วัน: 28 สิงหาคม 2025

โปรดเกล้าฯ “ปิยดา บุญเรืองขาว” ผู้ทรงคุณวุฒิด้านคดี

ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำคัญ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นางสาวปิยดา บุญเรืองขาว ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิด้านคดี สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือเป็นข่าวที่น่าสนใจในวงการกฎหมายและการเมือง

โปรดเกล้าฯ “ปิยดา บุญเรืองขาว” ผู้ทรงคุณวุฒิด้านคดี สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ โดยมีรายละเอียดว่า มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นางสาวปิยดา บุญเรืองขาว ข้าราชการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ตำแหน่ง ผู้เชี่ยวชาญด้านคดี (นักวิชาการคดีรัฐธรรมนูญเชี่ยวชาญ) ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิด้านคดี สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ (นักวิชาการคดีรัฐธรรมนูญทรงคุณวุฒิ) สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2567 เป็นต้นไป

ประกาศดังกล่าวลงวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568 โดยมี ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแต่งตั้ง ปิยดา บุญเรืองขาว

การแต่งตั้งนางสาวปิยดา บุญเรืองขาว ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิด้านคดี สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ในครั้งนี้ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินงานของศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากผู้ทรงคุณวุฒิจะเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการให้คำปรึกษาและสนับสนุนการพิจารณาคดีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ นางสาวปิยดา บุญเรืองขาว เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ในด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นอย่างดี จึงได้รับการไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งสำคัญนี้

  • มีความรู้ความสามารถด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญ
  • มีประสบการณ์ในการทำงานในสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ
  • เป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านคดี

การได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งในครั้งนี้ ถือเป็นเกียรติประวัติและความภาคภูมิใจอย่างยิ่งสำหรับนางสาวปิยดา บุญเรืองขาว และเป็นสิ่งที่ยืนยันถึงความสามารถและคุณงามความดีที่ได้สร้างสมมา

สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกาศดังกล่าว สามารถตรวจสอบได้จากเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาโดยตรง ที่ ดูต้นฉบับ ท่านสามารถดาวน์โหลดและอ่านประกาศฉบับเต็มได้ เพื่อทำความเข้าใจในรายละเอียดของการแต่งตั้งครั้งนี้

การแต่งตั้งบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาดำรงตำแหน่งสำคัญในองค์กรต่างๆ ของรัฐ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การดำเนินงานขององค์กรนั้นๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติโดยรวม การโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนางสาวปิยดา บุญเรืองขาว ในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญและรักษากฎหมายของประเทศ

ขอแสดงความยินดีกับนางสาวปิยดา บุญเรืองขาว สำหรับการได้รับตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้ และขอเป็นกำลังใจให้ท่านปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและประเทศชาติต่อไป

ที่มา – โปรดเกล้าฯ “ปิยดา บุญเรืองขาว” นั่งผู้ทรงคุณวุฒิด้านคดี สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ

วิธีการจับสลากแชมเปียนส์ลีก: คู่มือฉบับเข้าใจง่าย

การจับสลากสำหรับรอบลีกของแชมเปียนส์ลีกฤดูกาล 2025-26 จะมีขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม ณ เมืองโมนาโก

การจับสลากจะเริ่มต้นเวลา 17:00 น. ตามเวลา BST และจะใช้รูปแบบเดียวกับการแข่งขันฤดูกาล 2024-25 ซึ่งเป็นฤดูกาลแรกที่ใช้รูปแบบลีก 36 ทีม

ทีมที่เข้าร่วมการจับสลากประกอบด้วย 27 ทีมที่ผ่านเข้ารอบจากอันดับในลีก ผู้ชนะจากแชมเปียนส์ลีกและยูโรปาลีกฤดูกาลที่แล้ว และ 7 ทีมที่ผ่านเข้ารอบจากรอบคัดเลือก

ทีมต่างๆ จะถูกแบ่งออกเป็นสี่โถ โดยพิจารณาจากค่าสัมประสิทธิ์สโมสรของยูฟ่า

เริ่มต้นจากโถที่หนึ่ง แต่ละทีมจะถูกจับสลากออกมาทีละทีม จากนั้นระบบอัตโนมัติของยูฟ่าจะเลือกคู่ต่อสู้แปดทีมให้

แต่ละทีมจะเล่นทั้งหมดแปดเกม โดยพบกับสองทีมจากแต่ละโถ ทีมละหนึ่งเกมเหย้าและหนึ่งเกมเยือน

ห้ามจับสลากให้ทีมจากประเทศเดียวกันพบกันในรอบแบ่งกลุ่ม และห้ามเล่นมากกว่าสองนัดกับทีมจากประเทศอื่น เช่น อิตาลี

กระบวนการนี้จะดำเนินต่อไปจนกว่าจะมีการตัดสินใจเลือกโปรแกรมการแข่งขันสำหรับทั้ง 36 ทีม

รายชื่อโปรแกรมการแข่งขันแชมเปียนส์ลีกพร้อมวันที่และเวลาแข่งขันจะเผยแพร่ไม่เกินวันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม

วิธีการจับสลากแชมเปียนส์ลีก

วิธีการจับสลากแชมเปียนส์ลีกมีความซับซ้อนเล็กน้อย แต่รับรองได้ว่าทุกทีมจะได้เผชิญหน้าความท้าทายที่หลากหลายและน่าตื่นเต้น

เจาะลึกวิธีการจับสลากแชมเปียนส์ลีก

เพื่อความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น มาลงรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการจับสลากแชมเปียนส์ลีกกัน

การจับสลากยูโรปาลีกจะมีขึ้นในวันถัดจากวิธีการจับสลากแชมเปียนส์ลีก โดยจะเริ่มเวลา 12:00 น. ตามเวลา BST ในวันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม

เช่นเดียวกับวิธีการจับสลากแชมเปียนส์ลีก ทีม 36 ทีมจะถูกแบ่งออกเป็นสี่โถ และแต่ละทีมจะได้รับแปดเกม โดยใช้เกณฑ์การเลือกโปรแกรมการแข่งขันเช่นเดียวกับแชมเปียนส์ลีก

การจับสลากยูโรปาลีกและการจับสลากคอนเฟอเรนซ์ลีกจะรวมกันเป็นพิธีเดียว

จะไม่มีการใช้ลูกบอลจริงในการจับสลากยูโรปาลีกหรือคอนเฟอเรนซ์ลีก แต่จะใช้รูปแบบดิจิทัลทั้งหมด ซึ่งจะช่วยให้ยูฟ่าอธิบายว่าเป็น “กระบวนการจับสลากที่ราบรื่น มีประสิทธิภาพ และรวดเร็ว”

ปฏิทินการแข่งขันทั้งหมดสำหรับยูโรปาลีกจะเผยแพร่ไม่เกินวันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม

การจับสลากคอนเฟอเรนซ์ลีกจะมีขึ้นทันทีหลังจากการจับสลากยูโรปาลีก แต่เป็นส่วนหนึ่งของพิธีเดียวกัน

แตกต่างจากรอบลีกของทั้งแชมเปียนส์ลีกและยูโรปาลีก ซึ่งมีเพียงหกรอบของการแข่งขันในลีก แทนที่จะเป็นแปดรอบ

36 สโมสรจะถูกแบ่งออกเป็นหกโถ โถละหกทีม โดยแต่ละทีมจะถูกจับสลากพบกับหนึ่งทีมจากแต่ละโถ

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการจับสลากแชมเปียนส์ลีก, ยูโรปาลีก และคอนเฟอเรนซ์ลีก เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวในการแข่งขันฟุตบอลยุโรป

การจับสลากเหล่านี้ไม่เพียงแต่กำหนดคู่ต่อสู้ของแต่ละทีม แต่ยังส่งผลต่อเส้นทางสู่ความสำเร็จในทัวร์นาเมนต์อีกด้วย ดังนั้น การติดตามข้อมูลข่าวสารล่าสุดจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับแฟนบอลทุกคน

ที่มา – How does the Champions League draw work?

อีซูซุมังกรทอง 2.2 Ddi MAXFORCE แรง 220 ม้า!

พาไปชมอีซูซุมังกรทอง หรือ ISUZU DRAGON MAX ที่ขับได้จริง แบบใกล้ชิด ย้อนวัยน่าขับ ใส่เครื่อง 2.2 Ddi MAXFORCE  เพิ่มกล่องพ่วง ECU Shop Ultra Boost ให้กำลังสูงสุดถึง 220 แรงม้า และแรงบิด 550 นิวตัน-เมตร

ISUZU DRAGON MAX  มังกรทองในตำนาน หรือ TFR 

รถปิกอัพอีซูซุยอดนิยมรุ่น TFR ปี 1988 หรือ มังกรทองในตำนาน ได้ยกระดับและปรับให้เป็นมาตรฐานใหม่หมดภายใต้คอนเซ็ปต์ Restomod (Restoration & Modernization) ผสานความคลาสสิกของตัวถังดั้งเดิมเข้ากับความทันสมัยในทุกมิติ และนวัตกรรมแห่งอนาคต จึงไม่ใช่แค่รถแต่งต้นแบบ แต่คือตำนานบทใหม่ในการสร้างรถที่สะท้อนเจตนารมณ์ของอีซูซุในการอยู่ร่วมกับสังคมไทยอย่างต่อเนื่องยาวนาน 

–  ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยชุดกันชนหน้า กระจังหน้า และฝากระโปรงหน้าใหม่ทั้งหมด ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ LED พร้อมไฟ DRL ที่กันชนหน้า โฉบเฉี่ยวในทุกมุมมอง เส้นสายด้านข้างคมชัดด้วยชุดสเกิร์ตแบบ Muscle Line เสริมด้วยโป่งล้อหน้าและกระบะท้ายแบบ Wide Body เพิ่มมิติความดุดัน ฝาท้ายดีไซน์ใหม่พร้อมสปอยเลอร์ Duck Tail สะกดทุกสายตาด้วยชุดไฟท้าย LED ดีไซน์ล้ำสมัยและสีตัวรถ Katana Matte Silver ที่สะท้อนความเท่เฉพาะตัว พร้อมด้วยกระจกมองข้างปรับไฟฟ้า

–  ช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยวยกใหม่ทั้งหมด ด้วยชุดแร็คพวงมาลัย ปีกนก คอม้า และเพลาท้ายใหม่แทนของเดิม เสริมสมรรถนะการขับขี่ด้วยโช้กอัพ Profender รุ่น Queen Series & Piggy Back ที่มอบความนุ่มนวลและมั่นใจในทุกเส้นทาง พร้อมล้อแม็กซ์ Bradley-V ขนาด 8×17 นิ้ว จับคู่กับยาง Yokohama Advan Fleva V701 ขนาด 225/50 R17 เสริมด้วยระบบดิสก์เบรก Brembo ทั้งหน้าและหลัง พร้อมจานเบรกขนาด 340 และ 320 มม. มั่นใจในพลังเบรกทุกจังหวะ

– ห้องโดยสารสะท้อนความสปอร์ตพรีเมียม ด้วยวัสดุตกแต่งคอนโซลและเบาะนั่งแบบอาคันทาร่า (Alcantara) เสริมความโฉบเฉี่ยวด้วยเบาะนั่ง Recaro Premium Classic Seat หน้าจอมาตรวัด AIM MXT ขนาด 10 นิ้ว แสดงข้อมูลการขับขี่ได้อย่างครบถ้วน ติดตั้งจอกลางระบบ Android ขนาด 11.8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อกับกล่อง ECU Shop Ultra Boost ที่เพิ่มแรงม้า พร้อมแสดงค่าฟังก์ชันต่าง ๆ เช่น แรงดันน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าบูสต์เทอร์โบ และอุณหภูมิภายนอก

– ขุมพลังใต้ฝากระโปรงคือหัวใจสำคัญของ ISUZU DRAGON MAX กับเครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ล่าสุด 2.2 Ddi MAXFORCE  เพิ่มพละกำลังด้วยกล่องพ่วง ECU Shop Ultra Boost ให้กำลังสูงสุดถึง 220 แรงม้า และแรงบิด 550 นิวตัน-เมตร พร้อมคันเร่งไฟฟ้า Boost Speed Next ที่ตอบสนองฉับไว และให้ประสบการณ์การขับขี่เต็มพลังแบบไร้ควัน

นายวิชัย สินอนันต์พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด หรือ ISUZU กล่าวว่า ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ปัจจุบันรถยนต์ไม่ได้เป็นเพียงแค่พาหนะสำหรับเดินทางเท่านั้น แต่เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต เทรนด์การแต่งรถจึงเป็นกระแสที่ผู้คนให้ความสนใจ เนื่องจากการแต่งรถถือเป็นการแสดงออกถึงตัวตน ความชอบ และความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่มีขีดจำกัด 

สำหรับงาน Bangkok Auto Salon 2025 คือ การสร้างปรากฏการณ์วัฒนธรรมของคนที่ชื่นชอบและรักการแต่งรถที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน บริเวณงานจะจัดแสดงรถแต่งเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ที่ชื่นชอบการแต่งรถได้สัมผัสอย่างเต็มที่พร้อมทั้งจำหน่ายรถแต่งและอุปกรณ์โมดิฟายหลากหลาย ภายใต้ลิขสิทธิ์จาก Tokyo Auto Salon ประเทศญี่ปุ่น 

ล่าสุด อีซูซุได้นำรถแต่งพิเศษ 4 รุ่น 4 สไตล์มาจัดแสดง นำโดย ISUZU DRAGON MAX รถปิกอัพยอดนิยม รุ่นมังกรทอง หรือ TFR ในตำนานที่ผ่านการปรับลุคใหม่ รถอเนกประสงค์ระดับหรู ISUZU MU-X THE NEXT PEAK  และรถปิกอัพ ISUZU D-MAX HI-LANDER ที่เสริมลุคด้วยชุดแต่งพิเศษแนวสปอร์ต เพิ่มความโดดเด่นจากพื้นฐานของรถเดิมและใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน

นอกจากนี้ยังเอาใจสายเรซซิ่งด้วยการนำ ISUZU SAFETY CAR ที่ผ่านการโมดิฟายสเปกเดียวกับรถแข่งในสนามมาอวดโฉมสุดเร้าใจอีกด้วย และสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อรถอีซูซุ ดีแมคซ์ อยากให้รีบตัดสินใจ เพราะเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของการจัดแคมเปญดีแมคซ์ ดีจริง ลุ้นทองทุกสัปดาห์ ซึ่งจะหมดเขตในวันที่ 31 สิงหาคม 68 นี้อีกด้วย 

อีซูซุมังกรทอง ใส่เครื่อง 2.2 Ddi MAXFORCE เพิ่ม ECU Shop ให้กำลัง 220 แรงม้า

ทำไมอีซูซุมังกรทองถึงน่าสนใจ?

อีซูซุมังกรทอง ไม่ได้เป็นเพียงแค่รถเก่าที่ถูกนำมาปัดฝุ่นใหม่เท่านั้น แต่เป็นการผสมผสานระหว่างความคลาสสิกและความทันสมัยได้อย่างลงตัว ด้วยเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE และกล่อง ECU Shop ที่เพิ่มกำลังถึง 220 แรงม้า ทำให้รถคันนี้มีสมรรถนะที่เหนือกว่ารถรุ่นเก่าอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ การออกแบบภายนอกและภายในยังได้รับการปรับปรุงใหม่ให้ดูสปอร์ตและพรีเมียมมากยิ่งขึ้น

สำหรับใครที่กำลังมองหารถคลาสสิกที่สามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน และมาพร้อมกับสมรรถนะที่เร้าใจ อีซูซุมังกรทอง ใส่เครื่อง 2.2 Ddi MAXFORCE เพิ่ม ECU Shop ให้กำลัง 220 แรงม้า คันนี้ถือเป็นตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด เพราะมันคือตำนานที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ให้ดียิ่งกว่าเดิม

อีซูซุมังกรทองคันนี้ แสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์และความสามารถในการปรับปรุงรถยนต์รุ่นเก่าให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนพันธุ์แท้ของอีซูซุ หรือเพียงแค่คนที่มองหารถแต่งที่ไม่เหมือนใคร รถคันนี้จะสร้างความประทับใจและมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่เหมือนใครอย่างแน่นอน อีกทั้งยังเป็น อีซูซุมังกรทอง ที่น่าเก็บสะสมอีกด้วย

ที่มา – พาไปชมอีซูซุมังกรทอง ใส่เครื่อง 2.2 Ddi MAXFORCE เพิ่ม ECU Shop ให้กำลัง 220 แรงม้า

กองทัพไทยเริ่มสร้าง รั้วชายแดนไทย-กัมพูชา ปีนี้!

กองทัพไทยประกาศเดินหน้าโครงการสำคัญ สร้าง รั้วชายแดนไทย-กัมพูชา จุดแรก ระยะทาง 10 กิโลเมตร คาดเริ่มดำเนินการภายในปีนี้ ตอบสนองข้อเรียกร้องของประชาชนและเสริมความมั่นคงตามแนวชายแดน

กองทัพไทย ชี้เริ่มทำปีนี้ สร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา จุดแรก 10 กม.

พล.อ.มนัส จันดี เสนาธิการทหาร เปิดเผยว่า กองบัญชาการกองทัพไทยได้ลงพื้นที่สำรวจแนวชายแดน บริเวณหลักเขตที่ 48 ถึง 51 ในเขต อ.อรัญประเทศ และได้ข้อสรุปเบื้องต้นในการสร้างรั้วถาวร บริเวณหลักเขตที่ 50-51 ระยะทาง 10 กิโลเมตร ซึ่งเป็นจุดที่ไทยและกัมพูชาเห็นพ้องกันในเรื่องเขตแดนแล้ว

นอกเหนือจากรั้วถาวร กองทัพไทยยังมีแผนสร้างรั้วชั่วคราวในบริเวณที่ยังมีการอ้างสิทธิและยังไม่มีข้อสรุปเรื่องเขตแดนที่ชัดเจน โดยจะใช้วิธีการตัดถนนเลียบตลอดแนวชายแดน พร้อมวางรั้วลวดหนามหีบเพลงสามชั้น และติดตั้งกล้องวงจรปิดในจุดที่เหมาะสม การดำเนินการเหล่านี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเคลื่อนย้ายกำลังพล การลาดตระเวน และสกัดกั้นการลักลอบผ่านแดนตามช่องทางธรรมชาติ

ทำไมต้องสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา?

การสร้าง รั้วชายแดนไทย-กัมพูชา มีเป้าหมายหลักเพื่อ:

  • เสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดน
  • ป้องกันการลักลอบเข้าเมืองและการกระทำผิดกฎหมาย
  • สกัดกั้นแก๊งคอลเซ็นเตอร์และปัญหาสแกมเมอร์
  • อำนวยความสะดวกในการลาดตระเวนและรักษาความปลอดภัย

พล.อ.มนัส ยืนยันว่า การดำเนินการดังกล่าวจะไม่ติดขัดในเรื่องงบประมาณ และคาดว่าจะสามารถเริ่มเห็นแนวรั้วกำแพงชายแดนไทย-กัมพูชาได้ภายในปีนี้ ขั้นตอนต่อไปคือการลงรายละเอียดในพื้นที่ต่างๆ เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนตามแนวชายแดนที่อาจได้รับผลกระทบบ้าง

ด้าน พล.ต.วันชนะ สวัสดี กล่าวว่า การทำรั้วตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชาเกิดขึ้นจากข้อเรียกร้องของประชาชน และขอบคุณประชาชนที่ต้องการสนับสนุนการสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งจะต้องพิจารณาในแง่กฎหมายว่าจะสามารถเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างไรต่อไป

โครงการสร้าง รั้วชายแดนไทย-กัมพูชา จุดแรกนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดน และสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกองทัพไทยในการปกป้องอธิปไตยของชาติ รวมถึงแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ การดำเนินการนี้ไม่เพียงแต่จะส่งผลดีต่อความมั่นคงของประเทศ แต่ยังจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนอีกด้วย

การสร้าง รั้วชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่ได้เป็นเพียงแค่การสร้างกำแพง แต่เป็นการสร้างความมั่นคงและอนาคตที่ดีกว่าสำหรับประเทศไทย

ที่มา – กองทัพไทย ชี้เริ่มทำปีนี้ สร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา จุดแรก 10 กม.

ล่าคนร้ายฉกทอง 100 บาท! วัดดังชลบุรี

ตำรวจพนัสนิคมเร่งล่าคนร้ายฉกทองหนักกว่า 100 บาท พร้อมเงินสดนับล้านบาทจากกุฏิเจ้าอาวาสวัดนามะตูม จังหวัดชลบุรี ทรัพย์สินที่ถูกขโมยไปเป็นของที่ชาวบ้านร่วมบริจาคเพื่อใช้ในการเททองหล่อพระองค์ปฐมและพระพุทธเจ้า 28 พระองค์

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 คนร้ายได้บุกเข้าไปลักทรัพย์สิน ซึ่งเป็นทองคำน้ำหนักรวมกว่า 100 บาท และเงินสดจำนวนมากภายในกุฏิเจ้าอาวาสวัดนามะตูม หมู่ 3 ตำบลนามะตูม อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ในช่วงที่มีงานพิธีเททอง

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 พันตำรวจเอกธรรมรัฐ อัครไชยพงศ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรพนัสนิคม ได้เปิดเผยว่า หลวงพ่อขวัญชัย ธมฺมวโร เจ้าอาวาสวัดนามะตูม ได้แจ้งความว่ามีคนร้ายเข้ามาก่อเหตุลักทรัพย์ภายในกุฏิ ทรัพย์สินที่หายไปประกอบด้วยทองคำน้ำหนักประมาณ 100 บาท และเงินสดอีกกว่าล้านบาท จำนวนทรัพย์สินที่สูญหายยังไม่สามารถระบุได้อย่างแน่ชัด เนื่องจากเป็นเงินและทองที่ญาติโยมร่วมกันบริจาคเพื่อใช้ในการเททองหล่อพระสมเด็จองค์ปฐมและพระพุทธเจ้า 28 พระองค์ ซึ่งวัดนามะตูมได้จัดพิธีขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม 2568 โดยมีพระพรหมวชิราทร เจ้าคณะภาค 13 เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส

ขณะนี้ ตำรวจชุดป้องกันปราบปรามและชุดสืบสวน สภ.พนัสนิคม กำลังเร่งสืบสวนเพื่อหาเบาะแสล่าคนร้ายฉกทองหนักกว่า 100 บาท ที่ก่อเหตุลักทรัพย์ภายในกุฏิ โดยจะทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในวัดในช่วงวันและเวลาที่วัดได้แจ้งความไว้ และจะทำการสอบสวนพระภิกษุสงฆ์ กรรมการวัด รวมถึงผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างละเอียดอีกครั้ง

จากการสอบถามรองเจ้าอาวาสวัดนามะตูมเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ท่านได้เปิดเผยว่า หลวงพ่อขวัญชัย เจ้าอาวาส ไม่อยู่ในวัด และขอให้เป็นหน้าที่ของตำรวจในการติดตามจับกุมคนร้าย

เด็กวัดและคนดูแลความสะอาดวัดได้ให้ข้อมูลว่า ตำรวจได้ทำการสอบสวนในฐานะพยานผู้เห็นเหตุการณ์ ในวันเกิดเหตุซึ่งเป็นวันที่มีพิธีเททอง ทุกคนภายในวัด ทั้งพระภิกษุสงฆ์ กรรมการวัด เด็กวัด และคนงาน ต่างเข้าร่วมในพิธีทั้งหมด ผู้ที่น่าสงสัยว่าเป็นคนร้ายคือผู้หญิง สวมเสื้อสีขาว กางเกงยีนส์ ผมสั้น สะพายกระเป๋าเป้ เดินอยู่บริเวณกุฏิเจ้าอาวาส ส่วนทรัพย์สินที่ถูกขโมยไปนั้น ยังไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัด แต่ทราบว่ามีทองคำนับ 100 บาท และเงินสดจำนวนกว่า 800,000 บาท

ล่าคนร้ายฉกทองหนักกว่า 100 บาท จากวัดดัง

ตำรวจเร่งล่าคนร้ายฉกทองหนักกว่า 100 บาท วัดนามะตูม

คดีล่าคนร้ายฉกทองหนักกว่า 100 บาท จากวัดดังในชลบุรีนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยในสถานที่สำคัญทางศาสนา และความจำเป็นในการตรวจสอบบุคคลที่เข้าออกอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้อีกในอนาคต

ที่มา – ล่าคนร้ายฉกทองหนักกว่า 100 บาท-เงินสดนับล้านจากกุฏิเจ้าอาวาสวัดดัง ชลบุรี

วิโรจน์ชี้ กัมพูชายั่วยุไทยใช้กำลัง!

“วิโรจน์” ยืนยันไม่ได้ตำหนิ “กันจอมพลัง” ชวนคิด “กัมพูชา” ต้องการยั่วยุให้ไทยใช้กำลัง หวังฟ้องชาวโลก เรียกร้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มแข็ง ปฏิบัติตามขั้นตอนการสลายฝูงชน ไม่ให้เกิดการจลาจล

วันที่ 28 ส.ค. 2568 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ไทยรัฐทีวี ยืนยันไม่ได้ตำหนิกันจอมพลัง ที่นำรถสูบส้วมไปเตรียมพ่นใส่ชาวกัมพูชาที่เข้ามารุกล้ำอธิปไตยของไทย โดยระบุว่าเข้าใจคุณกัน และรู้ว่าหลายคนตำหนิตน แต่สิ่งที่ได้แสดงความเห็นไป “แค่ต้องการชวนสนทนาว่า หากเราไปฉีด ไปพ่นอึ ก็เท่ากับฉีดในบ้านเรา คนของเราต้องมาเหม็นกลิ่นนี้ด้วย คุณคิดว่าสุดท้ายกัมพูชาจะมาเก็บกวาดให้เราหรือ” เพียงแต่อยากชวนให้คิดว่าหากทำแบบนั้น จะเข้าทางกัมพูชาที่ต้องการยั่วยุให้คนไทยโกรธ แล้วก็จะนำสิ่งที่เราทำไปฟ้องชาวโลกว่าเราย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ 

ถามใครดมกลิ่นรถส้วม

นายวิโรจน์ กล่าวด้วยว่า สุดท้ายนำรถหลายสิบคันมาจอดทิ้งไว้ รถส้วมมันก็มีกลิ่น ถามว่าใครเป็นคนดมกลิ่น ผู้สื่อข่าวถามว่าหากเป็นคุณวิโรจน์ถูกท้าทายแบบนั้น จะทำอย่างไร นายวิโรจน์ กล่าวว่า ก็ใช้อุปกรณ์ควบคุมฝูงชน ใช้เสียงคลื่นความถี่สูง ใช้กล้องวงจรปิดดำเนินคดีตามกฎหมาย เมื่อถามว่าจะบอกให้ปล่อยเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ใช่หรือไม่ นายวิโรจน์ กล่าวว่า ประชาชนก็ให้กำลังใจร้องเพลงชาติในระยะที่เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าปลอดภัยได้ เพราะเรามั่นใจชาวกัมพูชาได้อย่างไรว่าที่มาประท้วง เป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา คนพวกนี้เป็นทหารบ้านหรือเปล่าก็ไม่รู้ หากเขาซ่อนอาวุธไว้ ถ้าคนไทยไปเจอกระสุนปืนปริศนาขึ้นมา คิดว่าเจ้าหน้าที่คงไม่พอใจ ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่ากัมพูชาต้องการสร้างความวุ่นวาย แล้วเราจะให้ความวุ่นวายกับเขาทำไม

แนะบังคับใช้กฎหมายเต็มที่

“ถ้าเป็นผม ผมจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่เลย อุปกรณ์สลายฝูงชนต่างๆ เอาเข้ามาประจำการ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง แก๊สน้ำตา อุปกรณ์ปล่อยคลื่นเสียงความถี่สูง แทนที่จะนำรถส้วม แบบนี้ได้ผลกว่า และไม่ละเมิดกติกาสากล ไม่ได้ย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งนานาประเทศเขาใช้กัน ไม่ให้เกิดจลาจลขึ้น ขอย้ำว่ากัมพูชาต้องการยั่วยุ ให้เราใช้กำลัง เพื่อจะไปขยายผลในเวทีโลกเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบในเวทีโลก และอึที่จะฉีด ถามว่าเลอะบ้านใคร มันจะเลอะกำแพงบ้านของเราเอง เลอะประตูบ้านเราอีก อีกฝั่งมันปีนรั้วกลับไป สุดท้ายใครเป็นคนเก็บ ใครต้องเป็นคนดมกลิ่น ถ้าไม่ใช่คนไทย แบบนี้ แจ้งความเอาตำรวจลากคอมันเข้าคุกไม่ดีกว่าหรือ” นายวิโรจน์ กล่าว

วิโรจน์ชี้ กัมพูชาต้องการยั่วยุให้ไทยใช้กำลัง

ทำไมวิโรจน์ถึงคิดว่ากัมพูชาต้องการยั่วยุให้ไทยใช้กำลัง?

จากบทสัมภาษณ์ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ได้อธิบายถึงเหตุผลที่เขาเชื่อว่ากัมพูชาต้องการยั่วยุให้ไทยใช้กำลัง โดยเขามองว่าการตอบโต้ด้วยวิธีการที่รุนแรงหรือไม่เป็นสากล อาจจะเข้าทางกัมพูชาที่ต้องการสร้างภาพให้ไทยเป็นผู้ร้ายในสายตาชาวโลก

นอกจากนี้ เขายังเน้นย้ำว่าการกระทำใดๆ ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนชาวไทย เช่น การใช้รถสูบส้วม อาจจะสร้างความเดือดร้อนให้กับคนในประเทศเอง และไม่ใช่วิธีการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน

นายวิโรจน์เสนอแนะให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ และใช้อุปกรณ์ควบคุมฝูงชนที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรงและการจลาจล

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อน และต้องการการจัดการที่รอบคอบ การตอบโต้ด้วยอารมณ์อาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งที่บานปลายได้ การพิจารณาถึงผลกระทบในระยะยาว และการรักษาสันติภาพระหว่างประเทศ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง

การที่นายวิโรจน์ออกมาแสดงความคิดเห็นในครั้งนี้ ถือเป็นการกระตุ้นให้สังคมได้ตระหนักถึงความซับซ้อนของปัญหา และพิจารณาถึงแนวทางแก้ไขที่สร้างสรรค์และยั่งยืน การเปิดใจรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง และการหาทางออกร่วมกัน จะเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการรักษาผลประโยชน์ของชาติ และป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้งในอนาคต

สิ่งที่วิโรจน์เน้นย้ำคือ การรักษาสติและไม่ตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายตรงข้าม การตอบโต้อย่างมีเหตุผลและเป็นไปตามกฎหมาย จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถรักษาศักดิ์ศรีและผลประโยชน์ของชาติได้อย่างยั่งยืน การพิจารณาถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนชาวไทย และการแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่สันติวิธี จึงเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก

การออกมาให้สัมภาษณ์ของนายวิโรจน์เกี่ยวกับเรื่อง กัมพูชาต้องการยั่วยุให้ไทยใช้กำลัง นับเป็นอีกหนึ่งมุมมองที่น่าสนใจและควรนำมาพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย

ท่านผู้อ่านมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับประเด็นนี้? ร่วมแสดงความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนมุมมองกันได้เลยครับ

ที่มา – “วิโรจน์” ยืนยันไม่ได้ตำหนิ “กันจอมพลัง” ชวนคิด “กัมพูชา” ต้องการยั่วยุให้ไทยใช้กำลัง

เฮอร์เซเลอร์ มั่นใจ 100% บาเลบา อยู่ไบรท์ตัน

ฟาเบียน เฮอร์เซเลอร์ ผู้จัดการทีมไบรท์ตัน กล่าวว่าเขามั่นใจ “100%” ว่า คาร์ลอส บาเลบา กองกลางตัวเก่ง จะยังคงอยู่กับสโมสรต่อไปในฤดูกาลนี้ ข่าวนี้เป็นข่าวดีสำหรับแฟนบอลไบรท์ตันที่กังวลว่าทีมอาจจะเสียผู้เล่นคนสำคัญไป

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยสอบถามเกี่ยวกับค่าตัวของดาวเตะวัย 21 ปีรายนี้ แต่ได้ยกเลิกความสนใจไปเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากไบรท์ตันปฏิเสธที่จะขาย เฮอร์เซเลอร์ มั่นใจ 100% บาเลบา อยู่ไบรท์ตัน แน่นอน

บาเลบา ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในเกมพรีเมียร์ลีกทั้งสองนัดของไบรท์ตันในฤดูกาลนี้ และลงเล่นไปแล้ว 80 นัดให้กับสโมสร นับตั้งแต่ย้ายมาจากลีลล์ในปี 2023 เขาเป็นผู้เล่นคนสำคัญในแดนกลางของทีม

เมื่อถูกถามว่า กองกลางทีมชาติแคเมอรูน จะยังคงอยู่กับไบรท์ตันต่อไปหลังเส้นตายการย้ายทีมในวันจันทร์นี้หรือไม่ แม้ว่าจะมีข้อเสนอที่น่าดึงดูดใจเข้ามา เฮอร์เซเลอร์ตอบว่า “ใช่”

“ถ้ามีตัวเลขมากกว่า 100 [%] ผมจะบอกว่ามากกว่า 100 มั่นใจอย่างเหลือเชื่อ” เฮอร์เซเลอร์ กล่าว

ไบรท์ตัน เซ็นสัญญากับผู้เล่นใหม่ 6 คนในช่วงซัมเมอร์นี้ รวมถึงกองหลังอย่าง มักซิม เดอ คุยเปอร์ จาก คลับ บรูจจ์ ด้วยค่าตัว 17.5 ล้านปอนด์, โอลิวิเยร์ บอสคาญี่ จาก พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น แบบไม่มีค่าตัว และ ดิเอโก้ คอปโปลา จาก เฮลลาส เวโรน่า ด้วยค่าตัวที่ไม่เปิดเผย

ทอม วัตสัน กองกลาง ย้ายมาจาก ซันเดอร์แลนด์ ด้วยค่าตัว 10 ล้านปอนด์, ยุน โด-ยอง ปีก ถูกเซ็นสัญญามาจาก แดจอน ฮานา ซิติเซ่น และ ชาราลัมปอส คอสตูลาส กองหน้า ถูกดึงตัวมาจาก โอลิมเปียกอส ด้วยค่าตัว 29.8 ล้านปอนด์

เฮอร์เซเลอร์ ไม่คาดหวังว่าจะมีการย้ายเข้ามาก่อนเส้นตายอีกแล้ว

“ผมมีความรู้สึก” เขากล่าว เมื่อถูกถามว่าไบรท์ตันจบการซื้อขายในตลาดแล้วหรือไม่

“บางครั้งมันไม่ฉลาดนักที่จะแบ่งปันความรู้สึกที่คุณมีกับสาธารณชน แต่โดยรวมแล้วผมมีความสุขมากกับทีมชุดนี้” เขากล่าวเสริมถึงทีมปัจจุบันของเขา

เฮอร์เซเลอร์ มั่นใจ 100% บาเลบา อยู่ไบรท์ตัน

การที่เฮอร์เซเลอร์ออกมาให้สัมภาษณ์เช่นนี้ แสดงให้เห็นว่าไบรท์ตันต้องการเก็บ บาเลบา ไว้กับทีมต่อไป และไม่ต้องการที่จะเสียผู้เล่นคนสำคัญไปในช่วงเวลาที่สำคัญของฤดูกาล

ทำไมเฮอร์เซเลอร์ถึงมั่นใจว่า เฮอร์เซเลอร์ มั่นใจ 100% บาเลบา อยู่ไบรท์ตัน

ความมั่นใจของเฮอร์เซเลอร์อาจมาจากหลายปัจจัย ประการแรกคือ บาเลบา เป็นผู้เล่นคนสำคัญในทีม และเป็นกำลังหลักในแดนกลางของไบรท์ตัน การเสียเขาไปจะส่งผลกระทบต่อทีมอย่างมาก ประการที่สองคือ ไบรท์ตันมีเป้าหมายที่ชัดเจนในฤดูกาลนี้ และต้องการที่จะประสบความสำเร็จ การมี บาเลบา อยู่ในทีมจะช่วยเพิ่มโอกาสในการบรรลุเป้าหมาย

นอกจากนี้ ไบรท์ตันยังได้เสริมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ด้วยผู้เล่นใหม่หลายคน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับทีม และทำให้เฮอร์เซเลอร์มีความมั่นใจมากขึ้นว่าทีมจะสามารถทำผลงานได้ดีในฤดูกาลนี้

  • บาเลบาเป็นกำลังหลักของทีม
  • ไบรท์ตันต้องการประสบความสำเร็จ
  • ทีมมีการเสริมทัพที่ดี

ดังนั้น การที่เฮอร์เซเลอร์ออกมาแสดงความมั่นใจว่า บาเลบา จะอยู่กับทีมต่อไป จึงเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ และเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับแฟนบอลไบรท์ตัน

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องรอดูว่าอะไรจะเกิดขึ้นก่อนเส้นตายการย้ายทีมในวันจันทร์นี้ แต่ในขณะนี้ ดูเหมือนว่า บาเลบา จะยังคงเป็นผู้เล่นของไบรท์ตันต่อไป

เฮอร์เซเลอร์ มั่นใจ 100% บาเลบา อยู่ไบรท์ตัน – สรุปคือ บาเลบายังอยู่! นี่จะเป็นข่าวดีสำหรับแฟน ๆ ไบรท์ตันที่กำลังรอคอยฤดูกาลใหม่

ที่มา – Hurzeler ‘100%’ sure Baleba will stay at Brighton

รวบชายส่งข้อความเหยียดผิวถึง เจสส์ คาร์เตอร์

ตำรวจจับกุมชายคนหนึ่งในข้อหาใช้ถ้อยคำเหยียดผิวที่ “น่าขยะแขยงและน่าตกใจ” ส่งถึง เจสส์ คาร์เตอร์ นักฟุตบอลหญิงทีมชาติอังกฤษผ่านทางโซเชียลมีเดีย

ตำรวจเริ่มทำการสอบสวนหลังจากได้รับรายงานว่ามีการส่งข้อความถึงกองหลังวัย 27 ปีรายนี้ในช่วงการแข่งขัน UEFA Women’s Euros ในเดือนกรกฎาคม

ชายวัย 59 ปีจาก Great Harwood ถูกตำรวจ Lancashire จับกุมก่อนหน้านี้ในข้อหาต้องสงสัยว่าสื่อสารอย่างประสงค์ร้าย และได้รับการปล่อยตัวแล้วระหว่างการสอบสวน

หัวหน้าตำรวจ Mark Roberts แห่ง Cheshire Police ซึ่งเป็นผู้นำการสอบสวนกล่าวว่าข้อความที่ส่งถึงคาร์เตอร์นั้น “น่าตกใจ” และ “ไม่ควรมีใครต้องเผชิญกับการเหยียดผิวเช่นนี้”

คาร์เตอร์จาก Warwick กล่าวว่าเธอกำลัง ถอยห่างจากโซเชียลมีเดีย หลังจากที่เธอตกเป็นเป้าหมายของการเหยียดผิวออนไลน์ในช่วงการแข่งขัน

หลังจากข้อความเหล่านั้น หน่วยตำรวจฟุตบอลแห่งสหราชอาณาจักรได้เปิดการสอบสวนโดยมีบริษัทโซเชียลมีเดียเข้ามาเกี่ยวข้องเพื่อติดตามหาผู้รับผิดชอบ

‘ความคิดเห็นที่เลวร้าย’

“ผมขอชมเชยเธอที่ยืนหยัดต่อต้านการข่มเหงนี้และช่วยเหลือในการสอบสวนของเรา” นายโรเบิร์ตส์กล่าว

เขายังเป็นหัวหน้าสภาหัวหน้าตำรวจแห่งชาติสำหรับตำรวจฟุตบอล และกล่าวว่าเขาคาดหวังว่าการจับกุมครั้งนี้จะเป็น “ครั้งแรกจากหลายๆ ครั้งในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า”

เขากล่าวว่า “เราต้องการทำให้ชัดเจนว่าการเหยียดผิวในลักษณะนี้จะไม่ได้รับการยอมรับ

“ทุกคนต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่พวกเขาทำและพูด และเราต้องการให้แน่ใจว่าผู้กระทำผิดไม่สามารถซ่อนตัวอยู่หลังโปรไฟล์โซเชียลมีเดียเพื่อโพสต์ความคิดเห็นที่เลวร้ายได้”

ตำรวจ Lancashire ได้แชร์ภาพจากกล้องติดตัวเจ้าหน้าที่ขณะจับกุมชายคนดังกล่าวที่บ้านของเขาใน Great Harwood

PC Dan Fish จากกองกำลังกล่าวว่า “ตำรวจ Lancashire ไม่ยอมทนต่อความเกลียดชังในรูปแบบใดๆ ไม่ว่าจะต่อหน้าหรือทางออนไลน์”

เขากล่าวว่าเขาหวังว่าการจับกุมจะส่งข้อความออกไปว่าตำรวจ “จะไม่ละทิ้งความพยายามใดๆ ในการระบุตัวผู้ที่มีพฤติกรรมที่ไม่เป็นที่ยอมรับดังกล่าว ไม่ว่าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหนก็ตาม”

การจับกุมชายส่งข้อความเหยียดผิวถึง เจสส์ คาร์เตอร์ ส่งผลอย่างไร

การจับกุมชายที่ส่งข้อความเหยียดผิวถึง เจสส์ คาร์เตอร์ นักฟุตบอลหญิงทีมชาติอังกฤษ เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าการเหยียดผิวในโลกออนไลน์จะไม่ได้รับการยอมรับ และตำรวจจะดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ

เหตุการณ์นี้ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรายงานการเหยียดผิวออนไลน์ และการสนับสนุนผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ

เราทุกคนมีบทบาทในการสร้างสภาพแวดล้อมออนไลน์ที่ปลอดภัยและเป็นมิตรสำหรับทุกคน

การที่ เจสส์ คาร์เตอร์ ออกมาเปิดเผยเรื่องนี้และให้ความร่วมมือกับการสอบสวนเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง และหวังว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นบทเรียนให้แก่ทุกคนในการใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างมีวิจารณญาณและเคารพซึ่งกันและกัน หากพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการต่อไป

อีกทั้งการรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับผลกระทบของการเหยียดผิวและการกลั่นแกล้งทางออนไลน์เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงความร้ายแรงของปัญหาและร่วมมือกันแก้ไข การสร้างสังคมที่เคารพซึ่งกันและกันและยอมรับความแตกต่างหลากหลายทางเชื้อชาติและวัฒนธรรมเป็นเป้าหมายที่เราทุกคนควรมีส่วนร่วม

ที่มา – Man arrested over racist abuse sent to England’s Carter

“บิ๊กเล็ก” รับมีโรดแมป สร้างรั้วถาวรไทย-กัมพูชา

“พล.อ.ณัฐพล” เผยมีโรดแมป เตรียมยื่น สมช.-ครม. เคาะดำเนินการ รับเห็นด้วยสร้างรั้วถาวรไทย-กัมพูชา ชี้อันดับแรกคือต้องให้มีการหยุดยิงถาวรก่อน วอนประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงตามแนวชายแดน หวั่นกระทบ 2 ฝ่าย ไม่ตอบคดีนายกฯพรุ่งนี้ หวั่นกระทบคำตัดสินศาล

วันที่ 28 ส.ค. 2568 พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกระแสเรื่องการสร้างรั้วถาวรไทย-กัมพูชาในพื้นที่ที่บ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว ว่า โรดแมปที่เตรียมไว้เรามีมากมายเพราะฉะนั้นเรื่องนี้ต้องทำเป็นขั้นเป็นตอน ตอนนี้ที่ศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) และคณะกรรมการชายแดนทั่วไป GBC (General Border Committee) พยายามจะทำกันก็คือทำให้มีการหยุดยิงอย่างสมบูรณ์ เพราะฉะนั้นในการหยุดยิงยังไม่เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์แต่ตอนนี้เราไปคิดถึงเรื่องของการสร้างรั้ว ซึ่งก็อาจจะทำให้การดำเนินการในการเจรจาอาจทำให้เกิดความสับสนได้ เพราะฉะนั้นจึงขอให้ทำไปตามลำดับ โดย ศบ.ทก. และ GBC ได้เตรียมโรดแมปไว้แล้ว และจะเตรียมนำเสนอเข้าสภาความมั่นคงแห่งชาติเพื่อให้การทำงานของทุกส่วนที่เกี่ยวข้องเป็นไปตามโรดแมปที่เตรียมไว้ ซึ่งโรดแมปจะต้องเสนอให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และเสนอต่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบถึงจะดำเนินการตามโรดแมปที่ตั้งไว้ได้

ซึ่งขั้นที่หนึ่งคือต้องหยุดยิงโดยสมบูรณ์ ส่วนเรื่องการสร้างรั้วก็ไม่มีปัญหา เพราะเราเห็นด้วย แต่ว่าเขตแดนที่จะไปสร้างรั้วนั้นต้องได้รับความชัดเจนก่อน หากไปสร้างรั้วในจุดที่ไม่มีความชัดเจนก็อาจเกิดปัญหาขึ้นมาได้อีก เพราะฉะนั้นจึงต้องมีลำดับของโรดแมปว่าเราจะต้องทำอะไรก่อน

โดยพลเอกณัฐพล เปิดเผยว่าขณะนี้โรดแมปเสร็จแล้ว แต่คาดว่าจะเสนอต่อสภาความมั่นคงแห่งชาติในสัปดาห์หน้า

“บิ๊กเล็ก” รับมีโรดแมป สร้างรั้วถาวรไทย-กัมพูชา

ความคืบหน้าล่าสุดการสร้างรั้วถาวรไทย-กัมพูชา

นอกจากนี้ พล.อ.ณัฐพล ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่อินฟลูเอนเซอร์รายหนึ่งเตรียมนำรถดูดส้วมไปฉีดใส่มวลชนชาวกัมพูชาที่แนวชายแดนบ้านหนองจาน ว่า เมื่อช่วงเช้าได้พูดคุยกับทางด้านของ พล.ท.อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 และได้มีการพูดคุยกับทางด้านของ นายภูมิธรรม เวชชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในฐานะรักษาการแทนนายกรัฐมนตรี ว่าเห็นใจเพราะปัจจุบันพี่น้องประชาชนมีความห่วงใยเกี่ยวกับเรื่องอธิปไตย และได้พูดคุยกับไปทั้งสองท่านว่าในเรื่องนี้จะมีการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee – GBC) ในวันที่ 10 กันยายน 2568 ซึ่งจะมีการนำเรื่องนี้ไปหารือกับทางกัมพูชาอยู่ เพราะถึงแม้ว่าจะกดดันอย่างไรก็ตามก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้คนกัมพูชาออกจากพื้นที่ เพราะฉะนั้นเราต้องทำแบบมีขั้นตอนคือต้องหารือกับทางกัมพูชา ซึ่งกัมพูชาคงต้องยอมรับความจริงอยู่แล้ว

พล.อ.ณัฐพล เชื่อว่าเรื่องนี้จะไม่ส่งผลกระทบกับการเจรจา แต่ถ้าหากเกิดการกระทบที่มากกว่านี้อาจจะมี จึงได้ขอความร่วมมือประชาชนเปิดโอกาสให้ทางจีบีซีทำงานก่อนและได้ผลหรือไม่ได้ผลอย่างไรค่อยมาว่ากันอีกที พร้อมยืนยันว่าจะพยายามทำให้ดีที่สุด เพราะข้อเท็จจริงปรากฏชัดอยู่แล้วน่าจะพูดคุยกันรู้เรื่อง

โดยผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงกรณีวันพรุ่งนี้ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีการวินิจฉัยคุณสมบัติของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมคดีคลิปพูดคุยสมเด็จฮุนเซ็น อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา นั้น โดยพลเอกณัฐพล ขอไม่ตอบในเรื่องนี้

เมื่อถามต่อว่าส่วนกรณีที่มีผู้ชุมนุมประกาศว่าหากคำพิพากษาหรือคำตัดสินของศาลวินิจฉัยว่านายกรัฐมนตรีสามารถกลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้จะมีการจัดชุมนุมภายหลังวันที่ 29 สิงหาคมนี้นั้น ในฐานะฝ่ายความมั่นคงจะมีการป้องกัน เตรียมความพร้อม หรืออำนวยการอย่างไรกับผู้ชุมนุมบ้างหรือไม่นั้น โดยพลเอกณัฐพล กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ไม่ว่าจะพูดอย่างไรก็ตามก็จะกระทบต่อคำตัดสินในวันพรุ่งนี้เพราะฉะนั้นตนขออนุญาตไม่พูดถึงเรื่องนี้

การสร้างรั้วถาวรไทย-กัมพูชาเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งสองฝ่าย การเจรจาและความเข้าใจซึ่งกันและกันเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งในอนาคต

ที่มา – “บิ๊กเล็ก” รับมีโรดแมปสร้างรั้วถาวรไทย-กัมพูชา ขอประชาชนอย่าปะทะกันเอง 2 ฝ่าย