สหรัฐฯ กล่าวหาจีน ขยายคลังแสงนิวเคลียร์ อย่างมหาศาลและรวดเร็ว สร้างความกังวลให้กับสถานการณ์ความมั่นคงโลก โดยวอชิงตันเรียกร้องให้ปักกิ่งเข้าร่วมสนธิสัญญาควบคุมอาวุธฉบับใหม่ ร่วมกับสหรัฐฯ และรัสเซีย เพื่อป้องกันการแข่งขันทางอาวุธที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งใหญ่
สหรัฐฯ กล่าวหาจีน ขยายคลังแสงนิวเคลียร์ จี้ทำสัญญาควบคุมอาวุธ
เมื่อวันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 รัฐบาลสหรัฐอเมริกาออกแถลงการณ์กล่าวหาจีนว่ากำลังขยายคลังแสงนิวเคลียร์อย่างรวดเร็วและลับๆ โดยไม่มีความโปร่งใส สหรัฐฯ ย้ำว่าจีนกำลังทดสอบนิวเคลียร์แบบลับ และเรียกร้องให้จีนมาร่วมเจรจาสนธิสัญญาควบคุมอาวุธสามฝ่าย เพื่อทดแทนสนธิสัญญา New START ที่เพิ่งสิ้นสุดลง
สนธิสัญญา New START ซึ่งเป็นข้อตกลงสุดท้ายระหว่างสหรัฐฯ กับรัสเซีย หมดอายุไปเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา สร้างโอกาสให้เกิดข้อตกลงใหม่ที่ครอบคลุมมากขึ้น โดยรวมจีนเข้าไปด้วย อย่างไรก็ตาม จีนปฏิเสธการเจรจาแบบสามฝ่ายมาโดยตลอด โดยอ้างว่ายังไม่พร้อม
รายละเอียดการกล่าวหาจากสหรัฐฯ
คริสโตเฟอร์ ยอว์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ฝ่ายควบคุมอาวุธและไม่แพร่ขยาย กล่าวต่อที่ประชุมลดอาวุธที่กรุงเจนีวาว่า New START มีข้อบกพร่องร้ายแรง โดยเฉพาะไม่ครอบคลุมการสะสมอาวุธนิวเคลียร์ของจีนที่รวดเร็วและลับ “จีนขยายคลังแสงนิวเคลียร์อย่างมหาศาล โดยปราศจากข้อจำกัดและขาดความโปร่งใส ไม่ระบุเจตนาหรือจุดสิ้นสุด” ยอว์กล่าว
สหรัฐฯ คาดว่าจีนอาจบรรลุ “Parity” หรือความเท่าเทียมอาวุธนิวเคลียร์กับสหรัฐฯ-รัสเซีย ภายใน 4-5 ปี ขณะที่ข้อมูลจาก ICAN เจ้าของรางวัลโนเบลสันติภาพระบุ สหรัฐฯ และรัสเซียมีหัวรบนิวเคลียร์กว่า 5,000 ลูกต่อประเทศ ยอว์ยังอ้างว่าจีนจะมีวัสดุฟิสไซล์พอสำหรับหัวรบกว่า 1,000 ลูกภายในปี 2573
ผลกระทบต่อความมั่นคงโลก
การขยายคลังแสงนิวเคลียร์ของจีนไม่เพียงสร้างความตึงเครียดระหว่างมหาอำนาจ แต่ยังกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันอาวุธในเอเชียแปซิฟิก ประเทศอย่างอินเดีย เกาหลีใต้ และญี่ปุ่นอาจตอบโต้ด้วยการเสริมสร้างกำลังทหาร สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่ “New Cold War” ที่ซับซ้อนกว่าเดิม
จีนโต้แย้งว่าการพัฒนานิวเคลียร์เป็นการป้องกันตัวเองจากภัยคุกคามจากสหรัฐฯ และยืนยันว่าจะไม่เข้าร่วมสนธิสัญญาที่ไม่เท่าเทียม ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าการเจรจาจะยากลำบาก เพราะจีนต้องการให้สหรัฐฯ ลดอาวุธก่อน
- สหรัฐฯ และรัสเซีย: มีหัวรบนิวเคลียร์กว่า 5,000 ลูก
- จีน: คาดเพิ่มเป็น 1,000 ลูกใน 10 ปี
- ผลกระทบ: เพิ่มความเสี่ยงสงครามนิวเคลียร์
นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังกังวลเรื่องการทดสอบนิวเคลียร์ลับของจีน ซึ่งอาจละเมิดอนุสัญญาห้ามทดสอบนิวเคลียร์ ทำให้ความไว้วางใจระหว่างประเทศลดลง
ทางออกและมุมมองอนาคต
เพื่อลดความเสี่ยง ผู้เชี่ยวชาญเสนอให้เริ่มเจรจาแบบทวิภาคีระหว่างสหรัฐฯ-จีนก่อน แล้วค่อยขยายไปสามฝ่าย การสร้างความโปร่งใส เช่น การแลกเปลี่ยนข้อมูลคลังแสง จะช่วยสร้างความเชื่อมั่น ในขณะที่ประชาคมโลก รวมถึง UN ควรมีบทบาทมากขึ้นในการไกล่เกลี่ย
สถานการณ์นี้เตือนใจเราว่าความมั่นคงโลกยังเปราะบาง การแข่งขันอาวุธนิวเคลียร์อาจนำภัยพิบัติมาสู่มนุษยชาติ คุณคิดอย่างไรกับ สหรัฐฯ กล่าวหาจีน ขยายคลังแสงนิวเคลียร์ จี้ทำสัญญาควบคุมอาวุธ นี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวต่างประเทศเพื่ออัปเดตสถานการณ์ล่าสุด!
ที่มา – สหรัฐฯ กล่าวหาจีน ขยายคลังแสงนิวเคลียร์ จี้ทำสัญญาควบคุมอาวุธ

