วันนี้ทั่วไทยยังคงต้องเผชิญกับสภาพอากาศแปรปรวน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปรากฏการณ์ “ฝนตกหนัก” ในหลายพื้นที่ กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนให้ประชาชนเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจากฝนที่ตกสะสม ทั้งน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเน้นย้ำให้ติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างใกล้ชิด
จากรายงานของกรมอุตุนิยมวิทยา ณ วันที่ 5 กันยายน 2568 พบว่า ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ส่งผลให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ยังคงมี “ฝนตกหนัก” บางแห่ง
ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากอาจเกิดสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ตลอดเวลา การเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์และวางแผนการอพยพหากจำเป็นจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
ทั่วไทยยังคงมี “ฝนตกหนัก” บางแห่ง
สำหรับชาวเรือที่ทำการประมงหรือสัญจรทางทะเล ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เนื่องจากคลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรง คลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และอาจสูงกว่า 2 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
พยากรณ์อากาศทั่วไทยวันนี้ ระวัง “ฝนตกหนัก”
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย ตั้งแต่เวลา 06:00 น. วันนี้ ถึง 06:00 น. วันพรุ่งนี้
- ภาคเหนือ: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดน่าน อุตรดิตถ์ ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 5-15 กม./ชม.
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมี “ฝนตกหนัก” บางแห่ง บริเวณจังหวัดยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-15 กม./ชม.
- ภาคกลาง: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดสุพรรณบุรี ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม และสมุทรสาคร อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-15 กม./ชม.
- ภาคตะวันออก: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
- ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก): มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
- ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก): มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-31 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดพังงาขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
- กรุงเทพมหานครและปริมณฑล: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.
สถานการณ์ “ฝนตกหนัก” ที่เกิดขึ้นทั่วไทยในขณะนี้เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การเตรียมพร้อมและรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงการติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติได้
ที่มา – ทั่วไทยยังคงมี “ฝนตกหนัก” บางแห่ง เตือนอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก


