วัน: 2 ตุลาคม 2025

อินโดนีเซียไร้ปาฏิหาริย์ ไม่พบสัญญาณชีวิต

อินโดนีเซียไร้ปาฏิหาริย์ ไม่พบสัญญาณชีวิต

ข่าวร้ายมาจากอินโดนีเซีย เมื่อปฏิบัติการค้นหาผู้รอดชีวิตใต้ซากอาคารโรงเรียนประจำอิสลาม 2 ชั้น ในเมืองซีโดอาร์โจ ต้องหยุดชะงักด้วยความสิ้นหวัง เจ้าหน้าที่กู้ภัยยืนยันว่าไม่พบสัญญาณชีพใดๆ อีกต่อไป แม้ก่อนหน้านี้จะมีเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้นจากใต้ซากปรักหักพังก็ตาม เหตุการณ์นี้ทำให้หัวใจของครอบครัวนักเรียนที่เฝ้ารอแตกสลาย โดยยังมีนักเรียนสูญหายอีก 59 คน

อินโดนีเซียไร้ปาฏิหาริย์ ไม่พบสัญญาณชีวิต

สำนักงานบรรเทาภัยพิบัติแห่งชาติ (BNBP) ของอินโดนีเซีย เปิดเผยข้อมูลล่าสุดเมื่อวันพฤหัสบดีว่า การค้นหาผู้สูญหายใต้ซากอาคารโรงเรียนประจำอิสลามในเมืองซีโดอาร์โจ ไม่พบสัญญาณของชีวิตอีกแล้ว โรงเรียนแห่งนี้เป็นสถานศึกษาสำหรับนักเรียนชายวัยรุ่นหลายร้อยคน ซึ่งเกิดถล่มลงมาเมื่อวันจันทร์ที่ 29 กันยายน ขณะที่กำลังก่อสร้างเพิ่มเติม

จากรายงานเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ยืนยันว่ามีนักเรียนเสียชีวิตอย่างน้อย 5 คน และบาดเจ็บราว 100 คน การถล่มเกิดจากฐานรากอาคารที่ไม่มั่นคง ไม่สามารถรองรับน้ำหนักจากการต่อเติมเพิ่มอีก 2 ชั้น นอกจากนี้ ผู้ว่าการเมืองซีโดอาร์โจ ยังระบุว่าฝ่ายบริหารโรงเรียนไม่ได้ขออนุญาตในการก่อสร้างดังกล่าว ทำให้เกิดคำถามถึงมาตรฐานความปลอดภัยในการก่อสร้างโรงเรียน

การปฏิบัติการกู้ภัยที่ยากลำบาก

พลโท ซูฮาร์ยันโต ผู้อำนวยการ BNBP ได้แถลงข่าวเมื่อบ่ายวันที่ 2 ตุลาคม ว่า เจ้าหน้าที่ได้นำโดรนตรวจจับความร้อนมาใช้ในการสำรวจพื้นที่ แต่ผลลัพธ์กลับน่าผิดหวัง ไม่พบความร้อนจากร่างกายมนุษย์ใต้ซากปรักหักพังเลย “เราพยายามเคลียร์พื้นที่ให้เงียบสงบเมื่อคืน เพื่อใช้เครื่องมือขั้นสูงฟังเสียง แต่ในทางวิทยาศาสตร์ เรายืนยันว่าไม่มีสัญญาณชีวิตแล้ว” พลโท ซูฮาร์ยันโต กล่าว

ก่อนหน้านี้ ในวันพุธ ทางการเคยรายงานว่ายังได้ยินเสียงร้องไห้และตะโกนเรียกจากใต้ซาก ทำให้เกิดความหวังใหม่ แต่การกู้ภัยเผชิญอุปสรรคมากมาย เนื่องจากโครงสร้างอาคารที่เหลือไม่มั่นคง เสี่ยงต่อการถล่มซ้ำ เพื่อความปลอดภัย ทีมกู้ภัยจึงปรับแผนเข้าสู่ขั้นตอนถัดไป โดยใช้เครื่องจักรหนัก เครนยกแผ่นคอนกรีตขนาดใหญ่ หรือตัดคอนกรีตให้เล็กลง เพื่อเคลียร์พื้นที่โดยเร็ว

ผลกระทบต่อครอบครัวและชุมชน

ปัจจุบัน ยังมีผู้ติดค้างใต้ซากอาคารถึง 59 คน โดยตัวเลขอาจเปลี่ยนแปลงตามการตรวจนับ ครอบครัวของนักเรียนต่างรวมตัวกันที่โรงเรียน บางคนร้องไห้สะอึกสะอื้น แต่หลายคนยังยึดมั่นในความหวังริบหรี่ เหตุการณ์นี้ไม่เพียงสร้างความสูญเสียทางกายภาพ แต่ยังกระทบจิตใจของชุมชนมุสลิมในพื้นที่อย่างหนัก โรงเรียนประจำแห่งนี้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ศาสนาและวิชาการสำหรับเยาวชน ทำให้การสูญเสียครั้งนี้ยิ่งเจ็บปวด

นอกจากนี้ BNBP ยังชี้ให้เห็นถึงสาเหตุหลักคือการก่อสร้างที่ไม่มีใบอนุญาตและฐานรากอ่อนแอ ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในประเทศกำลังพัฒนาอย่างอินโดนีเซีย ที่มีการขยายตัวของโรงเรียนและอาคารสาธารณะอย่างรวดเร็ว หากไม่มีการตรวจสอบที่เข้มงวด อาจเกิดเหตุซ้ำรอยได้ในอนาคต

เพื่อป้องกันเหตุการณ์คล้ายกัน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้โรงเรียนและหน่วยงานรัฐเพิ่มมาตรการตรวจสอบโครงสร้างอาคารก่อนก่อสร้างเพิ่มเติม รวมถึงฝึกอบรมด้านความปลอดภัยให้บุคลากร นอกจากนี้ การใช้เทคโนโลยีทันสมัยอย่างโดรนและเซ็นเซอร์ตรวจจับชีวิตในปฏิบัติการกู้ภัย ก็เป็นบทเรียนสำคัญที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในประเทศไทยได้ หากเกิดภัยพิบัติคล้ายกัน

  • ตรวจสอบฐานรากอาคารก่อนต่อเติมเสมอ
  • ขอใบอนุญาตก่อสร้างจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • ใช้เครื่องมือเทคโนโลยีช่วยในการกู้ภัย
  • สนับสนุนครอบครัวผู้สูญหายด้วยการให้ความช่วยเหลือทางจิตใจ

เหตุการณ์อินโดนีเซียไร้ปาฏิหาริย์ ไม่พบสัญญาณชีวิตครั้งนี้ เตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัยในสถานศึกษา ในฐานะผู้อ่าน ขอให้เราช่วยกันแบ่งปันข่าวสารเพื่อสร้างความตระหนัก และสนับสนุนการช่วยเหลือจากองค์กรระหว่างประเทศ หากคุณมีประสบการณ์หรือมุมมองเกี่ยวกับภัยพิบัติ โปรดแสดงความคิดเห็นด้านล่าง เพื่อแลกเปลี่ยนกันครับ

ที่มา – อินโดนีเซียไร้ปาฏิหาริย์ ไม่พบ “สัญญาณชีวิต” ใต้ซากอาคารโรงเรียนถล่ม

ลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส เช็กเงื่อนไขรับสิทธิ

เปิดไทม์ไลน์ ลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส หรือที่เรียกกันว่า คนละครึ่ง 2568 แล้วนะครับ วันนี้เราจะมาอัปเดตข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับโครงการนี้ ที่รัฐบาลตั้งใจจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้คึกคักขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ทุกคนกำลังเดือดร้อนจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น เช็กเงื่อนไขรับสิทธิกันเลย เริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2568 ใครที่สนใจอย่าพลาดนะ!

หลังจากที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เปิดเผยว่า รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณปี 2569 สำหรับโครงการคนละครึ่งพลัส เพื่อเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจ คาดว่าจะเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์หน้า และเปิดให้ประชาชน ลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส ได้ไม่เกินกลางเดือนตุลาคมนี้

คนละครึ่งพลัส คืออะไร

โครงการนี้คล้ายกับคนละครึ่งรุ่นก่อนๆ แต่ถูกปรับปรุงให้เหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยล่าสุด (2 ตุลาคม 2568) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้อธิบายว่า เศรษฐกิจไทยกำลังติดหล่มเหมือนรถยนต์ที่กำลังจะตกเหว รัฐบาลจึงต้องออกนโยบายที่ Quick (เร็ว) Big (ใหญ่) Win (ประชาชนได้ประโยชน์) เพื่อฟื้นฟูโดยเร็ว นโยบายนี้จึงถูกเรียกว่า “คนละครึ่งพลัส” ที่เน้นทั้งการช่วยเหลือระยะสั้นและสร้างความยั่งยืนระยะยาว

ลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส แตกต่างจากเดิมอย่างไร

หลักการพื้นฐานยังคงเดิม คือ ประชาชนจ่ายครึ่งหนึ่ง รัฐสมทบอีกครึ่ง แต่ครั้งนี้เพิ่มเป็นวันละ 200 บาท จากเดิม 150 บาท เพื่อให้ Big พอที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยใช้ budget ที่มีอยู่แล้ว 25,000 ล้านบาท จากงบกระตุ้นเศรษฐกิจ บวกกับงบกลางอีก 19,000 ล้านบาท รวม 44,000 ล้านบาท ไม่เพิ่มภาระทางการคลัง

สำหรับ Win คือ ประชาชน 20 ล้านคนจะได้ลดค่าครองชีพ ร้านค้าขนาดเล็กจะได้หมุนเวียนเงิน โดยให้เฉพาะร้านค้าเล็กๆ SME และนิติบุคคลเล็กในระบบภาษี ไม่ให้ร้านใหญ่ของบริษัทมหาชน สิทธิที่ต่างจากเดิมคือ เริ่มอายุ 16 ปี (จากเดิม 18 ปี) และเพิ่มการฝึกทักษะขายออนไลน์ให้พ่อค้าแม่ขาย รวมถึงระบบบัญชีง่ายๆ เพื่อขอสินเชื่อจากธนาคาร

พลัสที่ 1: คนในระบบภาษีได้ 60% หรือ 2,400 บาท (จากเดิม 50%) ขณะที่คนนอกระบบได้ 2,000 บาท เพื่อแสดงวินัยการคลัง

พลัสที่ 2: กระตุ้นสั้นแต่ได้ผลยาว โดยเพิ่มทักษะออนไลน์และสินเชื่อจากการทำบัญชีถูกต้อง ช่วยแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน

สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.4 ล้านคน จะเติมเงินเพิ่ม 1,700 บาท รวมกับ 300 บาทเดิมเป็น 2,000 บาท ในบัตรสวัสดิการเลย ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่

เงื่อนไขรับสิทธิ คนละครึ่งพลัส

โครงการนี้แบ่งสิทธิเป็น 3 กลุ่ม: กลุ่ม 1 ผู้ถือบัตรสวัสดิการ 13 ล้านคน ได้รับ 2,000 บาทรวม ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่; กลุ่ม 2 คนในระบบภาษี 11 ล้านคน ได้ 2,400 บาทสมทบ (รัฐ 60%) จ่ายวันละไม่เกิน 200 บาท; กลุ่ม 3 คนนอกระบบ 9 ล้านคน ได้ 2,000 บาท ใครที่อยากเข้าร่วม ลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส ต้องเตรียมตัวให้พร้อมนะครับ

ไทม์ไลน์ ลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส เริ่มใช้จ่ายวันไหน

  • 15 ตุลาคม 2568: เปิดลงทะเบียนร้านค้า ใช้ระบบเดิม ร้านใหม่เข้าสมัครได้ เช่น ร้านอาหาร, บริการนวดสปา, ขนส่งสาธารณะ
  • 20-26 ตุลาคม 2568: ประชาชน 20 ล้านสิทธิ ลงทะเบียนผ่านแอป “เป๋าตัง” ใครเคยลงแล้วมายืนยันสิทธิ ใครใหม่ลงใหม่ได้เลย
  • 29 ตุลาคม 2568: เริ่มใช้จ่ายได้ จนถึง 31 ธันวาคม 2568 สะสมสิทธิได้ถ้าใช้ไม่หมดวันละ 200 บาท

โครงการ ลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส นี้จะช่วยให้เงินไหลเวียนในชุมชนจริงๆ โดยเฉพาะร้านเล็กๆ ที่ต้องการการสนับสนุน รัฐบาลยังรอรายละเอียดเพิ่มเติมจาก ครม. แต่จากข้อมูลตอนนี้ น่าจะเป็นข่าวดีสำหรับทุกคน

ในฐานะที่ผมติดตามข่าวเศรษฐกิจมาอย่างใกล้ชิด โครงการนี้ไม่ใช่แค่ช่วยเงินในกระเป๋า แต่ยังสร้างโอกาสระยะยาวให้ SME เติบโต ถ้าคุณเป็นเจ้าของร้านเล็กหรือประชาชนทั่วไป ผมแนะนำให้เตรียมลงทะเบียนให้ทัน อย่าปล่อยให้โอกาสหลุดมือ ลองเช็กสิทธิผ่านแอปเป๋าตังตั้งแต่วันนี้เลยครับ!

ที่มา – ลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส เช็กเงื่อนไขรับสิทธิ เริ่มใช้จ่าย 29 ต.ค. 68

ส่งออกไทยแกร่ง 7 เดือนใช้สิทธิ FTA 1.7 ล้านล้านบาท

ส่งออกไทยแกร่ง 7 เดือนแรกใช้สิทธิ FTA ทะลุ 1.7 ล้านล้านบาท โตต่อเนื่อง 11.57%

ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังคงมีความผันผวน การส่งออกของไทยยังคงแสดงศักยภาพที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะการใช้สิทธิประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ที่ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าต่างประเทศ ได้เปิดเผยข้อมูลล่าสุดที่สะท้อนความสำเร็จนี้ ช่วงเดือนมกราคม-กรกฎาคม ปี 2568 มูลค่าการใช้สิทธิ FTA รวมถึง 53,421.24 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.70 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 81.59% ของการส่งออกทั้งหมด และเติบโตขึ้น 11.57% เมื่อเทียบกับปีก่อน สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการไทยสามารถใช้ประโยชน์จาก FTA ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในตลาดหลักอย่างอาเซียน จีน และอินเดีย

ส่งออกไทยแกร่ง 7 เดือนแรกใช้สิทธิ FTA ทะลุ 1.7 ล้านล้านบาท โตต่อเนื่อง 11.57%

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่าการเติบโตนี้มาจากการส่งออกไปยังตลาดอาเซียนภายใต้ ATIGA ซึ่งเป็นอันดับหนึ่ง มูลค่า 18,505.89 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สัดส่วน 68.61% รองลงมาคือ ACFTA กับจีน มูลค่า 16,046.17 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สัดส่วนสูงถึง 98.31% AIFTA กับอินเดีย มูลค่า 6,232.98 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สัดส่วน 75.11% JTEPA กับญี่ปุ่น มูลค่า 3,670.36 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สัดส่วน 76.07% และ TAFTA กับออสเตรเลีย มูลค่า 3,195.98 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สัดส่วน 58.29% สินค้าหลักที่ใช้สิทธิสูงสุด ได้แก่ ทุเรียนสด ยานยนต์สำหรับขนส่ง ยางสังเคราะห์ แพลทินัม และน้ำตาลจากอ้อย ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทย

สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมที่โดดเด่นในการใช้สิทธิ FTA

สำหรับสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป 5 อันดับแรก ได้แก่ ทุเรียนสด น้ำตาลจากอ้อย ไก่ปรุงแต่ง ผลไม้สดอย่างฝรั่ง มะม่วง มังคุด และมันสำปะหลังเส้น มูลค่ารวม 15,713.28 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 29.41% ของทั้งหมด ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรม ได้แก่ ยานยนต์ ยางสังเคราะห์ แพลทินัม เครื่องปรับอากาศ และเครื่องจักรอัตโนมัติ มูลค่ารวม 37,707.96 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 70.59% การส่งออกเหล่านี้ช่วยกระจายความเสี่ยงและลดการพึ่งพาตลาดเดียว โดยกรมการค้าต่างประเทศติดตามข้อมูลจาก 12 ฉบับ FTA จากทั้งหมด 14 ฉบับ ยกเว้น TNZCEP และ AHKFTA เนื่องจากระบบพิเศษ

นอกจากนี้ ทุเรียนยังคงเป็นแชมป์ผลไม้ส่งออก โดยเฉพาะไปยังจีน ขณะที่ตลาดอินเดียมีศักยภาพสูงจากกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น ในเดือนกรกฎาคม ยังเห็นการเติบโตของแพลทินัมและอัญมณีเครื่องประดับ ซึ่งแสดงถึงความหลากหลายของผู้ประกอบการไทย การใช้สิทธิ FTA ไม่เพียงลดภาษี แต่ยังช่วยบรรเทาผลกระทบจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก ทำให้ไทยสามารถขยายตลาดใหม่ได้

กรมการค้าต่างประเทศยังผลักดันผ่านการจัดสัมมนา 10 ครั้งทั่วประเทศในปี 2568 มีผู้เข้าร่วม 1,364 คน เกินเป้า 1,200 คน แสดงถึงความสนใจสูง ในปี 2569 จะเดินหน้าต่อด้วยกิจกรรมเชิงรุก เพื่อให้ผู้ประกอบการใช้ FTA เต็มศักยภาพ

  • ประโยชน์หลักของ FTA: ลดภาษี สร้างแต้มต่อแข่งขัน
  • ตลาดหลัก: อาเซียน จีน อินเดีย
  • สินค้าดาวเด่น: ทุเรียน ยานยนต์ ยาง
  • การเติบโต: +11.57% ใน 7 เดือน

การส่งออกไทยแกร่ง 7 เดือนแรกใช้สิทธิ FTA ทะลุ 1.7 ล้านล้านบาท โตต่อเนื่อง 11.57% เป็นสัญญาณบวกที่ผู้ประกอบการควรเล็งใช้โอกาสนี้ขยายธุรกิจ หากคุณเป็นผู้ส่งออก ลองตรวจสอบสิทธิ FTA ที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มยอดขาย สามารถติดต่อกรมการค้าต่างประเทศเพื่อข้อมูลเพิ่มเติม

ที่มา – ส่งออกไทยแกร่ง 7 เดือนแรกใช้สิทธิ FTA ทะลุ 1.7 ล้านล้านบาท โตต่อเนื่อง 11.57%

ปคบ. ยึดบุหรี่ไฟฟ้า-บุหรี่เถื่อน มูลค่ากว่า 5 ล้าน

ในยุคที่การค้าออนไลน์กำลังเฟื่องฟู ปัญหาการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายอย่างบุหรี่เถื่อนและบุหรี่ไฟฟ้าก็ยิ่งรุนแรงขึ้น ล่าสุดเกิดเหตุการณ์ที่สร้างความฮือฮาเมื่อเจ้าหน้าที่ปคบ. ยึดบุหรี่ไฟฟ้า-บุหรี่เถื่อน มูลค่ากว่า 5 ล้านบาท จากโกดังบริษัทขนส่งเอกชนในหาดใหญ่ เรื่องนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความเด็ดขาดของเจ้าหน้าที่เท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจให้ประชาชนตระหนักถึงอันตรายของสินค้าปลอมและเถื่อนเหล่านี้

ปคบ. ยึดบุหรี่ไฟฟ้า-บุหรี่เถื่อน มูลค่ากว่า 5 ล้าน: รายละเอียดการจับกุม

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2567 พล.ต.ต. คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผู้บังคับการปคบ. ได้สั่งการให้ พ.ต.อ. ไกรวิศท์ แสนทวีสุข ผู้กำกับการกองกำกับการ 1 บก.ปคบ. นำทีมบุกตรวจสอบโกดังศูนย์ขนส่งของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ผลการตรวจค้นพบของกลางจำนวนมหาศาล ได้แก่ บุหรี่เถื่อนกว่า 128,000 มวน และบุหรี่ไฟฟ้าชนิดสูบแล้วทิ้งกว่า 240 ชิ้น โดยมีมูลค่ารวมกันกว่า 5 ล้านบาท

การปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่ได้รับเบาะแสว่ามีการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ต่างประเทศที่ไม่ได้เสียภาษีอากร และบุหรี่ไฟฟ้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ในพื้นที่ภาคใต้อย่างแพร่หลาย กลุ่มผู้กระทำผิดมักใช้วิธีนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน แล้วแอบซุกซ่อนในกล่องสินค้าผลไม้เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ ก่อนส่งต่อให้ลูกค้าผ่านบริษัทขนส่งเอกชน

ภาพบุหรี่เถื่อนที่ถูกยึด

วิธีการลักลอบและผลกระทบต่อสังคม

บุหรี่เถื่อนเหล่านี้ส่วนใหญ่มาจากต่างประเทศโดยไม่ผ่านการตรวจสอบมาตรฐาน ทำให้เสี่ยงต่อสุขภาพผู้บริโภค เช่น มีสารเคมีอันตรายในปริมาณสูงกว่ามาตรฐาน บุหรี่ไฟฟ้าก็เช่นกัน ชนิดสูบแล้วทิ้งที่ถูกยึดมักไม่มีฉลากภาษาไทยหรือข้อมูลส่วนประกอบชัดเจน ซึ่งผิดกฎหมายพาณิชย์และสรรพสามิต

นอกจากนี้ การค้าขายสินค้าเหล่านี้ยังทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากภาษีอากรปีละหลายพันล้านบาท ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสุขภาพประชาชนโดยรวม เจ้าหน้าที่ปคบ. จึงต้องเพิ่มความเข้มงวดในการสืบสวน โดยครั้งนี้สามารถแกะรอยจากข้อมูลการส่งสินค้าล็อตใหญ่ จนนำไปสู่การจับกุมได้ทันเวลา

ภาพการตรวจสอบโกดัง

หลังจากยึดของกลาง เจ้าหน้าที่ได้นำส่งพนักงานสอบสวนกองกำกับการ 1 บก.ปคบ. เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและขยายผลต่อไป โดยจะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นผู้ลักลอบนำเข้า ผู้จัดจำหน่าย หรือแม้แต่ผู้ให้บริการขนส่งที่อาจรู้เห็นเป็นใจ

  • อันตรายจากบุหรี่เถื่อน: มีสารก่อมะเร็งสูง
  • ผลกระทบทางกฎหมาย: ผิด พ.ร.บ.ศุลกากรและสรรพสามิต
  • วิธีป้องกัน: ซื้อสินค้าจากแหล่งที่เชื่อถือได้

เหตุการณ์ปคบ. ยึดบุหรี่ไฟฟ้า-บุหรี่เถื่อน มูลค่ากว่า 5 ล้านครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มแข็ง ในอนาคต คาดว่าการตรวจสอบจะยิ่งเข้มข้นขึ้น เพื่อปกป้องสุขภาพและเศรษฐกิจของชาติ หากคุณพบเห็นการค้าขายสินค้าเถื่อน อย่าลังเลที่จะแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ทราบ เพื่อช่วยกันสร้างสังคมที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น

สุดท้ายนี้ การตระหนักรู้ถึงความเสี่ยงเหล่านี้จะช่วยลดการบริโภคสินค้าผิดกฎหมายได้ หากสนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎหมายบุหรี่ สามารถติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือได้

ที่มา – ปคบ. ยึดบุหรี่ไฟฟ้า-บุหรี่เถื่อน มูลค่ากว่า 5 ล้าน คาโกดังบริษัทขนส่งเอกชนหาดใหญ่

เซลติกเป้าหมายมุนเตอานูราคาถูกลดลง

เซลติกเป้าหมายมุนเตอานูราคาถูกลดลง: ข่าวลือฟุตบอลล่าสุด

ในวงการฟุตบอลสกอตแลนด์และยุโรป กำลังมีข่าวร้อนที่แฟนๆ เซลติกให้ความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่อง เซลติกเป้าหมายมุนเตอานูราคาถูกลดลง ซึ่งเป็นข่าวลือเกี่ยวกับนักเตะดาวรุ่งจากโรมาเนีย หลุยส์ มุนเตอานู วัย 23 ปี กองหน้าจากคลูจ ที่เคยถูกเซลติกยื่นซื้อในราคา 6.9 ล้านปอนด์แต่ถูกปฏิเสธไปก่อนหน้านี้ ล่าสุดมีรายงานว่า คลูจยอมลดราคาขอซื้อลงเหลือน้อยกว่า 4.5 ล้านปอนด์แล้ว ทำให้โอกาสที่เซลติกจะคว้าตัวเขาในตลาดซื้อขายหน้าหนาวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เซลติกเป้าหมายมุนเตอานูราคาถูกลดลง: รายละเอียดที่น่าสนใจ

ตามรายงานจากสื่อโรมาเนีย GSP ผ่าน Daily Record เจ้าของทีม FCSB จอร์จ เบคาลี เปิดเผยว่า การย้ายทีมมูลค่า 17 ล้านปอนด์ไปอาแจ็กซ์หรือบาเลนเซียของมุนเตอานูเคยล้มเหลว ทำให้ตอนนี้คลูจเปิดรับข้อเสนอในราคาที่ถูกลงมาก เซลติกเป้าหมายมุนเตอานูราคาถูกลดลง นี้อาจเป็นโอกาสทองสำหรับกุนซือเบรนแดน ร็อดเจอร์ส ที่กำลังมองหาแนวรุกตัวใหม่เพื่อเสริมทีมในฤดูกาลหน้า มุนเตอานูมีฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นในลีกโรมาเนีย และน่าจะช่วยเพิ่มพลังให้กับแนวรุกของเซลติกได้อย่างดี

สถานการณ์ร็อดเจอร์สและการย้ายทีมเซลติก

อย่างไรก็ตาม ข่าวร้ายสำหรับเซลติกคือ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กำลังจะอำลาทีมสิ้นสุดฤดูกาลนี้ หลังจากที่การเจรจาสัญญาฉบับใหม่ล้มเหลวเมื่อเดือนที่แล้ว เนื่องจากปัญหาการลงทุนในทีมที่ไม่เพียงพอ ร็อดเจอร์สคาดหวังการสนับสนุนมากกว่านี้ แต่บอร์ดบริหารดูเหมือนจะลังเล ส่งผลให้อนาคตของเขาที่เซลติกดูไม่แน่นอน สิ่งนี้อาจกระทบต่อแผนการซื้อขายนักเตะ โดยเฉพาะ เซลติกเป้าหมายมุนเตอานูราคาถูกลดลง ที่อาจต้องรอคอยกุนซือคนใหม่

ในเกมยูโรปาลีกนัดถัดไปกับบราก้า ร็อดเจอร์สยืนยันว่าเปาโล เบอร์นาร์โด มิดฟิลด์วัย 23 ปี จะมีส่วนร่วม แม้ฤดูกาลที่แล้วจะมีปัญหาอาการบาดเจ็บ แต่ตอนนี้เขาฟิตสมบูรณ์แล้ว นอกจากนี้ กุสตาฟ ลาเกอร์บีแยคเก้ อดีตกองหลังเซลติกที่ย้ายไปบราก้าในช่วงซัมเมอร์ ไม่ได้มองว่าสองปีกับเซลติกเป็นความล้มเหลว เขาเรียนรู้มากมายและคว้าแชมป์ลีกในฤดูกาลแรก ก่อนจะกลับมาเผชิญหน้ากับเซลติกในนัดนี้

ข่าวลือฟุตบอลอื่นๆ ในสกอตแลนด์

นอกจากเรื่องเซลติกแล้ว ยังมีข่าวน่าสนใจจากทีมอื่นๆ ในสกอตติชพรีเมียร์ลีก สตีเวน เพรสส์ลีย์ หัวหน้าโค้ชดันดี กำลังวางแผนเสริมทัพในตลาดมกราคม โดยยอมรับว่าทีมยังห่างไกลจากจุดที่ต้องการ “เรายังไม่ถึงจุดที่ควรจะเป็น” เขากล่าว ทำให้แฟนๆ คาดหวังการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

สำหรับคอนเนอร์ ชิลด์ส อดีตกองหน้าแม่ธเวลล์วัย 28 ปี ที่เพิ่งย้ายจากเชนไนyin ในอินเดียนซูเปอร์ลีก ตอนนี้ยังเป็นนักเตะฟรีเอเย่นต์ หลังจากเจรจากับอีสต์เบงกอลล้มเหลว เขากำลังพิจารณาโอกาสในเอเชียต่อไป

ที่เรนเจอร์ส จอช เจนเทิลส์ ดาวรุ่งวัย 18 ปี ถูกยืมไปเรธ โรเวอร์ส และมั่นใจว่าจะทำประตูได้ในลีกรอง หลังจากเดบิวต์ในชัยชนะ 3-0 เหนืออาร์โบรธ เขาหวังใช้โอกาสนี้เพื่อพิสูจน์ตัวเองและกลับไปชิงตำแหน่งในทีมชุดใหญ่ที่ไอบร็อกซ์

ส่วนเอบาร์ดีนต้องปรับเปลี่ยนขุมกำลังในคอนเฟอเรนซ์ลีกด่วน หลังจากคริสเตอร์ส โทเบอร์ส กองหลังจากลัตเวียบาดเจ็บยาว อัลฟี่ ดอร์ริงตัน จากท็อตแน่มที่ถูกยืมมารับบทแทน เพื่อให้ทีมพร้อมสำหรับนัดต่อไป

  • ข่าวสำคัญ: เซลติกเป้าหมายมุนเตอานูราคาถูกลดลง อาจเปลี่ยนเกมแนวรุก
  • ร็อดเจอร์สใกล้จากลาเซลติก สัญญาหมดฤดูกาลนี้
  • เพรสส์ลีย์วางแผนซื้อขายมกราคมสำหรับดันดี
  • ชิลด์สยังหาทีมใหม่ในเอเชีย
  • เจนเทิลส์มั่นใจทำสกอร์ให้เรธ โรเวอร์ส
  • เอบาร์ดีนปรับโควต้าทีมยูโรปเพราะบาดเจ็บ

โดยรวมแล้ว ตลาดซื้อขายรอบมกราคมกำลังร้อนระอุสำหรับทีมสกอตแลนด์ ข่าวลือเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวที่รวดเร็วในวงการฟุตบอล ความเห็นส่วนตัวคือ เซลติกควรคว้าประโยชน์จาก เซลติกเป้าหมายมุนเตอานูราคาถูกลดลง นี้ให้ได้ ก่อนที่ทีมอื่นจะแย่งชิงไป เพราะเขาอาจเป็นกุญแจสำคัญในการลุ้นแชมป์ หากคุณเป็นแฟนเซลติก ลองติดตามข่าวอัปเดตและแสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณคิดอย่างไรกับดีลนี้

ที่มา – ‘Celtic target Munteanu has asking price slashed’ – gossip

ความไม่แน่นอนอนาคต Glasner หนักอึ้ง Palace

คริสตัล พาเลซ กำลังมีช่วงเวลาที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา

โซเชียลมีเดียเต็มไปด้วยแฟนบอลอีเกิลส์ที่โพสต์ด้วยความไม่เชื่อสายตา เมื่อสโมสรกำลังเริ่มต้นแคมเปญยุโรปครั้งแรก – เริ่มจากเกมเปิดสนามคอนเฟอเรนซ์ลีกกับดินาโม เคียฟ ในโปแลนด์วันพฤหัสบดีนี้

พาเลซ กำลังพายเรือตามคลื่นลูกใหญ่ หลังจากความสำเร็จในเอฟเอคัพฤดูกาลที่แล้วที่เป็นประวัติศาสตร์ การกลับมาชนะที่เวมบลีย์ในเดือนสิงหาคมเพื่อคว้าคอมมิวนิตี้ ชิลด์โดยเอาชนะลิเวอร์พูล และการเริ่มต้นฤดูกาลที่ยังไม่แพ้ใคร ทำให้พาเลซ อยู่อันดับสามในพรีเมียร์ลีก

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความยินดี ความไม่แน่นอนกำลังรออยู่ข้างหน้า

กัปตันทีมมาร์ค กูเอฮี มีสัญญาอีก 9 เดือน และเว้นแต่จะมีเหตุการณ์ไม่คาดฝัน แนวรับทีมชาติอังกฤษรายนี้จะย้ายออกจากเซลเฮิร์สต์ พาร์ค หลังจบฤดูกาล

อดัม ไวท์แมน มิดฟิลด์อัจฉริยะ ก็กำลังถูกจีบจากสโมสรชั้นนำในยุโรป

และแน่นอน ผู้จัดการทีมโอลิเวอร์ กลาสเนอร์ – สมองกลของการเปลี่ยนแปลงที่น่าทึ่งของสโมสร

เหมือนกับกูเอฮี สัญญาของชาวออสเตรียรายนี้จะหมดลงหลังจบฤดูกาล และตามสถานการณ์ปัจจุบัน เขาจะจากไป

ความไม่แน่นอนอนาคต Glasner

เรื่องราวอันน่าทึ่งของกลาสเนอร์ – จากขอบเหวแห่งความตายหลังเส้นเลือดในสมองแตกตอนอายุ 37 ขณะเล่นให้เอสเฟา รีด จนกลายเป็นหนึ่งในโค้ชที่ได้รับความเคารพมากที่สุดในฟุตบอลยุโรป – เป็นที่รู้จักกันดี

การผ่าตัดฉุกเฉินช่วยชีวิตเขา แต่ต้องเลิกเล่นตามคำแนะนำทางการแพทย์

น่าขันที่กลาสเนอร์คือคนที่หายใจชีวิตใหม่ให้สโมสรฟุตบอลที่ดูเหมือนพอใจกับการรอดตกชั้นเท่านั้น

และเพราะเหตุนี้ ความไม่แน่นอนอนาคต Glasner จึงหนักอึ้งสำหรับพาเลซ

แหล่งข่าวบอกบีบีซี สปอร์ต ว่ากลาสเนอร์ได้รับข้อเสนอสัญญาใหม่ในช่วงต้นซัมเมอร์ แต่ยังไม่เซ็นชื่อ

คนใกล้ชิดเผยว่าชาวออสเตรียเลือกที่จะรอจนจบตลาดซื้อขายนักเตะ ก่อนตัดสินใจ – ซึ่งเกิดจากความต้องการเห็นว่าสโมสรจริงจังกับการเสริมทัพแค่ไหน

ตามกาลเวลา กลาสเนอร์วิจารณ์การดำเนินงานของพาเลซอย่างเปิดเผยในซัมเมอร์ที่สโมสรทำกำไร 16.3 ล้านปอนด์

จากลายเซ็นใหม่ 5 ราย มีเพียงเยเรมี ปิโน่ ที่ได้ลงตัวจริงในพรีเมียร์ลีก

และยังมีเรื่องราวการถูกลดชั้นจากยูโรปาลีก โดยยูฟ่า เนื่องจากละเมิดกฎการเป็นเจ้าของหลายสโมสร

ด้วยเหตุผลเหล่านี้ จึงเข้าใจได้ว่าทำไมกลาสเนอร์ถึงไม่เต็มใจผูกมัด

ดังนั้น คำถามคือ – เขายังสามารถถูกชักจูงให้อยู่ต่อได้ไหม?

โอกาสที่ Glasner จะอยู่ต่อ

โอกาสนั้นยังไม่ถูกตัดออกทั้งหมด แม้สัญญาณแรกๆ จะไม่ค่อยดีนัก

แหล่งข่าวใกล้ชิดพาเลซ บอกว่าชะตากรรมของกลาสเนอร์ที่จะอยู่ต่อนั้นน้อยมาก โดยมองว่าความเฉื่อยชาในตลาดซื้อขายซัมเมอร์เป็นสัญญาณว่าความทะเยอทะยานของเขาและสโมสรไม่ตรงกัน

แต่ไม่ใช่ว่าพาเลซจะยอมแพ้ในการโน้มน้าวเขา

หากพาเลซให้การรับประกันบางอย่างและควบคุมการซื้อขายนักเตะกับโค้ชชาวออสเตรียรายนี้ อาจเป็นแรงจูงใจพอให้ – อย่างน้อย – เปิดการสนทนาเรื่องอนาคต

อย่างไรก็ตาม มีการชี้ให้บีบีซี สปอร์ต ทราบว่า กลาสเนอร์คือคนที่ขัดขวางการย้ายของกูเอฮีไปลิเวอร์พูลในวันเดดไลน์ แม้ทั้งสองสโมสรจะตกลงค่าตัว ดังนั้น เขามีอิทธิพลต่อเรื่องการย้ายทีมอยู่แล้ว

ที่น่าสนใจคือ อดีตผู้อำนวยการกีฬะวูล์ฟส์ แมตต์ ฮอบส์ ได้เริ่มงานอย่างเป็นทางการที่เซลเฮิร์สต์ พาร์ค แทนที่ดูกี้ ฟรีดแมนที่จากไป แม้พาเลซยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ

ฮอบส์น่าจะมีไอเดียของตัวเองเกี่ยวกับแผนการสรรหานักเตะในอนาคต และยังต้องดูว่ามันเข้ากันกับมุมมองของกลาสเนอร์หรือไม่

นอกจากนี้ ยังน่าจับตาว่าพาเลซจะแก้ปัญหาเรื่องกูเอฮีและไวท์แมนอย่างไรในเดือนข้างหน้า

กับกูเอฮี วัย 25 ที่คาดว่าจะย้ายฟรี ต้องเซ็นแนวรับใหม่โดยไม่ได้รับค่าตัว

สำหรับไวท์แมน สโมสรเปิดรับการต่อสัญญาใหม่ให้เด็กหนุ่มวัย 21 ที่จะหมดปี 2029

การใส่คลอสปล่อยตัวที่สูงกว่า 75 ล้านปอนด์ อาจเป็นประโยชน์หากตกลงกันได้

เรื่องการเสริมมิดฟิลด์ สโมสรสนใจคีส สมิท ดาวรุ่งวัย 19 จากเอซ อัลคมาอาร์

แต่คุณสงสัยไหมว่ากลาสเนอร์จะรู้สึกอย่างไร หากต้องอยู่ต่อโดยไม่มีกูเอฮีและอาจไม่มีไวท์แมน หลังจากที่ไมเคิล โอลิเซ่ และเอเบเรชี่ เอเซ่ จากไปแล้ว?

ที่ชัดเจนคือชื่อเสียงของเขากำลังพุ่งสูง สโมสรใหญ่กำลังจับตา

หลายแหล่งข่าวบอกบีบีซี สปอร์ต ว่ากลาสเนอร์อยู่ในลิสต์ผู้สมัครแทนรูเบน อโมริม ที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แม้คนในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดยืนยันว่ายังสนับสนุนผู้จัดการที่กำลังเผชิญแรงกดดัน และยังไม่มีการคัดเลือกใคร

หลังจากพยายามแต่งตั้งกลาสเนอร์ในซัมเมอร์ 2024 แต่ล้มเหลว บาเยิร์น มิวนิค ก็ยังจับตา แต่ไม่มีสัญญาณว่าวินเซนต์ คอมพานี กำลังถูกตรวจสอบ

ยังมีการชี้ให้บีบีซี สปอร์ต ทราบว่า แม้กลาสเนอร์จะเป็นโค้ชที่ยอดเยี่ยมด้านเกมรับในยุโรป แต่จะน่าสนใจที่จะเห็นว่าเขาจะจัดทีมที่คาดหวังครองบอลอย่างไร

แม้การคุมทีมใหญ่จะน่าดึงดูด แต่หญ้าข้างๆ ไม่ได้เขียวเสมอไป

เขาสร้างบางอย่างพิเศษที่เซลเฮิร์สต์ พาร์ค และดูเหมือนมีสายสัมพันธ์กับนักเตะ ในขณะที่แฟนบอลรักเขา

ถ้าพาเลซผ่านเข้ารอบชปล. ล่ะ? นั่นจะเป็นปัจจัยใน決定ของเขาหรือ?

กลาสเนอร์เป็นคนฉลาดและรู้ว่าความสัมพันธ์แบบนี้ไม่เกิดขึ้นง่ายๆ

อย่างไรก็ตาม พาเลซรู้ว่าสักวันกลาสเนอร์จะจากไปสู่ทีมใหญ่กว่า – พวกเขาหวังแค่ว่าจะชักจูงให้เลื่อนการจากไปให้นานที่สุด

ความไม่แน่นอนอนาคต Glasner ยังคงเป็นกังวลหลักสำหรับแฟนพาเลซ คุณคิดอย่างไรกับสถานการณ์นี้? แชร์ความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีกเพิ่มเติมเพื่อไม่พลาดอัปเดต

ที่มา – How uncertainty over Glasner future lays heavy on Palace

เรนเจอร์สควรกลัวสตูร์ม กราซในยูโรป้า ลีกไหม

ยูโรป้า ลีก: สตูร์ม กราซ พบ เรนเจอร์ส

สถานที่: สนามไลบิเนาเออร์ สเตเดี้ยม, กราซ วันที่: วันพฤหัสบดีที่ 2 ตุลาคม เวลาเริ่ม: 20:00 BST

การนำเสนอ: ฟังทาง BBC Radio Scotland Extra & Sounds, รายงานสดทางเว็บไซต์และแอป BBC Sport.

ทีมเรนเจอร์สในช่วงหกฤดูกาลที่ผ่านมา คงมุ่งหน้าไปออสเตรียเพื่อเผชิญหน้ากับสตูร์ม กราซเวอร์ชันนี้ในฐานะทีมเต็ง ด้วยสถิติที่แข็งแกร่งของสโมสรจากกลาสโกว์ในยูโรป้า ลีก

แต่สิ่งที่เรารู้เกี่ยวกับทีมเรนเจอร์สของรัสเซลล์ มาร์ตินคือ พวกเขากำลังดิ้นรนหาความต่อเนื่อง หลังจากชนะเพียงห้าใน 15 นัดฤดูกาลนี้ ท่ามกลางความไม่สงบและการประท้วงต่อผู้บริหารสโมสรและกุนซือ

ฤดูกาลที่แล้ว แม้จะเจอกลุ่มยาก ฟิลิปป์ คลีเมนต์ก็พาเรนเจอร์สเข้าสู่ท็อปเอท คว้าสิทธิ์ลุยรอบน็อคเอาท์สมัยที่ห้าติดต่อกันในห้าครั้งหลังสุดของทีมในรายการนี้

แบร์รี่ เฟอร์กูสันและทีมงานของเขาก็พาพวกเขาผ่านไปถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ ก่อนแพ้แอธเลติก คลับ

สถิติเหล่านี้คือสิ่งที่มาร์ตินถูกวัดผล โดยเฉพาะเมื่ออดีตกุนซือเซาแธมป์ตันมีโปรแกรมที่ดูง่ายกว่าของคลีเมนต์เมื่อปีก่อนบนกระดาษ

อย่างไรก็ตาม มันช่วยไม่ได้มากนักในการเปิดบ้านพ่ายอย่างน่าอายต่อเกนค์ที่กำลังย่ำแย่ และสตูร์ม กราซน่าจะเป็นคู่แข่งที่เหนือกว่าเล็กน้อย

สตูร์ม กราซอ่อนแอลงแต่ยังน่ากลัว – เรนเจอร์สควรกลัวสตูร์ม กราซในยูโรป้า ลีกไหม

ทีมของยูร์เก้น เซาเมลคว้าแชมป์ออสเตรีย บุนเดสลีก้าสมัยที่สองติดต่อกันฤดูกาลที่แล้ว สิ้นสุดการครอง霸ของอาร์บี ซัลซ์บวร์กนานสิบปี ขณะที่ลงเล่นในแชมเปียนส์ ลีกฤดูกาลก่อน

พวกเขาดิ้นรนในรายการชั้นนำของยุโรป ชนะเพียงอาร์บี ไลป์ซิกและกิโรน่าของโบยาน มิออฟสกี้ 1-0 แต่แพ้หกนัดที่เหลือ จบอันดับ 30 จาก 36 ทีม

เหมือนเรนเจอร์ส พวกเขาถูกตีกระหน่ำในรอบเพลย์ออฟฤดูกาลนี้ขณะพยายามกลับสู่เวทีใหญ่ แพ้โบโด/กลิมต์ 6-2 สกอร์รวม หลังโดนยำ 5-0 ในนอร์เวย์

ขุมกำลังของพวกเขาดูอ่อนแอกว่าฤดูกาลที่แล้ว โดยดาวยิงและอดีตนักเตะยืมจากมাদเดอร์เวลล์ มิคา เบียเร็ธย้ายไปโมนาโกในเดือนมกราคมหลังยิง 14 ประตูในครึ่งฤดูกาล ขณะที่วิลเลียม โบวิงก์กองหน้าถูกขายให้ไมนซ์ก่อนเดดไลน์ซัมเมอร์

แบ็คขวาชาวสกอตแลนด์ แม็กซ์ จอห์นสตัน ที่ลงเล่น 65 นัด คว้าแชมป์สามรายการในสองฤดูกาลในออสเตรีย ย้ายไปดาร์บี้ เคาน์ตี้

ภัยร้ายหลักคือโotar Kiteishvili นักเตะทีมชาติจอร์เจีย ที่เล่นเป็นเพลย์เมกเกอร์ที่ปลายสามเหลี่ยมกลางสนามของสตูร์ม

เพลย์เมกเกอร์รายนี้ยิง 13 ประตูฤดูกาลที่แล้ว และมีห้าประตูในฤดูกาลนี้ แม้จะพลาดบางนัดเพราะเจ็บและเหตุผลส่วนตัวล่าสุด

ไคเตชิวิลีเคยเป็นเครื่องหมายคำถามสำหรับนัดนี้เพราะกลับจอร์เจีย แต่คาดว่าจะกลับมาช่วยทีมในเกมสำคัญนี้ หลังกราซแพ้เกมเปิด 2-0 ที่มิดทญิลแลนด์ ผู้ตีฮิเบอร์เนียนตกรอบคัดเลือก

กราซตามหลังราปิด เวียนนา 2 คะแนน ทีมที่ดันดี ยูไนเต็ดยิงจุดโทษในคอนเฟอเรนซ์ ลีก และเป็นหนึ่งในสองทีมที่พวกเขาแพ้ในลีกฤดูกาลนี้ ขณะไล่ล่าแชมป์สมัยสามติด

หากยูไนเต็ดไปออสเตรียแล้วเสมอผู้นำลีกได้ คาดว่าเรนเจอร์สควรไปกราซแล้วชนะได้

แต่ฟุตบอลไม่เคยเรียบง่ายขนาดนั้น มาร์ตินกำลังใช้ชีวิตแบบนัดต่อนัดในฐานะกุนซือเรนเจอร์ส และแม้สตูร์ม กราซที่กำลังจะไปเซลติก พาร์คปลายเดือนนี้ จะไม่ใช่ทีมที่น่ากลัว แต่เรนเจอร์สยังไม่แสดงหลักฐานว่าสามารถทำผลงานยูโรป้า ลีกแบบฤดูกาลล่าสุดได้

เรนเจอร์สควรกลัวสตูร์ม กราซในยูโรป้า ลีกไหม: มุมมองอนาคต

คำถามใหญ่คือ เรนเจอร์สควรกลัวสตูร์ม กราซในยูโรป้า ลีกไหม? ด้วยฟอร์มที่ย่ำแย่ของเรนเจอร์ส การเดินทางไปกราซอาจไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด แม้สตูร์มจะอ่อนลง แต่พวกเขายังมีนักเตะเก่งอย่างไคเตชิวิลีที่สามารถสร้างความแตกต่างได้ ทีมจากออสเตรียมีประสบการณ์ในยุโรป และการเล่นในบ้านจะเป็นข้อได้เปรียบใหญ่

สำหรับแฟนเรนเจอร์ส มาร์ตินต้องหาทางจุดประกายทีมให้กลับมามั่นใจ เริ่มจากนัดนี้ ถ้าชนะได้ จะช่วยสร้างโมเมนตัมก่อนโปรแกรมหนักต่อไป การแพ้ Sturm Graz อาจทำให้สถานการณ์ยิ่งแย่

นอกจากนี้ ยูโรป้า ลีกคือเวทีที่เรนเจอร์สเคยเก่ง แต่ฤดูกาลนี้ทุกอย่างดูไม่แน่นอน ผู้บริหารต้องสนับสนุนมาร์ตินให้มากขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงวิกฤตใหญ่

ในมุมกว้าง การแข่งขันนี้แสดงให้เห็นว่าทีมสกอตติชต้องปรับตัวกับคู่แข่งยุโรปที่หลากหลาย Sturm Graz อาจไม่ใช่ยักษ์ใหญ่ แต่การประมาทอาจนำไปสู่ความพ่ายแพ้

สุดท้ายแล้ว เรนเจอร์สควรกลัวสตูร์ม กราซในยูโรป้า ลีกไหม? ไม่ใช่กลัว แต่ควรเคารพและเตรียมตัวให้ดี เพื่อรักษาสถิติในรายการนี้ไว้

คุณคิดอย่างไรกับนัดนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามอัปเดตฟุตบอลยุโรปกับเรา!

“ผู้กองแคท”เปิดใจยื่นลาออกศรีสะเกษ

ผู้กองแคท เปิดใจหลังยื่นลาออกจากราชการ เข้ารายงานตัวกับ ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ แล้ว

ในกรณีที่สร้างความฮือฮาให้กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน เรื่องราวของ “ผู้กองแคท” หรือ ร.ต.อ.หญิงอาทิติยา เบ็ญจะปัก ได้กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนจับตามอง โดยเฉพาะหลังจากที่เธอได้รับการแต่งตั้งเป็นปลัดอำเภอเมืองศรีสะเกษ ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ขัดแย้งที่นำไปสู่การขอตัวไปช่วยราชการที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร แต่สุดท้ายกรมการปกครองก็ไม่อนุมัติ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ล่าสุด “ผู้กองแคท” ได้ยื่นหนังสือขอลาออกจากราชการต่ออธิบดีกรมการปกครองแล้ว ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นและการต่อสู้เพื่อบทบาทที่เธอเชื่อมั่น

วันที่ 2 ตุลาคม 2568 ผู้กองแคท ได้เดินทางมารายงานตัวกับนายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ณ ห้องปฏิบัติราชการผู้ว่าราชการจังหวัด ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ เธอสวมชุดข้าราชการอย่างเรียบร้อย และเข้ารับตำแหน่งเจ้าพนักงานปกครองปฏิบัติการ (ปลัดอำเภอ) โดยคำสั่งให้ปฏิบัติราชการที่ว่าการอำเภอเมืองศรีสะเกษในเบื้องต้น การเดินทางครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความสนใจจากสื่อมวลชนจำนวนมาก ที่พยายามขอสัมภาษณ์ แต่ผู้กองแคทเลือกที่จะไม่ให้สัมภาษณ์อย่างละเอียด โดยมีเจ้าหน้าที่ชายสองคนคอยป้องกันไม่ให้บันทึกภาพ

ผู้กองแคท รายงานตัวกับผู้ว่าราชการจังหวัด

อย่างไรก็ตาม ผู้กองแคท ได้เปิดใจสั้นๆ กับสื่อว่า เธอมารายงานตัวและพร้อมปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย สำหรับหนังสือขอลาออกจากราชการที่ยื่นไป เธอระบุว่า แล้วแต่ผู้บังคับบัญชาจะพิจารณา ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษเองก็ได้ให้คำแนะนำที่น่ารัก โดยบอกว่าเมืองศรีสะเกษน่าอยู่มาก และอยากให้เธอเปิดใจลองทำงานที่นี่ดู ส่วนเรื่องการมอบหมายหน้าที่จะเป็นไปตามดุลยพินิจของผู้บังคับบัญชา

ผู้กองแคท เปิดใจหลังยื่นลาออกจากราชการ: ความรู้สึกและอนาคตข้างหน้า

เรื่องราวของผู้กองแคทไม่ได้จบลงง่ายๆ หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เธอเคยเป็นที่รู้จักจากภาพลักษณ์ที่สวยงามและการทำงานในวงการตำรวจ ก่อนจะก้าวสู่วงการปกครอง การยื่นลาออกครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า เธอจะเลือกทางไหนต่อไป จะยังคงอยู่ในราชการหรือหันไปสู่เส้นทางใหม่? จากการเปิดใจสั้นๆ ของเธอ สามารถสัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นและความหวังที่จะมีบทบาทที่เหมาะสมกับตัวเอง

นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองบางรายที่เผยว่า ได้รับแจ้งให้เตรียมสถานที่ทำงานสำหรับผู้กองแคทแล้ว แต่ยังอยู่ในขั้นตอนรอการมอบหมายหน้าที่อย่างเป็นทางการ โต๊ะทำงานถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อย แต่เธอยังไม่ได้เข้ามาปฏิบัติจริง สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความล่าช้าในกระบวนการราชการที่มักเกิดขึ้น ซึ่งอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้กองแคทตัดสินใจยื่นลาออก

ภาพผู้กองแคทในวันรายงานตัว

หากย้อนดูประวัติของผู้กองแคท เธอเริ่มต้นจากตำรวจหญิงที่โดดเด่น ก่อนจะได้รับการเลื่อนยศและตำแหน่งในสายปกครอง แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นกับการขอตัวไปช่วยราชการที่สภา ทำให้เกิดข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานต่างๆ สังคมไทยได้แสดงความเห็นหลากหลาย บางส่วนสนับสนุนให้เธอมีโอกาสในวงการการเมือง ขณะที่บางส่วนมองว่าเธอควรยึดมั่นในหน้าที่ราชการเดิม

  • การยื่นลาออก: สะท้อนความกล้าหาญในการตัดสินใจ
  • การรายงานตัว: แสดงถึงความรับผิดชอบต่อหน้าที่
  • คำแนะนำจากผู้ว่าฯ: สร้างแรงบันดาลใจให้เปิดใจใหม่

ในมุมมองของผู้เขียน เรื่องราวของผู้กองแคทเป็นตัวอย่างที่ดีของผู้หญิงไทยที่กล้าท้าทายกรอบเดิมๆ และแสวงหาบทบาทที่เหมาะสม ในยุคที่ความเท่าเทียมทางเพศกำลังเป็นประเด็นสำคัญ การต่อสู้ของเธออาจเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่หลายคน หากคุณสนใจเรื่องราวแบบนี้ อย่าลืมติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด

สุดท้ายนี้ ผู้กองแคท เปิดใจหลังยื่นลาออกจากราชการ เข้ารายงานตัวกับ ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ แล้ว ยังคงเป็นข่าวที่เราต้องจับตาต่อไป เพราะอนาคตของเธออาจนำพาการเปลี่ยนแปลงในวงการราชการไทย

ที่มา – “ผู้กองแคท” เปิดใจหลังยื่นลาออกจากราชการ เข้ารายงานตัวกับ ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ แล้ว

Tierney ผู้ยืดหยุ่นมีศึกใหม่รออยู่

ยูโรป้า ลีก: เซลติก พบ สปอร์ติ้ง บราก้า

สถานที่: เซลติก พาร์ค, กลาสโกว์ วันที่: วันพฤหัสบดีที่ 2 ตุลาคม เวลาเริ่ม: 17:45 BST

การถ่ายทอด: ฟังทาง BBC Radio Scotland Extra & Sounds, คอมเมนต์รีพอร์ตสดบนเว็บไซต์และแอป BBC Sport

หากทุกอย่างเป็นไปตามปกติ Kieran Tierney จะลงเล่นนัดที่ 400 ในระดับอาชีพในวันพฤหัสบดีนี้ เมื่อบราก้ามาเยือนเซลติก พาร์ค ในรอบสองของยูโรป้า ลีก

นั่นจะเป็น 180 นัดให้เซลติก, 144 นัดให้อาร์เซนอล, 26 นัดให้เรอัล โซเซียดาด และพอดี 50 นัดให้สกอตแลนด์

เป็นจำนวนนัดที่มากมาย แต่เขาก็ได้ลงเล่นจำนวนมากตั้งแต่ยังเด็ก เขามีเกือบ 40 นัดตอนอายุ 18, เกือบ 80 นัดตอน 19 และใกล้เคียง 140 นัดตอน 20

ฟุตบอลมากมายขนาดนั้นในวัยเยาว์ สำหรับ Tierney แล้ว มีตัวเลขอื่นๆ ที่อาจอธิบายถึงความสูญเสียจากอาการบาดเจ็บในช่วงวัยรุ่นของเขา – การฝึกฝนอย่างหนักหน่วงในช่วงเริ่มต้นที่เซลติก ในฐานะดาวเด่นจากอะคาเดมีของสโมสร

มากกว่า 800 วันที่เสียไปเพราะอาการบาดเจ็บ นับตั้งแต่เดบิวต์ตอนอายุ 17 ปี เด็กถือลูกบอลของเซลติกที่ประสบความสำเร็จ เขาเป็นกัปตันทีมที่อายุน้อยที่สุดของสโมสร มีอาการบาดเจ็บ 18 ครั้ง และเสียไปเกือบ 150 นัด ฤดูกาลนี้เขาเล่นเต็ม 90 นาทีแค่นัดเดียว และตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2024 เพียงสองนัด

ครั้งสุดท้ายที่ Tierney เล่นเต็ม 90 นาทีติดต่อกัน? สามปีครึ่งที่แล้ว ในฤดูกาล 2020-21 เมื่อทุกอย่างกำลังดีในลอนดอน เขาเป็นกำลังสำคัญของอาร์เซนอล กัปตันทีมในอนาคตตามที่หลายคนกล่าว

นั่นคือฤดูกาล ‘รองเท้าในถุงเทสโก้’ ของเขา ช่วงเวลาที่เขาเป็นไอคอนในหมู่แฟนๆ ผู้เล่นที่เข้าถึงได้และน่าเชื่อถือ

Tierney ผู้ยืดหยุ่นมีศึกใหม่รออยู่ ใช้เวลา 11 ปีที่เจ็บปวดในการไปถึงไมล์สโตนนี้ สถานที่ที่เขาจะไปถึงนานแล้ว หากไม่มีบาดเจ็บทางกายภาพ – ขาหัก, ไหล่หลุด, เจ็บข้อเท้า, เข่าร้าว, ไส้ติ่ง, สะโพกและกล้ามเนื้อขาหนีบขาด

ยาแก้ปวด, ฉีดสเตียรอยด์, ความเจ็บปวดเรื้อรัง

Tierney ยังคงต่อสู้เพื่อกลับไปสู่จุดที่เขาเคยเป็น หากเป็นไปได้ ซึ่งหลายคนสงสัย เขาดูอ่อนแอลงตั้งแต่กลับมากลาสโกว์ แต่ยังเป็นช่วงเริ่มต้นในการฟื้นฟูความเร็วและพละกำลังที่ทำให้เขาโดดเด่น

เขาไม่มีพลังงานแบบก่อนหน้าและการบุกปีกที่วุ่นวายในวันที่ดีที่สุด ในหลายนัด คุณแทบไม่รู้ว่าเขาอยู่ตรงนั้น ซึ่งน่าแปลกสำหรับผู้เล่นที่คุณรู้เสมอว่าเขาอยู่ไหน

หลายคนเคยสงสัยเขาเช่นกัน ความสงสัยไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเขา ยากที่จะรู้ว่า Tierney ฟื้นตัวจากความยากลำบากกี่ครั้ง แต่ถ้าคุณเรียกช่วงล่าสุดนี้ว่าเป็นการกลับมาครั้งที่สามหรือสี่ ก็ไม่ผิดมากนัก อาจจะน้อยเกินไป

ดังนั้นเขาจึงพยายามในการคัมแบ็ค และกระแสข่าวในบางที่คือเขาอาจไม่เคยเป็นผู้เล่นแบบเดิม และเซลติกไม่น่าควรเซ็นเขากลับมา แม้จะมีอารมณ์ผูกพัน

ยังเร็วเกินไปที่จะพูด Tierney ยังคงสร้างตัวเองใหม่ ในขณะที่อาจมีสัมภาระทางจิตวิทยาที่กดทับเขา แต่ละอาการบาดเจ็บให้โอกาสเขาแสดงความแข็งแกร่งทางจิต และเขาต้องขุดลึกอีกครั้ง

เขาเคยชินแล้ว น่าเศร้า ตั้งแต่จุดเริ่มต้น เขาใกล้เดบิวต์เซลติกปลายปี 2014 แล้วขาหัก เขาบอกทีหลังว่าเขาไม่ต้องการใช้เป็นข้ออ้างสำหรับการไม่ประสบความสำเร็จที่เซลติก

ตอนนั้นอายุ 17 สมบูรณ์และมุ่งมั่น ตอน 19 เขาเจ็บข้อเท้าจากอุบัติเหตุฝึกซ้อมแปลกๆ และพลาดสองเดือน ฤดูกาล 2018-19 ตอน 21 เขามีอาการบาดเจ็บห้าประเภท รวมถึงขาหนีบและไส้ติ่งสองข้างที่ทำให้เขาแย่

ตอนนั้นเขาเป็นหนึ่งในฟูลแบ็คที่ดีที่สุดของเซลติก ฤดูกาล 2017-18 เขาลง 60 นัด หนึ่งในผู้เล่นที่ลงมากที่สุดในยุโรป เด็กหนุ่มแต่ยักษ์ใหญ่แล้ว เขาพูดถึงฤดูกาลถัดมาว่าเจ็บปวดตลอด อาจเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาที่ตามมา

“ผมมีไส้ติ่งและของเหลวรอบๆ พื้นที่,” เขาบอกใน พอดแคสต์ Open Goal, external การสัมภาษณ์ที่ชวนตกใจ “ผมเล่นต่อและต่อ,” เขากล่าว “ผมลุกจากเตียงไม่ได้ เดินไม่ได้ แต่ยังพยายามเล่น”

“ผมฉีดทุกนัด สองครั้งเป็นยาแก้ปวด ผมมี osteitis pubis (ความเจ็บปวดเรื้อรังในช่องท้องล่างและขาหนีบ) และมันแย่มาก”

Jonny Hayes เพื่อนร่วมทีม บอกว่ามีคนที่ล้มเหลวเพราะอาการนี้ Tom Rogic อีกคนเรียกเขาว่าบ้า “บอกพวกเขาไม่ได้เล่น – นี่แย่” เขากล่าว

“ผมฉีดสเตียรอยด์ การเลิกเล่นเป็นข่าวลือที่บินว่อน ผมเริ่มคิดไหม? มันแวบเข้ามา”

ต้นปี 2019 อัญมณีมงคลของเซลติกถูกคุกคาม ส่วนหนึ่งเพราะตัวเขาเองจากความปรารถนาที่จะเล่น เขาเล่าเรื่องนัดติดต่อกันกับฮาร์ทส์ในช่วงลุ้นแชมป์ Neil Lennon เพิ่งเข้ามาแทน Brendan Rodgers สโมสรหมกมุ่นกับการคว้าแชมป์แปดสมัยติด

“ผมไม่น่าจะเล่นกับฮาร์ทส์เพราะมีฮิบส์หลังจากนั้น (Neil) Lennon มาบอก ‘ผมต้องการคุณเล่น’ และแน่นอนว่าผมจะทำ” เขาอธิบาย “เราพักสองวันแล้วฮิบส์ ผมเป็นตะคริวก่อนเกม ผมเสร็จสิ้นแล้ว มันน่ากลัว เป็นช่วงแย่ที่สุดในชีวิต”

Tierney ผู้ยืดหยุ่นมีศึกใหม่รออยู่ ในวัยเพียง 28

Tierney ผู้ยืดหยุ่นมีศึกใหม่รออยู่ – อายุแค่ 28 ต้องการโชคดี

ฤดูร้อนนั้น Tierney ไปอาร์เซนอล การตรวจร่างกายเป็นการทดสอบความทนทาน สิบเอ็ดนัดในชีวิตใหม่ เขาหลุดไหล่สามครั้งในครึ่งชั่วโมงกับเวสต์แฮม

“ไม่มีไหล่ใครควรเป็นแบบนั้น” เขาจำได้ “คุณรู้ถึงความพินาศทันที คุณเห็นจากใบหน้าผม ทางจิตใจ มันเป็นช่วงยากที่สุดในชีวิต”

ประโยคนั้นอีกครั้ง ประสบการณ์ที่สองตอนอายุ 22 เขาไม่เล่นอีกจนถึงมิถุนายน

ปี 2021 เขาเจ็บเข่าหลายแบบ แต่ส่วนใหญ่ Tierney เป็นที่ชื่นชอบที่อาร์เซนอล ถูกยกย่องว่าเป็นแบบอย่างและผู้นำ

มีข่าวเรอัล มาดริดและบาร์เซโลนาสนใจ นี่คือช่วงเวลาดีที่สุดในอังกฤษ ไร้กังวลที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

มีนาคม 2022 เข่าพัง เขาพลาดช่วงที่เหลือของฤดูกาล ต้องคัมแบ็คอีกครั้ง

เขาไปยืมตัวที่เรอัล โซเซียดาดเพื่อจุดประกายอะไรสักอย่าง ห้านัดแล้วเจ็บกล้ามเนื้อขากับแอธเลติก บิลเบา เขากลับมาและเล่น 10 นัดติดต่อกันอย่างมั่นใจ แล้วเจ็บกล้ามเนื้อขาอีกกับเซลต้า บีโก้

Tierney รวบรวมตัวเองอีกครั้ง แล้วเจ็บกล้ามเนื้อขาหนักกับสวิตเซอร์แลนด์ในยูโร “นี่ด้วยจะผ่านไป” เขากล่าวตอนนั้น เขาไม่เตะบอลจริงๆ หกเดือน

ฤดูกาลที่แล้ว นัดสุดท้ายกับอาร์เซนอล เขาเข้ามาและออก; สนับสนุนและเคารพแต่กำลังกลับเซลติกฤดูร้อน

นัดสุดท้ายกับเซาแธมป์ตัน เขายิงประตู หลอกกองหลังและยิงเข้า อีกตัวอย่างของคนที่ลุกจากพื้นและสู้ต่อ; ถูกน็อกแต่ไม่ล้ม

เขาอายุแค่ 28 แต่ในฟุตบอล อาจรู้สึกแก่กว่านั้น เมื่อไหร่บาดเจ็บจะมากเกินไป? สิ่งที่เขาพิสูจน์คือเขาแกร่ง ยืดหยุ่น และตอนนี้ Tierney ผู้ยืดหยุ่นมีศึกใหม่รออยู่

นัดที่ 400 ของเขามาถึงแล้ว มันอาจมากกว่านี้แน่นอน แต่การคร่ำครวญถึงสิ่งที่ควรจะเป็นไม่ใช่สไตล์ของ Tierney เขามองไปข้างหน้าด้วยความหวัง – อีกครั้ง

ด้วยความยืดหยุ่นที่พิสูจน์แล้ว Tierney สามารถกลับมาเป็นกำลังสำคัญของเซลติกได้ หากเขาได้รับโอกาสและสุขภาพดี คุณคิดอย่างไร ลองติดตามและสนับสนุนเขาในศึกนี้

ที่มา – ‘Resilient Tierney has another fight on his hands’