ทรัมป์พลิกจุดยืนหลังคุยปูติน บอกยูเครนควรตกลงยุติสงครามกับรัสเซีย

ทรัมป์พลิก! ยูเครนควรตกลงยุติสงครามกับรัสเซีย

ทรัมป์พลิกจุดยืนหลังคุยปูติน บอกยูเครนควรมุ่งตรงสู่การทำข้อตกลงยุติสงครามกับรัสเซียเลย ไม่ต้องทำข้อตกลงหยุดยิง ขณะที่เซเลนสกีเตรียมเข้าพบทรัมป์ที่ทำเนียบขาวอีกครั้ง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พลิกจุดยืนครั้งใหญ่ โดยระบุว่ายูเครนควรเห็นชอบข้อตกลงยุติสงครามกับรัสเซีย เพราะ “รัสเซียมีอำนาจมากแต่พวกเขาไม่ใช่” หลังจากที่เขาประชุมสุดยอดร่วมกับ วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย และล้มเหลวในการทำข้อตกลงหยุดยิง

ในการพลิกจุดยืนครั้งใหญ่นี้ นายทรัมป์กล่าวด้วยว่า เขาเห็นด้วยกับนายปูตินว่า ทางที่ดีที่สุดในการยุติสงครามคือ การมุ่งตรงสู่การทำข้อตกลงสันติภาพ โดยไม่ต้องมีการหยุดยิงก่อน อย่างที่ยูเครนกับชาติพันธมิตรยุโรปเรียกร้อง และเป็นจุดยืนที่สหรัฐฯ เคยให้การสนับสนุน จนกระทั่งนายทรัมป์คุยกับผู้นำรัสเซีย

ด้านนายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน กล่าวว่า เขาจะเดินทางไปยังกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อหารือก้าวต่อไป ขณะที่ชาติพันธมิตรยุโรปขอบคุณความพยายามของนายทรัมป์ แต่ประกาศว่าพวกเขาจะสนับสนุนยูเครนต่อไป และจะเพิ่มการคว่ำบาตรรัสเซีย พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐฯ รับประกันความมั่นคงให้ยูเครน

ทั้งนี้ นายทรัมป์พบปะพูดคุยกับนายปูตินเป็นเวลาเกือบ 3 ชั่วโมง ที่ฐานทัพในเมืองแองเคอเรจ รัฐอะแลสกา โดยนี่เป็นครั้งแรกที่ผู้นำสหรัฐฯ กับยูเครนพบปะกันโดยตรง นับตั้งแต่สงครามในยูเครนอุบัติขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2565

“ทุกฝ่ายลงความเห็นว่า หนทางที่ดีที่สุดในการยุติสงครามอันโหดร้ายระหว่างรัสเซียกับยูเครนคือการมุ่งตรงไปสู่การทำข้อตกลงสันติภาพ ซึ่งจะเป็นการยุติสงคราม ไม่ใช่แค่การทำข้อตกลงหยุดยิงธรรมดา ซึ่งบ่อยครั้งที่ไม่สามารถรักษาเอาไว้ได้” นายทรัมป์โพสต์บน Truth Social

คาดว่าถ้อยแถลงดังกล่าวของนายทรัมป์จะได้รับการต้อนรับจากฝ่ายรัสเซีย ซึ่งระบุว่าพวกเขาต้องการการยุติสงครามอย่างสิ้นเชิงไม่ใช่แค่การ “หยุด” ในข้อที่ยูเครนกับชาติพันธมิตรยุโรป ต้องการให้มีการหยุดยิงก่อน เพื่อพูดคุยแก้ปัญหาความขัดแย้งในเรื่องต่างๆ ก่อน รวมถึงเรื่องดินแดนของยูเครนที่รัสเซียยึดไปเป็นของตัวเอง

ก่อนที่จะเกิดการประชุมสุดยอดครั้งล่าสุด นายทรัมป์เพิ่งกล่าวว่าเขาคงไม่พอใจจนกว่าจะมีการตกลงหยุดยิง แต่หลังจากนั้นเขากลับเปลี่ยนจุดยืน และกล่าวหลังคุยโทรศัพท์กับนายเซเลนสกีว่า “หากทุกอย่างเป็นไปด้วยดี เราจะกำหนดเวลาประชุมกับประธานาธิบดีปูตินอีกครั้ง”

การพบระหว่างนายทรัมป์กับนายเซเลนสกีจะเกิดขึ้นที่ห้องทำงานรูปไข่ที่ทำเนียบขาว ที่ทั้งสองฝ่ายเคยมีปากเสียงกันอย่างรุนแรงออกสื่อมาแล้วในเดือนกุมภาพันธ์ โดยฝ่ายสหรัฐฯ กล่าวหายูเครนว่าไม่สำนึกบุญคุณ และหลังจากนั้นนายทรัมป์ก็มีสั่งระงับความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนชั่วระยะเวลาหนึ่ง

นายเซเลนสกีกล่าวว่า หลังจากพูดคุยกับนายทรัมป์เป็นเวลานานหลังการประชุมสุดยอดที่อะแลสกา เขาสนับสนุนความคิดเรื่องการพบปะ 3 ฝ่าย และ “ยูเครนขอยืนยันว่าพวกเขาพร้อมที่จะทำงานอย่างเต็มที่ที่สุดเพื่อบรรลุสันติภาพ”

แต่ฝ่ายนายปูตินไม่ได้พูดถึงการพบปะกับนายเซเลนสกีแต่อย่างใด ในตอนที่เขาพูดกับผู้สื่อข่าวหลังการประชุมกับนายทรัมป์ ขณะที่นาย ยูริ ยูชาคอฟ ที่ปรึกษาของนายปูตินก็บอกกับสำนักข่าว TASS ของรัสเซียว่า ไม่มีการหารือกันเรื่องการประชุม 3 ฝ่าย

ทรัมป์พลิกจุดยืนหลังคุยปูติน บอกยูเครนควรตกลงยุติสงครามกับรัสเซีย

สถานการณ์ล่าสุดนี้แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน การที่นายทรัมป์เปลี่ยนท่าทีอาจส่งผลกระทบต่อการเจรจาและการตัดสินใจของนานาชาติ

ทำไมทรัมป์ถึงบอกยูเครนควรตกลงยุติสงครามกับรัสเซีย?

การที่ทรัมป์แนะนำให้ยูเครนตกลงยุติสงครามกับรัสเซีย อาจเป็นผลมาจากการประเมินสถานการณ์ใหม่ หรือการได้รับข้อมูลเชิงลึกบางอย่างจากการพูดคุยกับปูติน อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจนี้ก่อให้เกิดคำถามมากมายถึงอนาคตของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ผลจากการที่ทรัมป์แนะนำให้ยูเครนตกลงยุติสงครามกับรัสเซีย จะเป็นอย่างไรต่อไป? การเปลี่ยนแปลงจุดยืนนี้อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายของสหรัฐฯ ที่มีต่อยูเครนและรัสเซียหรือไม่? และชาติพันธมิตรยุโรปจะมีท่าทีอย่างไรต่อการเปลี่ยนแปลงนี้?

การตัดสินใจของนายทรัมป์ที่แนะนำให้ยูเครนตกลงยุติสงครามกับรัสเซีย ยังคงเป็นที่จับตามองของทั่วโลก และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในสถานการณ์ระหว่างประเทศ

ที่มา – ทรัมป์พลิกจุดยืนหลังคุยปูติน บอกยูเครนควรตกลงยุติสงครามกับรัสเซีย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: