ญี่ปุ่นเล็งสำรวจแร่หายากในกรีนแลนด์ หวังลดพึ่งพาจีนในห่วงโซ่อุปทาน

ญี่ปุ่นเล็งสำรวจแร่หายากในกรีนแลนด์ หวังลดพึ่งพาจีนในห่วงโซ่อุปทาน

ในโลกยุคเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ใครจะไปคิดว่าดินแดนที่หนาวเย็นสุดขั้วอย่าง “กรีนแลนด์” จะกลายเป็นสมรภูมิสำคัญในการจัดหาวัตถุดิบ ล่าสุดมีข่าวใหญ่ว่า ญี่ปุ่นเล็งสำรวจแร่หายากในกรีนแลนด์ หวังลดพึ่งพาจีนในห่วงโซ่อุปทาน หลังจากที่จีนได้ยกระดับการควบคุมการส่งออกแรร์เอิร์ธ ซึ่งเป็นทรัพยากรที่ขาดไม่ได้ในการผลิตชิป มอเตอร์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่ ซึ่งถือเป็นการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญของแดนอาทิตย์อุทัย

เหตุผลที่ญี่ปุ่นเล็งสำรวจแร่หายากในกรีนแลนด์ หวังลดพึ่งพาจีนในห่วงโซ่อุปทาน

การที่ญี่ปุ่นตัดสินใจเดินหน้าโครงการนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากความกังวลเรื่องเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทาน เนื่องจากปัจจุบันจีนเป็นเจ้าตลาดในการผลิตแรร์เอิร์ธทั่วโลกสูงถึง 70% เมื่อเกิดความตึงเครียดทางการทูตหรือการควบคุมการส่งออกที่เข้มงวด ญี่ปุ่นย่อมได้รับผลกระทบโดยตรง การมองหาแหล่งทรัพยากรใหม่ในแถบอาร์กติกจึงเป็นทางออกที่ชาญฉลาดและมีความจำเป็นอย่างยิ่ง

ศักยภาพของกรีนแลนด์กับการเป็นแหล่งทรัพยากรแห่งอนาคต

จากการประเมินของหน่วยงานต่างๆ พบว่ากรีนแลนด์มีปริมาณสำรองแร่แรร์เอิร์ธสูงถึง 1.5 ล้านเมตริกตัน ซึ่งติดอันดับโลก สิ่งที่น่าสนใจก็คือ:

  • ดิสโพรเซียม (Dysprosium): ใช้ในการผลิตมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง
  • กราไฟต์ (Graphite): หัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า
  • แทนทาลัม และ ไนโอเบียม: วัตถุดิบในการผลิตชิปประมวลผลขั้นสูง

ด้วยภาวะโลกร้อนที่ทำให้น้ำแข็งละลาย พื้นที่การขุดเจาะจึงเข้าถึงได้ง่ายขึ้นกว่าในอดีต ทำให้ประเทศมหาอำนาจต่างๆ เริ่มให้ความสนใจอย่างจริงจัง ญี่ปุ่นเองก็ได้ส่งคณะผู้แทนร่วมภาครัฐและเอกชนเข้าไปประเมินความเป็นไปได้ในพื้นที่จริงแล้ว และพบว่าสามารถดำเนินการได้แม้ในสภาพอากาศที่โหดร้าย

แน่นอนว่าการลงทุนในกรีนแลนด์ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะยังขาดโครงสร้างพื้นฐานอย่างโรงงานถลุงแร่ ญี่ปุ่นจึงวางแผนจับมือกับพันธมิตรในยุโรปเพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานแบบครบวงจร ญี่ปุ่นเล็งสำรวจแร่หายากในกรีนแลนด์ หวังลดพึ่งพาจีนในห่วงโซ่อุปทาน ครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงโครงการขุดเหมืองธรรมดา แต่คือเกมการเมืองและการบริหารความมั่นคงระดับชาติ

สรุปแล้ว การที่ญี่ปุ่นก้าวเข้ามามีบทบาทในกรีนแลนด์ตอกย้ำให้เห็นว่า วัตถุดิบต้นน้ำคืออาวุธที่ทรงพลังที่สุดในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล หากญี่ปุ่นทำสำเร็จ เราอาจได้เห็นการเปลี่ยนผ่านรูปแบบความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจใหม่ที่เน้นความร่วมมือกับพันธมิตรที่ไว้วางใจได้มากขึ้น คุณคิดว่ากลยุทธ์นี้จะส่งผลกระทบต่อตลาดเทคโนโลยีโลกอย่างไรบ้าง? ลองมาแลกเปลี่ยนความเห็นกันดูครับ

ที่มา – ญี่ปุ่นเล็งสำรวจแร่หายากในกรีนแลนด์ หวังลดพึ่งพาจีนในห่วงโซ่อุปทาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: