ไอโอ

“เท้ง” ชี้ คน กทม. ไม่ต้องการระบอบน้ำเงิน โต้ “แก้วตา” ปชน. ไม่เคยมีระบบไอโอ

“เท้ง” ชี้ คน กทม. ไม่ต้องการระบอบน้ำเงิน โต้ “แก้วตา” ปชน. ไม่เคยมีระบบไอโอ

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงทางการเมืองเมื่อ “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ได้ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร ส.ก. เขตสายไหม หาเสียง พร้อมเปิดใจถึงสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน โดยเน้นย้ำว่า “เท้ง” ชี้ คน กทม. ไม่ต้องการระบอบน้ำเงิน ที่เข้ามามีอิทธิพลหรือครอบงำการทำงานของกรุงเทพมหานคร เพราะชาวเมืองหลวงต้องการความโปร่งใสและอิสระในการตรวจสอบอย่างแท้จริง

เปิดมุมมอง “เท้ง” ต่อกระแสข่าวไอโอและทิศทางพรรคประชาชน

นอกจากประเด็นเรื่องระบอบการเมืองแล้ว อีกหนึ่งเรื่องที่สังคมให้ความสนใจคือกรณีการตอบโต้กับคุณแก้วตา (ธิษะณา) เกี่ยวกับระบบปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือที่เรียกกันว่า “ไอโอ” ซึ่ง “เท้ง” ชี้ คน กทม. ไม่ต้องการระบอบน้ำเงิน โดยยืนยันว่าพรรคประชาชนไม่เคยมีนโยบายหรือระบบการสร้างแอคเคาต์ปลอมเพื่อโจมตีใคร และมองว่าความเห็นต่างที่เกิดขึ้นในโซเชียลมีเดียเป็นเรื่องปกติของระบอบประชาธิปไตยที่มีฐานสนับสนุนแตกต่างกันไป

ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับพรรคประชาชนมีดังนี้:

  • ความเป็นอิสระของการเมือง: พรรคต้องการปลดแอก กทม. จากการครอบงำของระบอบอิทธิพลเดิม
  • ข้อเท็จจริงเรื่องไอโอ: ยืนยันว่า ปชน. ให้ความสำคัญกับความจริงใจ ไม่มีการจ้างผลิตข่าวปลอม
  • วิถีทางของสมาชิกพรรค: การย้ายออกไปฝั่งรัฐบาลถือเป็นวิถีทางการเมืองตามความสมัครใจ

หลายคนอาจสงสัยว่าการที่สมาชิกไหลออกไปนั้นจะกระทบต่อเสถียรภาพหรือไม่ แต่ “เท้ง” ได้แสดงความมั่นใจว่าพรรคประชาชนเป็นพรรคมวลชนที่เน้นการพัฒนาคนจากแถวหลังสู่แถวหน้าเสมอ ดังนั้นไม่ว่าจะมีสถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างไร พรรคก็ยังมีนโยบายที่มุ่งเน้นการตรวจสอบที่เป็นธรรมและยึดมั่นในอุดมการณ์เดิมอย่างเหนียวแน่น ในฐานะผู้สังเกตการณ์ทางการเมือง เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่า การชูจุดยืนว่า “เท้ง” ชี้ คน กทม. ไม่ต้องการระบอบน้ำเงิน จะสามารถกระตุ้นให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งได้มากน้อยเพียงใด เพราะท้ายที่สุดแล้ว เสียงของประชาชนคือผู้ตัดสินว่าทิศทางของกรุงเทพฯ จะเป็นอย่างไร

ที่มา – “เท้ง” ชี้ คน กทม. ไม่ต้องการระบอบน้ำเงิน โต้ “แก้วตา” ปชน. ไม่เคยมีระบบไอโอ

สมาคมนักข่าวฯ ประณาม จี้หยุดใช้ “ไอโอ” คุกคามสื่อมวลชน

ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารไหลเวียนอย่างรวดเร็ว การคุกคามสื่อมวลชนผ่านปฏิบัติการข่าวสารหรือ IO ถือเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อเสรีภาพการแสดงออกและประชาธิปไตย ล่าสุด สมาคมนักข่าวฯ ประณาม จี้หยุดใช้ “ไอโอ” คุกคามสื่อมวลชน หลังเกิดเหตุนักข่าวชื่อดังถูกโจมตีอย่างเป็นระบบ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ปัญหาของคนในวงการสื่อ แต่ส่งผลกระทบต่อทุกคนที่ต้องการความจริง

สมาคมนักข่าวฯ ประณาม จี้หยุดใช้ “ไอโอ” คุกคามสื่อมวลชน

วันที่ 15 เมษายน 2569 สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย โดยฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อพฤติกรรมที่ใช้ IO คุกคามนางสาวฐปนีย์ เอียดศรีไชย ผู้สื่อข่าวจาก The Reporters เหตุเกิดหลังจากเธอตั้งคำถามในงานแถลงข่าวของแม่ทัพภาคที่ 4 ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เกี่ยวกับการลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ

แม่ทัพภาคที่ 4 ตอบกลับด้วยคำว่า “ถ้าเป็นผม ไม่ปล่อยให้รอดหรอก” คำพูดนี้สร้างความตระหนกให้สังคม โดยเฉพาะจากผู้บังคับบัญชาระดับสูง ทันทีที่คำถามดังกล่าวถูกถาม เพจโซเชียลมีเดียหลายเพจต่างพากันโพสต์ข้อความใส่ร้ายนักข่าวคนนี้อย่างพร้อมเพรียง ลักษณะนี้ชัดเจนว่าเป็นการประสานงาน ไม่ใช่ความเห็นธรรมดาของประชาชน

สมาคมนักข่าวฯ ประณาม จี้หยุดใช้ “ไอโอ” คุกคามสื่อมวลชน-บิดเบือนข้อเท็จจริง

สมาคมยืนยันว่าการตั้งคำถามของนักข่าวเป็นสิทธิและหน้าที่หลัก เพื่อตอบสนองความสงสัยของประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่แถลงข่าวของเจ้าหน้าที่รัฐ ปัญหาอยู่ที่ท่าทีของผู้มีอำนาจ ไม่ใช่คำถาม การตอบโต้ด้วยการโจมตีหรือสร้างกระแสเกลียดชังถือเป็นการคุกคามความปลอดภัยของสื่อ

ปฏิบัติการ IO ในพื้นที่ชายแดนใต้ถูกวิจารณ์มานาน ทั้งในสภาและภาคประชาสังคม มันถูกใช้สร้างเรื่องเล่าเพื่อตีตราผู้เห็นต่าง ไม่ว่าจะนักการเมือง ประชาชน หรือสื่อ ปัจจุบันยกระดับมาทำลายความน่าเชื่อถือของผู้ตรวจสอบอำนาจ ถือเป็นการละเมิดเสรีภาพสื่อร้ายแรง และพยายามปิดปากสื่อด้วยวิธีตรวจสอบยาก

  • ลักษณะของ IO: โพสต์พร้อมเพรียง รวดเร็วผิดปกติ เต็มฟีดผู้ใช้
  • เป้าหมาย: ทำลายชื่อเสียงนักข่าว สร้างความกลัว
  • ผลกระทบ: สื่อลังเลตั้งคำถาม ประชาชนขาดข้อมูลจริง
  • ตัวอย่างอื่น: เคยเกิดกับนักข่าวและนักกิจกรรมในอดีต

สมาคมนักข่าวฯ จึงประณามอย่างหนัก และเรียกร้องให้หน่วยงานตรวจสอบ ยุติการใช้ IO ที่สร้างแตกแยก สื่อต้องทำหน้าที่ตรวจสอบอำนาจได้อย่างเสรีและปลอดภัย เพื่อประโยชน์สาธารณะและประชาธิปไตย

เรื่องนี้สะท้อนปัญหาใหญ่ในสังคมไทย ที่อำนาจบางส่วนใช้วิธีสกปรกปิดกั้นเสียงตรวจสอบ หากไม่หยุด สังคมจะยิ่งมืดมนด้วยข้อมูลเท็จ เราควรสนับสนุนสื่อให้กล้าตั้งคำถามต่อไป

คุณคิดอย่างไรกับการใช้ IO คุกคามสื่อ? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ และแชร์บทความนี้เพื่อสร้างกระแสปกป้องเสรีภาพสื่อกันเถอะ!

ที่มา – สมาคมนักข่าวฯ ประณาม จี้หยุดใช้ “ไอโอ” คุกคามสื่อมวลชน-บิดเบือนข้อเท็จจริง

ไทยสร้างไทยจี้รัฐบาล ปมIOด้อยค่าแม่ทัพภาค 2

พรรคไทยสร้างไทยออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งชี้แจงกรณีที่มีปฏิบัติการ Information Operation (IO) โจมตีและด้อยค่า พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 โดยตั้งคำถามว่าเหตุใดรัฐบาลจึงเพิกเฉยต่อเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติในระยะยาว พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีนัยยะแอบแฝงอยู่เบื้องหลัง

นายปริเยศ อังกูรกิตติ โฆษกพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) ได้กล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการโจมตีและด้อยค่าบุคคลในกองทัพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีของ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจของสังคมอย่างมาก นายปริเยศเน้นย้ำว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เนื่องจากบุคคลที่ถูกโจมตีดำรงตำแหน่งสำคัญในกองทัพและมีความเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาชายแดน

ไทยสร้างไทยจี้รัฐบาล ปมIOด้อยค่าแม่ทัพภาค 2

โฆษกพรรคไทยสร้างไทยจึงตั้งคำถามสำคัญถึงรัฐบาลว่า เหตุใดจึงเลือกที่จะนิ่งเฉยและเพิกเฉยต่อกระแสการบ่อนทำลายเช่นนี้ หรืออาจมีเหตุผลอื่นแอบแฝงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการกระทำดังกล่าว ไทยสร้างไทยจี้รัฐบาลให้เร่งดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจัง

นายปริเยศยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ปฏิบัติการ IO ที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้เป็นการกระทำของกลุ่มบุคคลทั่วไป แต่มีความเป็นไปได้ที่จะได้รับการจัดตั้งหรือสนับสนุนจากทีมงานของบางพรรคการเมือง ดังนั้น รัฐบาลจึงควรเร่งตรวจสอบและจัดการกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง หากปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินต่อไป อาจสร้างความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศชาติ และท้ายที่สุดจะส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของรัฐบาลเอง เนื่องจากประชาชนเริ่มตั้งข้อสงสัยตั้งแต่ที่นายกรัฐมนตรีเคยกล่าวพาดพิงถึงแม่ทัพภาคที่ 2 ในคลิปเสียงที่ถูกเผยแพร่ออกมาว่า ท่านเป็นฝ่ายตรงข้าม

ทำไมไทยสร้างไทยจึงต้องออกมาเรียกร้องประเด็นนี้?

การที่พรรคไทยสร้างไทยจี้รัฐบาลในประเด็นนี้ แสดงให้เห็นถึงความกังวลต่อสถานการณ์ความมั่นคงของประเทศ และความโปร่งใสในการทำงานของรัฐบาล พรรคเชื่อว่าการปล่อยปละละเลยให้มีการโจมตีและด้อยค่าบุคคลสำคัญในกองทัพ จะส่งผลเสียต่อขวัญและกำลังใจของเจ้าหน้าที่ และอาจนำไปสู่ความแตกแยกในสังคม

นอกจากนี้ การที่รัฐบาลนิ่งเฉยต่อเรื่องนี้ อาจถูกมองว่าเป็นสัญญาณที่ไม่ดี และอาจทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในการบริหารประเทศ

ส่วนในประเด็นทางการเมืองอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โฆษกพรรคไทยสร้างไทยได้ปฏิเสธที่จะให้ความเห็น โดยกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า รัฐบาลปัจจุบันได้หมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศไปแล้วตั้งแต่ที่มีคลิปเสียงหลุดออกมา ดังนั้น ประชาชนจึงไม่ได้คาดหวังความรับผิดชอบใดๆ จากรัฐบาลและผู้นำชุดนี้อีกต่อไป

  • รัฐบาลต้องเร่งตรวจสอบที่มาของทีม IO ที่โจมตีแม่ทัพภาคที่ 2
  • รัฐบาลต้องแสดงความชัดเจนว่าจะไม่สนับสนุนการใช้ IO เพื่อโจมตีหรือด้อยค่าบุคคลใดๆ
  • รัฐบาลต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าจะรักษาความมั่นคงของประเทศ

ในท้ายที่สุดแล้ว การที่รัฐบาลออกมาแสดงความรับผิดชอบและดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง จะเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และรักษาความมั่นคงของประเทศชาติได้ การที่พรรคไทยสร้างไทยจี้รัฐบาลให้ดำเนินการในเรื่องนี้ จึงเป็นสิ่งที่สมควรได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง

ที่มา – ไทยสร้างไทย บี้รัฐบาลเหตุใดเพิกเฉย IO ถล่มด้อยค่าแม่ทัพภาค 2 หรือมีนัยแอบแฝง

Scroll to top