“วิโรจน์” ยืนยันไม่ได้ตำหนิ “กันจอมพลัง” ชวนคิด “กัมพูชา” ต้องการยั่วยุให้ไทยใช้กำลัง หวังฟ้องชาวโลก เรียกร้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มแข็ง ปฏิบัติตามขั้นตอนการสลายฝูงชน ไม่ให้เกิดการจลาจล
วันที่ 28 ส.ค. 2568 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ไทยรัฐทีวี ยืนยันไม่ได้ตำหนิกันจอมพลัง ที่นำรถสูบส้วมไปเตรียมพ่นใส่ชาวกัมพูชาที่เข้ามารุกล้ำอธิปไตยของไทย โดยระบุว่าเข้าใจคุณกัน และรู้ว่าหลายคนตำหนิตน แต่สิ่งที่ได้แสดงความเห็นไป “แค่ต้องการชวนสนทนาว่า หากเราไปฉีด ไปพ่นอึ ก็เท่ากับฉีดในบ้านเรา คนของเราต้องมาเหม็นกลิ่นนี้ด้วย คุณคิดว่าสุดท้ายกัมพูชาจะมาเก็บกวาดให้เราหรือ” เพียงแต่อยากชวนให้คิดว่าหากทำแบบนั้น จะเข้าทางกัมพูชาที่ต้องการยั่วยุให้คนไทยโกรธ แล้วก็จะนำสิ่งที่เราทำไปฟ้องชาวโลกว่าเราย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
ถามใครดมกลิ่นรถส้วม
นายวิโรจน์ กล่าวด้วยว่า สุดท้ายนำรถหลายสิบคันมาจอดทิ้งไว้ รถส้วมมันก็มีกลิ่น ถามว่าใครเป็นคนดมกลิ่น ผู้สื่อข่าวถามว่าหากเป็นคุณวิโรจน์ถูกท้าทายแบบนั้น จะทำอย่างไร นายวิโรจน์ กล่าวว่า ก็ใช้อุปกรณ์ควบคุมฝูงชน ใช้เสียงคลื่นความถี่สูง ใช้กล้องวงจรปิดดำเนินคดีตามกฎหมาย เมื่อถามว่าจะบอกให้ปล่อยเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ใช่หรือไม่ นายวิโรจน์ กล่าวว่า ประชาชนก็ให้กำลังใจร้องเพลงชาติในระยะที่เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าปลอดภัยได้ เพราะเรามั่นใจชาวกัมพูชาได้อย่างไรว่าที่มาประท้วง เป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา คนพวกนี้เป็นทหารบ้านหรือเปล่าก็ไม่รู้ หากเขาซ่อนอาวุธไว้ ถ้าคนไทยไปเจอกระสุนปืนปริศนาขึ้นมา คิดว่าเจ้าหน้าที่คงไม่พอใจ ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่ากัมพูชาต้องการสร้างความวุ่นวาย แล้วเราจะให้ความวุ่นวายกับเขาทำไม
แนะบังคับใช้กฎหมายเต็มที่
“ถ้าเป็นผม ผมจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่เลย อุปกรณ์สลายฝูงชนต่างๆ เอาเข้ามาประจำการ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง แก๊สน้ำตา อุปกรณ์ปล่อยคลื่นเสียงความถี่สูง แทนที่จะนำรถส้วม แบบนี้ได้ผลกว่า และไม่ละเมิดกติกาสากล ไม่ได้ย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งนานาประเทศเขาใช้กัน ไม่ให้เกิดจลาจลขึ้น ขอย้ำว่ากัมพูชาต้องการยั่วยุ ให้เราใช้กำลัง เพื่อจะไปขยายผลในเวทีโลกเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบในเวทีโลก และอึที่จะฉีด ถามว่าเลอะบ้านใคร มันจะเลอะกำแพงบ้านของเราเอง เลอะประตูบ้านเราอีก อีกฝั่งมันปีนรั้วกลับไป สุดท้ายใครเป็นคนเก็บ ใครต้องเป็นคนดมกลิ่น ถ้าไม่ใช่คนไทย แบบนี้ แจ้งความเอาตำรวจลากคอมันเข้าคุกไม่ดีกว่าหรือ” นายวิโรจน์ กล่าว
วิโรจน์ชี้ กัมพูชาต้องการยั่วยุให้ไทยใช้กำลัง
ทำไมวิโรจน์ถึงคิดว่ากัมพูชาต้องการยั่วยุให้ไทยใช้กำลัง?
จากบทสัมภาษณ์ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ได้อธิบายถึงเหตุผลที่เขาเชื่อว่ากัมพูชาต้องการยั่วยุให้ไทยใช้กำลัง โดยเขามองว่าการตอบโต้ด้วยวิธีการที่รุนแรงหรือไม่เป็นสากล อาจจะเข้าทางกัมพูชาที่ต้องการสร้างภาพให้ไทยเป็นผู้ร้ายในสายตาชาวโลก
นอกจากนี้ เขายังเน้นย้ำว่าการกระทำใดๆ ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนชาวไทย เช่น การใช้รถสูบส้วม อาจจะสร้างความเดือดร้อนให้กับคนในประเทศเอง และไม่ใช่วิธีการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน
นายวิโรจน์เสนอแนะให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ และใช้อุปกรณ์ควบคุมฝูงชนที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรงและการจลาจล
สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อน และต้องการการจัดการที่รอบคอบ การตอบโต้ด้วยอารมณ์อาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งที่บานปลายได้ การพิจารณาถึงผลกระทบในระยะยาว และการรักษาสันติภาพระหว่างประเทศ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง
การที่นายวิโรจน์ออกมาแสดงความคิดเห็นในครั้งนี้ ถือเป็นการกระตุ้นให้สังคมได้ตระหนักถึงความซับซ้อนของปัญหา และพิจารณาถึงแนวทางแก้ไขที่สร้างสรรค์และยั่งยืน การเปิดใจรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง และการหาทางออกร่วมกัน จะเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการรักษาผลประโยชน์ของชาติ และป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้งในอนาคต
สิ่งที่วิโรจน์เน้นย้ำคือ การรักษาสติและไม่ตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายตรงข้าม การตอบโต้อย่างมีเหตุผลและเป็นไปตามกฎหมาย จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถรักษาศักดิ์ศรีและผลประโยชน์ของชาติได้อย่างยั่งยืน การพิจารณาถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนชาวไทย และการแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่สันติวิธี จึงเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก
การออกมาให้สัมภาษณ์ของนายวิโรจน์เกี่ยวกับเรื่อง กัมพูชาต้องการยั่วยุให้ไทยใช้กำลัง นับเป็นอีกหนึ่งมุมมองที่น่าสนใจและควรนำมาพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย
ท่านผู้อ่านมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับประเด็นนี้? ร่วมแสดงความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนมุมมองกันได้เลยครับ
ที่มา – “วิโรจน์” ยืนยันไม่ได้ตำหนิ “กันจอมพลัง” ชวนคิด “กัมพูชา” ต้องการยั่วยุให้ไทยใช้กำลัง


