เนติวิทย์ จ่อคุก เกณฑ์ทหารไม่ขัดรัฐธรรมนูญ กลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจ หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์วินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2567 มาตรา 27 และมาตรา 45 ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 วรรคหนึ่ง และมาตรา 31 คำตัดสินนี้ส่งผลโดยตรงต่อนายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นักกิจกรรมทางการเมืองชื่อดังที่ถูกดำเนินคดีหลีกเลี่ยงการเกณฑ์ทหาร
เนติวิทย์ จ่อคุก เกณฑ์ทหารไม่ขัดรัฐธรรมนูญ: รายละเอียดคำวินิจฉัยศาล
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ที่ศาลรัฐธรรมนูญ คณะตุลาการได้พิจารณาคำโต้แย้งจากศาลแขวงสมุทรปราการในคดีของนายเนติวิทย์ จำเลยหมายเลขดำ อ.3118/2568 ข้อหาละเมิด พ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ. 2497 มาตรา 45 หลังจากวันที่ 5 เมษายน 2567 นายเนติวิทย์เดินทางไปยังเทศบาลบางปู จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อตรวจเลือกทหารกองเกิน แต่เลือกที่จะอ่านแถลงการณ์อารยะขัดขืน ไม่ยินยอมเข้าร่วมกระบวนการเกณฑ์ทหาร โดยอ้างว่าการบังคับเกณฑ์ทหารขัดหลักสิทธิมนุษยชน สร้างความเหลื่อมล้ำ และจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการเลือกว่าจะรับราชการทหารหรือไม่
ศาลแขวงสมุทรปราการสอบสวนพยานเสร็จสิ้นตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน 2568 และนายเนติวิทย์ยื่นคำร้องให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยว่ามาตรา 27 และ 45 ของ พ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ. 2567 ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยเฉพาะประเด็นการเรียกชายไทยอายุ 18 ปีขึ้นไปมาตรวจเลือก และโทษสำหรับผู้หลีกเลี่ยง
มาตรา 27: หน้าที่ต้องมาตรวจเลือกและข้อยกเว้น
มาตรา 27 กำหนดให้ทหารกองเกินที่ถูกเรียกต้องมารายงานตัวต่อคณะกรรมการตรวจเลือก พร้อมใบสำคัญทหาร บัตรประชาชน และหลักฐานการศึกษา หากไม่มา ไม่ยอมตรวจ หรือไม่อยู่จนเสร็จสิ้น จะถือว่าหลีกเลี่ยง เว้นแต่กรณีพิเศษดังนี้
- ข้าราชการที่ได้รับคำสั่งราชการสำคัญหรือต่างประเทศ
- นักเรียนศึกษาต่างประเทศตามกฎกระทรวง
- ผู้ปฏิบัติงานในสถานที่ราชการหรือโรงงานที่เกี่ยวข้องกับการรบ
- ผู้ปฏิบัติราชการสนามกับหน่วยทหาร
- เหตุสุดวิสัย
- ไปตรวจเลือกที่อื่น
- เจ็บป่วย โดยมีผู้แจ้งแทน
กรณีแรกถึงสี่ต้องได้รับอนุมัติผ่อนผันจากรัฐมนตรีมหาดไทยหรือผู้มอบหมาย มาตรานี้จึงมีช่องทางผ่อนปรนสำหรับบางกลุ่ม ทำให้เกิดคำถามเรื่องความเสมอภาค
มาตรา 45: โทษสำหรับผู้หลีกเลี่ยงเกณฑ์ทหาร
มาตรา 45 ระบุโทษสำหรับผู้หลีกเลี่ยงหรือขัดขืนไม่มาตรวจเลือก ไม่เข้ารับราชการกองประจำการตามหมายเรียก หรือไม่อยู่จนเสร็จ รวมถึงผู้ที่มาทดแทนผู้อื่น หรือรับผลประโยชน์ช่วยเหลือให้รอดเกณฑ์ทหาร โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี นี่คือจุดที่นายเนติวิทย์เสี่ยงรับโทษหลังคำวินิจฉัยนี้
นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล เป็นนักเคลื่อนไหวรุ่นใหม่ที่เคยมีบทบาทในขบวนการเยาวชนปลดแอก และคณะก้าวหน้า มักออกมาแสดงจุดยืนต่อต้านระบบเกณฑ์ทหารแบบบังคับ โดยมองว่าเป็นมรดกจากยุคสมัยเก่า ไม่สอดคล้องกับหลักประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนสมัยใหม่ คำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญครั้งนี้จึงปิดประตูทางกฎหมายสำหรับข้ออ้างดังกล่าว
แม้ศาลจะยืนยันความชอบธรรมของกฎหมายเกณฑ์ทหาร แต่ประเด็นนี้ยังคงเป็นที่ถกเถียงในสังคมไทย บางฝ่ายเห็นว่าการเกณฑ์ทหารจำเป็นเพื่อรักษาความมั่นคงของชาติ โดยเฉพาะในสถานการณ์ภูมิภาคที่ไม่แน่นอน ขณะที่ฝ่ายตรงข้ามเสนอทางเลือกอย่างการเกณฑ์พลเรือนหรือระบบสมัครใจ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ เช่น ลูกผู้มีอิทธิพลมักหลุดรอดด้วยข้อยกเว้น
นอกจากนี้ คำวินิจฉัยนี้ยังส่งผลต่อคดีคล้ายกันนับพันรายที่รอการพิจารณา ชายไทยวัย 21 ปีที่เกิดปี 2546 ต้องเตรียมตัวตรวจเลือกในปีนี้ หากหลีกเลี่ยงอาจติดคุกได้ การตัดสินใจของศาลช่วยยืนยันกรอบกฎหมาย แต่ก็กระตุ้นให้เกิดการปฏิรูประบบเกณฑ์ทหารในอนาคต
คุณคิดอย่างไรกับคำตัดสินนี้? ระบบเกณฑ์ทหารยังจำเป็นในยุคดิจิทัลหรือควรเปลี่ยนเป็นระบบสมัครใจ? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นการถกเถียงเรื่องสิทธิพลเมืองไทย
ที่มา – “เนติวิทย์” จ่อคุก หลังศาลรธน. มีมติเอกฉันท์กฎหมายเกณฑ์ทหารไม่ขัดรัฐธรรมนูญ


