วัน: 2 ตุลาคม 2025

กรมการค้าภายใน ลุย Quick Big Win ลดค่าครองชีพ

กรมการค้าภายใน ลุย Quick Big Win ลดค่าครองชีพ–เพิ่มรายได้ประชาชน

ในยุคที่ค่าครองชีพสูงขึ้นเรื่อยๆ กรมการค้าภายใน (DIT) ไม่นิ่งนอนใจ ได้ลุยมาตรการ Quick Big Win เพื่อลดค่าครองชีพและเพิ่มรายได้ให้ประชาชนอย่างจริงจัง ตามนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยมุ่งเน้นผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดเจนและรวดเร็ว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ

กรมการค้าภายใน ลุย Quick Big Win ลดค่าครองชีพ

กรมการค้าภายใน ลุย Quick Big Win ลดค่าครองชีพ–เพิ่มรายได้ประชาชน เริ่มจากมหกรรมธงฟ้า

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า มาตรการหลักคือการจัดมหกรรมธงฟ้า 1,300 ครั้งทั่วประเทศ เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ที่จังหวัดศรีสะเกษ และต่อเนื่องตลอดปี 2569 รวมถึงช่วงเทศกาลสำคัญอย่างปีใหม่ เทศกาลกินเจ ตรุษจีน และเปิดเทอม เพื่อลดราคาสินค้าจำเป็น คาดว่าช่วยประชาชนประหยัดได้กว่า 5,000 ล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ ยังเชื่อมโยงสินค้าเกษตรเข้าตลาดใหญ่ และเพิ่มช่องทางขายในต่างจังหวัด ช่วยเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยรวมทั้งโครงการธงเขียวที่ลดราคาปุ๋ยและยาเกษตร

มาตรการ MOU กับโรงพยาบาล ลดค่ายาและเวชภัณฑ์

MOU โรงพยาบาลเปิดเผยค่ายา

อีกมาตรการเด่นคือการลงนาม MOU กับสมาคมโรงพยาบาลเอกชน เพื่อให้โรงพยาบาลเปิดเผยราคายาและเวชภัณฑ์ก่อนชำระเงิน ช่วยให้ผู้ป่วยเลือกซื้อจากร้านยาภายนอกได้อย่างโปร่งใส คาดประหยัดค่าใช้จ่ายกว่า 32,400 ล้านบาทต่อปี ลดความแออัดในโรงพยาบาลรัฐ และเพิ่มผู้ใช้บริการให้เอกชน สำหรับเวชภัณฑ์สำคัญอย่างผ้ากอซ สำลี แผ่นแปะแผล ชุดตรวจ ATK ถุงมือยาง และแผ่นรองซับ กรมฯ กำกับต้นทุน คาดช่วยประหยัดอีก 1,100 ล้านบาท

นอกจากนี้ กรมการค้าภายใน ลุย Quick Big Win ลดค่าครองชีพ–เพิ่มรายได้ประชาชน ยังครอบคลุมสินค้าเกษตร เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ที่ควบคุมการนำเข้าจากพื้นที่เผาไหม้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 เพื่อสิ่งแวดล้อม และประกันราคารับซื้อให้เกษตรกร สำหรับมันสำปะหลัง ส่งเสริมแปรรูปเป็นมันเส้น สนับสนุนเครื่องจักร และใช้พันธุ์ต้านโรคใบด่าง ควบคุมนำเข้าสินค้าต่ำคุณภาพ ป้องกันอุตสาหกรรมไทย

สินค้าเกษตร

ผลักดันผลไม้และพืชเศรษฐกิจ

สำหรับกระเทียม หอมแดง หอมใหญ่ ที่ผลผลิตออกมามากและเน่าเสียง่าย กรมฯ ร่วมห้างค้าปลีกกระจายผลผลิต เชื่อมโยงซื้อขายล่วงหน้า และรณรงค์กินผลไม้ไทย เพื่อรักษาราคาให้เป็นธรรมทั้งเกษตรกรและผู้บริโภค มาตรการเหล่านี้ไม่เพียงลดค่าครองชีพ แต่ยังกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโต

  • จัดมหกรรมธงฟ้าลดราคาสินค้าจำเป็น
  • MOU โรงพยาบาลโปร่งใสค่ายา
  • สนับสนุนเกษตรกรเพิ่มรายได้
  • ควบคุมนำเข้าสินค้าคุณภาพต่ำ

โดยรวมแล้ว กรมการค้าภายใน ลุย Quick Big Win ลดค่าครองชีพ–เพิ่มรายได้ประชาชน จะช่วยให้ชีวิตประชาชนดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หากคุณเป็นเกษตรกรหรือผู้บริโภค อย่าลืมติดตามกิจกรรมเหล่านี้เพื่อประโยชน์สูงสุด มุมมองของผมคือ นโยบายแบบนี้คือกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังวิกฤต

ที่มา – กรมการค้าภายใน ลุย Quick Big Win ลดค่าครองชีพ–เพิ่มรายได้ประชาชน

แม่ทัพภาค 2 คนใหม่ เดินตามรอย พลโทบุญสิน ชื่นชมบริหาร

แม่ทัพภาค 2 คนใหม่ เดินตามรอย พลโทบุญสิน ชื่นชมบริหาร

ในวันที่ 2 ตุลาคม 2568 กองทัพภาคที่ 2 ได้จัดพิธีรับ-ส่งหน้าที่แม่ทัพภาคที่ 2 อย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างพลโทบุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 กับพลโทวีระยุทธ รักศิลป์ ซึ่งเป็นแม่ทัพภาค 2 คนใหม่ พิธีนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเปลี่ยนผ่านหน้าที่เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสืบทอดนโยบายและวิสัยทัศน์เพื่อปกป้องชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แม่ทัพภาค 2 คนใหม่ ได้ยืนยันว่าจะเดินตามรอย “พลโทบุญสิน พาดกลาง” และชื่นชมด้านการบริหารหน่วยงานที่ผ่านมา ทำให้ทุกคนในพิธีรู้สึกอบอุ่นใจกับความต่อเนื่องนี้

พิธีรับ-ส่งหน้าที่แม่ทัพภาค 2

แม่ทัพภาค 2 คนใหม่ ยืนยันจะเดินตามรอย “พลโทบุญสิน พาดกลาง” ชื่นชมด้านการบริหารหน่วยงาน

พิธีเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงเช้าด้วยการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ที่ค่ายสุรนารี อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา โดยมีพิธีสักการะพระศรีสัมพุทธโมลี พิธีสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) พิธีสักการะพระพุทธวิชัยเสนีย์นาถ และศาลพระนครราช พิธีสักการะอนุสาวรีย์วีรไทย พิธีถวายสักการะพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 และพิธีถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เวลา 07.09 น. การสักการะเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญที่แสดงถึงความเคารพต่อประวัติศาสตร์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของแผ่นดินไทย ซึ่งเป็นรากฐานของการปฏิบัติหน้าที่ของเหล่าทหาร

จากนั้น เวลา 09.39 น. พลโทบุญสิน พาดกลาง ได้ลงนามในเอกสารรับ-ส่งหน้าที่แม่ทัพภาคที่ 2 ให้แก่พลโทวีระยุทธ รักศิลป์ ที่ห้องประชุม 1 กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 และเวลา 10.29 น. ได้มีการกระทำพิธีรับ-ส่งหน้าที่อย่างเป็นทางการที่บริเวณลานหน้าสโมสรร่วมเริงไชย โดยพลโทบุญสินได้กล่าวส่งมอบหน้าที่และการบังคับบัญชา พร้อมส่งมอบธงประจำหน่วยให้กับพลโทวีระยุทธ และมีการสวนสนามกองเกียรติยศจากหมู่ธงประจำหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 2 จำนวน 83 หมู่ธง โดยมีข้าราชการกองทัพภาคที่ 2 และสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 2 ร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง พิธีนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจและความสามัคคีของกำลังพลทุกคน

การสวนสนามในพิธี

คำกล่าวจากอดีตแม่ทัพ พลโทบุญสิน พาดกลาง

พลโทบุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ได้กล่าวอย่างอบอุ่นว่า “ขอให้กำลังพลทุกนายยึดมั่นในการทำหน้าที่ เพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนไทยไว้ด้วยเลือดเนื้อและชีวิต มิยอมให้ผู้ใดมาล่วงล้ำแผ่นดินไทยเป็นอันขาด เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน นี่คือสิ่งที่เราต้องธำรงไว้เหนือสิ่งอื่นใด รวมถึงร่วมมือกันสร้างความรัก ความสามัคคี ความมั่นคง และชื่อเสียงอันดีงามของกองทัพภาคที่ 2 ให้ยั่งยืนสืบไป” นอกจากนี้ ท่านยังขอบคุณกำลังพลทุกนายที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจจนประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย พร้อมกล่าวแสดงความยินดีและเชื่อมั่นว่าแม่ทัพภาค 2 คนใหม่ ซึ่งเป็นนายทหารที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์สูง จะนำพากองทัพภาคที่ 2 ก้าวหน้าและบรรลุภารกิจอย่างสมบูรณ์

พลโทบุญสิน พาดกลาง กล่าวส่งมอบ

คำกล่าวนี้ไม่เพียงแต่เป็นการส่งมอบหน้าที่ แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กำลังพลทุกคนตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อชาติ โดยเฉพาะในยุคที่ความมั่นคงของประเทศต้องเผชิญกับความท้าทายต่างๆ การที่อดีตแม่ทัพเน้นย้ำถึงความสามัคคีและชื่อเสียงของหน่วย สะท้อนถึงผลงานที่ผ่านมาในการบริหารจัดการที่ทำให้กองทัพภาคที่ 2 เป็นที่เชื่อถือของประชาชน

พลโทวีระยุทธ รักศิลป์ รับตำแหน่ง

วิสัยทัศน์ของแม่ทัพภาค 2 คนใหม่ พลโทวีระยุทธ รักศิลป์

ด้านพลโทวีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาค 2 คนใหม่ ได้กล่าวแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ในโอกาสที่ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง พร้อมยืนยันว่าจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มขีดความสามารถ รักษาเอกราชและอธิปไตยซึ่งเป็นเกียรติยศสูงสุดของชาติ จะไม่ยอมให้ใครมาละเมิดไม่ว่าด้วยเหตุผลใด และจะรักษาผลประโยชน์และความสงบเรียบร้อยให้ประชาชน แม้ต้องเสียเลือดเนื้อก็ตาม ท่านยังขอให้เพื่อนทหารทุกนายภาคภูมิใจในการรักษาชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องธำรงเหนือสิ่งอื่นใด

นอกจากนี้ แม่ทัพภาค 2 คนใหม่ ยังกล่าวชื่นชมอดีตแม่ทัพที่ช่วยเหลือกองทัพบกและกองทัพภาคที่ 2 รวมถึงประเทศชาติ ขอขอบคุณที่มอบความรู้และความรักตลอดมา รวมถึงการดูแลบริหารให้กองทัพภาคที่ 2 เป็นหน่วยที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เป็นหน่วยทหารที่กล้าหาญ ได้รับความเชื่อมั่นและศรัทธาจากประชาชน จึงจะน้อมจารึกผลงานของท่านเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติราชการต่อไป คำกล่าวเหล่านี้แสดงถึงความเคารพและความมุ่งมั่นที่จะสานต่อความสำเร็จ โดยเฉพาะด้านการบริหารหน่วยงานที่ผ่านมา

การเปลี่ยนผ่านนี้นับเป็นก้าวสำคัญที่เสริมสร้างความมั่นคงให้กับภาคตะวันออกเฉียงเหนือและประเทศโดยรวม แม่ทัพภาค 2 คนใหม่ ยืนยันจะเดินตามรอย “พลโทบุญสิน พาดกลาง” ชื่นชมด้านการบริหารหน่วยงาน ทำให้คาดหวังว่ากองทัพภาคที่ 2 จะยิ่งแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ในมุมมองของผู้เขียน การสืบทอดวิสัยทัศน์เช่นนี้จะช่วยรักษาความสามัคคีและประสิทธิภาพของกองทัพไทยได้อย่างยั่งยืน หากคุณสนใจข่าวสารด้านความมั่นคงและการทหาร สามารถติดตามบทความเพิ่มเติมจากบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด

ที่มา – แม่ทัพภาค 2 คนใหม่ ยืนยันจะเดินตามรอย “พลโทบุญสิน พาดกลาง” ชื่นชมด้านการบริหารหน่วยงาน

ทำเนียบขาวเตือนเลิกจ้างจนท.รัฐภายใน 2 วัน

ทำเนียบขาวเตือนเลิกจ้างจนท.รัฐ “กำลังจะเกิดขึ้น” ภายใน 2 วัน หลังวิกฤตชัตดาวน์ยืดเยื้อ

สถานการณ์การเมืองในสหรัฐอเมริกากำลังตึงเครียดอย่างมาก หลังจากที่รัฐบาลกลางเข้าสู่ภาวะชัตดาวน์หรือการปิดหน่วยงานรัฐ ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 7 ปี ทำเนียบขาวเตือนเลิกจ้างจนท.รัฐ “กำลังจะเกิดขึ้น” ภายใน 2 วัน หากยังไม่มีข้อตกลงระหว่างพรรครีพับลิกันและเดโมแครตในสภาคองเกรส สถานการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันพุธที่ 1 ตุลาคม หลังจากที่ทั้งสองพรรคไม่สามารถตกลงแผนงบประมาณใหม่ได้ทันเส้นตาย

ทำเนียบขาวเตือนเลิกจ้างจนท.รัฐ “กำลังจะเกิดขึ้น” ภายใน 2 วัน

ในการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาว รองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ และโฆษกประจำทำเนียบขาว แคโรลีน ลีวิตต์ ได้ออกมาโทษพรรคเดโมแครตว่ากำลังเล่นเกมการเมือง ลีวิตต์เตือนอย่างชัดเจนว่า การเลิกจ้างเจ้าหน้าที่รัฐบาลครั้งใหญ่กำลังจะเกิดขึ้นภายในสองวัน เธอกล่าวว่า “บางครั้งคุณต้องทำในสิ่งที่คุณไม่อยากทำ” และเสริมว่า “เดโมแครตทำให้เราต้องตกอยู่ในสถานการณ์นี้” ขณะที่รองประธานาธิบดีแวนซ์ชี้ว่า หากเดโมแครตกังวลต่อผลกระทบต่อชาวอเมริกันจริง พวกเขาควรเปิดหน่วยงานรัฐใหม่ทันที ไม่ใช่มาบ่นเรื่องวิธีการดำเนินการ

วิกฤตชัตดาวน์ครั้งนี้คาดว่าจะส่งผลกระทบรุนแรงกว่าครั้งก่อน โดยนักวิเคราะห์ประเมินว่าพนักงานรัฐบาลกลางที่ไม่จำเป็นราว 40% หรือประมาณ 750,000 คน จะถูกพักงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง ซึ่งมากกว่าการชัตดาวน์ในปี 2561 เจ้าหน้าที่ที่จำเป็น เช่น ทหารและเจ้าหน้าที่ชายแดน อาจต้องทำงานโดยไม่ได้รับเงินชั่วคราว แต่ในอดีตพวกเขามักได้รับเงินย้อนหลังเมื่อรัฐบาลเปิดทำการอีกครั้ง

สาเหตุของวิกฤตชัตดาวน์และจุดยืนของแต่ละพรรค

พรรคเดโมแครตยืนกรานต้องการการรับประกันงบประมาณด้านการดูแลสุขภาพสำหรับชาวอเมริกันรายได้น้อย โดยอ้างว่าการเจรจากับรีพับลิกันเกี่ยวกับผลประโยชน์สุขภาพยังไม่สำเร็จ ขณะที่พรรครีพับลิกันซึ่งควบคุมทั้งสองสภาแต่ขาดเสียง 60 เสียงที่จำเป็นในการผ่านกฎหมาย ต้องการใช้มาตรการชั่วคราวเพื่อให้รัฐบาลเปิดจนถึงกลางเดือนพฤศจิกายน โดยรักษาเงินทุนในระดับปัจจุบัน

วุฒิสมาชิก จอห์น ทูน ผู้นำเสียงข้างมากรีพับลิกัน กล่าวว่า “มันไม่ใช่เรื่องใครแพ้ใครชนะ แต่เกี่ยวกับชาวอเมริกัน” และกล่าวหาเดโมแครตว่าจับประชาชนเป็นตัวประกันเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง พรรครีพับลิกันยังคัดค้านการขยายสวัสดิการสุขภาพ โดยอ้างว่ามันจะเพิ่มภาระให้ผู้เสียภาษี และเป็นมาตรการที่เคยใช้ในยุคโควิด-19 ซึ่งปัจจุบันไม่จำเป็นอีกต่อไป

ทั้งสองฝ่ายยังคงโยนความผิดให้กันและกัน โดยไม่มีสัญญาณของการประนีประนอม คาดว่าจะมีการลงมติร่างกฎหมายงบประมาณระยะสั้นที่รีพับลิกันเสนอในวันศุกร์นี้ แต่โอกาสสำเร็จดูน้อยมาก สถานการณ์นี้ไม่เพียงกระทบต่อเจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อบริการสาธารณะ เช่น การตรวจคนเข้าเมือง สุขภาพ และการเงินสาธารณะ ซึ่งอาจทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะงักงัน

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากวิกฤตชัตดาวน์

จากประวัติศาสตร์ การชัตดาวน์ครั้งก่อนๆ สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนจำนวนมาก เช่น การหยุดชะงักของบริการรัฐ การเลื่อนจ่ายเงินช่วยเหลือ และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ครั้งนี้ที่ทำเนียบขาวเตือนเลิกจ้างจนท.รัฐ “กำลังจะเกิดขึ้น” ภายใน 2 วัน อาจนำไปสู่การเลิกจ้างจำนวนมาก ซึ่งจะกระทบต่อครอบครัวเจ้าหน้าที่รัฐและเศรษฐกิจโดยรวม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหากยืดเยื้อ อาจส่งผลลบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ ชาวอเมริกันทั่วไปอาจได้รับผลกระทบจากบริการที่หยุดชะงัก เช่น การยื่นขอวีซ่า การตรวจสอบความปลอดภัยอาหาร หรือแม้กระทั่งการสำรวจสำมะโนประชากร สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความแตกแยกทางการเมืองที่ลึกซึ้งในสหรัฐฯ ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนอื่นๆ เช่น สงครามการค้าและการฟื้นตัวหลังโควิด

  • ผลกระทบหลัก: พนักงานรัฐ 750,000 คนเสี่ยงถูกพักงาน
  • บริการที่อาจหยุด: สุขภาพ การเงินสาธารณะ ชายแดน
  • โอกาสแก้ไข: การลงมติวันศุกร์ แต่ยังไม่แน่นอน

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการประนีประนอมทางการเมือง หากทั้งสองพรรคสามารถหาทางออกได้ทันเวลา จะช่วยลดความเสียหายที่ไม่จำเป็น คุณคิดอย่างไรกับวิกฤตนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารเพิ่มเติมจากเราเพื่ออัปเดตสถานการณ์ล่าสุด

ที่มา – ทำเนียบขาวเตือน เลิกจ้าง จนท.รัฐ “กำลังจะเกิดขึ้น” ภายใน 2 วัน หลังวิกฤตชัตดาวน์ยืดเยื้อ

คนแห่พิชิตภูกระดึง เปิดวันแรกเกือบ 300 คน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวเที่ยวรักธรรมชาติ วันนี้เรามาพูดถึงกระแสท่องเที่ยวสุดฮอตกันดีกว่าครับ คนแห่พิชิตภูกระดึง กันเยอะมาก โดยเฉพาะในวันเปิดฤดูท่องเที่ยวครั้งแรกของปีนี้ ที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย เปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวให้ขึ้นไปสัมผัสความงดงามของธรรมชาติแบบใกล้ชิด แม้ว่าฝนจะยังโปรยปราย แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคอะไรเลยนะครับ มีนักท่องเที่ยวแห่กันขึ้นไปเกือบ 300 คนในวันเดียว ถือเป็นการเริ่มต้นฤดูที่คึกคักมาก!

อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่โด่งดังที่สุดของไทยเลยครับ ด้วยพื้นที่กว้างใหญ่กว่า 400 ตารางกิโลเมตร ที่เต็มไปด้วยป่าไม้เขียวขจี น้ำตกใสไหลเย็น และยอดเขาที่มองเห็นวิวพาโนรามาสุดอลังการ การ คนแห่พิชิตภูกระดึง ในช่วงเปิดฤดูนี้ แสดงให้เห็นถึงเสน่ห์ที่ดึงดูดใจนักเดินทางจากทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่นที่อยากลองท้าทายตัวเอง หรือครอบครัวที่มาสร้างความทรงจำร่วมกัน

คนแห่พิชิตภูกระดึง วันแรกของฤดูท่องเที่ยว

หลังจากที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึงได้ทำพิธีเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ก็เปิดให้ขึ้นไปพักแรมบนยอดเขาต่อเนื่อง 8 เดือนเต็ม ตั้งแต่ตุลาคมไปจนถึงพฤษภาคมปีหน้า ก่อนจะปิดเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ 4 เดือนในช่วงมิถุนายนถึงกันยายนครับ ในวันแรกของการเปิดจริงๆ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม เวลา 8.00 น. นายภูวนัย มูลแวง หัวหน้าอุทยานฯ ได้เปิดเผยว่า มีนักท่องเที่ยวรวม 284 คน จากทุกสารทิศของไทยที่มาร่วมพิชิตเขา แม้ฝนจะตกแต่ทุกคนยังคงตื่นเต้นและพร้อมลุย!

สิ่งที่น่าประทับใจสุดๆ คือคุณยายวัย 77 ปี จากจังหวัดอุบลราชธานี ที่เดินทางมาพิชิตภูกระดึงครั้งที่ 29 แล้วครับ! คุณยายเล่าว่ามาเกือบทุกปี เพราะหลงรักความงามของธรรมชาติที่นี่มาก เรื่องราวแบบนี้ทำให้เห็นเลยว่าภูกระดึงไม่ใช่แค่จุดหมายสำหรับคนรุ่นใหม่ แต่เป็นสถานที่ที่เชื่อมโยงหัวใจคนรักธรรมชาติทุกวัย

การเตรียมตัวและบริการสำหรับนักท่องเที่ยว

สำหรับใครที่กำลังวางแผน คนแห่พิชิตภูกระดึง ในฤดูนี้ ทางอุทยานฯ มีการเตรียมพร้อมอย่างดีเลยครับ โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยและความสะดวกสบาย ก่อนอื่นเลย การเดินทางขึ้นเขาจะใช้เวลาเดินประมาณ 5-6 ชั่วโมง ระยะทาง 6 กิโลเมตร ถือเป็นการเดินป่าที่ท้าทายแต่คุ้มค่ามาก

  • ลูกหาบ: ชายหาบได้ 60 กิโลกรัม หญิง 30 กิโลกรัมต่อเที่ยว ปัจจุบันมีลูกหาบ 175 คน เปิดรับสมัครถึง 5 ตุลาคม ค่าบริการ 30 บาทต่อกิโล
  • เสลี่ยงหาม: สำหรับนักท่องเที่ยวที่น้ำหนักไม่เกิน 70 กิโลกรัม เที่ยวละ 4,000 บาท ถ้าเกิน 5,000 บาท แต่ถ้าเกิน 90 กิโลกรัม ไม่รับบริการนะครับ เพื่อความปลอดภัย

นอกจากนี้ ทางอุทยานฯ ยังใช้โดรนสำรวจเส้นทางก่อนนำนักท่องเที่ยวขึ้นทุกครั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงจุดเสี่ยงจากช้างป่าและพื้นที่ลื่นจากฝน โดยจะบล็อกจุดอันตรายและนำทางตลอดเส้น ไม่ให้ไปเดินเองเด็ดขาด สำหรับน้ำตกในช่วงนี้ เปิดเฉพาะน้ำตกถ้ำใหญ่เท่านั้น ส่วนน้ำตกอื่นๆ ที่เสี่ยงจะจำกัด เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ

เรื่องที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวกก็ไม่ต้องห่วงครับ มีร้านอาหาร สินค้าที่ระลึก เต็นท์พักแรม ห้องน้ำ ห้องสุขา พร้อมน้ำดื่มสะอาดไม่ขาดแคลน ยังมีหน่วยพยาบาลเบื้องต้น เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และรถเคลื่อนที่เร็วคอยบริการตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้การท่องเที่ยวที่นี่ทั้งสนุกและปลอดภัย

ทำไมถึงต้องมาพิชิตภูกระดึง?

ภูกระดึงไม่ใช่แค่ภูเขาธรรมดา แต่เป็น ‘ดินแดนแห่งปาฏิหาริย์’ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวครับ ยอดเขาสูง 1,300 เมตร มองเห็นทะเลหมอกยามเช้า ผาและหน้าผาสูงชันที่ท้าทาย น้ำตกกระทู้และน้ำตกผาหลวงที่ไหลเย็นฉ่ำ รวมถึงเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นลานหินร่วงหรือทุ่งกว้างบนยอดเขา ที่นี่เหมาะสำหรับคนที่อยากหลีกหนีความวุ่นวายของเมืองใหญ่ มาฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ

ในฤดูนี้ แม้จะมีฝน แต่กลับทำให้บรรยากาศเขียวชะอุ่ม สดชื่นยิ่งขึ้น นักท่องเที่ยวหลายคนบอกว่ามาพิชิตภูกระดึงแล้วรู้สึกเหมือนได้รีเซ็ตตัวเองใหม่ ด้วยอากาศบริสุทธิ์และความสงบของป่าใหญ่ ถ้าคุณกำลังมองหาที่เที่ยวที่ทั้งผจญภัยและผ่อนคลาย ภูกระดึงคือคำตอบครับ

จากสถิติปีที่แล้ว มีนักท่องเที่ยวขึ้นไปกว่า 100,000 คนต่อฤดู ปีนี้คาดว่าจะคึกคักยิ่งกว่าเดิม เพราะกระแส คนแห่พิชิตภูกระดึง กำลังมาแรงในโซเชียลมีเดีย ภาพวิวสวยๆ และเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจจากนักเดินทาง ทำให้หลายคนตัดสินใจแพ็คกระเป๋ามาทันที

ก่อนปิดท้าย ลองคิดดูสิครับ การได้ยืนบนยอดภูกระดึง มองพระอาทิตย์ขึ้นที่ขอบฟ้า แล้วรู้สึกถึงพลังของธรรมชาติ มันคือประสบการณ์ที่หาซื้อไม่ได้ ถ้าคุณพร้อมแล้ว อย่ารอช้า รีบจองตั๋วและเตรียมรองเท้าผ้าใบให้พร้อม แล้วมาพิชิตภูกระดึงด้วยกันเถอะครับ มันจะเป็นทริปที่คุณลืมไม่ลงแน่นอน!

ที่มา – คนแห่พิชิต “ภูกระดึง” เปิดวันแรก มีนักท่องเที่ยวขึ้นสัมผัสธรรมชาติเกือบ 300 คน

น้ำท่วมรอบ 2 อุทัยธานี ชาวบ้านเดือดร้อน 60 หลัง

น้ำท่วมรอบ 2 อุทัยธานี ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก

ในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมา พื้นที่หลายแห่งในประเทศไทยต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมครั้งแล้วครั้งเล่า โดยเฉพาะที่จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งกำลังประสบกับ น้ำท่วมรอบ 2 อุทัยธานี ทำให้ชาวบ้านจำนวนมากเดือดร้อนอย่างหนัก ไม่ทันได้ขนของหนีภัย นับเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความเสียหายทั้งบ้านเรือนและพื้นที่เกษตรกรรม

น้ำท่วมรอบ 2 อุทัยธานี สถานการณ์รุนแรง

วันที่ 2 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่หมู่ที่ 1 บ้านท่ารากหวาย ตำบลเกาะเทโพ อำเภอเมืองอุทัยธานี และหมู่ที่ 6 บ้านวัดราษฎร์ศรัทธาธรรม ตำบลท่าซุง อำเภอเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่ต่ำติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา พบว่าน้ำจากภาคเหนือไหลผ่านจังหวัดนครสวรรค์มาถึงที่นี่ ส่งผลให้บ้านเรือนกว่า 60 หลังคาเรือนถูกน้ำท่วมหนัก ชาวบ้านหลายรายเล่าว่าพวกเขาเพิ่งฟื้นตัวจากน้ำท่วมรอบแรกในช่วงต้นเดือนกันยายนเท่านั้น แต่คราวนี้ น้ำท่วมรอบ 2 อุทัยธานี มาอย่างรวดเร็ว จนไม่ทันตั้งตัว

ภาพน้ำท่วมที่อุทัยธานี

นายสำราญ แก้วซุง อายุ 70 ปี ชาวบ้านวัดราษฎร์ศรัทธาธรรม เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า “ก่อนหน้านี้เราพึ่งจะขัดคราบตะไคร่น้ำจากคราวที่แล้วออกหมด สุดท้ายน้ำก็มาท่วมใหม่แบบไม่ทันตั้งตัว น้ำขึ้นมาเรื่อยๆ ตั้งแต่เวลา 22.30 น. เมื่อคืนวาน และดูท่าว่าจะสูงกว่าเดิม” เขาเล่าต่อว่าน้ำท่วมถึงถนนหน้าแม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญที่ชาวบ้านใช้สัญจรไปซื้อของในตัวอำเภอเมืองและรับส่งลูกหลานไปโรงเรียน หากน้ำเพิ่มขึ้นอีก ถนนจะถูกตัดขาด ชาวบ้านต้องหันมาใช้เรือแทน

ผลกระทบจากน้ำท่วมรอบ 2 อุทัยธานี

ไม่เพียงบ้านเรือนที่เสียหายเท่านั้น พื้นที่เกษตรกรรมก็ได้รับผลกระทบหนักเช่นกัน สวนกล้วยหอมและไร่กว่า 2,000 ไร่ถูกน้ำท่วมจมน้ำ ทำให้ผลผลิตเสียหายย่อยยับ นอกจากนี้ เครื่องมือการเกษตรอย่างรถอีแต๋นและรถไถนาก็ถูกน้ำท่วมขัง จนใช้งานไม่ได้เพราะน้ำมากะทันหัน ชาวบ้านในพื้นที่เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือ โดยทางองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะเทโพ (อบต.) ยืนยันว่าจะติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อนำไปสู่การเยียวยา

  • บ้านเรือนท่วมกว่า 60 หลัง
  • ไร่นาเสียหายกว่า 2,000 ไร่
  • ถนนสายหลักถูกตัดขาด
  • ชาวบ้านต้องใช้เรือในการเดินทาง

เหตุการณ์ น้ำท่วมรอบ 2 อุทัยธานี นี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของพื้นที่ริมน้ำในฤดูฝน ชาวบ้านหลายคนสูญเสียทรัพย์สินและรายได้จากการเกษตร ทำให้ชีวิตประจำวันลำบากยิ่งขึ้น หน่วยงานรัฐควรมีแผนรับมือที่ชัดเจนมากกว่านี้ เช่น การสร้างคันกั้นน้ำหรือระบบเตือนภัยล่วงหน้า เพื่อลดผลกระทบในอนาคต

จากประสบการณ์ครั้งนี้ ชาวบ้านในอุทัยธานีได้เรียนรู้ที่จะเตรียมตัวรับมือกับภัยพิบัติให้ดีขึ้น หากคุณอาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม แนะนำให้ติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาและเตรียมเสบียงอาหารและของใช้จำเป็นไว้ให้พร้อม สุดท้ายแล้ว ความช่วยเหลือจากชุมชนและรัฐบาลจะเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูพื้นที่ที่ประสบภัย

ติดตามข่าวสารภัยพิบัติและเคล็ดลับป้องกันน้ำท่วมได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – น้ำท่วมรอบ 2 ชาวบ้านที่อุทัยฯ ขนของหนีไม่ทัน เดือดร้อน 60 หลังคาเรือน ถนนถูกตัดขาด

พล.ต.ท.รุทธพล เซ็นตั้งศุภชัย ใจสมุทร เป็นโฆษกกระทรวงยุติธรรม

ในวันที่ 2 ตุลาคม 2568 ได้มีการประกาศสำคัญจากกระทรวงยุติธรรม เมื่อพล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ลงนามในคำสั่งที่ 193/2568 เรื่องแต่งตั้งโฆษกกระทรวงยุติธรรมฝ่ายการเมือง โดยผู้ที่ได้รับตำแหน่งนี้คือ นายศุภชัย ใจสมุทร การแต่งตั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ พล.ต.ท.รุทธพล เข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568

“พล.ต.ท.รุทธพล” เซ็นตั้ง “ศุภชัย ใจสมุทร” เป็นโฆษกกระทรวงยุติธรรม ฝ่ายการเมือง

การแต่งตั้งดังกล่าวมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเสริมสร้างการประชาสัมพันธ์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมุ่งเน้นการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับผลการดำเนินงานของรัฐบาลและกระทรวงยุติธรรมให้รวดเร็ว ถูกต้อง และเหมาะสม อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 คำสั่งนี้จึงมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป

ศุภชัย ใจสมุทร
ภาพ: ศุภชัย ใจสมุทร

นายศุภชัย ใจสมุทร ในฐานะโฆษกฝ่ายการเมือง จะมีหน้าที่สำคัญหลายประการ เช่น การแถลงข่าวที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงยุติธรรม การร่วมแถลงข่าวกับหน่วยงานอื่นๆ การให้คำแนะนำในการจัดทำแผนสร้างการรับรู้และเสริมสร้างภาพลักษณ์ของกระทรวง รวมถึงหน้าที่อื่นๆ ที่รัฐมนตรีว่าการมอบหมาย นอกจากนี้ ยังครอบคลุมการสื่อสารองค์กรเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ชัดเจนและทันเหตุการณ์

บทบาทและความสำคัญของโฆษกกระทรวงยุติธรรม

การมีโฆษกฝ่ายการเมืองที่ชัดเจนช่วยให้กระทรวงยุติธรรมสามารถสื่อสารนโยบายและผลงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในยุคที่ข้อมูลข่าวสารแพร่กระจายอย่างรวดเร็วผ่านสื่อสังคมออนไลน์ นายศุภชัย ใจสมุทร ซึ่งมีประสบการณ์ในด้านการสื่อสารและการเมือง จะช่วยเชื่อมโยงระหว่างกระทรวงกับสาธารณชนได้ดีขึ้น ลดความเข้าใจผิด และเพิ่มความโปร่งใสในการทำงาน

กระทรวงยุติธรรมมีบทบาทสำคัญในการบังคับใช้กฎหมาย การคุมประพฤติ และการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน การแต่งตั้งโฆษกเช่นนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการปรับปรุงการสื่อสารให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น ในช่วงที่รัฐบาลกำลังผลักดันนโยบายต่างๆ เช่น การปฏิรูประบบยุติธรรมและการลดความแออัดในเรือนจำ การสื่อสารที่ชัดเจนจะช่วยให้ประชาชนเข้าใจและสนับสนุนนโยบายเหล่านี้ได้ดียิ่งขึ้น

  • หน้าที่หลัก: แถลงข่าวและร่วมแถลงข่าวเกี่ยวกับกระทรวง
  • การวางแผน: ให้คำปรึกษาในการสร้างภาพลักษณ์และการรับรู้
  • การมอบหมาย: หน้าที่เพิ่มเติมตามที่รัฐมนตรีสั่งการ

นอกจากนี้ การแต่งตั้งยังสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของ พล.ต.ท.รุทธพล ที่ต้องการให้กระทรวงยุติธรรมเป็นหน่วยงานที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย โดย通过การสื่อสารที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ ในอนาคต เราอาจเห็นการแถลงข่าวที่ครอบคลุมประเด็นร้อน เช่น คดีสำคัญ การอภัยโทษ หรือนโยบายใหม่ๆ ที่กระทรวงกำลังดำเนินการ

การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่คึกคัก โดย พล.ต.ท.รุทธพล ซึ่งมีพื้นฐานจากตำรวจ จะนำประสบการณ์มาปรับใช้ในการบริหารกระทรวงให้มีประสิทธิผลสูงสุด การแต่งตั้งนายศุภชัย ใจสมุทร จึงไม่ใช่แค่การเติมเต็มตำแหน่ง แต่เป็นการเสริมทีมงานเพื่อให้การสื่อสารเป็นไปอย่างราบรื่น

เอกสารคำสั่งแต่งตั้ง
ภาพ: คำสั่งแต่งตั้งจากกระทรวงยุติธรรม

จากมุมมองของผู้เขียน การแต่งตั้งนี้เป็นสัญญาณบวกที่แสดงถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการสื่อสารกับประชาชนอย่างใกล้ชิด หากนายศุภชัยสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ดี จะช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของกระทรวงยุติธรรมให้ดีขึ้นอย่างแน่นอน ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมจากช่องทางอย่างเป็นทางการของกระทรวง เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

สุดท้ายนี้ เชิญชวนทุกท่านติดตามพัฒนาการของกระทรวงยุติธรรมต่อไป เพราะการสื่อสารที่ดีนำไปสู่สังคมที่ยุติธรรมและโปร่งใสมากขึ้น

ที่มา – “พล.ต.ท.รุทธพล” เซ็นตั้ง “ศุภชัย ใจสมุทร” เป็นโฆษกกระทรวงยุติธรรม ฝ่ายการเมือง

หญิงตกแม่น้ำแม่กลอง ลอยคอเกือบ 4 ชม. รอดปาฏิหาริย์

เรื่องราวสุดเหลือเชื่อเกิดขึ้นเมื่อ หญิงตกแม่น้ำแม่กลอง ลอยคอนานเกือบ 4 ชั่วโมง อธิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์จนรอดชีวิต ทำให้หลายคนต้องตะลึงกับปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นจริง ผู้หญิงวัย 52 ปี รอดพ้นจากอันตรายกลางกระแสน้ำเชี่ยวกราก ด้วยศรัทธาและการอธิษฐานถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เลื่องชื่อ นี่คือเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่เชื่อในพลังแห่งศรัทธา

หญิงตกแม่น้ำแม่กลอง ลอยคอนานเกือบ 4 ชั่วโมง อธิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์จนรอดชีวิต

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 21.00 น. เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างเบญจธรรมสมุทรสงคราม ได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านริมแม่น้ำแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม ว่าพบผู้หญิงคนหนึ่งกำลังลอยคออยู่กลางแม่น้ำ ซึ่งไหลผ่านหน้าบ้านของพวกเขา เจ้าหน้าที่รีบนำเรือยางกู้ภัยและเรือเจ็ทสกีออกค้นหาทันที ท่ามกลางความมืดและกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว

หลังจากค้นหาอยู่นาน กระทั่งเวลา 22.00 น. เจ้าหน้าที่ก็พบตัวผู้ประสบภัยคือ นางทิพย์วรรณ อิ่มเจริญ อายุ 52 ปี ชาวตำบลดำเนินสะดวก อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี เธอกำลังเกาะเชือกเรือประมงลำหนึ่งอยู่บริเวณปากอ่าวแม่กลอง พลเมืองดีที่อยู่ใกล้เคียงได้รีบช่วยเหลือเธอขึ้นจากน้ำได้อย่างปลอดภัย

จุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมจากหม่าล่า

นางทิพย์วรรณเล่าว่า เธอนั่งรถโดยสารจากบ้านในจังหวัดราชบุรี เพื่อมาหาเพื่อนที่ตำบลบางแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ประมาณ 18.00 น. เธอแวะซื้อหม่าล่าที่ร้านใต้สะพานสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ซึ่งเป็นสะพานยาวข้ามแม่น้ำแม่กลอง จากนั้นเธอไปนั่งกินริมแม่น้ำ โดยวางแก้วหม่าล่าบนสะพานเทียบเรือ ทันใดนั้นแก้วก็พลัดตกน้ำ ด้วยความเสียดาย เธอจึงลงไปเก็บ แต่หลังจากหยิบแก้วได้แล้ว ขณะปีนขึ้นฝั่ง เธอกลับลื่นไถลตกลงไปในน้ำทันที

กระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวได้พัดพาเธอออกห่างจากฝั่งอย่างรวดเร็ว เธอร้องขอความช่วยเหลือ แต่เรือประมงหลายลำที่ขับผ่านไปไม่สามารถช่วยได้ เพราะเรือลำใหญ่และสูงเกินไป เธอจึงต้องนอนหงายลอยคอไปตามน้ำ พยายามใช้เท้าถีบเพื่อกลับเข้าฝั่ง แต่ยิ่งทำให้ถูกพัดไกลออกไปเรื่อยๆ จนเกือบลอยออกสู่อ่าวแม่กลอง

ปาฏิหาริย์จากศรัทธาในหลวงพ่อบ้านแหลมและหลวงพ่อโสธร

ในสถานการณ์สิ้นหวัง นางทิพย์วรรณเลือกที่จะอธิษฐานจิตต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะหลวงพ่อบ้านแหลมและหลวงพ่อโสธร ซึ่งทั้งสองพระพุทธรูปมีตำนานเกี่ยวกับการลอยน้ำที่เลื่องชื่อ เธอภาวนาขอให้รอดชีวิต ทันใดนั้น เหมือนเกิดปาฏิหาริย์ กระแสน้ำได้พัดพาเธอเข้าหาฝั่งพอดี ทำให้เธอคว้าเชือกเรือประมงที่จอดอยู่ได้

นายโทดี สัญชาติเมียนมา อายุ 34 ปี พลเมืองดีที่กำลังทำงานอยู่ใกล้ๆ เล่าว่า เขาได้ยินเสียงร้องช่วยเหลือเบาๆ ตอนแรกนึกว่าถูกผีหลอก แต่เมื่อเดินไปดู ก็พบผู้หญิงกำลังเกาะเชือกอยู่ในสภาพหมดแรง เขาจึงรีบเรียกเพื่อนมาช่วยดึงขึ้นฝั่ง และหาผ้าคลุมตัวให้

ระยะทางจากจุดที่ตกน้ำใต้สะพานสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ไปจนถึงจุดที่ได้รับการช่วยเหลือ รวมกว่า 3 กิโลเมตร นางทิพย์วรรณลอยคออยู่ในแม่น้ำแม่กลอง ซึ่งเป็นแม่น้ำใหญ่ที่มีน้ำไหลเชี่ยวกราก ตั้งแต่ประมาณ 18.00 น. จนถึง 22.00 น. รวมเวลาเกือบ 4 ชั่วโมง ถือเป็นปาฏิหาริย์ที่เธอไม่จมน้ำและรอดชีวิตมาได้ เธอเชื่อมั่นว่านี่คือบุญคุณจากหลวงพ่อทั้งสองที่เธออธิษฐาน

เรื่องราวนี้ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญของนางทิพย์วรรณเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจถึงอันตรายของแม่น้ำแม้ในยามค่ำคืน หากคุณหรือคนใกล้ตัวชื่นชอบการกินหม่าล่าหรือเที่ยวริมน้ำ อย่าลืมระมัดระวังตนเองเสมอ และจงรักษาศรัทธาไว้ เพราะปาฏิหาริย์อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ หากคุณมีประสบการณ์คล้ายๆ นี้ ลองแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่น

ที่มา – หญิงตกแม่น้ำแม่กลอง ลอยคอนานเกือบ 4 ชั่วโมง อธิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์จนรอดชีวิต

“เผ่าภูมิ” ชี้ หวยเกษียณออมได้ 100%

“เผ่าภูมิ” ชี้ หวยเกษียณออมได้ 100% แนะรัฐบาลทำต่อ

ในยุคที่ประชาชนจำนวนมากกำลังมองหาทางเลือกในการออมเงินเพื่อเกษียณอายุ การพูดถึงนโยบาย “หวยเกษียณ” ได้กลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะคำแนะนำจากนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ที่ชี้ให้เห็นถึงประโยชน์สูงสุดของนโยบายนี้ “เผ่าภูมิ” ชี้ หวยเกษียณออมได้ 100% แนะรัฐบาลทำต่อ ไม่อยากให้ประชาชนเสียโอกาส นี่คือมุมมองที่เน้นย้ำถึงความสำคัญของการออมที่แท้จริงสำหรับคนไทย

“เผ่าภูมิ” ชี้ หวยเกษียณออมได้ 100% แนะรัฐบาลทำต่อ ไม่อยากให้ประชาชนเสียโอกาส

วันที่ 2 ตุลาคม 2568 นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล ได้แสดงความกังวลต่อความพยายามของรัฐบาลในการหลีกเลี่ยงนโยบายหวยเกษียณ โดยการเปลี่ยนชื่อหรือรูปแบบให้กลายเป็นโครงการที่มีประสิทธิภาพต่ำลง ซึ่งอาจนำไปสู่การใช้ช่องทางผ่านสลากกินแบ่งรัฐบาลแทน ท่านได้เปิดเผยว่าการซื้อสลากกินแบ่งปกตินั้น เงินออมที่ได้จะอยู่ที่เพียง 17% เท่านั้น และอาจต่ำกว่านั้นในทางปฏิบัติ ในขณะที่หวยเกษียณจะทำให้ทุกบาททุกสตางค์ที่ใช้ซื้อกลายเป็นเงินออมเต็มจำนวน 100% โดยไม่มีส่วนที่ถูกหวยกิน

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ หากซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล 80 บาท จะมีเงินออมสูงสุดเพียง 13 บาท เท่านั้น เพราะส่วนใหญ่ถูกหวยกินไป 67 บาท แต่สำหรับหวยเกษียณ หากซื้อ 50 บาท จะออมได้ครบ 50 บาทเต็ม ไม่มีการสูญเสียใดๆ นโยบายนี้จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับประชาชนที่ชื่นชอบการเสี่ยงโชค แต่ต้องการความมั่นคงในวัยเกษียณไปพร้อมกัน

ประโยชน์ของหวยเกษียณต่อการออมเงิน

หวยเกษียณไม่ใช่แค่การพนันธรรมดา แต่เป็นเครื่องมือส่งเสริมการออมที่รัฐบาลสามารถผลักดันได้อย่างมีประสิทธิภาพ นายเผ่าภูมิ ระบุว่าทางเลือกที่รัฐบาลเสนอในปัจจุบัน เช่น การใช้สลากกินแบ่งนั้น เป็นไอเดียที่ตนเองเคยคิดถึงแต่เลือกที่จะไม่ทำ เพราะมันไม่ช่วยให้ประชาชนออมเงินได้เต็มที่ สิ่งที่ควรทำคือการแก้ไขกฎหมายเพื่อผลักดันหวยเกษียณให้เกิดขึ้นจริง เนื่องจากทุกอย่างได้วางแผนไว้ครบถ้วนแล้ว หากหยุดชะงักจะทำให้พี่น้องประชาชนพลาดโอกาสสำคัญในการสร้างหลักประกันชีวิตหลังเกษียณ

  • ออมเงินได้ 100%: ทุกเงินที่ซื้อหวยจะเข้าสู่กองทุนเกษียณโดยตรง ไม่มีการสูญเสีย
  • ส่งเสริมวัฒนธรรมการออม: เปลี่ยนพฤติกรรมคนไทยจากการเสี่ยงโชคแบบไร้ประโยชน์สู่การออมที่มีเป้าหมาย
  • ลดภาระรัฐ: ช่วยให้ประชาชนมีเงินออมส่วนตัว ลดการพึ่งพาสวัสดิการจากรัฐในอนาคต
  • เข้าถึงง่าย: เหมาะสำหรับคนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยที่คุ้นเคยกับการซื้อหวย

นอกจากนี้ นโยบายหวยเกษียณยังสามารถเชื่อมโยงกับระบบประกันสังคมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ทำให้การออมของประชาชนมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ นี่คือโอกาสทองที่รัฐบาลไม่ควรมองข้าม หากดำเนินการต่อไป จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม การนำหวยเกษียณมาปรับใช้ต้องมีการกำกับดูแลที่เข้มงวด เพื่อป้องกันปัญหาการพนันที่อาจเกิดขึ้น รัฐบาลควรพิจารณาความเห็นจากผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ก่อนตัดสินใจ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคม

ในฐานะที่ปรึกษาด้านการเงิน สิ่งที่นายเผ่าภูมิเสนอนี้ชี้ให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่มองการณ์ไกล หากรัฐบาลเลือกที่จะทำต่อ นโยบายนี้จะกลายเป็นมรดกที่ยั่งยืนสำหรับ世代ถัดไป คุณคิดอย่างไรกับหวยเกษียณ? ลองแบ่งปันความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง เพื่อให้เราได้แลกเปลี่ยนมุมมองกัน

ที่มา – “เผ่าภูมิ” ชี้ หวยเกษียณออมได้ 100% แนะรัฐบาลทำต่อ ไม่อยากให้ประชาชนเสียโอกาส

“บ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว” เช้านี้สงบเรียบร้อย ไม่พบมวลชนรวมตัว

“บ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว” เช้านี้สงบเรียบร้อย ไม่พบมวลชนรวมตัว

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาในช่วงเช้าวันนี้ยังคงน่าเบาใจสำหรับประชาชนที่ติดตามข่าวสาร โดยเฉพาะบริเวณบ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ซึ่งรายงานล่าสุดระบุว่า “บ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว” เช้านี้สงบเรียบร้อย ไม่พบมวลชนรวมตัว แม้จะมีการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดจากทั้งสองฝ่ายก็ตาม ผู้สื่อข่าวจากไทยรัฐได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่าบรรยากาศโดยรวมยังคงปกติ ไม่มีเหตุการณ์วุ่นวายใดๆ เกิดขึ้น สร้างความมั่นใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่ที่เคยกังวลกับความตึงเครียดก่อนหน้านี้

“บ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว” เช้านี้สงบเรียบร้อย ไม่พบมวลชนรวมตัว

วันที่ 2 ตุลาคม 2568 กองกำลังบูรพาได้ส่งเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินตรวจการณ์ทางอากาศตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวทุกจุดในแนวชายแดน การตรวจการณ์ครั้งนี้ช่วยยืนยันว่าไม่มีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น โดยเฉพาะที่จุดตรวจหลักอย่างเต็นท์เพิงสีฟ้าของฝ่ายกัมพูชา ซึ่งทหารกัมพูชายังคงประจำการอย่างเข้มงวด พวกเขาสอดส่องมาทางฝั่งไทยตลอดเวลา ใช้กล้องและโทรศัพท์ถ่ายภาพพื้นที่แนวแดนเป็นระยะๆ เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

ภาพสถานการณ์ชายแดนบ้านหนองจาน

นอกจากนี้ “บ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว” เช้านี้สงบเรียบร้อย ไม่พบมวลชนรวมตัวของชาวกัมพูชาที่เคยออกมาแสดงจุดยืนก่อนหน้า ชาวบ้านในหมู่บ้านกัมพูชายังคงดำเนินชีวิตตามปกติ มีเพียงบางส่วนที่สัญจรไปมาระหว่างหมู่บ้านเท่านั้น จำนวนคนลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับช่วงที่ตึงเครียด ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการเผชิญหน้าที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้ง

การเตรียมความพร้อมของกองกำลังบูรพา

เจ้าหน้าที่จากกองกำลังบูรพาเปิดเผยกับสื่อว่าการตรวจการณ์ทางอากาศในวันนี้ไม่พบความผิดปกติใดๆ สถานการณ์โดยรวมยังคงสงบเรียบร้อย ทั้งสองฝ่ายไทยและกัมพูชาได้เตรียมกำลังพลไว้อย่างรัดกุม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความตึงเครียดเพิ่มขึ้น พวกเขายังคงรักษาระดับความเข้มงวด โดยมีหน่วยเฝ้าระวังทำงานตลอด 24 ชั่วโมง

ภาพเต็นท์ทหารกัมพูชา
  • การตรวจการณ์ทางอากาศ: ช่วยให้มองเห็นภาพรวมของพื้นที่ชายแดนได้อย่างชัดเจน
  • การประจำการของทหารกัมพูชา: ยังคงเข้มงวดแต่ไม่มีการเคลื่อนไหวที่ก่อกวน
  • ชีวิตชาวบ้าน: กลับสู่ปกติ ลดการรวมตัวลงอย่างมาก
  • การเตรียมพร้อม: ทั้งสองฝ่ายร่วมมือกันรักษาสันติภาพ

จากข้อมูลเหล่านี้ แสดงให้เห็นว่าการเจรจาและการประสานงานระหว่างไทยกับกัมพูชากำลังให้ผลดี สถานการณ์ชายแดนค่อยๆ คลี่คลายลง แม้จะยังต้องเฝ้าระวังต่อไป ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงชี้ว่าความสงบแบบนี้เป็นสัญญาณบวกที่ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นในระดับภูมิภาค

โดยรวมแล้ว เช้าวันนี้ที่ “บ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว” เช้านี้สงบเรียบร้อย ไม่พบมวลชนรวมตัว ถือเป็นข่าวดีที่ช่วยลดความกังวลของประชาชน หากคุณกำลังติดตามสถานการณ์ชายแดน แนะนำให้ติดตามข่าวอัปเดตอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ ซึ่งอาจช่วยให้เข้าใจบริบทการเมืองและความมั่นคงในพื้นที่ได้ดียิ่งขึ้น สุดท้ายนี้ ความสงบนี้เป็นผลจากการทำงานหนักของเจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายที่ทุ่มเทเพื่อสันติภาพ

ที่มา – “บ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว” เช้านี้สงบเรียบร้อย ไม่พบมวลชนรวมตัว

Scroll to top