สุรินทร์ โรงผลิตน้ำดื่ม แบกต้นทุนน้ำมันไม่ไหว จ่อขึ้นราคา 15 บาท วอนภาครัฐเร่งแก้ปัญหา

โรงผลิตน้ำดื่มสุรินทร์ แบกต้นทุนน้ำมันไม่ไหว จ่อขึ้นราคา 15 บาท

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนในจังหวัดสุรินทร์กันบ้างนะครับ โดยเฉพาะเรื่อง โรงผลิตน้ำดื่มสุรินทร์ ที่กำลังเผชิญปัญหาหนัก จากราคาน้ำมันแพงมหาศาล ทำให้รายได้หายวับไปกว่าครึ่งเลยทีเดียว เจ้าของโรงงานต้องแบกต้นทุนไม่ไหว จ่อปรับราคาน้ำถังละ 15 บาท และวอนให้ภาครัฐเข้ามาช่วยแก้ปัญหาด่วนเลยครับ

โรงผลิตน้ำดื่มสุรินทร์ แบกต้นทุนน้ำมันไม่ไหว จ่อขึ้นราคา

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่เส้นทางสาย 24 อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ พบว่าผู้ประกอบการ โรงผลิตน้ำดื่มสุรินทร์ ได้รับผลกระทบหนักมากจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงต่อเนื่อง โดยเฉพาะนายไพศาล จันทร์เขียว อายุ 60 ปี เจ้าของโรงผลิตน้ำดื่ม “ธนาธิป” ที่ตั้งอยู่เลขที่ 156/1 บ้านศาลา หมู่ 3 ตำบลบ้านชบา อำเภอสังขะ

คุณลุงไพศาลเล่าว่าทำธุรกิจนี้มานานกว่า 9 ปี เดิมทีรายได้เดือนละนับแสนบาท แต่ตอนนี้เหลือแค่ 50,000-60,000 บาทต่อเดือน หายไปกว่าครึ่งเลยครับ สาเหตุหลักมาจากต้นทุนน้ำมันที่แพงขึ้น ค่าขนส่ง ค่าวัตถุดิบ และขวดพลาสติกที่ปรับราคาตามกันไม่หยุด

ผลกระทบจากราคาน้ำมันแพงต่อโรงผลิตน้ำดื่มสุรินทร์

เดิมราคาน้ำถังเล็กขายอยู่ที่ 10 บาท แล้วปรับเป็น 12 บาทตามต้นทุน แต่ตอนนี้แบกไม่ไหวแล้วครับ เพราะน้ำมันขึ้นอีก 6 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ค่าขนส่งพุ่ง โดยต้องวิ่งส่งน้ำในอำเภอสังขะวันละ 2-3 เที่ยว จนต้องเตรียมขึ้นราคาเป็น 15 บาทต่อถัง ลุงไพศาลฝากบอกภาครัฐด้วยนะครับ ช่วยเร่งแก้ปัญหาน้ำมันแพง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้ประกอบการรายย่อยและชาวบ้านชายแดนไทย-กัมพูชา

สถานการณ์นี้ไม่ใช่แค่โรงผลิตน้ำดื่มสุรินทร์อย่างเดียว แต่กระทบผู้ประกอบการหลายรายในพื้นที่ชายแดน เพราะต้นทุนขนส่งและวัตถุดิบแพงขึ้นหมดเลยครับ

สาเหตุราคาน้ำมันแพงและผลกระทบวงกว้าง

ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงมาจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น สงครามรัสเซีย-ยูเครน ความขัดแย้งตะวันออกกลาง และนโยบาย OPEC ที่ลดการผลิต ทำให้ราคาน้ำมันดิบโลกแพงตามไปด้วย ส่งผลกระทบตรงๆ ต่อ SME ไทย โดยเฉพาะในต่างจังหวัดอย่างสุรินทร์ ที่พึ่งพาการขนส่งมาก

  • ต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้น 30-50%: วิ่งรถส่งสินค้าทุกวัน กระทบหนัก
  • ราคาวัตถุดิบพุ่ง: ขวดพลาสติกจากน้ำมันดิบ แพงตาม
  • รายได้ลดฮวบ: ลูกค้าซื้อน้อยลงเพราะเศรษฐกิจแย่
  • แข่งขันยาก: โรงใหญ่จากเมืองอื่นตีตลาด

สำหรับ โรงผลิตน้ำดื่มสุรินทร์ อย่างโรงธนาธิป นี่คือตัวอย่างชัดเจนของธุรกิจท้องถิ่นที่กำลังร้องขอความช่วยเหลือ

ทางออกที่เป็นไปได้สำหรับผู้ประกอบการ

เพื่อให้โรงผลิตน้ำดื่มสุรินทร์อยู่รอด เราคิดว่าควรมีมาตรการดังนี้

  • รัฐบาลลดภาษีน้ำมันดีเซลสำหรับขนส่ง
  • สนับสนุนเปลี่ยนรถเป็นไฟฟ้าหรือ CNG
  • ให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับ SME
  • ควบคุมราคาวัตถุดิบพลาสติก

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการเองก็ปรับตัวได้ เช่น ลดการเดินทางโดยรวมกลุ่มส่ง หรือหาลูกค้ารายใหญ่เพื่อลดเที่ยววิ่ง

ในมุมมองของผม สถานการณ์นี้สะท้อนปัญหาเศรษฐกิจฐานรากที่รัฐต้องให้ความสำคัญมากขึ้น ถ้าปล่อยไว้นาน ผู้ประกอบการรายย่อยอย่างโรงผลิตน้ำดื่มสุรินทร์อาจล้มระนาว สุดท้ายประชาชนก็เดือดร้อนเพราะสินค้าทุกอย่างแพงขึ้นหมดครับ

คุณล่ะครับ คิดว่าภาครัฐควรช่วยเหลืออย่างไร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์ประสบการณ์ของคุณเกี่ยวกับราคาน้ำมันที่กระทบธุรกิจท้องถิ่นกันนะครับ!

ที่มา – สุรินทร์ โรงผลิตน้ำดื่ม แบกต้นทุนน้ำมันไม่ไหว จ่อขึ้นราคา 15 บาท วอนภาครัฐเร่งแก้ปัญหา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: