ดีอาร์คองโกสั่งห้ามรวมตัวในเมืองหลวง หวั่นไวรัสอีโบลาระบาด
เป็นประเด็นร้อนที่น่าจับตามองอย่างมากในแวดวงการเมืองต่างประเทศ เมื่อล่าสุดทางการของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก หรือ ดีอาร์คองโกสั่งห้ามรวมตัวในเมืองหลวง หวั่นไวรัสอีโบลาระบาด โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ออกมาประกาศมาตรการคุมเข้มการรวมตัวกันของคนจำนวนมากในกรุงคินชาซา รวมถึงพื้นที่จังหวัดอื่นๆ อีก 3 แห่ง เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เชื้อไวรัสร้ายแรงนี้จะลุกลามเข้ามาในเมืองหลวงที่มีประชากรหนาแน่นถึง 18 ล้านคน
เบื้องหลังคำสั่ง ดีอาร์คองโกสั่งห้ามรวมตัวในเมืองหลวง หรือเป็นเกมการเมือง?
แม้เหตุผลทางการจะเป็นเรื่องสาธารณสุข แต่ฝ่ายค้านกลับมองว่ามาตรการนี้คือคำสั่งที่ซ่อนเงื่อน เพื่อสกัดกั้นการเดินขบวนประท้วงใหญ่ในวันที่ 8 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งกลุ่มผู้ประท้วงเตรียมรวมตัวเพื่อต่อต้านร่างกฎหมายที่อาจเอื้อให้ประธานาธิบดีอยู่ในอำนาจได้นานเกินกำหนด หลายฝ่ายจึงตั้งคำถามว่าคำสั่ง ดีอาร์คองโกสั่งห้ามรวมตัวในเมืองหลวง หวั่นไวรัสอีโบลาระบาด นี้มีความเหมาะสมหรือเป็นเพียงการขัดขวางเสรีภาพทางการเมืองกันแน่
- พื้นที่ที่ถูกจำกัด: กรุงคินชาซา, โชโป, โอต์-อูเอเล และ บาส-อูเอเล
- สถานการณ์อีโบลา: ปัจจุบันการระบาดยังจำกัดอยู่ใน 3 จังหวัดทางภาคตะวันออก
- ผลกระทบ: กลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องให้เพิกเฉยต่อคำสั่งและเดินหน้าประท้วงต่อ
สถานการณ์ตอนนี้ไม่เพียงแต่ต้องเฝ้าระวังเชื้อโรคอย่างอีโบลาที่คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า 360 ราย แต่ยังต้องเฝ้าระวังอุณหภูมิทางการเมืองที่กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การที่รัฐบาลอ้างเรื่องสุขภาพเพื่อควบคุมสถานการณ์ทางการเมืองนั้นถือเป็นเรื่องที่ทั่วโลกควรจับตาดูอย่างใกล้ชิด เพราะความเชื่อมั่นของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการบริหารประเทศในช่วงวิกฤตเช่นนี้
ท้ายที่สุดไม่ว่าเหตุผลแท้จริงจะเป็นเรื่องสุขภาพหรือการคุมฝูงชน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของประชาชนทุกคนในประเทศ ความขัดแย้งในครั้งนี้จะเป็นบททดสอบสำคัญของรัฐบาลคองโกว่าจะสามารถนำพาประเทศผ่านพ้นทั้งวิกฤตไวรัสและแรงกดดันทางเมืองไปได้อย่างไร
ที่มา – ดีอาร์คองโกสั่งห้ามรวมตัวในเมืองหลวง หวั่นไวรัสอีโบลาระบาด

