วัน: 1 กันยายน 2025

“บิ๊กป้อม” ไปโหวตแน่ อนุทิน นั่งนายกฯคนที่ 32

“ชัยวุฒิ-สันติ” ลั่น พร้อมโหวตหนุน “อนุทิน” นั่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ตั้งแต่กินข้าวหน้าไก่กันแล้ว ย้ำ “บิ๊กป้อม” ไปโหวตแน่ ปัดตอบ “พล.อ.ประวิตร” จ่อคุมความมั่นคง-กลาโหม บอกยังไม่ถึงเวลานั้น

เมื่อเวลา 16.48 น. วันที่ 1 กันยายน 2568 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางออกจากที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ว่า วันนี้เข้ามาสังเกตการณ์ความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาล ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มีการพูดอะไรบ้างหรือไม่ ซึ่งนายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ตอบแทนว่า “เราพร้อมยกโหวตให้ตั้งแต่กินข้าวหน้าไก่กันแล้ว”

ส่วนคำถามว่าวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในสภาผู้แทนราษฎร พล.อ.ประวิตร จะมาร่วมโหวตด้วยหรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า “ต้องไปอยู่แล้ว เพราะเป็นโหวตสำคัญ” สำหรับประเด็นคำถามว่าการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้มีพรรคกล้าธรรมร่วมด้วย มีเรื่องหนักใจหรือไม่ นายชัยวุฒิ ตอบว่า ไม่เกี่ยวกับเรา คนละพรรคกัน พร้อมยืนยันว่าร่วมงานได้ถ้าต้องอยู่รัฐบาลเดียวกัน แต่ก่อนก็อยู่ด้วยกัน “ยืนยันว่าพลัข้าวหน้าไก่จะโหวตให้นายอนุทินทั้งพรรค”

ขณะที่กระแสข่าวที่มีการจองกระทรวงกันแล้วจริงหรือไม่ นายชัยวุฒิ ตอบว่า อันนี้ไม่ทราบ เพราะยังไม่ถึงเวลา เมื่อถามอีกว่า พล.อ.ประวิตร พร้อมจะรับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมหรือไม่ นายชัยวุฒิ ระบุว่า ตนยังไม่ทราบ ยังไม่ถึงเวลานั้น ผู้สื่อข่าวถามย้ำจะพร้อมไปรับตำแหน่งหรือไม่หากมีการเทียบเชิญ นายชัยวุฒิ ตอบว่า “ยังไม่ได้คุยกันเลย”

“บิ๊กป้อม” ไปโหวตแน่ อนุทิน นั่งนายกฯคนที่ 32

การเมืองไทยยังคงร้อนแรงกับการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ หลังจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา ล่าสุด นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 โดยยืนยันว่า พรรคพลังประชารัฐพร้อมที่จะโหวตสนับสนุนอย่างเต็มที่

ประเด็นสำคัญที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือ การยืนยันว่า “บิ๊กป้อม” ไปโหวตแน่ อนุทิน นั่งนายกฯคนที่ 32 ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความมุ่งมั่นของพรรคพลังประชารัฐในการผลักดันให้นายอนุทิน ขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำประเทศ นอกจากนี้ นายชัยวุฒิ ยังได้กล่าวถึงกระแสข่าวเกี่ยวกับการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี โดยระบุว่า ยังไม่ถึงเวลาที่จะพูดคุยในเรื่องนี้

พลังประชารัฐพร้อมสนับสนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯคนที่ 32

การยืนยันจากนายชัยวุฒิในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า พรรคพลังประชารัฐพร้อมที่จะให้การสนับสนุนนายอนุทิน อย่างเต็มที่ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีที่จะมีขึ้นในสภาผู้แทนราษฎร แม้ว่าจะมีกระแสข่าวเกี่ยวกับการต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีต่างๆ แต่ทางพรรคก็ยังคงยืนยันที่จะสนับสนุนนายอนุทิน โดยไม่มีเงื่อนไข

นอกจากนี้ นายชัยวุฒิยังได้กล่าวถึงท่าทีของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ว่าจะเข้าร่วมการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีอย่างแน่นอน ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการโหวตครั้งนี้ และความมุ่งมั่นของพรรคในการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเลือกผู้นำประเทศ

อย่างไรก็ตาม การจัดตั้งรัฐบาลยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเจรจาต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรี และการรวมเสียงสนับสนุนจากพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อให้ได้เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร แต่การยืนยันจากพรรคพลังประชารัฐในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเดินหน้าสู่การจัดตั้งรัฐบาลใหม่

สถานการณ์การเมืองในขณะนี้ยังคงมีความไม่แน่นอน และการเปลี่ยนแปลงอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แต่การยืนยันของนายชัยวุฒิในเรื่อง “บิ๊กป้อม” ไปโหวตแน่ อนุทิน นั่งนายกฯคนที่ 32 นั้น แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของพรรคพลังประชารัฐในการสนับสนุนนายอนุทิน และมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางของประเทศในอนาคต

การตัดสินใจของพรรคพลังประชารัฐในครั้งนี้ จะมีผลกระทบต่อการเมืองไทยอย่างมีนัยสำคัญ และจะเป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดอนาคตของประเทศ การจับตาดูความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาล และการตัดสินใจของพรรคการเมืองต่างๆ จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจและมีความสำคัญอย่างยิ่ง

ท้ายที่สุดแล้ว การตัดสินใจของทุกฝ่ายจะต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนเป็นสำคัญ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน การเมืองไม่ใช่แค่เกม แต่คืออนาคตของพวกเราทุกคน มาร่วมกันติดตามและให้กำลังใจทุกฝ่ายให้ทำหน้าที่ของตนอย่างดีที่สุด

ที่มา – “บิ๊กป้อม” ไปโหวตแน่ “ชัยวุฒิ” ลั่นพลังข้าวหน้าไก่หนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ คนที่ 32

ตำรวจขอเลื่อนส่งสำนวนคดี “หมอแอร์”

ความคืบหน้าล่าสุดในคดีของ “หมอแอร์” พ.ต.อ.หญิง อัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล ที่ถูกกล่าวหาในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและการจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 (ฟลูไนตราซีแพม) โดยไม่ได้รับอนุญาต พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องฝากขังต่อศาลอาญา ซึ่งจะครบกำหนดฝากขังในวันที่ 2 กันยายน 2568 นี้ เรื่องราวของคดีตำรวจขอเลื่อนส่งสำนวนคดี “หมอแอร์” นี้กำลังเป็นที่จับตามองของสังคม

คดีนี้มีความซับซ้อน เนื่องจาก พ.ต.อ.หญิง อัญชุลี ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติการณ์ลักลอบนำวัตถุออกฤทธิ์ออกนอกระบบ ซึ่งเป็นเรื่องร้ายแรงและส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของสังคมในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ การที่เธอไม่ได้รับการประกันตัวและถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำ แสดงให้เห็นถึงความหนักแน่นของข้อกล่าวหา

หากพนักงานสอบสวนไม่สามารถส่งสำนวนคดีให้อัยการได้ทันภายในวันที่ 2 กันยายน 2568 จะต้องปล่อยตัว พ.ต.อ.หญิง อัญชุลี ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรูปคดีและความยุติธรรม ดังนั้น การทำงานอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพของพนักงานสอบสวนจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ตำรวจขอเลื่อนส่งสำนวนคดี “หมอแอร์”

ล่าสุด นายศักดิ์เกษม นิไทรโยค ผู้ตรวจการอัยการ ในฐานะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้ออกมาเปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนยังไม่สามารถรวบรวมพยานหลักฐานที่สำคัญให้ครบถ้วนได้ทัน ทำให้ต้องขอเลื่อนการส่งสำนวนคดี ตำรวจขอเลื่อนส่งสำนวนคดี “หมอแอร์” ไปเป็นวันที่ 2 กันยายน 2568 แทน

การขอเลื่อนส่งสำนวนในครั้งนี้ ทำให้เกิดความกังวลว่าอัยการจะสามารถพิจารณาสำนวนและสั่งฟ้องศาลได้ทันก่อนครบกำหนดฝากขังหรือไม่ อย่างไรก็ตาม โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดยังคงมั่นใจว่าอัยการมีความสามารถและศักยภาพเพียงพอที่จะพิจารณาสำนวนได้อย่างทันท่วงที

ความคืบหน้าล่าสุดของคดี ตำรวจขอเลื่อนส่งสำนวนคดี “หมอแอร์”

การที่พนักงานสอบสวนขอเลื่อนส่งสำนวนคดี ตำรวจขอเลื่อนส่งสำนวนคดี “หมอแอร์” แสดงให้เห็นถึงความละเอียดรอบคอบในการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อให้สำนวนมีความสมบูรณ์และสามารถนำไปสู่การดำเนินคดีอย่างมีประสิทธิภาพ การทำงานอย่างรอบคอบนี้เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมเป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นธรรม

ถึงแม้จะมีความล่าช้าในการส่งสำนวน แต่ความมุ่งมั่นของทั้งพนักงานสอบสวนและอัยการในการดำเนินคดีนี้อย่างเต็มที่ ยังคงเป็นที่น่าจับตามอง การที่ทุกฝ่ายทำงานอย่างเต็มความสามารถ จะช่วยให้ความจริงปรากฏและนำผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายได้ในที่สุด

คดีนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด และความจำเป็นในการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อป้องกันการกระทำผิดและการใช้อำนาจในทางมิชอบ การที่สังคมให้ความสนใจและติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด จะเป็นแรงผลักดันให้ทุกฝ่ายทำงานอย่างโปร่งใสและมีความรับผิดชอบมากยิ่งขึ้น

ถึงแม้ว่าการ ตำรวจขอเลื่อนส่งสำนวนคดี “หมอแอร์” อาจทำให้หลายคนกังวล แต่เรายังคงมีความหวังว่ากระบวนการยุติธรรมจะสามารถนำความจริงมาเปิดเผย และให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายได้ในที่สุด การติดตามข่าวสารและความคืบหน้าของคดีนี้อย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้เราเข้าใจถึงความซับซ้อนของกระบวนการยุติธรรม และร่วมกันสร้างสังคมที่เคารพกฎหมายและให้ความสำคัญกับความถูกต้องเป็นธรรม

ที่มา – ตำรวจขอเลื่อนส่งสำนวนคดี “หมอแอร์” ให้อัยการ พรุ่งนี้ครบกำหนดฝากขังวันสุดท้าย

ชม 3 ประตูพรีเมียร์ลีกของซานโช่กับเชลซี

ชม 3 ประตูพรีเมียร์ลีกของซานโช่กับเชลซี

This content is not available in your location.

There was an error

ร่วมชม 3 ประตูสุดสวยของ เจดอน ซานโช่ ในช่วงที่ถูกยืมตัวมาเล่นให้กับเชลซีเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ในขณะที่แอสตัน วิลล่า กำลังจะได้ตัวปีกรายนี้มาจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยสัญญายืมตัวเช่นกัน

ชมไฮไลท์ของการแข่งขันพรีเมียร์ลีกทุกนัดในฤดูกาลนี้

ใช้งานได้เฉพาะในสหราชอาณาจักรเท่านั้น

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่ผ่านมา เจดอน ซานโช่ ได้ย้ายมาร่วมทีมเชลซีด้วยสัญญายืมตัว และถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ แต่เขาก็สามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 3 ประตูที่เขาทำได้ ซึ่งเป็นประตูที่แสดงให้เห็นถึงทักษะและความสามารถในการจบสกอร์ของเขาอย่างแท้จริง การได้ชม ชม 3 ประตูพรีเมียร์ลีกของซานโช่กับเชลซี เหล่านั้นอีกครั้ง จะทำให้เราเห็นถึงศักยภาพของเขา และเข้าใจว่าทำไมหลายทีมถึงต้องการตัวเขาไปร่วมทีม

ปัจจุบัน ซานโช่ กลับไปอยู่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่สถานการณ์ของเขากับทีมนั้นไม่ค่อยสู้ดีนัก ทำให้มีข่าวลือว่าหลายทีมกำลังให้ความสนใจที่จะดึงตัวเขาไปร่วมทีม หนึ่งในนั้นคือแอสตัน วิลล่า ที่มีข่าวว่าใกล้จะบรรลุข้อตกลงในการยืมตัวเขาไปใช้งานในฤดูกาลหน้า การย้ายทีมครั้งนี้อาจเป็นโอกาสที่ดีสำหรับซานโช่ ในการเริ่มต้นใหม่ และแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่แท้จริงของเขาอีกครั้ง

ชม 3 ประตูพรีเมียร์ลีกของซานโช่กับเชลซี

สำหรับแฟนบอลที่อาจจะยังไม่เคยได้ชม ชม 3 ประตูพรีเมียร์ลีกของซานโช่กับเชลซี หรือต้องการจะกลับไปชมอีกครั้ง ตอนนี้มีคลิปวิดีโอที่รวบรวมไฮไลท์ของทั้ง 3 ประตูให้ได้รับชมกันแล้ว ทุกประตูแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการเลี้ยงบอล การจ่ายบอล และการจบสกอร์ที่เฉียบคมของซานโช่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เขาเป็นหนึ่งในนักเตะดาวรุ่งที่น่าจับตามองมากที่สุดคนหนึ่งในวงการฟุตบอล

ไม่ว่าอนาคตของซานโช่จะเป็นอย่างไร การได้ ชม 3 ประตูพรีเมียร์ลีกของซานโช่กับเชลซี จะเป็นสิ่งที่ทำให้เราได้เห็นถึงความสามารถและศักยภาพของเขาอย่างแท้จริง และไม่ว่าเขาจะย้ายไปเล่นให้กับทีมไหน แฟนบอลก็จะยังคงติดตามและให้กำลังใจเขาต่อไป

ทำไมถึงต้องชม 3 ประตูพรีเมียร์ลีกของซานโช่กับเชลซี

การชมไฮไลท์ประตูเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การรับชมฟุตบอลที่สนุกสนาน แต่ยังเป็นการศึกษาถึงเทคนิคและทักษะที่นักฟุตบอลระดับโลกใช้ในการเล่นอีกด้วย นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักฟุตบอลรุ่นใหม่ ที่ต้องการจะพัฒนาฝีเท้าของตัวเองให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น

นอกเหนือจากนั้น 3 ประตูนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวของซานโช่ในการมาเล่นในลีกใหม่ และการทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมทีมได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญสำหรับนักฟุตบอลอาชีพทุกคน

การชมไฮไลท์เหล่านี้ อาจจะจุดประกายให้ใครหลายๆ คนหันมาสนใจกีฬาฟุตบอลมากยิ่งขึ้น และอาจจะทำให้มีนักฟุตบอลดาวรุ่งคนใหม่ๆ เกิดขึ้นมาในอนาคตก็เป็นได้

สรุปแล้ว การได้ชม ชม 3 ประตูพรีเมียร์ลีกของซานโช่กับเชลซี ไม่ได้เป็นเพียงแค่การรับชมความบันเทิงเท่านั้น แต่ยังเป็นการเรียนรู้และสร้างแรงบันดาลใจอีกด้วย ดังนั้น อย่าพลาดโอกาสที่จะได้ชมไฮไลท์เหล่านี้ และร่วมเป็นกำลังใจให้กับซานโช่ในการเดินทางบนเส้นทางนักฟุตบอลอาชีพของเขาต่อไป

ที่มา – Watch Sancho’s three Premier League goals for Chelsea

เด้งฟ้าผ่า! เทน ฮาก โดนเลเวอร์คูเซ่นปลด

เอริค เทน ฮาก อดีตนายใหญ่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถูก บาเยอร์ เลเวอร์คูเซ่น สั่งปลดออกจากตำแหน่งแล้ว หลังเพิ่งคุมทีมไปเพียง 2 นัดในลีกเท่านั้น

เทน ฮาก วัย 55 ปี เพิ่งได้รับการแต่งตั้งจากสโมสรในเยอรมนีเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา หลังจากที่เขา ถูก แมนฯ ยูไนเต็ด ปลดออกจากตำแหน่งเมื่อเดือนตุลาคม

“ไม่มีใครต้องการที่จะทำตามขั้นตอนนี้” ซิโมน โรลเฟส กรรมการผู้จัดการของ เลเวอร์คูเซ่น กล่าวถึงสถานการณ์ของ เอริค เทน ฮาก โดนเลเวอร์คูเซ่นปลด ผ่านทาง เว็บไซต์สโมสร

“อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าการสร้างทีมใหม่ที่ประสบความสำเร็จด้วยรูปแบบนี้ เป็นไปไม่ได้”

เด้งฟ้าผ่า! เทน ฮาก โดนเลเวอร์คูเซ่นปลด

การตัดสินใจอย่างกะทันหันนี้สร้างความตกตะลึงให้กับวงการฟุตบอล เนื่องจาก เทน ฮาก เพิ่งเข้ารับตำแหน่งได้ไม่นาน และมีความคาดหวังสูงว่าเขาจะสามารถนำ เลเวอร์คูเซ่น กลับสู่เส้นทางแห่งความสำเร็จได้ หลังจากฤดูกาลที่น่าผิดหวังครั้งล่าสุด

แหล่งข่าวภายในสโมสรระบุว่า ความขัดแย้งภายในทีม และความไม่ลงรอยกันระหว่าง เทน ฮาก กับผู้บริหารระดับสูง เป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การตัดสินใจปลดในครั้งนี้ นอกจากนี้ ผลงานในสนามที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญ

เลเวอร์คูเซ่น ออกสตาร์ทฤดูกาลได้ไม่ดีนัก โดยเสมอ 1 นัด และแพ้ 1 นัด จาก 2 เกมแรกในลีก ทำให้สถานการณ์ของ เทน ฮาก เริ่มไม่มั่นคงตั้งแต่เนิ่นๆ แม้ว่าจะมีเวลาในการคุมทีมเพียงสั้นๆ แต่ผู้บริหารของ เลเวอร์คูเซ่น มองว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อให้ทีมสามารถกลับมาแข่งขันได้อย่างเต็มที่

ทำไม เทน ฮาก โดนเลเวอร์คูเซ่นปลด เร็วขนาดนี้?

หลายคนอาจตั้งคำถามว่า ทำไม เลเวอร์คูเซ่น ถึงตัดสินใจปลด เทน ฮาก อย่างรวดเร็วขนาดนี้ ทั้งที่เพิ่งเริ่มต้นฤดูกาลได้ไม่นาน สาเหตุหลักๆ น่าจะมาจากความคาดหวังที่สูง และความอดทนที่ต่ำของผู้บริหารสโมสร

  • ความคาดหวังที่สูง: เลเวอร์คูเซ่น ต้องการที่จะกลับไปเล่นในแชมเปี้ยนส์ลีกให้ได้ในฤดูกาลนี้ ดังนั้นพวกเขาจึงคาดหวังว่า เทน ฮาก จะสามารถสร้างผลงานได้ดีตั้งแต่เริ่มต้น
  • ความอดทนที่ต่ำ: ผู้บริหารของ เลเวอร์คูเซ่น ดูเหมือนจะไม่มีความอดทนมากนัก และพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงหากผลงานของทีมไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
  • ปัญหาภายในทีม: มีรายงานว่า เทน ฮาก มีปัญหากับนักเตะบางคนในทีม ทำให้บรรยากาศภายในทีมไม่ดีเท่าที่ควร

หลังจาก เอริค เทน ฮาก โดนเลเวอร์คูเซ่นปลด ทางสโมสรได้ประกาศแต่งตั้งผู้ช่วยโค้ชขึ้นมาทำหน้าที่คุมทีมชั่วคราวไปก่อน และจะเริ่มกระบวนการสรรหาผู้จัดการทีมคนใหม่ในทันที โดยมีข่าวลือว่า ชาบี อลอนโซ อดีตนักเตะของทีม เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ เลเวอร์คูเซ่น ให้ความสนใจ

การปลด เทน ฮาก ในครั้งนี้ ถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับผู้จัดการทีมทุกคน ที่ต้องเผชิญกับแรงกดดันมหาศาล และความคาดหวังที่สูงจากสโมสร และแฟนบอล นอกจากนี้ ยังเป็นเครื่องเตือนใจว่า ในโลกของฟุตบอลอาชีพ ไม่มีอะไรแน่นอน และทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงได้เสมอ

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจของนักเตะเลเวอร์คูเซ่น แต่ก็อาจเป็นโอกาสให้ทีมได้เริ่มต้นใหม่ และสร้างผลงานที่ดีขึ้นได้เช่นกัน สิ่งสำคัญคือการรวมใจเป็นหนึ่ง และมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

เอริค เทน ฮาก โดนเลเวอร์คูเซ่นปลด ถือเป็นสถานการณ์ที่น่าสนใจและเป็นเครื่องเตือนใจว่าในโลกฟุตบอลอาชีพเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การปรับตัวและรับมือกับแรงกดดันจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ที่มา – Former Man Utd boss Ten Hag sacked by Leverkusen

ทหารกัมพูชา: โดรนโผล่ซำแต-ช่องตาเฒ่า

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงน่าจับตา เมื่อล่าสุดมีการตรวจพบความเคลื่อนไหวของ “ทหารกัมพูชา” โดยเฉพาะการปรากฏตัวของโดรนในพื้นที่สำคัญอย่าง ซำแต – ช่องตาเฒ่า ถึง 6 ครั้ง สร้างความกังวลและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดจากกองทัพไทย

พบความเคลื่อนไหวของ “ทหารกัมพูชา” มีโดรนโผล่พื้นที่ซำแต – ช่องตาเฒ่า 6 ครั้ง

กองทัพภาคที่ 2 ได้สรุปสถานการณ์ตามแนวชายแดน โดยระบุว่ามีการตรวจพบความเคลื่อนไหวของ “ทหารกัมพูชา” อย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงการพบโดรนในพื้นที่ซำแต – ช่องตาเฒ่า จำนวน 6 ครั้ง และในพื้นที่สัตตะโสม – ภูผี – โดนตวน อีก 1 ครั้ง ทำให้ต้องมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินสถานการณ์และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568 โดยศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ได้แถลงถึงสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นข้อมูล ณ เวลา 14.00 น. ของวันดังกล่าว

โดยรวมแล้ว สถานการณ์ยังคงอยู่ในภาวะที่ต้องเฝ้าระวัง แม้ว่ากองกำลังทั้งสองฝ่ายจะยังคงวางกำลังในพื้นที่ของตนเอง แต่ฝ่ายไทยก็ยังคงจัดกำลังพลประจำจุดเฝ้าตรวจ เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของ “ทหารกัมพูชา” และเตรียมพร้อมสำหรับการตอบโต้หากมีสถานการณ์ที่จำเป็น

สถานการณ์ล่าสุด: โดรน “ทหารกัมพูชา” กับการรับมือของไทย

การปรากฏตัวของโดรนในพื้นที่ชายแดน ถือเป็นประเด็นที่ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะอาจเป็นการลาดตระเวน หรือเตรียมการสำหรับปฏิบัติการบางอย่าง กองทัพไทยจึงต้องเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวัง และใช้เทคโนโลยีต่างๆ เพื่อตรวจจับและติดตามโดรนเหล่านี้

นอกจากประเด็นด้านความมั่นคงแล้ว ยังมีเรื่องของการดูแลผู้อพยพ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดน ซึ่งทางกองทัพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนจากพื้นที่เสี่ยงภัย โดยจัดพื้นที่รวบรวมพลเรือนในจังหวัดอุบลราชธานีและสุรินทร์ เพื่อให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยและความช่วยเหลือที่จำเป็น

ในส่วนของการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ศอ.จอส.พระราชทาน ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการให้กำลังใจ และซ่อมแซมบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์ รวมถึงการให้ความช่วยเหลือด้านอื่นๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

กองทัพภาคที่ 2 ขอความร่วมมือประชาชนในการรับข้อมูลข่าวสารด้วยความระมัดระวัง และติดตามข่าวสารจากช่องทางที่เป็นทางการเท่านั้น เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด และการตื่นตระหนกจากข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง

  • ติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการเท่านั้น
  • อย่าหลงเชื่อข่าวลือ
  • ช่วยกันสอดส่องดูแลความปลอดภัย

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การรับรู้ข้อมูลที่ถูกต้องและการมีสติในการพิจารณาข่าวสาร จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เราสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม

ที่มา – พบความเคลื่อนไหวของ “ทหารกัมพูชา” มีโดรนโผล่พื้นที่ซำแต – ช่องตาเฒ่า 6 ครั้ง

สว.นันทนา ถาม ภูมิใจไทย อยากแก้รัฐธรรมนูญทำไมไม่ทำตั้งแต่แรก

“สว.นันทนา” ถามพรรคภูมิใจไทย อยากแก้รัฐธรรมนูญทำไมไม่ทำตั้งแต่แรก หลังไม่โหวตรับ พ.ร.บ.ประชามติ ชี้ อาจจะมีหักเหลี่ยมพรรคประชาชน หลังโหวตนายกฯ มองแก้ไขรัฐธรรมนูญควรทำทั้งฉบับ

วันที่ 1 กันยายน 2568 นางสาวนันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคการเมืองเสนอเตรียมให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า วิกฤติทางการเมือง การจัดตั้งรัฐบาล การถอดถอนฝ่ายบริหาร รวมถึงขอบเขตอำนาจขององค์กรอิสระที่มีอย่างกว้างขวาง ล้วนเกิดจากจุดบกพร่องของรัฐธรรมนูญปี 2560 เพราะไม่ได้เปิดโอกาสให้กับประชาชนได้มีส่วนร่วมในการแก้ไข แต่กลับมาจาก ส.ส.ร. จำนวน 20 ราย ที่ถูกตั้งด้วยมติของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

ทั้งนี้ ตนก็เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แม้ว่าขณะนี้จะช้ามาหน่อย แต่ความจริงแล้วควรจะเกิดการแก้ไขมานานแล้ว เพราะการเลือกตั้งใหญ่ฝ่ายพรรคการเมืองก็หาเสียงเลือกตั้งได้นโยบายแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ลงมือทำ พรรคประชาชนที่ตั้งใจก็กลับกลายเป็นฝ่ายค้าน ส่วนจะต้องยกร่างทั้งฉบับหรือแก้ไขมาตรานั้น นางสาวนันทนา มองว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เปรียบเสมือนเรือที่มีรูรั่วและคงจมไปแล้ว การแก้ไขทีละมาตราอาจจะใช้เวลานานเป็น 100 ปี จึงเห็นว่าควรจะยกร่างทั้งฉบับ และอยากให้มีการให้ความสำคัญกับที่มาของคณะกรรมการยกร่างฯ

ส่วนการที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคเพื่อไทย เสนอให้มีการใช้รัฐธรรมนูญปี 2540 ไปพลางก่อนนั้น นางสาวนันทนา ระบุว่า ตามกระบวนการไม่อาจทำได้ เพราะรัฐธรรมนูญปี 2540 ถูกฉีกทิ้งไปและร่างฉบับใหม่มาแล้ว ไม่สามารถที่จะวางกฎหมายฉบับใดและหยิบอีกฉบับหนึ่งมาใช้ แต่สิ่งที่ตนเข้าใจคือพรรคเพื่อไทยเสนอให้นำกรอบของรัฐธรรมนูญปี 2540 มาช่วยในการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งก็จะทำให้ยกร่างเร็วขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามถึงความเห็นในท่าทีกับการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย ซึ่งทั้งสองพรรคกำลังเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในขณะนี้ นางสาวนันทนา มองว่า ทั้งสองพรรคเมื่อมาเป็นรัฐบาลแล้ว ที่ผ่านมาตนเห็นว่าเป็นการขัดขวางการแก้ไขมากกว่า พรรคเพื่อไทยเหมือนจะพยายามแก้ไข แต่สุดท้ายก็มีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความเรื่องการทำประชามติ แต่พรรคภูมิใจไทยชัดเจนว่าไม่มีเจตจำนงในการแก้ ตั้งแต่การจัดทำร่างพระราชบัญญัติออกเสียงประชามติ ซึ่งคณะกรรมาธิการฝ่ายวุฒิสภา ก็กลับมติที่ประชุมไปสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของพรรคภูมิใจไทย ในการเสนอให้ออกเสียงประชามติแบบสองชั้น (Double Majority) จนกระทั่งทำให้วาระกฎหมายเลื่อนออกไปอีก 180 วัน

“ถ้าอยากจะแก้จริง ออกเสียงประชามติแบบชั้นเดียวทั่วโลกก็ใช้กัน แต่นี่ไม่เอา ซึ่งตอนนั้นเราคาดหวังว่าถ้า สว. โหวตผ่านร่างพระราชบัญญัติออกมา เราก็จะเริ่มนับหนึ่งออกเสียงประชามติได้ตั้งแต่การเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เมื่อปลายปีที่แล้ว แต่นับหนึ่งไม่ได้เพราะว่าพรรคภูมิใจไทยไม่ยอม”

ในช่วงท้าย นางสาวนันทนา ตั้งข้อสังเกตว่าจะมีอะไรอยู่เบื้องหลังหรือไม่ เพราะอยู่ดีๆ พรรคภูมิใจไทยก็กลับมารับข้อเสนอในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นเพียงการตอบรับเพราะอยู่ในช่วงที่กำลังจะได้รับอำนาจขึ้นมาเป็นรัฐบาล แล้วจะมีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนในการจะแก้รัฐธรรมนูญจริงๆ

สว.นันทนา ถาม ภูมิใจไทย อยากแก้รัฐธรรมนูญทำไมไม่ทำตั้งแต่แรก

ประเด็นร้อนทางการเมืองที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องคือ เรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่ง สว. นันทนา ได้ออกมาตั้งคำถามถึงพรรคภูมิใจไทยว่า อยากแก้รัฐธรรมนูญทำไมไม่ทำตั้งแต่แรก

ทำไมต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ?

หลายฝ่ายเห็นพ้องกันว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีข้อบกพร่องที่ควรแก้ไข เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น ประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกมาพูดถึง ได้แก่

  • ที่มาของ ส.ส.ร.: ส.ส.ร. ที่มาจากการแต่งตั้งโดย คสช. ทำให้ขาดความชอบธรรมในการเป็นตัวแทนของประชาชน
  • ขอบเขตอำนาจขององค์กรอิสระ: ขอบเขตอำนาจที่กว้างขวางขององค์กรอิสระ อาจส่งผลกระทบต่อการบริหารประเทศ
  • การมีส่วนร่วมของประชาชน: รัฐธรรมนูญไม่ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขอย่างแท้จริง

ท่าทีของพรรคภูมิใจไทยต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

นางสาวนันทนาได้ตั้งข้อสังเกตถึงท่าทีของพรรคภูมิใจไทยในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่า ที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทยมีท่าทีขัดขวางการแก้ไขมาโดยตลอด ตั้งแต่การลงมติในร่างพระราชบัญญัติออกเสียงประชามติ

การที่พรรคภูมิใจไทยกลับมาแสดงท่าทีสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญในขณะนี้ ทำให้เกิดคำถามว่า เป็นเพียงการตอบรับเพื่อหวังผลทางการเมืองหรือไม่ และการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเกิดขึ้นจริงได้มากน้อยแค่ไหน

การอยากแก้รัฐธรรมนูญทำไมไม่ทำตั้งแต่แรก เป็นประเด็นที่น่าสนใจ และควรได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง

การอยากแก้รัฐธรรมนูญทำไมไม่ทำตั้งแต่แรก เป็นคำถามที่สะท้อนความรู้สึกของหลาย ๆ คนในสังคม ที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น

การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยและเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างแท้จริง มาร่วมกันติดตามความคืบหน้าและแสดงความคิดเห็น เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง

ที่มา – “สว.นันทนา” ถาม “ภูมิใจไทย” อยากแก้รัฐธรรมนูญทำไมไม่ทำตั้งแต่แรก

นิวคาสเซิลตกลงคว้า วิสซ่า 55 ล้านปอนด์

นิวคาสเซิลตกลงคว้า วิสซ่า 55 ล้านปอนด์

นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ได้เปิดการเจรจาอีกครั้งกับ เบรนท์ฟอร์ด เกี่ยวกับข้อตกลงสำหรับ โยอัน วิสซ่า หนึ่งวันหลังจากที่กองหน้าเรียกร้องให้ทีม “ผึ้งพิฆาต” รักษาสัญญาและปล่อยเขาออกจากทีมก่อนเส้นตายการย้ายทีม

ก่อนหน้านี้เบรนท์ฟอร์ดได้ปฏิเสธข้อเสนอสองครั้งสำหรับวิสซ่าในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยข้อเสนอล่าสุดอยู่ที่ 35 ล้านปอนด์การันตี บวก 5 ล้านปอนด์ในส่วนเสริม

สิ่งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ลิเวอร์พูลตกลงค่าตัวสถิติการย้ายทีมของอังกฤษที่ 125 ล้านปอนด์เพื่อเซ็นสัญญากับ อเล็กซานเดอร์ อิซัค กองหน้าของนิวคาสเซิล

เอ็ดดี้ ฮาว กุนซือของทีมสาลิกาดง กระตือรือร้นที่จะเสริมความแข็งแกร่งในแนวรุก แม้ว่าจะเซ็นสัญญาสถิติสโมสรกับ นิค โวลเทมาด กองหน้าจากสตุ๊ตการ์ทด้วยสัญญา 6 ปีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

วิสซ่า วัย 28 ปี ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ยืนยันอย่างเปิดเผยว่าเขาต้องการออกจากเบรนท์ฟอร์ด และกล่าวหาว่าสโมสรกำลัง “ขัดขวางอย่างไม่เป็นธรรม” การย้ายทีมของเขาไปยังนิวคาสเซิล

การเจรจาอย่างเข้มข้นส่งผลให้ นิวคาสเซิลตกลงคว้า วิสซ่า 55 ล้านปอนด์ ในที่สุด

ทำไมนิวคาสเซิลถึงต้องการ นิวคาสเซิลตกลงคว้า วิสซ่า 55 ล้านปอนด์ ?

การที่นิวคาสเซิลให้ความสนใจในตัววิสซ่านั้นไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ นอกเหนือจากการเสริมความแข็งแกร่งในแนวรุกแล้ว การมาของวิสซ่ายังเป็นการเพิ่มมิติในเกมรุกของทีมอีกด้วย เขาเป็นผู้เล่นที่มีความเร็ว ทักษะ และความสามารถในการทำประตู ซึ่งจะทำให้แนวรุกของนิวคาสเซิลมีความหลากหลายและยากต่อการรับมือมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ด้วยอายุ 28 ปี วิสซ่ายังอยู่ในช่วงที่พีคที่สุดของอาชีพค้าแข้ง และพร้อมที่จะสร้างผลกระทบให้กับทีมนับตั้งแต่เกมแรก

อย่างไรก็ตาม การคว้าตัว วิสซ่า ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะเบรนท์ฟอร์ดก็ต้องการที่จะเก็บผู้เล่นคนสำคัญรายนี้ไว้กับทีมต่อไปเช่นกัน การเจรจาทั้งสองฝ่ายจึงเป็นไปอย่างเข้มข้นและยืดเยื้อ แต่ในที่สุด นิวคาสเซิลก็ประสบความสำเร็จในการคว้าตัววิสซ่ามาร่วมทีมได้สำเร็จ ด้วยค่าตัว 55 ล้านปอนด์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของทีมในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งเพื่อเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้น

สำหรับ วิสซ่า การย้ายมาร่วมทีมนิวคาสเซิลถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญในอาชีพค้าแข้งของเขา เขาจะได้โอกาสลงเล่นในระดับที่สูงขึ้น และพิสูจน์ตัวเองในเวทีที่ใหญ่กว่าเดิม นอกจากนี้ การได้ร่วมงานกับผู้เล่นระดับโลกและโค้ชที่มีความสามารถจะช่วยให้เขาพัฒนาฝีเท้าและก้าวไปสู่การเป็นผู้เล่นที่ดียิ่งขึ้นได้อีกด้วย

การย้ายทีมครั้งนี้ถือเป็นผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองฝ่าย นิวคาสเซิลได้ผู้เล่นที่มีคุณภาพเข้ามาเสริมทีม ในขณะที่วิสซ่าก็ได้โอกาสในการยกระดับอาชีพค้าแข้งของตัวเอง และเชื่อว่าทั้งสองฝ่ายจะประสบความสำเร็จร่วมกันในอนาคต

แน่นอนว่าการมาของวิสซ่าจะสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนบอลนิวคาสเซิลอย่างมาก พวกเขาต่างตั้งตารอที่จะได้เห็นเขาลงสนามและโชว์ฝีเท้าให้กับทีม และเชื่อว่าเขาจะสามารถสร้างผลกระทบให้กับทีมได้ในทันที

การเสริมนักเตะอย่างต่อเนื่องแสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยานของนิวคาสเซิลในการก้าวขึ้นมาเป็นทีมชั้นนำของยุโรป การลงทุนในผู้เล่นที่มีคุณภาพจะช่วยให้ทีมมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น และสามารถแข่งขันกับทีมชั้นนำอื่นๆ ได้อย่างสูสีมากยิ่งขึ้น หากนิวคาสเซิลยังคงเดินหน้าเสริมทัพอย่างต่อเนื่อง พวกเขาก็มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในอนาคตอันใกล้นี้

สุดท้ายนี้ เมื่อพิจารณาจากฟอร์มการเล่นของวิสซ่า และความต้องการของนิวคาสเซิลในการเสริมทัพ การลงทุน 55 ล้านปอนด์ในตัวเขาดูเหมือนจะเป็นการตัดสินใจที่สมเหตุสมผล แม้ว่าเราจะต้องรอดูว่าเขาจะปรับตัวเข้ากับทีมใหม่ได้เร็วแค่ไหน แต่ศักยภาพของเขาในการมีส่วนร่วมอย่างมีนัยสำคัญกับความสำเร็จของนิวคาสเซิลนั้นค่อนข้างชัดเจน

คุณคิดว่าดีลนี้จะประสบความสำเร็จหรือไม่? มาร่วมแสดงความคิดเห็นกัน!

ที่มา – Newcastle agree £55m deal for Brentford’s Wissa

ดับเพิ่ม! หญิงชราวัย 90 ปี เหตุดินถล่มบ้านปางอุ๋ง

ข่าวเศร้าล่าสุด! พบผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย จากเหตุการณ์ดินโคลนถล่มที่ “บ้านปางอุ๋ง” จังหวัดเชียงใหม่ คือหญิงชราวัย 90 ปี หลังเจ้าหน้าที่เร่งค้นหาผู้สูญหายอีก 2 ราย และเคลียร์พื้นที่จากเศษซากบ้านเรือนที่เสียหาย

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2566 สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ รายงานสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มที่บ้านปางอุ๋ง ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม พบผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย คือ นางไป ตระกูลคูณอนันต์ อายุ 90 ปี เสียชีวิตเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

นางไป เป็นหนึ่งในผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยถูกกระแสน้ำพัดพาไปติดอยู่บริเวณซอกบ้าน ห่างจากที่พักอาศัยเดิมประมาณ 100 เมตร ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาลเทพรัตนเวชชานุกูล เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม สรุปยอดผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติครั้งนี้รวมเป็น 8 ราย ยังคงสูญหาย 2 ราย และมีผู้บาดเจ็บ 15 ราย ซึ่ง 8 รายได้กลับบ้านแล้ว และ 7 รายยังคงพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล

นายพงษ์ศักดิ์ กระจ่างกิจเงินทวี นายก อบต.แม่ศึก กล่าวถึงการเสียชีวิตของนางไปว่า เนื่องจากอายุมากและร่างกายบอบช้ำจากการถูกกระแสน้ำพัดพาและจมอยู่ใต้ดินโคลนเป็นเวลานาน

สถานการณ์ปัจจุบันเข้าสู่วันที่ 6 หลังเกิดเหตุการณ์ ดินถล่มบ้านปางอุ๋ง นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมการปกครอง ได้สั่งการให้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ อส. จากส่วนกลางและจังหวัดต่างๆ กว่า 500 นาย เข้ามาสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบภัย เนื่องจากกำลังเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ไม่เพียงพอและเริ่มอ่อนล้า

ดับเพิ่ม! หญิงชราวัย 90 ปี เหตุดินถล่มบ้านปางอุ๋ง

นายอิสรา เจริญชาศรี ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน เปิดเผยว่า กองกำลัง อส. กำลังเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ ดินถล่มบ้านปางอุ๋ง โดยกระจายกำลังออกปฏิบัติภารกิจต่างๆ ทั้งการค้นหาผู้สูญหาย การเคลื่อนย้ายซากปรักหักพัง และสนับสนุนการดูแลผู้ประสบภัยที่ศูนย์ช่วยเหลือประชาชน

ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถเคลียร์พื้นที่ไปได้บางส่วนแล้ว และจะยังคงประจำการจนกว่าภารกิจจะเสร็จสิ้น

ความคืบหน้าล่าสุดเหตุการณ์ดินถล่มบ้านปางอุ๋ง

สถานการณ์ ดินถล่มบ้านปางอุ๋ง ยังคงเป็นที่จับตาอย่างใกล้ชิด หน่วยงานต่างๆ เร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

  • การค้นหาผู้สูญหายยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง
  • การฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากความเสียหายค่อนข้างมาก
  • กำลังใจจากทั่วสารทิศหลั่งไหลไปยังผู้ประสบภัย

เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์ให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ และการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน การสูญเสียที่เกิดขึ้นย้ำเตือนให้เราเห็นถึงความเปราะบางของชีวิต และความจำเป็นในการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามยากลำบาก

การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นหน้าที่ของทุกคนในสังคม ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคสิ่งของ การให้กำลังใจ หรือการช่วยเหลือด้านอื่นๆ เราทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความหวังและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ ดินถล่มบ้านปางอุ๋ง ในครั้งนี้ได้

ที่มา – ดับเพิ่ม 1 ราย หญิงชราวัย 90 ปี ผู้ประสบภัยเหตุดินถล่มบ้านปางอุ๋ง จ.เชียงใหม่

ภูมิใจไทย ยอมทำ MOA รัฐบาลเสียงข้างน้อย

ภูมิใจไทย พร้อมทำร่าง MOA ยอมเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ซื้อใจพรรคประชาชน

ในการเมืองไทยปัจจุบัน การจัดตั้งรัฐบาลมักเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจคือ กรณีที่ภูมิใจไทย พร้อมทำร่าง MOA ยอมเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ซื้อใจพรรคประชาชน เพื่อให้การจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปได้ด้วยดี

ร่าง MOA หรือบันทึกข้อตกลงระหว่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชน ถือเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความเข้าใจและข้อตกลงร่วมกันในการบริหารประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่พรรคภูมิใจไทยยอมที่จะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการที่จะร่วมมือกับพรรคอื่นๆ เพื่อประโยชน์ส่วนรวม

วันที่ 1 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชน ซึ่งหัวใจสำคัญคือการทำข้อตกลงสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาล หรือ MOA โดยสาระสำคัญเน้นไปที่การดำรงสถานะรัฐบาลเสียงข้างน้อย ตามที่พรรคภูมิใจไทยเคยให้คำมั่นสัญญาไว้กับพรรคประชาชน

เหตุผลที่ ภูมิใจไทย ยอมเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย

การที่พรรคภูมิใจไทยตัดสินใจเช่นนี้ มีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง หนึ่งในนั้นคือข้อจำกัดในเรื่องของศักยภาพในการรวบรวมเสียงสนับสนุนในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งแตกต่างจากพรรคเพื่อไทยที่มีโอกาสที่จะรวบรวมเสียงได้เกินครึ่งสภา การที่พรรคภูมิใจไทยยอมลดบทบาทลงมาเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย จึงเป็นกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นไปที่การสร้างความเชื่อมั่นให้กับพรรคประชาชน และโน้มน้าวให้สนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

อย่างไรก็ตาม การเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยก็มีความท้าทายหลายประการ รัฐบาลจะต้องเผชิญกับการตรวจสอบอย่างเข้มข้นจากฝ่ายค้าน และอาจมีปัญหาในการผลักดันนโยบายต่างๆ ให้เป็นรูปธรรมได้สำเร็จ นอกจากนี้ ยังต้องบริหารจัดการความสัมพันธ์กับพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาเสถียรภาพของรัฐบาล

  • การเจรจาและทำความเข้าใจกับพรรคการเมืองต่างๆ
  • การสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจซึ่งกันและกัน
  • การประนีประนอมและหาจุดร่วมในการดำเนินนโยบาย
  • การบริหารจัดการความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้น

แม้ว่าจะมีอุปสรรคและความท้าทายมากมาย แต่การที่ภูมิใจไทย พร้อมทำร่าง MOA ยอมเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ซื้อใจพรรคประชาชน ก็แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าต่อไป การเมืองคือศิลปะเเห่งความเป็นไปได้ บางครั้งการยอมเสียสละเล็กน้อยก็อาจนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่กว่าที่คาดไว้

การตัดสินใจครั้งนี้ของพรรคภูมิใจไทยอาจเป็นจุดเริ่มต้นของรูปแบบการเมืองใหม่ที่เน้นการประนีประนอมและความร่วมมือมากกว่าการแข่งขันและการเผชิญหน้า ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประชาธิปไตยไทยในระยะยาว

อนาคตของการเมืองไทยจะเป็นอย่างไรต่อไป ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจและการกระทำของนักการเมืองทุกคน แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ การที่ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากันและร่วมมือกันอย่างจริงใจ จะเป็นหนทางเดียวที่จะนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืน

ถึงเเม้ว่าการเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยอาจมีข้อจำกัด เเต่หากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างจริงใจ ก็สามารถสร้างประโยชน์สุขให้แก่ประเทศเเละประชาชนได้

การที่ ภูมิใจไทย พร้อมทำร่าง MOA ยอมเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ซื้อใจพรรคประชาชน ถือเป็นการเดิมพันทางการเมืองที่น่าสนใจ และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น จะเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับวงการการเมืองไทยต่อไป

ที่มา – ภูมิใจไทย พร้อมทำร่าง MOA ยอมเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ซื้อใจพรรคประชาชน

Scroll to top