กองทัพสหรัฐฯ เผย เรือรบเริ่มเก็บกวาดทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อเปิดทางให้เรือสินค้าทั่วโลกเดินทางได้อย่างปลอดภัย ช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก กำลังเผชิญวิกฤตจากทุ่นระเบิดที่อิหร่านวางไว้ สร้างความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง
กองทัพสหรัฐฯ เผย เรือรบเริ่มเก็บกวาดทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ
เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ CENTCOM ได้แถลงข่าวอย่างเป็นทางการว่า เรือพิฆาตติดตั้งขีปนาวุธนำวิถีของกองทัพเรือสหรัฐฯ จำนวน 2 ลำ ได้เริ่มปฏิบัติการกวาดล้างทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซแล้ว แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงระหว่างฝ่ายต่างๆ แต่เรือสินค้าบางลำยังคงไม่สามารถผ่านเส้นทางนี้ได้อย่างราบรื่น
เรือทั้งสองลำที่เข้าร่วมภารกิจนี้คือ ยูเอสเอส แฟรงก์ อี. ปีเตอร์สัน (USS Frank E. Peterson) และ ยูเอสเอส ไมเคิล เมอร์ฟี (USS Michael Murphy) ซึ่งได้เดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซและปฏิบัติการในอ่าวอาหรับ เพื่อกำจัดทุ่นระเบิดที่กองทัพอิหร่านนำมาวางไว้ CENTCOM โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ระบุว่าภารกิจนี้มุ่งเน้นทำให้ช่องแคบปลอดภัยสำหรับการค้าขนส่งทางทะเล
รายละเอียดปฏิบัติการกวาดทุ่นระเบิด
พลเรือเอก แบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการ CENTCOM กล่าวว่า “วันนี้เราได้เริ่มกระบวนการกำหนดเส้นทางเดินเรือใหม่ และเราจะแบ่งปันเส้นทางที่ปลอดภัยนี้กับภาคอุตสาหกรรมการขนส่งทางเรือในเร็วๆ นี้ เพื่อส่งเสริมให้การค้าไหลเวียนได้อย่างเสรี” การดำเนินการนี้ไม่เพียงแต่กำจัดทุ่นระเบิดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการประเมินภัยคุกคามจากขีปนาวุธของอิหร่าน ซึ่งทำให้การปกป้องเรือสินค้าด้วยกำลังทหารมีความท้าทายยิ่งขึ้น
- เรือพิฆาต 2 ลำ: USS Frank E. Peterson และ USS Michael Murphy
- พื้นที่ปฏิบัติการ: ช่องแคบฮอร์มุซและอ่าวอาหรับ
- วัตถุประสงค์: กำจัดทุ่นระเบิดอิหร่านและกำหนดเส้นทางปลอดภัย
- ผลกระทบ: ช่วยให้เรือสินค้าผ่านได้มากขึ้นหลังหยุดยิง
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความบน Truth Social ว่า สหรัฐฯ กำลัง “เริ่มกระบวนการเคลียร์พื้นที่ในช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อเป็นการช่วยเหลือประเทศต่างๆ ทั่วโลก” ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทนำของสหรัฐฯ ในการรักษาความมั่นคงทางทะเล
ความสำคัญของช่องแคบฮอร์มุซต่อเศรษฐกิจโลก
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่ง โดยขนส่งน้ำมันดิบราว 20-30% ของโลก หากเกิดการปิดกั้น จะส่งผลกระทบรุนแรงต่อราคาน้ำมันและห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก CNN รายงานว่านับตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิงช่วงต้นสัปดาห์ มีเรือเพียงประมาณ 30 ลำเท่านั้นที่แล่นผ่านช่องแคบนี้ แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงที่ยังหลงเหลืออยู่
การที่อิหร่านวางทุ่นระเบิดเกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งในภูมิภาค ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับการโจมตีของอิสราเอลและสหรัฐฯ ต่อเป้าหมายของอิหร่าน สถานการณ์นี้ทำให้ช่องแคบฮอร์มุซกลายเป็นจุด hotspot ที่น่าจับตา
ความท้าทายและผลกระทบในอนาคต
แม้สหรัฐฯ จะเริ่มปฏิบัติการแล้ว แต่ปัจจัยอย่างขีปนาวุธของอิหร่านยังคงเป็นอุปสรรค การผสมผสานระหว่างทุ่นระเบิดและขีปนาวุธทำให้การรักษาความปลอดภัยยากลำบาก อย่างไรก็ตาม การเคลียร์ทุ่นระเบิดจะช่วยฟื้นฟูการค้าทางทะเลและลดความตึงเครียด
นอกจากนี้ ภาคอุตสาหกรรมการขนส่งทางเรือทั่วโลกกำลังเฝ้าติดตาม หากเส้นทางปลอดภัยถูกกำหนด จะช่วยให้เรือสินค้าจำนวนมากกลับมาใช้งานได้ปกติ สหรัฐฯ ยังวางแผนแบ่งปันข้อมูลกับพันธมิตร เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ
สถานการณ์นี้เตือนใจเราถึงความเปราะบางของเส้นทางการค้าทั่วโลก หากคุณสนใจข่าวสารด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ สมัครรับข่าวสารจากบล็อกของเราเพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด!
ที่มา – กองทัพสหรัฐฯ เผย เรือรบเริ่มเก็บกวาดทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ


