วัน: 1 กันยายน 2025

โปรดเกล้าฯ สราวุธ ทรงศิวิไล เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายสราวุธ ทรงศิวิไล เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประกาศ ณ วันที่ 29 สิงหาคม พุทธศักราช 2568

โปรดเกล้าฯ สราวุธ ทรงศิวิไล เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำคัญ เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568 เรื่องการแต่งตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายสราวุธ ทรงศิวิไล ให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นับตั้งแต่วันที่ประกาศเป็นต้นไป การแต่งตั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจาก นายปัญญา อุดชาชน ได้พ้นจากตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเนื่องจากครบวาระ ทำให้ตำแหน่งดังกล่าวว่างลง

ตามประกาศดังกล่าว วุฒิสภาได้พิจารณาและให้ความเห็นชอบ นายสราวุธ ทรงศิวิไล ซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 200 (5) กำหนด เพื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

อาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 200 ประกอบกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 8 และมาตรา 12 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายสราวุธ ทรงศิวิไล ให้เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ

การแต่งตั้ง นายสราวุธ ทรงศิวิไล ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งและความต่อเนื่องในการดำเนินงานของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญและกฎหมายของประเทศ

ความสำคัญของการมีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่และความรับผิดชอบที่สำคัญยิ่งในการตีความรัฐธรรมนูญ พิจารณาตัดสินคดีที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ และให้ความเห็นชอบต่อกฎหมายต่างๆ ที่อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ การมีตุลาการที่ทรงคุณวุฒิและมีความเป็นกลางจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อการรักษาความเป็นธรรมและความถูกต้องตามกฎหมาย

นอกจากนี้ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญยังมีบทบาทในการแก้ไขข้อขัดแย้งทางการเมืองและสังคมที่อาจเกิดขึ้นจากการตีความกฎหมายที่แตกต่างกัน การตัดสินใจของศาลรัฐธรรมนูญจึงมีผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อการดำเนินงานของรัฐบาล รัฐสภา และประชาชนโดยรวม

การที่วุฒิสภาได้ให้ความเห็นชอบ นายสราวุธ ทรงศิวิไล แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในความสามารถและคุณสมบัติของท่านที่จะปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การประกาศราชกิจจานุเบกษาเรื่องโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง สราวุธ ทรงศิวิไล เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนและสื่อมวลชนอย่างกว้างขวาง สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของศาลรัฐธรรมนูญในระบบการเมืองการปกครองของไทย

การพิจารณาคัดเลือกและแต่งตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเป็นกระบวนการที่ต้องดำเนินการอย่างรอบคอบและโปร่งใส เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งมีความรู้ความสามารถ ความซื่อสัตย์สุจริต และความเป็นกลางทางการเมือง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งดังกล่าว

  • ตรวจสอบประวัติและความรู้ความสามารถของผู้ได้รับการเสนอชื่อ
  • พิจารณาคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด
  • เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบและให้ข้อมูล

การมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้กระบวนการคัดเลือกมีความโปร่งใสและน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

โดยสรุป การโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายสราวุธ ทรงศิวิไล เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ถือเป็นข่าวสำคัญที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมและการเมืองการปกครองของไทย และเป็นหน้าที่ของประชาชนที่จะติดตามและตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้มั่นใจได้ว่าท่านจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและเป็นธรรม

ที่มา – โปรดเกล้าฯ “สราวุธ ทรงศิวิไล” เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

วูล์ฟแฮมป์ตันคว้าตัว อะโรโคดาเร่ เสริมคม

วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส (วูล์ฟส์) บรรลุข้อตกลงคว้าตัว โตลู อะโรโคดาเร่ กองหน้าจาก เกงค์ ด้วยค่าตัว 24 ล้านปอนด์

ดาวยิงทีมชาติไนจีเรียเจ้าของส่วนสูง 6 ฟุต 6 นิ้ว เซ็นสัญญากับทีมหมาป่าเป็นเวลา 4 ปี ที่สนามโมลินิวซ์

ปัจจุบัน วูล์ฟส์ รั้งอันดับสุดท้ายของตารางพรีเมียร์ลีก หลังจากแพ้ใน 3 นัดแรกของฤดูกาล

โตลู อะโรโคดาเร่ ผู้ซึ่งยิงไป 21 ประตูในลีกเบลเยียม จนคว้ารางวัลดาวซัลโวสูงสุดเมื่อฤดูกาลที่แล้ว จะเข้ามาเป็นตัวสนับสนุนเกมรุกให้กับ ยอร์เก้น สแตรนด์ ลาร์เซ่น

กองหน้าทีมชาตินอร์เวย์รายนี้ตกเป็นเป้าหมายของ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด แต่ วูล์ฟส์ ปฏิเสธข้อเสนอ 50 ล้านปอนด์ และ 55 ล้านปอนด์ ที่ยื่นเข้ามาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

อะโรโคดาเร่ วัย 24 ปี ทำไป 41 ประตู จาก 113 นัดที่ลงเล่นให้กับ เกงค์ หลังย้ายมาจาก วาลเมียร่า ทีมในลีก ลัตเวีย เมื่อปี 2023 และทำไป 1 ประตู จาก 4 นัด ที่ลงเล่นให้ทีมชาติไนจีเรีย

เขาย้ายจาก ไนจีเรีย ไปร่วมทีม วาลเมียร่า ในปี 2019 ทำไป 22 ประตู จาก 34 เกม

โตลู อะโรโคดาเร่ ถูกปล่อยยืมตัวไปให้กับ เอฟซี โคโลญจน์ ใน บุนเดสลีกา ก่อนจะย้ายไปร่วมทีม อาเมียงส์ ในลีกฝรั่งเศส ด้วยสัญญายืมตัว 2 ปี และยิงไป 21 ประตู

ฤดูกาลนี้ เขาลงเล่นให้กับ เกงค์ ไป 5 นัด ทำไป 1 ประตู

วูล์ฟแฮมป์ตันคว้าตัว อะโรโคดาเร่ เสริมคม

ทำไมวูล์ฟแฮมป์ตันถึงต้องการ โตลู อะโรโคดาเร่

การมาของ โตลู อะโรโคดาเร่ ช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนกองหน้าของวูล์ฟแฮมป์ตันได้อย่างตรงจุด ด้วยความสูงและพละกำลังที่แข็งแกร่ง ทำให้เขาสามารถพักบอลและสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมได้ นอกจากนี้ เขายังมีความเร็วและความสามารถในการจบสกอร์ที่ยอดเยี่ยม ซึ่งจะช่วยเพิ่มมิติในเกมรุกของวูล์ฟส์

วูล์ฟส์ ประสบปัญหาในการทำประตูอย่างมากในช่วงต้นฤดูกาลนี้ การได้ตัว โตลู อะโรโคดาเร่ เข้ามา จะช่วยแบ่งเบาภาระของ ยอร์เก้น สแตรนด์ ลาร์เซ่น และช่วยให้ทีมมีโอกาสทำประตูได้มากขึ้น

โตลู อะโรโคดาเร่ เคยผ่านการเล่นในลีกชั้นนำของยุโรปมาแล้ว ทั้ง บุนเดสลีกา และ ลีกเอิง ซึ่งจะช่วยให้เขาปรับตัวเข้ากับฟุตบอลอังกฤษได้อย่างรวดเร็ว

อะโรโคดาเร่ เป็นนักเตะที่มีความมุ่งมั่นและกระหายชัยชนะสูง ซึ่งจะช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีในทีมและผลักดันให้วูล์ฟส์ ทำผลงานได้ดีขึ้น

การเซ็นสัญญาคว้าตัว โตลู อะโรโคดาเร่ ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าของวูล์ฟแฮมป์ตัน เพราะเขามีศักยภาพที่จะเป็นกำลังสำคัญของทีมในระยะยาว

นอกจากนี้ เขายังมีประสบการณ์ในการเล่นให้กับทีมชาติไนจีเรีย ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับทีมหมาป่า

การมาถึงของ อะโรโคดาเร่ ยังเป็นการส่งสัญญาณไปยังคู่แข่งว่า วูล์ฟส์ พร้อมที่จะต่อสู้เพื่อความสำเร็จในฤดูกาลนี้

  • ความสูงและพละกำลังที่แข็งแกร่ง
  • ความเร็วและความสามารถในการจบสกอร์ที่ยอดเยี่ยม
  • ประสบการณ์ในการเล่นในลีกชั้นนำของยุโรป
  • ความมุ่งมั่นและกระหายชัยชนะสูง

ทั้งหมดนี้ ทำให้ โตลู อะโรโคดาเร่ เป็นนักเตะที่วูล์ฟแฮมป์ตันต้องการอย่างมาก และเขาจะเข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการช่วยให้ทีมประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน

การมาของอะโรโคดาเร่ จะช่วยยกระดับเกมรุกของวูล์ฟส์อย่างแน่นอน แฟนๆ หมาป่าเตรียมเฮได้เลย!

ที่มา – Wolves complete £24m deal for striker Arokodare

เชลซี ยืม บูโอโนเต้ จากไบรท์ตัน 2 ล้านปอนด์

เชลซีเซ็นสัญญาคว้าตัว ฟาคุนโด บูโอโนเต้ กองหน้าสารพัดประโยชน์จากไบรท์ตันด้วยสัญญายืมตัวตลอดฤดูกาล

ดาวเตะวัย 20 ปีรายนี้ ใช้เวลาเมื่อฤดูกาลที่แล้วไปกับการยืมตัวที่เลสเตอร์ ซิตี้ ย้ายมาร่วมทีมหลังจากที่เชลซีปาดหน้าข้อเสนอของลีดส์ และจะจ่ายเงินประมาณ 2 ล้านปอนด์เพื่อเซ็นสัญญากับนักเตะทีมชาติอาร์เจนติน่าชุดใหญ่ 2 นัดแบบชั่วคราว

บูโอโนเต้ยิงไป 6 ประตูและทำ 3 แอสซิสต์จากการลงเล่น 35 นัดเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ขณะที่ทีมจิ้งจอกสยามตกชั้นจากพรีเมียร์ลีก

เชลซีมีทีมงานหลายคนที่รู้จักกองหน้ารายนี้เป็นอย่างดีจากช่วงเวลาที่พวกเขาอยู่ที่ไบรท์ตัน ซึ่งรวมถึง พอล วินสแตนลีย์ ผู้อำนวยการกีฬาร่วม และ แซม จีเวลล์ ผู้อำนวยการฝ่ายสรรหานักเตะระดับโลก

ขณะเดียวกัน มีการคาดการณ์ว่า ฮูลิโอ เอ็นซิโซ กองหน้าเพื่อนร่วมทีมไบรท์ตันวัย 21 ปี จะย้ายไปร่วมทีม สตราสบูร์ก พันธมิตรของเชลซีด้วยค่าตัว 13.8 ล้านปอนด์ โดยมีเป้าหมายว่าเขาจะได้เล่นให้กับทีมสิงห์บลูส์หลังจากเล่นในฝรั่งเศสเป็นเวลาหนึ่งปี

ทีมของ เอ็นโซ มาเรสกา ยังได้เพิ่ม อเลฮานโดร การ์นาโช จากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อสัปดาห์ที่แล้วด้วยค่าตัว 40 ล้านปอนด์ และระดมทุนจากการขายนักเตะได้ถึง 265 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของพรีเมียร์ลีก

เชลซี ยืม บูโอโนเต้ จากไบรท์ตัน 2 ล้านปอนด์

การย้ายทีมของ ฟาคุนโด บูโอโนเต้ มาสู่เชลซีด้วยสัญญายืมตัวนั้น ถือเป็นการเสริมความแข็งแกร่งในแนวรุกให้กับทีมอย่างมาก ด้วยความสามารถในการเล่นได้หลากหลายตำแหน่ง ทำให้เขาสามารถเป็นตัวเลือกที่มีประโยชน์สำหรับ เอ็นโซ มาเรสกา ได้เป็นอย่างดี

การที่เชลซีสามารถปาดหน้าลีดส์ในการคว้าตัว บูโอโนเต้ ได้นั้น แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสโมสรในการเสริมทัพ และการมีทีมงานที่คุ้นเคยกับนักเตะเป็นอย่างดี ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การย้ายทีมครั้งนี้เกิดขึ้น

ทำไม เชลซี ยืม บูโอโนเต้ ?

  • ความสารพัดประโยชน์: บูโอโนเต้ สามารถเล่นได้หลากหลายตำแหน่งในแนวรุก ทำให้เขาสามารถปรับตัวเข้ากับแผนการเล่นต่างๆ ของทีมได้
  • ประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีก: การที่เขาเคยเล่นในพรีเมียร์ลีกกับเลสเตอร์ ซิตี้มาก่อน ทำให้เขามีประสบการณ์และความคุ้นเคยกับลีกนี้เป็นอย่างดี
  • ความคุ้นเคยกับทีมงาน: การที่เชลซีมีทีมงานที่รู้จัก บูโอโนเต้ เป็นอย่างดี ทำให้เขาสามารถปรับตัวเข้ากับทีมได้อย่างรวดเร็ว

การยืมตัว เชลซี ยืม บูโอโนเต้ จากไบรท์ตัน 2 ล้านปอนด์ ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความต้องการของเชลซีที่จะเสริมสร้างทีมให้แข็งแกร่งขึ้น เพื่อกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ในพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง การที่ทีมสามารถคว้าตัวนักเตะดาวรุ่งที่มีศักยภาพอย่าง บูโอโนเต้ มาร่วมทีมได้นั้น ถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับอนาคตของสโมสร

การเสริมทัพอย่างต่อเนื่องของเชลซีในช่วงซัมเมอร์นี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสโมสรในการสร้างทีมที่แข็งแกร่งและสามารถแข่งขันได้ในทุกรายการ การยืมตัว เชลซี ยืม บูโอโนเต้ จากไบรท์ตัน 2 ล้านปอนด์ เป็นเพียงหนึ่งในหลายๆ การเสริมทัพที่น่าสนใจ และแฟนบอลเชลซีก็หวังว่าการเสริมทัพเหล่านี้จะช่วยให้ทีมกลับมาประสบความสำเร็จได้อีกครั้ง

โดยรวมแล้ว การที่ เชลซี ยืม บูโอโนเต้ จากไบรท์ตัน 2 ล้านปอนด์ ถือเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดของสโมสร นักเตะรายนี้มีศักยภาพที่จะพัฒนาฝีเท้าและกลายเป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีมในอนาคตได้ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือเขาจะต้องได้รับโอกาสในการลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เขาได้แสดงศักยภาพของตัวเองอย่างเต็มที่

ที่มา – Chelsea loan Buonanotte from Brighton for £2m

เร็กซ์แฮมเซ็นชีฟเสริมทัพต่อเนื่อง

เร็กซ์แฮมเซ็นสัญญากับเบน ชีฟ กองกลางจากโคเวนทรี ซิตี้ เพื่อเสริมทัพอย่างต่อเนื่องสำหรับฤดูกาลใหม่ในแชมเปี้ยนชิพ

สโมสรจากเวลส์ที่ฮอลลีวูดเป็นเจ้าของทีมนี้ ทุ่มเงินเสริมทัพมากที่สุดในลีกรองของอังกฤษในช่วงซัมเมอร์นี้ และจ่ายเงินประมาณ 6.5 ล้านปอนด์เพื่อคว้าตัวชีฟมาร่วมทีม

นักเตะวัย 27 ปีรายนี้เซ็นสัญญาระยะเวลา 3 ปีที่สนามสต็อค เค เอ ราส

“เส้นทางที่สโมสรกำลังเดินไป ผมรู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมเดินทางไปด้วย” ชีฟกล่าว “จากการพูดคุยกับผู้จัดการทีม และจากความทะเยอทะยานของเจ้าของทีม เห็นได้ชัดว่าสโมสรกำลังมุ่งหน้าไปในทิศทางเดียว ผมตั้งตารอที่จะได้มีส่วนร่วม”

“เมื่อโอกาสที่จะย้ายไปร่วมทีมเร็กซ์แฮมเข้ามา มันเป็นสิ่งที่ผมต้องการที่จะทำ ผมรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เริ่มต้นแล้ว”

เร็กซ์แฮมเซ็นชีฟเสริมทัพต่อเนื่อง

ชีฟมีบทบาทสำคัญในการพาโคเวนทรีเข้าถึงรอบรองชนะเลิศเอฟเอ คัพ ในปี 2024 และได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกองกลางที่ดีที่สุดในแชมเปี้ยนชิพ ซึ่งช่วยให้ทีมเข้าถึงรอบเพลย์ออฟเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

แต่ด้วยอาการบาดเจ็บ การเซ็นสัญญากับแมตต์ ไกรมส์จากสวอนซี ซิตี้ ในเดือนมกราคม และการแจ้งเกิดของวิคเตอร์ ทอร์ป ทำให้เขาหลุดจากตำแหน่งตัวจริงภายใต้การคุมทีมของแฟรงค์ แลมพาร์ด

“การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่ดีเสมอ การย้ายทีมทำให้ผมออกจากพื้นที่ปลอดภัยของตัวเอง” ชีฟกล่าว

“ผมมีช่วงเวลาที่ดีกับโคเวนทรี และช่วงเวลาที่น่าจดจำ แต่ถึงเวลาที่ต้องมองหาสิ่งใหม่และสิ่งที่น่าตื่นเต้นแล้ว”

ชีฟกลายเป็นผู้เล่นคนที่ 11 ที่เร็กซ์แฮมเซ็นสัญญาในช่วงซัมเมอร์นี้ และอิสซ่า กาโบเร กองหลังจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ดูเหมือนจะเป็นรายต่อไปที่จะย้ายมาร่วมทีมด้วยสัญญายืมตัว

การเสริมทัพอย่างต่อเนื่องของเร็กซ์แฮมและ เบน ชีฟ

ดาวเตะทีมชาติบูร์กินาฟาโซวัย 24 ปีรายนี้ใช้เวลาเมื่อฤดูกาลที่แล้วไปกับการยืมตัวที่เบนฟิก้าในโปรตุเกส และจากนั้นก็ไปแวร์เดอร์ เบรเมนในเยอรมนี

กาโบเร ซึ่งเล่นเป็นแบ็กขวาหรือวิงแบ็กขวาเป็นหลัก เคยมีประสบการณ์ในการยืมตัวกับมาร์กเซยและลูตัน ทาวน์ ในช่วงฤดูกาล 2023-24 ในพรีเมียร์ลีก

คาดว่าเขาจะเดินทางมาถึงเร็กซ์แฮมในวันจันทร์เพื่อเข้ารับการตรวจร่างกาย

ทีมของฟิล พาร์กินสันคว้าเลื่อนชั้นสู่ลีกที่สูงขึ้นเป็นครั้งที่สามติดต่อกันเมื่อฤดูกาลที่แล้ว หลังจากจบอันดับสองในลีกวัน

การเซ็นสัญญา เบน ชีฟ ทำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเร็กซ์แฮมที่จะยกระดับทีมขึ้นไปอีกขั้น แม้ว่าพวกเขาจะเป็นทีมน้องใหม่ในแชมเปี้ยนชิพ แต่ด้วยการสนับสนุนจากเจ้าของทีมและผู้เล่นที่มีคุณภาพ ทำให้พวกเขามีศักยภาพที่จะสร้างความประหลาดใจในฤดูกาลที่จะถึงนี้ การได้ตัว เบน ชีฟ มาร่วมทีม จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งในแดนกลาง และประสบการณ์ของเขาจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อทีม

โดยการที่ เร็กซ์แฮมเซ็นชีฟเสริมทัพต่อเนื่อง นั้นเป็นการแสดงให้เห็นว่าพวกเขามีความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จในระดับที่สูงขึ้น

สิ่งนี้น่าจะเป็นแรงกระตุ้นให้ทีมอื่น ๆ ในลีกต้องเร่งพัฒนาตัวเองเพื่อที่จะสามารถแข่งขันกับเร็กซ์แฮมได้ การเข้ามาของ เบน ชีฟ และผู้เล่นใหม่อื่น ๆ จะทำให้แชมเปี้ยนชิพในฤดูกาลหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความคาดหวัง

โดยสรุปแล้ว การที่ เร็กซ์แฮมเซ็นชีฟเสริมทัพต่อเนื่อง นั้นเป็นการประกาศศักดาให้โลกรู้ว่าพวกเขาไม่ได้มาเล่น ๆ และพร้อมที่จะท้าทายทุกทีมในลีก

ที่มา – Wrexham sign Coventry’s Sheaf to continue spree

เส้นตายตลาดซื้อขายนักเตะทั่วโลกคือเมื่อไหร่?

ตลาดซื้อขายนักเตะเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นสำหรับแฟนบอลทั่วโลก แต่คุณรู้หรือไม่ว่าแต่ละลีกมีกำหนดเส้นตายเมื่อไหร่? มาดูกันว่า เส้นตายตลาดซื้อขายนักเตะทั่วโลกคือเมื่อไหร่

สำหรับพรีเมียร์ลีกและสโมสรใน EFL ทั้งหมด กำหนดเส้นตายตลาดซื้อขายนักเตะทั่วโลกคือเมื่อไหร่คือเวลา 19:00 น. BST ของวันจันทร์ที่ 1 กันยายน ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่เยอรมนี อิตาลี และฝรั่งเศส

หากการย้ายทีมไม่เกิดขึ้นหลังจากเส้นตายของพรีเมียร์ลีกปิดลง ผู้เล่นและสโมสรยังมีตัวเลือกอื่น ๆ อีกบ้าง:

  • สกอตแลนด์, สเปน (23:00 น.) และโปรตุเกส (00:00 น.) มีเส้นตายในวันจันทร์ที่ช้ากว่า

  • เส้นตายของ Eredivisie คือ 24 ชั่วโมงต่อมาในเวลา 23:00 น. ของวันอังคารที่ 2 กันยายน

  • ตลาดซื้อขายของเบลเยียมและสวิตเซอร์แลนด์ปิดในวันจันทร์ที่ 8 กันยายน

  • ตลาดซื้อขายของ Saudi Pro League ปิดในวันอังคารที่ 23 กันยายน

  • ตลาดซื้อขายของกรีซปิดในวันอาทิตย์ที่ 12 กันยายน

  • เส้นตายของ Serbian Super Liga คือวันศุกร์ที่ 17 กันยายน

ผู้เล่นจะไม่สามารถย้ายไปสหรัฐอเมริกาได้หลังจากตลาดซื้อขาย Major League Soccer ปิดในวันที่ 21 สิงหาคม

สโมสร Women’s Super League (WSL) สามารถดำเนินการในตลาดซื้อขายนักเตะต่อไปได้จนถึงวันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน

บทความนี้เป็นข้อมูลล่าสุดจากทีม Ask Me Anything ของ BBC Sport

เส้นตายตลาดซื้อขายนักเตะทั่วโลกคือเมื่อไหร่

ทำไมต้องรู้ว่าเส้นตายตลาดซื้อขายนักเตะทั่วโลกคือเมื่อไหร่

การทราบกำหนดเส้นตายตลาดซื้อขายนักเตะทั่วโลกคือเมื่อไหร่เป็นสิ่งสำคัญสำหรับแฟนฟุตบอล เพราะมันกำหนดว่าทีมโปรดของคุณจะสามารถเสริมทัพผู้เล่นใหม่ได้ถึงเมื่อไหร่ หากเลยกำหนดนี้ไปแล้ว ทีมจะต้องรอจนถึงตลาดซื้อขายรอบถัดไป

Ask Me Anything คือบริการที่อุทิศตนเพื่อตอบคำถามของคุณ

เราต้องการตอบแทนเวลาของคุณโดยบอกสิ่งที่คุณไม่รู้และเตือนสิ่งที่คุณรู้

ทีมงานจะค้นหาทุกสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้และสามารถเรียกใช้เครือข่ายผู้ติดต่อรวมถึงผู้เชี่ยวชาญและนักวิจารณ์ของเราได้

เราจะตอบคำถามของคุณจากใจกลางห้องข่าว BBC Sport และไปเบื้องหลังในงานกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในโลก

การรายงานข่าวของเราจะครอบคลุมเว็บไซต์ BBC Sport, แอป, โซเชียลมีเดียและบัญชี YouTube รวมถึง BBC TV และวิทยุ

คำถามที่ได้รับคำตอบเพิ่มเติม…

การรู้กำหนดเส้นตายของแต่ละลีกทำให้เราเข้าใจถึงกลยุทธ์ของทีมต่างๆ ในการเสริมทัพผู้เล่น และติดตามข่าวสารการย้ายทีมได้อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น

ที่มา – When is deadline day across the world?

โปรดเกล้าฯ ศาสตราจารย์นรัตถพล เจริญพันธุ์ เป็นราชบัณฑิต

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ศาสตราจารย์นรัตถพล เจริญพันธุ์ เป็นราชบัณฑิต ประเภทวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ สร้างความปลื้มปีติและเป็นเกียรติอย่างสูงแก่ ศาสตราจารย์นรัตถพล เจริญพันธุ์ และวงศ์ตระกูล

โปรดเกล้าฯ ศาสตราจารย์นรัตถพล เจริญพันธุ์ เป็นราชบัณฑิต ประเภทวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568 ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การแต่งตั้งราชบัณฑิต โดยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง ศาสตราจารย์นรัตถพล เจริญพันธุ์ ให้ดำรงตำแหน่งราชบัณฑิต ประเภทวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ สาขาวิชาสรีรวิทยา สำนักวิทยาศาสตร์ ตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน 2568 เป็นต้นมา

ประกาศดังกล่าว ลงวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2568 โดยมี พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

การได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งในครั้งนี้ ถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของ ศาสตราจารย์นรัตถพล เจริญพันธุ์ ซึ่งท่านเป็นผู้ทรงคุณวุฒิและมีความเชี่ยวชาญในสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขาสรีรวิทยา การได้รับการแต่งตั้งเป็นราชบัณฑิต แสดงให้เห็นถึงความรู้ความสามารถและความทุ่มเทในการทำงานของท่าน ที่เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชน

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการโปรดเกล้าฯ ศาสตราจารย์นรัตถพล เจริญพันธุ์

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การแต่งตั้งราชบัณฑิต ได้จากเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา โดยตรง [คลิกที่นี่เพื่ออ่านประกาศ]

การแต่งตั้งราชบัณฑิตถือเป็นพิธีสำคัญที่แสดงถึงการยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาต่างๆ ซึ่งบุคคลเหล่านี้จะทำหน้าที่ในการให้ความรู้ คำปรึกษา และเสนอแนะแนวทางในการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ การที่ ศาสตราจารย์นรัตถพล เจริญพันธุ์ ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นราชบัณฑิต จึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง

ราชบัณฑิตมีหน้าที่สำคัญในการสร้างสรรค์และเผยแพร่องค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ซึ่ง ศาสตราจารย์นรัตถพล เจริญพันธุ์ จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนวงการวิทยาศาสตร์สุขภาพของประเทศไทยให้ก้าวหน้าต่อไป

ขอแสดงความยินดีกับ ศาสตราจารย์นรัตถพล เจริญพันธุ์ ในโอกาสที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นราชบัณฑิตในครั้งนี้ และขอเป็นกำลังใจให้ท่านในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์สุขของประเทศชาติต่อไป

การที่ประเทศไทยมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถอย่าง ศาสตราจารย์นรัตถพล เจริญพันธุ์ ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป หวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะสร้างคุณูปการให้กับวงการวิทยาศาสตร์สุขภาพและสังคมไทยต่อไปในอนาคต

ที่มา – โปรดเกล้าฯ ศาสตราจารย์นรัตถพล เจริญพันธุ์ เป็นราชบัณฑิต ประเภทวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ

จุดอ่อนแมนซิตี้! บทเรียนพรีเมียร์ลีกสุดสัปดาห์

สุดสัปดาห์ในพรีเมียร์ลีกเต็มไปด้วยประเด็นทางแท็กติกที่น่าสนใจอีกครั้ง

เราจะมาเจาะลึก 4 สิ่งสำคัญที่เราได้เรียนรู้จากเกมล่าสุด

จุดอ่อนแมนซิตี้! บทเรียนพรีเมียร์ลีกสุดสัปดาห์

การเล่นนอกบ้านของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นต้นเหตุของปัญหาในช่วงหลัง

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เราได้พูดถึง วิธีที่ท็อตแนมใช้โจมตีการเพรสสูงของซิตี้โดยเล็งเป้าไปที่พื้นที่ด้านกว้าง

ดูเหมือนว่ากลยุทธ์นี้จะเป็นรูปแบบที่เกิดขึ้นใหม่มากกว่าจะเป็นเหตุการณ์ครั้งเดียว โดยประตูชัยของไบรท์ตันใน ชัยชนะ 2-1 เมื่อวันอาทิตย์ แสดงให้เห็นถึงข้อกังวลเดียวกันหลายประการ

สำหรับประตูแรกของสเปอร์สและประตูที่สองของไบรท์ตัน บอลถูกส่งไปยังกองหลังที่อยู่ด้านกว้าง โดยผู้เล่นแนวรุกของซิตี้ไม่สามารถเพรสได้อย่างเต็มที่ ผู้เล่นด้านกว้างสามารถหันและหันหน้าไปข้างหน้าก่อนที่จะส่งบอลยาวโดยตรงลงไปในช่อง

ผู้เล่นคนหนึ่งในทีมของพวกเขาลดระดับลงลึก ดึงฟูลแบ็คของซิตี้ไปด้วย – นาธาน อาเก้ กับสเปอร์ส และริโก้ ลูอิส กับไบรท์ตัน

นั่นหมายความว่าซิตี้จบลงด้วยผู้เล่นสามคนในแนวรับ ซึ่งขยับไปปิดพื้นที่ที่ฟูลแบ็คทิ้งไว้ เซ็นเตอร์แบ็คคนหนึ่งของซิตี้ต้องป้องกันที่ปีกในพื้นที่ที่ไม่ถนัด ทำให้พวกเขามีแนวโน้มที่จะแพ้ในการดวลกัน

จากนั้นผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามสามารถวิ่งเข้าไปในช่องว่างระหว่างกองหลังทั้งสามคนได้ ตัวอย่างเช่น ไบรท์ตันมีผู้เล่นสี่คนในแนวรุกเมื่อเทียบกับกองหลังสามคนของซิตี้

ไบรท์ตันยังละทิ้งพื้นที่ส่วนกลาง โดยรู้ว่าการสร้างเกมจากด้านข้าง ผู้เล่นของพวกเขาจะอันตรายกว่าเมื่ออยู่ด้านกว้างหรือวิ่งเข้าด้านหลัง

ด้วยรูปแบบนี้ที่เกิดขึ้นในสองเกมที่ผ่านมาของซิตี้ จึงควรติดตามดูว่าเป๊ป กวาร์ดิโอลาจะพยายามแก้ไขปัญหานี้อย่างไร

การเพรสที่ชาญฉลาดของ Iraola หยุดสเปอร์ส

การเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมของสเปอร์สภายใต้การคุมทีมของโธมัส แฟรงค์ ต้องหยุดชะงักเมื่อเจอกับบอร์นมัธ

Andoni Iraola บอสใหญ่ของ Cherries ผู้มีชื่อเสียงในด้านความสามารถในการนำเสนอการเพรสที่ยอดเยี่ยม ได้คิดค้นกลยุทธ์ที่น่าสนใจที่ทำให้สเปอร์สเป็นโมฆะ

บอร์นมัธส่งสเปอร์สลงไปทางด้านซ้าย จัดวางในสิ่งที่ดูเหมือนเป็นการเพรสแบบอสมมาตร 4-3-1-2 ซึ่งทำสองสิ่ง

อย่างแรกคือเพื่อให้แน่ใจว่าบอร์นมัธมีผู้เล่นพิเศษกลับมาเพื่อพยายามป้องกันบอลโดยตรงที่สเปอร์สชอบเล่น หากพวกเขาจับคู่รูปร่าง 4-2-4 ของเจ้าบ้านแบบตัวต่อตัวเหมือนที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ทำในบางครั้งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว บอร์นมัธจะไม่มีผู้เล่นพิเศษในแนวรับเพื่อช่วยเก็บกวาดบอลที่สอง พวกเขาเลือกช่วงเวลาที่เฉพาะเจาะจงมากที่จะไปแบบตัวต่อตัว

สิ่งที่สองที่มันทำคือส่งบอลไปยังผู้เล่นที่ไม่สามารถปฏิบัติตามคำแนะนำของ Frank ได้ Brennan Johnson strugged รับบอลโดยตรงไปยังเท้าของเขาเมื่อสเปอร์สไปโดยตรงจาก Micky van de Ven เกมของเขาขึ้นอยู่กับการวิ่งนอกบอลเข้าไปในกรอบเพื่อจบโอกาส มากกว่าการเล่นที่แข็งแกร่ง เมื่อเทียบกับ Mohammed Kudus’ press resistance เมื่อดิ่งลงลึกทางด้านขวาเหมาะสำหรับการดำเนินการตามแผนทางยุทธวิธีของ Frank ในการสร้างเกม

ด้วยการบังคับให้สเปอร์สลงไปด้านหนึ่ง การเพรสทำมุมที่ชาญฉลาด – ช่วยด้วยรูปร่างของผู้เล่น ความเข้มข้น และการสลับอย่างชาญฉลาดว่าใครกำลังทำเครื่องหมายเมื่อบอลถูกส่ง – ป้องกันไม่ให้เจ้าบ้านแสดงคุณภาพของพวกเขา

บางทีการแนะนำผู้เล่นที่มีความสามารถในการส่งบอลภายใต้ความกดดันมากขึ้น – Xavi Simons, James Maddison และ Dejan Kulusevski – เมื่อฤดูกาลดำเนินไป จะช่วยให้ผู้ชายของ Frank มีทางออกในการส่งบอลจากที่ลึกเมื่อเผชิญหน้ากับการเพรสที่ชาญฉลาด

หากพวกเขาจะไปโดยตรง พวกเขาต้องการการเล่นที่แข็งแกร่งกว่าจากผู้เล่นด้านกว้างทางด้านซ้าย

ลีลาของ Grealish กลับมาให้เห็นอีกครั้ง

การยืมตัว Jack Grealish ไป Everton ดูเหมือนจะประสบความสำเร็จในทันที โดยทำไป 4 แอสซิสต์ใน 3 เกมแรกในลีก

และเราได้เห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในเกมของเขาในรูปแบบของแอสซิสต์ของเขาสำหรับ Kiernan Dewsbury-Hall ระหว่างชัยชนะที่ Wolves หลังจากเลี้ยงบอลลงตรงกลาง เคลื่อนที่เข้าด้านใน เขาเล่นบอลที่ละเอียดอ่อนและยกเล็กน้อยข้ามขาที่ยื่นออกมาของกองหลัง

มันเป็นเอกลักษณ์ของเกมของ Grealish ที่ไม่เหมือนใครสำหรับกองกลางชาวอังกฤษแบบดั้งเดิม และเป็นสิ่งที่พบเห็นได้บ่อยกว่าในผู้เล่นชาวอเมริกาใต้

มันเป็นเครื่องมือ – อย่างที่ Jamie Fahey ผู้เขียนได้ตั้งข้อสังเกตไว้ – ที่ใช้ในเกมฟุตซอลขนาดเล็ก และมีประโยชน์บนสนามหญ้าที่มีคุณภาพต่ำกว่า ซึ่งลูกบอลอาจติดหรือเคลื่อนที่ได้ไม่สะดวก

เมื่อพิจารณาว่าแนวรับมีความกระชับมากเพียงใดในพรีเมียร์ลีก ผู้เล่นที่สามารถส่งบอลที่ตักได้สามารถเคลื่อนบอลไปข้างหน้าได้ในบางครั้งที่คนอื่นจะถือครองไว้

ไม่ว่าจะอยู่ด้านกว้างหรือตรงกลาง Grealish ดูเหมือนจะแสดงออกถึงไหวพริบและความมั่นใจตามธรรมชาติของเขาอีกครั้ง

ลูกเตะมุมที่ชาญฉลาดของเชลซีโจมตีอีกครั้ง

เชลซีแข็งแกร่งในการเตะลูกตั้งเตะในช่วงสามเกมแรกของฤดูกาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้ยิงประตูที่ดีจากการเตะมุม

การวิเคราะห์ประตูของ Joao Pedro ใน ชัยชนะเหนือ Fulham ทำให้เห็นถึงวิธีที่น่าสนใจที่พวกเขาทำให้ผู้รักษาประตูฝ่ายตรงข้ามมีปัญหา

Pedro พบพื้นที่จาก Calvin Bassey ขณะที่ชาย Fulham ป้องกันแบบโซน กองหน้าชาวบราซิลไม่ได้ขยับเพียงเพื่อให้ได้พื้นที่ แต่ยังทำให้ผู้รักษาประตูมีปัญหาโดยตรงด้วย

หลังจากย้ายออกจาก Bassey เขาใช้แรงกดดันทางร่างกายกับ Bernd Leno ผู้รักษาประตู Fulham – เป็น ‘ตัวบล็อก’ ที่ Chelsea ใช้ Delap เป็น มันป้องกันไม่ให้ผู้รักษาประตูก้าวขึ้นมาและปล่อยพื้นที่ให้กับเพื่อนร่วมทีม

แต่กับ Fulham ‘ตัวบล็อก’ ได้ถอยกลับเข้าไปในพื้นที่เพื่อโหม่งบอลเข้าประตูตัวเอง Leno มัวแต่พยายามจัดการกับการสัมผัสทางร่างกาย และเมื่อถึงเวลาที่โหม่งมา เขาก็ไม่สามารถตอบสนองได้เร็วพอ

รูปแบบการเตะมุมที่ได้รับการปรับปรุงของเชลซี – และการใช้ผู้เล่นบางคนที่ผู้รักษาประตูฝ่ายตรงข้าม – เป็นแนวโน้มที่ต้องจับตามองในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

สรุปเกี่ยวกับบทเรียนพรีเมียร์ลีกสุดสัปดาห์และจุดอ่อนแมนซิตี้

โดยรวมแล้ว สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาในพรีเมียร์ลีกได้แสดงให้เห็นถึงแท็กติกที่หลากหลายและความสามารถในการปรับตัวของแต่ละทีม กลยุทธ์การเพรสซิ่งที่ชาญฉลาด, การใช้ความสามารถเฉพาะตัวของผู้เล่น, และการวางแผนลูกตั้งเตะที่มีประสิทธิภาพ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อผลการแข่งขัน การที่ จุดอ่อนแมนซิตี้! บทเรียนพรีเมียร์ลีกสุดสัปดาห์ กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางแสดงให้เห็นว่าไม่มีทีมใดสมบูรณ์แบบและทุกทีมต้องพัฒนาอยู่เสมอ การจับตาดูว่าเป๊ปจะปรับปรุงทีมอย่างไรต่อไปจะเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างแน่นอน

ที่มา – Man City weakness exploited – what we learned from the Premier League weekend

สลด! พี่เมียยิงน้องเขยดับ **คุกเข่าขอชีวิตไม่เป็นผล**

เหตุสลดเกิดขึ้นเมื่อพี่เมียตัดสินใจปลิดชีพน้องเขย หลังเกิดความขัดแย้งเรื่องที่ดินมรดก พฤติกรรมสุดโหดเหี้ยมนี้เกิดขึ้นหลังจากพี่เมียดื่มสุราและเสพยาเสพติด ก่อนบุกไปก่อเหตุ คุกเข่าขอชีวิตไม่เป็นผล

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568 เวลา 14.58 น. ร.ต.อ.พิชิต แก้วปัญญา รอง สว. (สอบสวน) สภ.วังสามหมอ ได้รับแจ้งเหตุร้าย มีผู้ถูกยิงเสียชีวิต ณ บ้านหลังหนึ่งในหมู่ 2 บ้านคำไฮใหญ่ ต.ผาสุก อ.วังสามหมอ จ.อุดรธานี พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ธนะกิจไพโรจน์ ผกก.สภ.วังสามหมอ นำกำลังตำรวจ พร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.วังสามหมอ และอาสากู้ภัย วีอาร์วังสามหมอ รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียวที่ยังสร้างไม่เสร็จ บริเวณหน้าบ้านพบศพนายสมยศ อายุ 57 ปี เจ้าของบ้าน ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้ากลางศีรษะ 1 นัด ในท่านั่งคุกเข่าขอชีวิตไม่เป็นผล สภาพศพสวมเสื้อยืดโปโลแขนยาวสีดำ กางเกงขายาวสีดำ ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์พ่วงข้างบรรทุกกระสอบปุ๋ยจอดอยู่ ผู้ก่อเหตุคือนายบุญมี อายุ 56 ปี พี่เมีย ได้หลบหนีไปมอบตัวกับกำนันตำบลผาสุก

พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ธนะกิจไพโรจน์ ผกก.สภ.วังสามหมอ เผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายสมยศ ผู้ตาย อาศัยอยู่กับภรรยาและเลี้ยงดูพ่อตา พ่อตาจึงยกที่ดินประมาณ 20 ไร่ให้นายสมยศ เพื่อตอบแทนที่ดูแลเป็นอย่างดี ทำให้นายบุญมีไม่พอใจอย่างมากและเกิดความเครียดสะสม ก่อนเกิดเหตุ นายบุญมีได้ดื่มเหล้าขาวและเสพยาบ้า ก่อนจะสะพายปืนแก๊ปยาวมาที่บ้านน้องเขย

เมื่อมาถึงบ้าน นายบุญมีได้ต่อว่านายสมยศที่นั่งอยู่บนเตียงไม้ไผ่หน้าบ้าน นายสมยศได้ลงมาคุกเข่า ยกมือไหว้ขอโทษและยอมแพ้ แต่นายบุญมีกลับใช้ปืนแก๊ปจ่อยิงกลางศีรษะนายสมยศจนเสียชีวิตคาที่

หลังก่อเหตุ นายบุญมีได้หลบหนีไปมอบตัวกับกำนันตำบลผาสุก พร้อมอาวุธปืนแก๊ปที่ใช้ก่อเหตุ โดยยอมรับสารภาพว่ากระทำผิดจริงเนื่องจากอารมณ์ชั่ววูบ

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจปัสสาวะนายบุญมี พบสารเสพติด และตรวจสอบประวัติไม่พบประวัติอาชญากรรม จึงแจ้งข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พ.ร.บ.อาวุธปืน เสพยาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย” และควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

คุกเข่าขอชีวิตไม่เป็นผล: โศกนาฏกรรมจากความขัดแย้งในครอบครัว

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงปัญหาความขัดแย้งในครอบครัวที่อาจนำไปสู่ความรุนแรงที่ไม่คาดฝัน การจัดการอารมณ์และความคิดอย่างมีสติ รวมถึงการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย

บทเรียนจากเหตุการณ์ คุกเข่าขอชีวิตไม่เป็นผล

  • ความสำคัญของการจัดการความขัดแย้งในครอบครัว
  • ผลกระทบของยาเสพติดและสุราต่อการควบคุมอารมณ์
  • การแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี

โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งเรื่องมรดกและความไม่พอใจส่วนตัว เน้นย้ำถึงความสำคัญของการสื่อสารและการแก้ไขปัญหาอย่างสันติภายในครอบครัว การปล่อยให้อารมณ์และความโกรธครอบงำ อาจนำไปสู่การสูญเสียที่ไม่สามารถแก้ไขได้

ที่มา – คุกเข่าขอชีวิตไม่เป็นผล พี่เมียยิงน้องเขยดับ ฉุนพ่อยกที่ดินให้ 20 ไร่ตอบแทนที่เลี้ยงดู

คนแห่ใส่ใจ “อ.ตฤณห์” เปิดผู้หยั่งรู้รายต่อไป?

กลายเป็นประเด็นที่คนให้ความสนใจอย่างมาก เมื่อ “อ.ตฤณห์” นักอาชญาวิทยาเชิงจิตวิทยาฯ โพสต์เฟซบุ๊กถามว่าพร้อมกันหรือยังสำหรับการเปิดตัวผู้หยั่งรู้รายต่อไป ทำเอาชาวเน็ตแห่ใส่ใจกันยกใหญ่ สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ที่อาจารย์ได้โพสต์ข้อความอย่างต่อเนื่อง จนนำไปสู่การควบคุมตัวสอบสวน “ทิดอลงกต” และ “หมอบี”

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568 เฟซบุ๊ก “Aj. Trynh Phoraksa” ของ ดร.ตฤณห์ โพธิ์รักษา นักอาชญาวิทยาเชิงจิตวิทยาและพฤติกรรมอาชญากร อาจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ม.มหิดล ได้สร้างความฮือฮาอีกครั้งด้วยการโพสต์ข้อความที่ว่า “พร้อมยัง เปิดผู้หยั่งรู้ รายต่อไป” ทำให้ชาวเน็ตหลายคนจับตามองว่า “อ.ตฤณห์” กำลังจะเปิดประเด็นอะไรอีก

ภายหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ได้มีผู้ติดตามเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างมากมาย อาทิ “แอบคิดว่าใช่คนนั้นไหมคะอาจารย์”, “รอเล้ยยยยย”, “กดกระดิ่งรอแล้วค่ะ” และอีกหลากหลายความคิดเห็นที่แสดงความสนใจใคร่รู้ว่าบุคคลที่ “อ.ตฤณห์” กล่าวถึงนั้นเป็นใคร

ก่อนหน้านี้ อ.ตฤณห์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กอย่างต่อเนื่องในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความศรัทธาและพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม อาทิ “หากินกับความศรัทธา ตอนนี้กรรมกำลังเช็คบิล นรก is waiting”, “หากบริสุทธิ์ต้องกล้าชี้แจง อย่าหงายการ์ด ‘เข้าใจผิด'”, “สร้างตัวตนด้วยประวัติปลอม” ซึ่งข้อความเหล่านี้ถูกโยงไปถึงกรณีของหมอบีและเงินบริจาคที่เชื่อมโยงไปยังวัดพระบาทน้ำพุ รวมถึงอดีตหลวงพ่ออลงกต จนกระทั่งในที่สุดทั้งทิดอลงกตและหมอบีถูกจับกุมและถูกฝากขังอยู่ในเรือนจำ

คนแห่ใส่ใจ “อ.ตฤณห์” เปิดผู้หยั่งรู้รายต่อไป

การออกมาเคลื่อนไหวของ “อ.ตฤณห์” ในครั้งนี้จึงได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากสังคม ซึ่งหลายคนเชื่อว่าอาจารย์กำลังจะเปิดเผยข้อมูลหรือเบาะแสสำคัญเกี่ยวกับบุคคลที่มีพฤติกรรมไม่โปร่งใส หรือใช้ความศรัทธาของผู้อื่นแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน

ทำไมคนถึงแห่ใส่ใจ “อ.ตฤณห์”

เหตุผลที่ทำให้คนให้ความสนใจกับการโพสต์ของ “อ.ตฤณห์” นั้น อาจเป็นเพราะก่อนหน้านี้อาจารย์เคยออกมาให้ข้อมูลและวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นทางสังคมที่สำคัญหลายครั้ง และข้อมูลเหล่านั้นก็มักจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงหรือการตรวจสอบข้อเท็จจริงในภายหลัง ทำให้ผู้คนเชื่อมั่นในความสามารถและข้อมูลที่อาจารย์นำเสนอ

นอกจากนี้ สไตล์การโพสต์ของ “อ.ตฤณห์” ที่มักจะใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ตรงไปตรงมา และกระตุ้นให้เกิดความสงสัยใคร่รู้นั้น ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ดึงดูดให้คนเข้ามาติดตามและแสดงความคิดเห็น

การที่สังคมไทยให้ความสำคัญกับประเด็นทางสังคมและการตรวจสอบความโปร่งใสในการดำเนินงานต่างๆ ก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การออกมาเคลื่อนไหวของ “อ.ตฤณห์” ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง เพราะผู้คนต้องการที่จะรับรู้ข้อเท็จจริงและต้องการเห็นความยุติธรรมเกิดขึ้นในสังคม

การเปิดประเด็นเรื่อง “ผู้หยั่งรู้รายต่อไป” ของ “อ.ตฤณห์” จึงเป็นสิ่งที่น่าติดตามอย่างใกล้ชิด และคาดว่าจะมีการเปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อสังคมในอนาคตอันใกล้นี้

จากกระแสสังคมที่เกิดขึ้น แสดงให้เห็นว่าผู้คนเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลและการวิเคราะห์ข่าวสารอย่างรอบคอบมากขึ้น การที่ “อ.ตฤณห์” ออกมาตั้งคำถามและกระตุ้นให้เกิดการคิดวิเคราะห์ ถือเป็นส่วนสำคัญในการสร้างสังคมที่เข้มแข็งและมีความรับผิดชอบร่วมกัน

มาร่วมกันจับตาดูว่า “อ.ตฤณห์” จะเปิดเผยข้อมูลอะไรต่อไป และประเด็นนั้นจะส่งผลกระทบต่อสังคมอย่างไรบ้าง การมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์และการตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบด้าน จะช่วยให้สังคมของเราเติบโตไปในทิศทางที่ดีขึ้น

การที่ผู้คนแห่ใส่ใจ “อ.ตฤณห์” และการเปิดประเด็น “ผู้หยั่งรู้รายต่อไป” ไม่ได้เป็นเพียงแค่กระแสสังคมชั่วคราว แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของสังคมในการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบและสร้างความโปร่งใสในทุกภาคส่วน

ที่มา – คนแห่ใส่ใจ “อ.ตฤณห์” โพสต์ถามพร้อมยัง เปิดผู้หยั่งรู้รายต่อไป

Scroll to top