.ป.ช. ภาคประชาชน เปิดทางให้ตรวจสอบและส่งฟ้องโครงการทุจริตของรัฐได้อย่างแท้จริง

คุณหญิงสุดารัตน์จึงอยากเชิญชวนประชาชนลุกขึ้นมาร่วมสู้ อย่าสยบยอมให้กับคนเลว เพื่อนำพาประเทศไทยก้าวพ้นหลุมดำแห่งคอร์รัปชันอย่างยั่งยืน

สร้างการเมืองสุจริต

ทำไมต้องสร้างการเมืองสุจริต?

การสร้างการเมืองสุจริตไม่ใช่แค่คำสวยหรู แต่เป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ลองคิดดูว่าถ้าเงินภาษีของเราไม่รั่วไหลไปกับการทุจริต เราจะสามารถนำเงินเหล่านั้นไปพัฒนาด้านสาธารณสุข การศึกษา โครงสร้างพื้นฐาน และอีกมากมายได้อีกเท่าไหร่?

ปัญหาคอร์รัปชันกัดกินประเทศไทยมานาน ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และความเชื่อมั่นของประชาชน การที่นักการเมืองและข้าราชการบางส่วนแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว ทำให้โครงการต่างๆ ไม่ได้มาตรฐาน งบประมาณบานปลาย และประชาชนต้องแบกรับภาระในที่สุด

การสร้างการเมืองสุจริตจึงเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องร่วมมือกัน ไม่ใช่แค่หน้าที่ของพรรคการเมืองหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ของประชาชนทุกคนที่จะต้องตรวจสอบ ติดตาม และลงโทษผู้ที่กระทำการทุจริต

พรรคไทยสร้างไทยได้เสนอนโยบายที่น่าสนใจหลายประการในการปราบปรามคอร์รัปชัน เช่น การเพิ่มโทษผู้กระทำผิด การให้อำนาจประชาชนในการตรวจสอบ และการจัดตั้งองค์กรภาคประชาชน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่ประชาชนต้องตระหนักถึงพิษภัยของคอร์รัปชัน และร่วมมือกันเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีขึ้น

เราต้องไม่ยอมให้การทุจริตเป็นเรื่องปกติในสังคมไทย เราต้องสร้างการเมืองสุจริตเพื่อให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่น่าอยู่สำหรับทุกคน

มาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้ดีขึ้น ร่วมกันสนับสนุนพรรคการเมืองและนโยบายที่มุ่งเน้นการปราบปรามคอร์รัปชัน และร่วมกันตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเงินภาษีของเราถูกใช้อย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ

ที่มา – ทสท. เปิดแคมเปญ “ล้างบางคนโกง” ประกาศสร้างการเมืองสุจริต

คุณหญิงหน่อย ส่งคาราวานช่วยหาดใหญ่

“สุดารัตน์” นำทีม “ไทยสร้างไทย” ปล่อยคาราวานใหญ่ส่งชุดเครื่องนอน-เครื่องนุ่งห่ม เร่งช่วยฟื้นฟูชาวหาดใหญ่ หลังน้ำท่วมหนัก

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรค พร้อมคณะทำงาน ได้ปล่อยคาราวานความช่วยเหลือจากที่ทำการพรรคไทยสร้างไทย มุ่งหน้าสู่ จ.สงขลา เพื่อส่งมอบสิ่งของจำเป็นและชุดเครื่องนอนแก่ประชาชนในอำเภอหาดใหญ่ที่กำลังประสบอุทกภัยครั้งใหญ่ คาราวานครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นและช่วยให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วที่สุด

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า สิ่งของที่ถูกจัดเตรียมไปเป็นพิเศษคือ ที่นอน หมอน และผ้าห่ม ซึ่งเป็นสิ่งที่ขาดแคลนอย่างมาก เนื่องจากบ้านเรือนจำนวนมากถูกน้ำท่วมสูงจนทำให้เครื่องนอนเสียหายทั้งหมด การมอบชุดเครื่องนอนใหม่นี้จะช่วยสร้างความอบอุ่นและให้พื้นที่พักผ่อนที่สะอาดและปลอดภัยสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ และครอบครัวที่ได้รับผลกระทบหนัก ลดปัญหาสุขภาพหลังภัยพิบัติ

คุณหญิงสุดารัตน์ระบุว่า การส่งมอบสิ่งของจำเป็นในครั้งนี้เป็นความตั้งใจที่จะยืนเคียงข้างประชาชนในยามยาก พร้อมย้ำว่าพรรคไทยสร้างไทยจะเดินหน้าช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการฟื้นฟูสุขภาพ การบรรเทาทุกข์ และการดูแลครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ

คุณหญิงหน่อย ปล่อยคาราวานชุดเครื่องนอนช่วยฟื้นฟูชาวหาดใหญ่

สถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นจำนวนมาก บ้านเรือนและทรัพย์สินได้รับความเสียหาย ทำให้หลายครอบครัวต้องเผชิญกับความยากลำบากในการดำรงชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขาดแคลนเครื่องนอนที่สะอาดและปลอดภัย

ด้วยความตระหนักถึงความเดือดร้อนของประชาชน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย จึงได้นำทีมงานจัดคาราวานความช่วยเหลือเพื่อส่งมอบชุดเครื่องนอนและสิ่งของจำเป็นอื่นๆ ให้แก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่

ทำไมชุดเครื่องนอนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในสถานการณ์น้ำท่วม?

เมื่อเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติเช่นน้ำท่วม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการดูแลสุขภาพอนามัยของผู้ประสบภัย การขาดแคลนเครื่องนอนที่สะอาดและแห้ง ทำให้ผู้ประสบภัยต้องเผชิญกับความเสี่ยงในการเป็นโรคต่างๆ เช่น โรคผิวหนัง โรคระบบทางเดินหายใจ และโรคติดเชื้ออื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ

การได้รับชุดเครื่องนอนใหม่ที่สะอาดและมีคุณภาพ จะช่วยให้ผู้ประสบภัยสามารถพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ ฟื้นฟูร่างกายและจิตใจจากความเครียดและความเหนื่อยล้า ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคต่างๆ และมีกำลังใจในการกลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง

พรรคไทยสร้างไทย มุ่งมั่นช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง

การปล่อยคาราวานชุดเครื่องนอนช่วยฟื้นฟูชาวหาดใหญ่ในครั้งนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นตั้งใจของพรรคไทยสร้างไทย ที่จะยืนหยัดเคียงข้างประชาชนในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นยามสุขหรือยามทุกข์ พรรคฯ พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนประชาชนอย่างเต็มที่ เพื่อให้ทุกคนสามารถกลับมามีชีวิตที่ดีขึ้นได้โดยเร็ว

นอกจากนี้ พรรคไทยสร้างไทยยังมีโครงการและความช่วยเหลืออื่นๆ อีกมากมายที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาปากท้อง พัฒนาคุณภาพชีวิต และสร้างโอกาสให้กับประชาชนในทุกระดับ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่น่าอยู่สำหรับทุกคนอย่างแท้จริง

การช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากน้ำท่วมไม่ใช่เพียงแค่การให้สิ่งของบรรเทาทุกข์เท่านั้น แต่ยังเป็นการมอบกำลังใจและความหวังให้กับผู้ที่กำลังเผชิญกับความยากลำบาก ให้พวกเขารู้ว่ายังมีคนที่พร้อมจะช่วยเหลือและสนับสนุนพวกเขาอยู่เสมอ

การที่คุณหญิงหน่อยและพรรคไทยสร้างไทยลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที แสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่และความเข้าใจในปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง หวังว่าความช่วยเหลือในครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ชาวหาดใหญ่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขโดยเร็ววัน

ที่มา – “คุณหญิงหน่อย” ปล่อยคาราวานชุดเครื่องนอนช่วยฟื้นฟูชาวหาดใหญ่

ไทยสร้างไทย จี้ดีอี ช่วยภัยหาดใหญ่

พรรคไทยสร้างไทยเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เร่งสั่งการให้ไปรษณีย์ไทยเปิดจุดรับบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในหาดใหญ่ พร้อมทั้งเร่งบูรณาการระบบแจ้งเตือนภัยให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 นายปริเยศ อังกูรกิตติ โฆษกพรรคไทยสร้างไทย แถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี สั่งการให้ไปรษณีย์ไทย (ปณท.) ดำเนินการเปิดจุดรับบริจาคและจัดส่งสิ่งของจำเป็นอย่างเร่งด่วนไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งใหญ่ในอำเภอหาดใหญ่และพื้นที่อื่นๆ ในภาคใต้

นายปริเยศเน้นย้ำถึงความเร่งด่วนของสถานการณ์ โดยระบุว่าศูนย์พักพิงผู้ประสบภัยที่สำคัญหลายแห่ง เช่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ซึ่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยกว่า 1,000 คน ยังคงต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านอาหาร น้ำดื่ม เครื่องนุ่งห่ม และสิ่งของจำเป็นอื่นๆ การที่ไปรษณีย์ไทยเปิดจุดรับบริจาค จะเป็นช่องทางสำคัญที่ช่วยให้ประชาชนสามารถส่งความช่วยเหลือไปยังผู้ประสบภัยในศูนย์อพยพต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและสะดวกมากยิ่งขึ้น

ไทยสร้างไทย จี้ รมว.ดีอี สั่งไปรษณีย์ไทยเปิดจุดรับบริจาคช่วยผู้ประสบภัยหาดใหญ่

นอกจากนั้น โฆษกพรรคไทยสร้างไทยยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของกระทรวงดีอี เพื่อให้สามารถแจ้งเตือนภัยและส่งข้อมูลข่าวสารที่สำคัญไปยังประชาชนได้อย่างทันท่วงที โดยอาศัยระบบต่างๆ เช่น Cell Broadcast อุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ และระบบเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

“การบูรณาการระบบแจ้งเตือนภัยถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งในสถานการณ์เช่นนี้” นายปริเยศกล่าว “เราต้องทำให้มั่นใจว่าประชาชนทุกคนจะได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและทันเวลา เพื่อให้พวกเขาสามารถเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม การมีระบบที่รวดเร็วและแม่นยำจะช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมาก”

ความสำคัญของการช่วยเหลือผู้ประสบภัย

สถานการณ์อุทกภัยในหาดใหญ่ครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นจำนวนมาก การที่พรรคไทยสร้างไทยออกมาเรียกร้องให้กระทรวงดีอีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการช่วยเหลือ แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยและความตั้งใจที่จะบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างแท้จริง การเปิดจุดรับบริจาคของไปรษณีย์ไทยจะเป็นช่องทางสำคัญที่ช่วยให้ประชาชนจากทั่วประเทศสามารถร่วมกันส่งความช่วยเหลือไปยังผู้ที่ต้องการได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

นายปริเยศยังเรียกร้องให้รัฐมนตรีดีอีดำเนินการในทุกมิติโดยทันที ทั้งการดูแลระบบสื่อสารให้มีความเสถียรและมีประสิทธิภาพ และการสนับสนุนให้ไปรษณีย์ไทยสามารถส่งต่อสิ่งของบริจาคไปยังผู้ประสบภัยได้อย่างทั่วถึง เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่ากระทรวงฯ กำลังทำงานอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือพวกเขาในยามยากลำบาก

พรรคไทยสร้างไทยมองว่า การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในครั้งนี้เป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน หรือภาคประชาชน ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยได้

การที่พรรคการเมืองอย่างไทยสร้างไทยออกมาแสดงบทบาทในการเรียกร้องให้ภาครัฐดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความรับผิดชอบต่อสังคม การที่ทุกฝ่ายร่วมมือกันจะช่วยให้เราสามารถผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างราบรื่น และทำให้ผู้ประสบภัยกลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้อีกครั้ง

ไทยสร้างไทย จี้ รมว.ดีอี สั่งไปรษณีย์ไทยเปิดจุดรับบริจาคช่วยผู้ประสบภัยหาดใหญ่ ถือเป็นการกระตุ้นให้ภาครัฐเร่งดำเนินการช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการระบบสื่อสารและเทคโนโลยีเพื่อการจัดการภัยพิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ

การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน การที่พรรคไทยสร้างไทยออกมาเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งดำเนินการช่วยเหลือถือเป็นสิ่งที่น่ายกย่อง แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการที่ประชาชนทุกคนร่วมมือกันช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพื่อให้เราสามารถผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ด้วยดี

ที่มา – ไทยสร้างไทย จี้ รมว.ดีอี สั่งไปรษณีย์ไทยเปิดจุดรับบริจาคช่วยผู้ประสบภัยหาดใหญ่

Scroll to top