อดีต ร.ต.อ.ปฏิเสธ ให้อาหารนกและปัสสาวะเรี่ยราด
เรื่องราวร้องเรียนจากเพื่อนบ้านในหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี กลายเป็นประเด็นร้อน เมื่อชาวบ้านหลายครัวเรือนออกมาบอกว่าได้รับความเดือดร้อนจากพฤติกรรมของอดีตนายตำรวจท่านหนึ่ง ปัญหาหลักๆ ที่ถูกร้องเรียนคือการให้อาหารนก ทำให้เกิดความสกปรกและเชื้อโรค รวมถึงข้อกล่าวหาเรื่องการปัสสาวะเรี่ยราดในที่สาธารณะ ซึ่งอดีต ร.ต.อ. ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด
จากกรณีที่มีชาวบ้านนับสิบครัวเรือนในหมู่บ้านหรู อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ร้องเรียนว่าถูกอดีตตำรวจ ยศ ร.ต.อ. วัย 63 ปี ก่อพฤติกรรมสร้างความเดือดร้อนต่อเนื่อง ทั้งด่าทอ เปิดไฟสปอร์ตไลท์ส่องใส่บ้านตลอดคืน ฉีดน้ำล้างขี้นกใส่เพื่อนบ้าน รวมถึงมีพฤติกรรมยืนปัสสาวะและโชว์อวัยวะเพศต่อหน้าเพื่อนบ้าน จนหลายคนหวาดผวาไม่กล้าออกจากบ้าน แม้รวมตัวกันไปแจ้งความที่ สภ.บางกรวย มาเกือบหนึ่งปี แต่คดีกลับไม่คืบหน้า ขณะที่ชาวบ้านหลายรายยืนยันว่าเคยถูกข่มขู่ว่าจะยิง กล้องวงจรปิดถูกกดเบนทิศทาง และไม่ให้ความร่วมมือนิติบุคคล ทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้อีกต่อไป จึงวอนให้ตำรวจเร่งดำเนินการอย่างเด็ดขาด
ล่าสุด นางเยาวภา มากมูล รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองปลายบาง พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและพูดคุยกับทุกฝ่ายเพื่อหาทางออก
อดีต ร.ต.อ.ปฏิเสธ ไม่ได้ให้อาหารนกและปัสสาวะเรี่ยราด
นายนัน อายุ 63 ปี อดีต ร.ต.อ. ผู้ถูกกล่าวหา ได้ออกมาปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยเฉพาะเรื่องการให้อาหารนกและปัสสาวะเรี่ยราด เขายืนยันว่าภาพที่ปรากฏในสื่อเป็นภาพเก่าที่ถูกตัดต่อ และอธิบายว่าตนเองเป็นโรคเบาหวานจึงต้องปัสสาวะบ่อย แต่ก็ปัสสาวะในบ้านของตนเอง ไม่ได้กระทำผิดกฎหมาย นอกจากนี้ เขายังชี้เเจงกรณีอื่นๆ ที่ถูกร้องเรียน เช่น การกดกล้องวงจรปิด เนื่องจากกล้องหันมาที่บ้านของตนเอง และเรื่องการเข้าไปในบ้านเพื่อนบ้าน เนื่องจากเพื่อนบ้านมีอาการอัลไซเมอร์และมักลืมปิดน้ำปิดไฟ
ส่วนกรณีไปกดกล้องวงจรปิด เจ้าตัวยอมรับว่าทำจริง เพราะกล้องหันมาส่องที่บ้านของตนหลายตัว แต่ตนไม่ได้กลัว เพราะไม่ได้เสพยาและเป็นตำรวจมาก่อน แต่ไม่ขอพูดคุยกับเพื่อนบ้านเพราะมีความบาดหมางกันยาวนานกว่า 9 ปี
อดีต ร.ต.อ. ยังกล่าวว่า เรื่องเปิดไฟสปอร์ตไลท์เป็นการเปิดเพียงช่วงปีใหม่ ใช้เพียงไฟขนาดเล็กที่ไว้หนีบจักรยาน พร้อมยืนยันว่าอาศัยในชุมชนมานานและมักช่วยดูแลเพื่อนบ้าน แต่หลังถูกเผยแพร่คลิปออกสื่อทำให้เสียหาย ภรรยาเคยบอกให้ฟ้องแต่ตนไม่มีเงินจ้างทนาย อยากฝากถึงคู่กรณีว่า “ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ” และยืนยันว่าตนไม่มีปืน เนื่องจากหลังลาออกได้นำอาวุธทั้งหมดให้ลูกชายที่รับราชการไปแล้ว พร้อมระบุว่าเพื่อนบ้านที่เป็นทอมเคยได้รับการช่วยเหลือจากตนหลายครั้ง เช่น พาแม่ป่วยไปโรงพยาบาล แต่กลับกล่อมคนในหมู่บ้านให้เกลียดตน
อย่างไรก็ตาม ตนยินดีให้ความร่วมมือในประเด็นเรื่องนกพิราบ ตนไม่ได้เป็นคนให้อาหาร และจะจัดการนกพิราบเองไม่ให้เหตุการณ์เกิดขึ้นอีก แต่ไม่พร้อมพูดคุยกับคู่กรณีเพราะ “ไม่อยากเห็นหน้า”
เจ้าหน้าที่เร่งแก้ไขปัญหาให้อาหารนกและปัสสาวะเรี่ยราด
นางเยาวภา มากมูล รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองปลายบาง กล่าวว่า ได้รับมอบหมายให้จัดการเรื่องนี้ ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 68 และเคยส่งเจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขมาดูแลเรื่องนกพิราบแล้วกว่า 4 ครั้งจนจัดการเสร็จสิ้น แต่ล่าสุดเป็นรอบใหม่ซึ่งชาวบ้านยังไม่ได้แจ้งเข้ามาในระบบของเทศบาล เมื่อได้รับทราบจึงรีบลงพื้นที่ทันที พร้อมประสานให้นิติบุคคลจัดทำคำร้องอย่างเป็นทางการ และนำหลายหน่วยงานเข้าตรวจสอบเพื่อให้ปัญหายุติลง
สำหรับปัญหานกพิราบ รอบแรกได้ผล แต่ปัจจุบันนกย้ายไปอยู่ตามหลังคาบ้านอื่น เจ้าหน้าที่จึงต้องประสานขออนุญาตหลายครัวเรือนเพื่อขึ้นไปฉีดยากำจัด ปัจจุบันมี 2 หลังคาเรือนที่ยินยอมแล้ว ส่วนข้อกล่าวหาเรื่องให้อาหารนกและปัสสาวะเรี่ยราด อดีต ร.ต.อ. ปฏิเสธทั้งหมด โดยขั้นตอนต่อไปฝ่ายกฎหมายของเทศบาลจะดำเนินการตามระเบียบ และสาธารณสุขก็ได้ทำการเข้าไปพูดคุยตักเตือนในเรื่องปัสสาวะ ให้ปัสสาวะให้เป็นที่เป็นทางเรียบร้อย และจะนำรถมาฉีดล้างทำความสะอาดพื้นที่ทั้งหมด อย่างไรก็ตามหากยังไม่มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางเทศบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดก็จะดำเนินการตามระเบียบและข้อกฎหมายต่อไป
นางสาวชนกพัชนกภัทร์ อายุ 47 ปี หนึ่งในเพื่อนบ้าน เปิดเผยว่า รู้สึกขอบคุณทุกหน่วยงานที่ลงมาช่วยเหลือ เพราะก่อนหน้านี้ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก โดยเฉพาะฝุ่นและเชื้อโรคจากฝูงนกพิราบที่เกิดจากการให้อาหารของคู่กรณี ซึ่งทำให้ต้องใส่หน้ากากตลอดเวลาและไม่กล้าออกจากบ้าน แม้เคยพูดคุยกันหลายครั้งแต่เขาไม่ปรับปรุงพฤติกรรม และยังมีพฤติกรรมอื่นตามที่ปรากฏในสื่ออีกหลายเรื่อง ตนหวังว่าหลังวันนี้ผู้ก่อเหตุจะหยุดพฤติกรรมทั้งหมด
ด้านนายโชติอนันต์ หรือ “เสี่ยเป้ บางกรวย” ระบุว่า หลังพูดคุยกับอดีต ร.ต.อ. พบว่าโดยรวมเป็นคนพูดคุยรู้เรื่อง ร่าเริง และตลก แต่สิ่งที่ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนไม่ใช่เรื่องตลก พร้อมเผยว่า คู่กรณียอมรับว่าจะเลิกพฤติกรรมทั้งหมดและจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเพื่อนบ้านอีก พร้อมยืนยันว่าหากเกิดเหตุซ้ำ หน่วยงานทุกฝ่ายรวมถึงทีมงานของตนจะเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเต็มที่เพื่อให้ปัญหานี้ยุติลงอย่างเด็ดขาด
เรื่องราวความขัดแย้งระหว่างเพื่อนบ้านนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการอยู่ร่วมกันในสังคม การเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน และการแก้ไขปัญหาด้วยความเข้าใจ หากมีปัญหาเกิดขึ้น การพูดคุยและหาทางออกร่วมกันอย่างสันติ ถือเป็นวิธีที่ดีที่สุด เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข
ที่มา – อดีต ร.ต.อ.ปฏิเสธ ไม่ได้ให้อาหารนกและปัสสาวะเรี่ยราด ไม่ขอคุยเพื่อนบ้าน บาดหมาง 9 ปี

