วันนี้มีข่าวร้อนที่ทำให้ชาวเน็ตฮือฮาไปทั้งโซเชียลกันเลยครับ เรื่องยัวะโดนเรียกเป่าแอลกอฮอล์ “หนุ่มการทางพิเศษ” ตบหน้าตำรวจจราจรกลางปากแตก เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นจริงๆ แล้วยังเป็นเจ้าหน้าที่รัฐด้วยนะ ใครที่ชอบดื่มแล้วขับรถต้องฟังให้ดีเลย เพราะอาจจะกลายเป็นข่าวดังแบบนี้ได้ง่ายๆ
ยัวะโดนเรียกเป่าแอลกอฮอล์ “หนุ่มการทางพิเศษ” ตบหน้าตำรวจจราจรกลางปากแตก
เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อเวลา 24.59 น. วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567 ร.ต.อ.พงศ์พล สมบูรณ์ รอง สว. งานตรวจพิสูจน์ผู้ขับขี่ กก.5 บก.จร. กำลังตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์อยู่บริเวณหน้าโรงจอดรถไฟฟ้า ถนนพระราม 9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นจุดที่รถราวิ่งพลุกพล่าน โดยเฉพาะช่วงดึกแบบนี้
ตอนนั้นมีรถกระบะโตโยต้า ไฮลักซ์ ริโมว์ สีขาว ทะเบียน 6 ขก 3676 กรุงเทพมหานคร ขับเข้ามาในด่านตรวจ ผู้ขับคือ นายธีร์ดนัย อินดี เจ้าหน้าที่การทางพิเศษแห่งประเทศไทย วัยหนุ่มใหญ่ที่ดูมีอาการเมามายชัดเจน ตำรวจนายดังกล่าวจึงเรียกให้หยุดรถเพื่อตรวจวัดแอลกอฮอล์ตามปกติ
แต่แทนที่จะให้ความร่วมมือ นายธีร์ดนัยกลับลงจากรถแล้ววิ่งหนีทันที! ไม่ยอมเป่าแถมยังหันกลับมาทำร้ายร่างกาย ร.ต.อ.พงศ์พล โดยใช้มือตบเข้าที่ใบหน้าอย่างแรง จนปากแตกและหัวเข่าถลอกเลยครับ สุดท้ายตำรวจต้องวิทยุเรียกกำลังเสริมมาช่วยควบคุมตัว ส่งตัวไปที่ สน.มักกะสันทันที
ผลตรวจแอลกอฮอล์พุ่งสูงเกินกำหนดมาก
หลังจากควบคุมตัวได้ ผลตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดของนายธีร์ดนัยออกมา 126 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้มาก โดยปกติแล้วสำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ทั่วไป ห้ามมีแอลกอฮอล์เกิน 20 มก.% เลยนะครับ (ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43) ถ้าเกินแบบนี้โดนหนักแน่นอน
เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหา “เมาแล้วขับ” ทันที และกำลังรอผลแพทย์นิติเวชยืนยันอาการบาดเจ็บของเจ้าหน้าที่ เพื่อแจ้งข้อหาเพิ่ม “ทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย” ซึ่งเป็นข้อหาหนักโทษจำคุกได้ถึง 5 ปีเลยทีเดียว
บทเรียนจากเหตุการณ์ยัวะโดนเรียกเป่าแอลกอฮอล์นี้
เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่ข่าวเมาแล้วขับธรรมดา แต่เป็นตัวอย่างชั้นดีที่แสดงให้เห็นว่าความหัวร้อน+เหล้า = ผลเสียร้ายแรง ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม แม้แต่เจ้าหน้าที่การทางพิเศษที่ดูแลถนนทางด่วน ยังมาทำผิดกฎจราจรได้ ถ้าคุณเมาแล้วขับ เจอด่านตรวจแล้วดื้อแบบนี้ ชีวิตเปลี่ยนชิบหายเลยนะ
- อันตรายจากการเมาแล้วขับ: สถิติปีละพันกว่าคนตายจากอุบัติเหตุเมาแล้วขับในไทย สูงสุดในอาเซียน
- อย่าดื้อกับตำรวจ: การตบหรือทำร้ายเจ้าหน้าที่ เพิ่มโทษหนักกว่าเมาแล้วขับอีก อาจติดคุกนอนไม่หลับ
- รู้กฎหมายไว้: แอลกอฮอล์เกิน 20 มก.% = ปรับ 5,000-20,000 / ยึดรถ / เพิกถอนใบขับขี่ อาจถึงขัง 1 ปี
- ทางออกที่ดี: ถ้าเมาเรียกแท็กซี่ / Grab / เพื่อนมารับ จะปลอดภัยกว่า
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่น่าสนใจคือ นายธีร์ดนัยเป็นพนักงานการทางพิเศษ ซึ่งดูแลทางด่วนที่เราจ่ายค่าผ่านทางแพงๆ ถ้าทำผิดกฎจราจรแบบนี้ ภาพลักษณ์เสียหายทั้งองค์กรเลยครับ คงต้องรอสอบสวนวินัยเพิ่มเติม
จากประสบการณ์ส่วนตัวผม เคยเจอด่านตรวจแอลกอฮอล์หลายครั้ง ถ้าดื่มแค่นิดเดียวก็เป่าเกือบเกินแล้ว ยิ่งดึกๆ รถเยอะ ตำรวจตั้งด่านบ่อยมาก แนะนำให้ใช้แอปเช็คแอลกอฮอล์ล่วงหน้าดีกว่า จะได้ไม่เสี่ยง
ยัวะโดนเรียกเป่าแอลกอฮอล์ อย่าปล่อยให้เกิดขึ้นกับคุณ
สรุปแล้ว เหตุการณ์ยัวะโดนเรียกเป่าแอลกอฮอล์ “หนุ่มการทางพิเศษ” ตบหน้าตำรวจจราจรกลางปากแตก เป็นเครื่องเตือนใจชั้นดี เมาแล้วขับไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ส่งผลต่อชีวิตตัวเองและผู้อื่น ลองคิดดูถ้ารถกระบะคันนั้นพุ่งชนใครขึ้นมา คงน่าสลดใจกว่านี้เยอะ
สำหรับผมแล้ว มองว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำหน้าที่ถูกต้อง การตรวจแอลกอฮอล์ช่วยลดอุบัติเหตุได้จริง สังคมควรสนับสนุนมากกว่าโจมตี คุณล่ะครับ เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ไหม? คิดว่าควรมีโทษอย่างไรถึงจะเหมาะสม หรือมีเคล็ดลับเลี่ยงเมาแล้วขับยังไงบ้าง มาคอมเมนต์แชร์กันด้านล่างเลยนะครับ และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ที่ชอบปาร์ตี้หนักๆ ด้วย จะได้ไม่ต้องมาเสียใจทีหลัง!
ที่มา – ยัวะโดนเรียกเป่าแอลกอฮอล์ “หนุ่มการทางพิเศษ” ตบหน้าตำรวจจราจรกลางปากแตก

