บุกคาราโอเกะเถื่อนป่าแดด จัดสาว 15-17 ปี บริการ
เจ้าหน้าที่บุกทลายคาราโอเกะเถื่อน อ.ป่าแดด พบจัดสาวอายุ 15-17 ปี บริการลูกค้า ดำเนินการแจ้งข้อหาตามกฎหมาย
เมื่อเวลา 22.25 น. วันที่ 30 ตุลาคม 2568 นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้รับแจ้งว่ามีการลักลอบเปิดร้านคาราโอเกะ ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินเวลาที่กฎหมายกำหนด และมีการจัดสาวอายุ 15-17 ปี คอยบริการลูกค้าในพื้นที่อำเภอป่าแดด จึงสั่งการให้นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายสุพจน์ แสนมี ปลัดจังหวัดเชียงราย และนายขวัญตระกูล หาญกล้า นายอำเภอป่าแดด เปิดปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส” เพื่อจัดระเบียบสังคม ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์
ต่อมา นายกองรบ กระทุ่มนัด ป้องกันจังหวัดเชียงราย ได้ประสานงานกับ พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย นำกำลังเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดนเชียงรายที่ 1 อส.ป่าแดดที่ 8 เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ บ้านพักเด็กและครอบครัว จังหวัดเชียงราย เข้าตรวจสอบร้าน “คันปาก” ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลป่าแงะ อำเภอป่าแดด ลักษณะเป็นอาคารชั้นเดียว ภายในมีตู้คาราโอเกะจำนวน 6 โต๊ะในห้องโถง และห้องคาราโอเกะ VIP จำนวน 1 ห้อง พบลูกค้ากำลังใช้บริการร้องเพลงกันอย่างสนุกสนาน
จากการตรวจสอบ พบหญิงสาวให้บริการจำนวน 3 คน ในจำนวนนี้มีอายุ 15 ปี จำนวน 1 คน และอายุ 17 ปี จำนวน 1 คน โดยมีนายพิตติรัศมิ์ อายุ 38 ปี ชาวจังหวัดเชียงราย ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการร้าน จากการตรวจสอบเอกสาร พบว่าทางร้านมีเพียงใบอนุญาตประกอบกิจการวิดีทัศน์ และใบอนุญาตขายสุรา แต่ไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการสถานบริการ
บุกคาราโอเกะเถื่อนป่าแดด จัดสาว 15-17 ปี บริการ
เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาเบื้องต้น ฐาน “ตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ยุยงส่งเสริมให้เด็กประพฤติตนไม่เหมาะสม และจ้างแรงงานเด็ก” และจะทำการประสานสหวิชาชีพเพื่อทำการคัดแยกเหยื่อผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ และส่งตัวให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอป่าแดด ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ผลกระทบและข้อควรระวังจาก คาราโอเกะเถื่อน อ.ป่าแดด
กรณีการบุกจับคาราโอเกะเถื่อน อ.ป่าแดด ที่มีการจัดสาวอายุ 15-17 ปี ให้บริการนี้ แสดงให้เห็นถึงปัญหาการลักลอบเปิดสถานบริการผิดกฎหมาย และการแสวงหาผลประโยชน์จากเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นเรื่องที่สังคมต้องให้ความสำคัญและร่วมกันแก้ไขอย่างจริงจัง
- ผลกระทบต่อเยาวชน: การที่เด็กและเยาวชนถูกชักจูงเข้าสู่วงจรสถานบริการผิดกฎหมาย อาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางร่างกาย จิตใจ และสังคม ทำให้พลาดโอกาสในการศึกษา และอาจนำไปสู่ปัญหาอื่นๆ ตามมา เช่น การติดยาเสพติด การตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร และการถูกแสวงหาผลประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ
- ผลกระทบต่อสังคม: การมีสถานบริการผิดกฎหมายแพร่หลาย ย่อมส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยในสังคม ทำให้เกิดปัญหาอาชญากรรม และอาจเป็นแหล่งบ่มเพาะอบายมุขต่างๆ
- ข้อควรระวัง: ผู้ปกครองควรให้ความใส่ใจดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด สอดส่องพฤติกรรม และให้ความรู้เกี่ยวกับภัยอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการเข้าไปเกี่ยวข้องกับสถานบริการผิดกฎหมาย
การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด และการสร้างความตระหนักรู้ให้กับสังคม เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหาการลักลอบเปิดสถานบริการผิดกฎหมาย และการแสวงหาผลประโยชน์จากเด็กและเยาวชนได้
สถานการณ์เช่นนี้ตอกย้ำถึงความสำคัญของการเฝ้าระวังและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อปกป้องเยาวชนและสร้างสังคมที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น
ที่มา – บุกคาราโอเกะเถื่อน อ.ป่าแดด จัดสาวอายุ 15-17 ปี บริการ
